เคนยายืนยันผู้ป่วยอีโบลารายแรก ติดเชื้อบุนดิบูเกียวจากคองโก เร่งตามผู้สัมผัส 57 คน
เคนยายืนยันผู้ป่วยอีโบลารายแรก 6 ต.ค. 2026 ชายติดเชื้อบุนดิบูเกียวในคองโกบินเข้าไนโรบีและเสียชีวิต ทางการตามผู้สัมผัส 57 คน คองโกมีผู้ป่วยยืนยัน 8,728 ราย
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- กระทรวงสาธารณสุขเคนยายืนยันผู้ป่วยอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) รายแรกของประเทศ และแจ้ง WHO ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศเมื่อ 6 ตุลาคม 2026
- ผู้ป่วยเป็นชายชาวเคนยาที่อาศัยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) เดินทางทางถนนไปกัมปาลา แล้วบินเที่ยวบิน Jambojet 8523 ถึงไนโรบี 3 ตุลาคม และเสียชีวิตในโรงพยาบาลหลังแยกกักตัว
- กระทรวงสาธารณสุขเคนยาระบุผู้สัมผัสแล้ว 57 คน กักตัวแล้ว 10 คน และคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศไปแล้วกว่า 652,000 คน นับจากการระบาดในคองโกเริ่มเมื่อพฤษภาคม 2026
- ตารางของ WHO ข้อมูล ณ 6 ตุลาคม 2026 ระบุว่าคองโกมีผู้ป่วยยืนยัน 8,728 ราย เสียชีวิต 4,205 ราย อัตราป่วยตายราว 48% และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับอนุมัติ
- กรมควบคุมโรคของไทยคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงและให้ติดตามอาการ 21 วัน ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประชาชนสอบถามได้ที่สายด่วน 1422
กระทรวงสาธารณสุขเคนยายืนยันผู้ป่วยโรคอีโบลารายแรกของประเทศ และแจ้งองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 ผู้ป่วยเป็นชายชาวเคนยาที่ติดเชื้อไวรัสบุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ขณะอาศัยอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) บินเข้าไนโรบีและเสียชีวิตในโรงพยาบาล ล่าสุดทางการเคนยาระบุผู้สัมผัสได้ 57 คน และกักตัวแล้ว 10 คน
WHO ระบุว่าเคนยาเป็นประเทศที่ 4 ที่ยืนยันผู้ป่วยโรคจากไวรัสบุนดิบูเกียว ต่อจากคองโกซึ่งกำลังเผชิญการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ยูกันดา และฝรั่งเศส
เส้นทางของผู้ป่วยอีโบลารายแรกในเคนยา
แถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขเคนยาและ WHO สำนักงานภูมิภาคแอฟริกา ลำดับเหตุการณ์ไว้ดังนี้
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| ราว 1 เดือนก่อนแถลง | ผู้ป่วยเริ่มป่วยในคองโก และเข้ารับการรักษาหลายโรงพยาบาลที่นั่น |
| 2 ตุลาคม 2026 | เดินทางทางถนนจาก Beni ในคองโกไปกัมปาลา ยูกันดา |
| 3 ตุลาคม 2026 | ขึ้นเที่ยวบิน Jambojet 8523 ถึงสนามบิน Jomo Kenyatta เวลา 13:10 น. ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล Nairobi Hospital และแยกกักตัว |
| 5 ตุลาคม 2026 | WHO ระบุว่าผู้ป่วยเสียชีวิตในคืนนั้น หลังห้องปฏิบัติการ 2 แห่งยืนยันเชื้อบุนดิบูเกียว |
| 6 ตุลาคม 2026 | ฝังศพตามระเบียบฝังศพอย่างปลอดภัย เคนยาแจ้ง WHO ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR 2005) |
กระทรวงสาธารณสุขเคนยาระบุว่าผู้ป่วยมีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ และมีเลือดออกใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดยา ส่วนแถลงการณ์ฉบับถัดมาของกระทรวงระบุวันเสียชีวิตเป็น 6 ตุลาคม ต่างจาก WHO หนึ่งวัน

การติดตามผู้สัมผัสอีโบลาและมาตรการของเคนยา
แถลงการณ์ฉบับแรกระบุผู้สัมผัส 28 คน ทั้งญาติและบุคลากรการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย และกำลังติดตามผู้โดยสาร 23 คนกับลูกเรือ 4 คนบนเที่ยวบินเดียวกัน ต่อมา Aden Duale รัฐมนตรีสาธารณสุขเคนยา ระบุว่ามีผู้สัมผัสรวม 57 คน กักตัวแล้ว 10 คนที่โรงพยาบาลตำรวจแห่งชาติในไนโรบี และย้ำว่าเคนยา "ไม่ได้มีการระบาดของอีโบลา" เพราะเป็นผู้ป่วยนำเข้าเพียงรายเดียว
- การคัดกรอง ณ 6 ตุลาคม เคนยาคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศแล้ว 652,584 คน ตรวจตัวอย่าง 267 ตัวอย่าง พบผลบวก 1 ตัวอย่าง และอบรมบุคลากรการแพทย์ 4,971 คน
- สนามบิน เพิ่มการคัดกรองที่ Gate 16 โดยเฉพาะผู้โดยสารจากคองโก ยูกันดา แทนซาเนีย เอธิโอเปีย แองโกลา แซมเบีย รวันดา บุรุนดี สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และซูดานใต้
- เตียงแยกโรค สถานพยาบาลที่กำหนด 5 แห่ง รวม Nairobi Hospital ที่มีหน่วยแยกโรค 133 เตียง และมีแผนขยายหน่วยแยกโรคและรักษาจาก 15 เป็น 22 แห่ง
Dr Neema Kimambo ผู้แทน WHO ประจำเคนยา กล่าวกับ UN News ว่า "ไม่กี่วันข้างหน้านี้สำคัญมาก" เพราะต้องหาผู้สัมผัสให้ครบและกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชน WHO ยังระบุว่าตอนนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะที่ได้รับอนุมัติสำหรับโรคนี้ มีเพียงผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิก
การระบาดของอีโบลาในคองโกใหญ่แค่ไหน
ตารางติดตามสถานการณ์ของ WHO ข้อมูล ณ 6 ตุลาคม 2026 ระบุว่าคองโกมีผู้ป่วยยืนยัน 8,728 ราย เสียชีวิต 4,205 ราย อัตราป่วยตายราว 48% และหายป่วย 2,269 ราย ส่วนยูกันดามีผู้ป่วยยืนยัน 20 ราย เสียชีวิต 2 ราย ก่อนประกาศยุติการระบาด และฝรั่งเศสมีผู้ป่วยนำเข้า 1 รายเมื่อเดือนมิถุนายน
รายงานข่าวการระบาดของ WHO เมื่อ 25 กันยายนระบุว่า การระบาดที่เริ่มในเดือนพฤษภาคมครั้งนี้เป็นการระบาดของโรคอีโบลาครั้งใหญ่ที่สุดที่คองโกเคยบันทึก ลามไป 63 เขตสุขภาพใน 7 จังหวัด WHO ประเมินความเสี่ยงในคองโกว่าสูงมาก สูงสำหรับประเทศที่มีพรมแดนติดคองโก และต่ำในระดับโลก

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
ผู้ป่วยอีโบลารายนี้เดินทางข้ามสองพรมแดนและขึ้นเที่ยวบินพาณิชย์ก่อนถูกแยกตัว ทางการเคนยาจึงต้องตามผู้โดยสารและลูกเรือทั้งลำ ไนโรบีเป็นเมืองหลวงของเคนยา และโรคจากเชื้อบุนดิบูเกียวยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับอนุมัติ การหาผู้สัมผัสให้ครบภายในระยะฟักตัว 2–21 วันจึงเป็นมาตรการหลัก อย่างไรก็ตาม WHO ไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้ากับคองโก ยูกันดา หรือเคนยา
ผลต่อไทยและองค์กรไทย
กรมควบคุมโรคของไทยแถลงเมื่อ 4 สิงหาคม 2026 ว่าไทยยังไม่พบผู้ป่วยอีโบลา และประเมินว่าโอกาสที่โรคจะเข้าประเทศยังต่ำ กระทรวงสาธารณสุขประกาศเมื่อ 20 พฤษภาคม 2026ให้คองโกและยูกันดาเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคอีโบลา มีผลตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2026 ผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดต้องผ่านการคัดกรอง และอาจถูกคุมไว้สังเกตอาการ 21 วันตามมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558
- พนักงานที่เดินทางไปแอฟริกาตะวันออกและกลาง ตรวจคำแนะนำล่าสุดของกรมควบคุมโรคก่อนอนุมัติการเดินทาง เลี่ยงพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด และให้พนักงานสังเกตอาการ 21 วันหลังกลับ หากมีไข้ให้พบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง
- ติดตามรายชื่อประเทศเสี่ยงอีโบลา กรมควบคุมโรคระบุว่าคัดกรองผู้เดินทางจากคองโก ยูกันดา และประเทศเสี่ยงตามที่กรมกำหนด องค์กรที่มีผู้มาเยือนจากเคนยาควรติดตามว่ากรมจะปรับรายชื่อหรือไม่
- ประกันและแผนฉุกเฉิน ตรวจว่าประกันเดินทางของพนักงานครอบคลุมการรักษาและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในประเทศที่เดินทางไป
- การค้าและโลจิสติกส์ WHO ไม่แนะนำให้จำกัดการค้ากับประเทศที่พบผู้ป่วย ผู้ส่งออกและนำเข้าที่ค้าขายกับเคนยาควรติดตามประกาศของทางการไทยและเคนยาเป็นหลัก
- ช่องทางข้อมูล สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 และประกาศของกระทรวงสาธารณสุข อ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่หมวดข่าวต่างประเทศ

คำถามที่พบบ่อย
เคนยาพบผู้ป่วยอีโบลาเมื่อไร?
กระทรวงสาธารณสุขเคนยายืนยันผู้ป่วยอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวรายแรกของประเทศ และแจ้งองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อ 6 ตุลาคม 2026 ผู้ป่วยเป็นชาวเคนยาที่ติดเชื้อในคองโกและบินเข้าไนโรบีเมื่อ 3 ตุลาคม ก่อนเสียชีวิตในโรงพยาบาล รัฐมนตรีสาธารณสุขเคนยายืนยันว่าเคนยายังไม่มีการระบาด เพราะเป็นผู้ป่วยนำเข้ารายเดียว
อีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวคืออะไร อันตรายแค่ไหน?
บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งในกลุ่มที่ทำให้เกิดโรคอีโบลา ติดต่อผ่านการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ระยะฟักตัว 2–21 วัน ในการระบาดที่คองโกปี 2026 อัตราป่วยตายราว 48% ตามข้อมูลของ WHO และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะที่ได้รับอนุมัติ
คนไทยที่เดินทางไปแอฟริกาควรทำอย่างไร?
กรมควบคุมโรคแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด หากจำเป็นต้องไป ให้เลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยอีโบลา เลือด ศพ และสัตว์ป่า เมื่อกลับมาให้ปฏิบัติตามมาตรการของเจ้าหน้าที่และสังเกตอาการ 21 วัน หากมีไข้ให้รีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง สอบถามได้ที่สายด่วน 1422
WHO แนะนำให้จำกัดการเดินทางไปเคนยาหรือไม่?
ไม่ WHO ระบุในแถลงการณ์เรื่องผู้ป่วยอีโบลารายแรกของเคนยาว่า จากข้อมูลที่มีในขณะนี้ ไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้ากับคองโก ยูกันดา หรือเคนยา และจะติดตามมาตรการด้านการเดินทางและการค้าของประเทศต่าง ๆ ต่อไป
แหล่งอ้างอิง
- Ebola disease caused by Bundibugyo virus - Democratic Republic of the Congo (Disease Outbreak News, 25 September 2026) — World Health Organization
- Kenya confirms first imported Bundibugyo virus disease case; WHO supports control efforts — WHO Regional Office for Africa
- Daily epidemiological update on acute public health events: Ebola disease (Bundibugyo virus) — World Health Organization
- Kenya races to trace all contacts after first Ebola death, WHO official says — UN News
- กรมควบคุมโรคติดตามสถานการณ์ “อีโบลา” ในดีอาร์คองโก ย้ำไทยยังไม่พบผู้ป่วย พร้อมเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง — สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ