ข้ามไปยังเนื้อหา
Policy & Law

EDPB ออกแถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR: ผู้ผลิตต้องให้คนรอบข้างรู้ว่ากำลังถูกบันทึก

แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR ของ EDPB เมื่อ 13 ต.ค. 2026 ให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการ AI ที่เชื่อมกับแว่นรับผิดชอบข้อมูลเอง และเตือนคนรอบข้างให้ชัดเมื่อบันทึก

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ประกาศข่าวของ EDPB วันที่ 13 ตุลาคม 2026 หัวข้อ EDPB publishes statement on the data protection challenges of smart glasses เรื่องแว่นอัจฉริยะ GDPR
ภาพ: European Data Protection Board (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลยุโรป (EDPB) รับรอง แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ ในการประชุมใหญ่และเผยแพร่เมื่อ 13 ตุลาคม 2026 เป็นแนวทางเบื้องต้นด้าน แว่นอัจฉริยะ GDPR สำหรับผู้ใช้ ผู้ผลิต และผู้ให้บริการ
  • ข้อ 18 ของแถลงการณ์ระบุว่าผู้ผลิตแว่นและผู้ให้บริการแอปหรือ AI ที่เชื่อมกับแว่น โอนหน้าที่ตาม GDPR ไปให้ผู้ใช้ไม่ได้ แม้ผู้ใช้จะได้รับข้อยกเว้นกรณีใช้ส่วนตัว
  • EDPB เสนอสัญญาณเตือน 4 แบบ ได้แก่ ไฟ LED เสียง การแจ้งเตือนบนสมาร์ตโฟน และดีไซน์ที่ดูออกว่าเป็นแว่นอัจฉริยะ และต้องบันทึกไม่ได้ถ้าไฟถูกปิดบัง
  • การนำภาพของคนรอบข้างไปใช้เชิงพาณิชย์เกินกว่าบริการที่ผู้ใช้ขอหรือไปฝึก AI จะอ้าง legitimate interest ได้ยากมาก

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลยุโรป (European Data Protection Board หรือ EDPB) เผยแพร่แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ระบุว่าผู้ผลิตแว่นและผู้ให้บริการแอปหรือ AI ที่เชื่อมกับแว่นต้องรับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลของคนรอบข้างเอง จะโยนหน้าที่ให้ผู้สวมใส่ไม่ได้ และต้องทำให้การบันทึกภาพหรือเสียง "เห็นได้ชัด" สำหรับคนที่อยู่ในกรอบกล้อง

แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR ฉบับนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้ใช้ ผู้ผลิต และผู้ให้บริการ EDPB ระบุว่าจะศึกษาเรื่องนี้ต่อร่วมกับอุปกรณ์วิดีโออื่นที่มีคำถามทางกฎหมายคล้ายกัน

ประกาศข่าวของ EDPB วันที่ 13 ตุลาคม 2026 หัวข้อ EDPB publishes statement on the data protection challenges of smart glasses เรื่องแว่นอัจฉริยะ GDPR
ประกาศข่าวของ EDPB วันที่ 13 ตุลาคม 2026 เรื่องแถลงการณ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลของแว่นอัจฉริยะ ภาพ: European Data Protection Board (ภาพหน้าจอ)

ทำไม EDPB ออกแนวทางแว่นอัจฉริยะ GDPR

แถลงการณ์นิยามแว่นอัจฉริยะว่าเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่หน้าตาเหมือนแว่นสายตาหรือแว่นกันแดด แต่มีกล้อง ลำโพง ไมโครโฟน และซอฟต์แวร์ รวมถึงระบบ AI สำหรับแปลภาษาหรือจดจำวัตถุ ต่ออินเทอร์เน็ตหรือแอปบนมือถือได้ เมื่อแว่นเก็บข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ การประมวลผลนั้นอยู่ภายใต้ GDPR

EDPB ชี้ความเสี่ยงหลักคือแว่นแยกจากแว่นธรรมดาได้ยาก จึงเก็บข้อมูลได้แทบมองไม่เห็น ไมโครโฟนบางรุ่นอัดเสียงสนทนาที่ผู้ใช้ไม่ได้ร่วมวงได้ และถ้าใช้ร่วมกับระบบจดจำใบหน้าหรือเสียงจะเป็นความเสี่ยงสูงต่อสิทธิในพื้นที่สาธารณะ Anu Talus ประธาน EDPB กล่าวว่าความเสี่ยงยิ่งสูงในโรงพยาบาล โรงเรียน และที่ทำงาน และเด็กเสี่ยงเป็นพิเศษ

ใครต้องรับผิดชอบตามแนวทางแว่นอัจฉริยะ GDPR

ผู้เกี่ยวข้อง สถานะตาม GDPR ตามแถลงการณ์
ผู้ใช้ที่ใช้ส่วนตัวล้วน ๆ (ส่งรูปให้ครอบครัว แปลภาษาส่วนตัว) ได้รับข้อยกเว้นกรณีครัวเรือน GDPR ไม่ใช้บังคับ แต่ยังอาจผิดกฎหมายอาญา แพ่ง หรือแรงงาน
ผู้ใช้ที่โพสต์ลงโซเชียลสาธารณะ หรือใช้ในงานอาชีพ งานทางการ การเมือง เป็นผู้ควบคุมข้อมูลหรือผู้ควบคุมร่วม ต้องทำตาม GDPR ทุกข้อ
ผู้ผลิตแว่น อาจเป็นผู้ควบคุมข้อมูลอิสระหรือร่วม โอนหน้าที่ให้ผู้ใช้ไม่ได้
ผู้ให้บริการแอปหรือ AI ที่เชื่อมกับแว่น เป็นผู้ควบคุมข้อมูลเมื่อวิเคราะห์ภาพจากกล้องที่มีคนอื่นอยู่ในภาพเพื่อตอบผู้ใช้

แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR ย้ำว่าข้อยกเว้นกรณีครัวเรือนต้องตีความอย่างแคบ และแม้ผู้ใช้ได้รับข้อยกเว้น GDPR ก็ยังใช้กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการที่จัดหาเครื่องมือประมวลผลนั้น

หน้าเอกสาร Statement of the EDPB on smart glasses ประเภท Statement ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2026 พร้อมปุ่มดาวน์โหลด
หน้าเอกสาร Statement of the EDPB on smart glasses ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ภาพ: European Data Protection Board (ภาพหน้าจอ)

4 สัญญาณเตือนที่แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR เสนอ

EDPB ระบุว่าความโปร่งใสเป็นความท้าทายหลัก เพราะคนรอบข้างอาจไม่รู้ว่าถูกบันทึก ประกาศความเป็นส่วนตัวแบบเดิมใช้ไม่ได้กับคนที่ไม่ใช่ลูกค้า จึงเสนอให้ผสมหลายวิธี

  1. ไฟ LED ต้องมองเห็นได้ในหลายสภาพแสง ติดนานพอให้คนรู้ตัว และต้องบันทึกไม่ได้ถ้าไฟถูกปิดบัง EDPB เตือนว่าไฟสีขาวอาจถูกมองเป็นแสงสะท้อน
  2. เสียงและการสั่งงานด้วยเสียง เช่น เสียงชัตเตอร์ หรือให้ผู้ใช้พูดคำสั่งออกเสียง
  3. การแจ้งเตือนบนสมาร์ตโฟนใกล้เคียง ผ่านสัญญาณ Bluetooth แต่ห้ามเป็นวิธีเดียว และต้องไม่กลายเป็นช่องทางติดตามผู้ใส่แว่น
  4. ดีไซน์ ที่ช่วยให้คนแยกออกว่าไม่ใช่แว่นธรรมดา

ด้านฐานทางกฎหมาย แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR ชี้ว่าผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ AI ขอความยินยอมจากคนที่ไม่รู้จักได้ยาก และความยินยอมหลังบันทึกไปแล้วใช้ไม่ได้ ส่วน legitimate interest ต้องประเมินเป็นกรณี และจะพิสูจน์ได้ยากเป็นพิเศษถ้านำข้อมูลไปใช้เชิงพาณิชย์เกินบริการที่ผู้ใช้ขอหรือนำไปฝึก AI แถลงการณ์ยังแนะนำให้ปิดการเก็บภาพและเสียงถาวรเป็นค่าเริ่มต้น เบลอคนรอบข้าง ประมวลผลบนตัวเครื่อง และจำกัดการใช้ในพื้นที่อ่อนไหวด้วย geofencing

หน้ารายงาน The connected gaze. Video recording, surveillance and administering evidence in the age of smart glasses ภายใต้ Support Pool of Experts ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2026
หน้ารายงาน The connected gaze ภายใต้โครงการ Support Pool of Experts ของ EDPB ระบุว่าไม่ใช่เอกสารของ EDPB เอง ภาพ: European Data Protection Board (ภาพหน้าจอ)

EDPB เผยแพร่รายงาน "The connected gaze" ที่นักสังคมวิทยาดิจิทัลจัดทำตามข้อเสนอของหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลฝรั่งเศสคู่กัน รายงานพบว่าแว่นอัจฉริยะบางครั้งกลายเป็นเครื่องมือสอดส่องระหว่างบุคคลและเก็บหลักฐาน แต่ EDPB หมายเหตุว่ารายงานนี้ผู้รับจ้างภายนอกจัดทำ ไม่ใช่จุดยืนทางการของคณะกรรมการ

ผลของแนวทางแว่นอัจฉริยะ GDPR ต่อองค์กรไทย

แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่มีผลกับบริษัทไทยที่ต้องทำตาม GDPR เช่น ผู้ที่ให้บริการคนในสหภาพยุโรป และแถลงการณ์ยังอ้างเอกสารรวบรวมแนวทางเรื่องแว่นอัจฉริยะของหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลกลุ่ม G7 เมื่อมิถุนายน 2026 ซึ่งแสดงว่าผู้กำกับดูแลหลายประเทศกำลังจับตาเรื่องเดียวกัน

  • กำหนดนโยบายการใช้แว่นอัจฉริยะในองค์กร โดยเฉพาะโรงพยาบาล โรงเรียน ห้องประชุม และพื้นที่ที่มีข้อมูลลับหรือความลับทางการค้า ซึ่ง EDPB ระบุว่าเป็นบริบทอ่อนไหว
  • ผู้พัฒนาแอปหรือบริการ AI ที่วิเคราะห์ภาพจากแว่น ควรถือว่าตัวเองเป็นผู้ควบคุมข้อมูลของคนในภาพ กำหนดฐานทางกฎหมาย แยกการฝึก AI ออกจากบริการหลัก และออกแบบให้ลบหรือเบลอภาพคนรอบข้างเป็นค่าเริ่มต้น
  • ผู้นำเข้าและผู้ขายแว่นอัจฉริยะ ควรตรวจว่ารุ่นที่ขายมีไฟเตือนที่ปิดไม่ได้หรือไม่ และสื่อสารกับลูกค้าเรื่องการใช้อย่างเคารพคนรอบข้าง
  • ทบทวนแนวทาง PDPA สำหรับ AI ของ สคส. ประกอบกัน อ่านได้ในข่าวแนวทาง PDPA สำหรับ AI และติดตามนโยบายดิจิทัลอื่นได้ที่หมวด Policy

คำถามที่พบบ่อย

แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR ของ EDPB คืออะไร?

แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR คือแนวทางเบื้องต้นที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลยุโรป (EDPB) รับรองเมื่อ 13 ตุลาคม 2026 อธิบายว่าใครต้องรับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อแว่นที่มีกล้องและไมโครโฟนบันทึกภาพหรือเสียงคนรอบข้าง และผู้ผลิตควรเตือนคนรอบข้างอย่างไร

ผู้ใช้แว่นอัจฉริยะต้องทำตาม GDPR หรือไม่?

ขึ้นกับการใช้งาน ถ้าใช้ส่วนตัวล้วน ๆ เช่น ส่งรูปให้ครอบครัวหรือเพื่อน หรือแปลภาษาในบริบทส่วนตัว GDPR ไม่ใช้บังคับ แต่ถ้าโพสต์ลงบัญชีโซเชียลสาธารณะ หรือใช้ในงานอาชีพ งานทางการ หรือการเมือง ผู้ใช้ถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและต้องทำตาม GDPR ทุกข้อ

EDPB แนะนำให้ผู้ผลิตแว่นอัจฉริยะเตือนคนรอบข้างอย่างไร?

แถลงการณ์แว่นอัจฉริยะ GDPR เสนอให้ใช้หลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ ไฟ LED ที่เห็นได้ในหลายสภาพแสงและบันทึกไม่ได้ถ้าไฟถูกปิด เสียงหรือการสั่งงานด้วยเสียง การแจ้งเตือนบนสมาร์ตโฟนใกล้เคียง และดีไซน์ที่ดูออกว่าไม่ใช่แว่นธรรมดา

องค์กรไทยควรทำอะไรเรื่องแว่นอัจฉริยะ?

องค์กรไทยควรกำหนดนโยบายการใช้แว่นอัจฉริยะในที่ทำงาน โดยเฉพาะโรงพยาบาล โรงเรียน และพื้นที่ที่มีข้อมูลลับ และผู้ที่พัฒนาแอปหรือบริการ AI ที่วิเคราะห์ภาพจากแว่นควรตรวจฐานทางกฎหมายและการแจ้งเจ้าของข้อมูลตาม PDPA ของไทยด้วย

แหล่งอ้างอิง

  1. EDPB publishes statement on the data protection challenges of smart glasses — European Data Protection Board
  2. Statement of the EDPB on smart glasses — European Data Protection Board
  3. The connected gaze. Video recording, surveillance and administering evidence in the age of smart glasses — European Data Protection Board (Support Pool of Experts)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
EDPB3สหภาพยุโรป40G73สคส.9
ประเทศและสถานที่
ยุโรป135ฝรั่งเศส54
กฎหมายและมาตรฐาน
GDPR4PDPA76
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ