ข้ามไปยังเนื้อหา
Home Techคู่มือ

ติดกล้องวงจรปิดที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว 8 ขั้นตอนพร้อมเช็กลิสต์

คู่มือ 8 ขั้นตอนติดกล้องวงจรปิดที่บ้านให้ปลอดภัยจากการถูกแฮ็กและไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว ตั้งแต่เลือกซื้อตามคำแนะนำ สคส. รหัสผ่าน เฟิร์มแวร์ ถึง PDPA มาตรา 4

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 9 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
กล้อง IP ไร้สายแบบติดตั้งภายนอกอาคาร มีเสาอากาศ ติดบนเสาไม้หันไปทางกล่องรังนกริมแม่น้ำในเวสต์ซัสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ
ภาพ: Acabashi / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 (1) ไม่ใช้บังคับกับการเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว แต่ข้อหารือที่ 6/2567 ของคณะอนุกรรมการใน สคส. ระบุว่าการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นเกินสมควรยังอาจผิดกฎหมายอื่น
  • สคส. และ กสทช. ตรวจค้นคลังกล้องวงจรปิดย่านลาดพร้าว 101 เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2026 พบกล้องกว่า 6,600 ชุด และซิมต่างประเทศ 501 ซิม มูลค่าราว 10.5 ล้านบาท แล้วแนะนำให้ซื้อจากผู้ขายที่เชื่อถือได้และขอดูเอกสารรับรองมาตรฐาน
  • NCSC ของสหราชอาณาจักรแนะนำ 3 ขั้น สำหรับกล้องวงจรปิดที่บ้านแบบอัจฉริยะ คือ เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น อัปเดตซอฟต์แวร์หรือเฟิร์มแวร์ และปิดการดูภาพผ่านอินเทอร์เน็ตถ้าไม่จำเป็น
  • ThaiCERT รายงานเมื่อ 4 ธันวาคม 2025 ว่าตำรวจเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 4 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเจาะกล้อง IP กว่า 120,000 ตัว รวมกล้องในบ้านพักอาศัย แล้วนำภาพไปขาย

กล้องวงจรปิดที่บ้านจะปลอดภัยและไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวเมื่อทำสองเรื่องคู่กัน คือ ปิดทางไม่ให้คนนอกเข้าถึงกล้อง และใช้ภาพเพื่อดูแลบ้านของตัวเองเท่านั้น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 (1) ยกเว้นการเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว แต่การนำภาพคนอื่นไปเผยแพร่จนละเมิดเขายังอาจผิดกฎหมายอื่น คู่มือนี้รวม 8 ขั้นตอนจาก สคส. หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ และ ThaiCERT

กล้องวงจรปิดที่บ้านเสี่ยงอะไรบ้าง

กล้องวงจรปิดที่บ้านที่ต่ออินเทอร์เน็ตทำให้เจ้าของดูภาพสดจากนอกบ้านได้ และถ้าตั้งค่าไม่ดี ทางเดียวกันนั้นก็เปิดให้คนอื่นด้วย ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCSC) อธิบายว่าภาพสดจากกล้องอัจฉริยะอาจถูกผู้ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงได้ในบางกรณี เพราะกล้องมักตั้งให้ดูจากนอกบ้านได้ และบางรุ่นมากับรหัสผ่านเริ่มต้นที่ผู้ผลิตตั้งไว้ซึ่งมักเป็นที่รู้กันทั่วไป

ตัวอย่างที่ชัดคือข่าวที่ ThaiCERT เผยแพร่เมื่อ 4 ธันวาคม 2025 ว่าตำรวจเกาหลีใต้จับผู้ต้องหา 4 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเจาะกล้อง IP ที่ต่ออินเทอร์เน็ตกว่า 120,000 ตัวทั่วประเทศ ทั้งกล้องในบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ แล้วนำภาพกิจกรรมส่วนตัวของผู้เสียหายไปขายให้เว็บไซต์ลามกในต่างประเทศ ทางการเกาหลีใต้แนะนำให้ผู้ใช้กล้องแบบเดียวกันเปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นเป็นรหัสที่แข็งแรงและไม่ซ้ำ อัปเดตเฟิร์มแวร์ และปิดการเข้าถึงจากระยะไกลถ้าไม่จำเป็น

ความเสี่ยงจึงมีสองด้านที่ต้องจัดการพร้อมกัน ด้านแรกคือคนนอกเข้ามาดูหรือควบคุมกล้องวงจรปิดที่บ้านได้ ด้านที่สองคือเจ้าของกล้องเองบันทึกหรือเผยแพร่ภาพคนอื่นเกินความจำเป็น 8 ขั้นตอนด้านล่างจึงแบ่งเป็นการเลือกซื้อ การตั้งค่าบัญชี การปิดช่องทางจากอินเทอร์เน็ต และการวางมุมกล้อง

ติดกล้องวงจรปิดที่บ้านผิด PDPA หรือไม่

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 (1) กำหนดว่ากฎหมายนี้ไม่ใช้บังคับแก่ "การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น"

มาตรา 4 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ข้อ (1) ยกเว้นการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว
มาตรา 4 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข้อ (1) คือข้อยกเว้นสำหรับประโยชน์ส่วนตนและกิจกรรมในครอบครัว ภาพ: สคส. (ภาพหน้าจอ)

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจตอบข้อหารือฯ ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อธิบายข้อยกเว้นนี้ไว้ในข้อหารือที่ 6/2567 ว่ากฎหมายมุ่งใช้กับผู้ที่เก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล "อย่างเป็นระบบหรือเป็นประจำสม่ำเสมอ" เพื่อวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือของบุคคลนั้น การกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนที่ไม่มีลักษณะดังกล่าวจึงไม่อยู่ในขอบเขตของ PDPA

แต่ข้อหารือเดียวกันระบุว่า ถ้าการกระทำ "มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นเกินสมควร" ผู้กระทำอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา หรือการทำละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อหารือนี้ตอบกรณีการโพสต์ภาพบุคคลลงเฟซบุ๊ก ไม่ได้พูดถึงกล้องวงจรปิดโดยตรง แต่ช่วยให้เห็นขอบเขตของข้อยกเว้นในมาตรา 4 (1)

กล้องวงจรปิดที่บ้านหันออกถนนได้หรือไม่ และต่างจากกล้องของกิจการอย่างไร

ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อ 31 สิงหาคม 2026 ว่า สคส. ชี้แจงกรณีกล้องในบ้านที่หันออกถนนหรือพื้นที่สาธารณะว่า "ไม่ถือว่าฝ่าฝืน PDPA หากมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หรือใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดเหตุ" แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของกล้องจะนำภาพไปใช้หรือเผยแพร่ได้โดยไม่มีข้อจำกัด และต้องคำนึงถึงสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น เราไม่พบคำชี้แจงฉบับนี้บนเว็บไซต์ของ สคส. จึงอ้างตามรายงานของสื่อ

ข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (1) เขียนไว้สำหรับประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัว "เท่านั้น" ผู้ที่ติดกล้องเพื่อกิจการ เช่น ร้านค้าหรือห้องเช่า ควรศึกษาหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA หรือขอคำปรึกษาจาก สคส. ก่อนติดตั้ง สคส. ออกแนวทางในเรื่องอื่นมาแล้วหลายฉบับ เช่น แนวทาง PDPA สำหรับการพัฒนาและใช้งาน AI

ก่อนซื้อกล้องวงจรปิดที่บ้าน: ทำตามคำแนะนำของ สคส.

เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2026 สคส. โดยศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC Eagle Eye) ร่วมกับ กสทช. ตรวจค้นคลังสินค้ากล้องวงจรปิดย่านลาดพร้าว 101 หลังพบการขายอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พบกล้องของกลางกว่า 6,600 ชุด และซิมการ์ดต่างประเทศ 501 ซิมที่ผูกกับบัญชีเติมเงินผ่านแอป มูลค่ารวมราว 10.5 ล้านบาท กสทช. ดำเนินคดีผู้จำหน่ายตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขั้นตอนที่ 1: ซื้อจากผู้ขายที่เชื่อถือได้และขอดูเอกสารรับรองมาตรฐาน

สคส. แนะนำให้เลือกร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และขอดูเอกสารการรับรองมาตรฐานของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าซื้อออนไลน์ให้ตรวจรีวิวและความน่าเชื่อถือของผู้ขาย สอบถามเรื่องการรับรองมาตรฐานก่อนสั่ง และเก็บหลักฐานการสั่งซื้อกับบทสนทนากับผู้ขายไว้

ขั้นตอนที่ 2: ระวังกล้องราคาถูกผิดปกติ

สคส. เตือนว่าสินค้าที่ราคาถูกกว่าท้องตลาดมากอาจไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ถูกกฎหมาย และไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าเป็นของแท้แต่ขายต่ำกว่าปกติมาก

คำแนะนำ 3 ข้อของ สคส. ในการเลือกซื้อและใช้งานกล้องวงจรปิดอย่างถูกกฎหมาย จากประกาศข่าวการตรวจค้นคลังกล้องวงจรปิดร่วมกับ กสทช.
คำแนะนำของ สคส. 3 ข้อในการเลือกซื้อและใช้งานกล้องวงจรปิดอย่างถูกกฎหมาย ภาพ: สคส. (ภาพหน้าจอ)

ตั้งรหัสผ่านและบัญชีของกล้องวงจรปิดที่บ้าน

ขั้นตอนที่ 3: เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นทันที

ถ้ากล้องวงจรปิดที่บ้านมากับรหัสผ่านเริ่มต้น NCSC แนะนำให้เปลี่ยนเป็นรหัสที่ปลอดภัย ซึ่งมักทำได้ในแอปที่ใช้จัดการกล้อง วิธีที่ NCSC แนะนำคือนำคำสุ่ม 3 คำที่จำได้มาต่อกัน และเลี่ยงรหัสผ่านที่คนใช้กันมาก กล้องรุ่นเก่าบางรุ่นต้องเข้าหน้าตั้งค่าผ่านเว็บเบราว์เซอร์ด้วยหมายเลข IP ของกล้อง ซึ่งหาได้จากรายการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในหน้าตั้งค่าเราเตอร์

ขั้นตอนที่ 4: เปิดการยืนยันตัวตนหลายปัจจัยในบัญชีแอปของกล้อง

CISA หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐฯ ระบุในแคมเปญ Secure Our World ว่าทุกคนควรทำ 4 ขั้นพื้นฐาน คือ ระวังและรายงานฟิชชิง ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง ใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ร่วมกับโปรแกรมจัดการรหัสผ่าน และอัปเดตซอฟต์แวร์ CISA อธิบายว่าแม้รหัสผ่านจะถูกขโมย ผู้ไม่ได้รับอนุญาตก็ผ่านขั้นที่สองไม่ได้ ให้มองหาเมนูชื่อ two-factor authentication หรือ two-step ในหน้าตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี แล้วเลือกรับรหัสทางข้อความ อีเมล หรือแอปสร้างรหัส

คำแนะนำของ NCSC ในการใช้กล้องวงจรปิดที่บ้านแบบอัจฉริยะอย่างปลอดภัย 3 ข้อ: เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น อัปเดตซอฟต์แวร์ และปิดการดูภาพผ่านอินเทอร์เน็ตถ้าไม่ใช้
คำแนะนำ 3 ข้อของ NCSC สำหรับกล้องอัจฉริยะ: เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น อัปเดตซอฟต์แวร์ และปิดการดูภาพผ่านอินเทอร์เน็ตถ้าไม่ใช้ ภาพ: NCSC (ภาพหน้าจอ)

อัปเดตกล้องวงจรปิดที่บ้านและปิดช่องทางจากอินเทอร์เน็ต

ขั้นตอนที่ 5: อัปเดตเฟิร์มแวร์และเปิดอัปเดตอัตโนมัติ

NCSC แนะนำให้อัปเดตกล้องวงจรปิดที่บ้านสม่ำเสมอ และเปิดการติดตั้งอัปเดตอัตโนมัติถ้ากล้องมีตัวเลือกนี้ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมกล้องมักเรียกว่าเฟิร์มแวร์ ให้มองหาคำว่า update, firmware หรือ software ในแอป HKCERT ศูนย์รับมือภัยไซเบอร์ของฮ่องกงแนะนำเพิ่มว่าให้ตรวจเว็บไซต์ผู้ผลิตเพื่อติดตั้งเฟิร์มแวร์ที่ออกสำหรับรุ่นของกล้องนั้น และถ้าคู่มือหรือเว็บไซต์ไม่อธิบายวิธีอัปเดต ให้ติดต่อผู้ผลิตเพื่อขอความช่วยเหลือ

ขั้นตอนที่ 6: ปิดการดูภาพจากนอกบ้านถ้าไม่ใช้ และตรวจเราเตอร์

NCSC แนะนำให้ปิดความสามารถดูภาพผ่านอินเทอร์เน็ตถ้าไม่จำเป็น โดยเตือนว่าอาจทำให้ไม่ได้รับการแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบการเคลื่อนไหว และกล้องอาจทำงานร่วมกับอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะไม่ได้ ที่เราเตอร์ NCSC ให้พิจารณาปิด UPnP และ port forwarding ซึ่งผู้ร้ายอาจใช้เข้าถึงอุปกรณ์อย่างกล้อง แต่การปิดอาจกระทบเกมออนไลน์ เซิร์ฟเวอร์สื่อ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะอื่น เซิร์ฟเวอร์ในบ้านที่เปิดรับจากอินเทอร์เน็ตเคยถูกเจาะจริงมาแล้ว เช่นกรณีช่องโหว่ Plex2Shell

ด้านหลังกล้อง IP ที่ต่อสาย Ethernet เส้นเดียวสำหรับทั้งไฟเลี้ยงและข้อมูล (Power over Ethernet) พร้อมช่องเสียงเข้าและออก
กล้อง IP ที่รับไฟและส่งข้อมูลผ่านสาย Ethernet เส้นเดียว (Power over Ethernet) ภาพ: Olli Niemitalo / Wikimedia Commons (CC0)

วางมุมกล้องวงจรปิดที่บ้านและใช้ภาพอย่างเคารพความเป็นส่วนตัว

ขั้นตอนที่ 7: หันกล้องเฉพาะพื้นที่ที่ต้องดูแล

HKCERT แนะนำให้เลือกตำแหน่งและมุมกล้องอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น หรือจับภาพข้อมูลอ่อนไหวอย่างเลขบัตรเครดิต และให้ปิดกล้องเมื่อไม่ได้ใช้งาน กล้องในตัวบ้านบันทึกทั้งสมาชิกในครอบครัวและแขกที่มาเยือน ส่วนกล้องหน้าบ้านควรเห็นประตู รั้ว และที่จอดรถของบ้านตัวเอง ไม่ใช่ห้องหรือหน้าต่างของบ้านข้างเคียง

ขั้นตอนที่ 8: ใช้ภาพเป็นหลักฐาน ไม่โพสต์ประจาน

ตามรายงานคำชี้แจงของ สคส. ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บ้านใช้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หรือเป็นหลักฐานเมื่อเกิดเหตุ และไม่ควรนำไปเผยแพร่ ข้อหารือที่ 6/2567 ก็ชี้ว่าการโพสต์ภาพที่ระบุตัวบุคคลได้พร้อมข้อความใส่ร้าย อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือกฎหมายคอมพิวเตอร์ แม้จะไม่อยู่ใต้ PDPA ก็ตาม เมื่อเกิดเหตุจึงควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้เป็นหลักฐาน แทนการโพสต์ลงโซเชียล

เช็กลิสต์ความปลอดภัยกล้องวงจรปิดที่บ้าน

เรื่อง สิ่งที่ต้องเช็ก ผู้แนะนำ
การซื้อ ร้านมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ มีเอกสารรับรองมาตรฐาน ราคาไม่ถูกผิดปกติ เก็บหลักฐานการซื้อ สคส.
รหัสผ่าน เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นของกล้อง และตั้งรหัสบัญชีแอปให้แข็งแรง NCSC, CISA
การยืนยันตัวตน เปิด MFA หรือ 2FA ในบัญชีแอปของกล้องถ้ามี CISA
การอัปเดต อัปเดตเฟิร์มแวร์ตามรุ่น และเปิดอัปเดตอัตโนมัติ NCSC, HKCERT, ThaiCERT
การเชื่อมต่อ ปิดการดูจากนอกบ้านถ้าไม่ใช้ พิจารณาปิด UPnP และ port forwarding NCSC
มุมกล้อง หันเฉพาะพื้นที่ของบ้าน ไม่จับภาพบ้านคนอื่นหรือข้อมูลอ่อนไหว HKCERT
การใช้ภาพ ใช้เพื่อความปลอดภัยและเป็นหลักฐาน ไม่โพสต์ภาพที่ระบุตัวคนอื่น สคส., ข้อหารือที่ 6/2567

ตารางนี้ใช้ตรวจกล้องวงจรปิดที่บ้านทั้งตอนติดตั้งใหม่และกล้องที่ใช้อยู่แล้ว ข้อที่ทำไม่ได้ เช่น กล้องไม่มี MFA หรือผู้ผลิตไม่ออกเฟิร์มแวร์ใหม่แล้ว เป็นสัญญาณให้ชั่งว่าควรเปลี่ยนกล้องหรือไม่

สิ่งที่เจ้าของบ้านควรทำ

  • ไล่ตรวจกล้องวงจรปิดที่บ้านที่มีอยู่ตามเช็กลิสต์ โดยเริ่มจากรหัสผ่านเริ่มต้น เฟิร์มแวร์ และการดูภาพจากนอกบ้าน ซึ่งทั้ง NCSC และทางการเกาหลีใต้ในข่าวของ ThaiCERT แนะนำตรงกัน
  • ทบทวนมุมกล้องทุกครั้งที่ติดตั้งหรือย้ายกล้อง ให้เห็นเฉพาะพื้นที่ของบ้านตัวเอง
  • ถ้าไม่แน่ใจเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ขอคำปรึกษาจาก สคส. ได้ทาง LINE Official @pdpcthailand หรือติดต่อสำนักงานที่ 02 111 8800 ตามที่ระบุบนเว็บไซต์ของ สคส.

ติดตามข่าวช่องโหว่และความเป็นส่วนตัวของกล้อง เราเตอร์ และอุปกรณ์อื่นในบ้านได้ที่หมวดความปลอดภัยในบ้าน

คำถามที่พบบ่อย

ติดกล้องวงจรปิดที่บ้านผิด PDPA หรือไม่?

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 (1) ไม่ใช้บังคับกับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวเท่านั้น กล้องวงจรปิดที่บ้านที่ใช้ดูแลบ้านตัวเองจึงเข้าข้อยกเว้นนี้ได้ แต่ข้อหารือที่ 6/2567 ระบุว่าถ้าละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นเกินสมควร ผู้กระทำอาจผิดกฎหมายอื่น เช่น หมิ่นประมาทหรือละเมิดทางแพ่ง

กล้องวงจรปิดที่บ้านหันออกถนนได้หรือไม่?

ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อ 31 สิงหาคม 2026 ว่า สคส. ชี้แจงว่ากล้องวงจรปิดที่บ้านที่หันออกถนนไม่ถือว่าฝ่าฝืน PDPA หากมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินหรือใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดเหตุ แต่เจ้าของกล้องต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นและไม่ควรนำภาพไปเผยแพร่

ควรเลือกซื้อกล้องวงจรปิดที่บ้านอย่างไร?

ก่อนซื้อกล้องวงจรปิดที่บ้าน สคส. แนะนำให้ซื้อจากร้านหรือตัวแทนจำหน่ายที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ขอดูเอกสารการรับรองมาตรฐานก่อนซื้อ ระวังสินค้าที่ถูกกว่าท้องตลาดมากเพราะอาจไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ถูกกฎหมาย และถ้าซื้อออนไลน์ให้ตรวจความน่าเชื่อถือของผู้ขายและเก็บหลักฐานการสั่งซื้อไว้

ทำอย่างไรไม่ให้กล้องวงจรปิดที่บ้านถูกแฮ็ก?

NCSC ของสหราชอาณาจักรแนะนำให้เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นของกล้องวงจรปิดที่บ้านเป็นรหัสที่ปลอดภัย อัปเดตเฟิร์มแวร์และเปิดอัปเดตอัตโนมัติ และปิดการดูภาพผ่านอินเทอร์เน็ตถ้าไม่จำเป็น ส่วน CISA แนะนำให้เปิดการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ในทุกบัญชีที่รองรับ รวมถึงบัญชีแอปของกล้อง

ปิดการดูกล้องวงจรปิดที่บ้านผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วมีผลอย่างไร?

NCSC ระบุว่าการปิดการดูภาพจากระยะไกลช่วยลดช่องทางที่คนนอกจะเข้าถึงกล้อง แต่อาจทำให้ไม่ได้รับการแจ้งเตือนเมื่อกล้องตรวจพบการเคลื่อนไหว และอาจทำให้กล้องทำงานร่วมกับอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะอย่าง Alexa, Google Home หรือ Siri ไม่ได้ จึงควรชั่งว่าต้องใช้ความสามารถนี้จริงหรือไม่

แหล่งอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
  2. ข้อหารือที่ ๖/๒๕๖๗ เรื่อง สถานีตำรวจ E หารือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
  3. สคส. จับมือ กสทช. บุกตรวจค้นคลัง CCTV รายใหญ่ มูลค่ากว่า 10.5 ล้านบาท พบอุปกรณ์ผิดกฏหมาย-ละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
  4. เคลียร์ชัด สคส. ยันหันกล้อง CCTV ออกถนนสาธารณะ ไม่ผิด PDPA — ฐานเศรษฐกิจ
  5. 'Smart' security cameras: Using them safely in your home — National Cyber Security Centre (UK)
  6. Secure Our World — CISA
  7. Protect Our World with MFA — CISA
  8. South Korea Arrests Suspects for Hacking Over 120,000 IP Cameras and Selling Private Footage to Foreign Websites — ThaiCERT
  9. Beware of exposure of private IP cameras on the Internet — HKCERT
  10. ใกล้ชิดมากขึ้น รวดเร็วมากกว่า — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Alexa8Google Home3Siri6
กฎหมายและมาตรฐาน
PDPA131
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ