ข้ามไปยังเนื้อหา
Economy

สรรพากรเปิดรับฟังร่างกฎหมายภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ เก็บทุกสัญชาติครั้งละ 1,000 บาท

กรมสรรพากรเปิดรับฟังร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ถึง 29 ต.ค. 2026 เสนอเก็บจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ระยะแรกทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท เพดาน 5,000 บาท

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
อินโฟกราฟิกกรมสรรพากรเชิญแสดงความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เปิดรับฟัง 30 กันยายนถึง 29 ตุลาคม 2569
ภาพ: กรมสรรพากร

สรุปประเด็นสำคัญ

  • กรมสรรพากรประกาศเชิญแสดงความเห็นต่อหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เมื่อ 6 ตุลาคม 2026 ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย เปิดรับฟังตั้งแต่ 30 กันยายนถึง 29 ตุลาคม 2026
  • ร่างเสนอเก็บภาษีจากผู้เดินทางทุกสัญชาติทุกครั้งที่ออกนอกประเทศ ระยะแรกเก็บเฉพาะทางอากาศ ครั้งละ 1,000 บาท ส่วนกฎหมายให้เพดานไว้ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท โดยอัตราจริงกำหนดด้วยกฎกระทรวง
  • สายการบินหรือตัวแทนจำหน่ายตั๋วจะเก็บภาษีพร้อมค่าโดยสาร กฎหมายมีผลเมื่อพ้น 180 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่เก็บจากตั๋วที่ซื้อก่อนวันมีผล
  • ไทยเคยเก็บภาษีนี้ตามพระราชกำหนดปี 2526 ตั้งแต่ 28 ธันวาคม 1983 ทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท ก่อนยกเว้นการเดินทางทางอากาศตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 1991

กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2026 ร่างนี้เสนอเก็บภาษีการเดินทางจากผู้เดินทางออกนอกประเทศทุกสัญชาติ ระยะแรกเก็บเฉพาะทางอากาศครั้งละ 1,000 บาทพร้อมค่าตั๋ว และกำหนดเพดานไว้ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท

กรมสรรพากรประกาศเชิญชวนบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 โดยการรับฟังเปิดบนระบบกลางทางกฎหมาย (law.go.th) มาตั้งแต่ 30 กันยายน ค่ำวันที่ 8 ตุลาคม หน้าเว็บแสดงยอดผู้ร่วมเสนอความเห็นแล้ว 4,589 ราย ร่างนี้ยังอยู่ในขั้นรับฟังหลักการ จึงยังไม่มีผลบังคับและยังไม่มีวันเริ่มเก็บภาษี

หลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ประเด็น ข้อเสนอในร่าง
ผู้เสียภาษี ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทุกสัญชาติ เสียทุกครั้งที่เดินทาง ยกเว้นลูกเรือหรือพนักงานของผู้ขนส่งที่เดินทางตามหน้าที่โดยไม่เสียค่าโดยสาร
อัตราภาษี กำหนดโดยกฎกระทรวง แต่ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท ระยะแรกทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท
ทางบกและทางน้ำ ได้รับยกเว้นในระยะแรก
ผู้ได้รับยกเว้นทางอากาศ ใช้เกณฑ์เดียวกับค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) เช่น เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี ผู้โดยสารผ่านที่ไม่ออกนอกห้องผู้โดยสารผ่าน ผู้เดินทางด้วยอากาศยานของราชการ และแขกของรัฐบาล
วิธีเก็บ สายการบินหรือตัวแทนจำหน่ายตั๋วเก็บพร้อมค่าโดยสาร หากไม่ได้ซื้อตั๋วผ่านช่องทางนี้ ให้ชำระตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศ
วันมีผล พ้น 180 วันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่เก็บจากตั๋วที่ซื้อก่อนวันมีผล
บทลงโทษ เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษี เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และโทษสำหรับการหลีกเลี่ยงภาษีหรือขัดขวางเจ้าหน้าที่
คำอธิบายหลักการข้อ 1 และข้อ 2 ของร่างภาษีการเดินทาง: เก็บจากผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทุกสัญชาติ และเสียทุกครั้งไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท
หลักการข้อ 1 และ 2 ของร่างภาษีการเดินทาง: เก็บจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ และเสียทุกครั้งในอัตราไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท ภาพ: ระบบกลางทางกฎหมาย (ภาพหน้าจอ)

เอกสารรับฟังความเห็นระบุผู้ที่ได้รับผลกระทบไว้ 6 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เดินทาง สายการบินระหว่างประเทศ ตัวแทนจำหน่ายตั๋ว ผู้ดำเนินการท่าอากาศยาน หน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมท่าอากาศยาน และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย รวมถึงสมาคมเอกชนด้านการบิน การขนส่ง และการท่องเที่ยว

ไทยเคยเก็บภาษีการเดินทางมาแล้วระหว่างปี 1983–1991

ภาษีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไทยเคยเก็บตามพระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 28 ธันวาคม 1983 เป้าหมายตอนนั้นคือกันไม่ให้เงินตราต่างประเทศไหลออกเกินสมควร เพื่อรักษาดุลการชำระเงิน อัตราคือทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท และทางบกหรือทางน้ำครั้งละ 500 บาท ต่อมายกเว้นทางบกและทางน้ำตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 1986 และยกเว้นทางอากาศตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 1991

กฎหมายเดิมเก็บเฉพาะคนไทยและคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในไทย แต่ร่างใหม่เก็บจากทุกสัญชาติ ซึ่งรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย เหตุผลที่เอกสารให้ไว้คือรัฐบาลต้องการบริหารทรัพยากรภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต กระทรวงการคลังจึงมอบให้กรมสรรพากรศึกษาการเก็บภาษีนี้

หน้าการรับฟังความคิดเห็นหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ของกรมสรรพากรบนระบบกลางทางกฎหมาย ระยะเวลา 30 ก.ย. ถึง 29 ต.ค. 69
หน้าการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร บนระบบกลางทางกฎหมาย เปิด 30 ก.ย. ถึง 29 ต.ค. 2569 ภาพ: ระบบกลางทางกฎหมาย (ภาพหน้าจอ)

แบบสอบถาม 11 ข้อ เปิดถึง 29 ตุลาคม

แบบสอบถามบนระบบกลางทางกฎหมายมี 11 ข้อ นอกจากข้อมูลผู้ตอบ จะถามความเห็นทีละประเด็นว่า

  • ควรเก็บภาษีการเดินทางจากทุกสัญชาติ ไม่จำกัดเฉพาะคนไทยหรือไม่
  • ควรให้กฎหมายกำหนดเพดาน 5,000 บาท แล้วให้กฎกระทรวงกำหนดอัตราจริงหรือไม่
  • ควรเก็บเฉพาะทางอากาศในระยะแรก และเก็บครั้งละ 1,000 บาทหรือไม่
  • ควรยกเว้นผู้ที่ได้รับยกเว้น PSC และเก็บภาษีผ่านตั๋วโดยสารพร้อมค่าโดยสารหรือไม่
  • ควรให้เวลาเตรียมตัว 180 วัน และไม่เก็บจากตั๋วที่ซื้อไว้ก่อนวันมีผลหรือไม่
ภาพสรุปร่างภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร: อัตราระยะแรกทางอากาศ 1,000 บาทต่อครั้ง เพดาน 5,000 บาท มีผลหลังประกาศ 180 วัน และปิดรับฟังความคิดเห็น 29 ตุลาคม 2026
สรุปตัวเลขสำคัญของร่างภาษีการเดินทาง: 1,000 บาทต่อครั้งในระยะแรก เพดาน 5,000 บาท มีผลหลังประกาศ 180 วัน และเปิดรับฟังถึง 29 ตุลาคม 2026 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: กรมสรรพากร)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ถ้าร่างนี้ผ่าน ไทยจะกลับมาเก็บภาษีการเดินทางทางอากาศอีกครั้ง หลังยกเว้นมาตั้งแต่ปี 1991 และครั้งนี้รวมผู้เดินทางต่างชาติด้วย ประเด็นที่ควรจับตาคือการให้กฎหมายตั้งเพดานไว้ที่ 5,000 บาท แต่ให้อัตราจริงกำหนดด้วยกฎกระทรวง หมายความว่าในอนาคตปรับอัตราขึ้นได้ถึงเพดานโดยไม่ต้องแก้ พ.ร.บ. ใหม่

ร่างนี้ออกมาช่วงต้นปีงบประมาณ 2570 ขณะที่รัฐบาลระบุว่าต้องการความยืดหยุ่นทางการคลังมากขึ้น (อ่านเพิ่มเรื่องพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570) อย่างไรก็ดี เอกสารรับฟังความเห็นไม่ได้ระบุประมาณการรายได้ที่คาดว่าจะเก็บได้ หรือผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ภาคท่องเที่ยวและการบินน่าจะต้องการก่อนแสดงความเห็น

สิ่งที่องค์กรควรทำ

  • ประเมินงบเดินทางต่างประเทศ องค์กรที่ส่งพนักงานไปประชุม ฝึกอบรม หรือดูแลลูกค้าต่างประเทศบ่อย ควรเผื่อต้นทุนเพิ่มอย่างน้อยครั้งละ 1,000 บาทต่อคนต่อเที่ยวบินขาออก ในงบประมาณปีที่กฎหมายอาจมีผล
  • สายการบิน เอเจนซีท่องเที่ยว และระบบจองตั๋ว ภาระการเก็บและนำส่งภาษีอยู่ที่ผู้ขนส่งและตัวแทนขายตั๋ว ส่วนเบี้ยปรับคือ 2 เท่าของภาษีและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ทีมไอทีและบัญชีควรเริ่มประเมินการแก้ระบบออกตั๋วและรายงานภาษีภายในกรอบ 180 วัน
  • วางแผนการจองล่วงหน้า หลักการไม่เก็บภาษีจากตั๋วที่ซื้อก่อนวันมีผล เมื่อรู้วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา องค์กรที่มีแผนเดินทางระยะยาวควรพิจารณาจังหวะการซื้อตั๋ว
  • ส่งความเห็นภายใน 29 ตุลาคม 2026 ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม การบิน และฝ่ายบุคคลที่ดูแลการเดินทาง ควรตอบแบบสอบถามบน law.go.th ก่อนปิดรับฟัง โดยเฉพาะประเด็นวิธีเก็บผ่านตั๋วและระยะเวลาเตรียมตัว
  • ติดตามกฎกระทรวง อัตรา 1,000 บาทเป็นข้อเสนอระยะแรกเท่านั้น อัตราจริงและรายชื่อผู้ได้รับยกเว้นจะกำหนดในกฎกระทรวงภายหลัง ดูข่าวเศรษฐกิจและการคลังเพิ่มเติมได้ที่หมวดเศรษฐกิจ

คำถามที่พบบ่อย

ภาษีการเดินทางออกนอกประเทศจะเก็บเท่าไร?

ตามหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ที่กรมสรรพากรนำมารับฟังความเห็น ระยะแรกจะเก็บเฉพาะการเดินทางทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท ส่วนกฎหมายกำหนดเพดานไว้ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท และให้กำหนดอัตราที่เก็บจริงด้วยกฎกระทรวง

ใครต้องเสียภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร?

ร่างกฎหมายเสนอให้ผู้เดินทางออกนอกประเทศทุกสัญชาติต้องเสียภาษีการเดินทางทุกครั้ง ยกเว้นลูกเรือที่เดินทางตามหน้าที่โดยไม่เสียค่าโดยสาร และผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) เช่น เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี และผู้โดยสารผ่านที่ไม่ออกนอกห้องผู้โดยสารผ่าน ส่วนการเดินทางทางบกและทางน้ำได้รับยกเว้นในระยะแรก

ภาษีการเดินทางออกนอกประเทศจะเริ่มเก็บเมื่อไร?

ยังไม่มีวันเริ่มเก็บ เพราะขณะนี้เป็นขั้นรับฟังความเห็นต่อหลักการร่างกฎหมาย หลักการกำหนดให้กฎหมายมีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่เก็บภาษีการเดินทางจากตั๋วที่ซื้อก่อนวันที่กฎหมายมีผล แม้จะเดินทางหลังวันนั้นก็ตาม

แสดงความเห็นต่อร่างภาษีการเดินทางได้ที่ไหน?

แสดงความเห็นได้ที่ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th ในหัวข้อการรับฟังความคิดเห็นหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเปิดตั้งแต่ 30 กันยายนถึง 29 ตุลาคม 2026 แบบสอบถามมี 11 ข้อ ครอบคลุมอัตราภาษี ผู้ได้รับยกเว้น วิธีเก็บผ่านตั๋วโดยสาร และระยะเวลาเตรียมตัว 180 วัน

แหล่งอ้างอิง

  1. การรับฟังความคิดเห็นหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... — ระบบกลางทางกฎหมาย (กรมสรรพากร)
  2. ข้อมูลการรับฟังความคิดเห็นหลักการร่าง พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (PDF) — กรมสรรพากร
  3. ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... — กรมสรรพากร
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ