มะเร็งเต้านม เดือนรณรงค์ ต.ค. 2026: ตรวจคัดกรองอย่างไร เริ่มอายุเท่าไร ใช้สิทธิอะไรได้
มะเร็งเต้านมพบมากที่สุดในผู้หญิงไทย ปี 2024 มีผู้ป่วยใหม่ 21,061 ราย สรุปอาการเตือน วิธีตรวจคัดกรองตามช่วงอายุ และสิทธิแมมโมแกรมของ สปสช. รับเดือนรณรงค์ของ WHO
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 9 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- องค์การอนามัยโลกกำหนดให้ 1–31 ตุลาคม 2026 เป็นเดือนรณรงค์มะเร็งเต้านม และระบุว่าปี 2024 มีผู้หญิงทั่วโลกได้รับการวินิจฉัย 2.4 ล้านคน และเสียชีวิต 694,000 คน
- ประมาณการ GLOBOCAN 2024 ระบุว่าไทยมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 21,061 ราย คิดเป็น 23.5% ของมะเร็งในผู้หญิงและเป็นอันดับ 1 มีผู้เสียชีวิต 8,889 ราย
- ทะเบียนมะเร็งของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (ข้อมูลปี 2019–2021) พบอัตราผู้ป่วยรายใหม่ 67.0 ต่อแสนคนในวัย 40–44 ปี และสูงสุด 119.4 ต่อแสนคนในวัย 60–64 ปี
- ข้อเสนอแนะของสถาบันมะเร็งแห่งชาติให้ตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนตั้งแต่อายุ 20 ปี และให้ผู้หญิงอายุ 40–69 ปี ตรวจกับแพทย์หรือบุคลากรที่ผ่านการอบรมทุกปี ส่วนแมมโมแกรมทุก 1–2 ปีเป็นการตรวจแบบสมัครใจ
- สปสช. ให้สิทธิตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ ทุก 2 ปี แก่ผู้หญิงไทยทุกสิทธิอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม และตรวจยีน BRCA1/BRCA2 ในกลุ่มเสี่ยงสูง
มะเร็งเต้านม (breast cancer) เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย ประมาณการ GLOBOCAN 2024 ระบุผู้ป่วยใหม่ 21,061 รายและผู้เสียชีวิต 8,889 รายในปี 2024 ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 1–31 ตุลาคม 2026 เป็นเดือนรณรงค์มะเร็งเต้านม ภายใต้แนวคิด "Every story is unique, every journey matters" และย้ำให้ผู้หญิงทุกวัยรู้จักอาการเตือนและเข้าถึงการวินิจฉัยได้ทันเวลา
บทความนี้สรุปว่ามะเร็งเต้านมพบบ่อยแค่ไหนในไทย ใครเสี่ยง อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์ วิธีตรวจคัดกรองแต่ละแบบต่างกันอย่างไร แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติต่างจาก WHO สหรัฐ และสหภาพยุโรปตรงไหน และสิทธิบัตรทองครอบคลุมอะไร เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล
มะเร็งเต้านมพบบ่อยแค่ไหนในผู้หญิงไทย
ตัวเลขล่าสุดที่อ้างอิงได้มีสองชุด
- GLOBOCAN 2024 ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) ประมาณการว่าไทยมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 21,061 ราย คิดเป็น 23.5% ของมะเร็งในผู้หญิง มากกว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (9,601 ราย) และมะเร็งปอด (8,672 ราย) มีผู้เสียชีวิต 8,889 ราย และมีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยในช่วง 5 ปีที่ยังมีชีวิตอยู่ 75,280 คน
- Cancer in Thailand Vol. XI ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (ข้อมูลปี 2019–2021) ประมาณการผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยปีละ 18,421 ราย อัตรามาตรฐานตามอายุ (ASR) 34.9 ต่อผู้หญิง 100,000 คน สูงกว่ามะเร็งอันดับรองอย่างมะเร็งปอด (11.1) และมะเร็งปากมดลูก (10.3) มากกว่าสามเท่า และระบุว่ามะเร็งเต้านมในผู้หญิงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ทั่วโลก WHO ระบุว่าปี 2024 มีผู้หญิงได้รับการวินิจฉัย 2.4 ล้านคน เสียชีวิต 694,000 คน และมีผู้หญิงที่อยู่กับโรคนี้ 8.2 ล้านคนเมื่อสิ้นปี มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงใน 164 จาก 186 ประเทศ

ใครเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม
อายุเป็นปัจจัยสำคัญ ทะเบียนมะเร็งของสถาบันมะเร็งแห่งชาติแสดงว่าอัตราผู้ป่วยรายใหม่เริ่มสูงขึ้นชัดตั้งแต่อายุ 30 ปี และอยู่ในระดับสูงตลอดวัยทำงานตอนปลาย
| ช่วงอายุ | ผู้ป่วยรายใหม่ต่อผู้หญิง 100,000 คนต่อปี |
|---|---|
| 25–29 ปี | 5.5 |
| 30–34 ปี | 19.0 |
| 35–39 ปี | 39.9 |
| 40–44 ปี | 67.0 |
| 45–49 ปี | 95.6 |
| 50–54 ปี | 101.2 |
| 55–59 ปี | 114.7 |
| 60–64 ปี | 119.4 |
| 65–69 ปี | 106.8 |
| 70–74 ปี | 100.2 |
| 75 ปีขึ้นไป | 65.9 |

ปัจจัยอื่นที่ WHO ระบุ ได้แก่ ภาวะอ้วน การดื่มแอลกอฮอล์ ประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว การได้รับรังสี ประวัติการเจริญพันธุ์ เช่น อายุที่เริ่มมีประจำเดือนและอายุเมื่อตั้งครรภ์แรก การสูบบุหรี่ และการใช้ฮอร์โมนหลังวัยหมดประจำเดือน ยีนกลายพันธุ์ที่เพิ่มความเสี่ยงสูงที่พบบ่อย ได้แก่ BRCA1, BRCA2 และ PALB2
มะเร็งเต้านมเกิดกับคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงได้ไหม
ได้ WHO ระบุว่าราว 80% ของมะเร็งเต้านมเกิดในผู้หญิงที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะนอกจากเพศและอายุ และผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีประวัติครอบครัว การไม่มีญาติเป็นมะเร็งเต้านมจึงไม่ได้แปลว่ามีความเสี่ยงต่ำ ผู้ชายก็เป็นได้แต่พบน้อย ราว 0.5–1% ของผู้ป่วยทั้งหมด
ส่วนที่ลดความเสี่ยงได้ IARC ระบุในโอกาสเดือนรณรงค์เมื่อ 1 ตุลาคม 2026 ว่าภาวะอ้วนและการดื่มแอลกอฮอล์สองปัจจัยนี้ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมมากกว่า 250,000 รายทั่วโลกในปี 2022 การคุมน้ำหนักและเลี่ยงแอลกอฮอล์จึงเป็นสิ่งที่ทำได้เอง
อาการเตือนของมะเร็งเต้านม
WHO ระบุอาการที่ควรสังเกต โดยเฉพาะเมื่อโรคเริ่มลุกลาม
- ก้อนหรือเนื้อที่หนาขึ้นในเต้านม ซึ่งมักไม่เจ็บ
- ขนาด รูปร่าง หรือลักษณะของเต้านมเปลี่ยนไป
- ผิวหนังบุ๋ม แดง เป็นหลุม หรือเปลี่ยนแปลงแบบอื่น
- หัวนมหรือผิวรอบหัวนม (ลานนม) เปลี่ยนไป
- มีของเหลวผิดปกติหรือเลือดออกจากหัวนม
ตำแหน่งแรกที่มะเร็งมักลามไปคือต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ WHO ย้ำว่าก้อนในเต้านมส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ผู้ที่คลำพบก้อนผิดปกติควรพบแพทย์แม้ก้อนนั้นไม่เจ็บ เพราะมะเร็งที่ยังเล็กและยังไม่ลามไปต่อมน้ำเหลืองรักษาได้ผลดีกว่า
วิธีตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมมีอะไรบ้าง
ข้อเสนอแนะของสถาบันมะเร็งแห่งชาติแบ่งการตรวจคัดกรองเป็น 3 วิธี
- การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (breast self-examination) ทำได้ทุกเดือนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรที่ผ่านการอบรม (clinical breast examination)
- การตรวจด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม หรือแมมโมแกรม (mammography) ซึ่งอาจตรวจอัลตราซาวด์ร่วมด้วยในผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น (dense breast)
เอกสารเดียวกันระบุว่าการตรวจเต้านมด้วยตนเองไม่ได้ลดอัตราตายอย่างชัดเจน แต่ถือว่าประหยัดและเหมาะกับไทย เพราะช่วยให้ผู้หญิงสนใจสุขภาพของตนเอง แนวคิดที่ใช้ปัจจุบันคือ "รู้จักเต้านมของตัวเอง" (breast self-awareness) คือคุ้นเคยว่าเต้านมปกติเป็นอย่างไร และรีบพบบุคลากรสาธารณสุขเมื่อมีอะไรเปลี่ยนไป
สำหรับแมมโมแกรม สปสช. อ้างข้อมูลของโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ว่าลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้ร้อยละ 20 และการทำอัลตราซาวด์ร่วมด้วยเพิ่มความไวในการตรวจพบในผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติเตือนว่าเนื้อเต้านมของผู้หญิงไทยมักหนาแน่น และอ้างสถิติจากสถาบันทั่วโลกว่าการแปลผลแมมโมแกรมผิดพลาดได้ 10–30%

แนวทางไทย: ผู้หญิงแต่ละช่วงอายุควรตรวจอะไร
เอกสาร "ข้อเสนอแนะการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย" ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ จัดทำร่วมกับกรมอนามัยและโรงพยาบาลศิริราช สรุปแนวทางของสถาบันฯ (ซึ่งจัดทำครั้งแรกในปี พ.ศ. 2555) ไว้ดังนี้
- อายุ 20 ปีขึ้นไป ตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง โดยได้รับการสอนวิธีที่ถูกต้อง และถ้าเลือกตรวจเพิ่มแบบสมัครใจ ให้ตรวจกับแพทย์หรือบุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างน้อยทุก 3 ปี
- อายุ 40–69 ปีที่ไม่มีอาการ ตรวจกับแพทย์หรือบุคลากรที่ผ่านการอบรมทุกปี ผู้ที่เลือกตรวจแบบสมัครใจตรวจแมมโมแกรมทุก 1–2 ปี และอาจทำอัลตราซาวด์ร่วมถ้าเนื้อเต้านมหนาแน่นและสถานพยาบาลพร้อม
- อายุ 70 ปีขึ้นไป พิจารณาเป็นรายคน ตามสุขภาพและระยะเวลาที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อ
- กลุ่มเสี่ยงสูง ตรวจแบบเดียวกับผู้หญิงทั่วไปแต่เริ่มเร็วขึ้น เช่น ถ้าญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปีหรือก่อนหมดประจำเดือน ให้เริ่มตรวจเมื่ออายุน้อยกว่าอายุที่ญาติเป็นมะเร็ง 10 ปี และตรวจทุกปี
กลุ่มเสี่ยงสูงตามเอกสารนี้ ได้แก่ ผู้ที่มีมารดา พี่สาว น้องสาว หรือบุตรเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ผู้ที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม ผู้ที่เคยฉายรังสีบริเวณหน้าอก ผู้ที่ผลตัดชิ้นเนื้อเต้านมพบเซลล์ผิดปกติบางชนิด และผู้ที่ใช้ฮอร์โมนทดแทนวัยหมดประจำเดือนเกิน 5 ปี
เทียบแนวทางไทยกับ WHO สหรัฐ และสหภาพยุโรป
| แนวทาง | ผู้หญิงทั่วไป | แมมโมแกรม |
|---|---|---|
| สถาบันมะเร็งแห่งชาติ | ตรวจเองทุกเดือนตั้งแต่ 20 ปี และตรวจกับบุคลากรทุกปีที่ 40–69 ปี | ทุก 1–2 ปีที่ 40–69 ปี แบบสมัครใจ |
| สปสช. (สิทธิทุกสิทธิ) | สอนตรวจเต้านมด้วยตนเอง | ทุก 2 ปี เฉพาะอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม |
| WHO (fact sheet 2026) | รู้อาการเตือนและพบแพทย์ทันที | โดยทั่วไปที่อายุ 50–69 ปี ในระบบบริการที่พร้อม |
| USPSTF สหรัฐ (2024) | ไม่ได้แนะนำแยก | ทุก 2 ปีที่อายุ 40–74 ปี (เกรด B) |
| ECIBC สหภาพยุโรป | ไม่ได้แนะนำแยก | 45–49 ปีทุก 2–3 ปี, 50–69 ปีทุก 2 ปี, 70–74 ปีทุก 3 ปี |
USPSTF ระบุด้วยว่าหลักฐานยังไม่พอจะสรุปประโยชน์ของแมมโมแกรมในผู้หญิงอายุ 75 ปีขึ้นไป และของการทำอัลตราซาวด์หรือ MRI เสริมในผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น ส่วน ECIBC ของคณะกรรมาธิการยุโรปไม่แนะนำให้จัดคัดกรองด้วยแมมโมแกรมในผู้หญิงความเสี่ยงทั่วไปอายุ 40–44 ปี แนวทางการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคเต้านมและมะเร็งเต้านม พ.ศ. 2566 ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติอธิบายว่าแต่ละประเทศเลือกวิธีคัดกรองตามอุบัติการณ์ ค่าใช้จ่าย ความหนาแน่นของเนื้อเต้านม รายได้ประชาชาติ และความเสี่ยงทางพันธุกรรม ในไทยตอนนี้ สิทธิแมมโมแกรมของรัฐจึงยังจำกัดอยู่ที่กลุ่มเสี่ยง
สิทธิบัตรทองและสิทธิอื่นครอบคลุมอะไร
สปสช. ระบุเมื่อ 8 มีนาคม 2026 ว่าบริการคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ผู้หญิงไทยใช้ได้มีดังนี้
- แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ สำหรับผู้หญิงไทยทุกสิทธิอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม 1 ครั้งทุก 2 ปี
- ตรวจยีนกลายพันธุ์ BRCA1/BRCA2 สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีความเสี่ยงสูง และญาติสายตรงในครอบครัวที่ตรวจพบยีนกลายพันธุ์ ที่เป็นคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป
- การสอนตรวจเต้านมด้วยตนเอง อยู่ในชุดสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรคของผู้ใหญ่อายุ 25–59 ปีและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
ขั้นตอนที่ สปสช. แจ้งไว้ในปี 2568 คือ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมขอใบรับรองแพทย์จากแพทย์เจ้าของไข้โดยระบุชื่อญาติที่ต้องการให้ตรวจ แล้วญาตินำใบรับรองไปติดต่อหน่วยบริการที่มีเครื่องมือพร้อม ถ้าตรวจที่โรงพยาบาลเดียวกับที่ญาติรักษาอยู่ไม่ต้องใช้ใบรับรอง อินโฟกราฟิกของ สปสช. ชวนให้ใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตัง และสอบถามได้ที่สายด่วน 1330

ผู้หญิงที่ไม่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมไม่อยู่ในเงื่อนไขสิทธิแมมโมแกรมนี้ ถ้าต้องการตรวจควรปรึกษาแพทย์ และผู้ใช้สิทธิประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการควรสอบถามหน่วยงานเจ้าของสิทธิว่ามีบริการเพิ่มเติมหรือไม่ สำหรับผู้ป่วยบัตรทอง หน้าสิทธิประโยชน์โรคมะเร็งของ สปสช. ระบุว่าครอบคลุมการผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด และการรักษาแบบประคับประคอง
ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล
ตัวเลขของสถาบันมะเร็งแห่งชาติชี้ว่าอัตราผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 95.6–119.4 ต่อแสนคนในช่วงอายุ 45–64 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ผู้หญิงจำนวนมากยังทำงานอยู่ ในมุมของเรา ฝ่ายบุคคลทำได้สามอย่างโดยไม่ต้องลงทุนมาก คือ แจ้งพนักงานว่าสิทธิแมมโมแกรมของ สปสช. ใช้ได้ทุกสิทธิสำหรับผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ให้ลาไปตรวจคัดกรองหรือพบแพทย์ได้สะดวก และถ้าแพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปีมีงบ ให้รวมการตรวจเต้านมโดยบุคลากรสำหรับพนักงานหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปตามแนวทางไทย
เมื่อไรควรพบแพทย์
- คลำพบก้อนหรือเนื้อหนาขึ้นในเต้านมหรือใต้รักแร้ แม้ไม่เจ็บ
- เต้านมเปลี่ยนขนาดหรือรูปร่าง ผิวหนังบุ๋ม แดง หรือเป็นหลุม
- หัวนมเปลี่ยนรูปร่าง หรือมีของเหลวผิดปกติหรือเลือดออกจากหัวนม
- มีแผลที่เต้านมที่ไม่หาย ซึ่ง WHO แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตัดชิ้นเนื้อตรวจ
- มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ และอยากรู้ว่าควรเริ่มตรวจเมื่อไร
สิ่งที่ควรทำ
- รู้จักเต้านมของตัวเอง ตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้งตั้งแต่อายุ 20 ปี และจดสิ่งที่เปลี่ยนไป
- ตรวจกับบุคลากรทุกปีเมื่ออายุ 40–69 ปี และปรึกษาแพทย์ว่าควรตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวด์เพิ่มหรือไม่
- ถ้ามีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม เริ่มตรวจเร็วขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ และใช้สิทธิแมมโมแกรมของ สปสช. ทุก 2 ปีเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป
- ลดปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้ คุมน้ำหนัก เลี่ยงแอลกอฮอล์ และไม่สูบบุหรี่
- อย่ารอเมื่อพบความผิดปกติ ไปพบแพทย์ทันที และเช็กสิทธิผ่านแอปเป๋าตังหรือสายด่วน สปสช. 1330
อ่านความรู้สุขภาพผู้หญิงเรื่องอื่นได้ที่หมวด สุขภาพผู้หญิง และอ่านเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งในผู้ชายได้ที่ มะเร็งต่อมลูกหมาก: ใครควรตรวจ PSA เมื่อไร
คำถามที่พบบ่อย
ผู้หญิงควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตอนอายุเท่าไร?
ข้อเสนอแนะของสถาบันมะเร็งแห่งชาติให้เริ่มตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้งตั้งแต่อายุ 20 ปี เมื่ออายุ 40–69 ปีควรให้แพทย์หรือบุคลากรที่ผ่านการอบรมตรวจทุกปี และอาจตรวจแมมโมแกรมทุก 1–2 ปีแบบสมัครใจ ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมก่อนอายุ 50 ปีควรเริ่มเร็วขึ้น
บัตรทองตรวจแมมโมแกรมคัดกรองมะเร็งเต้านมฟรีหรือไม่?
สปสช. ให้สิทธิตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ 1 ครั้งทุก 2 ปี แก่ผู้หญิงไทยทุกสิทธิอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม ผู้ที่ไม่มีประวัติครอบครัวไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้ แต่ได้รับการสอนตรวจเต้านมด้วยตนเองในชุดบริการป้องกันโรค
อาการเตือนของมะเร็งเต้านมมีอะไรบ้าง?
องค์การอนามัยโลกระบุอาการที่ควรสังเกต ได้แก่ ก้อนหรือเนื้อที่หนาขึ้นในเต้านมซึ่งมักไม่เจ็บ ขนาดหรือรูปร่างเต้านมเปลี่ยน ผิวหนังบุ๋ม แดง หรือเป็นหลุม หัวนมหรือลานนมเปลี่ยนไป และมีของเหลวผิดปกติหรือเลือดออกจากหัวนม ก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ควรพบแพทย์
ตรวจเต้านมด้วยตนเองช่วยลดการเสียชีวิตได้จริงไหม?
งานวิจัยที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติสรุปไว้พบว่าการตรวจเต้านมด้วยตนเองไม่ได้ลดอัตราตายจากมะเร็งเต้านมอย่างชัดเจน แต่ยังแนะนำให้ทำ เพราะเป็นวิธีที่ประหยัด ช่วยให้ผู้หญิงรู้จักเต้านมของตัวเองและสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้เร็ว ส่วนแมมโมแกรมมีหลักฐานว่าลดการเสียชีวิตได้
แนวทางไทยกับสหรัฐเรื่องแมมโมแกรมต่างกันอย่างไร?
USPSTF ของสหรัฐแนะนำแมมโมแกรมทุก 2 ปีสำหรับผู้หญิงอายุ 40–74 ปี (ฉบับปี 2024) ขณะที่แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติเน้นการตรวจเต้านมด้วยตนเองและการตรวจโดยบุคลากรทุกปีในวัย 40–69 ปี และให้แมมโมแกรมทุก 1–2 ปีเป็นทางเลือกแบบสมัครใจ
แหล่งอ้างอิง
- Breast Cancer Awareness Month 2026 — World Health Organization
- Breast cancer (fact sheet) — World Health Organization
- ข้อเสนอแนะการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย — สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์
- Cancer in Thailand Vol. XI, 2019–2021 — สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์
- 8 มีนาคม วันสตรีสากล สปสช. ชวนหญิงไทยใช้สิทธิบัตรทอง คัดกรองมะเร็งปากมดลูก-มะเร็งเต้านม — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
- Breast Cancer: Screening — U.S. Preventive Services Task Force
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- WHO11สหภาพยุโรป19European Commission8
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา132
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ