ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ถ้อยคำ "โดยมิชอบ" ในมาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 7 ต.ค. 2569 ว่าถ้อยคำ "โดยมิชอบ" ใน ป.อาญามาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. อีก 2 มาตรา ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติจึงยังใช้ดำเนินคดีได้
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- 7 ตุลาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่าถ้อยคำ "โดยมิชอบ" ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
- คดีนี้คือเรื่องพิจารณาที่ 3/2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ส่งคำโต้แย้งของจำเลยที่ 2–4 ในคดีหมายเลขดำที่ อท 132/2568 มาให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212
- คำถามคือถ้อยคำนี้ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 26 วรรคหนึ่ง (เงื่อนไขการออกกฎหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพ) และมาตรา 29 วรรคหนึ่ง (บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญาเว้นแต่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิด) หรือไม่
- ทั้ง 3 มาตรากำหนดโทษเท่ากัน คือจำคุก 1–10 ปี หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่าถ้อยคำ "โดยมิชอบ" ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และในบทความผิดทำนองเดียวกันของกฎหมาย ป.ป.ช. อีก 2 ฉบับ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ผลคือฐานความผิดที่ใช้ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบยังใช้บังคับได้ตามเดิม
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องมาตรา 157 อย่างไร
ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 37/2569 ระบุว่าคดีนี้เป็นเรื่องพิจารณาที่ 3/2569 ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ส่งคำโต้แย้งของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 132/2568 มาให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212
คำถามที่ส่งมาคือ ถ้อยคำ "โดยมิชอบ" ในบทบัญญัติ 3 มาตรา ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 29 วรรคหนึ่ง หรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ขัดหรือแย้ง ข่าวของสำนักงานศาลระบุเฉพาะประเด็นและผลการพิจารณา ไม่ได้ระบุเหตุผลประกอบหรือข้อโต้แย้งโดยละเอียดของจำเลย และไม่ได้เปิดเผยชื่อคู่ความ

มาตรา 157 และอีก 2 มาตราที่ถูกโต้แย้งเขียนไว้อย่างไร
ทั้ง 3 มาตราใช้โครงสร้างเดียวกัน คือการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ "โดยมิชอบ" เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือ "โดยทุจริต" และมีโทษเท่ากัน ต่างกันที่ถ้อยคำเรียกผู้กระทำ
| บทบัญญัติ | ผู้กระทำตามถ้อยคำกฎหมาย | การกระทำที่เป็นความผิด | โทษ |
|---|---|---|---|
| ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 | เจ้าพนักงาน | ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือโดยทุจริต | จำคุก 1–10 ปี หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 | เจ้าหน้าที่ของรัฐ | ปฏิบัติหรือละเว้นในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต | เท่ากับมาตรา 157 |
| พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 | เจ้าพนักงานของรัฐ | ปฏิบัติหรือละเว้นในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต | เท่ากับมาตรา 157 |
รัฐธรรมนูญที่ถูกยกขึ้นอ้างมี 2 มาตรา ตามที่หมายเหตุท้ายข่าวของศาลอ้างไว้
- มาตรา 26 วรรคหนึ่ง การตรากฎหมายที่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดหลักนิติธรรม ไม่จำกัดสิทธิเกินสมควรแก่เหตุ และต้องระบุเหตุผลความจำเป็น
- มาตรา 29 วรรคหนึ่ง บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการที่กฎหมายในเวลานั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษต้องไม่หนักกว่าที่กฎหมายขณะกระทำผิดกำหนด

มาตรา 157 ในข่าวการเมืองสัปดาห์เดียวกัน
มาตรา 157 ปรากฏในการเมืองไทยสัปดาห์นี้อย่างน้อย 2 เรื่อง เรื่องแรกคือคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 8 ตุลาคม 2569 ว่าการปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหา 3 รายเกี่ยวกับข้อจำกัดเรื่องกรอบเวลาฝากขังและประเด็นการแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 157 ในชั้นตำรวจ
เรื่องที่สอง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ตอบคำถามเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 ถึงคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าหากการพิจารณาล่าช้าจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 หรือไม่ นายโสภณยืนยันว่าทำตามอำนาจหน้าที่ และเห็นว่าการเข้าไปเร่งรัดหรือแทรกแซงต่างหากที่อาจทำให้เสี่ยงถูกกล่าวหาตามมาตรา 157

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
มาตรา 157 และบทความผิดคู่ขนานในกฎหมาย ป.ป.ช. เป็นฐานความผิดที่ใช้กับเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยตรง คำโต้แย้งครั้งนี้ตั้งคำถามกับถ้อยคำ "โดยมิชอบ" ซึ่งเป็นแกนของฐานความผิด มติเอกฉันท์จึงยืนยันว่าทั้ง 3 มาตรายังใช้ได้ตามถ้อยคำเดิม สิ่งที่ยังต้องรอคือเหตุผลประกอบในคำวินิจฉัยฉบับเต็ม ซึ่งข่าวของศาลยังไม่ได้เผยแพร่ และจะช่วยให้เห็นว่าศาลอธิบายขอบเขตของคำว่า "โดยมิชอบ" ไว้อย่างไร
ผลต่อองค์กรไทย
- หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น มาตรฐาน "ปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ" ยังเป็นเกณฑ์เดิม ผู้บริหารและกรรมการที่ใช้ดุลพินิจ เช่น อนุมัติ อนุญาต หรือจัดซื้อ ควรบันทึกเหตุผลการตัดสินใจและฐานอำนาจไว้ทุกครั้ง
- ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายกำกับดูแล ติดตามคำวินิจฉัยฉบับเต็มในระบบสืบค้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดูแนวการตีความที่จะใช้ในคดีต่อไป
- องค์กรที่สื่อสารต่อสาธารณะ ข่าวของศาลย้ำว่าการวิจารณ์คำวินิจฉัยโดยไม่สุจริตหรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย เสียดสี เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 38 และ 39 และอาจเป็นความผิดฐานดูหมิ่นศาลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198
- องค์กรที่ร่วมงานกับภาครัฐ ติดตามคดีทุจริตสอบท้องถิ่นและคดีอื่นที่อ้างมาตรา 157 เพราะคำวินิจฉัยนี้ยืนยันว่าฐานความผิดนี้ยังใช้ได้
ติดตามข่าวศาลและกฎหมายสำคัญได้ที่หมวดการเมือง
คำถามที่พบบ่อย
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องมาตรา 157 ว่าอย่างไร?
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่าถ้อยคำ "โดยมิชอบ" ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 29 วรรคหนึ่ง
ใครเป็นผู้ส่งเรื่องมาตรา 157 ให้ศาลรัฐธรรมนูญ?
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ส่งคำโต้แย้งของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 132/2568 มาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้เป็นเรื่องพิจารณาที่ 3/2569
ความผิดตามมาตรา 157 มีโทษเท่าไร?
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กำหนดว่าเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุก 1–10 ปี หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 123/1 และ 172 ของกฎหมาย ป.ป.ช. กำหนดโทษเท่ากัน
แสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้แค่ไหน?
ข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าบุคคลมีเสรีภาพแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 34 แต่การวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยที่ไม่สุจริต ใช้ถ้อยคำหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาดร้าย เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และอาจผิดฐานดูหมิ่นศาล
แหล่งอ้างอิง
- ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 37/2569 วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569 — สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
- กมธ.ป.ป.ช. ติดตามคดีสอบท้องถิ่น-ข้อร้องเรียนหลักสูตร ปปร. นัดถกงบ Thai PBS-สสส. — สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
- ประธานรัฐสภา ยืนยันไม่แทรกแซงคณะกรรมการพิจารณาคำร้องตาม ม.236 ปมคดี นายศักดิ์สยาม — สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ