ข้ามไปยังเนื้อหา
Healthคู่มือ

ตรวจสุขภาพผู้หญิงตามช่วงวัย 18 ถึง 60 ปีขึ้นไป ตรวจอะไร ทุกกี่ปี และใช้สิทธิฟรีที่ไหน

คู่มือตรวจสุขภาพผู้หญิงตามช่วงวัย 18 ถึง 60 ปีขึ้นไป ตามแนวทางกรมการแพทย์ 2565 เต้านม ปากมดลูก ภาวะซีด การตั้งครรภ์ พร้อมสิทธิตรวจฟรีของ สปสช. และประกันสังคม

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 12 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ปกเอกสารแนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง 2565 ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ภาพ: กรมการแพทย์ (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • แนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ให้ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรทุก 3 ปี ที่อายุ 30–39 ปี และทุกปีที่อายุ 40–60 ปี
  • การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเริ่มที่อายุ 30 ปี ด้วย HPV test ทุก 5 ปี หรือ Pap smear ทุก 3 ปี และ สปสช. ให้ตรวจ HPV DNA ฟรีทุกสิทธิที่อายุ 30–59 ปี โดยเก็บตัวอย่างด้วยตนเองได้
  • กรมอนามัยรายงานว่าหญิงไทยอายุ 15–49 ปีมีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 45.8 ในปี 2568 (2025) และหญิงอายุ 13–45 ปีรับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิกได้ฟรีตามสิทธิ สปสช.
  • IARC ประมาณการใน GLOBOCAN 2024 ว่าผู้หญิงไทยป่วยมะเร็งรายใหม่ 89,603 ราย โดยมะเร็งเต้านมมากที่สุด 21,061 ราย
  • สปสช. ตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ฟรีให้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ส่วนประกันสังคมจ่ายค่าฝากครรภ์ตามจริงไม่เกิน 1,500 บาท 5 ครั้ง

การตรวจสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงไทยตามแนวทางของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ใช้รายการพื้นฐานเดียวกับผู้ชาย คือวัดความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอวปีละครั้งตั้งแต่อายุ 19 ปี แล้วเพิ่มรายการเฉพาะผู้หญิง ได้แก่ ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรทุก 3 ปีที่อายุ 30–39 ปีและทุกปีที่อายุ 40–60 ปี และคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย HPV test ทุก 5 ปีที่อายุ 30–65 ปี รายการหลักตรวจได้ฟรีด้วยสิทธิ สปสช. หรือประกันสังคม

คู่มือนี้ใช้โครงเดียวกับคู่มือตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงวัย แบ่งรายการตามช่วงอายุ 18–29, 30–39, 40–49, 50–59 และ 60 ปีขึ้นไป เทียบแนวทางกรมการแพทย์กับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการของสำนักงานประกันสังคม และคำแนะนำของคณะทำงานบริการป้องกันโรคของสหรัฐฯ (USPSTF) พร้อมสิทธิช่วงตั้งครรภ์ ข้อมูลมาจากเอกสารและหน้าเว็บของหน่วยงานที่เปิดตรวจเมื่อ 9 ตุลาคม 2026 เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล

ตรวจสุขภาพผู้หญิงต่างจากผู้ชายตรงไหน

เกณฑ์ของผู้หญิงต่างจากผู้ชายในหลายจุด กรมการแพทย์ใช้เกณฑ์รอบเอวผู้หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร (ผู้ชาย 90 เซนติเมตร) และในเกณฑ์ภาวะเมแทบอลิกซินโดรมที่แนวทางอ้าง ระดับ HDL ที่ถือว่าต่ำของผู้หญิงคือน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ผู้ชาย 40) ผู้หญิงยังมีรายการเฉพาะคือการตรวจเต้านมและการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ภาวะโลหิตจางเป็นอีกเรื่องที่ผู้หญิงควรใส่ใจ กรมอนามัยรายงานเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2569 (ค.ศ. 2026) ว่าหญิงไทยอายุ 15–49 ปีมีภาวะโลหิตจางร้อยละ 45.8 ในปี 2568 (ค.ศ. 2025) สูงกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก 2 เท่า และแนวทางกรมการแพทย์ระบุว่าคนไทยราวร้อยละ 30 มียีนธาลัสซีเมียชนิดใดชนิดหนึ่ง

เอกสารข้อมูลประเทศไทยจาก GLOBOCAN 2024 ของทบวงการวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (IARC) ฉบับกันยายน 2026 ประมาณการว่าผู้หญิงไทยป่วยมะเร็งรายใหม่ 89,603 รายในปี 2024 มะเร็งเต้านมมากที่สุด 21,061 ราย (23.5%) ตามด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 9,601 ราย (10.7%) มะเร็งปอด 8,672 ราย (9.7%) มะเร็งตับ 8,300 ราย (9.3%) และมะเร็งปากมดลูก 7,469 ราย (8.3%) สามในห้าโรคนี้ คือเต้านม ลำไส้ใหญ่ และปากมดลูก มีการตรวจคัดกรองอยู่ในสิทธิประโยชน์ของไทยแล้ว

กราฟแท่งจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพศหญิงในไทยปี 2024 ตาม GLOBOCAN 2024: มะเร็งเต้านม 21,061 ราย มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 9,601 ราย มะเร็งปอด 8,672 ราย มะเร็งตับ 8,300 ราย และมะเร็งปากมดลูก 7,469 ราย ข้อมูลประกอบการตรวจสุขภาพผู้หญิง
มะเร็งเต้านมคือมะเร็งที่ผู้หญิงไทยป่วยมากที่สุดตามประมาณการ GLOBOCAN 2024 ตามด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ตับ และปากมดลูก ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: IARC GLOBOCAN 2024)

ทุกปีควรตรวจสุขภาพอะไร ไม่ว่าอายุเท่าไร

ตารางที่ 2.1 ของแนวทางกรมการแพทย์กำหนดการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับวัยทำงานอายุ 19–60 ปี โดยเน้นการซักประวัติและตรวจร่างกายมากกว่าการเจาะเลือด

  • ซักประวัติ สุขภาพทั่วไป อาชีพ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และใช้สารเสพติดใน 3 เดือนที่ผ่านมา การสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค พฤติกรรมทางเพศ การป้องกันและการคุมกำเนิด มะเร็งในครอบครัว และวัคซีนที่ได้รับใน 1 ปีที่ผ่านมา
  • การตรวจเต้านมด้วยตนเอง เป็นคำถามเฉพาะผู้หญิง แนวทางแนะนำให้ตรวจเองทุกเดือนอย่างถูกวิธี และ สปสช. มีบริการให้ความรู้การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
  • วัดความดันโลหิตและคลำชีพจร อย่างน้อยปีละครั้ง
  • ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย และวัดรอบเอว
  • ตรวจร่างกายตามระบบ ตรวจช่องปากและฟัน และคัดกรองภาวะซึมเศร้าด้วยแบบคัดกรอง 2 คำถาม (2Q)
ตารางที่ 2.1 การซักประวัติและตรวจร่างกายประจำปีสำหรับวัยทำงานอายุ 19–60 ปี ของแนวทางตรวจสุขภาพกรมการแพทย์ 2565 ระบุการตรวจเต้านมด้วยตนเองเฉพาะผู้หญิง และการตรวจเต้านมโดยบุคลากรอายุ 30–39 ปีทุก 3 ปี 40–60 ปีทุกปี
ตารางการซักประวัติและตรวจร่างกายประจำปีสำหรับวัยทำงานอายุ 19–60 ปีของกรมการแพทย์ มีคำถามการตรวจเต้านมด้วยตนเองเฉพาะผู้หญิง และการตรวจเต้านมโดยบุคลากรตามช่วงอายุ ภาพ: กรมการแพทย์ (ภาพหน้าจอ)

อายุ 18–29 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร

วัยนี้ยังไม่ต้องเจาะเลือดทุกปี ตารางนี้รวมรายการตรวจสุขภาพเฉพาะช่วงอายุ นอกเหนือจากการตรวจประจำปีในหัวข้อก่อนหน้า

รายการ ความถี่ตามกรมการแพทย์ สิทธิตรวจสุขภาพฟรี
ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) 1 ครั้งในช่วงอายุ 19–60 ปี สปสช.: หญิงอายุ 13–24 ปีคัดกรองภาวะโลหิตจาง / ประกันสังคม: อายุ 15–34 ปี ตรวจ 1 ครั้ง
ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก ไม่ได้กำหนดในตาราง สปสช.: หญิงอายุ 13–45 ปี รับฟรี
ไขมันในเลือด (Total cholesterol, HDL) ทุก 5 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปี ประกันสังคม: อายุ 20–34 ปี ทุก 5 ปี
มะเร็งปากมดลูก เริ่มที่อายุ 30 ปี สปสช.: HPV DNA สำหรับอายุ 15–29 ปีที่มีความเสี่ยงสูง ตามดุลยพินิจแพทย์
ทดสอบการตั้งครรภ์ ซักประวัติการคุมกำเนิดทุกปี สปสช.: ตรวจปัสสาวะไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี ทุกสิทธิ

USPSTF ของสหรัฐฯ เริ่มคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเร็วกว่าไทย คือตรวจเซลล์ปากมดลูกทุก 3 ปีตั้งแต่อายุ 21 ปี (คำแนะนำปี 2018) ส่วนกลุ่มเสี่ยงของ สปสช. ได้แก่ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย มีคู่นอนหลายคน หรือไม่ได้ป้องกัน

อายุ 30–39 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร

อายุ 30 ปีเริ่มรายการเฉพาะผู้หญิงทั้งสองรายการ และอายุ 35 ปีเริ่มรายการเกี่ยวกับเบาหวานและหัวใจ

รายการ ความถี่ตามกรมการแพทย์ สิทธิตรวจสุขภาพฟรี
ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากร (CBE) ทุก 3 ปี ประกันสังคม: อายุ 30–39 ปี ทุก 2 ปี
HPV test ทุก 5 ปี (อายุ 30–65 ปี) สปสช.: อายุ 30–59 ปี ทุก 5 ปี / ประกันสังคม: อายุ 30 ปีขึ้นไป ทุก 5 ปี
Pap smear หรือ VIA Pap ทุก 3 ปี หรือ VIA ทุก 5 ปี (ถึง 55 ปี) ประกันสังคม: Pap ทุก 3 ปี, VIA อายุ 30–55 ปี ทุก 5 ปี
น้ำตาลในเลือด (FPG) ทุก 3 ปี ตั้งแต่อายุ 35 ปี ประกันสังคม: อายุ 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง
ไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) ครั้งเดียว เฉพาะผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 สปสช.: คนละ 1 ครั้งตลอดชีวิต

การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งตามที่แพทย์แนะนำ สปสช. ให้ขอรับชุดเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV self-sampling) ได้ที่หน่วยบริการ ร้านยา และคลินิกที่ร่วมโครงการ ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) คือผู้ที่อายุราว 34 ปีขึ้นไปในปี 2026

อายุ 40–49 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร

วัยนี้ตรวจเต้านมถี่ขึ้นเป็นทุกปี และเริ่มตรวจตาและช่องปาก

รายการ ความถี่ตามกรมการแพทย์ สิทธิตรวจสุขภาพฟรี
ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากร (CBE) ทุกปี อายุ 40–60 ปี ประกันสังคม: อายุ 40 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง
แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ ไม่อยู่ในตารางของแนวทาง สปสช.: อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม
ตรวจตาโดยทีมจักษุแพทย์ ทุก 2 ปี อายุ 40–60 ปี ประกันสังคม: อายุ 40–54 ปี ทุก 2 ปี
คัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งช่องปาก ปีละครั้ง ตั้งแต่อายุ 40 ปี สปสช.: ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปาก

USPSTF แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 40–74 ปีตรวจแมมโมแกรมทุก 2 ปี (คำแนะนำปี 2024) ส่วนสิทธิ สปสช. ให้แมมโมแกรมกับกลุ่มเสี่ยง สปสช. ยังมีสิทธิตรวจยีน BRCA1/BRCA2 สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสิทธิบัตรทองที่มีความเสี่ยงสูง และญาติสายตรงเมื่อพบยีนกลายพันธุ์

อินโฟกราฟิกสิทธิประโยชน์โรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของ สปสช. ระบุว่าคนไทยทุกสิทธิรับบริการตรวจคัดกรองได้ และบริการที่ขยายเพิ่ม เช่น ตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ปี 2567
อินโฟกราฟิกสิทธิประโยชน์โรคมะเร็งของ สปสช. แสดงบริการที่ขยายตามปี เช่น คัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจหา DNA ปี 2563 ตรวจยีน BRCA ปี 2565 และตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ปี 2567 ภาพ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

อายุ 50–59 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร

อายุ 50 ปีเริ่มคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่ง GLOBOCAN 2024 จัดเป็นมะเร็งอันดับ 2 ของผู้หญิงไทย และเป็นช่วงที่ผู้หญิงหลายคนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

รายการ ความถี่ตามกรมการแพทย์ สิทธิตรวจสุขภาพฟรี
ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (แนะนำ FIT) ปีละครั้ง ตั้งแต่อายุ 50 ปี สปสช.: อายุ 50–70 ปี ทุก 2 ปี / ประกันสังคม: อายุ 50 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง
มะเร็งปากมดลูก ตั้งแต่ 55 ปี ใช้ Pap smear แทน VIA สปสช.: HPV DNA ถึงอายุ 59 ปี
ตรวจตา ทุก 2 ปีตามเดิม ประกันสังคม: อายุ 55 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง
ความเสี่ยงกระดูกพรุน ประเมินด้วย OSTA หรือ Thai FRAX ตั้งแต่อายุ 60 ปี ไม่มีในรายการสิทธิตรวจสุขภาพ

USPSTF แนะนำให้ตรวจคัดกรองกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่อายุน้อยกว่า 65 ปีแต่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 1 ข้อ (คำแนะนำปี 2025) ขณะที่แนวทางไทยเริ่มจากแบบประเมินความเสี่ยงในชุดตรวจผู้สูงอายุ

อายุ 60 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพอะไร

ตั้งแต่อายุ 60 ปี แนวทางกรมการแพทย์เปลี่ยนเป็นชุดตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งเน้นการประเมินความสามารถในการใช้ชีวิตควบคู่กับการตรวจเลือด

  • ทุกปี ตรวจเม็ดเลือด (CBC) น้ำตาลในเลือด ค่าการทำงานของไต (creatinine) ปัสสาวะ และตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ
  • ไขมันในเลือด ทุก 5 ปีในช่วงอายุ 60–75 ปี หลัง 75 ปีไม่จำเป็นต้องตรวจถ้าไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • เต้านม ตรวจโดยบุคลากรตามความเสี่ยง
  • ปากมดลูก หยุด Pap smear หลังอายุ 65 ปีได้ ถ้าผลปกติ 3 ครั้งติดต่อกัน
  • ตาและหู ตรวจโดยทีมจักษุแพทย์ทุก 2–4 ปีที่อายุ 60–64 ปี ทุก 1–2 ปีตั้งแต่ 65 ปี และตรวจการได้ยินด้วย finger rub test ทุกปี
  • แบบประเมิน ความเสี่ยงกระดูกพรุน (OSTA หรือ Thai FRAX) ภาวะโภชนาการ สมรรถภาพสมอง ภาวะซึมเศร้า การทรงตัว และกิจวัตรประจำวัน

USPSTF แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปทุกคนตรวจคัดกรองกระดูกพรุน สปสช. ให้ผู้สูงอายุได้รับการประเมินกิจวัตรประจำวัน คัดกรองเบาหวานและโรคซึมเศร้า และผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีในช่วงรณรงค์พฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี

ตารางที่ 3.3 การตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมการแพทย์ เทียบวัยทำงานอายุ 18–60 ปีกับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวม CBC น้ำตาล ไขมัน การตรวจเต้านม HPV Pap smear VIA และ FOBT
ตารางการตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมการแพทย์ เทียบวัยทำงานอายุ 18–60 ปีกับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมการตรวจเต้านมโดยบุคลากร การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ ภาพ: กรมการแพทย์ (ภาพหน้าจอ)

ตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตร ตรวจสุขภาพอะไรได้ฟรี

สปสช. กำหนดบริการกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดไว้ในสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค ได้แก่

  • ทดสอบการตั้งครรภ์ ตรวจครรภ์และประเมินความเสี่ยง และตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์
  • ตรวจเลือดคัดกรองภาวะซีด ซิฟิลิส เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ธาลัสซีเมีย และดาวน์ รวมทั้งคัดกรองธาลัสซีเมียในคู่ของหญิงตั้งครรภ์
  • ยาบำรุงเสริมธาตุเหล็ก โฟลิก และไอโอดีน วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก และไข้หวัดใหญ่ (อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป)
  • ตรวจช่องปากและฟัน ประเมินสุขภาพจิต ตรวจหลังคลอดและคุมกำเนิด

ผู้ประกันตนเบิกค่าตรวจและรับฝากครรภ์ได้ตามจริง 5 ครั้ง รวมไม่เกิน 1,500 บาท ตามหน้าสิทธิประโยชน์ของสำนักงานประกันสังคม ส่วน USPSTF แนะนำให้ผู้ที่วางแผนหรืออาจตั้งครรภ์ได้รับกรดโฟลิกเพื่อป้องกันความพิการของหลอดประสาทในทารก

แนวทางไทย ประกันสังคม และ USPSTF ต่างกันตรงไหน

แนวทางของกรมการแพทย์คือคำแนะนำทางวิชาการ ส่วนสิทธิประกันสังคมคือรายการที่กองทุนจ่ายให้ ทั้งสองจึงไม่ตรงกันทุกข้อ ตารางนี้เทียบรายการที่ต่างกันชัดที่สุดกับรายการคำแนะนำระดับ A และ B ของ USPSTF

รายการ กรมการแพทย์ 2565 ประกันสังคม 14 รายการ USPSTF
เต้านม CBE 30–39 ปี ทุก 3 ปี, 40–60 ปี ทุกปี CBE 30–39 ปี ทุก 2 ปี, 40 ปีขึ้นไป ทุกปี แมมโมแกรม 40–74 ปี ทุก 2 ปี
ปากมดลูก 30–65 ปี 30 ปีขึ้นไป 21–65 ปี
กระดูกพรุน ประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ 60 ปี ไม่มี 65 ปีขึ้นไป และวัยหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยง
เม็ดเลือด (CBC) 1 ครั้งในวัยทำงาน, ปีละครั้งตั้งแต่ 60 ปี 15–34 ปี 1 ครั้ง, 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง ไม่มีในรายการ A/B
น้ำตาลในเลือด 35 ปีขึ้นไป ทุก 3 ปี 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง 35–70 ปีที่น้ำหนักเกินหรืออ้วน
มะเร็งลำไส้ใหญ่ 50 ปีขึ้นไป 50 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง 45–75 ปี

ภาคผนวก ก ของแนวทางตรวจสุขภาพกรมการแพทย์ยังระบุรายการที่หลักฐานไม่สนับสนุนในการตรวจสุขภาพคนทั่วไป ได้แก่ เอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองมะเร็งปอด กรดยูริกในเลือด BUN และเอนไซม์ตับ (SGOT, SGPT, ALP) ทั้งที่รายการเหล่านี้มักอยู่ในแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั่วไป

ใช้สิทธิตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ไหน

สปสช. (คนไทยทุกสิทธิ) บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นของคนไทยทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะบัตรทอง เช็กสิทธิในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือเว็บไซต์ ppplatform.nhso.go.th และสายด่วน 1330 คลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ร่วมโครงการให้บริการทดสอบการตั้งครรภ์ ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ HPV self-sampling และไวรัสตับอักเสบโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ส่วนยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก กรมอนามัยระบุว่ารับได้ที่โรงพยาบาลรัฐ รพ.สต. และร้านยาที่ร่วมโครงการ

ประกันสังคม (มาตรา 33 และ 39) ผู้ประกันตนอายุ 30 ปีขึ้นไปตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกฟรี เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการที่สถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการ แสดงบัตรประชาชนเข้ารับบริการได้ตลอดปี ตรวจรายชื่อได้ที่ sso.go.th และควรโทรถามสถานพยาบาลก่อนไป สอบถามสายด่วน 1506

ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล

  • โครงการสาวไทยแก้มแดง กรมอนามัยรายงานว่าในปี 2566 มีสถานประกอบการ 47 แห่งร่วมสนับสนุนโครงการป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ และในปี 2569 ศูนย์อนามัยเขตต่าง ๆ ลงพื้นที่เจาะเลือดและจ่ายยาให้กลุ่มเป้าหมายในสถานประกอบการและสถานศึกษา ฝ่ายบุคคลสอบถามศูนย์อนามัยในเขตของตนเรื่องการจัดบริการในที่ทำงานได้
  • จัดแพ็กเกจตามอายุ ให้พนักงานหญิงอายุ 30 ปีขึ้นไปได้ตรวจเต้านมและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามรอบ และพนักงานอายุ 50 ปีขึ้นไปได้ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ แทนรายการที่หลักฐานไม่สนับสนุน
  • ใช้สิทธิที่มีอยู่แล้ว ลูกจ้างผู้ประกันตนมาตรา 33 ใช้สิทธิตรวจ 14 รายการและค่าฝากครรภ์ได้ และพนักงานหญิงขอรับชุดเก็บตัวอย่าง HPV ด้วยตนเองของ สปสช. ได้ที่ร้านยาหรือคลินิกที่ร่วมโครงการ

เมื่อไรควรพบแพทย์

แนวทางกรมการแพทย์นิยามการตรวจสุขภาพว่าเป็นการตรวจผู้ที่ไม่มีอาการ ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น คลำพบก้อนที่เต้านม ควรพบแพทย์โดยตรง ไม่ต้องรอรอบตรวจประจำปี กรณีต่อไปนี้ควรพบแพทย์เพื่อประเมินต่อ

  • อาการที่อาจเป็นภาวะซีด กรมอนามัยระบุว่าอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เวียนหัวบ่อย หรือหงุดหงิดง่าย ที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ อาจมาจากภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก
  • ผลตรวจ HPV พบเชื้อ สปสช. ระบุว่าแสดงว่ามีความเสี่ยง ควรตรวจต่อตามที่หน่วยบริการนัด
  • ผลแมมโมแกรมผิดปกติ USPSTF ระบุว่าต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม รวมถึงการตัดชิ้นเนื้อเมื่อมีข้อบ่งชี้ จึงจะได้ประโยชน์จากการคัดกรอง
  • ผลตรวจเข้าเกณฑ์ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ตามเกณฑ์ที่แนวทางอ้าง คือมีอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ รอบเอวผู้หญิงเกิน 80 เซนติเมตร ไตรกลีเซอไรด์ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร HDL ต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ความดันโลหิตตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอท และน้ำตาลขณะอดอาหารตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ผลตรวจเลือดแฝงในอุจจาระผิดปกติ USPSTF ระบุว่าต้องตามด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy)

สิ่งที่ควรทำ

  1. เช็กสิทธิก่อนจ่ายเงินเอง ดูสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรคในแอปเป๋าตัง และถ้าเป็นผู้ประกันตน ตรวจรายชื่อสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ 14 รายการ
  2. เริ่มรายการตรวจสุขภาพเฉพาะผู้หญิงที่อายุ 30 ปี ตรวจเต้านมโดยบุคลากรและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามรอบ และตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน
  3. ตรวจเม็ดเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเหนื่อยง่าย และรับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิกตามสิทธิถ้าอยู่ในกลุ่มอายุ
  4. บอกประวัติครอบครัวในวันตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะญาติสายตรงที่เป็นมะเร็งเต้านม เพราะเปิดสิทธิแมมโมแกรมและการตรวจยีน
  5. วางแผนก่อนตั้งครรภ์ ฝากครรภ์เร็วเพื่อใช้สิทธิตรวจครรภ์และคัดกรองธาลัสซีเมียร่วมกับคู่

ติดตามความรู้เรื่องการตรวจคัดกรองและโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงได้ที่หมวดสุขภาพผู้หญิง

คำถามที่พบบ่อย

ผู้หญิงควรตรวจสุขภาพอะไรบ้างตามช่วงวัย?

แนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ให้ผู้หญิงวัดความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอวทุกปี ตรวจเม็ดเลือด (CBC) 1 ครั้งในวัยทำงาน ไขมันในเลือดทุก 5 ปีตั้งแต่ 20 ปี ตรวจเต้านมโดยบุคลากรทุก 3 ปีที่อายุ 30–39 ปีและทุกปีที่ 40–60 ปี คัดกรองมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ 30 ปี น้ำตาลทุก 3 ปีตั้งแต่ 35 ปี และตรวจเลือดแฝงในอุจจาระทุกปีตั้งแต่ 50 ปี

ผู้หญิงตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ไหน?

คนไทยทุกสิทธิใช้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. ได้ เช็กสิทธิในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือโทร 1330 เช่น ชุดเก็บตัวอย่าง HPV ด้วยตนเองที่ร้านยาหรือคลินิกที่ร่วมโครงการ และยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 อายุ 30 ปีขึ้นไปตรวจเต้านมและมะเร็งปากมดลูกฟรีตามสิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการที่สถานพยาบาลร่วมโครงการ สอบถามสายด่วน 1506

ผู้หญิงควรเริ่มตรวจแมมโมแกรมเมื่ออายุเท่าไร?

ตารางของแนวทางตรวจสุขภาพกรมการแพทย์ 2565 ใช้การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรเป็นรายการคัดกรองทั่วไป ส่วน สปสช. ให้ตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ฟรีแก่หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ขณะที่ USPSTF ของสหรัฐฯ แนะนำแมมโมแกรมทุก 2 ปีในผู้หญิงอายุ 40–74 ปี ผู้ที่มีก้อนหรืออาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันที

ตรวจมะเร็งปากมดลูกต้องตรวจบ่อยแค่ไหน?

แนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ให้ผู้หญิงอายุ 30–65 ปีเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง คือ HPV test ทุก 5 ปี Pap smear ทุก 3 ปี หรือ VIA ทุก 5 ปีถึงอายุ 55 ปี สิทธิ สปสช. ให้ตรวจ HPV DNA ฟรี 1 ครั้งทุก 5 ปีที่อายุ 30–59 ปี และหญิงอายุ 15–29 ปีที่มีความเสี่ยงสูงตามดุลยพินิจแพทย์

ภาวะโลหิตจางในผู้หญิงไทยพบบ่อยแค่ไหน และตรวจได้อย่างไร?

กรมอนามัยรายงานว่าหญิงไทยอายุ 15–49 ปีมีภาวะโลหิตจางร้อยละ 45.8 ในปี 2568 (ค.ศ. 2025) สูงกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก 2 เท่า หญิงอายุ 13–24 ปีตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางได้ฟรี และแนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ให้ผู้ใหญ่ตรวจเม็ดเลือด (CBC) อย่างน้อย 1 ครั้งในวัยทำงาน

แหล่งอ้างอิง

  1. แนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง 2565 — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
  2. สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  3. สิทธิประโยชน์ "ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก" ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  4. กรมอนามัย ชวนสาวไทยบอกรักตัวเองรับวาเลนไทน์ ชู "สาวแก้มแดง" สุขภาพดี รับสิทธิ ตรวจเลือด-รับยาฟรีทั่วไทย — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  5. Health Check ชวนผู้ประกันตนใช้สิทธิ ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ — สำนักงานประกันสังคม
  6. GLOBOCAN 2024: Thailand fact sheet — International Agency for Research on Cancer (IARC)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
WHO11
ประเทศและสถานที่
สหรัฐอเมริกา132
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ