ข้ามไปยังเนื้อหา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในรายการคุยกับนายกฯ อนุทิน 7 พฤศจิกายน 2569 ที่พูดถึงกระแสเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง ก่อนโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงออก
Politics

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง: สวนดุสิตโพลพบคนไทย 56.97% ห่วงความปลอดภัย กลัวไฟดับน้ำไม่ไหลสุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในรายการคุยกับนายกฯ อนุทิน 7 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ ภาพ: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงของสวนดุสิตโพล (8 พ.ย. 2569) พบคนไทย 56.97% ห่วงความปลอดภัยครอบครัว กังวลไฟดับน้ำไม่ไหลมากสุด 29.16% อยากให้รัฐมีแผนสำรองเมื่อเน็ตล่ม

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที ผู้เข้าชม 1

แชร์FacebookXLINELinkedIn

สรุปประเด็นสำคัญ

  • สวนดุสิตโพลสำรวจประชาชน 1,183 คน ทั่วประเทศ ระหว่าง 3–6 พฤศจิกายน 2569 และเผยแพร่ผลเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2569
  • ข่าวที่หลายประเทศแนะนำให้เตรียมเสบียงและกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงทำให้ 56.97% เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว
  • ภัยที่คิดว่าไทยเสี่ยงมากที่สุดคือภัยไซเบอร์ เช่น ระบบธนาคารหรือสแกนจ่ายล่ม 62.55% แต่เรื่องที่กังวลมากที่สุดคือไฟดับ น้ำไม่ไหล 29.16%
  • 57.14% ค่อนข้างมั่นใจว่าครอบครัวรับมือ 72 ชั่วโมงแรกได้ ขณะที่ 27.64% ไม่ค่อยมั่นใจ และ 2.70% ไม่มั่นใจเลย
  • สิ่งที่อยากให้รัฐทำอันดับแรกคือเตรียมแผนสำรองเมื่อระบบสื่อสารหรืออินเทอร์เน็ตล่ม 62.47%

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงที่สวนดุสิตโพลเผยแพร่เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2569 พบว่าคนไทย 56.97% เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว หลังข่าวที่หลายประเทศแนะนำให้ประชาชนเตรียมเสบียงและกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ส่วนเรื่องที่กังวลมากที่สุดไม่ใช่สงคราม แต่เป็นไฟดับ น้ำไม่ไหล 29.16%

ผลสำรวจเรื่อง "คนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน" ของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เก็บข้อมูลประชาชนทั่วประเทศ 1,183 คน ทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 3–6 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ

เอกสารผลสำรวจสวนดุสิตโพล เรื่องคนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน หน้า 1 ตารางผล 5 คำถาม
เอกสารผลโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงของสวนดุสิตโพล หน้า 1 ซึ่งมีผลทั้ง 5 คำถาม ภาพ: สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (ภาพหน้าจอ)

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง: คนไทยรู้สึกอย่างไร

คำถามแรกของโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงถามความรู้สึกต่อข่าวที่หลายประเทศแนะนำให้เตรียมเสบียงและกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ผู้ตอบเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ ผลคือความห่วงใยมาพร้อมความอยากรู้ ไม่ใช่ความตื่นตระหนกล้วน ๆ

อันดับ ความรู้สึกต่อข่าวเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง ร้อยละ
1 เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว 56.97
2 สนใจและอยากหาข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมรับมือเพิ่มเติม 53.42
3 ทำให้ตื่นตัวและเตรียมความพร้อม 47.84
หน้ารายการผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ที่แสดงโพลคนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน เผยแพร่ 8 พฤศจิกายน 2569
หน้ารายการผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ซึ่งโพลคนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นรายการล่าสุด วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ภาพ: สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (ภาพหน้าจอ)

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง: ภัยที่คิดว่าเสี่ยง กับภัยที่กังวลที่สุดไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เมื่อถามว่าไทยอาจเสี่ยงต่อภัยใดบ้าง (เลือกได้หลายข้อ) ภัยไซเบอร์ เช่น ระบบธนาคารหรือสแกนจ่ายล่มและข้อมูลรั่วไหล มาอันดับ 1 ที่ 62.55% ตามด้วยระบบสาธารณูปโภคล่ม เช่น ไฟดับ น้ำไม่ไหล เน็ตล่ม 62.05% และน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม 60.10%

แต่เมื่อให้เลือกภัยที่กังวลมากที่สุดเพียงข้อเดียว ลำดับเปลี่ยนไป ไฟดับ น้ำไม่ไหลขึ้นมาอันดับ 1 ที่ 29.16% ส่วนภัยไซเบอร์ตกไปอยู่อันดับ 3 ที่ 19.47% ห้าคำตอบในข้อนี้รวมกันได้ 100% พอดี

อันดับ ภัยหรือเหตุฉุกเฉินที่กังวลมากที่สุด ร้อยละ
1 ไฟดับ น้ำไม่ไหล 29.16
2 โทรศัพท์ล่ม อินเทอร์เน็ตล่ม 20.95
3 ภัยไซเบอร์ เช่น ระบบธนาคาร/สแกนจ่ายล่ม ข้อมูลรั่วไหล 19.47
4 ความขัดแย้งตามแนวชายแดน/สงคราม 17.68
5 น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม 12.74
กราฟโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ภัยที่กังวลมากที่สุด ไฟดับน้ำไม่ไหล 29.16% โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตล่ม 20.95% ภัยไซเบอร์ 19.47% ความขัดแย้งชายแดนหรือสงคราม 17.68% น้ำท่วมดินโคลนถล่ม 12.74%
กราฟภัยที่คนไทยกังวลมากที่สุดจากโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ไฟดับน้ำไม่ไหลอยู่อันดับ 1 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต)

ถ้ารวมไฟดับน้ำไม่ไหล โทรศัพท์หรือเน็ตล่ม และภัยไซเบอร์เข้าด้วยกัน ความกังวลเรื่องระบบที่ใช้ทุกวันล่มคิดเป็น 69.58% ของผู้ตอบในข้อนี้ เทียบกับความขัดแย้งชายแดนหรือสงคราม 17.68%

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง: มั่นใจแค่ไหนว่ารับมือ 72 ชั่วโมงแรกได้

ผลส่วนนี้ของโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงชี้ว่าคนส่วนใหญ่ค่อนข้างมั่นใจ 57.14% และมั่นใจมาก 12.52% รวมราว 69.66% ส่วนอีกราว 30.34% ไม่ค่อยมั่นใจ 27.64% หรือไม่มั่นใจเลย 2.70%

กราฟความมั่นใจในการรับมือ 72 ชั่วโมงแรก มั่นใจมาก 12.52% ค่อนข้างมั่นใจ 57.14% ไม่ค่อยมั่นใจ 27.64% ไม่มั่นใจเลย 2.70%
กราฟความมั่นใจว่าตนเองและครอบครัวจะรับมือเหตุฉุกเฉินใน 72 ชั่วโมงแรกได้ ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต)

ในคำถามสุดท้ายของโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ผู้ตอบอยากให้รัฐเตรียมแผนสำรองหากระบบสื่อสารหรืออินเทอร์เน็ตล่ม 62.47% ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อลดข่าวลือและความตื่นตระหนก 60.19% และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือให้รวดเร็ว แม่นยำ 59.43%

นักวิชาการสวนดุสิตตีความโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงอย่างไร

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่าแม้นายกรัฐมนตรีจะย้ำให้ประชาชน "ตระหนักแต่ไม่ตระหนก" แต่เมื่อหลายประเทศแนะนำในทิศทางเดียวกันก็ย่อมสร้างความกังวล ผลโพลสะท้อนว่าประชาชนต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและแนวทางรับมือที่ชัดเจน รัฐบาลจึงควรสื่อสารเรื่องความเสี่ยง สิ่งที่ต้องเตรียม และมาตรการรองรับ มากกว่ายืนยันว่าสถานการณ์ไม่น่ากังวลเพียงอย่างเดียว

ดร.มณฑล สุวรรณประภา ประธานหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มองว่าการรับรู้ยังไม่กลายเป็นการเตรียมพร้อมเชิงปฏิบัติอย่างทั่วถึง และความพร้อมอาจต่างกันระหว่างพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนห่างไกล เขาเสนอให้ใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เป็นกรอบเชื่อมข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่ แผน 72 ชั่วโมง บทบาทหน่วยงาน ระบบสื่อสารสำรอง และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมซ้อมแผนและทบทวนหลังเกิดเหตุ

รัฐบาลพูดถึงกระแสเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมงว่าอย่างไร

ก่อนโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงออกหนึ่งวัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คุยกับนายกฯ อนุทิน" เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2569 ว่าประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้ เพราะครัวเรือนทั่วไปมีอาหารและของใช้อยู่แล้ว และ "สำหรับประเทศไทยในภาวะฉุกเฉินคิดว่ายังห่างไกล เพราะพื้นฐานโครงสร้างของประเทศมีครบทุกอย่าง" นายกรัฐมนตรียังระบุว่าภัยไซเบอร์ที่พบในไทยส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวงและฉ้อโกงผ่านเทคโนโลยีสื่อสาร และยังไม่กระทบห่วงโซ่อาหาร ขณะที่กรมการค้าภายในยืนยันว่าห้างมีสต็อกพอ ตามข่าวกักตุนอาหาร 2569

ภาพที่กรมการค้าภายในเผยแพร่พร้อมข่าวเลขที่ 21/2570 เรื่องติดตามสต็อกสินค้ารับมือกระแสกักตุนอาหาร 6 พฤศจิกายน 2569
การประชุมติดตามสต็อกสินค้าของกรมการค้าภายในเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2569 ช่วงกระแสกักตุนอาหาร ภาพ: กรมการค้าภายใน

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ผลโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงชี้ว่าสิ่งที่คนไทยกลัวที่สุดคือระบบพื้นฐานใกล้ตัวหยุดทำงาน ไม่ใช่เหตุไกลตัว และคนส่วนใหญ่อยากได้ข้อมูลกับแผนสำรองมากกว่าคำยืนยันว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ข้อเสนอของนักวิชาการเรื่องระบบสื่อสารสำรองและการซ้อมแผนจึงเป็นคำถามต่อหน่วยงานรัฐและผู้ให้บริการสาธารณูปโภคโดยตรง

สิ่งที่ครัวเรือนและองค์กรทำได้จากโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง

  1. ครัวเรือน เตรียมน้ำดื่ม ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และเงินสดจำนวนหนึ่งไว้ใช้ตอนไฟดับหรือสแกนจ่ายใช้ไม่ได้ ซึ่งตรงกับภัยที่ผู้ตอบกังวลที่สุด
  2. ตรวจข่าวก่อนส่งต่อ ผู้ตอบ 60.19% อยากให้รัฐลดข่าวลือ ข้อมูลเรื่องการเตรียมรับมือควรอ้างจากหน่วยงานรัฐ
  3. องค์กรและร้านค้า ทบทวนว่าถ้าไฟดับ เน็ตล่ม หรือระบบชำระเงินขัดข้องนานหลายชั่วโมง ยังให้บริการลูกค้าได้อย่างไร และนัดซ้อมแผนกับพนักงาน
  4. ชุมชนห่างไกล ประสานท้องถิ่นเรื่องจุดรวมพลและช่องทางแจ้งเตือน เพราะนักวิชาการชี้ว่าความพร้อมอาจต่างกันมากระหว่างพื้นที่

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงเป็นความเห็นของกลุ่มตัวอย่าง 1,183 คน ไม่ใช่การวัดความพร้อมจริงของครัวเรือน ติดตามข่าวนโยบายรัฐบาลและการเมืองได้ที่หมวดการเมือง

คำถามที่พบบ่อย

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงของสวนดุสิตโพลพบอะไร?

โพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงของสวนดุสิตโพล สำรวจ 1,183 คนระหว่าง 3–6 พฤศจิกายน 2569 พบว่า 56.97% เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวหลังข่าวที่หลายประเทศแนะนำให้เตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง ภัยที่กังวลมากที่สุดคือไฟดับ น้ำไม่ไหล 29.16%

คนไทยมั่นใจว่าจะรับมือเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงแรกได้แค่ไหน?

ตามโพลเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงของสวนดุสิตโพล 57.14% ค่อนข้างมั่นใจ 12.52% มั่นใจมาก 27.64% ไม่ค่อยมั่นใจ และ 2.70% ไม่มั่นใจเลย เมื่อรวมกันแล้วผู้ที่มั่นใจมีราว 69.66% และผู้ที่ไม่มั่นใจราว 30.34%

คนไทยอยากให้รัฐบาลเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างไร?

ผู้ตอบสวนดุสิตโพลอยากให้รัฐเตรียมแผนสำรองหากระบบสื่อสารหรืออินเทอร์เน็ตล่ม 62.47% ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อลดข่าวลือและความตื่นตระหนก 60.19% และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือให้รวดเร็วแม่นยำ 59.43% โดยข้อนี้ผู้ตอบเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ

นายกรัฐมนตรีพูดถึงการเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมงว่าอย่างไร?

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคุยกับนายกฯ อนุทิน เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2569 ว่าประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลนอาหาร และภาวะฉุกเฉินสำหรับประเทศไทยยังห่างไกล เพราะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีครบ

แหล่งอ้างอิง

  1. คนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน — สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
  2. นายกฯ ย้ำไทยมีความมั่นคงทางอาหาร เปรียบไทยเสมือนเป็นเจ้าของพลังงานที่หล่อเลี้ยงการดำรงชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ขอประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
กรมการค้าภายใน17
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ