WHO ออกแผนโลกรับมือครรภ์เป็นพิษถึงปี 2035 ความดันสูงขณะตั้งครรภ์คร่าแม่ 42,000 รายต่อปี
WHO เปิดแผนโลกรับมือความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์และครรภ์เป็นพิษปี 2026–2035 ภาวะนี้คร่าชีวิตแม่ราว 42,000 รายต่อปี สรุปตัวเลข อาการเตือน และสิทธิฝากครรภ์ในไทย
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- WHO และภาคีเปิดตัว Global roadmap for hypertensive disorders of pregnancy from 2026 to 2035 and beyond เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ในงาน Society for Maternal-Fetal Medicine Global Conference วางแนวทาง 5 ด้าน ตั้งแต่การวิจัยถึงการติดตามความรับผิดชอบ
- ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ซึ่งรวมครรภ์เป็นพิษ พบใน 10–15% ของการตั้งครรภ์ทั่วโลก เป็นสาเหตุราว 16% ของการเสียชีวิตของมารดา หรือราว 42,000 รายต่อปี และเกี่ยวข้องกับทารกเสียชีวิตในครรภ์และแรกเกิดมากกว่า 500,000 ราย
- WHO ระบุว่ายังไม่มียาที่พัฒนาและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับเพื่อป้องกันหรือรักษาครรภ์เป็นพิษโดยเฉพาะ จึงรวมภาคีกว่า 140 องค์กร กำหนดคำถามวิจัยเร่งด่วน 20 ข้อ ในการประชุมเดือนพฤษภาคม 2026
- งานวิจัยของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชที่ตีพิมพ์ใน BMC Pregnancy and Childbirth เดือนธันวาคม 2025 อ้างรายงานกรมอนามัยว่าครรภ์เป็นพิษเป็นสาเหตุราว 7% ของการเสียชีวิตของมารดาไทยในปี 2024
- สปสช. ระบุว่าหญิงตั้งครรภ์มีสิทธิฝากครรภ์คุณภาพ 8 ครั้ง ตามช่วงอายุครรภ์ ซึ่งรวมการวัดความดันโลหิตและตรวจปัสสาวะ สอบถามสิทธิได้ที่สายด่วน 1330 ส่วนอาการรุนแรงหรือชักให้โทร 1669
องค์การอนามัยโลก (WHO) และภาคีเปิดตัวแผนโลกรับมือภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ รวมถึงครรภ์เป็นพิษ (pre-eclampsia) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ครอบคลุมปี 2026–2035 ภาวะกลุ่มนี้เป็นสาเหตุราว 16% ของการเสียชีวิตของมารดาทั่วโลก หรือราว 42,000 รายต่อปี
เอกสารฉบับนี้ชื่อ Global roadmap for hypertensive disorders of pregnancy from 2026 to 2035 and beyond ยาว 74 หน้า เปิดตัวในงานประชุม Society for Maternal-Fetal Medicine Global Conference ทีมรับผิดชอบคือ Human Reproduction Special Programme (HRP) ของ WHO เป้าหมายคือเร่งยุติการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยรุนแรงของแม่และทารกที่ป้องกันได้ รวมถึงการตายคลอด ซึ่งโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 3.1 และ 3.2

แผนโลกเรื่องครรภ์เป็นพิษของ WHO มีอะไรบ้าง
WHO ระบุว่าภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์เกิดกับการตั้งครรภ์ราว 10–15% ทั่วโลก และนอกจากการเสียชีวิตของแม่แล้ว ยังเกี่ยวข้องกับทารกเสียชีวิตในครรภ์และแรกเกิดมากกว่า 500,000 รายต่อปี ภาระหนักที่สุดอยู่ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง และการเสียชีวิตลดลงช้าเกินไปตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา แผนจึงแบ่งงานเป็น 5 ด้าน
| ด้าน | ชื่อในเอกสาร | ประเด็นที่ WHO เน้น |
|---|---|---|
| 1 | Research and innovation | เร่งวิจัยวิธีทำนาย ตรวจพบ และรักษา หลังรวมภาคีกว่า 140 องค์กรตั้งคำถามวิจัยเร่งด่วน 20 ข้อ |
| 2 | Norms and standards | แนวทางเวชปฏิบัติระดับโลกที่ทุกประเทศใช้อ้างอิงได้ |
| 3 | Access to health products | ให้ทุกที่มีเครื่องวัดความดัน ชุดตรวจโปรตีนในปัสสาวะ และยาจำเป็น |
| 4 | Implementation | ระบบส่งต่อ บุคลากรที่ผ่านการฝึก และบริการสูติกรรมฉุกเฉิน |
| 5 | Advocacy and accountability | ให้รัฐบาล ผู้ให้ทุน นักวิจัย และภาคอุตสาหกรรมลงทุนไปในทิศทางเดียวกัน |
Pascale Allotey ผู้อำนวยการฝ่ายอนามัยทางเพศและการเจริญพันธุ์ แม่ เด็ก วัยรุ่น และผู้สูงวัยของ WHO กล่าวว่าครรภ์เป็นพิษเกิดได้กับทุกการตั้งครรภ์ และจะถึงชีวิตหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าผู้หญิงคนนั้นได้วัดความดันทันเวลาหรือไม่ และเข้าถึงการดูแลฉุกเฉินที่มีคุณภาพได้หรือไม่เมื่ออาการรุนแรงขึ้น
ช่องว่างใหญ่: ยังไม่มียาสำหรับครรภ์เป็นพิษโดยเฉพาะ
แผนชี้ว่ามีช่องว่างด้านนวัตกรรมระหว่างขนาดของปัญหากับยาที่มีอยู่ เพราะยังไม่มียาที่พัฒนาและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับเพื่อป้องกันหรือรักษาครรภ์เป็นพิษหรือภาวะชักโดยตรง เงินวิจัยส่วนใหญ่ที่ผ่านมาไปลงที่เครื่องมือวินิจฉัย ขณะที่การพัฒนาวิธีป้องกันและรักษาใหม่ถูกลงทุนน้อยมาโดยตลอด
ในอีกด้าน เครื่องมือที่พิสูจน์แล้วก็ยังไปไม่ถึงผู้หญิงจำนวนมาก WHO ระบุว่าหลายประเทศยังขาดแม้แต่การวัดความดันโลหิตที่เชื่อถือได้ การตรวจโปรตีนในปัสสาวะ และยาจำเป็นอย่างแอสไพริน ยาลดความดัน และแมกนีเซียมซัลเฟต ตามเอกสารข้อเท็จจริงของ WHO การให้แมกนีเซียมซัลเฟตแก่ผู้มีภาวะครรภ์เป็นพิษลดความเสี่ยงการชักได้มากกว่าครึ่ง แต่ยังใช้น้อยในพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัด ข้อแนะนำหลักของ WHO ยังรวมการเสริมแคลเซียมในพื้นที่ที่คนได้รับแคลเซียมจากอาหารน้อย และแอสไพรินขนาดต่ำสำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นการตัดสินใจของแพทย์ที่ดูแลครรภ์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรเริ่มเอง
ครรภ์เป็นพิษคืออะไร และใครเสี่ยง
WHO วินิจฉัยครรภ์เป็นพิษจากความดันโลหิตตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไปที่เพิ่งเกิด ร่วมกับโปรตีนในปัสสาวะตั้งแต่ 0.3 กรัมต่อ 24 ชั่วโมง หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ภาวะนี้พบในผู้หญิงที่คลอดบุตรราว 3–8% ทั่วโลก และอาจลุกลามเป็นภาวะชัก (eclampsia) กลุ่มที่ WHO ระบุว่าเสี่ยงกว่า ได้แก่ การตั้งครรภ์แรก ครรภ์แฝด ภาวะอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคไตที่เป็นอยู่ก่อน และประวัติครรภ์เป็นพิษในครอบครัว ส่วน NHS ของสหราชอาณาจักรเพิ่มกลุ่มที่อายุ 40 ปีขึ้นไป เคยเป็นครรภ์เป็นพิษในครรภ์ก่อน มีโรคภูมิต้านตนเองอย่างลูปัส หรือเว้นช่วงจากครรภ์ก่อน 10 ปีขึ้นไป
ข้อมูลไทยมีจากงานวิจัยแบบย้อนหลังของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กองทัพอากาศ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMC Pregnancy and Childbirth เมื่อธันวาคม 2025 ทีมวิจัยดูการคลอด 30,620 ครั้งในปี 2017–2024 พบครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง 17.8 รายต่อการคลอด 1,000 ครั้ง และอ้างรายงานของกรมอนามัยว่าครรภ์เป็นพิษเป็นสาเหตุราว 7% ของการเสียชีวิตของมารดาไทยในปี 2024 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะรุนแรงมีดังนี้ (ตัวเลขจากโรงพยาบาลเดียว ใช้แทนภาพรวมทั้งประเทศไม่ได้)
| ปัจจัย | ค่าความเสี่ยงที่ปรับแล้ว (adjusted OR) |
|---|---|
| เคยเป็นครรภ์เป็นพิษมาก่อน | 13.42 |
| ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง | 10.24 |
| เบาหวานก่อนตั้งครรภ์ | 8.58 |
| อายุ 35 ปีขึ้นไป | 2.33 |
| ดัชนีมวลกาย 25 ขึ้นไป | 2.05 |
| ประวัติความดันโลหิตสูงในครอบครัว | 1.62 |
ผลระยะยาวต่อแม่และลูก
ครรภ์เป็นพิษไม่ได้จบที่ห้องคลอดเสมอไป WHO ระบุว่าผู้หญิงที่เคยมีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มีความเสี่ยงความดันโลหิตสูงเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตเพิ่มขึ้นในภายหลัง ส่วนเด็กที่สัมผัสภาวะนี้ในครรภ์มีความเสี่ยงที่มากับการคลอดก่อนกำหนด และโรคหัวใจหลอดเลือดกับโรคเมตาบอลิกในระยะยาว ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่ WHO ระบุรวมถึงกลุ่มอาการ HELLP อวัยวะเสียหาย รกลอกตัวก่อนกำหนด และทารกโตช้าในครรภ์ NHS เสริมว่าอาการมักดีขึ้นหลังคลอด แต่บางรายยังต้องกินยาลดความดันและวัดความดันต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล
สิทธิฝากครรภ์ในไทยช่วยคัดกรองครรภ์เป็นพิษอย่างไร
สัญญาณแรกของครรภ์เป็นพิษคือความดันสูงและโปรตีนในปัสสาวะ ซึ่ง NHS ระบุว่าผู้ตั้งครรภ์มักไม่รู้สึกเอง การฝากครรภ์ตามนัดจึงเป็นด่านคัดกรองหลัก สปสช. ระบุเมื่อ 12 สิงหาคม 2026 ว่า
- หญิงตั้งครรภ์มีสิทธิรับบริการฝากครรภ์คุณภาพตามช่วงอายุครรภ์ 8 ครั้ง และรับการติดตามเพิ่มได้เมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น
- บริการรวมการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ประเมินสุขภาพจิต ตรวจปัสสาวะ และตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น
- หลังคลอด มารดาได้รับการตรวจติดตามราว 3 ครั้งภายใน 6 สัปดาห์ เพื่อประเมินการฟื้นตัวและภาวะแทรกซ้อน
- บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคหลายรายการครอบคลุมคนไทยทุกสิทธิการรักษาตามกลุ่มเป้าหมายและหลักเกณฑ์ ตรวจสอบได้ในแอปเป๋าตัง เมนู "กระเป๋าสุขภาพ" หรือโทรสายด่วน สปสช. 1330
เมื่อไรควรพบแพทย์
ถ้ากำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ หรือเพิ่งคลอดมาไม่กี่สัปดาห์ แล้วมีอาการต่อไปนี้ ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที โดยไม่ต้องรอถึงวันนัด รายการนี้รวบรวมจาก WHO และ NHS
- ปวดศีรษะรุนแรงที่ยาแก้ปวดธรรมดาไม่ช่วย
- ตาพร่ามัว เห็นจุด หรือเห็นแสงวูบวาบ
- ปวดใต้ชายโครงหรือบริเวณลิ้นปี่
- หน้า มือ หรือเท้าบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
- คลื่นไส้อาเจียนหลังพ้นไตรมาสแรก แสบร้อนกลางอกที่ยาลดกรดไม่หาย หรือรู้สึกไม่สบายมาก

NHS ระบุว่าอาการเหล่านี้อาจร้ายแรงและต้องได้รับการตรวจทันที และครรภ์เป็นพิษบางรายเกิดในช่วงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์หลังคลอด หากชักหรือหมดสติ ให้โทรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินที่สายด่วน 1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
สิ่งที่ควรทำ
- เริ่มฝากครรภ์เร็วและไปตามนัดทุกครั้ง การวัดความดันและตรวจปัสสาวะเป็นวิธีจับครรภ์เป็นพิษได้ก่อนมีอาการ
- บอกแพทย์เรื่องปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ครั้งแรก เช่น เคยเป็นครรภ์เป็นพิษ ความดันสูง เบาหวาน หรือโรคไต แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรตรวจถี่ขึ้นหรือต้องใช้ยาป้องกันหรือไม่ ไม่ควรซื้อยาหรือวิตามินมากินเอง
- ให้คนในบ้านรู้จักอาการเตือน เพราะอาการรุนแรงอาจทำให้ผู้ตั้งครรภ์ตัดสินใจเองไม่ทัน
- ไปตรวจหลังคลอดให้ครบ และผู้ที่เคยมีความดันสูงขณะตั้งครรภ์ควรวัดความดันต่อเนื่องในระยะยาว ตามความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ WHO ระบุ
- องค์กรช่วยได้ ฝ่ายบุคคลและหัวหน้างานควรเปิดให้พนักงานที่ตั้งครรภ์ไปฝากครรภ์ตามนัดได้โดยไม่ติดขัด เพราะการไปตามนัดคือด่านคัดกรองสำคัญ
อ่านความรู้สุขภาพผู้หญิงเรื่องอื่นได้ที่หมวด สุขภาพผู้หญิง และดูรายการตรวจตามช่วงวัยได้ที่ ตรวจสุขภาพผู้หญิงตามช่วงวัย
คำถามที่พบบ่อย
ครรภ์เป็นพิษคืออะไร?
ครรภ์เป็นพิษ (pre-eclampsia) คือภาวะความดันโลหิตสูงที่มักเกิดหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ WHO วินิจฉัยจากความดันโลหิตตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไปร่วมกับโปรตีนในปัสสาวะ พบในผู้หญิงที่คลอดบุตร 3–8% ทั่วโลก และอาจลุกลามเป็นภาวะชักซึ่งอันตรายถึงชีวิตทั้งแม่และลูก
แผนโลกของ WHO เรื่องครรภ์เป็นพิษปี 2026–2035 มีอะไรบ้าง?
แผนโลกด้านภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ที่ WHO เปิดตัวเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 วางแนวทาง 5 ด้านเพื่อลดการเสียชีวิตจากครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ การวิจัยและนวัตกรรม แนวทางเวชปฏิบัติ การเข้าถึงยาและเครื่องมือตรวจ การนำไปปฏิบัติ และการรณรงค์กับการติดตามความรับผิดชอบ
อาการแบบไหนของครรภ์เป็นพิษที่ต้องพบแพทย์ทันที?
NHS และ WHO ระบุอาการของครรภ์เป็นพิษที่ต้องตรวจทันที เช่น ปวดศีรษะรุนแรงที่ยาแก้ปวดธรรมดาไม่หาย ตาพร่าหรือเห็นแสงวูบวาบ ปวดใต้ชายโครงหรือลิ้นปี่ หน้า มือ หรือเท้าบวมขึ้นเร็ว อาเจียน หรือรู้สึกไม่สบายมาก อาการนี้เกิดหลังคลอดได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ถ้าชักหรือหมดสติให้โทร 1669
ใครเสี่ยงเป็นครรภ์เป็นพิษมากกว่าคนอื่น?
WHO ระบุกลุ่มเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ ผู้ตั้งครรภ์แรก ครรภ์แฝด ผู้มีภาวะอ้วน ผู้มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคไตอยู่ก่อน และผู้มีประวัติครอบครัว งานวิจัยในโรงพยาบาลไทยพบว่าเคยเป็นครรภ์เป็นพิษมาก่อนและความดันสูงเรื้อรังเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะรุนแรงมากที่สุด
หญิงตั้งครรภ์ในไทยฝากครรภ์ตามสิทธิได้กี่ครั้ง?
สปสช. ระบุว่าหญิงตั้งครรภ์มีสิทธิรับบริการฝากครรภ์คุณภาพตามช่วงอายุครรภ์ 8 ครั้ง และรับการติดตามเพิ่มได้เมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น บริการรวมการวัดความดันโลหิต ตรวจปัสสาวะ และตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจสอบสิทธิได้ในแอปเป๋าตังหรือสายด่วน สปสช. 1330
แหล่งอ้างอิง
- New global roadmap launched to tackle hypertension in pregnancy, a leading cause of maternal and newborn deaths — World Health Organization
- Global roadmap for hypertensive disorders of pregnancy from 2026 to 2035 and beyond — World Health Organization
- Pre-eclampsia (fact sheet) — World Health Organization
- Pre-eclampsia — NHS
- วันแม่แห่งชาติ 2569 สปสช. ย้ำสิทธิดูแลสุขภาพแม่ ทุกสิทธิรับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามเกณฑ์ — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
- Prevalence and risk factors associated with severe features of pre-eclampsia among women in Thailand — BMC Pregnancy and Childbirth (PubMed Central)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- สหราชอาณาจักร82
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ