ข้ามไปยังเนื้อหา
Softwareอธิบาย

ไลเซนส์ Bitwarden เปลี่ยน: แอปในสโตร์เป็นบิลด์เชิงพาณิชย์ รุ่น GPLv3 ยังอยู่บน GitHub

ไลเซนส์ Bitwarden เปลี่ยนตั้งแต่รุ่น 2026.10.0 แอปในสโตร์เป็นบิลด์เชิงพาณิชย์ รุ่น GPLv3 ยังอยู่บน GitHub ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องทำอะไร แต่องค์กรควรอ่านเงื่อนไข

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพหน้าจอประกาศ Published version update in app stores ในฟอรัมชุมชน Bitwarden โดยพนักงาน Bitwarden ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2026 เรื่องไลเซนส์ Bitwarden ของแอปในสโตร์
ภาพ: Bitwarden Community Forums (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • พนักงาน Bitwarden ประกาศในฟอรัมทางการเมื่อ 9 ตุลาคม 2026 ว่าตั้งแต่รุ่นถัดไป แอปที่เผยแพร่ในสโตร์ต่าง ๆ จะเป็น บิลด์ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ และภายหลังยืนยันว่าไฟล์จากหน้าดาวน์โหลดก็เช่นกัน
  • Bitwarden Desktop 2026.10.0 ที่เผยแพร่บน GitHub เมื่อ 15 ตุลาคม 2026 มีไฟล์ติดตั้ง 54 ไฟล์ แยกเป็นชุดปกติ 27 ไฟล์ และชุดที่ขึ้นต้นด้วย commercial- อีก 27 ไฟล์ ขณะที่รุ่น 2026.9.1 มี 27 ไฟล์และไม่มีชุด commercial
  • รุ่น GPLv3 ยังอัปเดตและเผยแพร่บน GitHub ต่อ ฟีเจอร์ปัจจุบันมีครบทั้งสองแบบ ผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 ต้องดาวน์โหลดจาก GitHub แล้วติดตั้งเอง (sideload)
  • Bitwarden License v1.0 ในคลังโค้ด (ลงวันที่ 4 กันยายน 2020) อนุญาตให้ใช้โค้ดส่วนเชิงพาณิชย์เพื่อพัฒนาและทดสอบภายในที่ไม่ใช่ระบบงานจริงเท่านั้น และห้ามนำไปทำผลิตภัณฑ์คู่แข่ง
  • Bitwarden ระบุว่าการ self-host และเซิร์ฟเวอร์ของบุคคลที่สามอย่าง Vaultwarden ไม่เปลี่ยน แผนฟรีอยู่ถาวร และการเปลี่ยนไลเซนส์ Bitwarden กระทบผู้ที่ นำ Bitwarden ไปขายต่อ เป็นหลัก ณ 22 ต.ค. 2026 กระทู้ประกาศมี 103 โพสต์

การเปลี่ยนไลเซนส์ Bitwarden ครั้งนี้คือการแยกแอปเป็นสองแบบ ตั้งแต่รุ่น 2026.10.0 ที่ออกเมื่อ 15 ตุลาคม 2026 แอปในสโตร์และหน้าดาวน์โหลดของบริษัทเป็นบิลด์ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ ส่วนรุ่นโอเพนซอร์ส GPLv3 ยังอัปเดตบน GitHub ผู้ใช้ทั่วไปไม่ต้องทำอะไร แต่องค์กรที่มีนโยบายด้านไลเซนส์ควรอ่านรายละเอียด

ไลเซนส์ Bitwarden เปลี่ยนอะไรบ้าง

Bitwarden เป็นโปรแกรมจัดการรหัสผ่านที่เผยแพร่ซอร์สโค้ดบน GitHub และมีแผนใช้งานฟรี เมื่อ 9 ตุลาคม 2026 พนักงานของบริษัทโพสต์ประกาศในหมวด Announcements ของฟอรัมชุมชนทางการว่า "ตั้งแต่รุ่นถัดไป แอป Bitwarden ที่เผยแพร่ในสโตร์ต่าง ๆ จะเป็นบิลด์ที่ใช้ไลเซนส์เชิงพาณิชย์" ซึ่งก็คือการเปลี่ยนไลเซนส์ Bitwarden ของแอปที่คนส่วนใหญ่ติดตั้ง และระบุว่าผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไร แอปจะทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง ในการตอบคำถามภายหลัง พนักงานคนเดิมยืนยันว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากหน้าดาวน์โหลดของ Bitwarden ก็จะเป็นบิลด์เชิงพาณิชย์เช่นกัน

ภาพหน้าจอประกาศ Published version update in app stores ในฟอรัมชุมชน Bitwarden โดยพนักงาน Bitwarden ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2026 เรื่องไลเซนส์ Bitwarden ของแอปในสโตร์
ประกาศ Published version update in app stores ในฟอรัมชุมชน Bitwarden โดยพนักงาน Bitwarden เมื่อ 9 ตุลาคม 2026 ระบุว่าแอปในสโตร์จะเป็นบิลด์ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ตั้งแต่รุ่นถัดไป ภาพ: Bitwarden Community Forums (ภาพหน้าจอ)

ประกาศเดียวกันสรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้

  • รุ่นที่ใช้ไลเซนส์ GPLv3 ยังอัปเดตและเผยแพร่บน GitHub ต่อไป และฟีเจอร์ปัจจุบันทั้งหมดมีครบทั้งสองแบบ
  • แอปในสโตร์สร้างจากโค้ดบน GitHub ที่ตรวจสอบได้ 100% ไม่มีส่วนใดถูกปิดซอร์ส และยังอ่าน ตรวจ และร่วมพัฒนาโค้ดได้เหมือนเดิม
  • การ self-host ไม่เปลี่ยน การเปลี่ยนไลเซนส์กระทบผู้ที่นำ Bitwarden ไปขายต่อ
  • แผนฟรีจะอยู่ถาวร
  • ผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะไลเซนส์ GPLv3 ต้องดาวน์โหลดแอปและติดตั้งเองแบบ sideload

ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2026 กระทู้นี้มีข้อความรวม 103 โพสต์ ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้ให้ความสนใจกับไลเซนส์ Bitwarden มาก

หลักฐานในรุ่น 2026.10.0: ไฟล์ติดตั้งสองชุด

รุ่นแรกหลังประกาศไลเซนส์ Bitwarden คือรุ่น 2026.10.0 หน้า release ของ Bitwarden Desktop 2026.10.0 บน GitHub ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 15 ตุลาคม 2026 มีไฟล์ 54 ไฟล์ แบ่งเป็นชุดปกติ 27 ไฟล์ และชุดที่ชื่อขึ้นต้นด้วย commercial- อีก 27 ไฟล์ ครอบคลุมตัวติดตั้ง Windows รุ่น portable ไฟล์ dmg ของ macOS และแพ็กเกจ Linux แบบ deb, rpm, AppImage และ snap ขณะที่รุ่น 2026.9.1 ที่ออกเมื่อ 1 ตุลาคม 2026 มี 27 ไฟล์และไม่มีชุด commercial ส่วนส่วนขยายเบราว์เซอร์รุ่น 2026.10.0 บน GitHub ก็มีแพ็กเกจเพิ่มจาก 5 ไฟล์เป็น 10 ไฟล์

รุ่นบน GitHub วันที่เผยแพร่ ไฟล์ชุดปกติ ไฟล์ชุด commercial- รวม
Desktop 2026.9.1 1 ต.ค. 2026 27 0 27
Desktop 2026.10.0 15 ต.ค. 2026 27 27 54
กราฟแท่งจำนวนไฟล์ติดตั้ง Bitwarden Desktop บน GitHub: รุ่น 2026.9.1 มีไฟล์ชุดปกติ 27 ไฟล์ ไม่มีชุด commercial รวม 27 ไฟล์ รุ่น 2026.10.0 มีชุดปกติ 27 ไฟล์ ชุด commercial- 27 ไฟล์ รวม 54 ไฟล์
กราฟเทียบจำนวนไฟล์ติดตั้งของ Bitwarden Desktop บน GitHub รุ่น 2026.9.1 กับ 2026.10.0 ซึ่งเพิ่มไฟล์ชุด commercial- อีก 27 ไฟล์ ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: GitHub (bitwarden/clients))

บันทึกการเปลี่ยนแปลงของรุ่นนี้ไม่ได้พูดถึงไลเซนส์ Bitwarden ส่วนที่เปลี่ยนตามบันทึกของเว็บแอปคือการปลดล็อกที่เร็วขึ้น การนำเข้าข้อมูลจาก Proton Pass ที่รองรับรายการหลายประเภทขึ้น และการแก้ปัญหาตัวอักษรพิเศษเพี้ยนเมื่อนำเข้าจาก LastPass

ไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์กับ GPLv3 ต่างกันอย่างไร

คลังโค้ด bitwarden/clients ใช้สองไลเซนส์มานานแล้ว ไฟล์ LICENSE.txt ระบุว่าโค้ดทั้งคลังใช้ GPL v3.0 เป็นค่าเริ่มต้น เว้นแต่ส่วนหัวไฟล์จะระบุเป็นอย่างอื่น และโค้ดที่ใช้ Bitwarden License อยู่เฉพาะในโฟลเดอร์ bitwarden_license โดยไฟล์นี้ถูกแก้ให้รองรับโฟลเดอร์ดังกล่าวตั้งแต่พฤษภาคม 2022 ประกาศของบริษัทก็ระบุว่าไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์มีมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเน้นฟีเจอร์สำหรับองค์กร

ประเด็น GPLv3 ไลเซนส์ Bitwarden v1.0 (โค้ดส่วนเชิงพาณิชย์)
ใช้งานได้เพื่ออะไร ทุกวัตถุประสงค์ พัฒนาและทดสอบภายใน ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ระบบงานจริง
แก้ไขและแจกจ่ายต่อ ทำได้ งานที่แจกจ่ายต่อต้องใช้ GPL ห้ามขาย ให้เช่า แจกจ่าย หรือให้สิทธิ์ช่วงแก่ผู้อื่น
ทำผลิตภัณฑ์คู่แข่ง ไม่มีข้อห้าม ห้าม
การสิ้นสุดสิทธิ์ ตามเงื่อนไข GPLv3 สิ้นสุดเมื่อ Bitwarden แจ้ง
ที่อยู่ในคลังโค้ด ค่าเริ่มต้นของทั้งคลัง เฉพาะโฟลเดอร์ bitwarden_license

GNU Project อธิบายว่า GPLv3 ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 29 มิถุนายน 2007 คุ้มครองเสรีภาพ 4 ข้อ คือใช้ซอฟต์แวร์ได้ทุกวัตถุประสงค์ แก้ไขให้เหมาะกับงาน แบ่งปันให้ผู้อื่น และแบ่งปันส่วนที่แก้ไข ซอฟต์แวร์ที่ใช้ GPL จะยังเป็นซอฟต์แวร์เสรีไม่ว่าใครจะแก้หรือแจกจ่ายต่อ

ภาพหน้าจอไฟล์ LICENSE_BITWARDEN.txt ในคลังโค้ด bitwarden/clients บน GitHub แสดง Bitwarden License Agreement Version 1 ลงวันที่ 4 กันยายน 2020 และข้อ 2.1
ไฟล์ LICENSE_BITWARDEN.txt ในคลังโค้ด bitwarden/clients บน GitHub ข้อ 2.1 จำกัดการใช้ Commercial Modules ไว้เพื่อการพัฒนาและทดสอบภายในที่ไม่ใช่ระบบงานจริง ภาพ: GitHub / Bitwarden (ภาพหน้าจอ)

ข้อควรระวัง: ไลเซนส์ของโค้ดไม่ใช่สัญญาผู้ใช้ปลายทาง

ไลเซนส์ Bitwarden v1.0 ลงวันที่ 4 กันยายน 2020 เป็นเงื่อนไขของ "โค้ด" ส่วนเชิงพาณิชย์ในคลัง ไม่ใช่สัญญาการใช้งานของผู้ใช้ปลายทาง ประกาศเมื่อ 9 ตุลาคมไม่ได้เผยแพร่เงื่อนไขการใช้งานฉบับใหม่สำหรับผู้ใช้แอปในสโตร์ และบอกเพียงว่าแอปทำงานเหมือนเดิม ขณะเดียวกันประกาศระบุว่า "โค้ด Bitwarden ยัง fork ได้ แม้แต่โค้ดไลเซนส์เชิงพาณิชย์" ซึ่งต้องอ่านคู่กับข้อห้ามแจกจ่ายในตัวไลเซนส์ องค์กรที่จะนำโค้ดไปดัดแปลงจึงควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจก่อน

อีกประเด็นคือไลเซนส์ Bitwarden v1.0 ระบุว่าสิทธิ์จะสิ้นสุดเมื่อ Bitwarden แจ้ง และเมื่อสิ้นสุดแล้วต้องหยุดใช้และทำลายสำเนาของโค้ดส่วนเชิงพาณิชย์ แต่ไม่กระทบสิทธิ์ในซอฟต์แวร์ส่วนที่ได้มาภายใต้ไลเซนส์โอเพนซอร์ส ทีมที่ fork หรือดัดแปลงโค้ดจึงควรแยกให้ชัดว่าใช้ไฟล์จากโฟลเดอร์ใดของคลังโค้ด

ฟีเจอร์ใหม่จะแยกกันอย่างไร

ในส่วนที่เพิ่มเติมท้ายประกาศ Bitwarden ระบุว่าฟีเจอร์ระดับองค์กรใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และสิ่งที่ให้ "ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ทางการแข่งขัน" จะอยู่ใต้ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ และส่วนใหญ่ใช้กับแผนธุรกิจเท่านั้น โดยยกประกาศเรื่อง FedRAMP และ Privileged Controls เป็นตัวอย่างของงานกลุ่มนี้ พนักงานที่ตอบในกระทู้ระบุว่าบางส่วนประกอบที่จะออกในอนาคตจะมีเฉพาะไลเซนส์เชิงพาณิชย์ และฟีเจอร์ใหม่จะพิจารณาเป็นรายกรณี แต่โค้ดภายใต้ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ยังเปิดให้ดูบน GitHub เหมือนเดิม

แปลว่าวันนี้ทั้งสองแบบมีฟีเจอร์เท่ากัน แต่ในระยะยาว รุ่น GPLv3 อาจไม่มีฟีเจอร์ใหม่บางตัวที่รุ่นเชิงพาณิชย์มี โดยเฉพาะฟีเจอร์สำหรับลูกค้าองค์กร

ทำไม Bitwarden แยกบิลด์ตอนนี้

ประกาศของ Bitwarden อธิบายเหตุผลไว้ในส่วน "What is behind this?" ว่าบริษัทพัฒนาฟีเจอร์สำหรับลูกค้าองค์กรและตลาดใหม่มากขึ้น และต้องการให้ฟีเจอร์กลุ่มนี้อยู่ใต้ไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันก็ระบุว่าบริษัทยังยึดมั่นกับความปลอดภัยและความโปร่งใสแบบโอเพนซอร์ส คำตอบของพนักงานในกระทู้ย้ำว่ากลุ่มที่การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งถึงคือผู้ที่นำซอฟต์แวร์ไปแพ็กใหม่และขายต่อ ไม่ใช่ผู้ใช้ทั่วไปหรือผู้ที่ self-host

กล่าวอีกแบบคือ Bitwarden มีคลังโค้ดเดียวที่รวมทั้งส่วน GPLv3 และส่วนเชิงพาณิชย์มาก่อนแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนคือช่องทางหลักอย่างสโตร์และหน้าดาวน์โหลดจะแจกบิลด์เชิงพาณิชย์ ส่วนบิลด์ GPLv3 กลายเป็นทางเลือกที่ผู้ใช้ต้องไปดาวน์โหลดเองจาก GitHub

ใครได้รับผลกระทบจากไลเซนส์ Bitwarden แบบใหม่

กลุ่มผู้ใช้ สิ่งที่ Bitwarden ระบุ
ผู้ใช้แผนฟรีและ Premium ที่ติดตั้งจากสโตร์ ไม่ต้องทำอะไร แอปทำงานเหมือนเดิม แผนฟรีอยู่ถาวร
ผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 ดาวน์โหลดจาก GitHub และติดตั้งเอง
องค์กรที่ self-host ด้วย subscription ของ Bitwarden ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการ self-host
ผู้ใช้ Vaultwarden และเซิร์ฟเวอร์ของชุมชน ไม่เปลี่ยน ผู้พัฒนาเลือกเองว่าจะรองรับฟีเจอร์ใด
ผู้ที่นำ Bitwarden ไปแพ็กใหม่หรือขายต่อ เป็นกลุ่มที่การเปลี่ยนไลเซนส์มุ่งถึง

Vaultwarden เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่เข้ากันได้กับ Bitwarden แต่ไม่ใช่ของบริษัท เขียนด้วย Rust เดิมชื่อ bitwarden_rs และใช้ไลเซนส์ AGPL-3.0 จึงไม่อยู่ใต้ไลเซนส์ Bitwarden ใด ๆ

สิ่งที่ประกาศยังไม่ได้ระบุ

  • เงื่อนไขการใช้งานของผู้ใช้ปลายทางสำหรับบิลด์เชิงพาณิชย์ หากต่างจากเดิม
  • รายชื่อฟีเจอร์ที่จะมีเฉพาะรุ่นเชิงพาณิชย์ และกำหนดเวลา
  • ช่องทางแจกจ่ายนอกสโตร์หลัก เช่น แพ็กเกจของ Linux distribution จะได้บิลด์แบบใด

ผลต่อองค์กรไทยและผู้ใช้

  1. ผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้แผนฟรี อัปเดตแอปจากสโตร์ตามปกติ การเปลี่ยนไลเซนส์ Bitwarden ไม่กระทบการใช้งานวันนี้
  2. องค์กรที่มีนโยบายใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นหลัก เช่น หน่วยงานที่กำหนดในข้อกำหนดจัดซื้อ ควรตัดสินใจว่าจะใช้บิลด์จากสโตร์ หรือดาวน์โหลดบิลด์ GPLv3 จาก GitHub แล้วกระจายผ่านระบบจัดการอุปกรณ์ (MDM) ของตัวเอง พร้อมรับว่าฟีเจอร์ใหม่บางตัวอาจไม่มาถึงรุ่น GPLv3
  3. ผู้ให้บริการไอทีและ MSP ที่แพ็กหรือขาย Bitwarden ต่อให้ลูกค้า เป็นกลุ่มที่ประกาศพูดถึงโดยตรง ควรอ่าน LICENSE_BITWARDEN.txt และติดต่อ Bitwarden เพื่อยืนยันเงื่อนไขก่อนทำสัญญารอบถัดไป
  4. ทีมที่ self-host Bitwarden หรือ Vaultwarden ยังใช้งานต่อได้ แต่ควรติดตามว่าฟีเจอร์ใหม่ฝั่งไคลเอนต์ที่เป็นเชิงพาณิชย์จะทำงานกับเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองหรือไม่
  5. ทีมความปลอดภัย ที่อ้างความเป็นโอเพนซอร์สของ Bitwarden ในการประเมินความเสี่ยง ยังอ้างได้ เพราะโค้ดทั้งสองส่วนเปิดให้ตรวจบน GitHub แต่ควรบันทึกว่าบิลด์ที่ใช้งานจริงเป็นไลเซนส์แบบใด

ติดตามข่าวไลเซนส์และโครงการโอเพนซอร์สเพิ่มเติมได้ที่หมวดซอฟต์แวร์

คำถามที่พบบ่อย

ไลเซนส์ Bitwarden เปลี่ยนแล้ว ผู้ใช้แผนฟรีต้องทำอะไรหรือไม่?

ไม่ต้องทำอะไร ประกาศเรื่องไลเซนส์ Bitwarden เมื่อ 9 ตุลาคม 2026 ระบุว่าแอปจะทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง ฟีเจอร์ปัจจุบันมีครบทั้งรุ่นเชิงพาณิชย์และรุ่น GPLv3 และย้ำว่าแผนฟรีจะอยู่ถาวร ผู้ใช้ที่ติดตั้งจากสโตร์จะได้บิลด์ไลเซนส์เชิงพาณิชย์ตั้งแต่รุ่นถัดจากประกาศ

ถ้าต้องการใช้ Bitwarden รุ่นโอเพนซอร์ส GPLv3 ต่อ ต้องทำอย่างไร?

ประกาศเรื่องไลเซนส์ Bitwarden ระบุว่าผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 ต้องดาวน์โหลดแอปเองแล้วติดตั้งแบบ sideload เพราะสโตร์และหน้าดาวน์โหลดของ Bitwarden จะแจกบิลด์เชิงพาณิชย์ ตัวอย่างเช่น หน้า release ของ Bitwarden Desktop 2026.10.0 บน GitHub มีทั้งไฟล์ชุดปกติและชุดที่ขึ้นต้นด้วย commercial- ให้เลือก

ไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์กับ GPLv3 ต่างกันอย่างไร?

GPLv3 ให้สิทธิ์ใช้ แก้ไข และแจกจ่ายซอฟต์แวร์ได้ทุกวัตถุประสงค์ โดยงานที่แจกจ่ายต่อต้องใช้ GPL เหมือนเดิม ส่วนไลเซนส์ Bitwarden (Bitwarden License v1.0) ในคลังโค้ดอนุญาตให้ใช้โค้ดส่วนเชิงพาณิชย์เพื่อพัฒนาและทดสอบภายในเท่านั้น ห้ามขาย ห้ามแจกจ่าย และห้ามนำไปทำผลิตภัณฑ์คู่แข่ง

คนที่ self-host หรือใช้ Vaultwarden ได้รับผลกระทบหรือไม่?

พนักงาน Bitwarden ตอบในกระทู้ประกาศเรื่องไลเซนส์ Bitwarden ว่าการ self-host ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเซิร์ฟเวอร์ของชุมชนอย่าง Vaultwarden ยังเลือกได้เองว่าจะรองรับฟีเจอร์ใด Vaultwarden เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่เข้ากันได้กับ Bitwarden แต่ไม่ใช่ของบริษัท เขียนด้วย Rust และใช้ไลเซนส์ AGPL-3.0

ฟีเจอร์ใหม่ของ Bitwarden จะมีเฉพาะรุ่นเชิงพาณิชย์หรือไม่?

บางส่วน Bitwarden ระบุว่าฟีเจอร์ระดับองค์กรใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และสิ่งที่ให้ความได้เปรียบทางการแข่งขันจะอยู่ใต้ไลเซนส์ Bitwarden แบบเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับแผนธุรกิจเท่านั้น และจะพิจารณาฟีเจอร์ใหม่เป็นรายกรณี รุ่น GPLv3 กับรุ่นเชิงพาณิชย์จึงอาจมีฟีเจอร์ไม่เท่ากันในอนาคต

แหล่งอ้างอิง

  1. Published version update in app stores — Bitwarden Community Forums
  2. Release Desktop v2026.10.0 · bitwarden/clients — GitHub (Bitwarden)
  3. clients/LICENSE_BITWARDEN.txt — GitHub (Bitwarden)
  4. clients/LICENSE.txt — GitHub (Bitwarden)
  5. A Quick Guide to GPLv3 — GNU Project / Free Software Foundation
  6. dani-garcia/vaultwarden — GitHub (Vaultwarden)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
Bitwarden3GitHub50
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Rust12Windows59macOS23Linux45
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ