ข้ามไปยังเนื้อหา
Health

ฝีดาษวานร 2569 พบ 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย กรมควบคุมโรคเตือนผื่นตุ่มผิดปกติรีบพบแพทย์

ฝีดาษวานร 2569 พบ 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย ในไทยถึง 31 ต.ค. กรมควบคุมโรคแถลง 3 พ.ย. ให้สังเกตไข้ ผื่น ตุ่ม และตรวจ PCR สายด่วน 1422

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงเรื่องฝีดาษวานร 2569 เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569
ภาพ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

สรุปประเด็นสำคัญ

  • กรมควบคุมโรครายงานเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 ว่าไทยพบฝีดาษวานร 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย นับสะสมปี 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569
  • รายงานของ WHO เมื่อ 14 กันยายน 2569 ที่กรมควบคุมโรคอ้าง ระบุว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยยืนยัน 68,096 ราย เสียชีวิต 272 ราย จาก 107 ประเทศ ในช่วง 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ส.ค. 2569
  • การยืนยันโรคต้องตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี PCR จากตัวอย่างรอยโรค การดูผื่นหรือภาพถ่ายอย่างเดียวและการตรวจเลือดทั่วไปยืนยันไม่ได้
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้เอง ส่วนผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด สอบถามได้ที่สายด่วน 1422

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ว่าสถานการณ์ฝีดาษวานร 2569 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร (Mpox) สะสม 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย นับถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 และแนะให้ประชาชนสังเกตอาการ หากมีไข้ ผื่น หรือตุ่มผิดปกติให้รีบพบแพทย์ เพราะตรวจพบเร็วช่วยให้ดูแลรักษาได้เหมาะสมและลดโอกาสแพร่เชื้อ

ตัวเลขฝีดาษวานร 2569 ที่พบ 470 รายเป็นข้อมูลสถานการณ์ฝีดาษวานร 2569 ที่นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ไว้ พร้อมย้ำว่าตัวเลขของไทยกับตัวเลขทั่วโลกที่อ้างจากองค์การอนามัยโลก (WHO) มีช่วงเวลารายงานไม่เท่ากัน

ฝีดาษวานร 2569 ในไทยเทียบกับทั่วโลกอย่างไร

กรมควบคุมโรคอ้างรายงานของ WHO ที่เผยแพร่เมื่อ 14 กันยายน 2569 ว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ทั่วโลกมีผู้ป่วยยืนยัน 68,096 ราย เสียชีวิต 272 ราย จาก 107 ประเทศ ส่วนฝีดาษวานร 2569 ที่พบ 470 ราย ของไทยเป็นตัวเลขสะสมเฉพาะปี 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569 ทั้งสองชุดจึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ตามที่กรมควบคุมโรคระบุเอง

ข้อมูล ช่วงเวลา ผู้ป่วย เสียชีวิต
ประเทศไทย (กรมควบคุมโรค) ปี 2569 ถึง 31 ต.ค. 2569 470 ราย 3 ราย
ทั่วโลก (WHO ตามที่กรมควบคุมโรคอ้าง) 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ส.ค. 2569 68,096 ราย (ยืนยัน) 272 ราย
ตัวเลขฝีดาษวานร 470 ราย ของไทยปี 2569 เสียชีวิต 3 ราย เทียบกับผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก 68,096 ราย เสียชีวิต 272 ราย จาก 107 ประเทศ
ตัวเลขฝีดาษวานร 2569 ของไทย 470 ราย เทียบกับตัวเลขทั่วโลกที่ WHO รายงาน ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: กรมควบคุมโรค)

ปัจจุบันฝีดาษวานรเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง การรายงาน และมาตรการป้องกันควบคุมโรค

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงเรื่องฝีดาษวานร 2569 เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ขณะแถลงข้อมูลฝีดาษวานรเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 ภาพ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

อาการฝีดาษวานร 2569 ที่กรมควบคุมโรคให้สังเกต

กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้ป่วยฝีดาษวานร 2569 ระยะแรกมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ และต่อมน้ำเหลืองโต จากนั้นจะเกิดผื่นหรือตุ่มบนผิวหนัง ตามร่างกาย ใบหน้า อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก บางรายมีรอยโรคเพียงไม่กี่ตุ่ม รอยโรคจะเริ่มจากผื่นแดงนูน เปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง แล้วตกสะเก็ดจากกลางตุ่ม ตุ่มมักกระจายแยกกันเป็นตุ่มเดี่ยว ๆ และบางรายปวดบริเวณทวารหนัก

กรมควบคุมโรคย้ำว่าอาการและลำดับที่เกิดอาจต่างกัน ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอย่าง ผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้กระจายทั่วตัว โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติเสี่ยงสัมผัสโรค

ตรวจอย่างไรจึงยืนยันฝีดาษวานร 2569 ได้

รอยโรคของฝีดาษวานรอาจคล้ายเริม สุกใส หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังชนิดอื่น กรมควบคุมโรคจึงระบุว่าการดูผื่นหรือภาพถ่ายอย่างเดียวยืนยันโรคไม่ได้ ต้องพิจารณาจากอาการ ประวัติสัมผัส และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • วิธีหลักที่ใช้ยืนยันคือการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี PCR จากตัวอย่างรอยโรคตามมาตรฐาน
  • การตรวจเลือดทั่วไปไม่ใช่การตรวจยืนยันโรคฝีดาษวานร
  • ถ้าครั้งแรกยังสรุปไม่ได้หรือผลตรวจไม่พบเชื้อ แต่อาการยังอยู่ ตุ่มเพิ่มขึ้น หรืออาการเปลี่ยน ควรกลับไปพบแพทย์พร้อมแจ้งผลตรวจและประวัติการรักษาที่ผ่านมา แพทย์จะประเมินเพิ่มหรือเก็บตัวอย่างตรวจซ้ำ
ภาพหน้าจอข่าวกรมควบคุมโรคเรื่องฝีดาษวานร ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
ภาพหน้าจอข่าวของกรมควบคุมโรคเรื่องฝีดาษวานร ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ภาพ: กรมควบคุมโรค (ภาพหน้าจอ)

ฝีดาษวานร 2569 ติดต่ออย่างไร และป้องกันตัวอย่างไร

กรมควบคุมโรคระบุว่าฝีดาษวานร 2569 ติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ และการมีเพศสัมพันธ์ ข้อมูลทั่วไปของ WHO ก็ระบุว่าโรคแพร่ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด รวมถึงสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น เสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอน และผู้ที่มีคู่นอนหลายคนมีความเสี่ยงสูงกว่า

คำแนะนำป้องกันตามกรมควบคุมโรคมีดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังหรือรอยโรคของผู้ป่วยโดยตรง
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดและการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีอาการสงสัย
  3. ไม่ใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเครื่องนอนร่วมกับผู้อื่น เพราะเชื้อแพร่ผ่านสารคัดหลั่งหรือสะเก็ดแผลที่ติดอยู่กับสิ่งของได้
  4. ผู้ที่มีอาการสงสัยและรอตรวจหรือรอผล ควรแยกตัวจากผู้อื่น ปกคลุมรอยโรคให้มิดชิด ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ 70% สม่ำเสมอ และสวมหน้ากากอนามัยที่กระชับใบหน้าตลอดเวลา

ผู้ป่วยฝีดาษวานร 2569 รักษาอย่างไร ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือไม่

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าผู้ป่วยฝีดาษวานร 2569 ส่วนใหญ่หายได้เอง และรักษาตามอาการ เช่น บรรเทาอาการปวด ดูแลแผลไม่ให้ติดเชื้อซ้ำซ้อน และป้องกันภาวะแทรกซ้อน ส่วนผู้ที่เสี่ยงอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ต้องได้รับการประเมินและดูแลใกล้ชิด แพทย์จะพิจารณารักษาเพิ่มหรือรับไว้ในโรงพยาบาลเป็นรายบุคคล

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้ให้ข้อมูลการรักษาฝีดาษวานร
นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้ให้ข้อมูลการรักษาฝีดาษวานร ภาพ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้ป่วยที่ยืนยันว่าเป็นฝีดาษวานรไม่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลทุกราย แพทย์จะดูจากอาการ ความเสี่ยง และความพร้อมในการแยกตัวที่บ้าน ผู้ป่วยควรแยกตัว งดเดินทาง แยกภาชนะและเครื่องใช้ส่วนตัว ทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มและสิ่งของ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ จนกว่ารอยโรคทั้งหมดจะหาย สะเก็ดหลุด และมีผิวหนังใหม่ปกคลุม รวมถึงรอยโรคบริเวณเยื่อบุหายแล้ว

เมื่อไรควรไปพบแพทย์

กรมควบคุมโรคแนะให้ไปพบแพทย์ทันทีในกรณีต่อไปนี้ และไม่ต้องรอให้ตุ่มกระจายทั่วตัว

  • มีไข้ ผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติสัมผัสเสี่ยง
  • มีอาการปวดมาก ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารไม่ได้
  • มีรอยโรคบริเวณดวงตา หรืออาการทรุดลง

เมื่อพบแพทย์ให้แจ้งประวัติสัมผัสตามความเป็นจริง กรมควบคุมโรคระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์จะให้บริการด้วยความเข้าใจ เคารพความเป็นส่วนตัว และรักษาความลับของผู้ป่วย บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

ภาพหน้าจอเอกสารข้อเท็จจริงเรื่อง Mpox ขององค์การอนามัยโลก
เอกสารข้อเท็จจริงเรื่อง Mpox ขององค์การอนามัยโลกที่อธิบายสายพันธุ์ อาการ และวิธีแพร่เชื้อ ภาพ: WHO (ภาพหน้าจอ)

ผลต่อผู้อ่านชาวไทย

  • ไม่ต้องอายที่จะตรวจ อธิบดีกรมควบคุมโรคย้ำว่าการเจ็บป่วยไม่ใช่เรื่องน่าอาย และโรคนี้เกิดได้กับทุกคนที่มีประวัติสัมผัสเชื้อ
  • อย่าตีตราผู้ป่วย กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือทุกภาคส่วนไม่ตีตราหรือเลือกปฏิบัติ และเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย
  • สอบถามได้ทันที ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านหรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
  • ติดตามตัวเลขล่าสุด ฝีดาษวานร 2569 ที่พบ 470 รายเป็นตัวเลข ณ 31 ตุลาคม 2569 ตัวเลขจะเปลี่ยนเมื่อกรมควบคุมโรครายงานรอบใหม่

ข่าวสาธารณสุขและการแพทย์อื่น ๆ อ่านต่อได้ที่หมวดสุขภาพและการแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ฝีดาษวานร 2569 ในไทยพบ 470 ราย เป็นตัวเลขของช่วงไหน?

ตัวเลขฝีดาษวานร 2569 ที่พบ 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย เป็นผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยปี 2569 ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลกรมควบคุมโรคที่แถลงเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 ส่วนตัวเลขทั่วโลกของ WHO ครอบคลุมช่วงเวลาอื่น จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

ฝีดาษวานรมีอาการอย่างไร และต้องพบแพทย์เมื่อไร?

ระยะแรกมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต แล้วเกิดผื่นหรือตุ่มบนผิวหนัง ใบหน้า อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก กรมควบคุมโรคแนะให้พบแพทย์ทันทีเมื่อมีผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ โดยไม่ต้องรอให้กระจายทั่วตัว

ตรวจฝีดาษวานรอย่างไรจึงจะยืนยันได้?

กรมควบคุมโรคระบุว่าวิธีหลักในการยืนยันฝีดาษวานรคือการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี PCR จากตัวอย่างรอยโรค เพราะรอยโรคคล้ายเริมหรือสุกใสได้ การดูผื่นหรือภาพถ่ายอย่างเดียว รวมถึงการตรวจเลือดทั่วไป ไม่สามารถยืนยันโรคได้

ฝีดาษวานรติดต่ออย่างไร และสอบถามได้ที่ไหน?

กรมควบคุมโรคระบุว่าติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ การสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ และการมีเพศสัมพันธ์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมควบคุมโรคแนะประชาชนสังเกตอาการโรคฝีดาษวานร หากพบผื่นหรือตุ่มผิดปกติ รีบพบแพทย์ ย้ำตรวจพบเร็ว รักษาได้ — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  2. Mpox (fact sheet) — องค์การอนามัยโลก (WHO)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ