Will Rogers Ranch บ้านไร่ดาราฮอลลีวูด: บ้าน 31 ห้อง คอกม้า สนามโปโล และหลังไฟป่า 2025
Will Rogers Ranch บ้านไร่ของดาราฮอลลีวูดที่ Pacific Palisades มอบให้รัฐปี 1944 บ้าน 31 ห้องและคอกม้าถูกไฟป่าเผาปี 2025 ส่วนสนามหญ้าและสนามโปโลเปิดอีกครั้ง
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 14 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- Will Rogers Ranch เริ่มจากที่ดิน 200 เอเคอร์ ที่ Will Rogers ซื้อจาก Alphonzo Bell ในปี 1922 จนสุดท้ายเขาเป็นเจ้าของราว 359 เอเคอร์ ใน Pacific Palisades ทางตะวันตกของ Los Angeles
- บ้านไม้แบบบ้านไร่ตะวันตกสร้างราวปี 1926 ตามเอกสาร National Register และขยายจากกระท่อม 6 ห้องเป็นบ้าน 31 ห้อง 11 ห้องน้ำ 7 เตาผิงภายในปี 1935 ปีที่ Will Rogers เสียชีวิตจากเครื่องบินตก
- Betty Rogers มอบฟาร์มให้รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1944 และบ้านขึ้นทะเบียน National Register of Historic Places ในปี 1971 เลขที่ 71000149
- ไฟป่า Palisades Fire ที่เริ่ม 7 มกราคม 2025 เผาบ้าน 31 ห้องและคอกม้าประวัติศาสตร์ เจ้าหน้าที่ขนของสำคัญกว่า 150 ชิ้นออกมาได้ ส่วนป้อมประตู บ้านหัวหน้าคนงาน และสนามโปโลเสียหายเล็กน้อย
- สวนเปิดอีกครั้งแบบจำกัดพื้นที่ตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2025 ทุกวัน 8:00 น. ถึงพระอาทิตย์ตก ค่าจอดรถ 12 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคันต่อวัน (ตรวจ 22 ต.ค. 2026)
Will Rogers Ranch คือบ้านไร่ของ Will Rogers ดาราภาพยนตร์ นักเขียนคอลัมน์ และนักพูดอารมณ์ขันที่ดังที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐฯ ยุคทศวรรษ 1930 ที่ย่าน Pacific Palisades เมือง Los Angeles ภรรยาของเขามอบฟาร์มให้รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1944 บ้าน 31 ห้องและคอกม้าถูกไฟป่าเผาในเดือนมกราคม 2025 ส่วนสนามหญ้าและสนามโปโลกลับมาเปิดให้เข้าตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2025
บทความนี้เล่าว่า Will Rogers Ranch เกิดขึ้นอย่างไร บ้านไม้แบบบ้านไร่ตะวันตก ลานและสวนที่ออกแบบมาเพื่อชีวิตกลางแจ้ง คอกม้า สนามโปโล ไปจนถึงสิ่งที่หายไปในไฟป่าและสิ่งที่ผู้มาเยือนยังเห็นได้วันนี้ ข้อมูลมาจากหน้าเว็บ เอกสาร และข่าวประชาสัมพันธ์ของ California State Parks ผู้ดูแลอุทยาน แบบฟอร์มขึ้นทะเบียน National Register of Historic Places (NRHP) ปี 1970 ของ National Park Service และเว็บไซต์ของ Will Rogers Ranch Foundation องค์กรไม่แสวงกำไรที่สนับสนุนอุทยาน
Will Rogers Ranch โดยสรุป: ข้อมูลสำคัญ
| หัวข้อ | ข้อมูลจากแหล่งทางการ |
|---|---|
| ที่ตั้ง | 1501 Will Rogers State Park Road, Pacific Palisades ริม Sunset Boulevard |
| ผู้ดูแล | California State Parks ในชื่อ Will Rogers State Historic Park |
| ที่ดินผืนแรก | 200 เอเคอร์ ซื้อจาก Alphonzo Bell ปี 1922 |
| ขนาด | Will Rogers เป็นเจ้าของราว 359 เอเคอร์ ส่วนที่ Betty Rogers มอบให้รัฐคือ 186 เอเคอร์ |
| ตัวบ้าน | สร้างราวปี 1926 ขยายเป็น 31 ห้องภายในปี 1935 |
| มอบให้รัฐ | ปี 1944 |
| ทะเบียนมรดก | NRHP ปี 1971 เลขที่ 71000149 |
| ไฟป่า | 7 มกราคม 2025 บ้านและคอกม้าถูกเผา |
| เปิดอีกครั้ง | 8 พฤศจิกายน 2025 แบบจำกัดพื้นที่ |
ตัวเลขเนื้อที่สองแบบมาจากหน้าต่างกันของ California State Parks และไม่ได้ขัดกันโดยตรง ตัวหนึ่งคือที่ดินทั้งหมดที่ Will Rogers เคยเป็นเจ้าของ อีกตัวคือส่วนที่มอบเป็นอุทยาน
Will Rogers คือใคร ทำไม Will Rogers Ranch จึงสำคัญ
แผ่นพับของ California State Parks ระบุว่า William Penn Adair Rogers เกิดปี 1879 เติบโตในฟาร์มของครอบครัวในเขตปกครองของชนเผ่า Cherokee ใกล้เมือง Oologah รัฐโอคลาโฮมาวันนี้ ครอบครัวมีเชื้อสายทั้ง Cherokee และยุโรป เขาเริ่มจากการเป็นคาวบอยที่เก่งเรื่องขี่ม้าและเหวี่ยงเชือกบ่วงบาศ แสดงในคณะ Wild West ในชื่อ "The Cherokee Kid" แล้วกลายเป็นดาวตลกบนเวทีวอเดอวิล
หน้าชีวประวัติบนเว็บของอุทยาน ซึ่งอ้างงานเขียนปี 1960 ระบุว่าเขาดังจริงจากเวที Ziegfeld Follies ปี 1916 และเริ่มเล่นภาพยนตร์ในปี 1918 แผ่นพับระบุว่าเขาแสดงภาพยนตร์เงียบ 50 เรื่องและภาพยนตร์เสียง 21 เรื่อง เขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศกว่า 4,000 ชิ้น และจัดรายการวิทยุประจำสัปดาห์ ส่วน Will Rogers Ranch Foundation อ้าง Will Rogers Memorial Museums ว่ามีคอลัมน์หนังสือพิมพ์กว่า 3,600 ชิ้นและหนังสือ 6 เล่ม
California State Parks เรียกเขาว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงที่คนนิยมและได้ค่าตัวสูงที่สุดในฮอลลีวูดช่วงกลางทศวรรษ 1930 Will Rogers เสียชีวิตจากเครื่องบินตกใกล้เมือง Barrow รัฐอะแลสกา พร้อมนักบิน Wiley Post เมื่อ 15 สิงหาคม 1935 ขณะอายุ 55 ปี Will Rogers Ranch สำคัญเพราะเป็นบ้านที่เขาสร้างเองตามรสนิยมคาวบอย และหน้าทะเบียนมรดกของอุทยานระบุว่าบ้านเข้าเกณฑ์ NRHP ทั้งในฐานะบ้านของบุคคลสำคัญ และในฐานะตัวอย่างบ้านไร่ตะวันตกขนาดใหญ่
จากทุ่งเลี้ยงสัตว์สู่ Will Rogers Ranch: ที่ดินผืนแรกปี 1922
แผ่นพับของอุทยาน เล่าว่าก่อนชาวยุโรปเข้ามา ที่ดินผืนนี้อยู่บนแนวเขตระหว่างชนพื้นเมือง Chumash กับ Gabrieleno/Tongva ตั้งแต่ปี 1827 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Rancho Boca de Santa Monica ต่อมาที่ดินบางส่วนตกเป็นของ Alphonzo Bell นักธุรกิจน้ำมันและผู้พัฒนาที่ดินที่ก่อตั้งย่าน Bel-Air
หุบเขาที่ชันและขรุขระทำให้พื้นที่นี้แทบไม่ถูกแตะต้องจนถึงปี 1922 ปีที่ Alphonzo Bell ขายที่ดินผืนแรก 200 เอเคอร์ให้ Will Rogers ขณะที่ครอบครัวยังอยู่ที่ Beverly Hills หน้าเว็บของอุทยานเขียนว่าในที่สุดเขาเป็นเจ้าของที่ดินราว 359 เอเคอร์ที่มองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก
Will Rogers ใช้เครื่องปรับดินที่ลากด้วยล่อทำถนนซิกแซกขึ้นไปบนที่ราบกลางหุบเขา Will Rogers Ranch Foundation ระบุว่าถนนไต่ขึ้นไปราว 250 ฟุต และสิ่งแรก ๆ ที่เขาสร้างหลังทำถนนคือสนามโปโล บนยอดเขาเขาสร้างกระท่อม "getaway" 6 ห้องกับโรงม้า แผ่นพับระบุว่าครอบครัวย้ายจาก Beverly Hills มาอยู่ในบ้านและสวนที่เขาช่วยออกแบบในปี 1930
บ้าน 31 ห้องของ Will Rogers Ranch: บ้านไร่ตะวันตกแบบเรียบง่าย
หน้า Western Ranch House ของ California State Parks อ้างจดหมายปี 1927 ที่ Will Rogers สั่งสถาปนิกให้สร้างบ้านทรงกล่องบุไม้แบบ board-and-batten ที่ "เรียบและธรรมดามาก" มี "ระเบียงกว้างใหญ่" ตั้งบนเนินเล็ก ๆ ที่เชิงเขา ให้ "มองเห็นทุกอย่าง รวมทั้งทะเล" และอยู่ต่ำพอที่จะขี่ม้ามาผูกไว้หน้าบ้านได้ หน้าเว็บไม่ได้ระบุชื่อสถาปนิก
แบบฟอร์ม NRHP ที่ California State Parks จัดทำในปี 1970 ระบุว่าบ้านสร้างราวปี 1926 เป็นอาคารโครงไม้ชั้นเดียวและสองชั้น หลังคามุงแผ่นไม้ ผนังนอกบุไม้ ชายคายื่นกว้าง ตกแต่งเรียบง่ายแบบ California rustic ประตูหน้าต่างเป็นไม้ มีทั้งบานกระทุ้งและบานเลื่อนขึ้นลงพร้อมมุ้งลวด ผนังและเพดานภายในเป็นแผ่นไม้หรือปูนฉาบ ห้องครัวและห้องน้ำปูกระเบื้อง
หน้าทะเบียนมรดกของอุทยานสรุปผังว่าเป็นอาคารสองชั้นสองส่วนที่เชื่อมด้วยส่วนชั้นเดียว หลังคาจั่ว มีระเบียง ชายคายื่นกว้าง และมีองค์ประกอบแบบบังกะโล แผ่นพับระบุว่ากระท่อมเดิมถูกต่อเติมหลายครั้ง จนถึงปี 1935 กลายเป็นบ้าน 31 ห้อง 11 ห้องน้ำ และ 7 เตาผิง ล้อมด้วยอาคารประกอบ 13 หลัง
แบบสำรวจของ Historic American Buildings Survey (HABS) เลขที่ CA-2273-A ที่ทำร่วมกับกรมอุทยานแคลิฟอร์เนียในปี 1988 บันทึกผังชั้นล่างไว้ละเอียด ตัวบ้านยาว 155 ฟุต 8 นิ้ว ลาน patio อยู่กลางระหว่างสองปีก และห้องนั่งเล่นใหญ่ที่สุดในผังกว้าง 23 ฟุต 5 นิ้ว ยาว 49 ฟุต 3 นิ้ว

ภายในบ้าน Will Rogers Ranch: ห้องทำงาน หน้าต่างจาก Ziegfeld และศิลปะตะวันตก
หน้า Western Ranch House เล่าว่าเกือบทุกห้องของบ้านมีประตูออกสู่ภายนอก หน้าต่างบานใหญ่ขนาด 7 x 9 ฟุตทางปลายตะวันตกของบ้านมาแทนประตูบานคู่แบบ French door และเป็นของขวัญจาก Florenz Ziegfeld ผู้จัดการแสดงบรอดเวย์ หลังจากนั้นประตูหลายบานถูกเปลี่ยนเป็นหน้าต่างเพื่อรับแสงและเห็นวิว โต๊ะทำงานของ Will Rogers ในห้องชั้นบนตั้งหน้าหน้าต่างที่มองเห็นคอกม้า ลานซ้อมม้า และเนินเขา เขานั่งเขียนคอลัมน์หนังสือพิมพ์ไปพร้อมกับดูม้ากินหญ้า และที่ปลายด้านเหนือของบ้าน เขาทำ "บันไดแอบ" (sneak staircase) ไว้ลงไปคอกม้าโดยไม่ต้องผ่านห้องอื่น
ก่อนไฟป่า แผ่นพับปี 2017 ระบุว่าบ้านจัดแสดงงานศิลปะตะวันตกชุดใหญ่ที่สุดในระบบอุทยานของรัฐแคลิฟอร์เนีย ผ้าทอและของใช้ของชนพื้นเมืองอเมริกัน เฟอร์นิเจอร์แบบ California craftsman ภาพวาดและงานพิมพ์ของ Charles Russell, Ed Borein และ Joe DeYoung รวมทั้งหนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรกที่มีลายเซ็นผู้เขียน ตั้งแต่ Harry Houdini ถึง Theodore Roosevelt Will Rogers Ranch Foundation ระบุว่ามีภาพพิมพ์ 22 ชิ้นและภาพสีน้ำ 11 ชิ้นของ Ed Borein ที่เป็นของเดิมของบ้าน และห้องสมุด Wilson ที่ก่อตั้งในปี 2008 มีหนังสือกว่า 1,900 เล่ม

สวนและลานของ Will Rogers Ranch: บ้านที่ออกแบบเพื่อชีวิตกลางแจ้ง
ในหมวดบ้านและสวน Will Rogers Ranch น่าสนใจเพราะทั้งบ้านถูกวางให้ต่อกับภูมิทัศน์ หน้า Western Ranch House อ้างแผนจัดการภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ (Historic Landscape Management Plan) ที่อุทยานรับรองในเดือนมีนาคม 2003 ว่า ในจดหมายปี 1927 Will Rogers ขอให้ปรับคอกม้าหน้าบ้านให้เรียบแล้วปลูกหญ้า "ให้เขียวสวย ไว้เล่นและทำงาน" คอกนั้นต่อมากลายเป็นสนามหญ้าหน้าบ้าน
- ลาน patio เชื่อมสองปีกของบ้าน เป็นที่กินข้าวและนั่งคุยของครอบครัวและเพื่อน มีเตาผิงกลางแจ้ง กันสาดผ้าที่ดึงคลุมโต๊ะ และม่านไม้ไผ่ Betty Rogers มักนั่งชิงช้าถักไหมพรมที่นี่
- ระเบียงและพื้นที่กลางแจ้ง: ระเบียงหน้า ระเบียงมุ้งลวด และร่มเงามีมาตั้งแต่ยุคกระท่อม ห้องชุดชั้นบนมีระเบียงมองลงไปที่สนามโปโล และมีสนามเทนนิสหลังบ้านรับรองแขก
- ทางรถและกำแพงหิน: รอบทางรถ โรงรถ และผนังด้านใต้ของบ้านจัดเป็นแปลงปลูกต้นไม้ กำแพงหิน ขั้นบันได และทางเดิน
- ลานหลังบ้าน: ลานยาวแคบที่ตัดเข้าไปในเนิน มีลานตากผ้าที่มีรั้วล้อม และโรงเรือนระแนง (lath house)
หน้าเดียวกันเล่าว่า Will Rogers ขนต้นไม้ขนาดโตเต็มที่มาปลูกให้พุ่มใบอยู่เหนือหน้าต่างและช่วยกรอบวิว แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุชื่อนักออกแบบสวน แผ่นพับเพียงเขียนว่าเขาช่วยออกแบบสวนเอง

คอกม้า: หัวใจของ Will Rogers Ranch
หน้า Historic Stable ของอุทยาน ซึ่งเขียนก่อนไฟป่า เล่าว่าคอกม้าคือศูนย์กลางของงานขี่ม้าในฟาร์ม Will Rogers มักขึ้นไปหลังดื่มกาแฟตอนเช้า Betty เล่าว่าทุกครั้งที่กลับจากเดินทาง สิ่งแรกที่เขาทำคือไปคอกม้าและใส่อานม้า เขาเคยเขียนบทความว่าโรงม้าของเขาดีกว่าบ้านที่ครอบครัวอยู่เสียอีก ในฟาร์มมีม้า 20–30 ตัว และโถงกลมกลางคอกเป็นจุดที่ทุกคนมาใส่อานม้า Will Rogers Jr. บุตรชายบอกว่าคอกม้าคือเหตุผลที่พ่อซื้อที่ดินนี้
ภูมิทัศน์รอบคอกม้าตามหน้าเดียวกัน: คอกตั้งบนลานที่ปาดไว้กลางเนิน มีกำแพงกันดินก่อด้วยหินกรวด หันหน้าออกไปทางสนามหญ้าและมหาสมุทร หน้าคอกสีเขียวขาว Will Rogers ปลูกหญ้าล้อมรั้วขาวเตี้ย ๆ ไม้เลื้อยบนบันไดไม้ และต้นไม้ใหญ่ ด้านหน้ามีลานขี่ม้าทรงวงรีล้อมรั้วขาวเสาเขียว ปลูกต้นยูคาลิปตัสเพียงครึ่งแนวเพื่อไม่ให้บังวิว Will Rogers Ranch Foundation เรียกคอกนี้ว่า "the Barn that Jokes Built"

สนามโปโลของ Will Rogers Ranch: สนามหญ้าสาธารณะแห่งสุดท้ายใน Los Angeles County
หน้าอุทยาน ระบุว่าสนามโปโลของ Will Rogers Ranch เป็นสนามหญ้าที่สั้นกว่าสนามมาตรฐาน 20 หลาและแคบกว่าไม่กี่หลา เจ้าหน้าที่อุทยานดูแลสนามเอง และเป็นสนามโปโลหญ้ากลางแจ้งสาธารณะแห่งสุดท้ายใน Los Angeles County แผ่นพับเสริมว่าในทศวรรษ 1930 Los Angeles เคยมีสนามโปโล 25 แห่ง
Will Rogers Ranch Foundation เล่าว่า Will Rogers ชอบโปโลตั้งแต่ตอนอยู่นิวยอร์กช่วงที่กีฬานี้ได้รับความนิยมสูงสุด เขามักลงสนามในกางเกงยีนกับเสื้อสเวตเชิ้ตสีขาวตัวเก่าแทนกางเกงขี่ม้าแบบดั้งเดิม และการแข่งขันที่ฟาร์มช่วยให้โปโลเป็นที่นิยมในฝั่งตะวันตก ผู้บริหารสตูดิโออย่าง Walt Disney และ Darryl Zanuck กับนักแสดงอย่าง Spencer Tracy เคยมาเล่นที่นี่
ไฟป่าปี 2025 ทำให้สนามโปโลเสียหายเพียงเล็กน้อย และสนามอยู่ในส่วนที่เปิดให้เข้าตั้งแต่อุทยานกลับมาเปิด หน้าอุทยานระบุว่า Will Rogers Polo Club ยังใช้สนามแข่งในฤดูกาลประจำปี

จาก Will Rogers Ranch สู่ Will Rogers State Historic Park
หน้าเว็บของ California State Parks ระบุว่าเมื่อ Will Rogers เสียชีวิตในปี 1935 Will Rogers Ranch มีบ้าน 31 ห้อง บ้านรับรองแขก คอกม้า คอกล้อม ลานขี่ม้า ลานคล้องวัว สนามโปโล สนามกอล์ฟ และเส้นทางขี่ม้า Betty ภรรยาของเขามอบฟาร์มให้รัฐในปี 1944 แล้วกลายเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ของรัฐ
วันที่มอบมีรายละเอียดต่างกันตามแหล่ง Will Rogers Ranch Foundation เขียนว่าเดือนมิถุนายน 1944 ไม่นานก่อน Betty Rogers เสียชีวิต ส่วนแบบฟอร์ม NRHP ปี 1970 ระบุว่าฟาร์มถูกมอบให้รัฐวันที่ 19 สิงหาคม (ตัวเลขปีในสำเนาสแกนอ่านไม่ชัด) และเรียกที่นี่ว่าเป็นหนึ่งในอุทยานของรัฐที่ได้รับความนิยมที่สุดในแคลิฟอร์เนีย
แผ่นพับระบุว่าบ้านขึ้นทะเบียน NRHP ในปี 1971 หน้าทะเบียนมรดกของอุทยานให้เลขทะเบียน 71000149 ต่อมาในเดือนมีนาคม 1992 คณะกรรมการอุทยานรับรองแผนแม่บทที่ให้รักษา Will Rogers Ranch ไว้เป็นอนุสรณ์ของ Will Rogers และในเดือนมีนาคม 2003 อุทยานรับรองแผนจัดการภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์เพื่อใช้ดูแลบ้าน คอกม้า และภูมิทัศน์ให้ใกล้สภาพยุค Will Rogers
ไฟป่า Palisades Fire ปี 2025: สิ่งที่ Will Rogers Ranch สูญเสียและสิ่งที่รอด
หน้าคำถามเรื่องการเปิดอุทยานอีกครั้ง ของ California State Parks ระบุว่าไฟป่า Palisades Fire เริ่มเมื่อ 7 มกราคม 2025 เอกสารข้อมูลอุทยานเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่าควบคุมไฟได้ทั้งหมดในวันที่ 31 มกราคม หลังเริ่ม 24 วัน และข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 3 มิถุนายน 2026 ระบุว่าไฟเผาพื้นที่ใน Will Rogers State Historic Park 189 เอเคอร์
- ถูกทำลาย: บ้าน 31 ห้อง คอกม้า และอาคารทั้งที่เป็นและไม่เป็นโบราณสถานอีกหลายหลัง
- เสียหาย: บ้านรับรองแขกที่ใช้เป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และโรงตีเหล็กกับโรงช่างไม้ ต้นไม้ประวัติศาสตร์ราว 300 ต้น รั้ว และเส้นทางเดินหลายไมล์ได้รับผลกระทบ
- รอดโดยเสียหายเล็กน้อย: ป้อมประตู บ้านหัวหน้าคนงานที่ใช้เป็นสำนักงานอุทยาน และสนามโปโล
- ของที่ขนออกมาได้: ของสำคัญกว่า 150 ชิ้น รวมเครื่องพิมพ์ดีดของ Will Rogers งานศิลปะ และของตกทอดของครอบครัว เจ้าหน้าที่ยังพาม้าทุกตัวออกมาได้ก่อนไฟถึงบ้าน
มูลนิธิของฟาร์มยกคำพูดของ Jennifer Rogers ตัวแทนครอบครัว Rogers ว่าแม้ความสูญเสียของ Will Rogers Ranch จะหนักหนา แต่ก็ยังน้อยกว่าการสูญเสียทรัพย์สิน ธุรกิจ และที่สำคัญกว่าคือชีวิตของผู้คนในพื้นที่รอบ ๆ
แผนฟื้นฟู Will Rogers Ranch หลังไฟป่า
หลังไฟป่า อุทยานยังทำหน้าที่ช่วยชุมชน หน้าคำถามของอุทยานระบุว่า California State Parks ทำข้อตกลงกับ U.S. Army Corps of Engineers ใช้พื้นที่ในอุทยานแปรรูปเศษคอนกรีตและเศษพืชที่ไม่เป็นอันตราย ช่วยเคลียร์ที่ดิน 4,400 แปลง โค่นต้นไม้อันตราย 10,000 ต้น และขนเศษซาก 1.2 ล้านตันออกจากชุมชน Pacific Palisades
เรื่องการสร้างบ้านคืน California State Parks ตอบว่าการตัดสินใจเรื่องอนาคตของอุทยานจะทำร่วมกับชุมชนผ่านกระบวนการทบทวนที่ครอบคลุม เพื่อให้อุทยานปลอดภัยและรับมือไฟป่าได้ พร้อมกับรักษามรดกของ Will Rogers ไว้ วันที่ 3 มิถุนายน 2026 อุทยานเริ่มกระบวนการรับฟังความเห็นอย่างเป็นทางการสำหรับ Topanga State Park และ Will Rogers State Historic Park ผ่านเว็บไซต์ myinput.com/topanga-will-rogers และชวนประชาชนส่งความทรงจำและภาพถ่ายของอุทยานก่อนไฟป่า
หน้าอุทยานยังระบุว่าอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะได้รับการบูรณะเต็มรูปแบบ และผู้ให้บริการขี่ม้า Jigsaw Farms กำลังกลับมาตั้งกิจการ คาดว่าจะเปิดสอนขี่ม้าและพาขี่ม้าตามเส้นทางอีกครั้งในปี 2026
ลำดับเหตุการณ์ของ Will Rogers Ranch
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1827 | พื้นที่เป็นส่วนหนึ่งของ Rancho Boca de Santa Monica |
| 1879 | Will Rogers เกิด |
| 1922 | ซื้อที่ดินผืนแรก 200 เอเคอร์จาก Alphonzo Bell |
| ราว 1926 | ปีที่สร้างบ้านตามแบบฟอร์ม NRHP |
| 1927 | จดหมายถึงสถาปนิกเรื่องที่ตั้งและรูปแบบบ้าน |
| 1928 | สร้างบ้านรับรองแขก ซึ่งต่อมาเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยว |
| 1930 | ครอบครัวย้ายจาก Beverly Hills มาอยู่ที่ฟาร์ม |
| 1935 | บ้านขยายเป็น 31 ห้อง Will Rogers เสียชีวิต 15 สิงหาคม |
| 1944 | Betty Rogers มอบฟาร์มให้รัฐ (มิถุนายน ตามมูลนิธิ / 19 สิงหาคม ตามแบบฟอร์ม NRHP) |
| 1971 | ขึ้นทะเบียน NRHP เลขที่ 71000149 |
| 2003 | อุทยานรับรองแผนจัดการภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ |
| 7 ม.ค. 2025 | ไฟป่า Palisades Fire เผาบ้านและคอกม้า |
| 8 พ.ย. 2025 | อุทยานเปิดอีกครั้งแบบจำกัดพื้นที่ |
| 3 มิ.ย. 2026 | เริ่มกระบวนการรับฟังความเห็นเพื่อวางแผนฟื้นฟู |
ข้อมูลการเข้าชม Will Rogers Ranch
ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 22 ต.ค. 2026 (หน้าอุทยาน, หน้าคำถามเรื่องการเปิดอีกครั้ง และเอกสารข้อมูลอุทยานเดือนกุมภาพันธ์ 2026)
- ที่อยู่: 1501 Will Rogers State Park Road, Pacific Palisades, CA 90272 ทางเข้าอยู่ริม Sunset Boulevard โทร (818) 456-2126
- เวลาเปิด: ทุกวัน 8:00 น. ถึงพระอาทิตย์ตก ที่จอดรถมีจำกัด
- ค่าจอดรถ: รถยนต์ 12 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน รถบัสเล็ก 50 ดอลลาร์ รถบัสใหญ่ 125 ดอลลาร์ เอกสารข้อมูลอุทยานระบุเพิ่มแบบรายชั่วโมง 3 ดอลลาร์ และผู้สูงอายุทั้งวัน 11 ดอลลาร์ ช่วงคนมาก วันหยุดเทศกาล และสุดสัปดาห์อาจใช้อัตราพิเศษ
- บัตรผ่าน: รับบัตรรายปีของ California State Parks หลายแบบ เช่น California Explorer, Golden Poppy และ Historian Passport
ส่วนที่เปิด ส่วนที่ปิด และกติกาใน Will Rogers Ranch วันนี้
หน้าคำถามของอุทยานระบุว่าเมื่อเปิดอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2025 ผู้มาเยือนเดินชมได้เฉพาะพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว และบางเส้นทางยังปิดระหว่างซ่อมและฟื้นฟูธรรมชาติ
- ส่วนที่เปิด: สนามโปโล สนามหญ้าหลัก และลานปิกนิก เส้นทาง Inspiration Loop เปิดบางส่วน
- ส่วนที่ปิด: เส้นทาง Backbone, Rivas Canyon/Temescal และ Rustic Canyon เอกสารเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุเพิ่มช่วงใต้ของ Bone Canyon Trail
- วันที่มีคำเตือนไฟป่า: ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 14 ตุลาคม 2026 ระบุว่าอุทยานอาจปิดทั้งวันเมื่อมีคำเตือน Red Flag Warning ควรเช็กประกาศของ Angeles District ก่อนออกเดินทาง
- โปโล: ทุกสุดสัปดาห์เดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม วันเสาร์ 14:00–17:00 น. วันอาทิตย์ 10:00–13:00 น. ชมฟรีแต่ต้องจ่ายค่าจอดรถ
- สุนัข: ต้องจูงสายยาวไม่เกิน 6 ฟุต เข้าได้ในเขตประวัติศาสตร์และเส้นทาง Inspiration Loop
- ปิกนิก: ไม่ต้องจองสำหรับกลุ่มเล็ก กลุ่ม 25 คนขึ้นไปต้องกรอกแบบฟอร์ม การถ่ายทำหรือถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ต้องขอใบอนุญาต
บ้านและคอกม้าไม่เหลือให้เข้าชมแล้ว ข้อมูลอาจเปลี่ยนตามงานฟื้นฟูและสภาพอากาศ ควรตรวจสอบกับอุทยานก่อนเดินทาง อ่านบ้านคนดังในแคลิฟอร์เนียอีกแห่งได้ที่ Hearst Castle หรือดูทั้งหมดในหมวดบ้านและสวนคนดังทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
Will Rogers Ranch อยู่ที่ไหน ยังเข้าชมได้ไหมหลังไฟป่า?
Will Rogers Ranch หรือ Will Rogers State Historic Park อยู่ที่ 1501 Will Rogers State Park Road ย่าน Pacific Palisades เมือง Los Angeles รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังปิดไป 10 เดือนเพราะไฟป่า สวนเปิดอีกครั้งแบบจำกัดพื้นที่ตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2025 ทุกวัน 8:00 น. ถึงพระอาทิตย์ตก เปิดสนามโปโล สนามหญ้าหลัก และลานปิกนิก แต่บ้านและคอกม้าถูกไฟเผาไปแล้ว
บ้านของ Will Rogers ถูกไฟไหม้หมดหรือไม่ อะไรรอดบ้าง?
California State Parks ระบุว่าไฟป่า Palisades Fire เผาบ้าน 31 ห้อง คอกม้า และอาคารอื่นหลายหลังของ Will Rogers Ranch บ้านรับรองแขกที่เป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกับโรงตีเหล็กเสียหาย ส่วนป้อมประตู บ้านหัวหน้าคนงาน และสนามโปโลเสียหายเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ขนของกว่า 150 ชิ้นออกมาก่อนไฟถึงบ้าน รวมเครื่องพิมพ์ดีดของ Will Rogers งานศิลปะ และของตกทอดของครอบครัว
ค่าเข้า Will Rogers State Historic Park เท่าไร?
การเข้า Will Rogers Ranch ไม่มีค่าเข้าแยก แต่เก็บค่าจอดรถ หน้าเว็บของ California State Parks ที่ตรวจเมื่อ 22 ต.ค. 2026 ระบุค่าจอดรถ 12 ดอลลาร์สหรัฐต่อคันต่อวัน รถบัสเล็ก 50 ดอลลาร์ และรถบัสใหญ่ 125 ดอลลาร์ ส่วนเอกสารข้อมูลอุทยานเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุแบบรายชั่วโมง 3 ดอลลาร์ และผู้สูงอายุทั้งวัน 11 ดอลลาร์ ราคาอาจเปลี่ยนได้
ดูโปโลที่ Will Rogers Ranch ได้เมื่อไร?
หน้าเว็บของอุทยานระบุว่า Will Rogers Polo Club แข่งโปโลทุกสุดสัปดาห์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ยกเว้นวันหยุด Memorial Day, 4 กรกฎาคม และ Labor Day วันเสาร์ 14:00–17:00 น. วันอาทิตย์ 10:00–13:00 น. เข้าชมฟรีแต่ต้องจ่ายค่าจอดรถ สนามนี้เป็นสนามโปโลหญ้ากลางแจ้งสาธารณะแห่งสุดท้ายใน Los Angeles County
Will Rogers ซื้อที่ดินเมื่อไร และมอบให้รัฐเมื่อไร?
แผ่นพับของ California State Parks ระบุว่า Alphonzo Bell ขายที่ดินผืนแรก 200 เอเคอร์ให้ Will Rogers ในปี 1922 ครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ประจำในปี 1930 หลัง Will Rogers เสียชีวิตในปี 1935 ภรรยาชื่อ Betty มอบ Will Rogers Ranch ให้รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1944 มูลนิธิของฟาร์มระบุว่าเป็นเดือนมิถุนายน ส่วนแบบฟอร์ม NRHP ปี 1970 ระบุวันที่ 19 สิงหาคม
แหล่งอ้างอิง
- Will Rogers State Historic Park — California State Parks
- FAQs: Reopening of Will Rogers State Historic Park — California State Parks
- California's Western Ranch House — California State Parks
- Historic Stable at Will Rogers SHP — California State Parks
- Will Rogers State Historic Park brochure (Rev. 2017) — California State Parks
- National Register of Historic Places Inventory — Nomination Form: Will Rogers Western Ranch House — National Park Service
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- Disney9
- ประเทศและสถานที่
- California14สหรัฐอเมริกา341ยุโรป181นิวยอร์ก40
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ