ปราสาทนอยชวานชไตน์ของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย: ห้องบัลลังก์ และ Marienbrücke
ปราสาทนอยชวานชไตน์ ที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียทรงสร้างตั้งแต่ปี 1869 เปิดให้ชมหลังปี 1886 ขึ้นทะเบียนมรดกโลกปี 2025 ค่าเข้าชม 21 ยูโร พร้อมวิธีซื้อตั๋ว
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- ปราสาทนอยชวานชไตน์ วางศิลาฤกษ์วันที่ 5 กันยายน 1869 ส่วนอาคาร Palas ยกโครงหลังคาเสร็จ 29 มกราคม 1880 และกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 เสด็จมาประทับในห้องที่เสร็จแล้วครั้งแรกเดือนพฤษภาคม 1884
- ปราสาทเปิดให้ประชาชนชมเจ็ดสัปดาห์หลังกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 สวรรคตในปี 1886 หน้าเว็บของ Bavarian Palace Department ระบุว่ามีผู้มาชมปีละ 1.4 ล้านคน และช่วงฤดูร้อนราววันละ 6,000 คน (หน้าเว็บที่บันทึกไว้เดือนกันยายน 2026)
- UNESCO ขึ้นทะเบียน The Palaces of King Ludwig II of Bavaria ซึ่งรวมปราสาทนอยชวานชไตน์ Linderhof, Schachen และ Herrenchiemsee เป็นมรดกโลกในปี 2025 ตามเกณฑ์ข้อ (iv)
- ค่าเข้าชมปี 2026 คือ 21 ยูโร (ลดราคา 20 ยูโร) ผู้อายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรีแต่ต้องมีตั๋ว ซื้อออนไลน์มีค่าจอง 2.50 ยูโร และชมได้เฉพาะกับทัวร์นำชมราว 30 นาทีตามเวลาบนตั๋ว
ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein) คือปราสาทบนสันเขาเหนือหมู่บ้าน Hohenschwangau รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียทรงสร้างเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ วางศิลาฤกษ์วันที่ 5 กันยายน 1869 เปิดให้ประชาชนชมเจ็ดสัปดาห์หลังการสวรรคตในปี 1886 ขึ้นทะเบียนมรดกโลกของ UNESCO ในปี 2025 และค่าเข้าชมปี 2026 คือ 21 ยูโร
บทความนี้เรียบเรียงจากเว็บไซต์ของ Bayerische Schlösserverwaltung (Bavarian Palace Department) หน่วยงานของรัฐบาวาเรียที่ดูแลปราสาท หน้าขึ้นทะเบียนของ UNESCO และเว็บไซต์ขายตั๋ว hohenschwangau.de ชื่อปราสาทและพระนามสะกดตามหน้าข่าวของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันที่ 22 ตุลาคม 2026 เว็บไซต์ neuschwanstein.de และ schloesser.bayern.de แสดงข้อความว่างดให้บริการชั่วคราวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเมื่อเปิดจากระบบของเรา ข้อมูลจากสองเว็บนี้จึงมาจากสำเนาหน้าทางการที่ Internet Archive บันทึกไว้ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2026
กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 กับปราสาทนอยชวานชไตน์
หน้าพระราชประวัติย่อบนเว็บไซต์ของปราสาทระบุว่ากษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ประสูติวันที่ 25 สิงหาคม 1845 ที่ Schloss Nymphenburg ครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งบาวาเรียระหว่างปี 1864–1886 และสวรรคตวันที่ 13 มิถุนายน 1886 ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุ 18 พรรษา
กษัตริย์พระองค์นี้ทรงอุปถัมภ์ Richard Wagner คีตกวีที่ทรงชื่นชม หน้าเดียวกันระบุว่ามิวนิกได้เป็นเวทีรอบปฐมทัศน์ของอุปรากรของ Wagner หลายเรื่อง เริ่มจาก Tristan und Isolde ในปี 1865 ส่วนหน้าการตกแต่งภายในระบุว่าภาพเขียนในปราสาทได้แรงบันดาลใจจากอุปรากรของ Wagner ผู้ที่กษัตริย์ทรงอุทิศปราสาทให้
ปราสาทนอยชวานชไตน์เป็นหนึ่งในที่ประทับสี่แห่งที่ UNESCO ระบุว่าสร้างขึ้นภายใต้กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ระหว่างปี 1868–1886 ได้แก่ ปราสาทนอยชวานชไตน์ พระราชวัง Linderhof พร้อมสวนและอุทยาน King's House on Schachen และพระราชวังใหม่ Herrenchiemsee พร้อมสวน UNESCO อธิบายว่าทั้งหมดสร้างเป็นที่ประทับส่วนพระองค์และที่ปลีกพระองค์ ส่วนหน้าพระราชประวัติระบุว่านับจากการสวรรคต มีผู้มาชมพระราชวังเหล่านี้แล้วกว่า 130 ล้านคน
ที่มาของปราสาทนอยชวานชไตน์: จาก Hohenschwangau สู่สันเขา Jugend
หน้าที่มาของปราสาท เล่าว่า Maximilian II พระราชบิดา ทรงให้บูรณะซากปราสาท Schwanstein ตั้งแต่ปี 1832 ในแบบโกธิก กลายเป็นปราสาท Hohenschwangau ที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ประทับในวัยเยาว์ ผนังตกแต่งด้วยภาพตำนานยุคกลาง รวมทั้งตำนานอัศวินหงส์ Lohengrin ส่วนหงส์เป็นสัตว์ประจำตราของเคานต์แห่ง Schwangau ซึ่งกษัตริย์ทรงถือว่าพระองค์เป็นผู้สืบทอด
บนสันเขาแคบชื่อ "Jugend" ริมหุบผา Pöllat มีซากปราสาทเล็กสองหลัง คือ Vorder- และ Hinterhohenschwangau ที่นี่คือที่ที่กษัตริย์ทรงวางแผนสร้าง "ปราสาท Hohenschwangau ใหม่" หน้าเว็บทางการระบุว่าชื่อ "Neuschwanstein" หรือปราสาทนอยชวานชไตน์ เพิ่งใช้หลังการสวรรคต
ในจดหมายที่ทรงเขียนถึง Wagner กษัตริย์ทรงบอกว่าจะสร้างปราสาทใหม่ "ในแบบปราสาทอัศวินเยอรมันโบราณ" และทรงบรรยายทำเลว่าเป็น "one of the most beautiful to be found" (หนึ่งในที่ที่งามที่สุดเท่าที่จะหาได้) จากนั้นในปี 1867 กษัตริย์เสด็จเยือนปราสาท Wartburg ที่เพิ่งบูรณะ ห้อง Singers' Hall ที่นั่นจึงกลายเป็นแม่แบบหลักของปราสาทใหม่
ใครออกแบบปราสาทนอยชวานชไตน์
ภาพร่างแรกมาจาก Christian Jank นักวาดฉากละครในมิวนิก ส่วนผู้แปลงภาพให้เป็นแบบก่อสร้างคือ Eduard Riedel สถาปนิกของรัฐ หน้า Historicism ระบุว่าตามพระราชประสงค์ Jank เปลี่ยนแบบเดิมที่เป็นปราสาทโจรอัศวินสไตล์โกธิกตอนปลาย ให้เป็นปราสาทแบบ "โรมาเนสก์" ขนาดใหญ่ มีอาคาร Palas สูงห้าชั้นตามแบบ Palas ของ Wartburg
หน้าเดียวกันย้ำว่าปราสาทนอยชวานชไตน์ไม่ได้ลอกแบบอาคารใด แต่เป็นตัวอย่างของแนว Historicism ที่รวมลวดลายจาก Wartburg กับภาพปราสาทในหนังสือยุคกลาง จดหมายของ Düfflipp เลขานุการราชสำนัก ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 1871 อธิบายว่าพระราชประสงค์คือแบบโรมาเนสก์ แต่ต้องใช้ความก้าวหน้าทางศิลปะและวิทยาศาสตร์ของยุคนั้นด้วย
เมื่อ Georg Dollmann รับงานต่อจาก Riedel ในปี 1874 รายละเอียดภายนอกหลายส่วนถูกตัดออก ต่อมา Julius Hofmann สร้างส่วนที่เหลือระหว่างปี 1886–1892 ตามแบบของ Riedel และออกแบบการตกแต่งภายในแบบโรมาเนสก์ทั้งหมด ยกเว้นห้องบรรทมที่ Peter Herwegen ออกแบบ และห้องสวดมนต์ที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นแบบโกธิกตอนปลาย

การก่อสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์ ปี 1868–1892
หน้าประวัติการก่อสร้าง ระบุว่างานเริ่มในฤดูร้อนปี 1868 ด้วยการนำหินที่โผล่บนสันเขาออกลึกถึง 8 เมตรเพื่อเปิดที่ให้ฐานราก ถนนขึ้นปราสาทเสร็จเดือนมิถุนายน 1869 และวางศิลาฤกษ์วันที่ 5 กันยายน 1869 โดยฝังแบบอาคาร ภาพของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 และเหรียญในรัชกาลไว้ด้วย
ฐานรากใช้ปูนซีเมนต์ ผนังก่ออิฐ และใช้หินปูนสีอ่อนเป็นเพียงวัสดุกรุผิวด้านนอก อาคารแรกของปราสาทนอยชวานชไตน์ที่เสร็จคือ Gateway Building ยกโครงหลังคาวันที่ 11 มิถุนายน 1872 และพร้อมใช้ปลายปี 1873 หลายปีที่กษัตริย์เสด็จมาดูงาน ทรงใช้ชั้นบนของอาคารนี้เป็นที่ประทับชั่วคราว
งานอาคารหลัก Palas เริ่มเดือนกันยายน 1872 ห้องบัลลังก์ขนาดใหญ่ที่กษัตริย์ทรงขอเพิ่มภายหลังต้องสร้างเป็นโครงเหล็กที่หุ้มไว้ในตัวอาคาร Palas ยกโครงหลังคาวันที่ 29 มกราคม 1880 งานตกแต่งและระบบภายในเสร็จราวกลางปี 1884 แต่ยังไม่ครบทุกรายละเอียด หน้าลำดับพระราชประวัติระบุว่ากษัตริย์ประทับในห้องที่เสร็จแล้วครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 1884
หน้าประวัติการก่อสร้างสรุปว่ากษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ทอดพระเนตรปราสาทใหม่เพียงในสภาพที่ยังเป็นสถานที่ก่อสร้าง ส่วน Bower กับหอสี่เหลี่ยม (Square Tower) ซึ่งสร้างแบบลดทอนจากแผนเดิม เสร็จในปี 1892
ห้องที่เปิดให้ชมในปราสาทนอยชวานชไตน์
หน้าเส้นทางชม ระบุว่าห้องประทับและห้องพิธีของกษัตริย์อยู่ชั้น 3 และชั้น 4 ของ Palas ส่วนห้องชั้น 2 ไม่เคยสร้างเสร็จ วันนี้เป็นร้านของที่ระลึก คาเฟ่ และห้องมัลติมีเดีย ทัวร์ผ่าน 14 ห้องตามลำดับนี้
- ชั้น 3: Lower Hall, ห้องบัลลังก์ (Throne Hall), ห้องเตรียม, ห้องเสวย, ห้องบรรทม, ห้องสวดมนต์ (Oratory), ห้องแต่งพระองค์, ห้องรับรอง (Salon), ถ้ำจำลองกับเรือนกระจก (Grotto and conservatory), ห้องทรงงาน (Study), ห้องราชองครักษ์ และทางเดิน
- ชั้น 4: ห้องบัลลังก์ (ซึ่งสูงสองชั้น), Upper Hall และ Singers' Hall
ทัวร์จบที่ชั้น 2 แล้วผู้ชมเข้าชมครัวดั้งเดิมที่ชั้นล่างได้ ทัวร์ใช้เวลาราว 30 นาที มีภาษาเยอรมันและอังกฤษโดยเจ้าหน้าที่ และเครื่องบรรยายเสียงอีกหลายภาษา รวมทั้งภาษาไทย
ห้องบัลลังก์ของปราสาทนอยชวานชไตน์ ถ้ำจำลอง และห้องที่ไม่ได้สร้าง
หน้าที่มาของปราสาทเล่าว่าแผนการสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์เปลี่ยนไปหลายครั้ง ห้องเฝ้าขนาดเล็ก (Audience Room) ในแผนแรกกลายเป็นห้องบัลลังก์ขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้มีไว้ให้เข้าเฝ้า แต่สร้างเป็นอนุสรณ์ของความเป็นกษัตริย์ และจำลองห้องจอกศักดิ์สิทธิ์ (Grail hall) ในตำนาน เพราะอาคาร Palas ตั้งขึ้นแล้ว จึงต้องใช้โครงเหล็กที่ทันสมัยมากในยุคนั้นเพื่อแทรกห้องนี้เข้าไป
- ถ้ำจำลอง: ห้องเขียนหนังสือในแผนเดิมถูกเปลี่ยนเป็นถ้ำจำลองขนาดเล็กตั้งแต่ปี 1880
- ห้องที่ไม่ได้สร้าง: ห้องรับรองแขกในแบบถูกแทนด้วยแผน "Moorish Hall" ที่มีน้ำพุ แต่ไม่เคยสร้างจริง
- อ่างอาบน้ำอัศวิน: แผนเดิมจะสร้างในปีกตะวันตกของ Palas วันนี้ตรงนั้นเป็นบันไดที่ผู้ชมใช้ลงไปทางออก
- ห้องบรรทม: แบบโกธิกตอนปลาย พระแท่นบรรทมไม้โอ๊กแกะสลักโดย Anton Pössenbacher หน้าต่างกระจกสีมีตรา Wittelsbach ตราบาวาเรีย และตรา Schwangau

ภาพเขียนตำนานและหงส์ในปราสาทนอยชวานชไตน์
หน้าการตกแต่งภายใน ระบุว่าภาพชุดในปราสาทไม่ได้วาดตามอุปรากรของ Wagner โดยตรง แต่ใช้ตำนานยุคกลางชุดเดียวกับที่ Wagner ใช้ เนื้อหาว่าด้วยความรักและความผิด การสำนึกผิดและการไถ่บาป ตัวละครหลักมีสามคน คือ กวี Tannhäuser อัศวินหงส์ Lohengrin และ Parzival (Parsifal) กษัตริย์แห่งจอกศักดิ์สิทธิ์
หงส์เป็นลวดลายที่พบทั่วปราสาทนอยชวานชไตน์ ทั้งในฐานะสัตว์ประจำตราของเคานต์แห่ง Schwangau และสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ในคริสต์ศาสนา หน้า Swan Knight ระบุว่ากษัตริย์ทอดพระเนตรอุปรากร Lohengrin ของ Wagner ครั้งแรกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1861 ที่โรงอุปรากรราชสำนักมิวนิก ขณะยังเป็นมกุฎราชกุมาร
Singers' Hall ที่ชั้น 4 ได้แรงบันดาลใจจาก Singers' Hall ของ Wartburg ส่วนหน้าพระราชประวัติระบุว่าต่อมาปราสาทซึ่งเดิมเป็นอนุสรณ์ของกวีนักร้องยุคกลาง ถูกตีความใหม่เป็นปราสาทจอกศักดิ์สิทธิ์ และห้องบัลลังก์ถูกออกแบบใหม่เป็นห้องจอกศักดิ์สิทธิ์ ตามตำนาน Parzival ที่ Wagner ใช้ในอุปรากร Parsifal

เทคโนโลยีในปราสาทนอยชวานชไตน์หลังกำแพงแบบยุคกลาง
หน้าการตกแต่งภายในเขียนว่าความเป็นยุคกลางของปราสาทนอยชวานชไตน์เป็นเพียงภาพลวง เพราะเบื้องหลังมีเทคโนโลยีใหม่ที่สุดของยุคนั้น
- ห้องใน Palas ใช้ระบบทำความร้อนด้วยลมร้อนจากส่วนกลาง
- มีน้ำประปาทุกชั้น ครัวมีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น และห้องสุขามีระบบชักโครกอัตโนมัติ
- กษัตริย์ทรงใช้กระดิ่งไฟฟ้าเรียกข้าราชบริพารและราชองครักษ์ ชั้น 3 และชั้น 4 มีโทรศัพท์
- มีลิฟต์ส่งอาหารขึ้นชั้นบน
- ระหว่างก่อสร้าง ปั้นจั่นขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรไอน้ำ
- หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ซึ่งหน้าเว็บระบุว่าเป็นของแปลกแม้ในยุคนั้น
ภูมิทัศน์รอบปราสาทนอยชวานชไตน์: หุบผา Pöllat และ Marienbrücke
ในคำบรรยายของ UNESCO พระราชวัง Linderhof มาพร้อม "สวนและอุทยาน" และ Herrenchiemsee "พร้อมสวน" ส่วนองค์ประกอบนี้เรียกเพียง Neuschwanstein Castle สิ่งที่ล้อมปราสาทคือหุบเขา หน้าผา และทะเลสาบ UNESCO อธิบายว่าพระราชวังทั้งชุดตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์และเชิงเขา ในภูมิทัศน์ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติและความงามสูง และเลือกทำเลที่สันโดษโดยตั้งใจ
หน้าที่มาของปราสาทเล่าว่า Maximilian II ทรงให้ทำทางเดินและจุดชมวิวรอบ Hohenschwangau ไว้ก่อนแล้ว และในทศวรรษ 1840 ทรงสร้างสะพาน Marienbrücke สูงเหนือหุบผา Pöllat เป็นของขวัญวันเกิดแก่พระมเหสี Marie ผู้ทรงโปรดการปีนเขา หน้า Mary's bridge ของ hohenschwangau.de เล่าเพิ่มว่าสะพานแรกเป็นโครงไม้ และในปี 1866 ถูกแทนด้วยสะพานเหล็กที่ตั้งชื่อตาม Queen Marie of Bavaria
วันนี้ Marienbrücke คือจุดชมวิวที่เห็นปราสาทนอยชวานชไตน์จากมุมสูง hohenschwangau.de ระบุว่าจากป้ายรถรับส่งปลายทางเดินถึงสะพานราว 5 นาที และถึงปราสาทราว 15 นาที ฤดูหนาวสะพานอาจปิดชั่วคราวเพราะน้ำแข็งและหิมะ ให้ดูสถานะรายวันที่หน้าแรกของเว็บ ทั้งนี้การปิดสะพานไม่กระทบทัวร์ในปราสาท

Alpsee และภูเขารอบปราสาทนอยชวานชไตน์
ในจดหมายถึง Wagner กษัตริย์ทรงบรรยายว่าห้องรับรองแขกในปราสาทใหม่จะมองเห็นภูเขา Säuling เทือกเขาของทีโรล และที่ราบไกลออกไป UNESCO ระบุว่าทุกองค์ประกอบของมรดกโลกชุดนี้อยู่ในสภาพอนุรักษ์ดีและแทบไม่เปลี่ยนนับจากการสวรรคตของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 และสภาพแวดล้อมยังชวนให้นึกถึงอดีตอย่างชัดเจน
ใต้ปราสาทนอยชวานชไตน์ลงไปคือทะเลสาบ Alpsee หน้า Alpsee ของ hohenschwangau.de เรียกว่าเป็นทะเลสาบโปรดของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 และเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สะอาดที่สุดในบาวาเรีย
- ทางเดินรอบ Alpsee ยาวราว 5.2 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1.5 ชั่วโมง เหมาะกับครอบครัว แต่เข็นรถเข็นเด็กไม่ได้
- Alpseebad ลานว่ายน้ำริมทะเลสาบ เปิดเดือนพฤษภาคม–ตุลาคม ทุกวัน 11.00–18.00 น. เมื่ออากาศดี

การอนุรักษ์ปราสาทนอยชวานชไตน์และมรดกโลก
หน้าปราสาทวันนี้ ระบุว่าแต่ละปีมีผู้มาชมปราสาทนอยชวานชไตน์ 1.4 ล้านคน ฤดูร้อนราววันละ 6,000 คน เดินผ่านห้องที่ออกแบบให้คนอยู่เพียงคนเดียว เมื่อรวมกับอากาศและแสงของเทือกเขาแอลป์ จึงเป็นภาระหนักต่อเฟอร์นิเจอร์และผ้า หน่วยงานต้องเฝ้าดูการเคลื่อนตัวของฐานราก เสริมความมั่นคงของหน้าผา และบูรณะผนังหินปูนทีละส่วนในอีกหลายปีข้างหน้า
UNESCO ระบุว่าพระราชวังชุดนี้เป็นของรัฐบาวาเรีย โดย Bavarian Palace Department ดูแลร่วมกับสำนักงานอนุรักษ์โบราณสถานของบาวาเรีย คุ้มครองด้วยกฎหมายอนุรักษ์โบราณสถานของบาวาเรีย (BayDSchG) ลงวันที่ 25 มิถุนายน 1973 และขึ้นทะเบียนโบราณสถานมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970
คณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 47 ขึ้นทะเบียนชุดพระราชวังนี้ในปี 2025 ตามมติ 47 COM 8B.24 ตามเกณฑ์ข้อ (iv) พื้นที่ขึ้นทะเบียน 75.875 เฮกตาร์ และพื้นที่กันชน 10,616 เฮกตาร์ (รวมทั้งสี่แห่ง) หน้าข่าวของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่ามติมีขึ้นที่กรุงปารีสวันที่ 12 กรกฎาคม 2025
ลำดับเหตุการณ์ของปราสาทนอยชวานชไตน์
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1832 | Maximilian II ทรงเริ่มบูรณะซากปราสาท Schwanstein เป็นปราสาท Hohenschwangau |
| 1840s | สร้าง Marienbrücke เหนือหุบผา Pöllat ครั้งแรก |
| 1845 | กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ประสูติ 25 สิงหาคม |
| 1861 | ทอดพระเนตรอุปรากร Lohengrin ครั้งแรก 2 กุมภาพันธ์ |
| 1864 | ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งบาวาเรีย |
| 1866 | Marienbrücke เปลี่ยนเป็นสะพานเหล็ก (hohenschwangau.de) |
| 1867 | เสด็จเยือนปราสาท Wartburg 1–3 มิถุนายน |
| 1868 | ฤดูร้อน เริ่มปรับพื้นที่บนสันเขา Jugend |
| 1869 | ถนนขึ้นปราสาทเสร็จเดือนมิถุนายน วางศิลาฤกษ์ 5 กันยายน |
| 1872 | Gateway Building ยกโครงหลังคา 11 มิถุนายน เริ่มสร้าง Palas เดือนกันยายน |
| 1874 | Georg Dollmann รับงานต่อจาก Eduard Riedel |
| 1880 | Palas ยกโครงหลังคา 29 มกราคม ห้องเขียนหนังสือเปลี่ยนเป็นถ้ำจำลอง |
| 1884 | กษัตริย์ประทับในห้องที่เสร็จแล้วครั้งแรกเดือนพฤษภาคม |
| 1886 | กษัตริย์สวรรคต 13 มิถุนายน ปราสาทเปิดให้ประชาชนชมเจ็ดสัปดาห์ต่อมา |
| 1892 | Bower และ Square Tower สร้างเสร็จ |
| 1973 | กฎหมายอนุรักษ์โบราณสถานของบาวาเรียออกวันที่ 25 มิถุนายน |
| 2025 | UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก |
ข้อมูลการเข้าชม: ค่าเข้าชมและตั๋วปราสาทนอยชวานชไตน์
ข้อมูลจากหน้าค่าเข้าชมปี 2026 และหน้าเวลาเปิด ตามสำเนาวันที่ 25 กันยายน และ 6 ตุลาคม 2026 (ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 22 ต.ค. 2026 ผ่านสำเนาดังกล่าว เพราะเว็บไซต์ตัวจริงเปิดจากระบบของเราไม่ได้) ราคาเป็นยูโร
| รายการ | ราคา / เวลา |
|---|---|
| ตั๋วปกติ | 21 ยูโร |
| ตั๋วลดราคา | 20 ยูโร |
| อายุต่ำกว่า 18 ปี | ฟรี แต่ต้องมีตั๋ว (ซื้อออนไลน์มีค่าจอง 2.50 ยูโร) |
| ปราสาทเปิด 28 มี.ค.–15 ต.ค. | 9.00–18.00 น. |
| ปราสาทเปิด 16 ต.ค.–27 มี.ค. | 10.00–16.00 น. |
| Ticket Center ขายตั๋ว 28 มี.ค.–15 ต.ค. | 8.00–16.00 น. |
| Ticket Center ขายตั๋ว 16 ต.ค.–27 มี.ค. | 8.00–15.30 น. |
- เปิดทุกวัน ยกเว้น 1 มกราคม และ 24, 25, 31 ธันวาคม ชมได้เฉพาะกับทัวร์นำชม
- หน่วยงานแนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าที่ร้านค้าออนไลน์ทางการ (hohenschwangau.de) ค่าจอง 2.50 ยูโร และระบุว่าโดยทั่วไปไม่รับการจอง (reservation)
- ตั๋วที่เหลือขายที่ Ticket Center Hohenschwangau (Alpseestraße 12, D-87645 Hohenschwangau) เฉพาะวันนั้น มาก่อนได้ก่อน และมักหมดเร็ว หน่วยงานแนะนำให้มาถึงตั้งแต่เปิด 8.00 น.
- ตั๋วระบุเวลาทัวร์ ทัวร์เริ่มตรงเวลา มาสายจะเข้าทัวร์นั้นไม่ได้ ควรเผื่อเวลาตรวจความปลอดภัย
- เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีต้องมีผู้ใหญ่ดูแลมาด้วย
- บัตรรายปีหรือบัตร 14 วันของ Bavarian Palace Department ใช้ชมสถานที่ในการดูแลกว่า 40 แห่งในบาวาเรีย แต่ใช้กับปราสาท Hohenschwangau ไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในการดูแลของหน่วยงานนี้
การเดินทางและกติกาในปราสาทนอยชวานชไตน์
- รถยนต์: หน้าการเดินทางของ hohenschwangau.de ระบุว่ารถส่วนตัวขึ้นถึงปราสาทนอยชวานชไตน์ไม่ได้ ต้องจอดที่ลานจอดเสียค่าบริการ P1–P4 ในหุบเขา
- เดิน: จาก Ticket Center ขึ้นปราสาทนอยชวานชไตน์ราว 40 นาที
- รถรับส่ง: จากป้ายที่ลานจอด P4 ไปจุดชมวิว Jugend/Marienbrücke ขาขึ้นหรือขาลง 3.50 ยูโร ไปกลับ 5 ยูโร เด็ก 7–12 ปี 2 ยูโรต่อเที่ยว หรือ 3 ยูโรไปกลับ เด็ก 0–6 ปีฟรี จ่ายที่จุดขายหรือกับคนขับ ไม่รับบัตรเครดิต ไม่มีตารางเวลาตายตัว ออกราวทุก 20 นาที
- สิ่งของ: ห้ามนำเป้ รถเข็นเด็ก เป้อุ้มเด็ก และของชิ้นใหญ่เข้าปราสาท ห้ามนำอาวุธ ของไวไฟ มีด กรรไกร สเปรย์พริกไทย ขวดแก้ว และห้ามนำสัตว์เข้า
- ถ่ายภาพ: หน้าข้อมูลการเข้าชม ห้ามถ่ายภาพหรือวิดีโอภายในแม้ใช้ส่วนตัว ถ่ายภายนอกเพื่อใช้ส่วนตัวได้ และห้ามขึ้นหรือลงจอดโดรนในพื้นที่
- ถนน: hohenschwangau.de แจ้งว่างานซ่อมถนน B 17 ที่ผ่าน Schwangau เริ่มวันที่ 15 กันยายน 2026 โดยยังไม่ประกาศวันสิ้นสุด ควรเผื่อเวลาเดินทาง
ราคา เวลา และกติกาเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับ neuschwanstein.de และ hohenschwangau.de อีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านพระราชวังและสวนของราชวงศ์ต่างประเทศแห่งอื่นได้ที่หมวดบ้านและสวนราชวงศ์ทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
ปราสาทนอยชวานชไตน์ อยู่ที่ไหน เดินทางขึ้นไปอย่างไร?
ปราสาทนอยชวานชไตน์อยู่บนสันเขาเหนือหมู่บ้าน Hohenschwangau รัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี รถส่วนตัวขึ้นถึงปราสาทไม่ได้ ต้องจอดที่ลานจอด P1–P4 ด้านล่าง แล้วเดินขึ้นราว 40 นาทีจาก Ticket Center หรือนั่งรถรับส่งไปจุดชมวิว Marienbrücke (ขาขึ้น 3.50 ยูโร) แล้วเดินต่ออีกราว 15 นาที
ค่าเข้าชมปราสาทนอยชวานชไตน์ปี 2026 เท่าไร ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าไหม?
หน้าค่าเข้าชมปี 2026 ของปราสาทนอยชวานชไตน์ระบุราคาปกติ 21 ยูโร ลดราคา 20 ยูโร ผู้อายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรีแต่ต้องมีตั๋วฟรี หน่วยงานที่ดูแลแนะนำให้ซื้อออนไลน์ล่วงหน้า (ค่าจอง 2.50 ยูโร) ตั๋วที่เหลือขายหน้างานที่ Ticket Center Hohenschwangau เฉพาะวันนั้นและมักหมดเร็ว
ใครสร้างปราสาทนอยชวานชไตน์ และสร้างเมื่อไร?
กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียทรงให้สร้างปราสาทนอยชวานชไตน์ งานปรับพื้นที่เริ่มฤดูร้อนปี 1868 วางศิลาฤกษ์ 5 กันยายน 1869 แบบภาพมาจาก Christian Jank นักวาดฉากละครในมิวนิก สถาปนิกคือ Eduard Riedel, Georg Dollmann และ Julius Hofmann ซึ่งสร้างส่วนสุดท้ายเสร็จในปี 1892
ถ่ายรูปในปราสาทนอยชวานชไตน์ได้หรือไม่?
ไม่ได้ หน้าข้อมูลการเข้าชมระบุว่าห้ามถ่ายภาพและวิดีโอภายในปราสาทนอยชวานชไตน์แม้เพื่อใช้ส่วนตัว ส่วนการถ่ายภาพภายนอกอาคารเพื่อใช้ส่วนตัวทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และห้ามขึ้นหรือลงจอดโดรนในพื้นที่ของปราสาท
แหล่งอ้างอิง
- The Palaces of King Ludwig II of Bavaria: Neuschwanstein, Linderhof, Schachen and Herrenchiemsee — UNESCO World Heritage Centre
- Neuschwanstein Castle: Building history (สำเนาวันที่ 3 ต.ค. 2026) — Bayerische Schlösserverwaltung (Internet Archive)
- Idea and History: History of the origins of Neuschwanstein Castle (สำเนาวันที่ 17 ก.ย. 2026) — Bayerische Schlösserverwaltung (Internet Archive)
- Admission fees 2026 (สำเนาวันที่ 25 ก.ย. 2026) — Bayerische Schlösserverwaltung (Internet Archive)
- Opening hours and guided tours (สำเนาวันที่ 6 ต.ค. 2026) — Bayerische Schlösserverwaltung (Internet Archive)
- 16 กรกฎาคม 2568 “ปราสาทนอยชวานชไตน์” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก เป็นมรดกโลก — สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- Internet Archive5
- ประเทศและสถานที่
- เยอรมนี83สหราชอาณาจักร141
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ