ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17–45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 2027 แตะบัตร EMV ได้ กรุงไทยดูแลระบบหลังบ้าน
รัฐบาลตั้งเป้าใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ 1 ม.ค. 2027 แรกเข้า 17 บาท สูงสุด 45 บาทต่อเที่ยว รองรับบัตร EMV และให้ธนาคารกรุงไทยทำศูนย์ CCH
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ระบุเมื่อ 10 ตุลาคม 2026 ว่าตั้งเป้าเริ่มใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ และปริมณฑล 1 มกราคม 2027 ค่าแรกเข้า 17 บาท สูงสุด 45 บาทต่อเที่ยว เปลี่ยนสายไม่เสียค่าแรกเข้าซ้ำ
- คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ประชุมเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 รับทราบว่าธนาคารกรุงไทยได้รับความเห็นชอบเป็นผู้ประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) และตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด
- ระบบรองรับบัตร EMV แบบแตะจ่าย แต่สายสีเขียวที่ใช้บัตร Rabbit ยังอยู่ระหว่างหารือว่าจะเชื่อมเข้าระบบให้ทัน 1 มกราคม 2027 อย่างไร
- ขสมก. จะรับรถเมล์ไฟฟ้า 2,320 คัน ในปี 2027 และท่าเรือ Smart Pier 16 จาก 29 ท่า ตั้งเป้าเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2027 เพื่อเชื่อมเข้าระบบตั๋วร่วม
รัฐบาลตั้งเป้าเริ่มใช้ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ และปริมณฑลวันที่ 1 มกราคม 2027 (พ.ศ. 2570) ค่าแรกเข้า 17 บาท และค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อหนึ่งขาการเดินทาง แม้เปลี่ยนรถไฟฟ้าหลายสายก็ไม่เสียค่าแรกเข้าซ้ำ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุในรายการ "คุยกับ ครม.อนุทิน" เมื่อ 10 ตุลาคม 2026
สามวันก่อนหน้า คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ประชุมเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 เพื่อติดตามการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ซึ่งที่ประชุมเคยมีมติเห็นชอบให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ประกอบกิจการ และตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุดขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วม

ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17–45 บาท ทำงานอย่างไร
| องค์ประกอบ | ตามแผนของรัฐบาล |
|---|---|
| ค่าแรกเข้า | 17 บาท จ่ายครั้งเดียวเมื่อเข้าระบบ |
| ค่าโดยสารสูงสุด | ไม่เกิน 45 บาทต่อหนึ่งขาการเดินทาง แม้เปลี่ยนหลายสาย |
| ผู้บริหารระบบส่วนกลาง | การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) |
| ศูนย์ CCH | ธนาคารกรุงไทย ดูแลระบบหลังบ้านและคำนวณค่าโดยสารระหว่างผู้ให้บริการ |
| การชำระเงิน | รองรับบัตรชำระเงินมาตรฐาน EMV แบบแตะจ่าย |
| วันเริ่มใช้ | 1 มกราคม 2027 (เป้าหมาย) |
ฐานเศรษฐกิจรายงานจากรายการเดียวกันว่านายพิพัฒน์ระบุให้ธนาคารกรุงไทยหักบัญชีและคืนเงินส่วนต่างให้ผู้โดยสารภายใน 3 วัน นายพิพัฒน์ยกตัวอย่างว่าหลายคนจ่ายค่าเดินทางวันละ 60 บาท 80 บาท หรือมากกว่า 100 บาท เพดาน 45 บาทต่อขาจึงเป็นเครื่องมือลดรายจ่ายโดยตรง และกระทรวงฯ คาดว่าจะดึงคนจากรถยนต์มาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ธนาคารกรุงไทยเป็น CCH และคณะอนุกรรมการ 4 ชุด
ที่ประชุม คนต. ครั้งที่ 4/2569 ระบุว่าสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งให้ธนาคารกรุงไทยยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการ CCH ให้ครบตามขั้นตอนกฎหมาย ที่ประชุมยังให้ทบทวนแผนพัฒนาระบบตั๋วร่วมระยะ 5 ปี (2026–2030) และตั้งคณะอนุกรรมการดังนี้
- มาตรฐานทางเทคโนโลยี กำหนดสถาปัตยกรรมระบบ มาตรฐานสื่อชำระเงิน และโปรโตคอลการเชื่อมต่อ รวมถึงกำกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการประมวลผลข้อมูลของ CCH
- หลักเกณฑ์คำนวณค่าโดยสารร่วม วางสูตรค่าโดยสาร การยกเว้นหรือลดค่าแรกเข้า ราคาสำหรับกลุ่มสวัสดิการสังคม การแบ่งรายได้ และการจ่ายชดเชยจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม
- กำกับ ติดตาม และขับเคลื่อน ทำแผนปฏิบัติการ ประเมินผล และแก้ปัญหาทางเทคนิคหรือข้อพิพาท
- ขยายผลสู่ภูมิภาค ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อออกแบบระบบตั๋วร่วมในต่างจังหวัด
ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการโอนโครงการรถไฟฟ้าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 23 มิถุนายน 2026
จุดที่ยังต้องแก้: สายสีเขียวและบัตร Rabbit
นายพิพัฒน์ระบุว่าจุดที่ต้องเร่งที่สุดคือรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งปัจจุบันใช้บัตร Rabbit กระทรวงคมนาคมกำลังหารือว่าจะเชื่อมเข้าระบบ EMV ให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2027 ได้อย่างไร เพราะสายสีเขียวเป็นแกนที่เชื่อมกับสายสีม่วง สายสีน้ำเงิน และสายที่จะเปิดในอนาคต
ฐานเศรษฐกิจรายงานเพิ่มว่ารถไฟฟ้าแต่ละสีมีผู้ประกอบการ 2–3 ราย ทั้งในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ รฟม. กระทรวงฯ จึงต้องรวบการบริหารและการเก็บค่าโดยสารไว้ที่จุดเดียวก่อนเข้าสู่ตั๋วร่วมเต็มรูปแบบ นับจากวันที่ประกาศถึงวันเริ่มใช้เหลือเวลาไม่ถึง 3 เดือน ขณะที่ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2026 ธนาคารกรุงไทยยังอยู่ในขั้นยื่นขอใบอนุญาต CCH และการเชื่อมสายสีเขียวยังอยู่ระหว่างหารือ
รถเมล์ไฟฟ้า ท่าเรือ และขนส่งสินค้าทางราง
แผนที่นายพิพัฒน์เล่าไม่ได้หยุดที่รถไฟฟ้า แต่ต้องการเชื่อมน้ำ ล้อ และรางไว้ในระบบเดียวกัน
- รถเมล์ ขสมก. ปี 2027 จะรับรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คันช่วงมีนาคม–พฤษภาคม และอีก 800 คันช่วงปลายธันวาคม รวม 2,320 คัน ตั้งเป้าให้ ขสมก. ใช้รถไฟฟ้าทั้งหมดภายในสิ้นปี 2027 รถชุดใหม่ติดแอร์ทุกคัน มีพื้นที่และทางลาดสำหรับวีลแชร์ ผู้สูงอายุ นักเรียน และนักศึกษาได้ส่วนลด 50% เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปีไม่เสียค่าโดยสาร
- เส้นทางรถเมล์ จะปรับให้เป็น Feeder พาผู้โดยสารจากชุมชนเข้าสถานีรถไฟฟ้า พร้อมกำหนดความถี่ของแต่ละเส้นทาง
- ท่าเรือ Smart Pier ตั้งเป้าเสร็จ 16 จาก 29 ท่าภายในไตรมาส 4 ปี 2027 ท่าใดพร้อมก่อนเชื่อมตั๋วร่วมได้ทันที และเรือคลองแสนแสบจะเข้าระบบด้วย
- ขนส่งสินค้า กระทรวงฯ วางระบบรางเป็นแกนหลัก ให้รถบรรทุกเป็น Feeder ระยะไม่เกิน 150 กิโลเมตรจากโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรมเข้าสถานีรถไฟ เชื่อมไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์
- จุดตัดทางรถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งเป้าแก้จุดตัดกับถนนในกรุงเทพฯ ชั้นในให้เสร็จภายใน 6 ปี และไม่เกิน 10 ปี
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
ตั๋วร่วมเปลี่ยนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากบัตรแยกของแต่ละสายมาเป็นการแตะบัตรชำระเงินใบเดียว แล้วให้ CCH คำนวณค่าโดยสารระหว่างผู้ให้บริการหลายราย งานนี้จึงเป็นทั้งโครงการคมนาคมและโครงการระบบชำระเงินกับข้อมูล คนต. จึงแยกคณะอนุกรรมการที่ดูทั้งโปรโตคอล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการประมวลผลข้อมูลของ CCH ออกมาโดยเฉพาะ

อีกด้านคือเงิน หลักเกณฑ์การแบ่งรายได้ระหว่างผู้ให้บริการและการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมยังอยู่ระหว่างการวางของคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 ประกาศของรัฐบาลทั้งสองฉบับยังไม่ระบุวงเงินชดเชยและขั้นตอนรับสิทธิของผู้โดยสาร ผู้ที่วางแผนใช้สิทธิควรรอประกาศทางการของกระทรวงคมนาคม
ผลต่อองค์กรไทย
- ฝ่ายบุคคล ควรทบทวนสวัสดิการค่าเดินทางของพนักงานที่ใช้รถไฟฟ้า เพราะเพดาน 45 บาทต่อขาหมายถึงค่ารถไฟฟ้าไม่เกิน 90 บาทต่อวันสำหรับการเดินทางไป–กลับสองขา
- ธนาคาร ผู้ออกบัตร และฟินเทค ควรเตรียมรับธุรกรรมแตะจ่ายแบบ EMV ในระบบขนส่งที่จะเพิ่มขึ้น และติดตามมาตรฐานที่คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีจะกำหนด
- ผู้ให้บริการระบบเก็บค่าโดยสารและผู้รับเหมาไอที ควรติดตามสถาปัตยกรรม โปรโตคอล และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ CCH ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขของงานเชื่อมต่อทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และท่าเรือ
- ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ควรวางแผนเส้นทางแบบผสม ราง–ถนน ตามแนวที่กระทรวงฯ ให้รถบรรทุกวิ่งระยะไม่เกิน 150 กิโลเมตรเข้าสถานีรถไฟ
- ธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ใกล้สถานี ควรติดตามจำนวนผู้โดยสารหลังเริ่มใช้ตั๋วร่วม และเตรียมรับรถเมล์ Feeder ที่จะพาคนเข้าสถานีมากขึ้น ติดตามข่าวคมนาคมและโลจิสติกส์ได้ที่หมวดโลจิสติกส์และการขนส่ง
คำถามที่พบบ่อย
ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17–45 บาท เริ่มใช้เมื่อไร?
รัฐบาลตั้งเป้าเริ่มใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ และปริมณฑลวันที่ 1 มกราคม 2027 (พ.ศ. 2570) ตามที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุเมื่อ 10 ตุลาคม 2026 โดยค่าแรกเข้า 17 บาท และค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อหนึ่งขาการเดินทาง
เปลี่ยนรถไฟฟ้าหลายสายต้องจ่ายค่าแรกเข้าซ้ำหรือไม่?
ไม่ต้อง ตามแผนของกระทรวงคมนาคม ผู้โดยสารจ่ายค่าแรกเข้า 17 บาทครั้งเดียวเมื่อเข้าระบบ และจ่ายรวมไม่เกิน 45 บาทต่อหนึ่งขาการเดินทาง แม้จะเปลี่ยนรถไฟฟ้าหลายสาย โดยให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริหารระบบส่วนกลาง
ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแตะจ่ายค่ารถไฟฟ้าได้หรือไม่?
ระบบตั๋วร่วมเตรียมรองรับการจ่ายผ่าน EMV ซึ่งเป็นมาตรฐานบัตรชำระเงินที่ใช้กันทั่วโลก ผู้ที่ถือบัตรที่รองรับ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะแตะเข้าใช้บริการได้ ส่วนสายสีเขียวที่ใช้บัตร Rabbit กระทรวงคมนาคมยังหารือว่าจะเชื่อมเข้าระบบ EMV ให้ทัน 1 มกราคม 2027 อย่างไร
ธนาคารกรุงไทยทำหน้าที่อะไรในระบบตั๋วร่วม?
ธนาคารกรุงไทยได้รับความเห็นชอบเป็นผู้ประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ของระบบตั๋วร่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ดูแลระบบหลังบ้านและการคำนวณค่าโดยสารระหว่างผู้ให้บริการแต่ละราย ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรแจ้งให้ธนาคารยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการให้ครบตามกฎหมาย
แหล่งอ้างอิง
- “พิพัฒน์” กางแผนลดค่าครองชีพคนกรุง 1 ม.ค. 70 รถไฟฟ้าแรกเข้า 17 บาท สูงสุด 45 บาทต่อขา เปลี่ยนสายไม่เสียซ้ำ ดันรถเมล์ EV 2,320 คัน เชื่อมตั๋วเดียว น้ำ - ล้อ - ราง — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
- “คนต.” แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด วางกลไกขยายผลการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมครอบคลุมทั้งประเทศ ปรับแผน 5 ปี — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
- “พิพัฒน์” ประกาศตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เริ่ม 1 ม.ค.70 จ่ายสูงสุด 45 บาท ลดค่าครองชีพ — ฐานเศรษฐกิจ
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กระทรวงคมนาคม8
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ102มาเลเซีย34สิงคโปร์36
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ