ข้ามไปยังเนื้อหา
Healthcare

บอร์ด สปสช. เคาะงบบัตรทองปี 2570 ผู้ป่วยใน 10,000 บาท/AdjRW วางแผนซื้อนวัตกรรมไทย 3 ปี

บอร์ด สปสช. 7 ต.ค. 2026 เคาะงบบัตรทองปีงบ 2570 จ่ายผู้ป่วยใน 10,000 บาท/AdjRW โอนงบ OP–PP ล่วงหน้า 25% และวางแผนงบ 3 ปีซื้อนวัตกรรมการแพทย์ไทย

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ห้องประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10/2569 วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงาน สปสช.
ภาพ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ประชุมครั้งที่ 10/2569 เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 และกำหนดอัตราจ่ายงบผู้ป่วยในปีงบประมาณ 2570 ที่ 10,000 บาทต่อ AdjRW ตามเป้าหมาย 10.5 ล้าน Sum AdjRW
  • บอร์ดเห็นชอบโอนงบผู้ป่วยนอก (OP) และงบสร้างเสริมสุขภาพ (PP) ปี 2570 ล่วงหน้า 25% ให้หน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย และ รพ.สต. ถ่ายโอน
  • ยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม อุปกรณ์การแพทย์ และชุดตรวจที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมไทยหรือผลิตในประเทศ จะมีแผนรายการและวงเงินจัดซื้อต่อเนื่องไม่เกิน 3 ปี
  • โครงการยา risdiplam สำหรับโรค SMA ได้กรอบงบ 5 ปีไม่เกิน 1,022.064 ล้านบาท เมื่อยาเข้าบัญชียาพิเศษ R1 แล้ว

คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ประชุมครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 และเห็นชอบอัตราจ่ายงบผู้ป่วยในของระบบบัตรทองปีงบประมาณ 2570 ที่ 10,000 บาทต่อ AdjRW โอนงบ OP–PP ล่วงหน้า 25% ให้หน่วยบริการรัฐ และให้จัดทำแผนจัดซื้อผลิตภัณฑ์การแพทย์ที่ผลิตในไทยต่อเนื่องไม่เกิน 3 ปี

การประชุมมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ปีงบประมาณ 2570 เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 มติชุดนี้จึงกำหนดกระแสเงินของโรงพยาบาลในระบบบัตรทอง และโอกาสขายของผู้ผลิตยาและเครื่องมือแพทย์ตลอดปีงบประมาณที่เพิ่งเริ่ม

มติ สปสช. เรื่องงบหน่วยบริการปี 2570

รายการ มติบอร์ด สปสช. 7 ตุลาคม 2026
งบผู้ป่วยใน (IP) อัตราจ่าย 10,000 บาทต่อ AdjRW เป้าหมาย 10.5 ล้าน Sum AdjRW ถ้าเงินไม่พอบริหารเฉพาะหน่วยบริการ
งบผู้ป่วยนอกและสร้างเสริมสุขภาพ (OP–PP) โอนล่วงหน้า 25% ให้หน่วยบริการ สป.สธ. สำนักอนามัย และ รพ.สต. ถ่ายโอน ระหว่างรอปรับเกลี่ยรายรับ
สร้างเสริมสุขภาพพื้นฐาน (PPB) 173 บาทต่อประชากร ทุกสิทธิ
สร้างเสริมสุขภาพแบบจ่ายตามรายการ (PPFS) 62 บาทต่อประชากร ทุกสิทธิ
เบาหวานและความดันโลหิตสูง (DM/HT) 20 บาทต่อประชากร เฉพาะสิทธิบัตรทอง
บริการปฐมภูมิ (PCC) 153 ล้านบาท

สี่รายการหลังเป็นส่วนหนึ่งของกรอบพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ 3 ปี (ปีงบประมาณ 2570–2572) ซึ่ง สปสช. จะออกประกาศการเบิกจ่ายให้มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 ส่วนในกรุงเทพฯ บอร์ดเห็นชอบให้จัดสรรงบส่งต่อผู้ป่วยนอกตามวงเงินที่กันไว้ และนำเงินที่กันไว้จ่ายตามผลงาน (เงิน CR) ที่เหลือมาจัดสรรตามจำนวนประชากรที่ลงทะเบียน โดยให้ สปสช. หักชำระหนี้ของหน่วยบริการที่มีภาระหนี้จากการส่งต่อหรือจากการปรับอัตราการจ่าย โดยคำนึงถึงรายรับของหน่วยบริการ

ภาพสรุปมติบอร์ด สปสช. 7 ตุลาคม 2026: อัตราจ่ายผู้ป่วยใน 10,000 บาทต่อ AdjRW เป้าหมาย 10.5 ล้าน Sum AdjRW โอนงบ OP–PP ล่วงหน้า 25% และแผนจัดซื้อนวัตกรรมไทยไม่เกิน 3 ปี
ภาพสรุปตัวเลขสำคัญจากมติบอร์ด สปสช. 7 ตุลาคม 2026: ผู้ป่วยใน 10,000 บาทต่อ AdjRW และโอนงบ OP–PP ล่วงหน้า 25% ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)

ราคาที่ สปสช. จ่ายให้ยาและเวชภัณฑ์เปลี่ยนอะไรบ้าง

บอร์ดปรับอัตราจ่ายค่าบริการ 3 กลุ่มที่มีผลต่อผู้จำหน่ายโดยตรง

  • น้ำมันซิลิโคนสำหรับกดจอประสาทตา เพิ่มชนิดหนักกว่าน้ำ (Heavy silicone oil) เป็นทางเลือก จ่ายไม่เกิน 11,000 บาทต่อหลอด และลดอัตราจ่ายชนิดทั่วไปจาก 5,400 บาท เหลือไม่เกิน 4,800 บาทต่อหลอด
  • ชุดตรวจวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วย Urine LF-LAM test จ่ายไม่เกิน 250 บาทต่อชุด
  • รายการยาที่จ่ายตามรายการ (Fee schedule) ปรับปรุง 139 รายการ และคัดออก 19 รายการ

บอร์ดยังมอบให้คณะอนุกรรมการทบทวนหลักเกณฑ์จ่ายกรณีส่งต่อผู้ป่วยนอก (OP Refer) และการรับบริการข้ามเขตให้ชัดเจนขึ้น โดยคำนึงถึงความยั่งยืนทางการเงินของหน่วยบริการ

แผนจัดซื้อนวัตกรรมการแพทย์ไทยล่วงหน้า 3 ปี

มติที่ผู้ผลิตในประเทศควรจับตาที่สุดคือแนวทางสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทยและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย ครอบคลุมยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และชุดตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภายใต้รูปแบบโครงการพิเศษ ขั้นตอนที่ สปสช. เสนอคือ คณะอนุกรรมการพิจารณารายการ เจรจาต่อรองราคา กำหนดเงื่อนไข ประเมินภาระงบประมาณ แล้วจัดทำแผนรายการและจำนวนที่จะสนับสนุนล่วงหน้า 3 ปี ก่อนจัดหา กระจาย และติดตามผล การบริหารเงินข้ามปีงบประมาณจำกัดไว้ไม่เกิน 3 ปี

นายพัฒนากล่าวว่า "การวางแผนความต้องการล่วงหน้าจะช่วยให้หน่วยบริการและผู้ผลิตมองเห็นปริมาณการใช้ที่คาดการณ์ได้" ขณะที่ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. ระบุว่าการจัดหาจะประสานเครือข่ายหน่วยบริการด้านยา โรงพยาบาลราชวิถี และองค์การเภสัชกรรม ตามระบบของแต่ละโครงการ และ สปสช. จะเสนอปรับปรุงระเบียบหรือประกาศเพื่อรองรับ

โต๊ะประธานในห้องประชุมสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ระหว่างการประชุมบอร์ด สปสช. ครั้งที่ 10/2569 วันที่ 7 ตุลาคม 2569
การประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 10/2569 ที่สำนักงาน สปสช. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ภาพ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

โครงการยา risdiplam กรอบงบ 5 ปี

บอร์ด สปสช. เห็นชอบสนับสนุนโครงการยา risdiplam สำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Spinal Muscular Atrophy (SMA) ที่เสนอโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รามาธิบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผลเมื่อคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติอนุมัติให้ยาอยู่ในบัญชียาพิเศษ รายการยาสำหรับโครงการพิเศษของหน่วยงานของรัฐ (R1) แล้ว

ปีงบประมาณ วงเงินไม่เกิน (ล้านบาท)
2570 142.0104 (ปรับเกลี่ยจากงบผู้ป่วยใน)
2571 220.0134
2572 220.0134
2573 220.0134
2574 220.0134
รวม 5 ปี 1,022.0640

โครงการต้องทบทวนเมื่อครบ 2 ปีก่อนดำเนินการปีถัดไป ข่าวอีกฉบับของ สปสช. ที่รายงานคำแถลงของรัฐมนตรีใช้ตัวเลขปัดเศษ คือ 140 ล้านบาทในปี 2570 และปีละ 220 ล้านบาทในปี 2571–2572 ในฐานข้อมูลของ อย. ยา EVRYSDI (risdiplam) ของบริษัท โรช ไทยแลนด์ มีทะเบียนชนิดผงสำหรับทำยาน้ำรับประทาน 1C 15072/64 (NC) อนุมัติเมื่อ 2 มิถุนายน 2021 และชนิดเม็ดเคลือบฟิล์ม 1C 381/69 (NC) อนุมัติเมื่อ 1 กันยายน 2026 ข้อบ่งใช้คือโรค SMA ชนิดที่ 1, 2 หรือ 3 หรือผู้ที่มียีน SMN2 1–4 ชุด

กราฟแท่งวงเงินโครงการยา risdiplam ของ สปสช.: ปีงบประมาณ 2570 ไม่เกิน 142.0104 ล้านบาท และปี 2571–2574 ไม่เกินปีละ 220.0134 ล้านบาท รวม 1,022.064 ล้านบาท
กราฟวงเงินโครงการยา risdiplam ของ สปสช. ปีงบประมาณ 2570–2574 รวมไม่เกิน 1,022 ล้านบาท ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)
ข้อมูลทะเบียน EVRYSDI (risdiplam) ชนิดเม็ดเคลือบฟิล์มในฐานข้อมูล อย. เลขทะเบียน 1C 381/69 (NC) อนุมัติ 1 กันยายน 2569
ข้อมูลทะเบียน EVRYSDI ชนิดเม็ดเคลือบฟิล์มในฐานข้อมูล อย. อนุมัติ 1 กันยายน 2569 ภาพ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ภาพหน้าจอ)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

อัตราจ่ายต่อ AdjRW และจังหวะการโอนเงินของ สปสช. มีผลต่อสภาพคล่องของโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่อยู่ในระบบบัตรทองโดยตรง การโอนงบ OP–PP ล่วงหน้า 25% ช่วยหน่วยบริการช่วงต้นปีงบประมาณ ขณะที่เงื่อนไข "ถ้าเงินไม่พอบริหารเฉพาะหน่วยบริการ" บอกว่าอัตรา 10,000 บาทยังไม่ใช่ราคาตายตัว

แนวทางนวัตกรรมไทยเปลี่ยนวิธีที่รัฐซื้อของจากผู้ผลิตในประเทศ จากการซื้อรายปีเป็นแผนต่อเนื่องสูงสุด 3 ปี ผู้ผลิตจึงวางกำลังการผลิตได้ แต่ทุกรายการต้องผ่านการเจรจาราคาและเกณฑ์ความคุ้มค่าก่อน ส่วนโครงการ risdiplam เป็นตัวอย่างของการตั้งกรอบงบหลายปีให้ยาราคาสูงสำหรับโรคหายาก พร้อมจุดทบทวนเมื่อครบ 2 ปี ซึ่งบริษัทยาที่มียาสำหรับโรคหายากจะใช้เป็นแนวอ้างอิงได้

ผลต่อองค์กรไทย

  • โรงพยาบาลในระบบบัตรทอง ควรวางประมาณการรายได้ผู้ป่วยในปี 2570 จากอัตรา 10,000 บาทต่อ AdjRW พร้อมสำรองกรณีอัตราจริงลดลงเมื่องบไม่พอ และติดตามประกาศเบิกจ่ายงบปฐมภูมิที่มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026
  • ผู้ผลิตยา วัคซีน และเครื่องมือแพทย์ไทย ควรตรวจว่าสินค้าอยู่ในบัญชีนวัตกรรมไทยหรือไม่ และเตรียมข้อมูลราคา ต้นทุน และกำลังการผลิตสำหรับการเจรจากับคณะอนุกรรมการจัดซื้อยา ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผลิตในไทยคือยา CAR-T PROTACAR ที่เพิ่งได้ทะเบียน อย. แม้ยังไม่มีประกาศว่าจะเข้าโครงการนี้
  • ผู้จำหน่ายเวชภัณฑ์ ที่ขายน้ำมันซิลิโคนกดจอประสาทตา ชุดตรวจ LF-LAM และยาใน Fee schedule ควรทบทวนราคาขายให้หน่วยบริการตามเพดานอัตราจ่ายใหม่
  • บริษัทยาที่มียาสำหรับโรคหายาก ควรศึกษาเส้นทางของ risdiplam ตั้งแต่บัญชียาพิเศษ R1 กรอบงบ 5 ปี ไปจนถึงการทบทวนทุก 2 ปี เพื่อเตรียมข้อมูลความคุ้มค่าให้ สปสช. ติดตามข่าวธุรกิจการแพทย์เพิ่มเติมได้ที่หมวดการแพทย์และสุขภาพ

คำถามที่พบบ่อย

บอร์ด สปสช. กำหนดอัตราจ่ายผู้ป่วยในปีงบประมาณ 2570 เท่าไร?

ในการประชุมครั้งที่ 10/2569 เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 บอร์ด สปสช. เห็นชอบอัตราจ่ายงบบริการผู้ป่วยในปีงบประมาณ 2570 ที่ 10,000 บาทต่อ AdjRW ตามเป้าหมายผลงาน 10.5 ล้าน Sum AdjRW โดยถ้าเงินไม่พอจะบริหารจัดการเฉพาะหน่วยบริการ

งบ OP–PP ล่วงหน้า 25% ของ สปสช. ให้หน่วยบริการกลุ่มใด?

สปสช. จะโอนงบผู้ป่วยนอก (OP) และงบสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) ปีงบประมาณ 2570 ล่วงหน้า 25% ให้หน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัย (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถ่ายโอน ระหว่างรอการปรับเกลี่ยรายรับค่าบริการ

ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และยาไทยได้ประโยชน์อะไรจากมติ สปสช.?

บอร์ด สปสช. เห็นชอบขั้นตอนสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในบัญชีนวัตกรรมไทยและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ ครอบคลุมยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม อุปกรณ์การแพทย์ และชุดตรวจ โดยจะจัดทำแผนรายการและวงเงินต่อเนื่องไม่เกิน 3 ปี ทำให้ผู้ผลิตเห็นปริมาณความต้องการล่วงหน้า แต่ต้องผ่านการเจรจาราคาก่อน

ยา risdiplam จะเข้าสิทธิบัตรทองเมื่อไร?

บอร์ด สปสช. เห็นชอบสนับสนุนโครงการยา risdiplam สำหรับโรค SMA เมื่อคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติอนุมัติให้อยู่ในบัญชียาพิเศษ R1 โดยใช้งบปี 2570 ไม่เกิน 142.0104 ล้านบาท และทบทวนโครงการเมื่อครบ 2 ปี การใช้ยากับผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นกับเกณฑ์ของโครงการและแพทย์ผู้รักษา

แหล่งอ้างอิง

  1. เปิดมติบอร์ด สปสช. 7 ต.ค. 69 เคาะโอนงบ OP-PP ล่วงหน้า 25% ให้หน่วยบริการ — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  2. บอร์ด สปสช. เห็นชอบแผนหนุน “นวัตกรรม/ผลิตภัณฑ์การแพทย์ไทย” ในระบบบัตรทอง — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  3. “พัฒนา” รับหนังสือเครือข่าย SMA บอร์ด สปสช. เห็นชอบยา “Risdiplam” เพิ่มโอกาสรักษาผู้ป่วยบัตรทอง — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  4. แสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ยา: EVRYSDI (FILM-COATED TABLET) ทะเบียน 1C 381/69 (NC) — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  5. แสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ยา: EVRYSDI ทะเบียน 1C 15072/64 (NC) — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
กรุงเทพฯ77
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ