บ้านเฮมิงเวย์ที่ Key West: ประวัติบ้านหิน สวนเขตร้อน สระว่ายน้ำ และแมวหกนิ้ว
บ้านเฮมิงเวย์ที่ Key West บ้านหินที่เฮมิงเวย์อยู่ช่วงปี 1931–1940 วันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน มีสระว่ายน้ำปี 1938 สวนเขตร้อน และแมวนิ้วเกินเกือบ 60 ตัว
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 12 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- บ้านเฮมิงเวย์ เลขที่ 907 Whitehead Street เมือง Key West เป็นบ้านที่เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ได้มาในปี 1931 และอยู่กับภรรยาคนที่สองจนถึงปี 1940 ตามเอกสารขึ้นทะเบียนของ National Park Service
- ปีที่สร้างบ้านมีสามแบบ: พิพิธภัณฑ์ระบุ 1851 เอกสาร National Register ระบุราวปี 1850 โดย Asa F. Tift ส่วนบันทึก HABS ปี 1967 พบการกล่าวถึงตัวอาคารครั้งแรกในบัญชีภาษีปี 1876
- สระว่ายน้ำสร้างช่วงปี 1937–1938 ค่าก่อสร้าง 20,000 ดอลลาร์ พิพิธภัณฑ์ระบุว่ากว้าง 24 ฟุต ยาว 60 ฟุต จุน้ำ 80,784 แกลลอน และเป็นสระเดียวในรัศมี 100 ไมล์ในทศวรรษ 1930
- พิพิธภัณฑ์มีแมวนิ้วเกิน (polydactyl) เกือบ 60 ตัว ราวครึ่งหนึ่งมีนิ้วเกินให้เห็น และทุกตัวมียีนนิ้วเกิน บางตัวสืบเชื้อสายจากแมวขาวชื่อ Snow White ที่กัปตันเรือมอบให้เฮมิงเวย์
- เปิดทุกวัน 365 วัน 9:00–17:00 น. ค่าเข้าผู้ใหญ่ 19 ดอลลาร์สหรัฐ เด็ก 6–12 ปี 7 ดอลลาร์ เด็ก 5 ปีลงมาเข้าฟรี ซื้อตั๋วที่ประตูหน้าเท่านั้นและไม่ต้องจอง (ตรวจ 21 ต.ค. 2026)
บ้านเฮมิงเวย์ หรือ Ernest Hemingway Home & Museum คือบ้านหินสองชั้นเลขที่ 907 Whitehead Street เมือง Key West รัฐฟลอริดา ที่เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 1954 ได้มาในปี 1931 และอยู่จนถึงปี 1940 วันนี้บ้านเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ทุกวัน 9:00–17:00 น. ค่าเข้าผู้ใหญ่ 19 ดอลลาร์สหรัฐ
บทความนี้พาเดินดูบ้านเฮมิงเวย์ตั้งแต่ใครสร้าง ห้องที่เขาใช้เขียนหนังสือ สวนเขตร้อน สระว่ายน้ำที่ขุดลงไปในหินปะการัง ไปจนถึงแมวนิ้วเกินเกือบ 60 ตัว โดยอ้างหน้าเว็บของพิพิธภัณฑ์ เอกสารขึ้นทะเบียน National Register of Historic Places ของ National Park Service (NPS) และบันทึก Historic American Buildings Survey (HABS) ปี 1967
เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ คือใคร ทำไมบ้านเฮมิงเวย์จึงสำคัญ
หน้าข้อมูลของมูลนิธิโนเบล ระบุว่า Ernest Miller Hemingway เกิดวันที่ 21 กรกฎาคม 1899 ที่ Oak Park รัฐ Illinois และเสียชีวิตวันที่ 2 กรกฎาคม 1961 ที่ Ketchum รัฐ Idaho เขาได้รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 1954 จากความเชี่ยวชาญในศิลปะการเล่าเรื่อง ซึ่งเห็นได้ล่าสุดใน The Old Man and the Sea (ฉบับแปลไทยชื่อ "เฒ่าผจญทะเล") และจากอิทธิพลที่มีต่อลีลาการเขียนร่วมสมัย
บ้านเฮมิงเวย์สำคัญเพราะเป็นที่ที่เขาอยู่ในช่วงทำงานหนักที่สุดช่วงหนึ่ง เอกสารขึ้นทะเบียนของ NPS จัดบ้านหลังนี้ไว้ในหมวดความสำคัญด้านวรรณกรรม และเขียนว่าช่วงที่อยู่ที่นี่เขาเขียนหนังสือหลายเล่ม เอกสารเดียวกันยังระบุว่าปีที่ Key West มีส่วนสร้างภาพลักษณ์ของเฮมิงเวย์ในฐานะนักตกปลาใหญ่ผู้แข็งแกร่ง
หน้าประวัติของพิพิธภัณฑ์ปิดท้ายว่า Key West เคยเป็นบ้านของนักเขียนและศิลปินจำนวนมาก แต่ไม่มีใครทิ้งร่องรอยไว้ลึกเท่าเฮมิงเวย์ ส่วนชื่อเล่น "Papa" เกิดในกลุ่มเพื่อนตกปลาที่คนใน Key West เรียกว่า "The Mob" ทุกคนในกลุ่มมีชื่อเล่น และชื่อ Papa ติดตัวเฮมิงเวย์ไปตลอดชีวิต
เฮมิงเวย์มาถึง Key West ได้อย่างไร
หน้าประวัติของพิพิธภัณฑ์ เล่าว่า John Dos Passos เพื่อนนักเขียนจากกลุ่มที่ใช้ชีวิตในปารีสช่วงทศวรรษ 1920 เป็นคนแนะนำให้มา เฮมิงเวย์ไม่ได้เดินทางจากปารีสตรงมาฟลอริดา แต่ผ่านกรุง Havana ประเทศคิวบา ก่อนถึง Key West ในเดือนเมษายน 1928
รถ Ford Roadster ที่ลุงของ Pauline ภรรยาคนที่สอง ซื้อให้ส่งมาช้า ร้านขายรถจึงให้ทั้งสองพักในอพาร์ตเมนต์เหนือโชว์รูมบนถนน Simonton ระหว่างรอราวสามสัปดาห์ เฮมิงเวย์เขียนนวนิยายสงครามที่เริ่มไว้ระหว่างเดินทางทางเรือจนจบ คือ A Farewell to Arms ซึ่งรายชื่อผลงานของพิพิธภัณฑ์ลงปี 1929
ไม่นานเขารู้จัก Charles Thompson เจ้าของร้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งพาเขาไปตกปลาเกมขนาดใหญ่ เอกสารของ NPS เสริมว่าในสี่ปีแรกทั้งคู่เช่าบ้านหลายหลังในเมือง ก่อนได้บ้านเฮมิงเวย์หลังนี้มาเป็นของตัวเองในปี 1931
บ้านเฮมิงเวย์สร้างเมื่อไร และใครเป็นคนสร้าง
ปีที่สร้างบ้านเฮมิงเวย์เป็นเรื่องที่แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน เราจึงแสดงทั้งสามแบบ
- พิพิธภัณฑ์ เขียนในหน้าประวัติว่าบ้านสร้างในปี 1851 แบบ Spanish Colonial ด้วยหินที่สกัดจากที่ดินผืนนี้เอง
- เอกสาร National Register ของ NPS ระบุว่า Asa F. Tift เจ้าของท่าเรือรายใหญ่แห่งหนึ่งของ Key West ในศตวรรษที่ 19 สร้างบ้านราวปี 1850
- บันทึก HABS เลขที่ FL-179 ที่จัดทำในเดือนกรกฎาคม 1967 (หน้าประวัติอาคาร) ระบุว่า Tift ซื้อที่ดินในปี 1850 แต่การกล่าวถึงตัวอาคารครั้งแรกอยู่ในบัญชีภาษีของ Monroe County ปี 1876 ความเชื่อที่เล่าต่อกันว่าสร้างก่อนสงครามกลางเมืองอเมริกา ขณะที่นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นคนหนึ่งเขียนในปี 1951 ว่าสร้างหลังสงคราม
HABS ยังระบุว่าไม่พบบันทึกชื่อสถาปนิก แต่มีความเป็นไปได้สูงว่า William Kerr ช่างก่อสร้างที่สร้างอาคารหินหลายหลังในเมือง เป็นผู้ออกแบบ หลังกองมรดกของ Tift ขายทอดตลาดในปี 1903 บ้านเปลี่ยนมือหลายครั้งจนถึงปี 1931
ส่วนการได้บ้านมา พิพิธภัณฑ์เขียนว่าลุง Gus ของ Pauline ซื้อบ้านให้ทั้งคู่ในปี 1931 หลังใช้ชีวิตที่ Key West มาสองฤดู ขณะที่เอกสารของ NPS เขียนว่าเฮมิงเวย์ซื้อบ้านในปีนั้น
สถาปัตยกรรมของบ้านเฮมิงเวย์: หินปูนจากที่ดินและระเบียงเหล็ก
เอกสาร National Register บรรยายบ้านเฮมิงเวย์ว่าเป็นอาคารสองชั้นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยหินปูนที่ขุดจากที่ดินผืนนี้ จึงมีห้องใต้ดินเต็มชั้น ซึ่งเอกสารเรียกว่าเป็นลักษณะเฉพาะในย่านนั้น ผนังด้านนอกฉาบปูน เน้นมุมอาคารด้วยหินมุม (quoin) และมีหินหัวโค้ง (keystone) เหนือประตูหน้าต่าง หลังคาแบน มีกำแพงเตี้ยล้อมขอบ
รอบบ้านทั้งสี่ด้านมีระเบียงสองชั้นใต้กันสาดโลหะลูกฟูก เสาเหล็กหล่อมีร่องและหัวเสาลายใบอะแคนทัส ราวระเบียงชั้นบนเป็นเหล็กดัดลายหัวใจ ช่องเปิดเป็นประตูแบบ French door และหน้าต่างบานเลื่อนขึ้นลง ทุกบานมีบานเกล็ดยาวเต็มบานที่เปิดปิดได้ หน้าต่างสูงเกือบจากพื้นถึงเพดาน และทุกห้องเปิดออกสู่ระเบียงได้
พิพิธภัณฑ์เล่าว่าตอนที่เฮมิงเวย์ได้บ้านมา บ้านทรุดโทรมมาก ทั้งคู่บูรณะและปรับปรุงครั้งใหญ่ช่วงต้นทศวรรษ 1930 จนบ้านมีสภาพอย่างที่เห็นวันนี้

ภายในบ้านเฮมิงเวย์: ห้องต่าง ๆ และของที่เล่าเรื่องเจ้าของ
ผังบ้านเป็นแบบมีโถงกลาง เอกสาร National Register ระบุว่าชั้นล่างฝั่งซ้ายของทางเข้าเป็นห้องอาหาร ด้านหลังเป็นห้องเตรียมอาหารและครัว ฝั่งขวาเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ บันไดขึ้นชั้นบนอยู่ขวามือของทางเข้า และห้องนอนใหญ่ชั้นบนมีขนาดเท่าห้องนั่งเล่น
หน้าแรกของเว็บพิพิธภัณฑ์เล่าว่าห้องนั่งเล่นเดิมมีผนังกั้นตรงกลาง และตรงที่เคยเป็นหน้าต่าง วันนี้เป็นผนังจัดแสดงเรือ Pilar กับภาพการตกปลาของเฮมิงเวย์ หน้าประวัติระบุว่าเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นในบ้านเฮมิงเวย์เป็นของเก่าจากยุโรปที่ทั้งคู่สะสมระหว่างอยู่ที่นั่น ส่วนหัวสัตว์และหนังสัตว์เป็นของที่ระลึกจากการซาฟารีในแอฟริกาและการล่าสัตว์ทางตะวันตกของสหรัฐฯ
หน้าเรื่องเรือ Pilar ของพิพิธภัณฑ์เล่าว่าเฮมิงเวย์สั่งต่อเรือยอชต์ยาว 38 ฟุตจากอู่ Wheeler ในปี 1934 ราคา 7,500 ดอลลาร์ และจอดที่ Navy Yard ห่างบ้านไม่กี่ช่วงตึก ตัวเรือจริงวันนี้จัดแสดงที่ Finca Vigía บ้านของเขาในคิวบา ไม่ได้อยู่ที่ Key West
ห้องทำงานเหนือ pool house: งานเขียนที่เกิดในบ้านเฮมิงเวย์
ห้องเขียนหนังสืออยู่ชั้นบนของ pool house อาคารหินหลังคาทรงแมนซาร์ดที่สร้างเพิ่มด้านหลัง เอกสารของ NPS ระบุว่าเดิมมีสะพานทางเดินจากระเบียงห้องนอนใหญ่ข้ามไปถึงห้องทำงาน ซึ่งหายไปหลายปีแล้ว ตัวห้องเป็นห้องโล่งปูกระเบื้อง ขึ้นทางบันไดเหล็กดัดด้านตะวันตก เอกสารระบุว่าเฮมิงเวย์ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเขียนหนังสือในห้องนี้
NPS เตือนว่าเฮมิงเวย์มักไปเขียนที่ Havana ด้วย จึงบอกไม่ได้แน่ชัดว่าเล่มไหนเขียนที่บ้านเฮมิงเวย์ แต่ระบุว่าน่าจะทำงานกับเล่มเหล่านี้ที่นี่
- Death in the Afternoon (รายชื่อผลงานของพิพิธภัณฑ์ลงปี 1932)
- God Rest You Merry Gentlemen และ Winner Take Nothing
- Green Hills of Africa (1935)
- To Have and Have Not (1937) นวนิยายที่มีฉากเป็น Key West ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งพิพิธภัณฑ์ระบุว่าคนในเมืองหลายคนกลายเป็นตัวละคร
- For Whom the Bell Tolls (1940) ที่ NPS ระบุว่าอาจเขียนบางส่วนที่นี่
NPS ยังระบุว่าเรื่องสั้น "The Snows of Kilimanjaro" และ "A Way You'll Never Be" เขียนใน pool house หลังนี้

สวนเขตร้อนของบ้านเฮมิงเวย์บนที่ดินไม่ถึง 1 เอเคอร์
สวนคือส่วนที่ทำให้บ้านเฮมิงเวย์ดูต่างจากบ้านในเมือง เอกสาร National Register ระบุว่าที่ดินกว้าง 190 x 197 ฟุต (ราว 58 x 60 เมตร) น้อยกว่า 1 เอเคอร์เล็กน้อย อยู่มุมถนน Olivia กับ Whitehead ล้อมด้วยกำแพงอิฐสูง 6 ฟุต ประตูเหล็กดัด และพุ่มไม้เขตร้อนหนาจนมองจากถนนแทบไม่เห็นตัวบ้าน
ไม้พุ่มและไม้ต้นรอบบ้านมีหลายชนิด เอกสารเดียวกันระบุว่าหลายต้นเฮมิงเวย์นำมาจาก Havana และจากแอฟริกา ทางเดินหน้าบ้านมีสระน้ำวงกลมเล็ก ๆ กับน้ำพุรูปดอกทิวลิปคั่นกลาง ลานตะวันตกมีกระถางน้ำพุที่มีรูปทรงเหมือนเรือรบ monitor ของยุคสงครามกลางเมือง และลานข้าง pool house ปูด้วยกระเบื้องจากทำเนียบประธานาธิบดีคิวบา
ทั้งพิพิธภัณฑ์และ NPS ไม่ได้ระบุชื่อผู้ออกแบบสวน หน้า Our Garden & Grounds ของพิพิธภัณฑ์ชวนผู้มาเยือนเดินรอบสระช้า ๆ และสูดกลิ่นดอกการ์ดีเนียที่บานริมขอบสระ

พรรณไม้ที่พิพิธภัณฑ์ระบุว่าอยู่ในสวนบ้านเฮมิงเวย์
ส่วน "The Flora of the Hemingway Home" ในหน้า Our Garden & Grounds แสดงภาพพรรณไม้ 12 ชนิดในสวน (ชื่อไทยในวงเล็บเฉพาะชนิดที่มีชื่อเรียกแพร่หลาย)
- African Tulip (แคแสด) และ Royal Poinciana (หางนกยูงฝรั่ง) ไม้ต้นดอกสีส้มแดง
- Hibiscus (ชบา), Red Mimosa และ Angel's Trumpet
- Bromeliad (สับปะรดสี), Caladium (บอนสี) และ Dieffenbachia (สาวน้อยประแป้ง) ไม้ใบใต้ร่มไม้
- Copper Plant, Chenille, Bleeding Hearts และ Star Jasmine
รายชื่อนี้มาจากคำบรรยายภาพบนหน้าเว็บของพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่บัญชีพรรณไม้ทั้งหมดของสวน
สระว่ายน้ำของบ้านเฮมิงเวย์: ขุดลงไปในหินปะการัง
หน้าสวนและสระของพิพิธภัณฑ์ เล่าว่าเฮมิงเวย์เป็นคนวางแผนสระเอง แต่ระหว่างที่เขาไปเป็นผู้สื่อข่าวสงครามกลางเมืองสเปน Pauline เป็นผู้คุมการก่อสร้างช่วงปี 1937–1938 ค่าก่อสร้างรวม 20,000 ดอลลาร์ตามค่าเงินปี 1938
พิพิธภัณฑ์ระบุขนาดว่าต้องขุดหินปะการังแข็งเป็นหลุมกว้าง 24 ฟุต ยาว 60 ฟุต ลึก 10 ฟุตทางทิศใต้และ 5 ฟุตทางทิศเหนือ จุน้ำ 80,784 แกลลอน หน้าประวัติเรียกว่าเป็นสระแบบฝังดินสระแรกของ Key West และเป็นสระเดียวในรัศมี 100 ไมล์ ส่วนเอกสาร National Register ระบุว่าเป็นสระคอนกรีตยาว 65 ฟุต สร้างในปี 1938 และเป็นสระแรกบนเกาะ ความยาวจึงต่างกันระหว่าง 60 กับ 65 ฟุตตามแหล่งที่อ้าง
ตรงที่ตั้งสระเคยเป็นเวทีมวยที่เฮมิงเวย์ใช้ซ้อมชกกับนักมวยสมัครเล่นในท้องถิ่น เวทีจึงถูกย้ายไปอีกที่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงตึก

เหรียญเพนนีข้างสระ และน้ำเค็มที่ต้องเปลี่ยนทุก 2–3 วัน
ผู้มาเยือนบ้านเฮมิงเวย์วันนี้จะได้ฟังเรื่องเหรียญเพนนี พิพิธภัณฑ์เล่าว่าเฮมิงเวย์บ่นเรื่องค่าก่อสร้างจนกดเหรียญเพนนีลงบนปูนที่ยังไม่แห้งข้างสระ พร้อมพูดติดตลกว่าเอาเงินเพนนีสุดท้ายของเขาไปด้วยเลย พิพิธภัณฑ์เองบอกว่าเรื่องนี้อาจแต่งเติมขึ้น แต่มีเหรียญฝังอยู่ในปูนทางปลายสระด้านทิศเหนือจริง และชวนผู้มาเยือนตามหา
ตอนสร้างสระ Key West ยังไม่มีน้ำประปา บ้านเรือนใช้น้ำฝนที่รองเก็บไว้ในถังใต้ดิน สระจึงต้องเจาะลงไปถึงชั้นน้ำเค็มใต้ดินแล้วติดปั๊มสูบน้ำเค็มขึ้นมา พิพิธภัณฑ์ระบุว่าใช้เวลา 2–3 วันกว่าน้ำจะเต็ม หน้าร้อนน้ำเค็มอยู่ได้ราว 2–3 วันก่อนต้องปล่อยทิ้ง ขัดตะไคร่อีก 1–2 วัน แล้วเริ่มใหม่ จนทศวรรษ 1940 ที่เมืองมีน้ำประปาจึงเปลี่ยนเป็นสระน้ำจืด
กวี Elizabeth Bishop เพื่อนของ Pauline เขียนจดหมายถึง Robert Lowell ว่าสระของบ้านเฮมิงเวย์มีไฟใต้น้ำ ว่ายตอนกลางคืนเหมือนว่ายอยู่ใน "a sort of green fire" และเพื่อน ๆ ดูเหมือน "luminous frogs"
แมวหกนิ้วแห่งบ้านเฮมิงเวย์
หน้าแมวของพิพิธภัณฑ์ ระบุว่าบ้านเฮมิงเวย์เป็นบ้านของแมวนิ้วเกิน (polydactyl) เกือบ 60 ตัว แมวทั่วไปมีนิ้วเท้าหน้า 5 นิ้วและเท้าหลัง 4 นิ้ว แมวที่นี่ราวครึ่งหนึ่งมีนิ้วเกินให้เห็น แต่ทุกตัวมียีนนิ้วเกิน ตัวที่มี 4–5 นิ้วจึงยังให้กำเนิดลูกหกนิ้วได้ ส่วนใหญ่นิ้วเกินอยู่ที่เท้าหน้า บางตัวดูเหมือนสวมถุงมือที่มีนิ้วโป้ง
ที่มาตามที่พิพิธภัณฑ์เล่าคือ เฮมิงเวย์ได้แมวขาวหกนิ้วชื่อ Snow White จากกัปตันเรือคนหนึ่ง แมวบางตัวในบ้านวันนี้สืบเชื้อสายจากแมวตัวนั้น และเพราะ Key West เป็นเกาะเล็ก แมวจำนวนมากบนเกาะก็อาจเป็นญาติกัน
- แมวนิ้วเกินไม่ใช่สายพันธุ์ ลักษณะนี้เกิดได้ในแมวทุกพันธุ์และทุกสี
- เฮมิงเวย์ตั้งชื่อแมวทุกตัวตามคนดัง พิพิธภัณฑ์ยังทำตามธรรมเนียมนี้
- สัตวแพทย์ดูแลการถ่ายพยาธิ กำจัดไรหูและหมัด และฉีดวัคซีนประจำปีที่พิพิธภัณฑ์

หลังปี 1940: บ้านเฮมิงเวย์เปลี่ยนจากบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์และเอกสารของ NPS ระบุตรงกันว่าเฮมิงเวย์กับ Pauline แยกทางกันในปี 1940 และเขาย้ายไปอยู่คิวบา เอกสารของ NPS ระบุว่า Pauline ได้กรรมสิทธิ์ 51% ของที่ดินและอยู่ในบ้านต่อจนถึงปี 1950 ช่วงนั้นเธอขยาย pool house ให้มีครัว ห้องนั่งเล่น และห้องนอน
หลังปี 1950 เอกสารฉบับเดียวกันระบุว่าเฮมิงเวย์ให้เช่าบ้าน และกลับมาพักที่บ้านเฮมิงเวย์เพียงครั้งเดียวในปี 1955 ขณะที่หน้าประวัติของพิพิธภัณฑ์เขียนกว้าง ๆ ว่าเขายังแวะมา Key West ตลอดทศวรรษ 1940–1950
ปี 1961 สี่เดือนหลังเฮมิงเวย์เสียชีวิต บ้านและที่ดินถูกขายให้เจ้าของรายใหม่ บันทึก HABS ปี 1967 ระบุว่าตอนนั้นตัวบ้านใช้เป็น Ernest Hemingway Museum แล้ว เจ้าของพักอยู่ใน pool house และบ้านหลักเปิดให้ประชาชนเข้าชม
ทะเบียนมรดกของบ้านเฮมิงเวย์
บ้านเฮมิงเวย์ถูกบันทึกโดยหน่วยสำรวจอาคารประวัติศาสตร์ของรัฐบาลกลาง และขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ระดับชาติ
- กรกฎาคม 1967: HABS บันทึกบ้านในชื่อ Tift-Hemingway House (FL-179) จัดทำโดย F. Blair Reeves ภาพถ่ายและแบบสำรวจเก็บไว้ที่หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ
- 1968: รายชื่อ National Historic Landmark ของ NPS ระบุวันที่ 18 ตุลาคม 1968 สำหรับ Hemingway, Ernest, House ส่วนระบบ NPGallery ของ NPS บันทึกวันที่ 24 พฤศจิกายน 1968 ในทะเบียน National Register เลขที่ 68000023
ลำดับเหตุการณ์ของบ้านเฮมิงเวย์
ตารางนี้รวมเหตุการณ์สำคัญของบ้านเฮมิงเวย์จากทุกแหล่งที่อ้าง ปีที่แหล่งข้อมูลระบุต่างกันจะบอกไว้ในวงเล็บ
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1850 | Asa F. Tift ซื้อที่ดิน (HABS) และสร้างบ้านราวปีนี้ตามเอกสาร National Register |
| 1851 | ปีที่สร้างบ้านตามหน้าประวัติของพิพิธภัณฑ์ |
| 1876 | บัญชีภาษีของ Monroe County กล่าวถึงตัวอาคารเป็นครั้งแรก (HABS) |
| 1903 | ที่ดินในกองมรดกของ Tift ถูกขายทอดตลาด |
| เม.ย. 1928 | เฮมิงเวย์มาถึง Key West ผ่าน Havana |
| 1931 | ได้บ้านมา (พิพิธภัณฑ์: ลุง Gus ของ Pauline ซื้อให้ / NPS: เฮมิงเวย์ซื้อ) |
| 1934 | สั่งต่อเรือ Pilar ราคา 7,500 ดอลลาร์ |
| 1937–1938 | สร้างสระว่ายน้ำ ค่าก่อสร้าง 20,000 ดอลลาร์ |
| 1940 | เฮมิงเวย์ย้ายไปคิวบา Pauline อยู่บ้านต่อ |
| 1950 | Pauline เสียชีวิต บ้านถูกปล่อยเช่า |
| 1955 | ครั้งเดียวที่เฮมิงเวย์กลับมาพักที่บ้าน (NPS) |
| 1961 | เฮมิงเวย์เสียชีวิต 2 ก.ค. สี่เดือนต่อมาบ้านถูกขายให้เจ้าของรายใหม่ |
| 1967 | HABS บันทึกบ้าน ตัวบ้านเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว |
| 1968 | ขึ้นทะเบียน National Historic Landmark |
ข้อมูลการเข้าชมบ้านเฮมิงเวย์
ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 21 ต.ค. 2026 (Rates/Info และ Contact)
- ที่อยู่: 907 Whitehead Street, Key West, FL 33040
- เวลาเปิด: ทุกวัน 365 วัน 9:00–17:00 น. เดินเข้าชมได้โดยไม่ต้องนัด
- ทัวร์: รวมในค่าเข้า นำชม 20–30 นาที ออกทุก 15 นาที รอบแรก 9:15 น.
- ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 19 ดอลลาร์สหรัฐ เด็ก 6–12 ปี 7 ดอลลาร์ เด็ก 5 ปีลงมาฟรี จ่ายด้วยบัตรหรือมือถือบวกค่าธรรมเนียม 3%
- การจอง: ไม่ต้องจอง ตั๋วขายที่ประตูหน้าเท่านั้น กลุ่ม 12 คนขึ้นไปกรอกแบบฟอร์มกลุ่ม
- บทนำชมแปล: บ้านเฮมิงเวย์มีเอกสารบทนำชม 8 ภาษา คือ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เยอรมัน โปแลนด์ รัสเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลี ยังไม่มีภาษาไทย
- ติดต่อ: สำนักงาน (305) 294-1136
หน้าราคาไม่ได้ระบุกติกาการถ่ายภาพหรือการเข้าใกล้แมว ราคาและเวลาเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับพิพิธภัณฑ์อีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านบ้านและสวนของคนดังแห่งอื่นได้ที่หมวดบ้านและสวนคนดังทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
บ้านเฮมิงเวย์อยู่ที่ไหน เปิดให้เข้าชมวันไหนบ้าง?
บ้านเฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway Home & Museum) อยู่ที่ 907 Whitehead Street เมือง Key West รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา หน้าเว็บของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเปิดทุกวัน 365 วัน เวลา 9:00–17:00 น. มีทัวร์นำชม 20–30 นาที ออกทุก 15 นาที รอบแรก 9:15 น. ควรตรวจสอบกับพิพิธภัณฑ์อีกครั้งก่อนเดินทาง
ค่าเข้าชมบ้านเฮมิงเวย์เท่าไร ต้องจองล่วงหน้าหรือไม่?
ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2026 หน้าราคาของพิพิธภัณฑ์ระบุค่าเข้าชมบ้านเฮมิงเวย์สำหรับผู้ใหญ่ 19 ดอลลาร์สหรัฐ เด็กอายุ 6–12 ปี 7 ดอลลาร์ เด็ก 5 ปีลงมาเข้าฟรี จ่ายด้วยบัตรหรือมือถือมีค่าธรรมเนียม 3% ตั๋วขายที่ประตูหน้าเท่านั้นและไม่ต้องจอง ส่วนกลุ่ม 12 คนขึ้นไปให้กรอกแบบฟอร์มกลุ่ม
แมวหกนิ้วที่บ้านเฮมิงเวย์มาจากไหน?
พิพิธภัณฑ์บ้านเฮมิงเวย์ระบุว่าเฮมิงเวย์ได้แมวขาวหกนิ้วชื่อ Snow White จากกัปตันเรือคนหนึ่ง และแมวบางตัวในบ้านวันนี้สืบเชื้อสายจากแมวตัวนั้น ปัจจุบันมีแมวเกือบ 60 ตัว ราวครึ่งหนึ่งมีนิ้วเกินให้เห็น แต่ทุกตัวมียีนนิ้วเกิน แมวนิ้วเกินไม่ใช่สายพันธุ์ และพิพิธภัณฑ์ยังตั้งชื่อแมวตามคนดังแบบที่เฮมิงเวย์เคยทำ
บ้านเฮมิงเวย์สร้างเมื่อไร ใครเป็นคนสร้าง?
ปีที่สร้างบ้านเฮมิงเวย์ แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน หน้าเว็บของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าสร้างปี 1851 เอกสาร National Register ของ NPS ระบุว่า Asa F. Tift สร้างราวปี 1850 ส่วนบันทึก HABS ปี 1967 ระบุว่า Tift ซื้อที่ดินปี 1850 แต่พบการกล่าวถึงตัวอาคารครั้งแรกในบัญชีภาษีปี 1876 และไม่พบบันทึกชื่อสถาปนิก
เฮมิงเวย์เขียนหนังสือเรื่องอะไรที่ Key West?
เอกสารขึ้นทะเบียนของ NPS ระบุว่าช่วงที่อยู่บ้านเฮมิงเวย์ เขาน่าจะทำงานกับ Death in the Afternoon, Winner Take Nothing, Green Hills of Africa และ To Have and Have Not ซึ่งมีฉากเป็น Key West และอาจเขียน For Whom the Bell Tolls บางส่วน เรื่องสั้น The Snows of Kilimanjaro เขียนในห้องทำงานเหนือ pool house
แหล่งอ้างอิง
- His Life — The Ernest Hemingway Home & Museum
- Our Garden & Grounds — The Ernest Hemingway Home & Museum
- Our Cats — The Ernest Hemingway Home & Museum
- Rates/Info — The Ernest Hemingway Home & Museum
- National Register of Historic Places Inventory: Nomination Form — Ernest Hemingway House — National Park Service
- List of National Historic Landmarks by State — National Park Service
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- รัฐสภา32
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา336ยุโรป177ฝรั่งเศส81โปแลนด์16รัสเซีย38ญี่ปุ่น131
- เหตุการณ์และงาน
- รางวัลโนเบล6
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ