ข้ามไปยังเนื้อหา
Networking

FCC อนุมัติดาวเทียม Direct-to-Device ของ SpaceX 15,000 ดวง พร้อมเสนอเปิดคลื่นเพิ่ม

FCC อนุมัติให้ SpaceX ยิงดาวเทียม Direct-to-Device ส่งสัญญาณถึงมือถือโดยตรง 15,000 ดวงเมื่อ 6 ต.ค. 2026 และจะโหวตเปิดคลื่นเพิ่ม 482 MHz วันที่ 29 ต.ค.

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
หน้าเว็บ Starlink Mobile บริการดาวเทียมส่งสัญญาณถึงโทรศัพท์มือถือของ SpaceX ภาพผู้ใช้ถือโทรศัพท์กลางพื้นที่ห่างไกล พร้อมข้อความ The world's largest and only satellite-to-mobile constellation
ภาพ: Starlink (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • FCC ของสหรัฐฯ อนุมัติให้ SpaceX ยิงและใช้งานกลุ่มดาวเทียม Direct-to-Device ชุดใหม่ 15,000 ดวง ที่วงโคจรราว 326–335 กิโลเมตร เมื่อ 6 ตุลาคม 2026
  • การอนุมัติเป็นแบบอนุมัติบางส่วนและเลื่อนพิจารณาบางส่วน SpaceX ต้องยิงดาวเทียมให้ได้ครึ่งหนึ่งภายใน 7 ตุลาคม 2032 และครบทั้งหมดภายใน 7 ตุลาคม 2035
  • Brendan Carr ประธาน FCC เสนอ 3 วาระให้กรรมการลงมติวันที่ 29 ตุลาคม 2026 รวมถึงเปิดคลื่นเพิ่ม 482 MHz สำหรับบริการดาวเทียมเสริมโครงข่ายมือถือ และประมูลคลื่นย่าน 1675–1695 MHz กับ 2020–2025 MHz รวม 25 MHz
  • นอกสหรัฐฯ SpaceX ต้องปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานกำกับแต่ละประเทศ และหน้าเว็บ Starlink Mobile ณ 8 ตุลาคม 2026 ยังไม่มีผู้ให้บริการมือถือไทยอยู่ในรายชื่อพันธมิตร

คณะกรรมการกำกับกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) อนุมัติให้ SpaceX ยิงและใช้งานกลุ่มดาวเทียม Direct-to-Device ชุดใหม่ 15,000 ดวงเมื่อ 6 ตุลาคม 2026 ดาวเทียมชุดนี้ส่งสัญญาณถึงโทรศัพท์มือถือโดยตรง วันต่อมาประธาน FCC เสนอให้ลงมติเปิดคลื่นเพิ่มให้บริการลักษณะนี้ในการประชุมวันที่ 29 ตุลาคม

รายละเอียดการอนุมัติดาวเทียม 15,000 ดวงของ SpaceX

คำสั่งเลขที่ DA 26-1078 ออกโดยสำนักกิจการอวกาศ (Space Bureau) ร่วมกับสำนักกิจการสื่อสารไร้สาย (Wireless Telecommunications Bureau) ของ FCC เป็นการอนุมัติบางส่วน เลื่อนพิจารณาบางส่วน และมีเงื่อนไขกำกับ สาระสำคัญมีดังนี้

  • ขนาดและวงโคจร ดาวเทียม 15,000 ดวงใน 9 ชั้นวงโคจร สูงราว 326–335 กิโลเมตรจากพื้นโลก ข่าวประชาสัมพันธ์ของ FCC สรุปไว้ว่าระดับ 330 กิโลเมตร
  • ขอบเขตบริการ ให้บริการดาวเทียมเสริมโครงข่ายมือถือ (Supplemental Coverage from Space หรือ SCS) และบริการดาวเทียมเคลื่อนที่ (MSS) ในสหรัฐฯ ส่วนนอกสหรัฐฯ ให้บริการ MSS และบริการส่งตรงถึงมือถือ (direct-to-cell)
  • คลื่นความถี่ ใช้คลื่นที่ SpaceX ซื้อจาก EchoStar ได้แก่ ย่าน 2 GHz MSS/AWS-4, AWS-H Block และ AWS-3 แบบไม่มีคู่ ซึ่ง FCC อนุมัติการโอนเมื่อ 12 พฤษภาคม 2026 สิทธิ์ใช้งานคลื่นเหล่านี้มีผลเมื่อการโอนใบอนุญาตขั้นที่สองเสร็จสมบูรณ์
  • ส่วนที่ยังไม่อนุมัติ FCC เลื่อนพิจารณาการใช้ย่าน 2020–2025 MHz ในสหรัฐฯ และคำขอใช้ย่าน 1429–2690 MHz ทั้งช่วงสำหรับบริการ direct-to-cell นอกสหรัฐฯ

SpaceX ยื่นคำขอเมื่อเดือนกันยายน 2025 และแก้ไขคำขอในเดือนพฤศจิกายน 2025 ระหว่างการพิจารณา Globalstar, Viasat และ Iridium ยื่นคำร้องคัดค้าน คำสั่งระบุว่าบางคำร้องตกไปเพราะคำขอในย่านที่เกี่ยวข้องถูกตัดออกไปก่อนแล้ว

เงื่อนไขในคำสั่ง กำหนด
วางหลักประกัน (surety bond) ภายใน 4 พฤศจิกายน 2026
ยิงและใช้งานดาวเทียม 50% ของที่ได้รับอนุญาต ภายใน 7 ตุลาคม 2032
ยิงและใช้งานครบทั้งกลุ่ม ภายใน 7 ตุลาคม 2035
อายุใบอนุญาต 15 ปี นับจากดาวเทียมดวงแรกเข้าวงโคจร
แผนภาพไทม์ไลน์ดาวเทียม Direct-to-Device ของ SpaceX: ยื่นคำขอกันยายน 2025 FCC อนุมัติ 6 ตุลาคม 2026 ต้องยิงครึ่งหนึ่งภายใน 7 ตุลาคม 2032 และครบ 15,000 ดวงภายใน 7 ตุลาคม 2035
ตามคำสั่งของ FCC SpaceX ต้องยิงดาวเทียมครึ่งหนึ่งภายในปี 2032 และครบ 15,000 ดวงภายในปี 2035 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: FCC)

FCC เตรียมโหวตเปิดคลื่น Direct-to-Device เพิ่ม 29 ตุลาคม

วันที่ 7 ตุลาคม 2026 Brendan Carr ประธาน FCC ประกาศ 3 ข้อเสนอให้กรรมการลงมติในการประชุมเปิดวันที่ 29 ตุลาคม 2026

  1. ปรับกฎ Direct-to-Device ในคลื่นที่มีผู้รับใบอนุญาต เปิดรับความเห็นต่อร่างกฎที่จะเพิ่มคลื่นอีก 482 MHz สำหรับ SCS และเปิดทางให้ผู้ให้บริการทำข้อตกลงแบบภาคพื้นดิน ดาวเทียม หรือผสมกันได้ยืดหยุ่นขึ้น
  2. ประมูลคลื่นใหม่ 25 MHz ในย่าน 1675–1695 MHz และ 2020–2025 MHz ใช้ได้ทั้งโครงข่ายภาคพื้นดิน บริการ Direct-to-Device หรือแบบผสม
  3. ให้โดรนใช้คลื่น 800 MHz ยกเลิกข้อห้ามเดิม เปิดคลื่นย่านต่ำ 50 MHz ทั่วสหรัฐฯ ให้โดรนใช้งาน
ภาพสรุปตัวเลขดาวเทียม Direct-to-Device: FCC อนุมัติดาวเทียม SpaceX 15,000 ดวง เสนอคลื่นเพิ่ม 482 MHz สำหรับ SCS ประมูลคลื่นใหม่ 25 MHz และเปิดคลื่น 800 MHz 50 MHz ให้โดรน
ตัวเลขหลักจากคำสั่งอนุมัติวันที่ 6 ตุลาคมและข้อเสนอของประธาน FCC วันที่ 7 ตุลาคม 2026 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: FCC)

ข้อสังเกตคือย่าน 2020–2025 MHz ที่ FCC เลื่อนพิจารณาในคำสั่งของ SpaceX คือย่านเดียวกับที่ประธาน FCC เสนอให้นำออกประมูล Carr กล่าวในแถลงการณ์ว่าข้อเสนอด้าน Direct-to-Device มุ่ง "ยุติพื้นที่อับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ" ด้วยการให้บริการจากกลุ่มดาวเทียมรุ่นใหม่ถึงสมาร์ตโฟนโดยตรง

SpaceX ทำตลาดบริการ Direct-to-Device ภายใต้ชื่อ Starlink Mobile หน้าเว็บของบริการเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ระบุว่ามีดาวเทียมสำหรับบริการนี้ที่ยิงขึ้นแล้ว 650 ดวง รองรับข้อมูล เสียง วิดีโอ และข้อความในหกทวีป ใช้งานได้กับโทรศัพท์ LTE ทั่วไปเมื่ออยู่ในที่มองเห็นท้องฟ้า และเชื่อมกับโครงข่ายของผู้ให้บริการมือถือในลักษณะคล้ายพันธมิตรโรมมิง

  • ข้อมูล ใช้ได้กับแอปมากกว่า 40 แอปบนอุปกรณ์มากกว่า 100 รุ่น
  • การแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ส่งการแจ้งเตือนสาธารณะถึงอุปกรณ์ได้ในสหรัฐฯ แคนาดา และญี่ปุ่น
  • รุ่นถัดไป (V2) SpaceX ระบุว่าจะรองรับการเชื่อมต่อระดับ 5G ในสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่ และมีขีดความสามารถรับส่งข้อมูลราว 20 เท่าของดาวเทียมรุ่นแรก
รายชื่อพันธมิตรผู้ให้บริการมือถือของบริการดาวเทียม Direct-to-Device Starlink Mobile บนหน้าเว็บ Starlink เช่น T-Mobile, Optus, Telstra, KDDI, Globe, Docomo, SoftBank และ Banglalink โดยไม่มีผู้ให้บริการไทย
หน้าเว็บ Starlink Mobile แสดงรายชื่อพันธมิตรผู้ให้บริการมือถือในหกทวีป ซึ่งยังไม่มีผู้ให้บริการไทย (ภาพจับเมื่อ 8 ตุลาคม 2026) ภาพ: Starlink (ภาพหน้าจอ)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

บริการ Direct-to-Device ที่ใช้งานอยู่วันนี้ยังจำกัดอยู่ที่ข้อความ เสียงและข้อมูลผ่านแอปที่รองรับ ส่วนการโทรแบบปกติและการรับส่งไฟล์ใหญ่ SpaceX ระบุว่าเป็นบริการในอนาคต การอนุมัติดาวเทียม 15,000 ดวงที่วงโคจรต่ำมากควบคู่กับการเปิดคลื่นเพิ่ม แสดงว่าหน่วยงานกำกับของสหรัฐฯ กำลังวางพื้นฐานให้บริการนี้รองรับการใช้งานข้อมูลจริงจังขึ้น SpaceX เองระบุบนหน้า Starlink Mobile ว่า V2 จะช่วยให้ผู้ให้บริการมือถือลงทุนโครงข่ายภาคพื้นดินน้อยลงในพื้นที่ห่างไกล

อีกด้านหนึ่งคือการแย่งคลื่นความถี่ ผู้ให้บริการดาวเทียมรายอื่นคัดค้านคำขอของ SpaceX ในหลายย่าน และ FCC ยังไม่ตัดสินคำขอใช้คลื่นนอกสหรัฐฯ ทั้งช่วง ผลการลงมติวันที่ 29 ตุลาคมจะบอกว่าคลื่นสำหรับ Direct-to-Device ในสหรัฐฯ จะเปิดกว้างแค่ไหน

ผลต่อองค์กรไทย

คำสั่งของ FCC ระบุชัดว่านอกสหรัฐฯ SpaceX ต้องทำตามกฎหมายและเงื่อนไขของหน่วยงานกำกับในแต่ละประเทศ และ SpaceX ระบุในคำขอว่าการใช้คลื่นนอกสหรัฐฯ จะเป็นขาขึ้นหรือขาลงขึ้นกับการจัดสรรคลื่น พันธมิตรผู้ให้บริการมือถือ และการอนุญาตในแต่ละพื้นที่ บริการลักษณะนี้ในไทยจึงต้องผ่านหน่วยงานกำกับในประเทศ คือ กสทช. และต้องมีผู้ให้บริการมือถือในประเทศร่วมด้วย

  1. อย่าวางแผนโดยถือว่าบริการ Direct-to-Device ใช้ได้แล้วในไทย รายชื่อพันธมิตรบนหน้า Starlink Mobile ณ 8 ตุลาคม 2026 มี Globe ในฟิลิปปินส์ Banglalink ในบังกลาเทศ และผู้ให้บริการญี่ปุ่นสามราย แต่ไม่มีผู้ให้บริการไทย
  2. ทบทวนแผนสื่อสารฉุกเฉินของพื้นที่ห่างไกล องค์กรที่มีพนักงานในไร่ เหมือง งานนอกชายฝั่ง หรือเส้นทางขนส่ง ควรคงช่องทางสำรองที่ใช้ได้จริงในวันนี้ไว้ก่อน สถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในเดือนตุลาคม 2026 เป็นตัวอย่างว่าแผนสื่อสารสำรองต้องพร้อมใช้ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่รอเทคโนโลยีที่ยังไม่เปิดให้บริการในไทย
  3. ถามผู้ให้บริการมือถือขององค์กรถึงแผนบริการดาวเทียม ใส่เรื่องนี้ในการต่อสัญญา corporate mobile เพื่อรู้ว่าผู้ให้บริการมีแผนเป็นพันธมิตรกับเครือข่ายดาวเทียมรายใดหรือไม่
  4. ติดตามผลการลงมติของ FCC วันที่ 29 ตุลาคม 2026 และท่าทีของหน่วยงานกำกับในภูมิภาค ก่อนลงทุนอุปกรณ์หรือบริการดาวเทียมแบบเดิมที่มีอายุใช้งานหลายปี

ติดตามข่าว 5G ดาวเทียม และโครงข่ายองค์กรได้ที่หมวดเครือข่าย

คำถามที่พบบ่อย

ดาวเทียม Direct-to-Device คืออะไร?

Direct-to-Device (D2D) คือบริการที่ดาวเทียมส่งสัญญาณถึงโทรศัพท์มือถือโดยตรงโดยไม่ต้องใช้จานรับสัญญาณ ดาวเทียมทำหน้าที่คล้ายเสาสัญญาณมือถือที่อยู่บนอวกาศ ใช้เติมพื้นที่อับสัญญาณที่โครงข่ายภาคพื้นดินไปไม่ถึง ในสหรัฐฯ FCC เรียกบริการที่ใช้คลื่นของผู้ให้บริการมือถือแบบนี้ว่า Supplemental Coverage from Space (SCS)

FCC อนุมัติอะไรให้ SpaceX เมื่อ 6 ตุลาคม 2026?

FCC อนุมัติให้ SpaceX ยิงและใช้งานกลุ่มดาวเทียม Direct-to-Device ชุดใหม่ 15,000 ดวงที่วงโคจรราว 326–335 กิโลเมตร โดยใช้คลื่นที่ SpaceX ซื้อจาก EchoStar การอนุมัติมีเงื่อนไขและเลื่อนพิจารณาบางย่านความถี่ออกไป รวมถึงย่าน 2020–2025 MHz และคำขอใช้ย่าน 1429–2690 MHz นอกสหรัฐฯ ทั้งช่วง

บริการดาวเทียม Direct-to-Device ของ Starlink ใช้ในประเทศไทยได้หรือยัง?

ยังไม่มีข้อมูลว่าใช้ได้ ณ 8 ตุลาคม 2026 หน้าเว็บ Starlink Mobile แสดงรายชื่อพันธมิตรผู้ให้บริการมือถือ เช่น Globe ในฟิลิปปินส์ และ KDDI, Docomo, SoftBank ในญี่ปุ่น แต่ไม่มีผู้ให้บริการไทย และคำสั่งของ FCC ระบุว่านอกสหรัฐฯ SpaceX ต้องทำตามกฎของหน่วยงานกำกับในแต่ละประเทศ

FCC จะลงมติเรื่องคลื่นความถี่สำหรับ Direct-to-Device เมื่อไร?

FCC จะลงมติในการประชุมเปิดวันที่ 29 ตุลาคม 2026 มีวาระเปิดรับความเห็นเรื่องการเพิ่มคลื่น 482 MHz สำหรับบริการดาวเทียมเสริมโครงข่ายมือถือ และการประมูลคลื่น 25 MHz ในย่าน 1675–1695 MHz กับ 2020–2025 MHz ซึ่งใช้ได้ทั้งโครงข่ายภาคพื้นดิน ดาวเทียม หรือแบบผสม

แหล่งอ้างอิง

  1. Chairman Carr Proposes Transformation in Connectivity — Federal Communications Commission
  2. Space Exploration Holdings, LLC — Authorization and Order, DA 26-1078 — Federal Communications Commission
  3. Starlink Mobile — Starlink
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ