ตรวจสุขภาพผู้หญิงตามช่วงวัย 18 ถึง 60 ปีขึ้นไป ตรวจอะไร ทุกกี่ปี และใช้สิทธิฟรีที่ไหน
คู่มือตรวจสุขภาพผู้หญิงตามช่วงวัย 18 ถึง 60 ปีขึ้นไป ตามแนวทางกรมการแพทย์ 2565 เต้านม ปากมดลูก ภาวะซีด การตั้งครรภ์ พร้อมสิทธิตรวจฟรีของ สปสช. และประกันสังคม
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 12 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- แนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ให้ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรทุก 3 ปี ที่อายุ 30–39 ปี และทุกปีที่อายุ 40–60 ปี
- การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเริ่มที่อายุ 30 ปี ด้วย HPV test ทุก 5 ปี หรือ Pap smear ทุก 3 ปี และ สปสช. ให้ตรวจ HPV DNA ฟรีทุกสิทธิที่อายุ 30–59 ปี โดยเก็บตัวอย่างด้วยตนเองได้
- กรมอนามัยรายงานว่าหญิงไทยอายุ 15–49 ปีมีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 45.8 ในปี 2568 (2025) และหญิงอายุ 13–45 ปีรับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิกได้ฟรีตามสิทธิ สปสช.
- IARC ประมาณการใน GLOBOCAN 2024 ว่าผู้หญิงไทยป่วยมะเร็งรายใหม่ 89,603 ราย โดยมะเร็งเต้านมมากที่สุด 21,061 ราย
- สปสช. ตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ฟรีให้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ส่วนประกันสังคมจ่ายค่าฝากครรภ์ตามจริงไม่เกิน 1,500 บาท 5 ครั้ง
การตรวจสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงไทยตามแนวทางของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ใช้รายการพื้นฐานเดียวกับผู้ชาย คือวัดความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอวปีละครั้งตั้งแต่อายุ 19 ปี แล้วเพิ่มรายการเฉพาะผู้หญิง ได้แก่ ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรทุก 3 ปีที่อายุ 30–39 ปีและทุกปีที่อายุ 40–60 ปี และคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย HPV test ทุก 5 ปีที่อายุ 30–65 ปี รายการหลักตรวจได้ฟรีด้วยสิทธิ สปสช. หรือประกันสังคม
คู่มือนี้ใช้โครงเดียวกับคู่มือตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงวัย แบ่งรายการตามช่วงอายุ 18–29, 30–39, 40–49, 50–59 และ 60 ปีขึ้นไป เทียบแนวทางกรมการแพทย์กับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการของสำนักงานประกันสังคม และคำแนะนำของคณะทำงานบริการป้องกันโรคของสหรัฐฯ (USPSTF) พร้อมสิทธิช่วงตั้งครรภ์ ข้อมูลมาจากเอกสารและหน้าเว็บของหน่วยงานที่เปิดตรวจเมื่อ 9 ตุลาคม 2026 เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล
ตรวจสุขภาพผู้หญิงต่างจากผู้ชายตรงไหน
เกณฑ์ของผู้หญิงต่างจากผู้ชายในหลายจุด กรมการแพทย์ใช้เกณฑ์รอบเอวผู้หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร (ผู้ชาย 90 เซนติเมตร) และในเกณฑ์ภาวะเมแทบอลิกซินโดรมที่แนวทางอ้าง ระดับ HDL ที่ถือว่าต่ำของผู้หญิงคือน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (ผู้ชาย 40) ผู้หญิงยังมีรายการเฉพาะคือการตรวจเต้านมและการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ภาวะโลหิตจางเป็นอีกเรื่องที่ผู้หญิงควรใส่ใจ กรมอนามัยรายงานเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2569 (ค.ศ. 2026) ว่าหญิงไทยอายุ 15–49 ปีมีภาวะโลหิตจางร้อยละ 45.8 ในปี 2568 (ค.ศ. 2025) สูงกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก 2 เท่า และแนวทางกรมการแพทย์ระบุว่าคนไทยราวร้อยละ 30 มียีนธาลัสซีเมียชนิดใดชนิดหนึ่ง
เอกสารข้อมูลประเทศไทยจาก GLOBOCAN 2024 ของทบวงการวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (IARC) ฉบับกันยายน 2026 ประมาณการว่าผู้หญิงไทยป่วยมะเร็งรายใหม่ 89,603 รายในปี 2024 มะเร็งเต้านมมากที่สุด 21,061 ราย (23.5%) ตามด้วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 9,601 ราย (10.7%) มะเร็งปอด 8,672 ราย (9.7%) มะเร็งตับ 8,300 ราย (9.3%) และมะเร็งปากมดลูก 7,469 ราย (8.3%) สามในห้าโรคนี้ คือเต้านม ลำไส้ใหญ่ และปากมดลูก มีการตรวจคัดกรองอยู่ในสิทธิประโยชน์ของไทยแล้ว

ทุกปีควรตรวจสุขภาพอะไร ไม่ว่าอายุเท่าไร
ตารางที่ 2.1 ของแนวทางกรมการแพทย์กำหนดการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับวัยทำงานอายุ 19–60 ปี โดยเน้นการซักประวัติและตรวจร่างกายมากกว่าการเจาะเลือด
- ซักประวัติ สุขภาพทั่วไป อาชีพ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และใช้สารเสพติดใน 3 เดือนที่ผ่านมา การสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค พฤติกรรมทางเพศ การป้องกันและการคุมกำเนิด มะเร็งในครอบครัว และวัคซีนที่ได้รับใน 1 ปีที่ผ่านมา
- การตรวจเต้านมด้วยตนเอง เป็นคำถามเฉพาะผู้หญิง แนวทางแนะนำให้ตรวจเองทุกเดือนอย่างถูกวิธี และ สปสช. มีบริการให้ความรู้การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
- วัดความดันโลหิตและคลำชีพจร อย่างน้อยปีละครั้ง
- ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย และวัดรอบเอว
- ตรวจร่างกายตามระบบ ตรวจช่องปากและฟัน และคัดกรองภาวะซึมเศร้าด้วยแบบคัดกรอง 2 คำถาม (2Q)

อายุ 18–29 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร
วัยนี้ยังไม่ต้องเจาะเลือดทุกปี ตารางนี้รวมรายการตรวจสุขภาพเฉพาะช่วงอายุ นอกเหนือจากการตรวจประจำปีในหัวข้อก่อนหน้า
| รายการ | ความถี่ตามกรมการแพทย์ | สิทธิตรวจสุขภาพฟรี |
|---|---|---|
| ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) | 1 ครั้งในช่วงอายุ 19–60 ปี | สปสช.: หญิงอายุ 13–24 ปีคัดกรองภาวะโลหิตจาง / ประกันสังคม: อายุ 15–34 ปี ตรวจ 1 ครั้ง |
| ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก | ไม่ได้กำหนดในตาราง | สปสช.: หญิงอายุ 13–45 ปี รับฟรี |
| ไขมันในเลือด (Total cholesterol, HDL) | ทุก 5 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปี | ประกันสังคม: อายุ 20–34 ปี ทุก 5 ปี |
| มะเร็งปากมดลูก | เริ่มที่อายุ 30 ปี | สปสช.: HPV DNA สำหรับอายุ 15–29 ปีที่มีความเสี่ยงสูง ตามดุลยพินิจแพทย์ |
| ทดสอบการตั้งครรภ์ | ซักประวัติการคุมกำเนิดทุกปี | สปสช.: ตรวจปัสสาวะไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี ทุกสิทธิ |
USPSTF ของสหรัฐฯ เริ่มคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเร็วกว่าไทย คือตรวจเซลล์ปากมดลูกทุก 3 ปีตั้งแต่อายุ 21 ปี (คำแนะนำปี 2018) ส่วนกลุ่มเสี่ยงของ สปสช. ได้แก่ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย มีคู่นอนหลายคน หรือไม่ได้ป้องกัน
อายุ 30–39 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร
อายุ 30 ปีเริ่มรายการเฉพาะผู้หญิงทั้งสองรายการ และอายุ 35 ปีเริ่มรายการเกี่ยวกับเบาหวานและหัวใจ
| รายการ | ความถี่ตามกรมการแพทย์ | สิทธิตรวจสุขภาพฟรี |
|---|---|---|
| ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากร (CBE) | ทุก 3 ปี | ประกันสังคม: อายุ 30–39 ปี ทุก 2 ปี |
| HPV test | ทุก 5 ปี (อายุ 30–65 ปี) | สปสช.: อายุ 30–59 ปี ทุก 5 ปี / ประกันสังคม: อายุ 30 ปีขึ้นไป ทุก 5 ปี |
| Pap smear หรือ VIA | Pap ทุก 3 ปี หรือ VIA ทุก 5 ปี (ถึง 55 ปี) | ประกันสังคม: Pap ทุก 3 ปี, VIA อายุ 30–55 ปี ทุก 5 ปี |
| น้ำตาลในเลือด (FPG) | ทุก 3 ปี ตั้งแต่อายุ 35 ปี | ประกันสังคม: อายุ 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
| ไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) | ครั้งเดียว เฉพาะผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 | สปสช.: คนละ 1 ครั้งตลอดชีวิต |
การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งตามที่แพทย์แนะนำ สปสช. ให้ขอรับชุดเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV self-sampling) ได้ที่หน่วยบริการ ร้านยา และคลินิกที่ร่วมโครงการ ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) คือผู้ที่อายุราว 34 ปีขึ้นไปในปี 2026
อายุ 40–49 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร
วัยนี้ตรวจเต้านมถี่ขึ้นเป็นทุกปี และเริ่มตรวจตาและช่องปาก
| รายการ | ความถี่ตามกรมการแพทย์ | สิทธิตรวจสุขภาพฟรี |
|---|---|---|
| ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากร (CBE) | ทุกปี อายุ 40–60 ปี | ประกันสังคม: อายุ 40 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
| แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ | ไม่อยู่ในตารางของแนวทาง | สปสช.: อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม |
| ตรวจตาโดยทีมจักษุแพทย์ | ทุก 2 ปี อายุ 40–60 ปี | ประกันสังคม: อายุ 40–54 ปี ทุก 2 ปี |
| คัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งช่องปาก | ปีละครั้ง ตั้งแต่อายุ 40 ปี | สปสช.: ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปาก |
USPSTF แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 40–74 ปีตรวจแมมโมแกรมทุก 2 ปี (คำแนะนำปี 2024) ส่วนสิทธิ สปสช. ให้แมมโมแกรมกับกลุ่มเสี่ยง สปสช. ยังมีสิทธิตรวจยีน BRCA1/BRCA2 สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสิทธิบัตรทองที่มีความเสี่ยงสูง และญาติสายตรงเมื่อพบยีนกลายพันธุ์

อายุ 50–59 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร
อายุ 50 ปีเริ่มคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่ง GLOBOCAN 2024 จัดเป็นมะเร็งอันดับ 2 ของผู้หญิงไทย และเป็นช่วงที่ผู้หญิงหลายคนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
| รายการ | ความถี่ตามกรมการแพทย์ | สิทธิตรวจสุขภาพฟรี |
|---|---|---|
| ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (แนะนำ FIT) | ปีละครั้ง ตั้งแต่อายุ 50 ปี | สปสช.: อายุ 50–70 ปี ทุก 2 ปี / ประกันสังคม: อายุ 50 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
| มะเร็งปากมดลูก | ตั้งแต่ 55 ปี ใช้ Pap smear แทน VIA | สปสช.: HPV DNA ถึงอายุ 59 ปี |
| ตรวจตา | ทุก 2 ปีตามเดิม | ประกันสังคม: อายุ 55 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
| ความเสี่ยงกระดูกพรุน | ประเมินด้วย OSTA หรือ Thai FRAX ตั้งแต่อายุ 60 ปี | ไม่มีในรายการสิทธิตรวจสุขภาพ |
USPSTF แนะนำให้ตรวจคัดกรองกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่อายุน้อยกว่า 65 ปีแต่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 1 ข้อ (คำแนะนำปี 2025) ขณะที่แนวทางไทยเริ่มจากแบบประเมินความเสี่ยงในชุดตรวจผู้สูงอายุ
อายุ 60 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพอะไร
ตั้งแต่อายุ 60 ปี แนวทางกรมการแพทย์เปลี่ยนเป็นชุดตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งเน้นการประเมินความสามารถในการใช้ชีวิตควบคู่กับการตรวจเลือด
- ทุกปี ตรวจเม็ดเลือด (CBC) น้ำตาลในเลือด ค่าการทำงานของไต (creatinine) ปัสสาวะ และตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ
- ไขมันในเลือด ทุก 5 ปีในช่วงอายุ 60–75 ปี หลัง 75 ปีไม่จำเป็นต้องตรวจถ้าไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
- เต้านม ตรวจโดยบุคลากรตามความเสี่ยง
- ปากมดลูก หยุด Pap smear หลังอายุ 65 ปีได้ ถ้าผลปกติ 3 ครั้งติดต่อกัน
- ตาและหู ตรวจโดยทีมจักษุแพทย์ทุก 2–4 ปีที่อายุ 60–64 ปี ทุก 1–2 ปีตั้งแต่ 65 ปี และตรวจการได้ยินด้วย finger rub test ทุกปี
- แบบประเมิน ความเสี่ยงกระดูกพรุน (OSTA หรือ Thai FRAX) ภาวะโภชนาการ สมรรถภาพสมอง ภาวะซึมเศร้า การทรงตัว และกิจวัตรประจำวัน
USPSTF แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปทุกคนตรวจคัดกรองกระดูกพรุน สปสช. ให้ผู้สูงอายุได้รับการประเมินกิจวัตรประจำวัน คัดกรองเบาหวานและโรคซึมเศร้า และผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีในช่วงรณรงค์พฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี

ตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตร ตรวจสุขภาพอะไรได้ฟรี
สปสช. กำหนดบริการกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดไว้ในสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค ได้แก่
- ทดสอบการตั้งครรภ์ ตรวจครรภ์และประเมินความเสี่ยง และตรวจครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์
- ตรวจเลือดคัดกรองภาวะซีด ซิฟิลิส เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ธาลัสซีเมีย และดาวน์ รวมทั้งคัดกรองธาลัสซีเมียในคู่ของหญิงตั้งครรภ์
- ยาบำรุงเสริมธาตุเหล็ก โฟลิก และไอโอดีน วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก และไข้หวัดใหญ่ (อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป)
- ตรวจช่องปากและฟัน ประเมินสุขภาพจิต ตรวจหลังคลอดและคุมกำเนิด
ผู้ประกันตนเบิกค่าตรวจและรับฝากครรภ์ได้ตามจริง 5 ครั้ง รวมไม่เกิน 1,500 บาท ตามหน้าสิทธิประโยชน์ของสำนักงานประกันสังคม ส่วน USPSTF แนะนำให้ผู้ที่วางแผนหรืออาจตั้งครรภ์ได้รับกรดโฟลิกเพื่อป้องกันความพิการของหลอดประสาทในทารก
แนวทางไทย ประกันสังคม และ USPSTF ต่างกันตรงไหน
แนวทางของกรมการแพทย์คือคำแนะนำทางวิชาการ ส่วนสิทธิประกันสังคมคือรายการที่กองทุนจ่ายให้ ทั้งสองจึงไม่ตรงกันทุกข้อ ตารางนี้เทียบรายการที่ต่างกันชัดที่สุดกับรายการคำแนะนำระดับ A และ B ของ USPSTF
| รายการ | กรมการแพทย์ 2565 | ประกันสังคม 14 รายการ | USPSTF |
|---|---|---|---|
| เต้านม | CBE 30–39 ปี ทุก 3 ปี, 40–60 ปี ทุกปี | CBE 30–39 ปี ทุก 2 ปี, 40 ปีขึ้นไป ทุกปี | แมมโมแกรม 40–74 ปี ทุก 2 ปี |
| ปากมดลูก | 30–65 ปี | 30 ปีขึ้นไป | 21–65 ปี |
| กระดูกพรุน | ประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ 60 ปี | ไม่มี | 65 ปีขึ้นไป และวัยหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยง |
| เม็ดเลือด (CBC) | 1 ครั้งในวัยทำงาน, ปีละครั้งตั้งแต่ 60 ปี | 15–34 ปี 1 ครั้ง, 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง | ไม่มีในรายการ A/B |
| น้ำตาลในเลือด | 35 ปีขึ้นไป ทุก 3 ปี | 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง | 35–70 ปีที่น้ำหนักเกินหรืออ้วน |
| มะเร็งลำไส้ใหญ่ | 50 ปีขึ้นไป | 50 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง | 45–75 ปี |
ภาคผนวก ก ของแนวทางตรวจสุขภาพกรมการแพทย์ยังระบุรายการที่หลักฐานไม่สนับสนุนในการตรวจสุขภาพคนทั่วไป ได้แก่ เอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองมะเร็งปอด กรดยูริกในเลือด BUN และเอนไซม์ตับ (SGOT, SGPT, ALP) ทั้งที่รายการเหล่านี้มักอยู่ในแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั่วไป
ใช้สิทธิตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ไหน
สปสช. (คนไทยทุกสิทธิ) บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นของคนไทยทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะบัตรทอง เช็กสิทธิในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือเว็บไซต์ ppplatform.nhso.go.th และสายด่วน 1330 คลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ร่วมโครงการให้บริการทดสอบการตั้งครรภ์ ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ HPV self-sampling และไวรัสตับอักเสบโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ส่วนยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก กรมอนามัยระบุว่ารับได้ที่โรงพยาบาลรัฐ รพ.สต. และร้านยาที่ร่วมโครงการ
ประกันสังคม (มาตรา 33 และ 39) ผู้ประกันตนอายุ 30 ปีขึ้นไปตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกฟรี เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการที่สถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการ แสดงบัตรประชาชนเข้ารับบริการได้ตลอดปี ตรวจรายชื่อได้ที่ sso.go.th และควรโทรถามสถานพยาบาลก่อนไป สอบถามสายด่วน 1506
ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล
- โครงการสาวไทยแก้มแดง กรมอนามัยรายงานว่าในปี 2566 มีสถานประกอบการ 47 แห่งร่วมสนับสนุนโครงการป้องกันภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ และในปี 2569 ศูนย์อนามัยเขตต่าง ๆ ลงพื้นที่เจาะเลือดและจ่ายยาให้กลุ่มเป้าหมายในสถานประกอบการและสถานศึกษา ฝ่ายบุคคลสอบถามศูนย์อนามัยในเขตของตนเรื่องการจัดบริการในที่ทำงานได้
- จัดแพ็กเกจตามอายุ ให้พนักงานหญิงอายุ 30 ปีขึ้นไปได้ตรวจเต้านมและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามรอบ และพนักงานอายุ 50 ปีขึ้นไปได้ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ แทนรายการที่หลักฐานไม่สนับสนุน
- ใช้สิทธิที่มีอยู่แล้ว ลูกจ้างผู้ประกันตนมาตรา 33 ใช้สิทธิตรวจ 14 รายการและค่าฝากครรภ์ได้ และพนักงานหญิงขอรับชุดเก็บตัวอย่าง HPV ด้วยตนเองของ สปสช. ได้ที่ร้านยาหรือคลินิกที่ร่วมโครงการ
เมื่อไรควรพบแพทย์
แนวทางกรมการแพทย์นิยามการตรวจสุขภาพว่าเป็นการตรวจผู้ที่ไม่มีอาการ ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น คลำพบก้อนที่เต้านม ควรพบแพทย์โดยตรง ไม่ต้องรอรอบตรวจประจำปี กรณีต่อไปนี้ควรพบแพทย์เพื่อประเมินต่อ
- อาการที่อาจเป็นภาวะซีด กรมอนามัยระบุว่าอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เวียนหัวบ่อย หรือหงุดหงิดง่าย ที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ อาจมาจากภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก
- ผลตรวจ HPV พบเชื้อ สปสช. ระบุว่าแสดงว่ามีความเสี่ยง ควรตรวจต่อตามที่หน่วยบริการนัด
- ผลแมมโมแกรมผิดปกติ USPSTF ระบุว่าต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม รวมถึงการตัดชิ้นเนื้อเมื่อมีข้อบ่งชี้ จึงจะได้ประโยชน์จากการคัดกรอง
- ผลตรวจเข้าเกณฑ์ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ตามเกณฑ์ที่แนวทางอ้าง คือมีอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ รอบเอวผู้หญิงเกิน 80 เซนติเมตร ไตรกลีเซอไรด์ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร HDL ต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ความดันโลหิตตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอท และน้ำตาลขณะอดอาหารตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
- ผลตรวจเลือดแฝงในอุจจาระผิดปกติ USPSTF ระบุว่าต้องตามด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy)
สิ่งที่ควรทำ
- เช็กสิทธิก่อนจ่ายเงินเอง ดูสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรคในแอปเป๋าตัง และถ้าเป็นผู้ประกันตน ตรวจรายชื่อสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ 14 รายการ
- เริ่มรายการตรวจสุขภาพเฉพาะผู้หญิงที่อายุ 30 ปี ตรวจเต้านมโดยบุคลากรและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามรอบ และตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน
- ตรวจเม็ดเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเหนื่อยง่าย และรับยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิกตามสิทธิถ้าอยู่ในกลุ่มอายุ
- บอกประวัติครอบครัวในวันตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะญาติสายตรงที่เป็นมะเร็งเต้านม เพราะเปิดสิทธิแมมโมแกรมและการตรวจยีน
- วางแผนก่อนตั้งครรภ์ ฝากครรภ์เร็วเพื่อใช้สิทธิตรวจครรภ์และคัดกรองธาลัสซีเมียร่วมกับคู่
ติดตามความรู้เรื่องการตรวจคัดกรองและโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงได้ที่หมวดสุขภาพผู้หญิง
คำถามที่พบบ่อย
ผู้หญิงควรตรวจสุขภาพอะไรบ้างตามช่วงวัย?
แนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ให้ผู้หญิงวัดความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอวทุกปี ตรวจเม็ดเลือด (CBC) 1 ครั้งในวัยทำงาน ไขมันในเลือดทุก 5 ปีตั้งแต่ 20 ปี ตรวจเต้านมโดยบุคลากรทุก 3 ปีที่อายุ 30–39 ปีและทุกปีที่ 40–60 ปี คัดกรองมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ 30 ปี น้ำตาลทุก 3 ปีตั้งแต่ 35 ปี และตรวจเลือดแฝงในอุจจาระทุกปีตั้งแต่ 50 ปี
ผู้หญิงตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ไหน?
คนไทยทุกสิทธิใช้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. ได้ เช็กสิทธิในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือโทร 1330 เช่น ชุดเก็บตัวอย่าง HPV ด้วยตนเองที่ร้านยาหรือคลินิกที่ร่วมโครงการ และยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 อายุ 30 ปีขึ้นไปตรวจเต้านมและมะเร็งปากมดลูกฟรีตามสิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการที่สถานพยาบาลร่วมโครงการ สอบถามสายด่วน 1506
ผู้หญิงควรเริ่มตรวจแมมโมแกรมเมื่ออายุเท่าไร?
ตารางของแนวทางตรวจสุขภาพกรมการแพทย์ 2565 ใช้การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรเป็นรายการคัดกรองทั่วไป ส่วน สปสช. ให้ตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ฟรีแก่หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ขณะที่ USPSTF ของสหรัฐฯ แนะนำแมมโมแกรมทุก 2 ปีในผู้หญิงอายุ 40–74 ปี ผู้ที่มีก้อนหรืออาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันที
ตรวจมะเร็งปากมดลูกต้องตรวจบ่อยแค่ไหน?
แนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ให้ผู้หญิงอายุ 30–65 ปีเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง คือ HPV test ทุก 5 ปี Pap smear ทุก 3 ปี หรือ VIA ทุก 5 ปีถึงอายุ 55 ปี สิทธิ สปสช. ให้ตรวจ HPV DNA ฟรี 1 ครั้งทุก 5 ปีที่อายุ 30–59 ปี และหญิงอายุ 15–29 ปีที่มีความเสี่ยงสูงตามดุลยพินิจแพทย์
ภาวะโลหิตจางในผู้หญิงไทยพบบ่อยแค่ไหน และตรวจได้อย่างไร?
กรมอนามัยรายงานว่าหญิงไทยอายุ 15–49 ปีมีภาวะโลหิตจางร้อยละ 45.8 ในปี 2568 (ค.ศ. 2025) สูงกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก 2 เท่า หญิงอายุ 13–24 ปีตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางได้ฟรี และแนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ให้ผู้ใหญ่ตรวจเม็ดเลือด (CBC) อย่างน้อย 1 ครั้งในวัยทำงาน
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง 2565 — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
- สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
- สิทธิประโยชน์ "ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก" ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
- กรมอนามัย ชวนสาวไทยบอกรักตัวเองรับวาเลนไทน์ ชู "สาวแก้มแดง" สุขภาพดี รับสิทธิ ตรวจเลือด-รับยาฟรีทั่วไทย — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- Health Check ชวนผู้ประกันตนใช้สิทธิ ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ — สำนักงานประกันสังคม
- GLOBOCAN 2024: Thailand fact sheet — International Agency for Research on Cancer (IARC)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- WHO11
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา132
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ