สุขภาพจิตผู้ชายไทย: ซึมเศร้า สัญญาณเตือน และช่องทางขอความช่วยเหลือ รับวันสุขภาพจิตโลก 2026
สุขภาพจิตผู้ชายไทยน่าห่วง กรมสุขภาพจิตพบปี 2567 ผู้ชายเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายสูงกว่าผู้หญิงราว 4.9 เท่า สรุปสัญญาณเตือน สิทธิรักษา และสายด่วนฟรี 1323
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 10 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- วันสุขภาพจิตโลก 10 ตุลาคม 2026 ใช้หัวข้อ Lived experiences heard: real voices, real change ที่สหพันธ์สุขภาพจิตโลก (WFMH) กำหนด เน้นให้ผู้มีประสบการณ์ตรงกับปัญหาสุขภาพจิตร่วมออกแบบนโยบายและบริการ
- ข้อมูลกรมสุขภาพจิตปี 2567 อัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายของผู้ชายไทยอยู่ที่ 13.30 ต่อประชากรแสนคน เทียบกับผู้หญิง 2.74 และสูงกว่าผู้หญิง 4.4–4.9 เท่าทุกปีตั้งแต่ปี 2564
- WHO ประเมินว่าปี 2023 ผู้ใหญ่ทั่วโลกเป็นโรคซึมเศร้า 4.1% ในผู้ชาย และ 6.2% ในผู้หญิง แต่สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติสหรัฐฯ (NIMH) ระบุว่าผู้ชายได้รับการรักษาสุขภาพจิตน้อยกว่าผู้หญิง
- สปสช. รายงานว่าปี 2568 ผู้ป่วยจิตเวชสิทธิบัตรทองเข้ารับบริการ 1,833,038 คน เพิ่มขึ้น 27.5% จากปี 2565 สิทธิครอบคลุมการคัดกรอง การรักษา Telepsychiatry จิตบำบัด และพฤติกรรมบำบัด
- ผู้ที่เครียด เศร้า หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง ขอคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669
สุขภาพจิตผู้ชายเป็นเรื่องที่ตัวเลขของไทยชี้ชัด ข้อมูลของกรมสุขภาพจิตปี 2567 พบว่าผู้ชายไทยเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 13.30 คนต่อประชากรแสนคน สูงกว่าผู้หญิงราว 4.9 เท่า ขณะที่ผู้ชายมีแนวโน้มเข้ารับการรักษาน้อยกว่า ทั้งที่ปัญหาสุขภาพจิตรักษาได้ และขอคำปรึกษาได้ฟรีที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง
วันสุขภาพจิตโลกตรงกับวันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี ปี 2026 ใช้หัวข้อ "Lived experiences heard: real voices, real change" ที่สหพันธ์สุขภาพจิตโลก (World Federation for Mental Health: WFMH) เป็นผู้กำหนด องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่าหัวข้อนี้เรียกร้องให้ผู้ที่มีประสบการณ์ตรงกับภาวะทางสุขภาพจิตได้มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในการออกแบบนโยบาย บริการ และการตัดสินใจที่กระทบชีวิตของพวกเขา เพราะความรู้จากประสบการณ์ตรงเป็นความเชี่ยวชาญที่การฝึกอบรมวิชาชีพหรืองานวิจัยให้ไม่ได้ สำหรับผู้ชาย ซึ่งงานวิจัยพบว่ามักขอความช่วยเหลือน้อยกว่า หัวข้อปีนี้จึงเป็นคำชวนให้เรื่องในใจถูกพูดออกมาและถูกรับฟัง

สุขภาพจิตผู้ชายไทยในตัวเลข
ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติของกรมสุขภาพจิตรวบรวมอัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายของไทย โดยนับตามสถานที่ตาย ตัวเลขทั้งประเทศปี 2567 อยู่ที่ 7.89 ต่อประชากรแสนคน และเมื่อแยกตามเพศ ผู้ชายสูงกว่าผู้หญิงหลายเท่าทุกปี
| ปี (พ.ศ.) | ผู้ชาย | ผู้หญิง | ทั้งประเทศ | ผู้ชายเทียบผู้หญิง |
|---|---|---|---|---|
| 2564 | 12.29 | 2.67 | 7.38 | 4.6 เท่า |
| 2565 | 13.22 | 2.97 | 7.97 | 4.5 เท่า |
| 2566 | 13.25 | 3.00 | 8.00 | 4.4 เท่า |
| 2567 | 13.30 | 2.74 | 7.89 | 4.9 เท่า |
ตัวเลขในตารางเป็นอัตราต่อประชากรแสนคน ไม่ใช่จำนวนคน คอลัมน์สุดท้าย THAI DATA คำนวณจากตัวเลขของกรมสุขภาพจิต อัตราของผู้ชายขยับจาก 12.29 ในปี 2564 เป็น 13.30 ในปี 2567 ขณะที่อัตราของผู้หญิงอยู่ในช่วง 2.67–3.00
ทุกตัวเลขในตารางคือชีวิตของคนที่มีครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนรอบตัว WHO ย้ำในเอกสารข้อเท็จจริงเรื่องการฆ่าตัวตายว่าการเสียชีวิตแบบนี้ป้องกันได้ด้วยมาตรการที่มีหลักฐานรองรับและหลายอย่างมีต้นทุนต่ำ
ผู้หญิงเป็นซึมเศร้ามากกว่า แต่ทำไมตัวเลขของผู้ชายสูงกว่า
WHO ประเมินว่าปี 2023 ผู้ใหญ่ทั่วโลกเป็นโรคซึมเศร้า 5.2% แยกเป็นผู้ชาย 4.1% และผู้หญิง 6.2% หรือพบในผู้หญิงมากกว่าราว 1.5 เท่า แต่อัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเป็นไปในทางตรงข้าม ค่าประมาณของ WHO ปี 2021 แบบปรับมาตรฐานอายุ (Global Health Observatory) อยู่ที่ 12.3 ต่อประชากรแสนคนในผู้ชายทั่วโลก เทียบกับ 5.6 ในผู้หญิง
ค่าประมาณของ WHO สำหรับไทยปีเดียวกันอยู่ที่ 26.2 ในผู้ชายและ 4.8 ในผู้หญิง สูงกว่าตัวเลขของกรมสุขภาพจิตราวสองเท่า ตัวเลขสองชุดนี้คิดคนละวิธี ชุดของกรมสุขภาพจิตมาจากการตายที่บันทึกไว้ ส่วนชุดของ WHO เป็นค่าประมาณที่ปรับมาตรฐานอายุ และ WHO ระบุว่าการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมักถูกรายงานต่ำกว่าจริงหรือจัดผิดประเภทมากกว่าสาเหตุการตายอื่น แต่ทั้งสองแหล่งชี้ทางเดียวกัน คือผู้ชายไทยมีอัตราสูงกว่าผู้หญิงหลายเท่า
ไม่มีสาเหตุเดียวที่อธิบายช่องว่างนี้ WHO ระบุว่าปัจจัยมีหลายด้านทั้งสังคม วัฒนธรรม ชีวภาพ จิตใจ และสิ่งแวดล้อม ที่ชัดเจนคือโรคทางจิตเวชโดยเฉพาะโรคซึมเศร้าและการดื่มแอลกอฮอล์แบบมีปัญหา การเคยทำร้ายตนเองมาก่อน รวมถึงภาวะวิกฤตจากความเครียดในชีวิต เช่น ปัญหาการเงิน ความขัดแย้งในความสัมพันธ์ ความเจ็บปวดหรือโรคเรื้อรัง ความรุนแรง การสูญเสีย และความรู้สึกโดดเดี่ยว
ทำไมผู้ชายขอความช่วยเหลือน้อยกว่า
สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติสหรัฐฯ (NIMH) ระบุว่าผู้ชายมีโอกาสได้รับการรักษาสุขภาพจิตในรอบปีที่ผ่านมาน้อยกว่าผู้หญิง และแม้ผู้ชายกับผู้หญิงจะป่วยด้วยโรคทางจิตเวชแบบเดียวกันได้เกือบทั้งหมด แต่อาการที่แสดงออกอาจต่างกัน
งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ Seidler และคณะในวารสาร Clinical Psychology Review ปี 2016 ซึ่งรวม 37 งานวิจัย พบว่าการยึดตามบรรทัดฐานความเป็นชายแบบดั้งเดิมส่งผลต่อผู้ชายที่มีภาวะซึมเศร้าใน 3 ทาง ได้แก่
- อาการที่เกิดขึ้นและวิธีแสดงอาการออกมา
- ทัศนคติ ความตั้งใจ และพฤติกรรมการขอความช่วยเหลือจริง
- วิธีจัดการอาการด้วยตัวเอง
ผู้วิจัยสรุปว่าการออกแบบบริการให้เข้ากับผู้ชายอาจเพิ่มการเข้ารับบริการและประสิทธิผลของการรักษา ขณะที่ WHO ระบุว่าการตีตราเรื่องโรคทางจิตเวชและการฆ่าตัวตายทำให้หลายคนที่กำลังทุกข์ไม่ขอความช่วยเหลือ และแม้ในประเทศรายได้สูง ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าได้รับการรักษาเพียงราวหนึ่งในสาม
เสียงของผู้มีประสบการณ์ตรงในระบบบริการของไทย
หัวข้อวันสุขภาพจิตโลกปีนี้มีตัวอย่างจริงในไทยแล้ว WHO ประจำประเทศไทยรายงานเมื่อ 20 เมษายน 2026 ว่าในปี 2024 กรมสุขภาพจิตอนุมัติมาตรฐานบริการสุขภาพจิตแบบเพื่อนช่วยเพื่อนที่มุ่งการฟื้นคืนสู่สุขภาวะ (Service Standard for Peer Recovery-Oriented Mental Health Care) และ สปสช. นำไปใช้แล้ว ทำให้บริการเพื่อนช่วยเพื่อน (peer support) อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ ผู้ที่ผ่านการอบรมและประเมินสมรรถนะจะได้รับการรับรองเป็น Peer Support Worker และเบิกค่าบริการที่ได้รับอนุมัติได้
ในโครงการนำร่องที่ WHO ทำร่วมกับโรงพยาบาลศรีธัญญา กรมสุขภาพจิต และสถาบันราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล มีผู้มีประสบการณ์ตรงเข้าอบรม 20 คน และได้รับการรับรองเต็ม 16 คน ตามมาตรฐานของกรมสุขภาพจิต แต่ละคนให้บริการได้สูงสุด 30 ครั้งต่อปี รวมเป็นบริการได้สูงสุด 480 ครั้งต่อปี
สัญญาณเตือนที่ควรสังเกตในผู้ชาย
NIMH รวบรวมสัญญาณที่อาจบอกว่าผู้ชายคนหนึ่งกำลังมีปัญหาสุขภาพจิต ดังนี้
- โกรธ หงุดหงิด หรือก้าวร้าวง่ายขึ้น
- อารมณ์ ระดับพลังงาน หรือความอยากอาหารเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
- นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป
- สมาธิแย่ลง กระสับกระส่าย หรือรู้สึกตึงเครียดตลอดเวลา
- กังวลหรือเครียดมากขึ้น
- ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดมากขึ้น
- เศร้าต่อเนื่อง สิ้นหวัง หรือรู้สึกเฉยชา ไม่มีความสุขกับอะไร
- ทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
- ปวดเมื่อย ปวดหัว หรือมีปัญหาระบบย่อยอาหารโดยหาสาเหตุไม่ได้
- คิดวนซ้ำ หรือมีพฤติกรรมย้ำทำ
- มีความคิดหรือพฤติกรรมที่กระทบงาน ครอบครัว หรือชีวิตสังคม
- มีความคิดเรื่องความตายหรือการทำร้ายตนเอง
สัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่เป็นเหตุผลที่ควรคุยกับคนที่ไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญ WHO อธิบายว่าช่วงที่มีภาวะซึมเศร้าต่างจากอารมณ์ขึ้นลงตามปกติ เพราะอาการเป็นแทบทั้งวัน เกือบทุกวัน ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์

เมื่อไรควรพบแพทย์
ควรไปพบแพทย์หรือบุคลากรสุขภาพจิตเมื่อ
- อาการเศร้า หงุดหงิด หรือหมดความสนใจเป็นแทบทั้งวัน เกือบทุกวัน นานตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป หรือเริ่มกระทบการทำงานและครอบครัว
- ต้องพึ่งแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเพื่อรับมือกับความเครียด
- นอนไม่หลับ ปวดหัว หรือปวดท้องเรื้อรังที่ตรวจแล้วหาสาเหตุทางกายไม่พบ
- มีความคิดเรื่องความตายหรือการทำร้ายตนเอง ให้โทร 1323 ทันที และถ้าคิดว่าอยู่ในอันตรายเฉพาะหน้า ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน
ข่าวดีคือการรักษาได้ผล WHO ระบุว่าโรคซึมเศร้าทั้งระดับเล็กน้อย ปานกลาง และรุนแรงมีการรักษาที่ได้ผล การรักษาทางจิตใจ เช่น การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioural Therapy) เป็นการรักษาลำดับแรก ส่วนยาต้านซึมเศร้า เช่น ยากลุ่ม SSRI ใช้ร่วมได้ในระดับปานกลางถึงรุนแรง และไม่จำเป็นในระดับเล็กน้อย การเลือกวิธีรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ผู้รักษา
ก่อนไปพบแพทย์ ผู้ชายที่ยังไม่แน่ใจสามารถประเมินตนเองเบื้องต้นได้ที่ Mental Health Check In ของกรมสุขภาพจิต ผลประเมินช่วยตัดสินใจว่าควรคุยกับใคร แต่ไม่ใช่การวินิจฉัย
ช่องทางขอความช่วยเหลือในประเทศไทย
| ช่องทาง | ใช้เมื่อ | ผู้ให้บริการ |
|---|---|---|
| สายด่วนสุขภาพจิต 1323 | เครียด กังวล เศร้า สูญเสีย หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เป็นความลับ | กรมสุขภาพจิต |
| 1323 All time | จองวันเวลาให้นักจิตวิทยาโทรกลับ ฟรีทุกวันตามช่วงเวลาที่กำหนด | สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต |
| Mental Health Check In | ประเมินสุขภาพใจด้วยตนเอง | กรมสุขภาพจิต |
| สายด่วน สปสช. 1330 | สอบถามสิทธิบัตรทองและหน่วยบริการ โทรฟรี 24 ชั่วโมง | สปสช. |
| 1669 | เจ็บป่วยฉุกเฉิน | สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ |
หน้าเว็บกรมสุขภาพจิตอธิบายว่าสายด่วน 1323 เป็นบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาความเครียด ความกังวล ความเศร้า และความสูญเสีย เน้นการรับฟังและให้คำปรึกษาที่เป็นความลับ จึงโทรปรึกษาเรื่องเครียดหรือเศร้าในชีวิตประจำวันได้ ไม่ต้องรอให้ถึงภาวะวิกฤต

บัตรทองดูแลสุขภาพจิตอะไรบ้าง
สปสช. ระบุเมื่อ 23 สิงหาคม 2026 ว่าสิทธิบัตรทองครอบคลุมการคัดกรองความเครียดและภาวะซึมเศร้า การรักษาแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน การแพทย์ทางไกลด้านจิตเวช (Telepsychiatry) การดูแลแบบผู้ป่วยในที่บ้าน (Home ward) จิตบำบัด พฤติกรรมบำบัด และการบำบัดผู้ติดสารเสพติด
ตัวเลขปี 2568 ของ สปสช. แสดงว่าคนเข้าถึงบริการมากขึ้น
- ผู้ป่วยจิตเวชสิทธิบัตรทองเข้ารับบริการ 1,833,038 คน เพิ่มจาก 1,437,953 คนในปี 2565 หรือ 27.5%
- ในจำนวนนี้ กลุ่มความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้าและโรคอารมณ์สองขั้ว มี 329,981 คน
- บริการจิตบำบัดเพิ่มจาก 724,879 ครั้งในปี 2565 เป็น 1,422,043 ครั้ง
- ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปจากทุกสิทธิได้รับการคัดกรองหรือประเมินสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้า 14,193,551 คน

สปสช. ย้ำว่าตัวเลขผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าคนไทยป่วยมากขึ้น เพราะเป็นข้อมูลการใช้บริการ ไม่ใช่การสำรวจความชุก ผู้มีสิทธิบัตรทองที่เริ่มเครียด ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล เข้ารับการประเมินได้ที่หน่วยบริการตามสิทธิ ส่วนผู้ใช้สิทธิประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการควรสอบถามรายละเอียดกับหน่วยงานเจ้าของสิทธิ
ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล
WHO ประเมินว่าปี 2023 ผู้ใหญ่วัยทำงาน 16% มีโรคทางจิตเวช และทั่วโลกสูญเสียวันทำงานราว 12,000 ล้านวันต่อปีจากโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล คิดเป็นผลิตภาพที่หายไปราว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ความเสี่ยงในที่ทำงานที่ WHO ระบุ เช่น งานล้นมือ ชั่วโมงทำงานยาวและไม่ยืดหยุ่น การควบคุมงานของตัวเองได้น้อย การกลั่นแกล้ง และความไม่มั่นคงในงาน WHO ยังระบุว่าการตกงาน ความไม่มั่นคงทางการเงิน และการเพิ่งถูกเลิกจ้าง เป็นปัจจัยเสี่ยงของการพยายามทำร้ายตนเอง
แนวทางสุขภาพจิตในที่ทำงานของ WHO ที่ออกเมื่อ 28 กันยายน 2022 แนะนำให้องค์กร
- แก้ที่สภาพการทำงานก่อน เช่น ให้เวลาทำงานยืดหยุ่น และมีกรอบจัดการความรุนแรงและการคุกคาม
- อบรมหัวหน้างานให้สังเกตและรับมือเมื่อลูกน้องมีความทุกข์ใจ ฝึกการสื่อสารเปิดและการรับฟัง
- อบรมพนักงานเรื่องความรู้สุขภาพจิตเพื่อลดการตีตรา และมีกิจกรรมเสริมทักษะจัดการความเครียดรายบุคคล
- ปรับงานให้เหมาะกับผู้มีภาวะสุขภาพจิต เช่น เวลาทำงานยืดหยุ่น หรือให้ลาไปพบแพทย์ได้
- มีโปรแกรมกลับเข้าทำงานหลังลาป่วยที่ทำควบคู่กับการรักษา
WHO ระบุด้วยว่าการลงมือควรมีพนักงานและผู้มีประสบการณ์ตรงกับปัญหาสุขภาพจิตร่วมคิด ซึ่งตรงกับหัวข้อวันสุขภาพจิตโลกปีนี้
สิ่งที่ควรทำ
- สังเกตตัวเองและคนรอบตัว ตามสัญญาณเตือนข้างต้น โดยเฉพาะความหงุดหงิด การดื่มที่มากขึ้น และการนอนที่เปลี่ยนไป แล้วประเมินเบื้องต้นที่ Mental Health Check In
- พูดกับคนที่ไว้ใจ หรือโทร 1323 ข้อแนะนำการดูแลตนเองของ WHO รวมถึงการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ อยู่ใกล้ชิดเพื่อนและครอบครัว และลดหรือเลี่ยงแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้ภาวะซึมเศร้าแย่ลง
- ใช้สิทธิรักษาที่มีอยู่ ผู้มีสิทธิบัตรทองเข้ารับการประเมินที่หน่วยบริการตามสิทธิ และสอบถามได้ที่ 1330
- ฝ่ายบุคคลวางระบบ อบรมหัวหน้างาน ปรับงานให้เหมาะกับผู้มีภาวะสุขภาพจิต และมีแผนกลับเข้าทำงานหลังลาป่วยตามแนวทางของ WHO พร้อมแจ้งให้พนักงานทุกคนรู้จักสายด่วน 1323
- ถ้ามีความคิดทำร้ายตนเอง ไม่ต้องรับมือคนเดียว โทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และถ้าอยู่ในอันตรายเฉพาะหน้า โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล และเขียนตามแนวทางการรายงานเรื่องการฆ่าตัวตายสำหรับสื่อของ WHO ฉบับปี 2023 อ่านเรื่องสุขภาพจิตผู้ชาย การตรวจสุขภาพ และโรคที่ผู้ชายควรรู้เพิ่มเติมได้ที่หมวดสุขภาพผู้ชาย
คำถามที่พบบ่อย
สุขภาพจิตผู้ชายไทยน่าห่วงแค่ไหน?
ตัวเลขของกรมสุขภาพจิตปี 2567 ชี้ว่าสุขภาพจิตผู้ชายไทยเป็นเรื่องเร่งด่วน อัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายของผู้ชายอยู่ที่ 13.30 ต่อประชากรแสนคน เทียบกับผู้หญิง 2.74 หรือราว 4.9 เท่า และผู้ชายมีแนวโน้มเข้ารับการรักษาน้อยกว่า ทั้งที่ปัญหาสุขภาพจิตรักษาได้และขอคำปรึกษาได้ฟรีที่สายด่วน 1323
สัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพจิตในผู้ชายมีอะไรบ้าง?
สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติสหรัฐฯ (NIMH) ระบุสัญญาณที่พบในผู้ชาย เช่น โกรธ หงุดหงิด หรือก้าวร้าวง่าย อารมณ์ พลังงาน หรือความอยากอาหารเปลี่ยน นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดมากขึ้น ทำกิจกรรมเสี่ยง ปวดหัวหรือปวดท้องโดยหาสาเหตุไม่ได้ และมีความคิดเรื่องความตาย
ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตฟรีได้ที่ไหนในไทย?
โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งให้คำปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมงและเป็นความลับ หรือจองเวลาให้นักจิตวิทยาโทรกลับผ่านระบบ 1323 All time ประเมินสุขภาพใจด้วยตนเองที่ Mental Health Check In สอบถามสิทธิบัตรทองที่สายด่วน สปสช. 1330 และหากเป็นเหตุฉุกเฉินโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที
บัตรทองครอบคลุมการรักษาโรคซึมเศร้าหรือไม่?
ครอบคลุม สปสช. ระบุว่าสิทธิบัตรทองครอบคลุมการคัดกรองความเครียดและภาวะซึมเศร้า การรักษาแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน การแพทย์ทางไกลด้านจิตเวช จิตบำบัด และพฤติกรรมบำบัด ปี 2568 ผู้ป่วยจิตเวชสิทธิบัตรทองเข้ารับบริการ 1,833,038 คน ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินได้ที่หน่วยบริการตามสิทธิ
องค์กรช่วยดูแลสุขภาพจิตพนักงานได้อย่างไร?
แนวทางสุขภาพจิตในที่ทำงานของ WHO ปี 2022 แนะนำให้แก้ที่สภาพการทำงานก่อน เช่น เวลาทำงานที่ยืดหยุ่นและกรอบจัดการการคุกคาม อบรมหัวหน้างานให้รับฟังและตอบสนองเป็น อบรมพนักงานเพื่อลดการตีตรา ปรับงานให้เหมาะกับผู้มีภาวะสุขภาพจิต และมีโปรแกรมกลับเข้าทำงานหลังลาป่วย
แหล่งอ้างอิง
- รายงานอัตราการฆ่าตัวตาย (รายต่อแสนประชากร) แยกตามเพศ ตั้งแต่ปี 2564 คิดตามสถานที่ตาย — ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ กรมสุขภาพจิต
- World Mental Health Day 2026 — World Health Organization
- Depressive disorder (depression) — World Health Organization
- Men and Mental Health — National Institute of Mental Health
- “กองทุนบัตรทอง” หนุนสิทธิประโยชน์ดูแลสุขภาพจิตต่อเนื่อง ปี 68 เข้าถึงบริการ 1.83 ล้านคน เชื่อมรักษา–ฟื้นฟูถึงชุมชน — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
- Mental health at work — World Health Organization
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- WHO11
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา132
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ