พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัสหลังบูรณะ 10 ปี สวนบนเขา และเวลาเปิดหน้าหนาว 2026
พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัส ในบาวาเรีย พระราชวังใหญ่หลังเดียวที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ทรงเห็นสร้างเสร็จ ถ้ำบูรณะปี 2015–2025 ค่าเข้า 11 ยูโร ฤดูหนาวปิดถ้ำ
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ในหุบเขา Graswangtal ใกล้ Ettal รัฐบาวาเรีย เริ่มจากบ้านพักเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของ Maximilian II ที่ดัดแปลงในปี 1869 ขยาย 6 ระยะจนเป็นอาคารขนาด 30 x 27 เมตร และเป็นพระราชวังขนาดใหญ่หลังเดียวที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ทรงเห็นสร้างเสร็จ
- ถ้ำวีนัส (Venusgrotte) เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยจำลองยาว 90 เมตร สูงถึง 14 เมตร สร้างปี 1875–1877 จัดฉากตามองก์แรกของอุปรากร Tannhäuser และใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนสีตั้งแต่ปี 1878–1881
- ถ้ำวีนัสผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ระหว่างปี 2015–2025 แก้ปัญหาน้ำซึมที่ทำให้โครงลวดฉาบปูนผุกร่อนมาราว 140 ปี ส่วนงานกันซึมหลังคาเสร็จในเดือนเมษายน 2025
- ค่าเข้าชมปี 2026: ตัวพระราชวัง 11 ยูโร ถ้ำวีนัส 9 ยูโร ตั๋วรวม 18 ยูโร (ถ้ำและตั๋วรวมขายเฉพาะฤดูร้อน) ผู้มีอายุไม่ถึง 18 ปีเข้าฟรี
- ช่วง 16 ตุลาคม–14 เมษายน พระราชวังเปิด 10.00–16.30 น. แต่ถ้ำวีนัสและอาคารในสวนปิดทั้งหมดยกเว้น Königshäuschen น้ำพุงดเล่น และปิดวันที่ 24, 25 และ 31 ธันวาคม
พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ (Schloss Linderhof) และถ้ำวีนัส (Venusgrotte) ในหุบเขา Graswangtal ใกล้ Ettal รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี คือพระราชวังขนาดใหญ่หลังเดียวที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียทรงเห็นสร้างเสร็จ เริ่มจากบ้านไม้หลังเล็กในปี 1869 ส่วนถ้ำวีนัสเพิ่งบูรณะครั้งใหญ่เสร็จหลังงานระหว่างปี 2015–2025 ค่าเข้าตัวพระราชวังปี 2026 คือ 11 ยูโร
บทความนี้เรียบเรียงจากเว็บไซต์ของ Bayerische Schlösserverwaltung (Bavarian Palace Department) หน่วยงานของรัฐบาวาเรียที่ดูแลพระราชวัง ชื่อพระราชวังและพระนามสะกดตามหน้าข่าวของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อมูลการเข้าชมตรวจกับหน้าเว็บทางการเมื่อ 26 ตุลาคม 2026

พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัส: สรุปก่อนไปในฤดูหนาว 2026
ผู้ที่วางแผนเที่ยวพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัส ช่วงปลายปีนี้ควรรู้ก่อนว่าฤดูกาลของที่นี่แบ่งเป็นสองช่วง และช่วงที่เรากำลังอยู่คือ "ฤดูหนาว" ตามปฏิทินของผู้ดูแล
- ฤดูร้อน 15 เมษายน–15 ตุลาคม: พระราชวังเปิด 9.00–18.00 น. ถ้ำวีนัสและ Moroccan House เปิด 9.00–18.00 น. น้ำพุหน้าพระราชวังพุ่งทุกครึ่งชั่วโมง
- ฤดูหนาว 16 ตุลาคม–14 เมษายน: พระราชวังเปิด 10.00–16.30 น. ส่วนถ้ำวีนัสและอาคารในสวนปิดทั้งหมดยกเว้น Königshäuschen รูปปั้นและแจกันถูกครอบด้วยไม้ และน้ำพุงดเล่น
- วันปิด: 1 มกราคม วันอังคารก่อนเริ่มเทศกาลมหาพรต (Faschingsdienstag) และวันที่ 24, 25 และ 31 ธันวาคม
- ความสูงราว 1,000 เมตร: หน้าแรกของเว็บไซต์ เตือนว่าแม้ไม่มีหิมะก็อาจมีน้ำแข็งเกาะพื้น ควรใส่รองเท้าที่เหมาะสม และบางส่วนของสวนอาจปิดเมื่อหิมะตก

กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 กับพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ
หน้าประวัติการสร้างระบุว่ากษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ขึ้นครองราชย์ในปี 1864 และเริ่มงานก่อสร้างในปี 1867/68 ด้วยการตกแต่งห้องใน Residenz ที่มิวนิกและวางศิลาฤกษ์ปราสาทนอยชวานชไตน์ ส่วนโครงการแรกที่ลินเดอร์ฮอฟเริ่มคิดในปี 1868 ทั้งแบบพระราชวังจำลองแวร์ซายบนพื้นหุบเขาและแบบพระราชวังไบแซนไทน์ขนาดใหญ่ ไม่มีแบบใดได้สร้างจริง
แกนของงานกลับเป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ป่าไม้ (Försterhäuschen) ของ Maximilian II พระราชบิดา ซึ่งกษัตริย์เคยใช้ตั้งแต่ยังเป็นมกุฎราชกุมารเมื่อตามเสด็จไปล่าสัตว์ หน้าเว็บทางการสรุปว่าพระราชวังลินเดอร์ฮอฟที่เกิดจากการสร้างและดัดแปลงยาวนานหลายปี เป็นพระราชวังขนาดใหญ่หลังเดียวที่กษัตริย์ทรงเห็นสร้างเสร็จ
ลินเดอร์ฮอฟเป็นหนึ่งในพระราชวังของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพร้อมปราสาทนอยชวานชไตน์และพระราชวังเฮเรินคีมเซ หน้าข่าวของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่ามติมีขึ้นในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 47 ที่กรุงปารีส วันที่ 12 กรกฎาคม 2025

จากบ้านไม้สู่ "Royal Villa": การสร้าง 6 ระยะ
หน้าประวัติการสร้างแบ่งงานออกเป็น 6 ระยะ ซึ่งอธิบายว่าทำไมพระราชวังลินเดอร์ฮอฟจึงดูเล็กกว่าพระราชวังอื่นของกษัตริย์พระองค์เดียวกัน
- ปี 1869 ดัดแปลงบ้านพักเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็น "Königshäuschen" หรือบ้านหลังเล็กของกษัตริย์
- ปี 1870 ต่อปีกด้านตะวันออก ภายใต้การควบคุมของ Georg Dollmann ผู้อำนวยการก่อสร้างของราชสำนัก
- ปี 1871 ต่อปีกด้านตะวันตกให้สมมาตร และเชื่อมสองปีกด้วยห้องบรรทม เกิดเป็นอาคารรูปตัว U โครงไม้บนฐานก่ออิฐ ที่เรียกกันว่า "Almhüttenbau" (อาคารแบบกระท่อมบนเขา) ภายนอกเรียบง่าย ภายในหรูหรา
- ปี 1873 กษัตริย์ทรงอนุมัติแบบสุดท้ายในเดือนกุมภาพันธ์ หุ้มโครงไม้ด้วยผนังก่อ และทำหลังคาใหม่ผังกากบาท
- ปี 1874 วันที่ 20 มกราคม ทรงอนุมัติให้ย้าย Königshäuschen ไปตั้งที่ใหม่ แล้วสร้างปีกใต้แทนที่ พร้อมโถงทางเข้าและบันได ส่วนการตกแต่งปีกใต้เสร็จในปี 1876
- ปี 1885/86 ขยายห้องบรรทมไปทางเหนือ ต้องรื้อปรับอาคารและหลังคาช่วงกลางด้านเหนือใหม่
หน้าเดียวกันระบุว่าพระราชวังลินเดอร์ฮอฟซึ่งมีขนาด 30 x 27 เมตรถือว่าจบลงในปี 1886 พร้อมกับการสวรรคตของกษัตริย์ ซึ่งไม่ทันได้เห็นห้องบรรทมใหม่ที่เสร็จสมบูรณ์

ห้องในพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ: ห้อง Gobelin ห้องบรรทม และห้องกระจก
หน้ารายชื่อห้อง เรียงห้องตามลำดับที่ทัวร์พาชม เริ่มจากโถงทางเข้า (Vestibül) ผ่านห้อง Gobelin ฝั่งตะวันตก ห้องเล็กสีเหลือง ห้องเข้าเฝ้า (Audienzzimmer) ห้องเล็กสีม่วง ห้องบรรทม ห้องเล็กสีชมพู ห้องเสวย ห้องเล็กสีน้ำเงิน ห้อง Gobelin ฝั่งตะวันออก และปิดท้ายที่ห้องกระจก (Spiegelsaal) รวม 11 ห้อง
ห้องบรรทมเป็นห้องกลางของพระราชวังลินเดอร์ฮอฟและเป็นห้องที่ถูกขยายในระยะสุดท้าย ส่วนห้องกระจกอยู่ในปีกใต้ที่หันหน้าไปทางสระน้ำและน้ำพุใหญ่ การชมภายในทำได้เฉพาะกับทัวร์นำชม ทัวร์ละไม่เกิน 40 คน ออกทุก 5–10 นาที ใช้เวลาราว 25 นาที



ถ้ำวีนัส: ถ้ำหินงอกจำลองยาว 90 เมตรที่สร้างให้กษัตริย์พระองค์เดียว
หน้าถ้ำวีนัส อธิบายว่าถ้ำในสวนพระราชวังลินเดอร์ฮอฟแห่งนี้เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยจำลอง สร้างเสร็จในสองปีระหว่าง 1875–1877 ยาว 90 เมตร สูงถึง 14 เมตร นับเป็นถ้ำเทียมที่ใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 19 และสร้างให้กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ใช้เพียงพระองค์เดียว ผู้สร้างคือ Georg Dollmann ร่วมกับ August Dirigl ช่างปั้นภูมิทัศน์
กษัตริย์ทรงใช้ถ้ำเป็นเวทีส่วนพระองค์ ฉากในถ้ำทำตามคำกำกับเวทีขององก์แรกในอุปรากร Tannhäuser ของ Richard Wagner และยังจำลองถ้ำสีน้ำเงิน (Blue Grotto) บนเกาะคาปรี ซึ่งกษัตริย์ไม่เคยเสด็จไป แต่ทรงรู้จักจากบันทึกการเดินทาง ภาพเขียน และฉากละคร
ระหว่างปี 1878–1881 ถ้ำได้ระบบไฟฟ้าที่ล้ำสมัยในยุคนั้น ใช้แผ่นกระจกสีเปลี่ยนได้เพื่อให้ถ้ำเป็นสีแดงสำหรับฉาก Venusberg หรือสีน้ำเงินที่กษัตริย์โปรด หน้าบูรณะระบุว่ามีการสร้างโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้ายุคแรกของโลกเพื่อการนี้ ส่วนหน้าสวนระบุว่าใช้ไดนาโมรุ่นแรกของบริษัท Siemens-Schuckert

บูรณะถ้ำวีนัส 2015–2025: น้ำซึม 140 ปี และค้างคาวในถ้ำ
ตามหน้าการบูรณะ ปัญหาความชื้นเกิดขึ้นตั้งแต่ถ้ำเพิ่งสร้างเสร็จ จึงต้องสร้างหลังคาคลุมถ้ำหลักในปี 1889/90 แต่น้ำใต้ดินยังซึมผ่านผนังหินปูนหนา 1.70 เมตร โดยเฉพาะหลังฝนหนักและหิมะละลาย ราว 140 ปีต่อมา ผิวถ้ำที่ทำจากโครงลวดฉาบปูนจึงผุกร่อน ต้องติดตาข่ายกันร่วงตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และเพิ่มนั่งร้านกันภัยในปี 1997
งานบูรณะประกอบด้วยกำแพงกันน้ำใต้ดินด้านเหนือ ระบบระบายน้ำ หลังคากันซึมแบบหลังคาเขียว ระบบปรับอากาศให้ความชื้นรอบผิวถ้ำอยู่ที่ 80% การซ่อมผิวถ้ำ หินงอกหินย้อย ภาพเขียนขนาดใหญ่ฉากวีนัส เรือรูปหอยปิดทอง และบัลลังก์ รวมถึงไฟสีตามแนวคิดเดิม งานต้องดูแลค้างคาวที่อาศัยในถ้ำ เช่น lesser horseshoe bat (Kleine Hufeisennase) โดยออกแบบท่อทางบินเข้าออกใหม่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านค้างคาว
| ช่วงงาน | ปี |
|---|---|
| เตรียมพื้นที่และทางเข้า | สิงหาคม 2015–2016 |
| กำแพงกันน้ำใต้ดิน | 2015 |
| ห้องเครื่องและห้องบริการ | 2016–2024 |
| รื้อหลังคาเดิม | 2016–2018 |
| ซ่อมผิวถ้ำด้านใน | 2018–2024 |
| กันซึมโดมและหลังคาเขียว | 2021–เมษายน 2025 |
สำนักงานท่องเที่ยว Ammergauer Alpen ระบุว่าถ้ำปิดเกือบเก้าปี และกลับมาสวยงามดังเดิมตั้งแต่ปี 2025

สวนพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ: แวร์ซายที่ไม่ได้สร้างกับสวนบนภูเขา
หน้าประวัติสวนเล่าว่ากษัตริย์ทรงต้องการจำลองพระราชวังและสวนแวร์ซายของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ แต่แม้แบบย่อส่วนที่ Carl von Effner ผู้อำนวยการสวนของราชสำนักวาดในปี 1868 ก็ยังยาวราว 1.2 กิโลเมตร ใหญ่เกินหุบเขาแคบแห่งนี้ เมื่อกษัตริย์ทรงซื้อเกาะ Herrenwörth ในทะเลสาบ Chiemsee ในปี 1873 โครงการแวร์ซายจึงย้ายไปที่นั่น
สวนพระราชวังลินเดอร์ฮอฟที่เห็นวันนี้มีสระน้ำหน้าห้องกระจกพร้อมน้ำพุสูงราว 25 เมตร ด้านใต้เป็นสวนขั้นบันไดสามชั้นที่มีวิหารทรงกลมอยู่บนสุด และต้นลินเดนอายุราว 300 ปีที่กษัตริย์ทรงสั่งไม่ให้โค่น ด้านเหนือเป็นน้ำตกขั้นบันไดหินอ่อนกว่า 30 ขั้น มีน้ำพุ Neptune อยู่ล่างสุดและศาลาดนตรีอยู่บนสุด ถัดออกไปเป็นสวนภูมิทัศน์ที่ค่อย ๆ กลืนเข้ากับป่าสนและบีชของเทือกเขา Ammergau
งานสร้างเร่งมากจนบางช่วงมีคนงานถึง 180 คน และต้นไม้ได้ปุ๋ยมูลวัวถึงปีละ 100 คันรถ สวนเสร็จในปี 1880 หน้าเว็บทางการยกให้เป็นตัวอย่างสวนยุค Historicism ที่รวมแปลงแบบบาโรก สวนขั้นบันไดแบบเรอเนซองส์ และสวนภูมิทัศน์แบบอังกฤษ



อาคารในสวน: Moorish Kiosk, Moroccan House และ Hunding's Hut
ทางเดินระหว่างอาคารในสวนพระราชวังลินเดอร์ฮอฟชันถึง 20% และถ้ำวีนัสอยู่สูงกว่าตัวพระราชวัง 50 เมตร ตามหน้าผังสวน
- Maurischer Kiosk (Moorish Kiosk): หน้าทางการ ระบุว่าสร้างสำหรับงานแสดงสินค้าโลกที่ปารีสปี 1867 กษัตริย์ทรงซื้อในปี 1876 และตกแต่งด้วยโคมระย้า น้ำพุหินอ่อน และบัลลังก์นกยูง ขณะนี้อยู่ระหว่างซ่อมผนังด้านนอกและหลังคา ถูกนั่งร้านคลุม ชมไม่ได้ทั้งในและนอก ผู้ดูแลหวังจะเปิดภายในได้อีกครั้งเมื่อเริ่มฤดูกาลปี 2028
- Marokkanisches Haus (Moroccan House) และ Hundinghütte (Hunding's Hut) กับ Einsiedelei des Gurnemanz: เดิมกษัตริย์ทรงให้สร้างในป่าห่างไปทางตะวันตกไม่กี่กิโลเมตรในปี 1876 และ 1878 ภายหลังสร้างขึ้นใหม่ในสวนลินเดอร์ฮอฟ เปิดเฉพาะฤดูร้อน
- Königshäuschen: บ้านหลังแรกที่ถูกย้ายออกไป ปัจจุบันเป็นนิทรรศการ และเป็นอาคารในสวนหลังเดียวที่เปิดในฤดูหนาว



ลำดับเหตุการณ์ของพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัส และสวน
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1864 | กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ขึ้นครองราชย์ |
| 1868 | โครงการแรกที่ลินเดอร์ฮอฟ และแบบสวนแวร์ซายย่อส่วนของ Carl von Effner |
| 1869 | ดัดแปลงบ้านพักเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็น Königshäuschen (ระยะที่ 1) |
| 1870–1871 | ต่อปีกตะวันออกและตะวันตก เกิดอาคารรูปตัว U (ระยะที่ 2–3) |
| 1872 | เริ่มสวนแปลงด้านตะวันออกและตะวันตก |
| 1873 | อนุมัติแบบสุดท้าย หุ้มอาคารด้วยผนังก่อ โครงการแวร์ซายย้ายไป Herrenwörth |
| 1874 | ย้าย Königshäuschen สร้างปีกใต้ และแบบสวนของ Effner เสร็จ |
| 1875–1877 | สร้างถ้ำวีนัส |
| 1876 | กษัตริย์ทรงซื้อ Moorish Kiosk |
| 1878–1881 | ติดตั้งไฟฟ้าเปลี่ยนสีในถ้ำวีนัส |
| 1880 | สวนและอุทยานเสร็จ |
| 1885–1886 | ขยายห้องบรรทม งานจบลงเมื่อกษัตริย์สวรรคตในปี 1886 |
| 1889–1890 | สร้างหลังคาคลุมถ้ำหลัก |
| 2015–2025 | บูรณะถ้ำวีนัสครั้งใหญ่ |
| 12 กรกฎาคม 2025 | ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพร้อมพระราชวังอื่นของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 |
| 2028 | ผู้ดูแลหวังเปิดภายใน Moorish Kiosk อีกครั้ง |
ภาพบันทึก
ภาพเพิ่มเติมของพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัส และอาคารในสวน ทั้งภาพเก่าและภาพปัจจุบัน






ข้อมูลการเข้าชมพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัส ปี 2026
ข้อมูลจากหน้าเวลาเปิดและหน้าค่าเข้าชมทางการ ตรวจเมื่อ 26 ตุลาคม 2026 ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง
| ส่วนที่ชม | 15 เม.ย.–15 ต.ค. | 16 ต.ค.–14 เม.ย. | ค่าเข้า (ปกติ/ลด) |
|---|---|---|---|
| ตัวพระราชวัง | 9.00–18.00 น. | 10.00–16.30 น. | 11 / 10 ยูโร |
| ถ้ำวีนัส | 9.00–18.00 น. | ปิด | 9 / 8 ยูโร |
| ตั๋วรวมพระราชวังและถ้ำ | ขายเฉพาะฤดูร้อน | ไม่ขาย | 18 / 16 ยูโร |
| Königshäuschen | 11.00–18.00 น. | อาทิตย์และวันหยุด 12.00–16.30 น. และทุกวันช่วงปิดเทอมของบาวาเรีย | 2 / 1 ยูโร |
| Moroccan House, Hunding's Hut, Einsiedelei | 9.00–18.00 น. / 11.00–18.00 น. | ปิด | ไม่ต้องใช้ตั๋ว |
| ช่องขายตั๋ว | 8.30–17.30 น. | 9.30–16.00 น. | – |
- ผู้มีอายุไม่ถึง 18 ปีเข้าฟรี เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีต้องมากับผู้ใหญ่ ตั๋วแบบลดราคาต้องแสดงหลักฐานตัวจริง ตั๋วคืนหรือเปลี่ยนไม่ได้
- ซื้อตั๋วพระราชวังลินเดอร์ฮอฟได้ที่ช่องขายตั๋วหรือร้านค้าออนไลน์ซึ่งมีตั๋วบางส่วน ผู้ถือตั๋วออนไลน์เดินไปทางเข้าพระราชวังได้เลย
- เดินทาง: นั่งรถไฟไปสถานี Oberammergau แล้วต่อรถบัสสาย 9622 ไป Linderhof หรือรถบัสสาย 9624 จาก Oberau หรือ Reutte ผู้ขับรถใช้ A95 และ B2 ไป Oberau แล้วต่อ B23 ไป Ettal และ ST2060 มีที่จอดรถเสียเงิน 550 คัน
- ช่วงตุลาคม–เมษายนควรติดอุปกรณ์สำหรับถนนหน้าหนาว ถนน Plansee ระหว่างลินเดอร์ฮอฟกับ Reutte ในออสเตรียอาจปิดเพราะเสี่ยงหิมะถล่ม
อ่านเรื่องพระราชวังและปราสาทอื่นที่เปิดให้ชมได้ในหมวดบ้านและสวน รวมถึงปราสาทนอยชวานชไตน์ ซึ่งกษัตริย์องค์เดียวกันทรงสร้างห่างออกไปไม่ไกล
คำถามที่พบบ่อย
พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัส เปิดให้ชมช่วงฤดูหนาวหรือไม่?
ตัวพระราชวังลินเดอร์ฮอฟเปิดทุกวันช่วง 16 ตุลาคม–14 เมษายน เวลา 10.00–16.30 น. แต่ถ้ำวีนัสปิดตลอดฤดูหนาว เช่นเดียวกับอาคารในสวนทุกหลังยกเว้น Königshäuschen น้ำพุงดเล่นและรูปปั้นถูกครอบด้วยไม้ ทั้งพื้นที่ปิดวันที่ 1 มกราคม วันอังคารก่อนเริ่มเทศกาลมหาพรต และวันที่ 24, 25 และ 31 ธันวาคม
ค่าเข้าชมพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ถ้ำวีนัส ปี 2026 เท่าไร?
หน้าค่าเข้าชมปี 2026 ของ Bayerische Schlösserverwaltung ระบุว่าตัวพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ 11 ยูโร (ลดเหลือ 10 ยูโร) ถ้ำวีนัส 9 ยูโร (ลดเหลือ 8 ยูโร) ตั๋วรวมพระราชวังและถ้ำ 18 ยูโร (ลดเหลือ 16 ยูโร) โดยถ้ำและตั๋วรวมขายเฉพาะฤดูร้อน ผู้มีอายุไม่ถึง 18 ปีเข้าฟรี ควรตรวจราคาอีกครั้งก่อนเดินทาง
ถ้ำวีนัสที่พระราชวังลินเดอร์ฮอฟคืออะไร?
ถ้ำวีนัส (Venusgrotte) คือถ้ำหินงอกหินย้อยจำลองยาว 90 เมตร สูงถึง 14 เมตร ที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ทรงให้สร้างในสวนพระราชวังลินเดอร์ฮอฟระหว่างปี 1875–1877 จัดฉากตามองก์แรกของอุปรากร Tannhäuser ของ Richard Wagner และได้แรงบันดาลใจจากถ้ำสีน้ำเงินบนเกาะคาปรี มีระบบไฟฟ้าเปลี่ยนสีที่ล้ำสมัยในยุคนั้น
เข้าชมพระราชวังลินเดอร์ฮอฟต้องเข้าพร้อมไกด์หรือไม่?
ต้องเข้าพร้อมไกด์ หน้าเวลาเปิดทางการระบุว่าการชมตัวพระราชวังและถ้ำวีนัสทำได้เฉพาะกับทัวร์นำชมภาษาเยอรมันหรืออังกฤษ ทัวร์ในพระราชวังรอบละไม่เกิน 40 คน ออกทุก 5–10 นาที ใช้เวลาราว 25 นาที ส่วนทัวร์ถ้ำรอบละไม่เกิน 50 คน ออกทุก 20 นาที ใช้เวลาราว 15 นาที
เดินทางไปพระราชวังลินเดอร์ฮอฟอย่างไร?
พระราชวังลินเดอร์ฮอฟอยู่ในหุบเขา Graswangtal ใกล้เมือง Ettal หน้าการเดินทางทางการแนะนำให้นั่งรถไฟไปสถานี Oberammergau แล้วต่อรถบัสสาย 9622 ไป Linderhof หรือขับรถผ่านทางหลวง A95 และ B2 ไป Oberau แล้วต่อ B23 และ ST2060 ช่วงตุลาคม–เมษายนควรใช้อุปกรณ์สำหรับถนนหน้าหนาว
แหล่งอ้างอิง
- Schloss Linderhof: Entstehungsgeschichte — Bayerische Schlösserverwaltung
- Restaurierung der Venusgrotte im Schlosspark in den Jahren 2015 bis 2025 — Bayerische Schlösserverwaltung
- Park Linderhof: Entwicklung und Bedeutung der Garten- und Parkanlage — Bayerische Schlösserverwaltung
- Öffnungszeiten und regelmäßige Führungen — Bayerische Schlösserverwaltung
- Eintrittspreise 2026 — Bayerische Schlösserverwaltung
- UNESCO ขึ้นทะเบียน “ปราสาทนอยชวานชไตน์” ปราสาทเทพนิยายในเยอรมนีเป็นมรดกโลก พร้อมพระราชวังอีก 2 แห่งในรัฐบาวาเรีย — สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- Bayerische Schlösserverwaltung2Siemens6
- ประเทศและสถานที่
- สหราชอาณาจักร227เยอรมนี124
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ