พระราชประวัติ รัชกาลที่ 9: เมืองโลซาน เรือใบ ดนตรี จิตรกรรม และ 70 ปีแห่งการครองราชย์
บันทึก พระราชประวัติ รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชสมภพ พ.ศ. 2470 ทรงศึกษา ที่โลซาน ครองราชย์ 70 ปี โครงการพระราชดำริ กว่า 4,000 โครงการ เรือใบ ดนตรี และจิตรกรรม
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 16 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ สหรัฐอเมริกา เสด็จขึ้นครอง สิริราชสมบัติ เมื่อ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 70 ปี
- กองทัพเรือบันทึกว่าวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 ได้ทรงแล่นใบ เรือประเภทโอเค ชื่อ “เวคา” ด้วยพระองค์เองพระองค์เดียว ข้ามอ่าวไทย ระยะ 60 ไมล์ทะเล ใช้เวลา 17 ชั่วโมง
- วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 รัชกาลที่ 9 ทรงชนะเลิศ เรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 คณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้วันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี เป็น วันกีฬาแห่งชาติ
- สถานีวิทยุ อ.ส. ตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2495 ส่วนวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ บรรเลงออกอากาศทุกเย็นวันศุกร์ โดย รัชกาลที่ 9 และพระราชวงศ์จะทรงร่วมเล่นดนตรีด้วย
- วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันนวมินทรมหาราช” และวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก ตามมติของสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ เมื่อ พ.ศ. 2547
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 (ค.ศ. 1927) เสด็จขึ้นครอง สิริราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 70 ปี และ เสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) สิริพระชนมายุ 88 พรรษา 10 เดือน 8 วัน
บันทึกนี้เรียงเรื่องของรัชกาลที่ 9 จาก พระราชประวัติ ที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ใน พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) บันทึกของกองทัพเรือ และกรมศิลปากร ทั้งงานพัฒนาประเทศ และด้าน ส่วนพระองค์ เช่น เรือใบ ดนตรี จิตรกรรม งานเขียน และ ที่ประทับ
รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชสมภพ ที่สหรัฐอเมริกา และ ทรงศึกษา ที่สวิตเซอร์แลนด์
รัชกาลที่ 9 เป็นพระโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชสมภพ ณ โรงพยาบาลเมานต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตต์ สหรัฐอเมริกา
เมื่อ ทรงพระเยาว์ ขณะมีพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเข้าศึกษาระดับชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ครั้นถึง พ.ศ. 2476 (ค.ศ. 1933) เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
การเรียนที่โลซานไล่ตามลำดับดังนี้ ชั้นประถมที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (École Miremont) ชั้นมัธยมที่โรงเรียนเอกอล นูแวล เดอ ลา สวิส โรมองด์ (École Nouvelle de la Suisse Romande) จากนั้นใน พ.ศ. 2488 ทรงได้รับประกาศนียบัตร ด้านอักษรศาสตร์ จากโรงเรียนยิมนาส คลาสสิค ก็องโตนาล (Gymnase Classique Cantonal) และ ทรงศึกษาชั้นอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยโลซาน แผนกวิชาวิทยาศาสตร์
หลังจาก ทรงรับสิริราชสมบัติ แล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ ทรงเปลี่ยนแผนกการเรียนเป็นวิชารัฐศาสตร์และกฎหมาย เพื่อเตรียมพระองค์ในการรับพระราชภารกิจ

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในรัชกาลที่ 9
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2470 (1927) | 5 ธันวาคม เสด็จพระราชสมภพ ที่เมืองเคมบริดจ์ สหรัฐอเมริกา |
| 2476 (1933) | ไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ |
| 2489 (1946) | 9 มิถุนายน เสด็จขึ้นครอง สิริราชสมบัติ |
| 2493 (1950) | 5 พฤษภาคม พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ |
| 2495 (1952) | ตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. และเริ่มโครงการถนนสายห้วยมงคล อำเภอหัวหิน |
| 2498 (1955) | การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่ภาคกลาง |
| 2499 (1956) | ทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม |
| 2502–2510 (1959–1967) | เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ |
| 2504 (1961) | เริ่ม “โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา” |
| 2509 (1966) | 19 เมษายน ได้ทรงแล่นใบ เรือ “เวคา” ข้ามอ่าวไทย |
| 2510 (1967) | 16 ธันวาคม ทรงชนะเลิศ เรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 |
| 2549 (2006) | การพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี |
| 2559 (2016) | 13 ตุลาคม เสด็จสวรรคต |
| 2562 (2019) | เฉลิมพระปรมาภิไธย เป็น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
| 2566 (2023) | กำหนดชื่อวันที่ 13 ตุลาคม ว่า “วันนวมินทรมหาราช” |
รัชกาลที่ 9 กับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2493
รัชกาลที่ 9 เสด็จขึ้นครอง สิริราชสมบัติต่อจาก สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และ เสด็จนิวัตประเทศไทย ใน พ.ศ. 2493
วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 เสด็จผ่านพิภพในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงได้รับการเฉลิมพระปรมาภิไธยตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร”
หน้า พระราชประวัติ ของหน่วยราชการในพระองค์ บันทึกถ้อยคำ พระปฐมบรมราชโองการ ในวันนั้นว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ส่วนอีกตอนหนึ่งของหน้าเดียวกันอ้างถ้อยคำเดียวกันว่า “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระปรมาภิไธย ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ซึ่งเป็น พระนาม ที่ใช้ในเอกสารทางการปัจจุบัน

รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ครบทุกภาค พ.ศ. 2498–2502
หลังจาก เสด็จนิวัตประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2494 และ ประทับในพระราชอาณาจักรเป็นการถาวร รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ แม้เส้นทางคมนาคมในเวลานั้นยังลำบาก ลำดับการเยี่ยมราษฎรชุดแรกมีดังนี้
- ภาคกลาง: 20–21 และ 27–29 กันยายน พ.ศ. 2498 ถือเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: 2–20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 รวม 19 วัน
- ภาคเหนือ: 27 กุมภาพันธ์ – 17 มีนาคม พ.ศ. 2501 รวม 19 วัน
- ภาคใต้: 6–26 มีนาคม พ.ศ. 2502 รวม 20 วัน
นับแต่นั้น ทรงถือเป็นธรรมเนียมที่จะเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักในแต่ละภูมิภาค คือ ภูพิงคราชนิเวศน์ ภาคเหนือ ภูพานราชนิเวศน์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทักษิณราชนิเวศน์ ภาคใต้ และ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประจำทุกปี
ครั้งหนึ่ง ดังที่เคยพระราชทานสัมภาษณ์แก่ผู้แทนนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก มีความว่า “…เคยมีผู้กล่าวไว้ว่าราชอาณาจักรนั้นเปรียบเสมือนปิรามิด มีพระมหากษัตริย์อยู่บนยอดและมีประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่สำหรับประเทศไทยแล้วดูเหมือนทุกอย่างจะตรงกันข้าม นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกปวดคอและบริเวณไหล่อยู่เสมอ…”


งานพัฒนาในรัชกาลที่ 9: น้ำ ดิน และ โครงการพระราชดำริ กว่า 4,000 โครงการ
จุดเริ่มต้นอยู่ที่หัวหิน ใน พ.ศ. 2495 ระหว่าง ประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล ทรงได้รับทราบถึงปัญหาและความยากลำบากในการเดินทางสัญจรของราษฎร จนเกิดโครงการสร้างถนนสายห้วยมงคล ซึ่งเป็น โครงการพระราชดำริด้านพัฒนาชนบทโครงการแรก ตามด้วยอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ที่เป็น โครงการพระราชดำริด้านชลประทานโครงการแรก ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ มีโครงการรวมกว่า 4,000 โครงการ และ ศูนย์การศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง
งานด้านน้ำที่สำคัญได้แก่ โครงการฝนหลวง โครงการแก้มลิง โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเครื่องกลเติมอากาศ กังหันน้ำชัยพัฒนา ทรงให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ดังพระราชดำรัสที่ได้พระราชทานไว้ว่า “น้ำคือชีวิต หากไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้”
ด้านดิน ใน พ.ศ. 2547 สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences) มีมติเสนอให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก ตัวอย่างงานคือ โครงการแกล้งดิน ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส การปลูกหญ้าแฝก ซึ่งรากยาวกว่า 300 เซนติเมตร และหลักทฤษฎีใหม่ ที่วัดมงคลชัยพัฒนา จังหวัดสระบุรี ซึ่งแบ่งที่ดิน 15 ไร่ เป็น 4 ส่วน ในอัตรา 30:30:30:10

ป่าไม้ สวนจิตรลดา และ “ขาดทุนคือกำไร” ในรัชกาลที่ 9
ด้านป่าไม้ในรัชกาลที่ 9 โครงการหลวง ช่วยให้ชาวไทยภูเขาทางภาคเหนือหันจากการปลูกฝิ่นมาปลูกพืชเมืองหนาว เช่น ถั่วแดงหลวง สตรอว์เบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 ชา และกาแฟอาราบริก้า ปัจจุบันมีสถานีวิจัย 3 แห่ง ศูนย์พัฒนา 26 ศูนย์ ดูแล 219 หมู่บ้าน อีกหลักหนึ่งคือ การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ ซึ่งรวมกันแล้วช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ
ใน พ.ศ. 2504 ทรงศึกษาข้อมูลและทรงทดลองปฏิบัติงานด้านเกษตรกรรมในบริเวณ เขตพระราชฐาน พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในชื่อ “โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา” มีทั้งการเลี้ยงโคนม การเพาะพันธุ์ปลานิล แปลงนาทดลอง ป่าไม้สาธิต โรงสีข้าว จนถึงพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และไบโอดีเซล ต่อมาเมื่อน้ำนมดิบล้นตลาด จึงเกิด “โรงนมผง สวนดุสิต” และโรงผลิตผลิตภัณฑ์นมอีกหลายโรง
แนวคิดเบื้องหลังงานเหล่านี้ ปรากฏใน พระราชดำรัส ว่า “…ขาดทุนคือกำไร (Our loss is our gain)…” หมายถึงการลงทุนเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนนับเป็นมูลค่าเงินไม่ได้

การแพทย์ การศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ในรัชกาลที่ 9
- การแพทย์ในรัชกาลที่ 9: ทุนภูมิพล ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2495 สำหรับนักศึกษาแพทย์ศิริราชที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มูลนิธิราชประชาสมาสัย ก่อตั้ง พ.ศ. 2503 เพื่อผู้ป่วยโรคเรื้อน และ หน่วยแพทย์พระราชทานและหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่ออกหน่วยรักษาผู้ป่วยระหว่างการเยี่ยมราษฎร
- การศึกษาในรัชกาลที่ 9: โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนราชวินิต โรงเรียนพระดาบส ทุนเล่าเรียนหลวง ทุนอานันทมหิดล และโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ที่เริ่ม พ.ศ. 2506 และจัดทำแล้ว 41 เล่ม ถึง พ.ศ. 2559
- ศาสนา: รัชกาลที่ 9 ทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ พ.ศ. 2499 และประทับศึกษาพระธรรมวินัย ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน ทั้งยัง ทรงอุปถัมภ์ศาสนาอื่นทุกศาสนาในแผ่นดินไทยทั้งศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์
- ศิลปวัฒนธรรม: พระราชพิธี บางอย่างที่เลิกปฏิบัติแล้ว ทรงให้ฟื้นฟูขึ้นเสียใหม่ เช่น พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ใน พ.ศ. 2523 พระราชทานแบบเสื้อชุดไทยพระราชทาน และ ทรงแก้ไขภาพร่างทุกภาพอย่างละเอียดด้วยพระองค์เอง สำหรับภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ พระพุทธรัตนสถาน

รัชกาลที่ 9 กับเรือใบ: “เวคา” ข้ามอ่าวไทย พ.ศ. 2509
กองทัพเรือบันทึกว่าเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) ได้ทรงแล่นใบ ประเภทโอเค ชื่อเรือ “เวคา” ด้วยพระองค์เองพระองค์เดียว จาก พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน ข้ามอ่าวไทยมายังอ่าวนาวิกโยธิน รวมระยะทาง 60 ไมล์ทะเล ใช้เวลาในการแล่นใบ 17 ชั่วโมงเต็ม
เมื่อเสด็จถึง ทรงนําธงราชนาวิกโยธิน ที่ทรงนําข้ามอ่าวไทยมาด้วย ปักเหนือของก้อนหินใหญ่ที่ชายหาดของอ่าวนาวิกโยธิน แล้ว ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลาจารึก ก่อน เสด็จประทับเรือพระที่นั่งจันทร ข้ามอ่าวไทยกลับพระราชวังไกลกังวล ปีเดียวกันนั้น ได้พระราชทานหางเสือเรือพระที่นั่งเวคา ให้เป็นรางวัลนิรันดรแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันเรือใบข้ามอ่าวไทยประจำปี ของสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ซึ่งยังใช้มาถึงปัจจุบัน
กองทัพเรือแต่งเพลง “เวคาแห่งสยาม” เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นี้ โดยนาวาตรี ตระกูล บุญสร้าง เป็นผู้ประพันธ์

รัชกาลที่ 9 กับเหรียญทองกีฬาแหลมทอง พ.ศ. 2510 และวันกีฬาแห่งชาติ
วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) รัชกาลที่ 9 และ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็นตัวแทนของนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ และ ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทอง ในการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค.
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ของกรมศิลปากร บันทึกว่า ทรงมีความรู้แตกฉานในทางเรือใบ และทำให้พระองค์ทรงสามารถคิดค้นออกแบบและต่อเรือที่จะทรงใช้เป็นอุปกรณ์ในการแข่งขัน ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง เรือใบพระที่นั่งประเภท โอ.เค ที่ทรงใช้ในการแข่งขัน พระราชทานชื่อว่า “นวฤกษ์”
การกีฬาแห่งประเทศไทยเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งเห็นชอบเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2529 ให้วันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันกีฬาแห่งชาติ
นอกจากเรือใบ แบดมินตันเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ ทรงโปรดปรานมากเช่นกัน หอประชุมวังจิตรลดาได้ปรับแต่งเป็นสนามแบดมินตันมาตรฐาน ส่วนมาก พระองค์จะทรงแบดมินตันในตอนเย็นและวันศุกร์ และเช้าวันอาทิตย์ ส่วนคณะกรรมการโอลิมปิกสากลมีมติ ทูลเกล้าฯ ถวาย “อิสริยาภรณ์โอลิมปิกชั้นสูงสุด” (ทอง) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ณ ศาลาดุสิดาลัย

รัชกาลที่ 9 กับดนตรี: วง อ.ส. วันศุกร์ และสถานีวิทยุ อ.ส.
สถานีวิทยุ อ.ส. ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2495 ตามที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. ขึ้น ชื่อสถานีวิทยุทรงนำมาจากอักษรย่อของพระที่นั่งอัมพรสถาน ที่เป็นสถานที่ใช้ออกอากาศครั้งแรก ต่อมาย้ายเข้าไปตั้งในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในปี 2500
นอกจากความบันเทิงและความรู้ สถานีนี้ยังเป็นช่องทางแจ้งข่าวในยามวิกฤต เช่น โรคโปลิโอระบาด พ.ศ. 2495 อหิวาตกโรคระบาด พ.ศ. 2501 และวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก พ.ศ. 2505 โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชิญชวนผู้บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งหน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าเป็นจุดกำเนิดของมูลนิธิหลายแห่ง
สำหรับวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ เป็นวงดนตรีที่มาบรรเลงออกอากาศทางสถานีวิทยุ อ.ส. ทุกเย็นวันศุกร์ โดย รัชกาลที่ 9 และพระราชวงศ์จะทรงร่วมเล่นดนตรีด้วย เพื่อใช้เป็นสื่อกลางให้ความบันเทิงและสาระประโยชน์แก่ประชาชน ส่วนบทเพลง หน้า พระราชประวัติ ยกตัวอย่าง เพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด ว่าสอนเรื่องการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน


จิตรกรรม และ พระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 9
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ของกรมศิลปากร บันทึกว่า ทรงโปรดการเขียนภาพจิตรกรรม ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงประทับศึกษาอยู่ต่างประเทศ เมื่อทรงเสด็จนิวัติพระนครและเริ่มทรงงานศิลปะเป็นงานอดิเรกราวช่วงต้น พ.ศ. 2500 พระองค์ทรงยินดีที่จะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและทรงสดับข้อเสนอแนะ จากศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศ ผลงานชิ้นหนึ่งในหน้าข้อมูลของหอศิลปคือภาพสีน้ำมันบนผ้าใบ ชื่อ Untitled ขนาด 60 x 46 เซนติเมตร ปีที่ทรงวาด คือ พ.ศ. 2506 เป็นแนวกึ่งนามธรรม (semi-abstract) แบบเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ ใช้โทนสีร้อนแรง
ด้านงานเขียนของรัชกาลที่ 9 หน้า พระราชประวัติ ยกตัวอย่าง พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ซึ่งสอนเรื่องความเพียร พระราชนิพนธ์เรื่องนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และ พระราชนิพนธ์เรื่องทองแดง ที่สอนเรื่องความกตัญญู เรื่อง พระมหาชนก เกิดขึ้นหลังจาก ได้ทรงสดับพระธรรมเทศนาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมมฺสาโร) แห่งวัดราชผาติการาม นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์หนังสือที่มีคุณค่าพระราชทานในโอกาสต่าง ๆ เช่น หนังสือเรื่อง ธรรมเนียมราชตระกูล

รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยือน ต่างประเทศ พ.ศ. 2502–2510
ระหว่าง พ.ศ. 2502 ถึง 2510 รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ โดยพระราชทานเหตุผลของการเสด็จพระราชดำเนินเยือนว่า “…ในสมัยนี้ ประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่เสมอ…จึงควรพยายามให้รู้จักนิสัยใจคอกัน ทั้งต้องผูกน้ำใจกันไว้ให้ดี…”
- พ.ศ. 2502: เวียดนาม เป็นประเทศแรก
- พ.ศ. 2503: อินโดนีเซีย พม่า สหรัฐอเมริกา และประเทศในยุโรป รวม 14 ประเทศ
- พ.ศ. 2505: ปากีสถาน มาเลเซีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย
- พ.ศ. 2506: ญี่ปุ่น จีน (ไต้หวัน) และฟิลิปปินส์
- พ.ศ. 2507 ออสเตรีย, พ.ศ. 2509 เยอรมนี, พ.ศ. 2510 อิหร่าน สหรัฐอเมริกา และแคนาดา
- พ.ศ. 2537: ลาว เป็นประเทศสุดท้าย พร้อมเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว (หนองคาย–เวียงจันทน์)
การเยือนในรัชกาลที่ 9 นำไปสู่ความร่วมมือหลายด้าน เช่น โครงการโคนมไทย–เดนมาร์ก และพันธุ์ปลานิลจากญี่ปุ่น ใน พ.ศ. 2549 เนื่องใน การพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระประมุขและพระราชวงศ์ต่างประเทศ 25 ประเทศ เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จมาทรงร่วมถวายพระพรชัยมงคล


ครอบครัว และ ที่ประทับ ส่วนพระองค์ ของรัชกาลที่ 9
รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชโอรสและพระราชธิดา รวม 4 พระองค์ ตาม พระนาม ที่ระบุใน พระราชประวัติ คือ
- ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
- พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
- สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
ที่ประทับ นอกกรุงเทพฯ ที่หน่วยราชการในพระองค์บรรยายไว้ละเอียดคือวังไกลกังวล ริมทะเลหัวหิน ซึ่งสร้างในรัชกาลที่ 7 เป็นที่ประทับฤดูร้อน แบบสถาปัตยกรรมสเปน บริเวณด้านหน้าพระตำหนัก เป็นสนามตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ใบ ต้นไม้ดัด อุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินเรือ และนาฬิกาแดด รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประทับแรม ณ วังไกลกังวล และ ทรงใช้เป็นที่ ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายพื้นที่วังไกลกังวล โดยทรงให้ออกแบบตามสถาปัตยกรรมเดิมในสมัยรัชกาลที่ 7 ส่วนในกรุงเทพฯ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นทั้งที่ตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. และพื้นที่ทดลองของ โครงการส่วนพระองค์

ภาพบันทึกรัชกาลที่ 9





มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม: ชื่อวันกำหนดขึ้นใน พ.ศ. 2566 หน่วยราชการภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชน สามารถมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ที่ พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
- วันดินโลก 5 ธันวาคม และ วันกีฬาแห่งชาติ 16 ธันวาคม ซึ่งผูกกับวันสำคัญในรัชกาลที่ 9
- หางเสือเรือเวคา ยังเป็นรางวัลนิรันดรของการแข่งขันเรือใบข้ามอ่าวไทยประจำปี
- งานพัฒนา โครงการกว่า 4,000 โครงการ ศูนย์ศึกษาการพัฒนา 6 แห่ง และโครงการหลวงที่ยังดูแล 219 หมู่บ้าน
- วงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งสมาชิกวง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568
- ภาพจิตรกรรม อยู่ในหน้าข้อมูลของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป และแซกโซโฟนจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
- ที่ประทับ วังไกลกังวล พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ และ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อยู่ในรายการข้อมูลการเยี่ยมชม ของหน่วยราชการในพระองค์
อ่านต่อเรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และบันทึกอื่นในชุด พระบรมราชจักรีวงศ์
คำถามที่พบบ่อย
รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชสมภพ วันไหนและที่ใด?
รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตต์ สหรัฐอเมริกา เป็นพระโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
รัชกาลที่ 9 ครองราชย์กี่ปี?
รัชกาลที่ 9 เสด็จขึ้นครอง สิริราชสมบัติ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 เสด็จผ่านพิภพในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 70 ปี และ เสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ทำไมวันที่ 16 ธันวาคม จึงเป็นวันกีฬาแห่งชาติ?
วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นตัวแทนของนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 และ ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทอง ในการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค. คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2529 ให้วันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันกีฬาแห่งชาติ
สถานีวิทยุ อ.ส. และวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ คืออะไร?
สถานีวิทยุ อ.ส. ตั้งขึ้นเมื่อปี 2495 ชื่อมาจากอักษรย่อของ พระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งเป็นที่ออกอากาศครั้งแรก ต่อมาย้ายเข้าไปตั้งในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในปี 2500 ส่วนวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ บรรเลงออกอากาศทุกเย็นวันศุกร์ โดยรัชกาลที่ 9 และพระราชวงศ์จะทรงร่วมเล่นดนตรีด้วย
วันนวมินทรมหาราช ตรงกับวันที่เท่าไร?
วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันนวมินทรมหาราช” ชื่อวันนี้กำหนดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2566 ซึ่งครบ 7 ปี แห่งการเสด็จสวรรคต หรือ “สัตตมวรรษ” หน่วยราชการภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชน สามารถมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ที่ พระบรมราชานุสาวรีย์ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ ของรัชกาลที่ 9
แหล่งอ้างอิง
- เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ หน่วยราชการในพระองค์ ขอเผยแพร่พระราชประวัติ เพื่อน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณ — หน่วยราชการในพระองค์
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท (28 พฤศจิกายน 2568) — หน่วยราชการในพระองค์
- วังไกลกังวล — หน่วยราชการในพระองค์
- กองทัพเรือและสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๖ — กองทัพเรือ
- เรื่อง “วันกีฬาแห่งชาติ 16 ธันวาคม” — หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี กรมศิลปากร
- Untitled (จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ พ.ศ. 2506) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรมศิลปากร
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ