ไลเซนส์ Bitwarden เปลี่ยน: แอปในสโตร์เป็นบิลด์เชิงพาณิชย์ รุ่น GPLv3 ยังอยู่บน GitHub
ไลเซนส์ Bitwarden เปลี่ยนตั้งแต่รุ่น 2026.10.0 แอปในสโตร์เป็นบิลด์เชิงพาณิชย์ รุ่น GPLv3 ยังอยู่บน GitHub ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องทำอะไร แต่องค์กรควรอ่านเงื่อนไข
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พนักงาน Bitwarden ประกาศในฟอรัมทางการเมื่อ 9 ตุลาคม 2026 ว่าตั้งแต่รุ่นถัดไป แอปที่เผยแพร่ในสโตร์ต่าง ๆ จะเป็น บิลด์ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ และภายหลังยืนยันว่าไฟล์จากหน้าดาวน์โหลดก็เช่นกัน
- Bitwarden Desktop 2026.10.0 ที่เผยแพร่บน GitHub เมื่อ 15 ตุลาคม 2026 มีไฟล์ติดตั้ง 54 ไฟล์ แยกเป็นชุดปกติ 27 ไฟล์ และชุดที่ขึ้นต้นด้วย commercial- อีก 27 ไฟล์ ขณะที่รุ่น 2026.9.1 มี 27 ไฟล์และไม่มีชุด commercial
- รุ่น GPLv3 ยังอัปเดตและเผยแพร่บน GitHub ต่อ ฟีเจอร์ปัจจุบันมีครบทั้งสองแบบ ผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 ต้องดาวน์โหลดจาก GitHub แล้วติดตั้งเอง (sideload)
- Bitwarden License v1.0 ในคลังโค้ด (ลงวันที่ 4 กันยายน 2020) อนุญาตให้ใช้โค้ดส่วนเชิงพาณิชย์เพื่อพัฒนาและทดสอบภายในที่ไม่ใช่ระบบงานจริงเท่านั้น และห้ามนำไปทำผลิตภัณฑ์คู่แข่ง
- Bitwarden ระบุว่าการ self-host และเซิร์ฟเวอร์ของบุคคลที่สามอย่าง Vaultwarden ไม่เปลี่ยน แผนฟรีอยู่ถาวร และการเปลี่ยนไลเซนส์ Bitwarden กระทบผู้ที่ นำ Bitwarden ไปขายต่อ เป็นหลัก ณ 22 ต.ค. 2026 กระทู้ประกาศมี 103 โพสต์
การเปลี่ยนไลเซนส์ Bitwarden ครั้งนี้คือการแยกแอปเป็นสองแบบ ตั้งแต่รุ่น 2026.10.0 ที่ออกเมื่อ 15 ตุลาคม 2026 แอปในสโตร์และหน้าดาวน์โหลดของบริษัทเป็นบิลด์ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ ส่วนรุ่นโอเพนซอร์ส GPLv3 ยังอัปเดตบน GitHub ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องทำอะไร แต่องค์กรที่มีนโยบายด้านไลเซนส์ควรอ่านรายละเอียด
ไลเซนส์ Bitwarden เปลี่ยนอะไรบ้าง
Bitwarden เป็นโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่เผยแพร่ซอร์สโค้ดบน GitHub และมีแผนใช้งานฟรี เมื่อ 9 ตุลาคม 2026 พนักงานของบริษัทโพสต์ประกาศในหมวด Announcements ของฟอรัมชุมชนทางการว่า "ตั้งแต่รุ่นถัดไป แอป Bitwarden ที่เผยแพร่ในสโตร์ต่าง ๆ จะเป็นบิลด์ที่ใช้ไลเซนส์เชิงพาณิชย์" ซึ่งก็คือการเปลี่ยนไลเซนส์ Bitwarden ของแอปที่คนส่วนใหญ่ติดตั้ง และระบุว่าผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไร แอปจะทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง ในการตอบคำถามภายหลัง พนักงานคนเดิมยืนยันว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากหน้าดาวน์โหลดของ Bitwarden ก็จะเป็นบิลด์เชิงพาณิชย์เช่นกัน

ประกาศเดียวกันสรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้
- รุ่นที่ใช้ไลเซนส์ GPLv3 ยังอัปเดตและเผยแพร่บน GitHub ต่อไป และฟีเจอร์ปัจจุบันทั้งหมดมีครบทั้งสองแบบ
- แอปในสโตร์สร้างจากโค้ดบน GitHub ที่ตรวจสอบได้ 100% ไม่มีส่วนใดถูกปิดซอร์ส และยังอ่าน ตรวจ และร่วมพัฒนาโค้ดได้เหมือนเดิม
- การ self-host ไม่เปลี่ยน การเปลี่ยนไลเซนส์กระทบผู้ที่นำ Bitwarden ไปขายต่อ
- แผนฟรีจะอยู่ถาวร
- ผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะไลเซนส์ GPLv3 ต้องดาวน์โหลดแอปและติดตั้งเองแบบ sideload
ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2026 กระทู้นี้มีข้อความรวม 103 โพสต์ ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้ให้ความสนใจกับไลเซนส์ Bitwarden มาก
หลักฐานในรุ่น 2026.10.0: ไฟล์ติดตั้งสองชุด
รุ่นแรกหลังประกาศไลเซนส์ Bitwarden คือรุ่น 2026.10.0 หน้า release ของ Bitwarden Desktop 2026.10.0 บน GitHub ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 15 ตุลาคม 2026 มีไฟล์ 54 ไฟล์ แบ่งเป็นชุดปกติ 27 ไฟล์ และชุดที่ชื่อขึ้นต้นด้วย commercial- อีก 27 ไฟล์ ครอบคลุมตัวติดตั้ง Windows รุ่น portable ไฟล์ dmg ของ macOS และแพ็กเกจ Linux แบบ deb, rpm, AppImage และ snap ขณะที่รุ่น 2026.9.1 ที่ออกเมื่อ 1 ตุลาคม 2026 มี 27 ไฟล์และไม่มีชุด commercial ส่วนส่วนขยายเบราว์เซอร์รุ่น 2026.10.0 บน GitHub ก็มีแพ็กเกจเพิ่มจาก 5 ไฟล์เป็น 10 ไฟล์
| รุ่นบน GitHub | วันที่เผยแพร่ | ไฟล์ชุดปกติ | ไฟล์ชุด commercial- | รวม |
|---|---|---|---|---|
| Desktop 2026.9.1 | 1 ต.ค. 2026 | 27 | 0 | 27 |
| Desktop 2026.10.0 | 15 ต.ค. 2026 | 27 | 27 | 54 |

บันทึกการเปลี่ยนแปลงของรุ่นนี้ไม่ได้พูดถึงไลเซนส์ Bitwarden ส่วนที่เปลี่ยนตามบันทึกของเว็บแอปคือการปลดล็อกที่เร็วขึ้น การนำเข้าข้อมูลจาก Proton Pass ที่รองรับรายการหลายประเภทขึ้น และการแก้ปัญหาตัวอักษรพิเศษเพี้ยนเมื่อนำเข้าจาก LastPass
ไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์กับ GPLv3 ต่างกันอย่างไร
คลังโค้ด bitwarden/clients ใช้สองไลเซนส์มานานแล้ว ไฟล์ LICENSE.txt ระบุว่าโค้ดทั้งคลังใช้ GPL v3.0 เป็นค่าเริ่มต้น เว้นแต่ส่วนหัวไฟล์จะระบุเป็นอย่างอื่น และโค้ดที่ใช้ Bitwarden License อยู่เฉพาะในโฟลเดอร์ bitwarden_license โดยไฟล์นี้ถูกแก้ให้รองรับโฟลเดอร์ดังกล่าวตั้งแต่พฤษภาคม 2022 ประกาศของบริษัทก็ระบุว่าไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์มีมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเน้นฟีเจอร์สำหรับองค์กร
| ประเด็น | GPLv3 | ไลเซนส์ Bitwarden v1.0 (โค้ดส่วนเชิงพาณิชย์) |
|---|---|---|
| ใช้งานได้เพื่ออะไร | ทุกวัตถุประสงค์ | พัฒนาและทดสอบภายใน ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ระบบงานจริง |
| แก้ไขและแจกจ่ายต่อ | ทำได้ งานที่แจกจ่ายต่อต้องใช้ GPL | ห้ามขาย ให้เช่า แจกจ่าย หรือให้สิทธิ์ช่วงแก่ผู้อื่น |
| ทำผลิตภัณฑ์คู่แข่ง | ไม่มีข้อห้าม | ห้าม |
| การสิ้นสุดสิทธิ์ | ตามเงื่อนไข GPLv3 | สิ้นสุดเมื่อ Bitwarden แจ้ง |
| ที่อยู่ในคลังโค้ด | ค่าเริ่มต้นของทั้งคลัง | เฉพาะโฟลเดอร์ bitwarden_license |
GNU Project อธิบายว่า GPLv3 ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 29 มิถุนายน 2007 คุ้มครองเสรีภาพ 4 ข้อ คือใช้ซอฟต์แวร์ได้ทุกวัตถุประสงค์ แก้ไขให้เหมาะกับงาน แบ่งปันให้ผู้อื่น และแบ่งปันส่วนที่แก้ไข ซอฟต์แวร์ที่ใช้ GPL จะยังเป็นซอฟต์แวร์เสรีไม่ว่าใครจะแก้หรือแจกจ่ายต่อ

ข้อควรระวัง: ไลเซนส์ของโค้ดไม่ใช่สัญญาผู้ใช้ปลายทาง
ไลเซนส์ Bitwarden v1.0 ลงวันที่ 4 กันยายน 2020 เป็นเงื่อนไขของ "โค้ด" ส่วนเชิงพาณิชย์ในคลัง ไม่ใช่สัญญาการใช้งานของผู้ใช้ปลายทาง ประกาศเมื่อ 9 ตุลาคมไม่ได้เผยแพร่เงื่อนไขการใช้งานฉบับใหม่สำหรับผู้ใช้แอปในสโตร์ และบอกเพียงว่าแอปทำงานเหมือนเดิม ขณะเดียวกันประกาศระบุว่า "โค้ด Bitwarden ยัง fork ได้ แม้แต่โค้ดไลเซนส์เชิงพาณิชย์" ซึ่งต้องอ่านคู่กับข้อห้ามแจกจ่ายในตัวไลเซนส์ องค์กรที่จะนำโค้ดไปดัดแปลงจึงควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจก่อน
อีกประเด็นคือไลเซนส์ Bitwarden v1.0 ระบุว่าสิทธิ์จะสิ้นสุดเมื่อ Bitwarden แจ้ง และเมื่อสิ้นสุดแล้วต้องหยุดใช้และทำลายสำเนาของโค้ดส่วนเชิงพาณิชย์ แต่ไม่กระทบสิทธิ์ในซอฟต์แวร์ส่วนที่ได้มาภายใต้ไลเซนส์โอเพนซอร์ส ทีมที่ fork หรือดัดแปลงโค้ดจึงควรแยกให้ชัดว่าใช้ไฟล์จากโฟลเดอร์ใดของคลังโค้ด
ฟีเจอร์ใหม่จะแยกกันอย่างไร
ในส่วนที่เพิ่มเติมท้ายประกาศ Bitwarden ระบุว่าฟีเจอร์ระดับองค์กรใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และสิ่งที่ให้ "ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ทางการแข่งขัน" จะอยู่ใต้ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ และส่วนใหญ่ใช้กับแผนธุรกิจเท่านั้น โดยยกประกาศเรื่อง FedRAMP และ Privileged Controls เป็นตัวอย่างของงานกลุ่มนี้ พนักงานที่ตอบในกระทู้ระบุว่าบางส่วนประกอบที่จะออกในอนาคตจะมีเฉพาะไลเซนส์เชิงพาณิชย์ และฟีเจอร์ใหม่จะพิจารณาเป็นรายกรณี แต่โค้ดภายใต้ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ยังเปิดให้ดูบน GitHub เหมือนเดิม
แปลว่าวันนี้ทั้งสองแบบมีฟีเจอร์เท่ากัน แต่ในระยะยาว รุ่น GPLv3 อาจไม่มีฟีเจอร์ใหม่บางตัวที่รุ่นเชิงพาณิชย์มี โดยเฉพาะฟีเจอร์สำหรับลูกค้าองค์กร
ทำไม Bitwarden แยกบิลด์ตอนนี้
ประกาศของ Bitwarden อธิบายเหตุผลไว้ในส่วน "What is behind this?" ว่าบริษัทพัฒนาฟีเจอร์สำหรับลูกค้าองค์กรและตลาดใหม่มากขึ้น และต้องการให้ฟีเจอร์กลุ่มนี้อยู่ใต้ไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันก็ระบุว่าบริษัทยังยึดมั่นกับความปลอดภัยและความโปร่งใสแบบโอเพนซอร์ส คำตอบของพนักงานในกระทู้ย้ำว่ากลุ่มที่การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งถึงคือผู้ที่นำซอฟต์แวร์ไปแพ็กใหม่และขายต่อ ไม่ใช่ผู้ใช้ทั่วไปหรือผู้ที่ self-host
กล่าวอีกแบบคือ Bitwarden มีคลังโค้ดเดียวที่รวมทั้งส่วน GPLv3 และส่วนเชิงพาณิชย์มาก่อนแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนคือช่องทางหลักอย่างสโตร์และหน้าดาวน์โหลดจะแจกบิลด์เชิงพาณิชย์ ส่วนบิลด์ GPLv3 กลายเป็นทางเลือกที่ผู้ใช้ต้องไปดาวน์โหลดเองจาก GitHub
ใครได้รับผลกระทบจากไลเซนส์ Bitwarden แบบใหม่
| กลุ่มผู้ใช้ | สิ่งที่ Bitwarden ระบุ |
|---|---|
| ผู้ใช้แผนฟรีและ Premium ที่ติดตั้งจากสโตร์ | ไม่ต้องทำอะไร แอปทำงานเหมือนเดิม แผนฟรีอยู่ถาวร |
| ผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 | ดาวน์โหลดจาก GitHub และติดตั้งเอง |
| องค์กรที่ self-host ด้วย subscription ของ Bitwarden | ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการ self-host |
| ผู้ใช้ Vaultwarden และเซิร์ฟเวอร์ของชุมชน | ไม่เปลี่ยน ผู้พัฒนาเลือกเองว่าจะรองรับฟีเจอร์ใด |
| ผู้ที่นำ Bitwarden ไปแพ็กใหม่หรือขายต่อ | เป็นกลุ่มที่การเปลี่ยนไลเซนส์มุ่งถึง |
Vaultwarden เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่เข้ากันได้กับ Bitwarden แต่ไม่ใช่ของบริษัท เขียนด้วย Rust เดิมชื่อ bitwarden_rs และใช้ไลเซนส์ AGPL-3.0 จึงไม่อยู่ใต้ไลเซนส์ Bitwarden ใด ๆ
สิ่งที่ประกาศยังไม่ได้ระบุ
- เงื่อนไขการใช้งานของผู้ใช้ปลายทางสำหรับบิลด์เชิงพาณิชย์ หากต่างจากเดิม
- รายชื่อฟีเจอร์ที่จะมีเฉพาะรุ่นเชิงพาณิชย์ และกำหนดเวลา
- ช่องทางแจกจ่ายนอกสโตร์หลัก เช่น แพ็กเกจของ Linux distribution จะได้บิลด์แบบใด
ผลต่อองค์กรไทยและผู้ใช้
- ผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้แผนฟรี อัปเดตแอปจากสโตร์ตามปกติ การเปลี่ยนไลเซนส์ Bitwarden ไม่กระทบการใช้งานวันนี้
- องค์กรที่มีนโยบายใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นหลัก เช่น หน่วยงานที่กำหนดในข้อกำหนดจัดซื้อ ควรตัดสินใจว่าจะใช้บิลด์จากสโตร์ หรือดาวน์โหลดบิลด์ GPLv3 จาก GitHub แล้วกระจายผ่านระบบจัดการอุปกรณ์ (MDM) ของตัวเอง พร้อมรับว่าฟีเจอร์ใหม่บางตัวอาจไม่มาถึงรุ่น GPLv3
- ผู้ให้บริการไอทีและ MSP ที่แพ็กหรือขาย Bitwarden ต่อให้ลูกค้า เป็นกลุ่มที่ประกาศพูดถึงโดยตรง ควรอ่าน LICENSE_BITWARDEN.txt และติดต่อ Bitwarden เพื่อยืนยันเงื่อนไขก่อนทำสัญญารอบถัดไป
- ทีมที่ self-host Bitwarden หรือ Vaultwarden ยังใช้งานต่อได้ แต่ควรติดตามว่าฟีเจอร์ใหม่ฝั่งไคลเอนต์ที่เป็นเชิงพาณิชย์จะทำงานกับเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองหรือไม่
- ทีมความปลอดภัย ที่อ้างความเป็นโอเพนซอร์สของ Bitwarden ในการประเมินความเสี่ยง ยังอ้างได้ เพราะโค้ดทั้งสองส่วนเปิดให้ตรวจบน GitHub แต่ควรบันทึกว่าบิลด์ที่ใช้งานจริงเป็นไลเซนส์แบบใด
ติดตามข่าวไลเซนส์และโครงการโอเพนซอร์สเพิ่มเติมได้ที่หมวดซอฟต์แวร์
คำถามที่พบบ่อย
ไลเซนส์ Bitwarden เปลี่ยนแล้ว ผู้ใช้แผนฟรีต้องทำอะไรหรือไม่?
ไม่ต้องทำอะไร ประกาศเรื่องไลเซนส์ Bitwarden เมื่อ 9 ตุลาคม 2026 ระบุว่าแอปจะทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง ฟีเจอร์ปัจจุบันมีครบทั้งรุ่นเชิงพาณิชย์และรุ่น GPLv3 และย้ำว่าแผนฟรีจะอยู่ถาวร ผู้ใช้ที่ติดตั้งจากสโตร์จะได้บิลด์ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ตั้งแต่รุ่นถัดจากประกาศ
ถ้าต้องการใช้ Bitwarden รุ่นโอเพนซอร์ส GPLv3 ต่อ ต้องทำอย่างไร?
ประกาศเรื่องไลเซนส์ Bitwarden ระบุว่าผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 ต้องดาวน์โหลดแอปเองแล้วติดตั้งแบบ sideload เพราะสโตร์และหน้าดาวน์โหลดของ Bitwarden จะแจกบิลด์เชิงพาณิชย์ ตัวอย่างเช่น หน้า release ของ Bitwarden Desktop 2026.10.0 บน GitHub มีทั้งไฟล์ชุดปกติและชุดที่ขึ้นต้นด้วย commercial- ให้เลือก
ไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์กับ GPLv3 ต่างกันอย่างไร?
GPLv3 ให้สิทธิ์ใช้ แก้ไข และแจกจ่ายซอฟต์แวร์ได้ทุกวัตถุประสงค์ โดยงานที่แจกจ่ายต่อต้องใช้ GPL เหมือนเดิม ส่วนไลเซนส์ Bitwarden (Bitwarden License v1.0) ในคลังโค้ดอนุญาตให้ใช้โค้ดส่วนเชิงพาณิชย์เพื่อพัฒนาและทดสอบภายในเท่านั้น ห้ามขาย ห้ามแจกจ่าย และห้ามนำไปทำผลิตภัณฑ์คู่แข่ง
คนที่ self-host หรือใช้ Vaultwarden ได้รับผลกระทบหรือไม่?
พนักงาน Bitwarden ตอบในกระทู้ประกาศเรื่องไลเซนส์ Bitwarden ว่าการ self-host ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเซิร์ฟเวอร์ของชุมชนอย่าง Vaultwarden ยังเลือกได้เองว่าจะรองรับฟีเจอร์ใด Vaultwarden เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่เข้ากันได้กับ Bitwarden แต่ไม่ใช่ของบริษัท เขียนด้วย Rust และใช้ไลเซนส์ AGPL-3.0
ฟีเจอร์ใหม่ของ Bitwarden จะมีเฉพาะรุ่นเชิงพาณิชย์หรือไม่?
บางส่วน Bitwarden ระบุว่าฟีเจอร์ระดับองค์กรใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และสิ่งที่ให้ความได้เปรียบทางการแข่งขันจะอยู่ใต้ไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับแผนธุรกิจเท่านั้น และจะพิจารณาฟีเจอร์ใหม่เป็นรายกรณี รุ่น GPLv3 กับรุ่นเชิงพาณิชย์จึงอาจมีฟีเจอร์ไม่เท่ากันในอนาคต
แหล่งอ้างอิง
- Published version update in app stores — Bitwarden Community Forums
- Release Desktop v2026.10.0 · bitwarden/clients — GitHub (Bitwarden)
- clients/LICENSE_BITWARDEN.txt — GitHub (Bitwarden)
- clients/LICENSE.txt — GitHub (Bitwarden)
- A Quick Guide to GPLv3 — GNU Project / Free Software Foundation
- dani-garcia/vaultwarden — GitHub (Vaultwarden)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- Bitwarden3GitHub50
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ