ข้ามไปยังเนื้อหา
Healthคู่มือ

ตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงวัย 18 ถึง 60 ปีขึ้นไป ตรวจอะไร ทุกกี่ปี และใช้สิทธิฟรีที่ไหน

คู่มือตรวจสุขภาพผู้ชายตามช่วงวัย 18 ถึง 60 ปีขึ้นไป ตามแนวทางกรมการแพทย์ 2565 พร้อมสิทธิตรวจฟรีของ สปสช. และประกันสังคม 14 รายการ และรายการที่ไม่จำเป็นต้องตรวจ

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 12 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
อินโฟกราฟิกของ สปสช. สรุปบริการตรวจสุขภาพ สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพื่อคนไทยทุกคน แยกตามกลุ่มวัย ตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก เด็กโตและวัยรุ่น ผู้ใหญ่ 25–59 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
ภาพ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • แนวทางตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ให้วัดความดันโลหิตอย่างน้อยปีละครั้ง ตรวจไขมันในเลือดทุก 5 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปี และตรวจน้ำตาลในเลือดทุก 3 ปี ตั้งแต่อายุ 35 ปี
  • ผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT) เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ สปสช. ให้ตรวจฟรีทุกสิทธิที่อายุ 50–70 ปี ทุก 2 ปี ส่วนประกันสังคมให้ตรวจปีละครั้ง
  • IARC ประมาณการใน GLOBOCAN 2024 ว่าผู้ชายไทยป่วยมะเร็งรายใหม่ 87,348 ราย ในปี 2024 โดยมะเร็งตับ ปอด และลำไส้ใหญ่เป็น 3 อันดับแรก
  • กรมการแพทย์ระบุว่าการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย PSA หรือการตรวจทางทวารหนัก และการเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อหามะเร็งปอด ไม่ได้ประโยชน์ในการตรวจสุขภาพคนทั่วไป
  • ผู้ประกันตนมีสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ตามอายุ ส่วนบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. ใช้ได้กับคนไทยทุกสิทธิการรักษา

การตรวจสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้ชายไทยตามแนวทางของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ไม่ใช่การตรวจทุกอย่างทุกปี แต่เริ่มจากวัดความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอวปีละครั้งตั้งแต่อายุ 19 ปี แล้วเพิ่มรายการตามอายุ เช่น ไขมันในเลือดทุก 5 ปีตั้งแต่ 20 ปี น้ำตาลในเลือดทุก 3 ปีตั้งแต่ 35 ปี และตรวจเลือดแฝงในอุจจาระปีละครั้งตั้งแต่ 50 ปี รายการหลักเหล่านี้ตรวจได้ฟรีด้วยสิทธิ สปสช. หรือประกันสังคม

คู่มือนี้แบ่งรายการตามช่วงอายุ 18–29, 30–39, 40–49, 50–59 และ 60 ปีขึ้นไป เทียบแนวทางกรมการแพทย์กับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการของสำนักงานประกันสังคม และคำแนะนำของคณะทำงานบริการป้องกันโรคของสหรัฐฯ (USPSTF) โดยใช้โครงเดียวกับคู่มือตรวจสุขภาพผู้หญิงตามช่วงวัย ข้อมูลมาจากเอกสารและหน้าเว็บของหน่วยงานที่เปิดตรวจเมื่อ 9 ตุลาคม 2026 เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีอาการควรปรึกษาแพทย์

ตรวจสุขภาพผู้ชายต่างจากผู้หญิงตรงไหน

รายการพื้นฐานของผู้ชายและผู้หญิงเกือบเหมือนกัน ที่ต่างคือเกณฑ์บางตัวและโรคที่ต้องเฝ้าระวัง กรมการแพทย์ใช้เกณฑ์รอบเอวของผู้ชายไม่เกิน 90 เซนติเมตร (ผู้หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร) และให้ถามประวัติการเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุของคนในครอบครัวก่อนอายุ 40 ปี เพราะโรคใหลตาย (sudden unexplained death syndrome) พบราว 38 ต่อ 100,000 คนในผู้ชายอายุ 20–49 ปีตามงานวิจัยที่แนวทางอ้างถึง ผู้ชายไม่มีรายการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและการตรวจเต้านมโดยบุคลากร ส่วนการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากแบบตรวจทุกคน แนวทางไทยไม่แนะนำ

ภาพรวมมะเร็งในผู้ชายไทยช่วยอธิบายว่าทำไมรายการเกี่ยวกับตับและลำไส้ใหญ่จึงสำคัญ เอกสารข้อมูลประเทศไทยจากฐานข้อมูล GLOBOCAN 2024 ของทบวงการวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (IARC) ฉบับกันยายน 2026 ประมาณการว่าผู้ชายไทยป่วยมะเร็งรายใหม่ 87,348 รายในปี 2024 มะเร็งตับมากที่สุด 17,976 ราย (20.6%) ตามด้วยมะเร็งปอด 15,199 ราย (17.4%) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 11,269 ราย (12.9%) มะเร็งต่อมลูกหมาก 6,894 ราย (7.9%) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (NHL) 3,348 ราย (3.8%) ในจำนวนนี้ มะเร็งตับมีการตรวจหาปัจจัยเสี่ยงคือไวรัสตับอักเสบบีและซี และมะเร็งลำไส้ใหญ่มีการคัดกรองด้วยการตรวจอุจจาระ ซึ่งทั้งสองอยู่ในสิทธิประโยชน์ของไทยแล้ว

กราฟแท่งจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพศชายในไทยปี 2024 ตาม GLOBOCAN 2024: มะเร็งตับ 17,976 ราย มะเร็งปอด 15,199 ราย มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 11,269 ราย มะเร็งต่อมลูกหมาก 6,894 ราย และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน 3,348 ราย ข้อมูลประกอบการตรวจสุขภาพผู้ชาย
มะเร็งตับ ปอด และลำไส้ใหญ่คือมะเร็งที่ผู้ชายไทยป่วยมากที่สุดตามประมาณการ GLOBOCAN 2024 สองในสามโรคนี้มีการตรวจคัดกรองในสิทธิประโยชน์ของไทย ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: IARC GLOBOCAN 2024)

ทุกปีควรตรวจสุขภาพอะไร ไม่ว่าอายุเท่าไร

ตารางที่ 2.1 ของแนวทางกรมการแพทย์กำหนดการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับวัยทำงานอายุ 19–60 ปี โดยเน้นการซักประวัติและตรวจร่างกายมากกว่าการเจาะเลือด

  • ซักประวัติ สุขภาพทั่วไป อาชีพ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และใช้สารเสพติดใน 3 เดือนที่ผ่านมา การสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค พฤติกรรมทางเพศและการป้องกัน มะเร็งในครอบครัว และวัคซีนที่ได้รับใน 1 ปีที่ผ่านมา
  • วัดความดันโลหิตและคลำชีพจร อย่างน้อยปีละครั้ง (หลักฐานระดับสูงสุด ก1)
  • ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย และวัดรอบเอว
  • ตรวจร่างกายตามระบบ และตรวจช่องปากและฟันโดยทันตแพทย์หรือทันตาภิบาล
  • คัดกรองภาวะซึมเศร้าด้วยแบบคัดกรอง 2 คำถาม (2Q)

ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มสุรา แนวทางให้ประเมินต่อด้วยแบบทดสอบการติดนิโคติน (Fagerstrom) และแบบประเมินปัญหาจากแอลกอฮอล์ (AUDIT) เพื่อวางแผนเลิก สปสช. ระบุว่ามีสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ให้บริการทุกกลุ่มวัย

อายุ 18–29 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร

วัยนี้ยังไม่ต้องเจาะเลือดทุกปี ตารางนี้รวมรายการตรวจสุขภาพเฉพาะช่วงอายุ นอกเหนือจากการตรวจประจำปีในหัวข้อก่อนหน้า

รายการ ความถี่ตามกรมการแพทย์ สิทธิตรวจสุขภาพฟรี
ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) 1 ครั้งในช่วงอายุ 19–60 ปี ประกันสังคม: อายุ 15–34 ปี ตรวจ 1 ครั้ง
ไขมันในเลือด (Total cholesterol, HDL) ทุก 5 ปี ตั้งแต่อายุ 20 ปี ประกันสังคม: อายุ 20–34 ปี ทุก 5 ปี
เอชไอวี ซักประวัติพฤติกรรมทางเพศทุกปี สปสช.: ตรวจเลือดคัดกรองเอชไอวีทุกกลุ่มวัย และมีชุดตรวจด้วยตนเอง
การได้ยิน (finger rub test) ไม่ได้กำหนดในวัยนี้ ประกันสังคม: อายุ 15 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง

สปสช. แบ่งกลุ่มวัยต่างจากกรมการแพทย์ คนอายุ 18–24 ปีอยู่ในกลุ่มเด็กโตและวัยรุ่น (6–24 ปี) ซึ่งได้ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจเลือดคัดกรองภาวะซีด และคัดกรองความเสี่ยงจากบุหรี่ สุรา และสารเสพติด ส่วนคนอายุ 25 ปีขึ้นไปอยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่ (25–59 ปี) ซึ่งเพิ่มการตรวจเลือดคัดกรองเบาหวานและการคัดกรองปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

อายุ 30–39 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร

อายุ 35 ปีเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทั้งกรมการแพทย์และประกันสังคมเริ่มรายการเกี่ยวกับเบาหวานและหัวใจที่อายุนี้

รายการ ความถี่ตามกรมการแพทย์ สิทธิตรวจสุขภาพฟรี
น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (FPG) ทุก 3 ปี ตั้งแต่อายุ 35 ปี ประกันสังคม: อายุ 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง
ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ (Thai CV risk score) อายุ 35–70 ปี สปสช.: คัดกรองปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
ไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) ครั้งเดียว เฉพาะผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 สปสช.: คนละ 1 ครั้งตลอดชีวิต ทุกสิทธิ
ไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV) เฉพาะกลุ่มเสี่ยง สปสช.: กลุ่มเสี่ยง ปีละครั้ง

ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) คือผู้ที่อายุราว 34 ปีขึ้นไปในปี 2026 กลุ่มเสี่ยงไวรัสตับอักเสบซีตามแนวทางกรมการแพทย์ ได้แก่ ผู้ที่เคยใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ผู้ที่เคยสักหรือเจาะผิวหนังในสถานที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล ผู้ต้องขังหรือเคยต้องขัง และคู่ของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ส่วนสิทธิตรวจฟรีของ สปสช. ครอบคลุมผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย และบุคลากรทางการแพทย์

อายุ 40–49 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร

วัยนี้เพิ่มการตรวจตาและช่องปาก และยังตรวจน้ำตาลกับไขมันตามรอบเดิม

รายการ ความถี่ตามกรมการแพทย์ สิทธิตรวจสุขภาพฟรี
ตรวจตาโดยทีมจักษุแพทย์ ทุก 2 ปี อายุ 40–60 ปี ประกันสังคม: อายุ 40–54 ปี ทุก 2 ปี (Snellen eye chart และวัดความดันลูกตา)
คัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งช่องปาก ปีละครั้ง ตั้งแต่อายุ 40 ปี สปสช.: ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปาก
ไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV) กลุ่มเสี่ยง อายุ 40–60 ปี ตรวจ 1 ครั้ง สปสช.: กลุ่มเสี่ยง ปีละครั้ง
น้ำตาลและไขมันในเลือด ทุก 3 ปี และทุก 5 ปีตามเดิม ประกันสังคม: อายุ 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง

USPSTF ของสหรัฐฯ ให้เริ่มคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 45 ปี (คำแนะนำปี 2021) เร็วกว่าแนวทางไทยที่เริ่ม 50 ปี ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องอายุที่เหมาะสม

ตารางที่ 2.2 ของแนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสม ฉบับปรับปรุง 2565 แสดงการตรวจทางห้องปฏิบัติการสำหรับวัยทำงานอายุ 19–60 ปี เช่น CBC น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด FIT HBsAg และ Anti HCV พร้อมอายุและความถี่
ตารางการตรวจทางห้องปฏิบัติการสำหรับวัยทำงานอายุ 19–60 ปีของกรมการแพทย์ ระบุรายการ ภาวะที่คัดกรอง อายุ และความถี่ของการตรวจแต่ละรายการ ภาพ: กรมการแพทย์ (ภาพหน้าจอ)

อายุ 50–59 ปี ควรตรวจสุขภาพอะไร

อายุ 50 ปีเริ่มการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่ง GLOBOCAN 2024 จัดเป็นมะเร็งอันดับ 3 ของผู้ชายไทย แนวทางกรมการแพทย์ให้เหตุผลว่าอุบัติการณ์ตามอายุในช่วง 50–54 ปีอยู่ที่ 58.4 ต่อ 100,000 คน เทียบกับ 31.4 ต่อ 100,000 คนในช่วง 45–49 ปี

รายการ ความถี่ตามกรมการแพทย์ สิทธิตรวจสุขภาพฟรี
ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (แนะนำ FIT) ปีละครั้ง ตั้งแต่อายุ 50 ปี สปสช.: อายุ 50–70 ปี ทุก 2 ปี ทุกสิทธิ / ประกันสังคม: อายุ 50 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง
ตรวจตา ทุก 2 ปีตามเดิม ประกันสังคม: อายุ 55 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง
มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) ไม่แนะนำให้คัดกรองทั่วไป ไม่มีในรายการสิทธิตรวจสุขภาพของทั้งสองระบบ

เรื่องมะเร็งต่อมลูกหมาก USPSTF ให้ผู้ชายอายุ 55–69 ปีตัดสินใจเรื่องการตรวจ PSA เป็นรายบุคคลหลังคุยกับแพทย์ถึงประโยชน์และผลเสีย และไม่แนะนำในผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไป (คำแนะนำปี 2018) แนวทางไทยไม่แนะนำการคัดกรองแบบเหมารวม

อายุ 60 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพอะไร

ตั้งแต่อายุ 60 ปี แนวทางกรมการแพทย์เปลี่ยนเป็นชุดตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งเน้นการประเมินความสามารถในการใช้ชีวิตควบคู่กับการตรวจเลือด

  • ทุกปี ตรวจเม็ดเลือด (CBC) น้ำตาลในเลือด ค่าการทำงานของไต (creatinine) ปัสสาวะ และตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ
  • ไขมันในเลือด ทุก 5 ปีในช่วงอายุ 60–75 ปี หลัง 75 ปีไม่จำเป็นต้องตรวจถ้าไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ตา ตรวจโดยทีมจักษุแพทย์ทุก 2–4 ปีที่อายุ 60–64 ปี และทุก 1–2 ปีตั้งแต่ 65 ปี พร้อมวัดสายตาด้วย Snellen eye chart และตรวจการได้ยินด้วย finger rub test ทุกปี
  • การทรงตัวและการหกล้ม ด้วย Timed Up and Go Test (TUG)
  • แบบประเมิน ภาวะโภชนาการ (MNA) ความเสี่ยงกระดูกพรุน (OSTA หรือ Thai FRAX) สมรรถภาพสมอง (Mini-Cog) ภาวะซึมเศร้า และกิจวัตรประจำวัน (Barthel ADL)

สปสช. ให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับการประเมินกิจวัตรประจำวัน วัดดัชนีมวลกายและความดันโลหิต ตรวจเลือดคัดกรองเบาหวาน คัดกรองโรคซึมเศร้า และวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก ส่วนผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเป็น 1 ใน 7 กลุ่มเสี่ยงที่รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลฟรีในช่วงรณรงค์พฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี

แนวทางไทย ประกันสังคม และ USPSTF ต่างกันตรงไหน

แนวทางของกรมการแพทย์คือคำแนะนำทางวิชาการ ส่วนสิทธิประกันสังคมคือรายการที่กองทุนจ่ายให้ ทั้งสองจึงไม่ตรงกันทุกข้อ ตารางนี้เทียบรายการที่ต่างกันชัดที่สุด

รายการ กรมการแพทย์ 2565 ประกันสังคม 14 รายการ USPSTF
น้ำตาลในเลือด 35 ปีขึ้นไป ทุก 3 ปี 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง 35–70 ปีที่น้ำหนักเกินหรืออ้วน
ไขมันในเลือด 20 ปีขึ้นไป ทุก 5 ปี 20–34 ปี ทุก 5 ปี, 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง ไม่มีในรายการ A/B
ไตและปัสสาวะ ตั้งแต่ 60 ปี ปีละครั้ง 35 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง ไม่มีในรายการ A/B
เอกซเรย์ทรวงอก เฉพาะกลุ่มเสี่ยงวัณโรค 15 ปีขึ้นไป ทุก 3 ปี CT ปริมาณรังสีต่ำ อายุ 50–80 ปีที่สูบบุหรี่ 20 pack-year
ไวรัสตับอักเสบซี เฉพาะกลุ่มเสี่ยง ไม่มี ผู้ใหญ่อายุ 18–79 ปี
มะเร็งลำไส้ใหญ่ 50 ปีขึ้นไป 50 ปีขึ้นไป ปีละครั้ง 45–75 ปี

USPSTF ยังแนะนำให้ผู้ชายอายุ 65–75 ปีที่เคยสูบบุหรี่ตรวจคัดกรองหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ซึ่งไม่มีในแนวทางไทย การตรวจถี่กว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป ผู้ที่ได้ผลปกติต่อเนื่องสามารถถามแพทย์ว่ารายการใดเว้นช่วงได้

รายการตรวจสุขภาพที่แนวทางไทยระบุว่าไม่จำเป็น

ภาคผนวก ก ของแนวทางกรมการแพทย์รวบรวม "รายการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีหลักฐานไม่สนับสนุนในการตรวจสุขภาพประชาชน" ไว้ 5 รายการ ซึ่งมักพบในแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั่วไป

  1. เอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองมะเร็งปอด งานทบทวนของ Cochrane พบว่าไม่ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดหลังติดตาม 13 ปี ทั้งในผู้ที่สูบและไม่สูบบุหรี่ (หลักฐานระดับ ก1)
  2. คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการตรวจทางทวารหนักหรือ PSA ซึ่งเป็นสารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker) ไม่ลดการเสียชีวิต ไม่ว่าจะเริ่มที่อายุ 45, 50 หรือ 55 ปี (ก1)
  3. กรดยูริกในเลือด ผู้ที่ค่าสูงแต่ไม่มีอาการราว 2 ใน 3 ไม่เป็นโรคเกาต์หรือนิ่ว และการให้ยาโดยไม่จำเป็นมีความเสี่ยงแพ้ยารุนแรง
  4. BUN การคัดกรองโรคไตใช้ค่า eGFR ที่คำนวณจาก creatinine ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
  5. เอนไซม์ตับ (SGOT, SGPT, ALP) ยังไม่พบประโยชน์ในการคัดกรองคนปกติ
ภาคผนวก ก ของแนวทางการตรวจสุขภาพกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 รายการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่หลักฐานไม่สนับสนุน ได้แก่ เอกซเรย์ทรวงอก คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก กรดยูริก BUN และเอนไซม์ตับ
ภาคผนวก ก ของแนวทางการตรวจสุขภาพกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ระบุการเอกซเรย์ทรวงอก การคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก กรดยูริก BUN และเอนไซม์ตับว่าหลักฐานไม่สนับสนุนในการตรวจสุขภาพประชาชน ภาพ: กรมการแพทย์ (ภาพหน้าจอ)

ใช้สิทธิตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ไหน

สปสช. (คนไทยทุกสิทธิ) บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นของคนไทยทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะบัตรทอง เช็กสิทธิของตัวเองได้ในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือเว็บไซต์ ppplatform.nhso.go.th และสายด่วน 1330 การตรวจบางรายการไปที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่นได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ได้แก่ ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ ไวรัสตับอักเสบบีและซี และชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีประวัติเสี่ยง เช่น เคยกินปลาน้ำจืดสุก ๆ ดิบ ๆ ยังตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับด้วยปัสสาวะได้ฟรีปีงบประมาณละครั้ง ที่ร้านยา คลินิก หรือคลินิกเทคนิคการแพทย์ที่ร่วมโครงการ (อ่านเรื่องงบสร้างเสริมสุขภาพที่บอร์ด สปสช. เห็นชอบสำหรับปีงบประมาณ 2570)

ประกันสังคม (มาตรา 33 และ 39) ผู้ประกันตนตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการตามอายุที่สถานพยาบาลรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการ ตรวจรายชื่อได้ที่ sso.go.th และควรโทรถามสถานพยาบาลก่อนไป สิทธิกรณีเจ็บป่วยของสำนักงานประกันสังคมกำหนดว่าต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนรับบริการ สอบถามได้ที่สายด่วน 1506

อินโฟกราฟิกของสำนักงานประกันสังคม ชวนผู้ประกันตนใช้สิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ระบุรายการตรวจ อายุ และความถี่ เช่น น้ำตาลในเลือด 35 ปีขึ้นไปปีละครั้ง และ FIT 50 ปีขึ้นไปปีละครั้ง
สิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการของผู้ประกันตน แสดงรายการตรวจ ช่วงอายุ และความถี่ ตั้งแต่การคัดกรองการได้ยินจนถึงการเอกซเรย์ทรวงอก ภาพ: สำนักงานประกันสังคม

ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล

ฝ่ายบุคคลที่จัดตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงานใช้แนวทางนี้ทบทวนแพ็กเกจได้สามเรื่อง

  • ตัดรายการที่หลักฐานไม่สนับสนุน เช่น เอกซเรย์ทรวงอกเพื่อหามะเร็งปอด PSA ในผู้ชายทุกคน กรดยูริก BUN และเอนไซม์ตับ แล้วนำงบไปใช้กับรายการตามอายุ
  • แยกการตรวจตามความเสี่ยงจากงาน แนวทางกรมการแพทย์ให้การตรวจคัดกรองทางอาชีวอนามัยทำตามปัจจัยเสี่ยงของงานแต่ละประเภท ไม่ใช่ชุดเดียวกันทั้งบริษัท
  • ใช้สิทธิที่พนักงานมีอยู่แล้ว ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ใช้สิทธิตรวจ 14 รายการได้ และทุกคนใช้บริการป้องกันโรคของ สปสช. ได้ เช่น ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระสำหรับพนักงานอายุ 50 ปีขึ้นไป

เมื่อไรควรพบแพทย์

แนวทางกรมการแพทย์นิยามการตรวจสุขภาพว่าเป็นการตรวจผู้ที่ไม่มีอาการ ผู้ที่มีอาการผิดปกติหรือมีโรคเรื้อรังอยู่แล้วจึงควรพบแพทย์โดยตรง ไม่ต้องรอรอบตรวจประจำปี กรณีต่อไปนี้ควรพบแพทย์เพื่อประเมินต่อ

  • ผลตรวจเข้าเกณฑ์ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ตามเกณฑ์ที่แนวทางอ้าง คือมีอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ รอบเอวผู้ชายเกิน 90 เซนติเมตร ไตรกลีเซอไรด์ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร HDL ต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ความดันโลหิตตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอท และน้ำตาลขณะอดอาหารตั้งแต่ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ผลตรวจเลือดแฝงในอุจจาระผิดปกติ USPSTF ระบุว่าต้องตามด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) จึงจะได้ประโยชน์จากการคัดกรอง
  • มีคนในครอบครัวเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุก่อนอายุ 40 ปี แนวทางแนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคใหลตายเพิ่มเติม
  • ตอบ "ใช่" ในแบบคัดกรองซึมเศร้า 2 คำถาม แนวทางให้ประเมินต่อด้วยแบบประเมิน 9 คำถาม

สิ่งที่ควรทำ

  1. เช็กสิทธิก่อนจ่ายเงินเอง ดูสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรคในแอปเป๋าตัง และถ้าเป็นผู้ประกันตน ตรวจรายชื่อสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ 14 รายการ
  2. เตรียมข้อมูลไปวันตรวจสุขภาพ ปีเกิด (ก่อนหรือหลัง พ.ศ. 2535) ประวัติมะเร็งและการเสียชีวิตเฉียบพลันในครอบครัว การสูบบุหรี่ และผลตรวจครั้งก่อน
  3. เลือกรายการตามอายุ ไม่ใช่ตรวจทุกอย่าง ถามแพทย์ก่อนตรวจ PSA หรือเอกซเรย์ทรวงอกว่าจำเป็นสำหรับตัวเองหรือไม่
  4. ถึงอายุ 50 ปีให้เริ่มตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ และไปส่องกล้องต่อเมื่อผลผิดปกติ
  5. ตรวจสุขภาพซ้ำตามรอบ ความดันโลหิตปีละครั้ง น้ำตาลทุก 3 ปี ไขมันทุก 5 ปี และเพิ่มความถี่เมื่อแพทย์แนะนำ

ติดตามความรู้เรื่องการตรวจคัดกรองและโรคที่พบบ่อยในผู้ชายได้ที่หมวดสุขภาพผู้ชาย

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ชายควรตรวจสุขภาพอะไรบ้างตามช่วงวัย?

แนวทางตรวจสุขภาพของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 ให้ผู้ชายทุกวัยวัดความดันโลหิต น้ำหนัก และรอบเอวปีละครั้ง ตรวจเม็ดเลือด (CBC) 1 ครั้งในวัยทำงาน ตรวจไขมันในเลือดทุก 5 ปีตั้งแต่ 20 ปี ตรวจน้ำตาลทุก 3 ปีตั้งแต่ 35 ปี ตรวจตาทุก 2 ปีตั้งแต่ 40 ปี ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระปีละครั้งตั้งแต่ 50 ปี และตั้งแต่ 60 ปีเพิ่มการตรวจไต ปัสสาวะ การได้ยิน การทรงตัว และความจำทุกปี

ตรวจสุขภาพฟรีได้ที่ไหน ใช้สิทธิอะไรได้บ้าง?

คนไทยทุกสิทธิใช้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. ได้ เช็กสิทธิในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ หรือโทร 1330 บางรายการตรวจได้ที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ร่วมโครงการโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ผู้ประกันตนประกันสังคมตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการตามอายุที่สถานพยาบาลร่วมโครงการ สอบถามได้ที่สายด่วน 1506

ผู้ชายควรตรวจ PSA หามะเร็งต่อมลูกหมากทุกปีหรือไม่?

แนวทางของกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง 2565 จัดการคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการตรวจ PSA หรือการตรวจทางทวารหนักไว้ในรายการที่หลักฐานไม่สนับสนุน เพราะไม่ลดอัตราการเสียชีวิต ส่วน USPSTF ของสหรัฐฯ ให้ผู้ชายอายุ 55–69 ปีตัดสินใจรายบุคคลหลังคุยกับแพทย์ และไม่แนะนำในผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีอาการทางปัสสาวะควรพบแพทย์

ควรเอกซเรย์ปอดในการตรวจสุขภาพประจำปีหรือไม่?

กรมการแพทย์ระบุว่าการเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองมะเร็งปอดในการตรวจสุขภาพทั่วไปไม่ได้ประโยชน์ เพราะงานทบทวนของ Cochrane ไม่พบว่าลดการเสียชีวิตจากมะเร็งปอด แนวทางให้เอกซเรย์เฉพาะกลุ่มเสี่ยงวัณโรค เช่น ผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรค อย่างไรก็ตาม สิทธิประกันสังคมยังเปิดให้ผู้ประกันตนอายุ 15 ปีขึ้นไปเอกซเรย์ทรวงอกได้ทุก 3 ปี

ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT) ควรเริ่มอายุเท่าไร?

แนวทางของกรมการแพทย์ให้เริ่มตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ โดยแนะนำวิธี FIT ตั้งแต่อายุ 50 ปี ปีละครั้ง สปสช. ให้ตรวจฟรีที่อายุ 50–70 ปี ทุก 2 ปี ประกันสังคมให้ผู้ประกันตนอายุ 50 ปีขึ้นไปตรวจปีละครั้ง ส่วน USPSTF ของสหรัฐฯ แนะนำให้เริ่มตั้งแต่อายุ 45 ปี ผลที่ผิดปกติต้องตรวจต่อด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

แหล่งอ้างอิง

  1. แนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง 2565 — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
  2. สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  3. คลินิกเทคนิคการแพทย์ (Lab Anywhere) — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  4. Health Check ชวนผู้ประกันตนใช้สิทธิ ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ — สำนักงานประกันสังคม
  5. GLOBOCAN 2024: Thailand fact sheet — International Agency for Research on Cancer (IARC)
  6. USPSTF A and B Recommendations — U.S. Preventive Services Task Force

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
สหรัฐอเมริกา132
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ