ข้ามไปยังเนื้อหา
Healthอธิบาย

มะเร็งปากมดลูกและ HPV: ไทยป่วยใหม่ 7,469 ราย ตรวจ HPV ฟรีทุก 5 ปี เก็บตัวอย่างเองได้

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อ HPV ไทยมีผู้ป่วยใหม่ 7,469 รายในปี 2024 สปสช. ให้ผู้หญิง 30–59 ปีตรวจ HPV DNA ฟรีทุก 5 ปี ขอชุดเก็บตัวอย่างเองได้ ผลบวกต้องตรวจต่อ

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 12 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพสรุปมะเร็งปากมดลูกในไทยปี 2024 ตาม GLOBOCAN 2024: ผู้ป่วยรายใหม่ 7,469 ราย เสียชีวิต 3,717 ราย อัตราป่วยปรับมาตรฐานอายุ 12.6 ต่อผู้หญิง 100,000 คน เทียบเกณฑ์กำจัดโรคของ WHO ไม่เกิน 4
ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: IARC GLOBOCAN 2024 และ WHO)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ประมาณการ GLOBOCAN 2024 ของ IARC ระบุว่าปี 2024 ผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ 7,469 ราย และเสียชีวิต 3,717 ราย อัตราป่วยปรับมาตรฐานอายุ 12.6 ต่อผู้หญิง 100,000 คน สูงกว่าเกณฑ์กำจัดโรคของ WHO (ไม่เกิน 4) ราว 3 เท่า
  • สิทธิของ สปสช. ให้ผู้หญิงอายุ 30–59 ปี และอายุ 15–29 ปีที่มีความเสี่ยง ตรวจคัดกรองด้วย HPV DNA Test 1 ครั้งทุก 5 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และขอชุดเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV Self-Sampling) ได้ที่หน่วยบริการ ร้านยา และคลินิกที่เข้าร่วม
  • ปีงบประมาณ 2568 มีผู้หญิงรับการคัดกรอง 1,414,771 ราย (ร้อยละ 64.34 ของเป้าหมาย) พบเชื้อ HPV ชนิดเสี่ยงสูง 121,600 ราย แต่ผู้ที่ต้องส่องกล้องตรวจปากมดลูก (colposcopy) ในสิทธิบัตรทองได้ตรวจเพียงร้อยละ 38.99
  • แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติร่วมกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ ปี 2024 แนะนำเริ่มตรวจที่อายุ 25 ปี ส่วน WHO แนะนำเริ่มที่ 30 ปี ผู้ที่พบเชื้อสายพันธุ์ 16 หรือ 18 ควรได้ส่องกล้องตรวจภายใน 6 สัปดาห์
  • ปีงบประมาณ 2568 กระทรวงสาธารณสุขให้วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ 1 เข็ม แก่นักเรียนหญิงชั้น ป.5 และหญิงอายุ 11–20 ปีที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

มะเร็งปากมดลูกคือมะเร็งที่เกือบทุกรายเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ชนิดเสี่ยงสูงต่อเนื่องหลายปี ประมาณการ GLOBOCAN 2024 ของสำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ระบุว่าปี 2024 ผู้หญิงไทยป่วยรายใหม่ 7,469 รายและเสียชีวิต 3,717 ราย ขณะที่สิทธิของ สปสช. ให้ผู้หญิงอายุ 30–59 ปีตรวจหาเชื้อด้วย HPV DNA Test ได้ฟรีทุก 5 ปี และขอชุดเก็บตัวอย่างไปเก็บเองได้

มะเร็งปากมดลูกใช้เวลาหลายปีกว่าเซลล์ผิดปกติจะกลายเป็นมะเร็ง ช่วงเวลานั้นคือโอกาสที่การตรวจคัดกรองและการรักษารอยโรคก่อนมะเร็งจะหยุดโรคได้ บทความนี้สรุปตัวเลขล่าสุด สิทธิที่ใช้ได้จริง ความหมายของผลตรวจ และโครงการวัคซีน จากเอกสารของหน่วยงานรัฐและองค์การอนามัยโลก เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากอะไร

HPV (Human papillomavirus) เป็นเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์และพบได้บ่อยมาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในเอกสารข้อเท็จจริงฉบับ 3 กรกฎาคม 2026 ว่าคนที่มีเพศสัมพันธ์เกือบทุกคนจะติดเชื้อในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ส่วนใหญ่ไม่มีอาการและภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อได้เอง ปัญหาเกิดเมื่อเชื้อสายพันธุ์ก่อมะเร็งคงอยู่นาน (persistent infection) จนเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ รอยโรคก่อนมะเร็งที่ไม่ได้รับการรักษาเป็นที่มาของมะเร็งปากมดลูกราว 95%

WHO ระบุว่าเซลล์ผิดปกติมักใช้เวลา 15–20 ปีกว่าจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก แต่ในผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังไม่ได้รักษา อาจเหลือ 5–10 ปี ผู้หญิงที่ติดเชื้อเอชไอวีมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าผู้หญิงทั่วไป 6 เท่า ปัจจัยอื่นที่ WHO ระบุว่าเร่งการดำเนินโรค ได้แก่ การสูบบุหรี่ การมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย จำนวนครั้งของการคลอด การตั้งครรภ์ครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย และการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน

เชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกราว 76% ตามข้อมูลของ WHO ส่วนการตรวจที่ใช้ในไทยหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงสูง 14 สายพันธุ์ ได้แก่ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 66 และ 68 ตามแนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

ภาพจำลองสามมิติของเปลือกไวรัส HPV สีแดง บนพื้นหลังภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของอนุภาคไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก
ภาพจำลองสามมิติของเปลือกไวรัส HPV (สีแดง) วางบนภาพถ่ายอนุภาคไวรัสจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ภาพ: NIAID / Wikimedia Commons (Public domain)

มะเร็งปากมดลูกในไทยพบมากแค่ไหน

ตัวเลขมะเร็งปากมดลูกระดับประเทศมีสองชุดที่ใช้อ้างอิงได้ ชุดแรกคือค่าประมาณ GLOBOCAN 2024 ของ IARC ซึ่งคำนวณจากทะเบียนมะเร็งระดับจังหวัดแล้วปรับเข้ากับประชากรปี 2024 ชุดที่สองคือรายงาน Cancer in Thailand เล่ม XI ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่รวมข้อมูลทะเบียนมะเร็ง 16 แห่งช่วงปี 2019–2021 สองชุดใช้ปีและวิธีต่างกัน จึงไม่ควรนำมาเทียบเป็นแนวโน้ม

ตัวชี้วัด ค่า แหล่ง
ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ (จำนวน) 7,469 ราย อันดับ 5 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย (8.3%) GLOBOCAN 2024
ผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก (จำนวน) 3,717 ราย GLOBOCAN 2024
อัตราป่วยปรับมาตรฐานอายุ 12.6 ต่อผู้หญิง 100,000 คน GLOBOCAN 2024
อัตราตายปรับมาตรฐานอายุ 6.0 ต่อ 100,000 GLOBOCAN 2024
อัตราป่วยปรับมาตรฐานอายุจากทะเบียนมะเร็ง 10.3 ต่อ 100,000 อันดับ 4 ของมะเร็งในผู้หญิง Cancer in Thailand เล่ม XI (เฉลี่ยปี 2019–2021)

รายงาน Cancer in Thailand เล่ม XI ระบุว่ามะเร็งปากมดลูกในไทยยังมีแนวโน้มลดลง และอธิบายว่าเป็นผลจากการตรวจคัดกรองต่อเนื่องร่วมกับวัคซีน HPV แต่ข้อมูลระยะของโรคในรายงานเดียวกันชี้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกพบในระยะแรก สัดส่วนผู้ป่วยที่พบตอนมะเร็งยังอยู่เฉพาะที่ (local) มีเพียงร้อยละ 7–41 แล้วแต่ทะเบียนจังหวัด ส่วนในระดับโลก GLOBOCAN 2024 ประมาณว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 604,196 รายและเสียชีวิต 279,583 ราย

เป้าหมาย 90-70-90 ของ WHO เพื่อกำจัดมะเร็งปากมดลูกคืออะไร

WHO ประกาศกลยุทธ์โลกเพื่อเร่งกำจัดมะเร็งปากมดลูกเมื่อพฤศจิกายน 2020 โดยนิยาม "กำจัดได้" ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกิน 4 รายต่อผู้หญิง 100,000 คนต่อปี และตั้งเป้าที่ทุกประเทศต้องทำให้ได้ภายในปี 2030

  • 90: เด็กหญิงร้อยละ 90 ได้รับวัคซีน HPV ครบก่อนอายุ 15 ปี
  • 70: ผู้หญิงร้อยละ 70 ได้ตรวจคัดกรองด้วยวิธีสมรรถนะสูงเมื่ออายุ 35 ปี และอีกครั้งเมื่ออายุ 45 ปี
  • 90: ผู้หญิงร้อยละ 90 ที่มีรอยโรคก่อนมะเร็งหรือเป็นมะเร็งได้รับการรักษา

WHO อ้างแบบจำลองว่าหากทำได้ตามเป้า จะป้องกันผู้ป่วยรายใหม่ได้ 74 ล้านรายและป้องกันการเสียชีวิตได้ 62 ล้านรายภายในปี 2120 และกำหนดให้ 17 พฤศจิกายนเป็นวันกำจัดมะเร็งปากมดลูกโลก (World Cervical Cancer Elimination Day)

เมื่อเทียบกับเกณฑ์นี้ อัตราป่วยมะเร็งปากมดลูก 12.6 ต่อ 100,000 ของไทยตาม GLOBOCAN 2024 ยังสูงกว่าเกณฑ์ราว 3 เท่า ข้อมูลของ สปสช. ยังไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวกับของ WHO โดยตรง แต่ชี้จุดที่ต้องเร่ง จำนวนผู้รับการคัดกรองตามสิทธิ สปสช. เพิ่มจาก 869,831 รายในปีงบประมาณ 2565 เป็น 1,049,610 รายในปีงบประมาณ 2566 และ 1,514,891 รายในปีงบประมาณ 2567 ส่วนปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2024–กันยายน 2025) มี 1,414,771 ราย คิดเป็นร้อยละ 64.34 ของเป้าหมาย และในกลุ่มสิทธิบัตรทอง ผู้ที่มีข้อบ่งชี้ต้องส่องกล้องตรวจยืนยันได้ตรวจจริง 15,156 ราย หรือร้อยละ 38.99 ยังห่างจากเป้าร้อยละ 90 ของ WHO ซึ่งวัดการได้รับการรักษา

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีกี่วิธี

แนวทางการป้องกันและรักษามะเร็งปากมดลูกของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (ฉบับที่ 5 คณะทำงานลงวันที่สิงหาคม 2024) ระบุวิธีมาตรฐานที่มีให้บริการในไทย 3 วิธี

  • ตรวจหาเชื้อ HPV ชนิดเสี่ยงสูง (HPV DNA Test) เก็บตัวอย่างได้ทั้งโดยบุคลากรและโดยผู้รับบริการเอง ผลตรวจแบบพื้นฐานแยกสายพันธุ์ 16 และ 18 ออกมา ส่วนอีก 12 สายพันธุ์รายงานรวมกัน บางวิธีระบุได้ละเอียดจนถึงทุกสายพันธุ์
  • ตรวจเซลล์วิทยา แบบแป๊ปสเมียร์ (Pap smear) หรือแบบเก็บเซลล์ในน้ำยา (liquid-based cytology)
  • VIA ป้ายน้ำส้มสายชูที่ปากมดลูกแล้วดูด้วยตา ร่วมกับการจี้เย็น ใช้ในพื้นที่ที่วิธีอื่นเชื่อมกับการรักษาไม่ได้ สำหรับผู้หญิงอายุ 30–45 ปี

ในทางปฏิบัติ การตรวจหาเชื้อกลายเป็นวิธีหลักของการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในไทย ข้อมูลของ สปสช. เมื่อ 27 มกราคม 2026 ระบุว่าการคัดกรองปีงบประมาณ 2568 เป็น HPV DNA Test ร้อยละ 86.3 แป๊ปสเมียร์ร้อยละ 12 และ VIA ร้อยละ 1.7 แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติไม่แนะนำการตรวจหาเชื้อจากปัสสาวะ เพราะการวิเคราะห์แบบอภิมานที่แนวทางอ้างพบความไวในการพบรอยโรคขั้นสูงร้อยละ 76 เทียบกับร้อยละ 97 เมื่อบุคลากรเก็บตัวอย่าง

แผนภาพมดลูก ปากมดลูก และช่องคลอด ขยายให้เห็นบริเวณ transformation zone ของปากมดลูกและตำแหน่งของเซลล์ผิดปกติ
แผนภาพมดลูก ปากมดลูก และช่องคลอด ภาพขยายแสดงบริเวณ transformation zone ของปากมดลูกและตำแหน่งของเซลล์ผิดปกติ ภาพ: Cancer Research UK / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ใครควรตรวจมะเร็งปากมดลูก เริ่มอายุเท่าไร และบ่อยแค่ไหน

เกณฑ์การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน สิทธิที่ใช้ได้ฟรีกำหนดโดย สปสช. และสำนักงานประกันสังคม ส่วนแนวทางเวชปฏิบัติของแพทย์ไทยและ WHO เป็นคำแนะนำทางการแพทย์

ผู้กำหนด (ปี) อายุ วิธีและความถี่
สิทธิ สปสช. ทุกสิทธิ (ปรับข้อมูล 22 เม.ย. 2025) 30–59 ปี และ 15–29 ปีที่มีความเสี่ยง HPV DNA Test 1 ครั้งทุก 5 ปี
ตรวจสุขภาพประจำปีประกันสังคม 30 ปีขึ้นไป HPV DNA ทุก 5 ปี หรือแป๊ปสเมียร์ทุก 3–5 ปี หรือ VIA (30–59 ปี) ทุก 5 ปี
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ และสมาคมวิชาชีพ (2024) เริ่ม 25 ปี ตรวจหาเชื้อ HPV ทุก 5 ปี (แนะนำมากกว่า) หรือตรวจร่วมกับเซลล์วิทยาทุก 5 ปี หรือเซลล์วิทยาทุก 2 ปี
WHO (2026) เริ่ม 30 ปี (ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 25 ปี) วิธีสมรรถนะสูงทุก 5–10 ปี (ผู้ติดเชื้อเอชไอวีทุก 3–5 ปี)

แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติให้หยุดตรวจได้หลังอายุ 65 ปี ถ้า 10 ปีก่อนหน้าตรวจตามรอบและผลปกติ ยกเว้นผู้ที่ยังมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน ไม่แนะนำให้ตรวจก่อนอายุ 25 ปี ยกเว้นกลุ่มเสี่ยงสูง ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ติดเชื้อเอชไอวีหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน มีเกณฑ์เฉพาะที่เริ่มเร็วและตรวจถี่กว่า

ชุดตรวจ HPV แบบเก็บตัวอย่างเอง รับได้ที่ไหน

สปสช. สนับสนุนบริการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV Self-Sampling) เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ปี 2023 หน้าสิทธิประโยชน์ของ สปสช. ระบุช่องทางไว้ 3 ทาง

  1. ติดต่อหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แจ้งขอใช้สิทธิ พร้อมบัตรประชาชน
  2. จองคิวผ่านแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค
  3. ขอรับชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเองที่หน่วยบริการที่เข้าร่วม หน่วยนวัตกรรมบริการใกล้บ้าน ร้านยาในโครงการร้านยาของฉันที่ให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ หรือคลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น

สอบถามรายชื่อหน่วยบริการได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 สำหรับผู้หญิงอายุ 15–29 ปีที่มีความเสี่ยง สปสช. แนะนำให้รับบริการที่หน่วยบริการ ข้อมูลของ สปสช. เมื่อ 27 มกราคม 2026 ระบุว่าการคัดกรองนี้เป็นสิทธิของผู้หญิงไทยทุกสิทธิ ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และข้าราชการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติให้ใช้ตัวอย่างที่เก็บเองได้เมื่อไม่สะดวกตรวจกับบุคลากร และ WHO ระบุว่าตัวอย่างที่เก็บเองเชื่อถือได้เทียบเท่าตัวอย่างที่บุคลากรเก็บ ข้อยกเว้นคือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งแนวทางแนะนำให้แพทย์เก็บตัวอย่างในการตรวจครั้งแรก

อินโฟกราฟิกของ สปสช. ชวนผู้หญิงไทยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย HPV DNA Test โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระบุเงื่อนไขอายุ 30–59 ปี หรือ 15–29 ปีที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ตรวจได้ 1 ครั้งทุก 5 ปี และขั้นตอนขอชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง
อินโฟกราฟิกบนหน้าสิทธิประโยชน์ของ สปสช. ระบุเงื่อนไขอายุ 30–59 ปี ตรวจได้ 1 ครั้งทุก 5 ปี และ 3 ช่องทางรับบริการ รวมถึงชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง ภาพ: สปสช. (ภาพหน้าจอ)

ผลตรวจ HPV เป็นบวกหมายความว่าอะไร

ผลบวกไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก แต่บอกว่าพบเชื้อชนิดเสี่ยงสูงและต้องตรวจต่อ ตัวเลขของ สปสช. เมื่อ 30 มิถุนายน 2026 แสดงสัดส่วนนี้ชัด จากผู้ตรวจ HPV DNA Test ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 1,207,640 ราย พบเชื้อชนิดเสี่ยงสูง 121,600 ราย แยกเป็นสายพันธุ์ 16 และ 18 จำนวน 30,819 ราย (ร้อยละ 2.55) และสายพันธุ์อื่น 90,781 ราย (ร้อยละ 7.52)

หลังตรวจยืนยัน สปสช. พบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก 827 ราย ผู้ที่มีเซลล์ผิดปกติ 1,457 ราย และเนื้องอก 140 ราย ในกลุ่มสิทธิบัตรทองที่พบมะเร็ง ได้เข้ารับการรักษาแล้ว 697 ราย หรือร้อยละ 84.28 ด้วยการผ่าตัด ยาเคมีบำบัด หรือการฉายรังสี

กราฟแท่งจำนวนผู้หญิงที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามสิทธิ สปสช.: ปีงบประมาณ 2565 จำนวน 869,831 ราย 2566 จำนวน 1,049,610 ราย 2567 จำนวน 1,514,891 ราย และ 2568 จำนวน 1,414,771 ราย
กราฟจำนวนผู้หญิงที่รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามสิทธิ สปสช. ปีงบประมาณ 2565–2568 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.))

ขั้นตอนหลังผลตรวจผิดปกติ

แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2024 สำหรับการตรวจหาเชื้อ HPV เป็นวิธีแรก มีลำดับดังนี้

  • ไม่พบเชื้อ ตรวจคัดกรองครั้งต่อไปในอีก 5 ปี
  • พบสายพันธุ์ 16 หรือ 18 ส่งส่องกล้องตรวจปากมดลูก (colposcopy) ไม่ควรเกิน 6 สัปดาห์ หรือ 4 สัปดาห์สำหรับหญิงตั้งครรภ์
  • พบสายพันธุ์อื่น ตรวจเซลล์วิทยาต่อ ถ้าปกติให้ตรวจหาเชื้อร่วมกับเซลล์วิทยาซ้ำใน 1 ปี ถ้าพบเซลล์ผิดปกติตั้งแต่ระดับ ASC-US ขึ้นไป ส่งส่องกล้อง
  • ผลบวกจากชุดเก็บตัวอย่างเอง กลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน แล้วดำเนินต่อตามสายพันธุ์ที่พบ

การส่องกล้องคือการดูปากมดลูกด้วยกล้องขยายหลังป้ายน้ำส้มสายชู เพื่อหารอยโรคและตัดชิ้นเนื้อเมื่อจำเป็น WHO ระบุว่าการรักษารอยโรคก่อนมะเร็งทำได้ง่ายและได้ผล เช่น การจี้ด้วยความร้อน การจี้เย็น หรือการตัดด้วยห่วงลวดไฟฟ้า (LEEP/LLETZ) สิ่งที่ทำให้แผนนี้ล้มคือการไม่กลับมาตรวจต่อ ซึ่งตัวเลขร้อยละ 38.99 ของ สปสช. สะท้อนอยู่

วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ใครได้ฟรี ฉีดกี่เข็ม

แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ใช้ในไทยมี 3 ชนิด คือ ชนิด 2 สายพันธุ์ (16, 18) ชนิด 4 สายพันธุ์ (6, 11, 16, 18) และชนิด 9 สายพันธุ์ (6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58)

ในโครงการของรัฐ กระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อ 10 มกราคม 2025 ว่าปีงบประมาณ 2568 ให้วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ เพียง 1 เข็ม แก่นักเรียนหญิงชั้น ป.5 และหญิงอายุ 11–20 ปีที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน ส่วนผู้ที่ฉีดเข็มแรกไปแล้วเมื่อปีก่อนได้รับวัคซีนชนิดเดิมเป็นเข็มที่ 2 ทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย กลุ่มเป้าหมายของรัฐกำหนดเป็นรายปี ผู้ที่ไม่แน่ใจสิทธิของตนหรือบุตรสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

แนวทางเวชปฏิบัติปี 2024 ของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และสถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำวัคซีนสำหรับผู้หญิงอายุ 9–26 ปี และผู้ชายอายุ 9–26 ปี ส่วนอายุ 27–45 ปีให้พิจารณาเป็นรายบุคคล WHO ระบุว่าการฉีด 1 หรือ 2 เข็มในเด็กหญิงอายุ 9–14 ปีขึ้นกับตารางของแต่ละประเทศ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องควรได้ 2–3 เข็ม จำนวนเข็มของผู้ใหญ่ที่ฉีดเองควรปรึกษาแพทย์

วัคซีน HPV ปลอดภัยแค่ไหน และมีงานวิจัยอะไรใหม่

กรมควบคุมโรคชี้แจงเมื่อ 31 มกราคม 2025 ว่า ณ วันนั้นยังไม่มีการเพิกถอนทะเบียนวัคซีน HPV ข้อมูลจากการฉีดกว่า 500 ล้านโดสตั้งแต่ปี 2006 พบผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรง เช่น ปวดบริเวณที่ฉีดหรือมีไข้ อาการแพ้รุนแรงพบน้อยมาก และไทยมีระบบเฝ้าระวังอาการภายหลังได้รับวัคซีน แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำให้นั่งหรือนอนพักอย่างน้อย 15 นาทีหลังฉีด เพราะอาการเป็นลมอาจทำให้ล้มบาดเจ็บ และไม่แนะนำให้ฉีดในหญิงตั้งครรภ์

งานวิจัยใหม่จากสวีเดนที่ตีพิมพ์ใน The BMJ ซึ่งมหาวิทยาลัยโกเทนเบิร์กเผยแพร่เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ศึกษาการตั้งครรภ์แรก 624,713 ครั้งของผู้หญิงอายุ 16–35 ปีระหว่างปี 2006–2023 พบว่าผู้ที่ได้วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ก่อนตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ฉีดราว 5% และคลอดก่อนกำหนดมากต่ำกว่าราว 15% ทีมวิจัยย้ำว่าเป็นการศึกษาเชิงสังเกต ยังสรุปไม่ได้ว่าวัคซีนเป็นสาเหตุ

เมื่อไรควรพบแพทย์

รอยโรคก่อนมะเร็งแทบไม่มีอาการ การรอให้มีอาการจึงไม่ใช่วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูก แต่ WHO ระบุอาการที่ควรไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอรอบคัดกรอง

  • เลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน หลังหมดประจำเดือน หรือหลังมีเพศสัมพันธ์
  • ตกขาวมากขึ้นหรือมีกลิ่นเหม็น
  • ปวดหลัง ขา หรืออุ้งเชิงกรานต่อเนื่อง
  • น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
  • รู้สึกไม่สบายในช่องคลอด หรือขาบวม

ควรพบแพทย์ตามนัดเช่นกันเมื่อผลตรวจพบเชื้อ HPV หรือพบเซลล์ผิดปกติ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำและผู้ที่อายุเกิน 30 ปีแต่ไม่เคยตรวจเลยควรปรึกษาแพทย์เรื่องรอบการตรวจที่เหมาะกับตน

ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล

  • รายการตรวจสุขภาพประจำปีของผู้ประกันตน ที่ สปสช. สรุปไว้รวมการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วย HPV DNA Test สำหรับอายุ 30 ปีขึ้นไปทุก 5 ปี และระบุว่าผู้ประกันตนคนไทยใช้บริการป้องกันโรคตามชุดสิทธิของ สปสช. ได้ที่สถานพยาบาลประกันสังคมที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการของ สปสช.
  • ฝ่ายบุคคลจัดวันให้ข้อมูลเรื่องมะเร็งปากมดลูกร่วมกับหน่วยบริการใกล้สถานที่ทำงานได้ ชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเองช่วยลดเวลาที่พนักงานต้องลางานไปตรวจ
  • ผลตรวจเป็นข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล องค์กรควรสื่อสารเรื่องสิทธิและช่องทาง ไม่ขอดูผลรายบุคคล
  • พนักงานที่มีลูกสาวชั้น ป.5 ควรรู้ว่าบุตรอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของโครงการวัคซีน HPV ของรัฐที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย

สิ่งที่ควรทำ

  1. ผู้หญิงอายุ 30–59 ปีที่ยังไม่ได้ตรวจในรอบ 5 ปี ใช้สิทธิตรวจ HPV DNA Test ผ่านหน่วยบริการ แอปเป๋าตัง หรือสายด่วน 1330
  2. ถ้าไม่สะดวกตรวจกับบุคลากร ขอชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเองจากหน่วยบริการ ร้านยา หรือคลินิกที่เข้าร่วม
  3. ถ้าผลพบเชื้อ ไปตามนัดตรวจต่อ ผลบวกส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ไม่ควรเลื่อนการส่องกล้อง
  4. ตรวจสอบว่าบุตรสาวได้รับวัคซีน HPV ตามโครงการของรัฐแล้ว และสอบถามสายด่วน 1422 หากไม่แน่ใจสิทธิ
  5. มีอาการเลือดออกผิดปกติหรือตกขาวผิดปกติ พบแพทย์ทันทีแม้เพิ่งตรวจคัดกรอง อ่านเรื่องสุขภาพผู้หญิงเพิ่มเติมได้ที่หมวดสุขภาพผู้หญิง

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจมะเร็งปากมดลูกฟรีได้ที่ไหน ต้องอายุเท่าไร?

ผู้หญิงไทยอายุ 30–59 ปีใช้สิทธิ สปสช. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย HPV DNA Test ได้ 1 ครั้งทุก 5 ปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกสิทธิการรักษา ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และข้าราชการ ติดต่อหน่วยบริการพร้อมบัตรประชาชน จองผ่านแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือโทรสายด่วน สปสช. 1330 ส่วนผู้ที่อายุ 15–29 ปีและมีความเสี่ยงก็ใช้สิทธิได้ โดย สปสช. แนะนำให้ตรวจที่หน่วยบริการ

ชุดตรวจ HPV แบบเก็บตัวอย่างเองเชื่อถือได้ไหม?

องค์การอนามัยโลกระบุว่าตัวอย่างที่ผู้หญิงเก็บเองเพื่อตรวจหาเชื้อ HPV สำหรับคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เชื่อถือได้เทียบเท่าตัวอย่างที่บุคลากรสาธารณสุขเก็บ แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2024 ก็ให้ใช้ได้เมื่อไม่สะดวกตรวจกับบุคลากร แต่ไม่แนะนำการตรวจหาเชื้อจากปัสสาวะ เพราะความไวในการพบรอยโรคต่ำกว่า

ตรวจพบเชื้อ HPV แปลว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่?

ไม่ใช่ ผลบวกหมายถึงพบเชื้อชนิดเสี่ยงสูงซึ่งต้องตรวจต่อ ส่วนใหญ่ภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อได้เอง ตามแนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ผู้ที่พบสายพันธุ์ 16 หรือ 18 ควรได้ส่องกล้องตรวจปากมดลูก (colposcopy) ภายใน 6 สัปดาห์ ส่วนสายพันธุ์อื่นจะตรวจเซลล์วิทยาก่อน ปีงบประมาณ 2568 สปสช. พบผู้มีเชื้อเสี่ยงสูง 121,600 ราย และยืนยันเป็นมะเร็ง 827 ราย

ฉีดวัคซีน HPV แล้วยังต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีกไหม?

ยังต้องตรวจ แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2024 ระบุว่าผู้หญิงที่ได้รับวัคซีนครบแล้วควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเช่นเดียวกับผู้หญิงทั่วไป องค์การอนามัยโลกก็ย้ำว่ารอยโรคก่อนมะเร็งแทบไม่มีอาการ จึงควรตรวจตามรอบแม้ฉีดวัคซีนแล้ว เพราะวัคซีนไม่ได้ครอบคลุมเชื้อทุกสายพันธุ์

วัคซีน HPV ฟรีในไทยตอนนี้ใครได้บ้าง?

กลุ่มหลักของโครงการวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกคือนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ผ่านโครงการฉีดวัคซีนของรัฐ ในปีงบประมาณ 2568 กระทรวงสาธารณสุขให้วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ 1 เข็มแก่นักเรียนหญิง ป.5 และหญิงอายุ 11–20 ปีที่ยังไม่เคยฉีด ผู้ที่อยู่นอกกลุ่มนี้ควรสอบถามหน่วยบริการใกล้บ้านหรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพราะกลุ่มเป้าหมายกำหนดเป็นรายปี

แหล่งอ้างอิง

  1. สิทธิประโยชน์ "ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก" ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  2. สปสช. หนุนสิทธิประโยชน์คัดกรอง “มะเร็งปากมดลูก” ปี 2568 รับบริการกว่า 1.4 ล้านราย กว่า 85% ตรวจด้วย HPV DNA Test — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  3. Cervical cancer (Fact sheet) — World Health Organization
  4. Thailand fact sheet, GLOBOCAN 2024 — International Agency for Research on Cancer (IARC)
  5. แนวทางการป้องกันและรักษามะเร็งปากมดลูก — สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์
  6. "สมศักดิ์" เดินหน้าฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ที่ หนองคาย ลดโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกของหญิงไทยในอนาคต — สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ