ข้ามไปยังเนื้อหา
Softwareเปรียบเทียบ

นโยบาย AI โอเพนซอร์ส 2026: Linux kernel, QEMU, Flathub และ NLnet รับโค้ด AI ต่างกันอย่างไร

เทียบนโยบาย AI โอเพนซอร์ส 9 แห่ง หลัง NLnet คุมเข้มเมื่อ 20 ต.ค. 2026 และ Linux kernel เลิกบังคับแท็ก Assisted-by 21 ต.ค. ใครห้าม ใครให้ใช้แต่ต้องเปิดเผย

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
หน้านโยบาย AI โอเพนซอร์สของ NLnet รุ่น 2.0 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2026 สำหรับโครงการที่รับทุน
ภาพ: NLnet Foundation

สรุปประเด็นสำคัญ

  • นโยบาย AI โอเพนซอร์สขยับเร็วในเดือนตุลาคม 2026: NLnet ออกนโยบายรุ่น 2.0 เมื่อ 20 ตุลาคม ห้ามใช้ generative AI เขียนข้อเสนอขอทุนและผลงาน และ Linux kernel เลิกบังคับแท็ก Assisted-by เมื่อ 21 ตุลาคม
  • QEMU, NetBSD และ Gentoo ยังห้ามโค้ดจาก AI โดยอ้างความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์และการรับรอง DCO ส่วน Gentoo ห้ามตามมติ Council วันที่ 14 เมษายน 2024
  • Flathub เปลี่ยนจากห้ามเด็ดขาดเป็นให้เปิดเผยเมื่อ 4 กันยายน 2026 แต่ยังห้ามเนื้อหาจาก AI ใน manifest ส่วน Fedora ให้เปิดเผยด้วยแท็ก Assisted-by ตามนโยบายรุ่น 1.0
  • นโยบาย AI โอเพนซอร์สทั้ง 5 แห่ง ที่ยอมให้ใช้ AI ตรงกัน 1 ข้อ คือมนุษย์ผู้ส่งต้องรับผิดชอบและอธิบายงานได้เอง

นโยบาย AI โอเพนซอร์ส คือกติกาที่แต่ละโครงการหรือผู้ให้ทุนกำหนดว่ารับงานที่ใช้ AI สร้างหรือช่วยเขียนได้แค่ไหน และต้องเปิดเผยอย่างไร ช่วง 20–21 ตุลาคม 2026 มีสองความเคลื่อนไหวสวนทางกัน NLnet คุมเข้มขึ้นจนใช้ AI ได้แค่แบบอ่านอย่างเดียว ขณะที่ Linux kernel เลิกบังคับแท็ก Assisted-by

บทความนี้เทียบนโยบายจากหน้าทางการของ 9 แห่งที่นักพัฒนาไทยมีโอกาสส่งโค้ด แพ็กเกจ หรือข้อเสนอขอทุนไปหา ตรวจเมื่อ 23 ตุลาคม 2026 ทุกแห่งระบุว่ากติกาอาจเปลี่ยนได้ จึงควรเปิดหน้าต้นทางอีกครั้งก่อนส่งงาน

นโยบาย AI โอเพนซอร์สแบ่งได้กี่แนว

เมื่ออ่านนโยบาย AI โอเพนซอร์สทั้ง 9 แห่ง แนวทางแบ่งได้ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกห้ามโค้ดหรือเนื้อหาที่ AI สร้าง ด้วยเหตุผลด้านลิขสิทธิ์และความเสี่ยงทางกฎหมาย กลุ่มที่สองให้ใช้ได้แต่บังคับให้เปิดเผยในบางกรณี เพื่อให้ผู้รีวิวรู้ว่าต้องตรวจส่วนไหนเป็นพิเศษ กลุ่มที่สามให้ใช้ได้และไม่บังคับรูปแบบการเปิดเผย แต่ย้ำว่าผู้ส่งต้องรับผิดชอบงานเต็มที่

แผนภาพนโยบาย AI โอเพนซอร์ส 9 แห่ง: กลุ่มห้ามโค้ดจาก AI ได้แก่ QEMU, NetBSD, Gentoo และ NLnet 2.0 กลุ่มใช้ได้แต่ต้องเปิดเผย ได้แก่ Flathub, Fedora และ curl กลุ่มใช้ได้โดยเน้นความรับผิดชอบ ได้แก่ Linux kernel ที่เลิกบังคับแท็ก Assisted-by และ Python
แผนภาพนโยบาย AI โอเพนซอร์ส 9 แห่ง แบ่งเป็นกลุ่มห้าม กลุ่มต้องเปิดเผย และกลุ่มเน้นความรับผิดชอบ ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: เอกสารทางการของแต่ละโครงการ)

ตารางเทียบนโยบาย AI โอเพนซอร์ส 9 แห่ง

โครงการ ใช้ AI สร้างงานที่ส่งได้หรือไม่ การเปิดเผย จุดที่ต้องระวัง
QEMU ไม่ได้ ไม่มีประเด็น เพราะห้าม ใช้ค้นข้อมูล วิเคราะห์ หรือดีบักได้ ถ้าผลไม่อยู่ในงานที่ส่ง
NetBSD ไม่ได้ ถ้า core ไม่อนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีประเด็น เพราะห้าม โค้ดจาก LLM ถือเป็น tainted code
Gentoo ไม่ได้ ไม่มีประเด็น เพราะห้าม ยังรับแพ็กเกจซอฟต์แวร์ AI ได้
NLnet 2.0 (ผู้ให้ทุน) ไม่ได้ ทั้งข้อเสนอและผลงาน ควรเปิดเผยแม้ใช้แบบอ่านอย่างเดียว ค่าใช้ AI เบิกไม่ได้
Flathub ได้ ยกเว้น manifest บังคับ ระบุส่วนและขอบเขต ห้ามให้ AI agent เปิด PR หรือเขียนข้อความตอบผู้รีวิว
Fedora ได้ บังคับเมื่อนำส่วนสำคัญมาโดยไม่แก้ แนะนำแท็ก Assisted-by ห้ามให้ AI เป็นผู้ตัดสินสุดท้ายในการรีวิว
curl ได้ ถ้าผ่านมาตรฐานเดิม บังคับสำหรับรายงานปัญหาที่ใช้ AI หา แบนผู้ส่งรายงานปลอมทันที
Linux kernel ได้ ไม่บังคับแท็ก ให้เล่าใน cover letter AI agent ห้ามใส่ Signed-off-by
Python (CPython) ได้ ไม่บังคับ แต่ยินดีถ้าบอกในคำอธิบาย PR ผู้ส่งต้องอธิบายงานด้วยคำของตัวเอง

นโยบาย AI โอเพนซอร์สแบบห้าม: QEMU, NetBSD และ Gentoo

เอกสาร Code provenance ของ QEMU ระบุชัดว่าโครงการจะปฏิเสธงานที่เชื่อว่ามีหรือดัดแปลงจากเนื้อหาที่ AI สร้าง โดยยกตัวอย่าง ChatGPT, Claude, Copilot และ Llama เหตุผลหลักคือผู้ส่งต้องรับรองตาม Developer's Certificate of Origin (DCO) แต่สถานะลิขสิทธิ์ของผลลัพธ์จาก AI ยังไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย และข้อมูลฝึกมักมีโค้ดหลายไลเซนส์ที่อาจขัดกับไลเซนส์ของ QEMU โครงการเปิดให้เสนอข้อยกเว้นผ่าน mailing list qemu-devel และระบุว่านโยบายอาจเปลี่ยนเมื่อกฎหมายชัดขึ้น

แนวทางของ NetBSD สำหรับผู้มีสิทธิ์ commit ถือว่าโค้ดจาก LLM เช่น Copilot, ChatGPT หรือ Code Llama เป็น tainted code ห้าม commit ถ้าไม่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจาก core ส่วน Gentoo Council ลงมติเมื่อ 14 เมษายน 2024 ห้ามส่งเนื้อหาที่สร้างด้วย AI โดยให้เหตุผลทั้งลิขสิทธิ์ คุณภาพ และจริยธรรม แต่ยังรับแพ็กเกจของซอฟต์แวร์ AI ได้

เอกสาร Code provenance ของ QEMU ส่วน Use of AI-generated content ที่ปฏิเสธงานที่มีเนื้อหาจาก AI
เอกสาร Code provenance ของ QEMU ส่วน Use of AI-generated content ที่ระบุว่าโครงการปฏิเสธงานจาก AI ภาพ: QEMU

นโยบาย AI โอเพนซอร์สแบบให้ใช้แต่ต้องเปิดเผย: Flathub, Fedora และ curl

Flathub ร้านแอป Flatpak สำหรับ Linux เปลี่ยนจากห้ามเด็ดขาดเป็นนโยบายเปิดเผยเมื่อ 4 กันยายน 2026 และใส่ข้อห้ามเนื้อหาจาก AI ใน manifest กลับมาเมื่อ 21 กันยายน 2026 ตามประวัติ commit ของเอกสาร ผู้ส่งต้องระบุส่วนที่ AI สร้างและขอบเขตโดยประมาณ ผู้รีวิวปฏิเสธได้แม้เปิดเผยแล้ว ห้ามใช้ AI agent เปิดหรือทำ PR อัตโนมัติ เขียนข้อความ commit หรือตอบผู้รีวิว ผู้ฝ่าฝืนซ้ำอาจถูกแบนถาวร

หัวข้อ Generative AI policy ในหน้า Requirements ของ Flathub ที่บังคับเปิดเผยเนื้อหาจาก AI และห้ามใน manifest
หัวข้อ Generative AI policy ในหน้า Requirements ของ Flathub ภาพ: Flathub

Fedora ใช้นโยบาย AI-Assisted Contributions รุ่น 1.0 ทบทวนล่าสุด 24 ตุลาคม 2025 ให้ใช้ AI ได้ ผู้ส่งต้องรับผิดชอบทั้งหมด ต้องเปิดเผยเมื่อนำส่วนสำคัญจากเครื่องมือมาโดยไม่แก้ และแนะนำแท็ก Assisted-by: ในข้อความ commit ห้ามใช้ AI เป็นผู้ตัดสินสุดท้ายในการรีวิวหรือประเมินสมาชิก

หน้า AI-Assisted Contributions Policy ของ Fedora รุ่น 1.0 ที่แนะนำแท็ก Assisted-by ในข้อความ commit
หน้า AI-Assisted Contributions Policy ของ Fedora ที่แนะนำให้เปิดเผยด้วยแท็ก Assisted-by ภาพ: Fedora Project

curl รับโค้ดที่ AI ช่วยเขียนได้ถ้าผ่านมาตรฐานเดิมครบ แต่รายงานปัญหาที่ใช้ AI หาต้องบอกและตรวจซ้ำเองก่อนส่ง และแบนผู้ส่งรายงานปลอมทันที หน้าแนวทางเขียนว่าถ้ามีคนดูออกว่างานใช้ AI ช่วย แปลว่าผู้ส่งยังต้องทำงานเพิ่ม

นโยบาย AI โอเพนซอร์สแบบเน้นความรับผิดชอบ: Linux kernel และ Python

Linux kernel ให้ใช้ AI ได้มาตั้งแต่มีเอกสาร coding-assistants.rst และเพิ่งยกเลิกข้อกำหนดแท็ก Assisted-by เมื่อ 21 ตุลาคม 2026 เพราะมีเพียงราว 10% ของ commit ที่ใส่แท็ก ผู้ดูแลยังอยากรู้ว่าแพตช์สร้างอย่างไร จึงให้เล่าใน cover letter ส่วนเอกสาร generated-content.rst ยังขอให้บอกเครื่องมือ ข้อมูลที่ป้อน ส่วนที่ได้รับผล และวิธีทดสอบ กติกาที่ไม่ผ่อนคือ AI agent ห้ามใส่ Signed-off-by เพราะมีแต่มนุษย์ที่รับรอง DCO ได้

แนวทางของ CPython ใน Python Developer's Guide ระบุว่าผู้ส่งรับผิดชอบเนื้อหาไม่ว่าจะใช้ AI หรือไม่ การเปิดเผยในคำอธิบาย PR เป็นสิ่งที่ยินดีแต่ไม่บังคับ ผู้ส่งต้องอธิบายการเปลี่ยนแปลงด้วยคำของตัวเองได้ ผู้ดูแลปิด PR ที่ไม่มีประโยชน์ได้โดยไม่ต้องอธิบาย และผู้ที่ส่งงานแบบนี้ซ้ำอาจถูกบล็อก

ผู้ให้ทุนก็มีนโยบาย AI โอเพนซอร์ส: NLnet รุ่น 2.0

NLnet มูลนิธิในเนเธอร์แลนด์ที่ให้ทุนขนาดเล็กแก่โครงการโอเพนซอร์สด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ออกนโยบายรุ่น 2.0 เมื่อ 20 ตุลาคม 2026 ห้ามใช้ generative AI เขียนข้อเสนอและตอบคำถามระหว่างประเมิน รวมถึงการเรียบเรียง ย่อ และแปล ยกเว้นผู้ที่ต้องใช้เพื่อการเข้าถึงซึ่งต้องเปิดเผย ในโครงการที่ได้ทุน ห้ามใช้สร้างโค้ด การออกแบบ หรือเอกสาร ใช้ได้แค่แบบอ่านอย่างเดียว ค่าใช้ AI เบิกไม่ได้ และโครงการต้องประกาศจุดยืนเรื่อง AI ใน README

Michiel Leenaars ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ของ NLnet เรียกนโยบายนี้ว่า "a pragmatic measure towards self-protection" หลังข้อเสนอที่ใช้ AI หลั่งไหลเข้ามาและมีคุณภาพต่ำกว่าปกติ นโยบายใช้กับรอบ Restack และ CodeSupply ที่ปิดรับรอบแรก 3 พฤศจิกายน 2026

หน้านโยบาย AI โอเพนซอร์สของ NLnet รุ่น 2.0 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2026 สำหรับโครงการที่รับทุน
หน้านโยบาย generative AI ของ NLnet รุ่น 2.0 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ภาพ: NLnet Foundation

ทำไมนโยบาย AI โอเพนซอร์สเปลี่ยนบ่อย

หลายแห่งปรับกติกามากกว่าหนึ่งครั้งในปีเดียว เพราะต้องชั่งระหว่างภาระของผู้รีวิวกับการไม่ปิดประตูคนที่ใช้เครื่องมือเป็น ตัวอย่างที่เห็นชัดจากเอกสารทางการมีดังนี้

  • NLnet ออกนโยบายรุ่น 1.0 เมื่อ 8 ธันวาคม 2025 ปรับเป็นรุ่น 1.1 ตามความเห็นของผู้รับทุนเมื่อ 26 มกราคม 2026 และคุมเข้มเป็นแบบอ่านอย่างเดียวในรุ่น 2.0 ผู้ขอทุนรายเดิมของกองทุน NGI Zero Commons Fund, NGI Taler และ Fediversity ยังใช้รุ่น 1.1 ได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
  • Flathub เปลี่ยนจากห้ามทั้งหมดมาเป็นการเปิดเผยในเดือนกันยายน 2026 แล้วต้องเติมข้อห้ามสำหรับ manifest กลับเข้าไปอีกครั้งในอีกราวสองสัปดาห์ต่อมา
  • Linux kernel เคยปฏิเสธข้อเสนอยกเลิกแท็ก Assisted-by เมื่อกรกฎาคม 2026 ก่อนกลับมายกเลิกในเดือนตุลาคม เมื่อเห็นว่าแท็กไม่ได้ให้สัญญาณจริง
  • QEMU เขียนไว้ในเอกสารว่านโยบายอาจเปลี่ยนเมื่อเครื่องมือ AI พัฒนาขึ้นและสถานะทางกฎหมายชัดเจนขึ้น

ข้อสรุปสำหรับคนส่งงานคือ ไม่ควรจำกติกาของโครงการใดไว้นาน ให้เปิดหน้านโยบายฉบับล่าสุดทุกครั้งก่อนส่ง

ผลต่อองค์กรไทยและทีมพัฒนา

นโยบาย AI โอเพนซอร์สไม่ได้กระทบแค่คนส่งโค้ด แต่รวมถึงบริษัทที่ให้พนักงานแก้บั๊กส่งกลับ upstream หรือทำแพ็กเกจลงร้านแอป

  1. ทำรายการโครงการที่ทีมส่งงานให้ แล้วเปิดนโยบายของแต่ละแห่งเก็บไว้ เพราะงานเดียวกันอาจรับได้ใน kernel แต่ถูกปฏิเสธใน QEMU
  2. ตั้งค่า AI coding agent ให้ไม่ใส่ Signed-off-by เอง และไม่ให้ agent เปิด PR หรือตอบผู้รีวิวแทนคน ซึ่ง Flathub ห้ามไว้ชัด
  3. เก็บบันทึกว่าส่วนไหนใช้ AI เพื่อเปิดเผยตามรูปแบบที่ปลายทางต้องการ ทั้งแท็ก commit แบบ Fedora คำอธิบาย PR แบบ Python หรือ cover letter แบบ kernel
  4. โครงการโอเพนซอร์สของบริษัทเองควรมีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่ารับงานจาก AI ไหม ต้องเปิดเผยอย่างไร และใครรับผิดชอบ อาจเริ่มจากไฟล์ AGENTS.md ที่ชี้ไปยังกติกาเดิม
  5. ทีมที่ขอทุนต่างประเทศ ตรวจนโยบาย AI ของผู้ให้ทุนก่อนเขียนข้อเสนอ เพราะ NLnet ไม่รับแม้แต่การใช้ AI แปลหรือเกลาข้อเสนอ

อ่านประเด็นภาระของผู้ดูแลที่ทำให้หลายโครงการคุมเข้มได้ในข่าวผลสำรวจ AI slop ของ Linux Foundation และติดตามข่าวโอเพนซอร์สเพิ่มเติมที่หมวดซอฟต์แวร์

คำถามที่พบบ่อย

นโยบาย AI โอเพนซอร์สส่วนใหญ่ห้ามใช้ AI เขียนโค้ดหรือไม่?

ไม่ทั้งหมด จากนโยบาย AI โอเพนซอร์ส 9 แห่งที่เราตรวจเมื่อ 23 ตุลาคม 2026 มี QEMU, NetBSD และ Gentoo ที่ห้ามโค้ดจาก AI และ NLnet ที่ห้ามในโครงการที่รับทุน ส่วน Flathub, Fedora และ curl ให้ใช้โดยต้องเปิดเผยในบางกรณี และ Linux kernel กับ Python ให้ใช้โดยเน้นว่าผู้ส่งต้องรับผิดชอบ

ทำไม QEMU ห้ามโค้ดที่ AI สร้าง?

นโยบาย AI โอเพนซอร์สของ QEMU ระบุว่าผู้ส่งแพตช์ต้องรับรองตาม Developer's Certificate of Origin แต่สถานะลิขสิทธิ์และไลเซนส์ของผลลัพธ์จาก AI ยังไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย และข้อมูลฝึกอาจมีโค้ดที่ไลเซนส์ไม่เข้ากัน โครงการจึงปฏิเสธงานที่รู้หรือสงสัยว่าใช้ AI สร้าง แต่ยังเปิดให้เสนอข้อยกเว้นผ่าน qemu-devel

นโยบาย AI โอเพนซอร์สของ NLnet รุ่น 2.0 เปลี่ยนอะไร?

นโยบาย AI โอเพนซอร์สของ NLnet รุ่น 2.0 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ห้ามใช้ generative AI เขียนข้อเสนอขอทุน ยกเว้นเพื่อการเข้าถึงของผู้พิการโดยต้องเปิดเผย และห้ามใช้สร้างโค้ด การออกแบบ หรือเอกสารในโครงการที่รับทุน ใช้ได้เฉพาะแบบอ่านอย่างเดียว เช่น ให้ AI ตรวจหาข้อบกพร่อง

ส่งโค้ดที่ใช้ AI ช่วยเข้าโครงการโอเพนซอร์สควรทำอย่างไร?

อ่านนโยบาย AI โอเพนซอร์สของโครงการนั้นก่อนทุกครั้ง เพราะกติกาต่างกันมาก บางแห่งห้าม บางแห่งให้ใส่แท็ก Assisted-by บางแห่งให้เล่าใน cover letter หรือคำอธิบาย PR จากนั้นตรวจและทดสอบโค้ดเอง และพร้อมอธิบายทุกส่วนด้วยคำของตัวเอง

แหล่งอ้างอิง

  1. Policy on the use of Generative Artificial Intelligence for NLnet-funded projects (Version 2.0) — NLnet Foundation
  2. Kernel Guidelines for Tool-Generated Content — Linux kernel (GitHub mirror)
  3. Code provenance: Use of AI-generated content — QEMU
  4. Requirements: Generative AI policy — Flathub
  5. AI-Assisted Contributions Policy — Fedora Project
  6. Project:Council/AI policy — Gentoo

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
เนเธอร์แลนด์50
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
Linux55QEMU2Flathub2Fedora Linux6curl6Python26ChatGPT20Claude37
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ