ข้ามไปยังเนื้อหา
Health

วัคซีนอีโบลา Bundibugyo เริ่มทดลองระยะ 2/3 ในคองโก ฉีดคนแรก 23 ต.ค. ไทยยังเสี่ยงต่ำ

วัคซีนอีโบลา Bundibugyo ยังไม่มีตัวที่อนุมัติ การทดลอง Tumaini ระยะ 2/3 ฉีดคนแรกในคองโก 23 ต.ค. 2026 เริ่มจาก Ervebo กรมควบคุมโรคชี้ไทยยังเสี่ยงต่ำ

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพสีเติมจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่านของอนุภาคไวรัสอีโบลาที่มีรูปร่างเป็นเส้นยาวขดงอ
ภาพ: CDC/Cynthia Goldsmith / Wikimedia Commons (Public domain)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • การทดลอง Tumaini ระยะ 2/3 ฉีดวัคซีนให้ผู้เข้าร่วมคนแรกที่เมือง Bunia สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เมื่อ 23 ตุลาคม 2026 ตามประกาศของ CEPI
  • ยังไม่มีวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ที่ได้รับอนุมัติ วัคซีนตัวแรกจาก 3 ตัวที่ CEPI ระบุคือ Ervebo ซึ่งอนุมัติแล้วสำหรับไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ ส่วนวัคซีนเฉพาะ Bundibugyo ของ Moderna และ University of Oxford จะตามเข้ามา
  • ระหว่างรอวัคซีนอีโบลา Bundibugyo คองโกมีผู้ป่วยยืนยัน 9,552 ราย เสียชีวิต 4,602 ราย (ข้อมูลถึง 21 ต.ค. 2026 ตาม CEPI) เป็นการระบาดของ Bundibugyo ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีบันทึก
  • ทะเบียนการทดลองวัคซีนอีโบลา Bundibugyo บน ClinicalTrials.gov NCT07842107 ระบุเป้าหมายผู้เข้าร่วมประมาณ 3,620 คน ฉีดแบบวงล้อม (ring vaccination) ในผู้สัมผัสผู้ป่วย
  • กรมควบคุมโรคระบุเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ว่าความเสี่ยงในไทยยังอยู่ในระดับต่ำ สถาบันบำราศนราดูรมีห้องแยกโรคความดันลบ 28 ห้อง รองรับผู้ป่วยอีโบลาได้ 16 ห้อง

การทดลองวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ชื่อ Tumaini ระยะ 2/3 ฉีดวัคซีนให้ผู้เข้าร่วมคนแรกที่เมือง Bunia สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เมื่อ 23 ตุลาคม 2026 ตามประกาศของ CEPI นับเป็นการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนครั้งสำคัญกลางการระบาดที่มีผู้ป่วยยืนยันแล้ว 9,552 ราย เสียชีวิต 4,602 ราย ขณะที่กรมควบคุมโรคประเมินว่าความเสี่ยงในไทยยังต่ำ

ไวรัส Bundibugyo (BDBV) เป็นไวรัสกลุ่มอีโบลาคนละชนิดกับไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ที่มีวัคซีนใช้แล้ว CEPI ระบุว่าวันนี้ยังไม่มีวัคซีนใดได้รับอนุมัติให้ป้องกัน Bundibugyo ชื่อ Tumaini แปลว่า "ความหวัง" ในภาษาสวาฮีลี บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล

หน้าข่าว CEPI 23 ตุลาคม 2026 เรื่องการทดลองวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ระยะ 2/3 ฉีดผู้เข้าร่วมคนแรกในคองโก
หน้าข่าวของ CEPI ลงวันที่ 23 ตุลาคม 2026 เรื่องการฉีดวัคซีนผู้เข้าร่วมคนแรกในการทดลอง Bundibugyo ระยะ 2/3 ที่คองโก ภาพ: CEPI (ภาพหน้าจอ)

การทดลองวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ทำอย่างไร

การทดลองวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ชุดนี้เป็นแบบแพลตฟอร์มปรับได้ (adaptive platform trial) ที่ทดสอบวัคซีนหลายตัวคู่ขนานภายใต้โครงเดียวกัน เพื่อประหยัดเวลาระหว่างการระบาด และใช้การฉีดแบบวงล้อม (ring vaccination) คือฉีดให้ผู้สัมผัสผู้ป่วยที่เสี่ยงติดเชื้อสูง

หัวข้อ รายละเอียด แหล่ง
ระยะการทดลอง ระยะ 2/3 แบบสุ่มและมีกลุ่มเปรียบเทียบ ClinicalTrials.gov
ผู้เข้าร่วมเป้าหมาย ประมาณ 3,620 คน ClinicalTrials.gov (ค่าประมาณ)
วัคซีนตัวแรก Ervebo (อนุมัติแล้วสำหรับอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์) CEPI
วัคซีนที่จะตามมา วัคซีนเฉพาะ Bundibugyo ของ Moderna และของ University of Oxford ร่วมกับ Serum Institute of India CEPI
กลุ่มที่รับเข้า รวมหญิงตั้งครรภ์และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป และเด็กตั้งแต่ 1 ขวบสำหรับ Ervebo CEPI (Epicentre)
ผู้นำการทดลอง INRB ของคองโกกับ University of Antwerp โดยกระทรวงสาธารณสุขคองโกกำกับ CEPI
คาดผลหลัก ประมาณเมษายน 2027 ClinicalTrials.gov (ค่าประมาณ)

วัคซีนอีโบลา Bundibugyo ที่จะเข้าทดลองคัดเลือกโดยคณะที่ปรึกษาทางเทคนิคของ WHO (TAG-CVP) และหน่วยงานกำกับยาของคองโก (ACOREP) ต้องอนุมัติการแก้โปรโตคอลทุกครั้ง ส่วนพันธมิตรภาคสนามมี Epicentre, องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (MSF), สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อนแอนต์เวิร์ป, WHO และ Africa CDC

ภาพสีเติมจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่านของอนุภาคไวรัสอีโบลาที่มีรูปร่างเป็นเส้นยาวขดงอ
ภาพสีเติมจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของอนุภาคไวรัสอีโบลา ถ่ายโดย CDC เป็นภาพไวรัสอีโบลาทั่วไป ไม่ใช่สายพันธุ์ Bundibugyo โดยเฉพาะ ภาพ: CDC/Cynthia Goldsmith / Wikimedia Commons (Public domain)

ทำไมวัคซีนอีโบลา Bundibugyo สำคัญตอนนี้

CEPI ระบุว่าการระบาดในคองโกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อ 15 พฤษภาคม 2026 และเป็นการระบาดของ Bundibugyo ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีบันทึก รวมถึงเป็นการระบาดของอีโบลาใหญ่เป็นอันดับสอง WHO ประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) และ Africa CDC ประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินระดับทวีป ไม่กี่วันหลังจากนั้น การระบาดยังลามไปเคนยาและไนจีเรีย (อ่านอีโบลาไนจีเรีย)

"ยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับอนุญาตสำหรับไวรัส Bundibugyo และราคาของการไม่มีวัคซีนถูกนับในคองโกทุกวัน" Dr Richard Hatchett ซีอีโอของ CEPI กล่าว ด้าน Dr Chikwe Ihekweazu ผู้อำนวยการบริหารโครงการภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพของ WHO ระบุว่า ถ้าสำเร็จ นี่จะเป็นครั้งแรกที่มีหลักฐานชัดเจนว่าวัคซีนป้องกัน Bundibugyo ได้

ด้านการเงิน การทดลองวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ใช้ทุนจากโครงการพัฒนาวัคซีน Bundibugyo ของ CEPI ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการยุโรป กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และสาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น ส่วน Gavi ให้คำมั่นสูงสุด 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเตรียมกำลังผลิต ให้มีวัคซีนพอใช้ทันทีที่ได้รับอนุมัติ

ไทยเตรียมรับมืออีโบลาอย่างไร

กรมควบคุมโรคแถลงเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เฝ้าระวังอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ต่อเนื่อง และประเมินว่าความเสี่ยงในไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ข้อมูลที่กรมอ้างจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหภาพยุโรป (ECDC) ถึง 18 ตุลาคม 2569 ระบุว่าเคนยามีผู้ป่วยยืนยัน 9 ราย เสียชีวิต 1 ราย และไนจีเรียพบผู้ป่วยนำเข้า 1 ราย

  • สถาบันบำราศนราดูร มีอาคารกักกันโรค 58 ห้อง และห้องแยกโรคติดเชื้อทางอากาศความดันลบ 28 ห้อง ในจำนวนนี้รองรับผู้ป่วยอีโบลาได้ 16 ห้อง
  • สถานพยาบาลรัฐและเอกชน ได้รับแจ้งให้ซักประวัติการเดินทางและการสัมผัสเสี่ยงในผู้ที่มีอาการเข้าได้กับโรค หากพบผู้ป่วยสงสัยจะแยกตัว ตรวจวินิจฉัย และส่งต่อตามแนวทาง
  • การเดินทาง WHO ยังไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้ากับประเทศที่ได้รับผลกระทบ
หน้าข่าวกรมควบคุมโรค 22 ตุลาคม 2569 เรื่องรัฐมนตรีสาธารณสุขเน้นย้ำเฝ้าระวังอีโบลา ความเสี่ยงในไทยยังอยู่ในระดับต่ำ
หน้าข่าวของกรมควบคุมโรค วันที่ 22 ตุลาคม 2569 เรื่องรัฐมนตรีสาธารณสุขเน้นย้ำเฝ้าระวังอีโบลา และความเสี่ยงในไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ภาพ: กรมควบคุมโรค (ภาพหน้าจอ)

เมื่อไรควรพบแพทย์

ระหว่างที่ยังไม่มีวัคซีนอีโบลา Bundibugyo การป้องกันหลักยังเป็นการเลี่ยงสัมผัสเชื้อ กรมควบคุมโรคระบุว่าอีโบลาแพร่ผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยและของที่ปนเปื้อนโดยตรง ไม่แพร่ผ่านการไอ จาม หรือฝอยละอองแบบโควิด 19 ผู้ที่กลับจากพื้นที่ระบาดหรือเคยสัมผัสผู้ป่วยควรแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • ไข้ ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย
  • อาเจียนหรือท้องเสีย
  • เลือดออกผิดปกติ

แจ้งประวัติการเดินทางและการสัมผัสให้ครบ และปฏิบัติตามคำแนะนำ รวมถึงการกักกันโรคถ้าเข้าเกณฑ์ สอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ผลต่อองค์กรไทย

  1. บริษัทที่ส่งพนักงานไปแอฟริกากลางและตะวันออก ควรติดตามประกาศเขตติดโรคของกรมควบคุมโรค และให้พนักงานรู้ช่องทางแจ้งอาการหลังกลับ
  2. โรงพยาบาลเอกชนและคลินิก ซักประวัติการเดินทางผู้ป่วยมีไข้ตามแนวทางที่กรมควบคุมโรคแจ้งสถานพยาบาล
  3. ธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบิน ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานทางการ WHO ยังไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทาง
  4. ติดตามผลการทดลองวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ClinicalTrials.gov คาดผลหลักราวเมษายน 2027 ข่าวยาและวัคซีนอื่น ๆ อยู่ที่หมวดธุรกิจการแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

วัคซีนอีโบลา Bundibugyo มีหรือยัง?

ยังไม่มีวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ที่ได้รับอนุมัติ CEPI ระบุว่าการทดลอง Tumaini ระยะ 2/3 เพิ่งฉีดผู้เข้าร่วมคนแรกในคองโกเมื่อ 23 ตุลาคม 2026 เพื่อหาว่าวัคซีนตัวใดปลอดภัยและป้องกันได้จริง โดยเริ่มจาก Ervebo แล้วจะเพิ่มวัคซีนเฉพาะ Bundibugyo ของ Moderna และ Oxford

วัคซีน Ervebo ป้องกันอีโบลา Bundibugyo ได้ไหม?

ยังไม่มีคำตอบ Ervebo ได้รับอนุมัติสำหรับไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ (Ebola virus) ไม่ใช่ Bundibugyo การทดลองวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ชื่อ Tumaini จึงนำ Ervebo มาทดสอบเป็นตัวแรกเพื่อดูความปลอดภัย การกระตุ้นภูมิ และประสิทธิภาพ

อีโบลาติดต่อทางไหน คนไทยเสี่ยงไหม?

กรมควบคุมโรคระบุว่าอีโบลาติดต่อผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยและของที่ปนเปื้อนโดยตรง ไม่แพร่ผ่านการไอจามแบบไข้หวัดใหญ่ และประเมินเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ว่าความเสี่ยงในไทยยังต่ำ ระหว่างที่ยังไม่มีวัคซีนอีโบลา Bundibugyo ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาดควรเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยและติดตามประกาศทางการ

กลับจากแอฟริกาแล้วมีไข้ต้องทำอย่างไร?

กรมควบคุมโรคแนะนำให้ผู้ที่มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องเสีย หรือเลือดออกผิดปกติหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันทีพร้อมประวัติการเดินทางและการสัมผัส สอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

แหล่งอ้างอิง

  1. First participant vaccinated in pivotal Phase 2/3 Bundibugyo vaccine trial in DRC — CEPI
  2. Study of Vaccines Against Bundibugyo Virus Disease in Contacts of Cases in the Democratic Republic of the Congo (NCT07842107) — ClinicalTrials.gov (U.S. National Library of Medicine)
  3. รัฐมนตรี สธ. เน้นย้ำกรมควบคุมโรคเฝ้าระวังอีโบลา แนะเดินทางต่างประเทศติดตามข้อมูลและป้องกันตนเอง เผยความเสี่ยงในไทยยังอยู่ในระดับต่ำ — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  4. กรมควบคุมโรคเฝ้าระวังอีโบลาใกล้ชิด เตรียมพร้อมระบบดูแลผู้ป่วย ย้ำประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
เคนยา12
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ