ตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงวัย 18 ถึง 60 ปีขึ้นไป ตรวจอะไร ทุกกี่ปี และใช้สิทธิฟรีที่ไหน
คู่มือตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงวัย 18 ถึง 60 ปีขึ้นไป ตามแนวทางกรมการแพทย์ 2565 พร้อมสิทธิตรวจฟรีของ สปสช. และประกันสังคม 14 รายการ และรายการที่ไม่จำเป็นต้องตรวจ
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 12 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- แนวทางตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ให้วัดความดันโลหิตอย่างน้อยปีละครั้ง ตรวจไขมันในเลือดทุก 5 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปี และตรวจน้ำตาลในเลือดทุก 3 ปี ตั้งแต่อายุ 35 ปี
- ผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT) เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ สปสช. ให้ตรวจฟรีทุกสิทธิที่อายุ 50–70 ปี ทุก 2 ปี ส่วนประกันสังคมให้ตรวจปีละครั้ง
- IARC ประมาณการใน GLOBOCAN 2024 ว่าผู้ชายไทยป่วยมะเร็งรายใหม่ 87,348 ราย ในปี 2024 โดยมะเร็งตับ ปอด และลำไส้ใหญ่เป็น 3 อันดับแรก
- กรมการแพทย์ระบุว่าการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย PSA หรือการตรวจทางทวารหนัก และการเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อหามะเร็งปอด ไม่ได้ประโยชน์ในการตรวจสุขภาพคนทั่วไป
- ผู้ประกันตนมีสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ตามอายุ ส่วนบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. ใช้ได้กับคนไทยทุกสิทธิการรักษา
การตรวจสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้ชายไทยตามแนวทางของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ไม่ใช่การตรวจทุกอย่างทุกปี แต่เริ่มจากวัดความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอวปีละครั้งตั้งแต่อายุ 19 ปี แล้วเพิ่มรายการตามอายุ เช่น ไขมันในเลือดทุก 5 ปีตั้งแต่ 20 ปี น้ำตาลในเลือดทุก 3 ปีตั้งแต่ 35 ปี และตรวจเลือดแฝงในอุจจาระปีละครั้งตั้งแต่ 50 ปี รายการหลักเหล่านี้ตรวจได้ฟรีด้วยสิทธิ สปสช. หรือประกันสังคม
คู่มือนี้แบ่งรายการตามช่วงอายุ 18–29, 30–39, 40–49, 50–59 และ 60 ปีขึ้นไป เทียบแนวทางกรมการแพทย์กับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการของสำนักงานประกันสังคม และคำแนะนำของคณะทำงานบริการป้องกันโรคของสหรัฐฯ (USPSTF) โดยใช้โครงเดียวกับคู่มือตรวจสุขภาพผู้หญิงตามช่วงวัย ข้อมูลมาจากเอกสารและหน้าเว็บของหน่วยงานที่เปิดตรวจเมื่อ 9 ตุลาคม 2026 เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีอาการควรปรึกษาแพทย์
ตรวจสุขภาพผู้ชายต่างจากผู้หญิงตรงไหน
รายการพื้นฐานของผู้ชายและผู้หญิงเกือบเหมือนกัน ที่ต่างคือเกณฑ์บางตัวและโรคที่ต้องเฝ้าระวัง กรมการแพทย์ใช้เกณฑ์รอบเอวของผู้ชายไม่เกิน 90 เซนติเมตร (ผู้หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร) และให้ถามประวัติการเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุของคนในครอบครัวก่อนอายุ 40 ปี เพราะโรคใหลตาย (sudden unexplained death syndrome) พบราว 38 ต่อ 100,000 คนในผู้ชายอายุ 20–49 ปีตามงานวิจัยที่แนวทางอ้างถึง ผู้ชายไม่มีรายการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและการตรวจเต้านมโดยบุคลากร ส่วนการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากแบบตรวจทุกคน แนวทางไทยไม่แนะนำ
ภาพรวมมะเร็งในผู้ชายไทยช่วยอธิบายว่าทำไมรายการเกี่ยวกับตับและลำไส้ใหญ่จึงสำคัญ เอกสารข้อมูลประเทศไทยจากฐานข้อมูล GLOBOCAN 2024 ของทบวงการวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (IARC) ฉบับกันยายน 2026 ประมาณการว่าผู้ชายไทยป่วยมะเร็งรายใหม่ 87,348 รายในปี 2024 มะเร็งตับมากที่สุด 17,976 ราย (20.6%) ตามด้วยมะเร็งปอด 15,199 ราย (17.4%) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 11,269 ราย (12.9%) มะเร็งต่อมลูกหมาก 6,894 ราย (7.9%) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (NHL) 3,348 ราย (3.8%) ในจำนวนนี้ มะเร็งตับมีการตรวจหาปัจจัยเสี่ยงคือไวรัสตับอักเสบบีและซี และมะเร็งลำไส้ใหญ่มีการคัดกรองด้วยการตรวจอุจจาระ ซึ่งทั้งสองอยู่ในสิทธิประโยชน์ของไทยแล้ว

ทุกปีควรตรวจสุขภาพอะไร ไม่ว่าอายุเท่าไร
ตารางที่ 2.1 ของแนวทางกรมการแพทย์กำหนดการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับวัยทำงานอายุ 19–60 ปี โดยเน้นการซักประวัติและตรวจร่างกายมากกว่าการเจาะเลือด
- ซักประวัติ สุขภาพทั่วไป อาชีพ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และใช้สารเสพติดใน 3 เดือนที่ผ่านมา การสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค พฤติกรรมทางเพศและการป้องกัน มะเร็งในครอบครัว และวัคซีนที่ได้รับใน 1 ปีที่ผ่านมา
- วัดความดันโลหิตและคลำชีพจร อย่างน้อยปีละครั้ง (หลักฐานระดับสูงสุด ก1)
- ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย และวัดรอบเอว
- ตรวจร่างกายตามระบบ และตรวจช่องปากและฟันโดยทันตแพทย์หรือทันตาภิบาล
- คัดกรองภาวะซึมเศร้าด้วยแบบคัดกรอง 2 คำถาม (2Q)
ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มสุรา แนวทางให้ประเมินต่อด้วยแบบทดสอบการติดนิโคติน (Fagerstrom) และแบบประเมินปัญหาจากแอลกอฮอล์ (AUDIT) เพื่อวางแผนเลิก สปสช. ระบุว่ามีสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ให้บริการทุกกลุ่มวัย
อายุ 18–29 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร
วัยนี้ยังไม่ต้องเจาะเลือดทุกปี ตารางนี้รวมรายการตรวจสุขภาพเฉพาะช่วงอายุ นอกเหนือจากการตรวจประจำปีในหัวข้อก่อนหน้า
| รายการ | ความถี่ตามกรมการแพทย์ | สิทธิตรวจสุขภาพฟรี |
|---|---|---|
| ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) | 1 ครั้งในช่วงอายุ 19–60 ปี | ประกันสังคม: อายุ 15–34 ปี ตรวจ 1 ครั้ง |
| ไขมันในเลือด (Total cholesterol, HDL) | ทุก 5 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปี | ประกันสังคม: อายุ 20–34 ปี ทุก 5 ปี |
| เอชไอวี | ซักประวัติพฤติกรรมทางเพศทุกปี | สปสช.: ตรวจเลือดคัดกรองเอชไอวีทุกกลุ่มวัย และมีชุดตรวจด้วยตนเอง |
| การได้ยิน (finger rub test) | ไม่ได้กำหนดในวัยนี้ | ประกันสังคม: อายุ 15 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
สปสช. แบ่งกลุ่มวัยต่างจากกรมการแพทย์ คนอายุ 18–24 ปีอยู่ในกลุ่มเด็กโตและวัยรุ่น (6–24 ปี) ซึ่งได้ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจเลือดคัดกรองภาวะซีด และคัดกรองความเสี่ยงจากบุหรี่ สุรา และสารเสพติด ส่วนคนอายุ 25 ปีขึ้นไปอยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่ (25–59 ปี) ซึ่งเพิ่มการตรวจเลือดคัดกรองเบาหวานและการคัดกรองปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
อายุ 30–39 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร
อายุ 35 ปีเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทั้งกรมการแพทย์และประกันสังคมเริ่มรายการเกี่ยวกับเบาหวานและหัวใจที่อายุนี้
| รายการ | ความถี่ตามกรมการแพทย์ | สิทธิตรวจสุขภาพฟรี |
|---|---|---|
| น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (FPG) | ทุก 3 ปี ตั้งแต่อายุ 35 ปี | ประกันสังคม: อายุ 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
| ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ (Thai CV risk score) | อายุ 35–70 ปี | สปสช.: คัดกรองปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด |
| ไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) | ครั้งเดียว เฉพาะผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 | สปสช.: คนละ 1 ครั้งตลอดชีวิต ทุกสิทธิ |
| ไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV) | เฉพาะกลุ่มเสี่ยง | สปสช.: กลุ่มเสี่ยง ปีละครั้ง |
ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) คือผู้ที่อายุราว 34 ปีขึ้นไปในปี 2026 กลุ่มเสี่ยงไวรัสตับอักเสบซีตามแนวทางกรมการแพทย์ ได้แก่ ผู้ที่เคยใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ผู้ที่เคยสักหรือเจาะผิวหนังในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล ผู้ต้องขังหรือเคยต้องขัง และคู่ของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ส่วนสิทธิตรวจฟรีของ สปสช. ครอบคลุมผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย และบุคลากรทางการแพทย์
อายุ 40–49 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร
วัยนี้เพิ่มการตรวจตาและช่องปาก และยังตรวจน้ำตาลกับไขมันตามรอบเดิม
| รายการ | ความถี่ตามกรมการแพทย์ | สิทธิตรวจสุขภาพฟรี |
|---|---|---|
| ตรวจตาโดยทีมจักษุแพทย์ | ทุก 2 ปี อายุ 40–60 ปี | ประกันสังคม: อายุ 40–54 ปี ทุก 2 ปี (Snellen eye chart และวัดความดันลูกตา) |
| คัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งช่องปาก | ปีละครั้ง ตั้งแต่อายุ 40 ปี | สปสช.: ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปาก |
| ไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV) | กลุ่มเสี่ยง อายุ 40–60 ปี ตรวจ 1 ครั้ง | สปสช.: กลุ่มเสี่ยง ปีละครั้ง |
| น้ำตาลและไขมันในเลือด | ทุก 3 ปี และทุก 5 ปีตามเดิม | ประกันสังคม: อายุ 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
USPSTF ของสหรัฐฯ ให้เริ่มคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 45 ปี (คำแนะนำปี 2021) เร็วกว่าแนวทางไทยที่เริ่ม 50 ปี ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องอายุที่เหมาะสม

อายุ 50–59 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร
อายุ 50 ปีเริ่มการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่ง GLOBOCAN 2024 จัดเป็นมะเร็งอันดับ 3 ของผู้ชายไทย แนวทางกรมการแพทย์ให้เหตุผลว่าอุบัติการณ์ตามอายุในช่วง 50–54 ปีอยู่ที่ 58.4 ต่อ 100,000 คน เทียบกับ 31.4 ต่อ 100,000 คนในช่วง 45–49 ปี
| รายการ | ความถี่ตามกรมการแพทย์ | สิทธิตรวจสุขภาพฟรี |
|---|---|---|
| ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (แนะนำ FIT) | ปีละครั้ง ตั้งแต่อายุ 50 ปี | สปสช.: อายุ 50–70 ปี ทุก 2 ปี ทุกสิทธิ / ประกันสังคม: อายุ 50 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
| ตรวจตา | ทุก 2 ปีตามเดิม | ประกันสังคม: อายุ 55 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง |
| มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) | ไม่แนะนำให้คัดกรองทั่วไป | ไม่มีในรายการสิทธิตรวจสุขภาพของทั้งสองระบบ |
เรื่องมะเร็งต่อมลูกหมาก USPSTF ให้ผู้ชายอายุ 55–69 ปีตัดสินใจเรื่องการตรวจ PSA เป็นรายบุคคลหลังคุยกับแพทย์ถึงประโยชน์และผลเสีย และไม่แนะนำในผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไป (คำแนะนำปี 2018) แนวทางไทยไม่แนะนำการคัดกรองแบบเหมารวม
อายุ 60 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพอะไร
ตั้งแต่อายุ 60 ปี แนวทางกรมการแพทย์เปลี่ยนเป็นชุดตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งเน้นการประเมินความสามารถในการใช้ชีวิตควบคู่กับการตรวจเลือด
- ทุกปี ตรวจเม็ดเลือด (CBC) น้ำตาลในเลือด ค่าการทำงานของไต (creatinine) ปัสสาวะ และตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ
- ไขมันในเลือด ทุก 5 ปีในช่วงอายุ 60–75 ปี หลัง 75 ปีไม่จำเป็นต้องตรวจถ้าไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ตา ตรวจโดยทีมจักษุแพทย์ทุก 2–4 ปีที่อายุ 60–64 ปี และทุก 1–2 ปีตั้งแต่ 65 ปี พร้อมวัดสายตาด้วย Snellen eye chart และตรวจการได้ยินด้วย finger rub test ทุกปี
- การทรงตัวและการหกล้ม ด้วย Timed Up and Go Test (TUG)
- แบบประเมิน ภาวะโภชนาการ (MNA) ความเสี่ยงกระดูกพรุน (OSTA หรือ Thai FRAX) สมรรถภาพสมอง (Mini-Cog) ภาวะซึมเศร้า และกิจวัตรประจำวัน (Barthel ADL)
สปสช. ให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับการประเมินกิจวัตรประจำวัน วัดดัชนีมวลกายและความดันโลหิต ตรวจเลือดคัดกรองเบาหวาน คัดกรองโรคซึมเศร้า และวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก ส่วนผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเป็น 1 ใน 7 กลุ่มเสี่ยงที่รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลฟรีในช่วงรณรงค์พฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี
แนวทางไทย ประกันสังคม และ USPSTF ต่างกันตรงไหน
แนวทางของกรมการแพทย์คือคำแนะนำทางวิชาการ ส่วนสิทธิประกันสังคมคือรายการที่กองทุนจ่ายให้ ทั้งสองจึงไม่ตรงกันทุกข้อ ตารางนี้เทียบรายการที่ต่างกันชัดที่สุด
| รายการ | กรมการแพทย์ 2565 | ประกันสังคม 14 รายการ | USPSTF |
|---|---|---|---|
| น้ำตาลในเลือด | 35 ปีขึ้นไป ทุก 3 ปี | 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง | 35–70 ปีที่น้ำหนักเกินหรืออ้วน |
| ไขมันในเลือด | 20 ปีขึ้นไป ทุก 5 ปี | 20–34 ปี ทุก 5 ปี, 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง | ไม่มีในรายการ A/B |
| ไตและปัสสาวะ | ตั้งแต่ 60 ปี ปีละครั้ง | 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง | ไม่มีในรายการ A/B |
| เอกซเรย์ทรวงอก | เฉพาะกลุ่มเสี่ยงวัณโรค | 15 ปีขึ้นไป ทุก 3 ปี | CT ปริมาณรังสีต่ำ อายุ 50–80 ปีที่สูบบุหรี่ 20 pack-year |
| ไวรัสตับอักเสบซี | เฉพาะกลุ่มเสี่ยง | ไม่มี | ผู้ใหญ่อายุ 18–79 ปี |
| มะเร็งลำไส้ใหญ่ | 50 ปีขึ้นไป | 50 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง | 45–75 ปี |
USPSTF ยังแนะนำให้ผู้ชายอายุ 65–75 ปีที่เคยสูบบุหรี่ตรวจคัดกรองหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ซึ่งไม่มีในแนวทางไทย การตรวจถี่กว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป ผู้ที่ได้ผลปกติต่อเนื่องสามารถถามแพทย์ว่ารายการใดเว้นช่วงได้
รายการตรวจสุขภาพที่แนวทางไทยระบุว่าไม่จำเป็น
ภาคผนวก ก ของแนวทางกรมการแพทย์รวบรวม "รายการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีหลักฐานไม่สนับสนุนในการตรวจสุขภาพประชาชน" ไว้ 5 รายการ ซึ่งมักพบในแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั่วไป
- เอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองมะเร็งปอด งานทบทวนของ Cochrane พบว่าไม่ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดหลังติดตาม 13 ปี ทั้งในผู้ที่สูบและไม่สูบบุหรี่ (หลักฐานระดับ ก1)
- คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการตรวจทางทวารหนักหรือ PSA ซึ่งเป็นสารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker) ไม่ลดการเสียชีวิต ไม่ว่าจะเริ่มที่อายุ 45, 50 หรือ 55 ปี (ก1)
- กรดยูริกในเลือด ผู้ที่ค่าสูงแต่ไม่มีอาการราว 2 ใน 3 ไม่เป็นโรคเกาต์หรือนิ่ว และการให้ยาโดยไม่จำเป็นมีความเสี่ยงแพ้ยารุนแรง
- BUN การคัดกรองโรคไตใช้ค่า eGFR ที่คำนวณจาก creatinine ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
- เอนไซม์ตับ (SGOT, SGPT, ALP) ยังไม่พบประโยชน์ในการคัดกรองคนปกติ

ใช้สิทธิตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ไหน
สปสช. (คนไทยทุกสิทธิ) บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นของคนไทยทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะบัตรทอง เช็กสิทธิของตัวเองได้ในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือเว็บไซต์ ppplatform.nhso.go.th และสายด่วน 1330 การตรวจบางรายการไปที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่นได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ได้แก่ ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ ไวรัสตับอักเสบบีและซี และชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีประวัติเสี่ยง เช่น เคยกินปลาน้ำจืดสุก ๆ ดิบ ๆ ยังตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับด้วยปัสสาวะได้ฟรีปีงบประมาณละครั้ง ที่ร้านยา คลินิก หรือคลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ร่วมโครงการ (อ่านเรื่องงบสร้างเสริมสุขภาพที่บอร์ด สปสช. เห็นชอบสำหรับปีงบประมาณ 2570)
ประกันสังคม (มาตรา 33 และ 39) ผู้ประกันตนตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการตามอายุที่สถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการ ตรวจรายชื่อได้ที่ sso.go.th และควรโทรถามสถานพยาบาลก่อนไป สิทธิกรณีเจ็บป่วยของสำนักงานประกันสังคมกำหนดว่าต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนรับบริการ สอบถามได้ที่สายด่วน 1506

ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล
ฝ่ายบุคคลที่จัดตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงานใช้แนวทางนี้ทบทวนแพ็กเกจได้สามเรื่อง
- ตัดรายการที่หลักฐานไม่สนับสนุน เช่น เอกซเรย์ทรวงอกเพื่อหามะเร็งปอด PSA ในผู้ชายทุกคน กรดยูริก BUN และเอนไซม์ตับ แล้วนำงบไปใช้กับรายการตามอายุ
- แยกการตรวจตามความเสี่ยงจากงาน แนวทางกรมการแพทย์ให้การตรวจคัดกรองทางอาชีวอนามัยทำตามปัจจัยเสี่ยงของงานแต่ละประเภท ไม่ใช่ชุดเดียวกันทั้งบริษัท
- ใช้สิทธิที่พนักงานมีอยู่แล้ว ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ใช้สิทธิตรวจ 14 รายการได้ และทุกคนใช้บริการป้องกันโรคของ สปสช. ได้ เช่น ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระสำหรับพนักงานอายุ 50 ปีขึ้นไป
เมื่อไรควรพบแพทย์
แนวทางกรมการแพทย์นิยามการตรวจสุขภาพว่าเป็นการตรวจผู้ที่ไม่มีอาการ ผู้ที่มีอาการผิดปกติหรือมีโรคเรื้อรังอยู่แล้วจึงควรพบแพทย์โดยตรง ไม่ต้องรอรอบตรวจประจำปี กรณีต่อไปนี้ควรพบแพทย์เพื่อประเมินต่อ
- ผลตรวจเข้าเกณฑ์ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ตามเกณฑ์ที่แนวทางอ้าง คือมีอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ รอบเอวผู้ชายเกิน 90 เซนติเมตร ไตรกลีเซอไรด์ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร HDL ต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ความดันโลหิตตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอท และน้ำตาลขณะอดอาหารตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
- ผลตรวจเลือดแฝงในอุจจาระผิดปกติ USPSTF ระบุว่าต้องตามด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) จึงจะได้ประโยชน์จากการคัดกรอง
- มีคนในครอบครัวเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุก่อนอายุ 40 ปี แนวทางแนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคใหลตายเพิ่มเติม
- ตอบ "ใช่" ในแบบคัดกรองซึมเศร้า 2 คำถาม แนวทางให้ประเมินต่อด้วยแบบประเมิน 9 คำถาม
สิ่งที่ควรทำ
- เช็กสิทธิก่อนจ่ายเงินเอง ดูสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรคในแอปเป๋าตัง และถ้าเป็นผู้ประกันตน ตรวจรายชื่อสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ 14 รายการ
- เตรียมข้อมูลไปวันตรวจสุขภาพ ปีเกิด (ก่อนหรือหลัง พ.ศ. 2535) ประวัติมะเร็งและการเสียชีวิตเฉียบพลันในครอบครัว การสูบบุหรี่ และผลตรวจครั้งก่อน
- เลือกรายการตามอายุ ไม่ใช่ตรวจทุกอย่าง ถามแพทย์ก่อนตรวจ PSA หรือเอกซเรย์ทรวงอกว่าจำเป็นสำหรับตัวเองหรือไม่
- ถึงอายุ 50 ปีให้เริ่มตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ และไปส่องกล้องต่อเมื่อผลผิดปกติ
- ตรวจสุขภาพซ้ำตามรอบ ความดันโลหิตปีละครั้ง น้ำตาลทุก 3 ปี ไขมันทุก 5 ปี และเพิ่มความถี่เมื่อแพทย์แนะนำ
ติดตามความรู้เรื่องการตรวจคัดกรองและโรคที่พบบ่อยในผู้ชายได้ที่หมวดสุขภาพผู้ชาย
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ชายควรตรวจสุขภาพอะไรบ้างตามช่วงวัย?
แนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ให้ผู้ชายทุกวัยวัดความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอวปีละครั้ง ตรวจเม็ดเลือด (CBC) 1 ครั้งในวัยทำงาน ตรวจไขมันในเลือดทุก 5 ปีตั้งแต่ 20 ปี ตรวจน้ำตาลทุก 3 ปีตั้งแต่ 35 ปี ตรวจตาทุก 2 ปีตั้งแต่ 40 ปี ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระปีละครั้งตั้งแต่ 50 ปี และตั้งแต่ 60 ปีเพิ่มการตรวจไต ปัสสาวะ การได้ยิน การทรงตัว และความจำทุกปี
ตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ไหน ใช้สิทธิอะไรได้บ้าง?
คนไทยทุกสิทธิใช้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. ได้ เช็กสิทธิในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือโทร 1330 บางรายการตรวจได้ที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ร่วมโครงการโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ผู้ประกันตนประกันสังคมตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการตามอายุที่สถานพยาบาลร่วมโครงการ สอบถามได้ที่สายด่วน 1506
ผู้ชายควรตรวจ PSA หามะเร็งต่อมลูกหมากทุกปีหรือไม่?
แนวทางของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 จัดการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการตรวจ PSA หรือการตรวจทางทวารหนักไว้ในรายการที่หลักฐานไม่สนับสนุน เพราะไม่ลดอัตราการเสียชีวิต ส่วน USPSTF ของสหรัฐฯ ให้ผู้ชายอายุ 55–69 ปีตัดสินใจรายบุคคลหลังคุยกับแพทย์ และไม่แนะนำในผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีอาการทางปัสสาวะควรพบแพทย์
ควรเอกซเรย์ปอดในการตรวจสุขภาพประจำปีหรือไม่?
กรมการแพทย์ระบุว่าการเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองมะเร็งปอดในการตรวจสุขภาพทั่วไปไม่ได้ประโยชน์ เพราะงานทบทวนของ Cochrane ไม่พบว่าลดการเสียชีวิตจากมะเร็งปอด แนวทางให้เอกซเรย์เฉพาะกลุ่มเสี่ยงวัณโรค เช่น ผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรค อย่างไรก็ตาม สิทธิประกันสังคมยังเปิดให้ผู้ประกันตนอายุ 15 ปีขึ้นไปเอกซเรย์ทรวงอกได้ทุก 3 ปี
ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT) ควรเริ่มอายุเท่าไร?
แนวทางของกรมการแพทย์ให้เริ่มตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ โดยแนะนำวิธี FIT ตั้งแต่อายุ 50 ปี ปีละครั้ง สปสช. ให้ตรวจฟรีที่อายุ 50–70 ปี ทุก 2 ปี ประกันสังคมให้ผู้ประกันตนอายุ 50 ปีขึ้นไปตรวจปีละครั้ง ส่วน USPSTF ของสหรัฐฯ แนะนำให้เริ่มตั้งแต่อายุ 45 ปี ผลที่ผิดปกติต้องตรวจต่อด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง 2565 — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
- สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
- คลินิกเทคนิคการแพทย์ (Lab Anywhere) — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
- Health Check ชวนผู้ประกันตนใช้สิทธิ ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ — สำนักงานประกันสังคม
- GLOBOCAN 2024: Thailand fact sheet — International Agency for Research on Cancer (IARC)
- USPSTF A and B Recommendations — U.S. Preventive Services Task Force
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา132
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ