worldsteel คาดความต้องการเหล็กโลกปี 2026 ทรงตัวที่ 1,722 ล้านตัน ASEAN-5 ยังโต 5.2%
worldsteel คาดความต้องการเหล็กโลกปี 2026 ทรงตัวที่ 1,722 ล้านตันเพราะจีนหดตัว 2% ก่อนโต 1.7% ในปี 2027 ขณะที่อาเซียน 5 ประเทศรวมไทยยังโต 5.2%
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- สมาคมเหล็กโลก (worldsteel) เผยแพร่ Short Range Outlook ฉบับ ตุลาคม 2026 เมื่อ 12 ตุลาคม 2026 คาดความต้องการเหล็กโลกปี 2026 ทรงตัวที่ 1,722 ล้านตัน และโต 1.7% ในปี 2027 เป็น 1,752 ล้านตัน
- ตัวเลขถูกปรับลงจากฉบับเดือนเมษายนที่คาดว่าปี 2026 จะโตเล็กน้อยและปี 2027 โต 2.2% โดย worldsteel ระบุว่าการปรับลดเกือบทั้งหมดมาจากจีน ซึ่งคาดว่าจะหดตัว 2.0% ในปี 2026
- กลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม) คาดว่าจะใช้เหล็กเพิ่มขึ้น 5.2% เป็น 86.4 ล้านตัน ในปี 2026 และอีก 3.2% ในปี 2027
- ความต้องการเหล็กในกลุ่มประเทศอ่าว (GCC) คาดว่าจะลดลงราว 11% ในปี 2026 จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังโต 17.7% ในปี 2025
- อินเดียยังเป็นตลาดเหล็กรายใหญ่ที่โตเร็วที่สุด คาดว่าจะโต 7.9% เป็น 172.4 ล้านตันในปี 2026 และ 8.0% เป็น 186.2 ล้านตันในปี 2027
สมาคมเหล็กโลก (worldsteel) คาดว่าความต้องการเหล็กโลกปี 2026 จะทรงตัวที่ 1,722 ล้านตัน เท่ากับปี 2025 ก่อนกลับมาโต 1.7% ในปี 2027 เป็น 1,752 ล้านตัน ตามรายงาน Short Range Outlook (SRO) ที่เผยแพร่ในกรุงนิวเดลีเมื่อ 12 ตุลาคม 2026 ตัวเลขนี้ต่ำกว่าที่คาดไว้เมื่อเดือนเมษายน เพราะจีนหดตัวแรงกว่าคาด
ภาพรวมที่ worldsteel วาดไว้คือโลกแยกเป็นสองฝั่ง จีนซึ่งใช้เหล็กเกือบครึ่งโลกยังหดตัวต่อ ขณะที่ตลาดนอกจีนโต 1.5% ในปีนี้และเร่งเป็น 4.0% ในปี 2027 กลุ่มอาเซียน 5 ประเทศที่รวมไทยอยู่ด้วยยังเป็นหนึ่งในตลาดที่โตดี
worldsteel ปรับคาดการณ์เหล็กโลกอย่างไร
Alfonso Hidalgo de Calcerrada ประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจของ worldsteel ระบุว่าทิศทางที่วางไว้ในเดือนเมษายนยังใช้ได้ แต่การฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ปี 2026 จึงถูกปรับจากโตเล็กน้อยเป็นทรงตัว และปี 2027 จากโต 2.2% เหลือ 1.7% "การปรับลดเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องของจีน" เขากล่าว
| ภูมิภาค (ล้านตัน เหล็กสำเร็จรูป) | 2025 | 2026 (คาด) | 2027 (คาด) | โตปี 2026 | โตปี 2027 |
|---|---|---|---|---|---|
| โลก | 1,723.8 | 1,722.2 | 1,751.9 | −0.1% | +1.7% |
| โลกไม่รวมจีน | 927.8 | 942.1 | 979.7 | +1.5% | +4.0% |
| จีน | 796.0 | 780.1 | 772.3 | −2.0% | −1.0% |
| อินเดีย | 159.9 | 172.4 | 186.2 | +7.9% | +8.0% |
| อาเซียน 5 ประเทศ | 82.1 | 86.4 | 89.2 | +5.2% | +3.2% |
| ตะวันออกกลาง | 63.7 | 54.8 | 59.6 | −13.9% | +8.8% |
| สหภาพยุโรป 27 ประเทศและสหราชอาณาจักร | 146.7 | 146.3 | 150.8 | −0.3% | +3.1% |
| USMCA (สหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก) | 127.3 | 130.2 | 132.8 | +2.2% | +2.0% |

worldsteel ระบุว่าตัวเลขชุดนี้ใช้ข้อมูลถึงต้นเดือนกันยายน 2026 และยอมรับว่าเมื่อเดือนเมษายนเคยสมมติว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะจบภายในเดือนมิถุนายน ความขัดแย้งยังไม่จบ แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกระยะแรกเบากว่าที่กลัว เพราะตลาดพลังงานรับแรงกระแทกได้ดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม Hidalgo de Calcerrada เตือนว่าความสามารถของเศรษฐกิจโลกในการรองรับแรงกระแทกรอบต่อไปดูจะร่อยหรอลงเรื่อย ๆ จึงยังระวังตัวเลขปี 2027
จีนหดตัว ตะวันออกกลางชะลอ อินเดียนำโต
- จีน คาดว่าจะใช้เหล็กลดลง 2.0% ในปี 2026 การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยังทรุดไม่หยุดอย่างที่คาด และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่หวังว่าจะช่วยพยุงกลับติดลบ ส่วนการใช้เหล็กในภาคการผลิตยังโตจากการส่งออก แต่ไม่พอชดเชย ปี 2027 คาดว่าการหดตัวจะแคบลงเหลือ 1.0% โดย worldsteel เตือนว่าความขัดแย้งทางการค้ากำลังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ
- กลุ่มประเทศอ่าว (GCC) ความต้องการเหล็กโต 17.7% ในปี 2025 แต่คาดว่าจะลดลงราว 11% ในปี 2026 worldsteel มองว่าเป็นการเลื่อนออกไป ไม่ใช่การหายไป เพราะโครงการก่อสร้างและการตัดสินใจลงทุนถูกชะลอระหว่างที่สถานการณ์ความมั่นคงยังไม่คลี่คลาย และคาดว่าจะฟื้น 11.3% ในปี 2027 เมื่อช่องแคบฮอร์มุซเปิดและห่วงโซ่อุปทานกลับสู่ปกติ
- อินเดีย ยังเป็นตลาดเหล็กรายใหญ่ที่โตเร็วที่สุด คาดว่าจะโต 7.9% เป็น 172.4 ล้านตันในปี 2026 และ 8.0% เป็น 186.2 ล้านตันในปี 2027 จากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชน โครงการพลังงานหมุนเวียน และการขยายกำลังผลิตของโรงงาน
- ประเทศกำลังพัฒนานอกจีน คาดว่าจะโต 1.9% ในปี 2026 ชะลอจากราว 5% ต่อปีในช่วงก่อนหน้า เพราะตะวันออกกลางฉุด ก่อนเร่งเป็น 5.1% ในปี 2027

อาเซียน 5 ประเทศและเวียดนาม
worldsteel คาดว่ากลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม จะใช้เหล็กเพิ่มขึ้น 5.2% ในปี 2026 เป็น 86.4 ล้านตัน และชะลอเป็น 3.2% ในปี 2027 เป็น 89.2 ล้านตัน ตัวที่โดดเด่นที่สุดคือเวียดนาม ข้อมูลการผลิตและการค้าชี้ว่าปีนี้โตสองหลัก ตารางของ worldsteel ให้เวียดนามโต 12.0% เป็น 29.5 ล้านตันในปี 2026 และ 30.7 ล้านตันในปี 2027 จากอาคารที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ที่กำลังก่อสร้างในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ และงบลงทุนภาครัฐ
รายงานไม่ได้แยกตัวเลขของไทยออกมา แต่การที่กลุ่มอาเซียน 5 ประเทศโต 5.2% ขณะที่ความต้องการเหล็กโลกทรงตัว ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่ความต้องการยังโตชัดเจน รองจากอินเดีย

ประเทศพัฒนาแล้ว: AI ดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานช่วยพยุง
worldsteel คาดว่าประเทศพัฒนาแล้วจะใช้เหล็กเพิ่ม 1.0% ในปี 2026 และ 2.2% ในปี 2027 โดยให้เหตุผลว่าการลงทุนที่เกี่ยวกับ AI งบกลาโหม และการลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานจะหนุนภาคอุตสาหกรรมให้ฟื้นแบบกว้างในปี 2027
| ประเทศพัฒนาแล้ว | โตปี 2026 | โตปี 2027 | ปัจจัยที่ worldsteel ระบุ |
|---|---|---|---|
| สหรัฐฯ | +2.0% | ราว +1.5% | ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ทั้งโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน น้ำมันและก๊าซ |
| สหภาพยุโรป | −0.3% | +3.1% | ปี 2025 มีการสต็อกเหล็กล่วงหน้าก่อน CBAM มีผลในปี 2026 การก่อสร้างฟื้นช้า ยานยนต์ยังฉุด |
| ญี่ปุ่น | +0.9% | +1.7% | การก่อสร้างกลับมาช่วย การลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม ยานยนต์ยังกดดัน |
| เกาหลีใต้ | +1.8% | +1.3% | การก่อสร้างถึงจุดต่ำสุด ยานยนต์และต่อเรือกลับมาโตเล็กน้อย |
worldsteel ย้ำว่าแม้จะฟื้น ตลาดเหล็กของประเทศพัฒนาแล้วในปี 2025 ยังเล็กกว่าช่วงปี 2017–2018 ราว 60 ล้านตันหรือ 15% และการเติบโตปี 2026–2027 ดึงกลับมาได้เพียงราว 10 ล้านตัน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
เหล็กเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของการก่อสร้าง ยานยนต์ เครื่องจักร และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ตัวเลขของ worldsteel จึงเป็นสัญญาณกว้างของกิจกรรมอุตสาหกรรมโลก สองประเด็นในรายงานฉบับนี้เกี่ยวกับธุรกิจไทยโดยตรง ประเด็นแรกคือจีนใช้เหล็กในประเทศลดลง ขณะที่ภาคการผลิตของจีนพึ่งการส่งออก และ worldsteel เตือนเรื่องความขัดแย้งทางการค้าว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญ ประเด็นที่สองคือความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบทั้งต้นทุนพลังงาน (อ่านเรื่อง IEA เร่งปล่อยน้ำมันสำรอง) และโครงการก่อสร้างในกลุ่มประเทศอ่าวที่ถูกเลื่อนออกไป
ผลต่อองค์กรไทย
- วางแผนจัดซื้อเหล็กจากภาพอุปสงค์ ไม่ใช่จากความกลัวขาดแคลน ความต้องการเหล็กโลกปี 2026 ทรงตัวที่ราว 1,722 ล้านตัน ขณะที่จีนผู้ใช้รายใหญ่ที่สุดยังหดตัว ผู้รับเหมาและโรงงานที่ใช้เหล็กควรทำสัญญาโดยดูราคาตลาดเป็นระยะ ไม่รีบกักตุน
- ผู้ผลิตเหล็กไทยควรจับตาการแข่งขันจากการส่งออก worldsteel ระบุว่าภาคการผลิตของจีนยังโตจากการส่งออก และความขัดแย้งทางการค้ากำลังเป็นความเสี่ยงสำคัญ ผู้ผลิตในประเทศควรติดตามมาตรการทางการค้าและเตรียมข้อมูลต้นทุนให้พร้อม
- มองหาโอกาสในอาเซียนและอินเดีย อาเซียน 5 ประเทศคาดว่าจะโต 5.2% และอินเดีย 7.9% ในปี 2026 ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะ เครื่องจักร และวัสดุก่อสร้างไทยที่ส่งออกได้ ควรดูตลาดเหล่านี้ก่อนตลาดที่ยังทรงตัว
- เตรียมแผนรับงานในตะวันออกกลางเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย worldsteel มองว่าความต้องการในกลุ่มประเทศอ่าวถูกเลื่อน ไม่ได้หายไป และคาดว่าจะฟื้น 11.3% ในปี 2027 ผู้รับเหมาและผู้ส่งออกที่เคยมีงานในภูมิภาคนี้ควรรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้
- ฝ่ายไอทีและดาต้าเซ็นเตอร์ใช้เป็นสัญญาณต้นทุนก่อสร้าง worldsteel ชี้ว่าการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานคือแรงหนุนหลักของเหล็กในสหรัฐฯ โครงการอาคารและดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยควรเผื่อความผันผวนของราคาเหล็กโครงสร้างไว้ในงบ
ติดตามข่าวอุตสาหกรรม การลงทุนตั้งโรงงาน และห่วงโซ่อุปทานได้ที่หมวดอุตสาหกรรม
คำถามที่พบบ่อย
worldsteel คาดความต้องการเหล็กโลกปี 2026 และ 2027 เท่าไร?
รายงาน Short Range Outlook ฉบับตุลาคม 2026 ของ worldsteel คาดว่าความต้องการเหล็กโลกปี 2026 จะทรงตัวเท่ากับปี 2025 ที่ราว 1,722 ล้านตัน (ตารางระบุ 1,722.2 ล้านตัน ลดลง 0.1%) แล้วกลับมาโต 1.7% ในปี 2027 เป็นราว 1,752 ล้านตัน
ทำไม worldsteel ลดคาดการณ์ความต้องการเหล็กโลก?
worldsteel ระบุว่าการปรับลดเกือบทั้งหมดมาจากจีน ซึ่งคาดว่าจะใช้เหล็กลดลง 2.0% ในปี 2026 เพราะการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยังทรุดไม่หยุดและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังติดลบ อีกส่วนมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ความต้องการเหล็กในกลุ่มประเทศอ่าวลดลง
ความต้องการเหล็กในอาเซียนและไทยปี 2026 เป็นอย่างไร?
worldsteel คาดว่ากลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม จะใช้เหล็กรวม 86.4 ล้านตันในปี 2026 เพิ่มขึ้น 5.2% และ 89.2 ล้านตันในปี 2027 เพิ่มขึ้น 3.2% รายงานไม่ได้แยกตัวเลขของไทย แต่ระบุว่าเวียดนามโตเด่นที่สุดในกลุ่ม
ตลาดเหล็กไหนที่ worldsteel มองว่าโตเร็วที่สุด?
อินเดียยังเป็นตลาดเหล็กรายใหญ่ที่โตเร็วที่สุด worldsteel คาดว่าจะโต 7.9% เป็น 172.4 ล้านตันในปี 2026 และ 8.0% เป็น 186.2 ล้านตันในปี 2027 จากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชน และการขยายกำลังผลิตของภาคอุตสาหกรรม
แหล่งอ้างอิง
- worldsteel Short Range Outlook October 2026 — World Steel Association (worldsteel)
- SRO October 2026: Table 1. Steel Demand Forecasts / Table 2. Top 10 Steel Using Countries 2025 — World Steel Association (worldsteel)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- อาเซียน35สหภาพยุโรป29
- ประเทศและสถานที่
- จีน110อินโดนีเซีย37มาเลเซีย40ฟิลิปปินส์27เวียดนาม28ตะวันออกกลาง26อินเดีย30สหราชอาณาจักร92สหรัฐอเมริกา200แคนาดา30ช่องแคบฮอร์มุซ7ญี่ปุ่น66เกาหลีใต้28
- ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
- Outlook7
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ