ข้ามไปยังเนื้อหา
Royalอธิบาย

รถม้าพระที่นั่ง: ประวัติรถม้าในราชสำนักสยาม จากรัชกาลที่ 5 ถึง พ.ศ. 2481

บันทึกประวัติ รถม้าพระที่นั่ง ในราชสำนักสยาม การเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446 โรงรถม้า รถม้าหลวงของนาคหลวง การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ และกระบวนรถม้า พ.ศ. 2481

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 9 นาที ผู้เข้าชม 2

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพถ่ายเก่า วันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 และประธานาธิบดีฝรั่งเศสในรถม้า ที่เมืองรอมบุยเย ฝรั่งเศส
ภาพ: Agence Rol / Bibliothèque nationale de France / Wikimedia Commons (Public domain)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • วันที่ 19 มิถุนายน 2446 รัชกาลที่ 5 ทรงรถม้าพระที่นั่ง พร้อมกระบวนทหารราชองครักษ์จาก พระบรมมหาราชวัง ไปท่าราชวรดิฐ เพื่อเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรีระยะทาง 150 กิโลเมตร
  • พระราชวังบนเขาสัตนารถ จังหวัดราชบุรี ซึ่งใช้รับราชทูตโปรตุเกสเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2420 มี โรงรถม้า อยู่เชิงเขา
  • หลังรถยนต์ "แก้วจักรพรรดิ" เข้ามาเมื่อ พ.ศ. 2447 และมีการสั่งรถยนต์อีก 10 คัน ราชสำนักก็ใช้รถยนต์แทน รถม้าพระที่นั่ง ตามหนังสือของกรมศิลปากร
  • ใน พ.ศ. 2481 กระบวนรถม้าพระที่นั่ง เชิญ เสด็จ จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ตามบันทึกของกรมประชาสัมพันธ์

รถม้าพระที่นั่ง คือรถเทียมม้าที่ใช้เป็นพาหนะของ พระมหากษัตริย์ ในราชสำนักสยาม เอกสารของกรมศิลปากรบันทึกว่า วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1903) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรถม้าพระที่นั่ง ออกจาก พระบรมมหาราชวัง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี และหลังรถยนต์เข้ามาในรัชกาลที่ 5 ราชสำนักก็หันมาใช้รถยนต์เป็นหลักแทน รถม้าพระที่นั่ง

บทความนี้รวบรวมเฉพาะหลักฐานที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่ไว้ ได้แก่ กรมศิลปากร สำนักหอสมุดแห่งชาติ สำนักพระราชวัง และกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อบันทึกว่ารถม้าเข้ามาเป็นพาหนะของราชสำนักอย่างไร ใช้ในโอกาสใด และเหลืออะไรให้ชมในปัจจุบัน ส่วนยานที่ใช้คนชักลากหรือแบกหามอ่านได้ที่ ราชรถ และ พระราชยาน

รถม้าพระที่นั่ง คืออะไร

หน้า "โรงราชรถ" ในพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากรอธิบายว่า ราชรถ หรือรถหลวงมีวิธีขับเคลื่อนสองแบบ ราชรถขนาดใหญ่ที่มีซุ้มเครื่องยอดสูงใช้คนลากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนอีกวิธีหนึ่งใช้สัตว์ เช่น ม้า เป็นกำลังชักลาก มีด้านหน้าด้านเดียว เพราะส่วนมากเป็นรถขนาดเล็ก มีเครื่องหลังคาหรือซุ้มไม่สูงใหญ่ และน้ำหนักไม่มาก เมื่อจะหยุดรถจึงไม่ต้องฉุดด้านหลัง

รถม้าพระที่นั่ง จึงเป็นรถหลวงในกลุ่มหลังนี้ เอกสารทางการที่อ้างในบทความเรียกพาหนะชนิดนี้ไว้หลายแบบ ดังนี้

  • รถม้าพระที่นั่ง ใช้เรียกรถที่ พระมหากษัตริย์ ประทับ ในเอกสารของสำนักหอสมุดแห่งชาติและกรมประชาสัมพันธ์
  • รถพระประเทียบ ปรากฏในคำว่า "กระบวนรถพระประเทียบ" จากจดหมายเหตุ พระราชกิจรายวัน ที่กรมศิลปากรอ้างไว้
  • รถม้าหลวง ใช้เรียกรถม้าที่ราชสำนักจัดให้ผู้อื่นใช้ ตามบันทึกของสำนักพระราชวังเรื่องนาคหลวง
  • กระบวนรถม้า ใช้เรียกขบวนรถม้า เช่น ขบวนที่ใช้ในการรับแขกเมือง

ก่อนยุครถม้า: กระบวนม้าและ เรือพระที่นั่งกลไฟ

กรมศิลปากรเล่าไว้ในบทความชุด "160 ปี พระนครคีรี จิรกาล" ว่าการเดินทางไปเมืองเพชรบุรีในสมัยก่อนนิยมใช้ทางน้ำ ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ เรือพระที่นั่งกลไฟ เป็น พระราชพาหนะ ไปยังหัวเมือง เช่น เรืออรรคราชวรเดช และเมื่อขึ้นบกแล้วอาจเปลี่ยนเป็นกระบวนม้าเดินบกต่อไปจนถึงเขามหาสวรรค์

ในช่วงต้นรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การเดินทางไปเมืองเพชรบุรียังใช้ทางน้ำเป็นหลัก จดหมายเหตุ พระราชกิจรายวัน ภาค 23 ที่กรมศิลปากรอ้างไว้บันทึกว่า เสด็จ ด้วย เรือพระที่นั่งเวสาตรี ถึงอ่าวบ้านแหลม แล้วเปลี่ยนมา ประทับ ม้าพระที่นั่ง เดินบกพร้อมด้วย กระบวนรถพระประเทียบ ถึงพระนครคีรี จนถึง พ.ศ. 2446 เมื่อทางรถไฟสายใต้มาถึงเมืองเพชรบุรี จึงเปลี่ยนมาใช้รถไฟตลอดมา

โรงรถม้าใน พระราชวัง สมัยรัชกาลที่ 5

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี บันทึกเรื่อง พระราชวังบนเขาสัตนารถ จังหวัดราชบุรี ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นหลังจากเคย เสด็จประพาส เขาลูกนี้เมื่อ พ.ศ. 2414 ผังของ พระราชวัง สะท้อนว่ารถม้าเป็นส่วนหนึ่งของ พระราชฐาน ในสมัยนั้น

  • เชิงเขาด้านตะวันออกมีโรงทหารรักษาพระองค์ 1 โรง
  • อีกฟากหนึ่งมี โรงรถม้า
  • ตรงทางสองแพร่งมีกระโจมสำหรับทหารยามรักษาการณ์ และถัดขึ้นไปเป็นโรงทหารมหาดเล็กและทิมดาบตำรวจหน้าท้องพระโรง

พระราชวัง แห่งนี้ใช้รับราชทูตโปรตุเกสเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2420 และเอกสารของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าหลังจากนั้นไม่ได้ใช้เป็นที่ ประทับ อีก

รถม้าพระที่นั่ง ในการเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446

สำนักหอสมุดแห่งชาติเรียบเรียง "เรื่องเล่าจากราชกิจจานุเบกษา" ว่า วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน เปิดการเดินรถไฟสายเพชรบุรี ระยะทาง 150 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มก่อสร้างในปลาย พ.ศ. 2442 และเปิดทดลองเดินรถตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2446 ลำดับการเดินทางในเช้าวันนั้นมีดังนี้

  1. เวลาเช้าโมงเศษ (7 นาฬิกาเศษ) ทรงเครื่องอย่างจอมพลทหารบก แล้ว ทรงรถม้าพระที่นั่ง พร้อมด้วยกระบวนทหารราชองครักษ์และมหาดเล็กแห่นำ ตามเสด็จ ออกจาก พระบรมมหาราชวัง
  2. กระบวนรถเลี้ยวเข้าถนนหน้าพระลาน เลี้ยวที่ป้อมอินทรังสรรค์ ไปตามถนนริมกำแพงพระนคร แล้วหยุด รถพระที่นั่ง ที่ชาลา พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย
  3. จากนั้นลงเรือกลไฟชื่อชลยุทธ์ที่ท่าราชวรดิฐ ไปขึ้นที่สถานีปากคลองบางกอกน้อย และ ประทับรถพระที่นั่ง ของกรมรถไฟไปยังสถานีหน้าวัดอมรินทรารามวรวิหาร

บันทึกนี้แสดงว่าในปลายรัชกาลที่ 5 รถม้า เรือกลไฟ และรถไฟ ถูกใช้ต่อกันในการเดินทางครั้งเดียว

รถม้าหลวง กับประเพณีนาคหลวง

สำนักพระราชวังบันทึกเรื่อง พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง ไว้ว่า ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สามเณรปลด กิตฺติโสภโณ (ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สอบพระปริยัติธรรมได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จึงโปรดให้เป็นนาคหลวงอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และโปรดให้จัด รถม้าหลวง ไปส่งยังวัดที่จำพรรษา

จากครั้งนั้นจึงถือเป็นราชประเพณีว่า สามเณรที่สอบได้เปรียญ 9 ประโยคเมื่ออายุครบอุปสมบทจะได้เป็นนาคหลวง ข้อความของสำนักพระราชวังที่อธิบายธรรมเนียมนี้ระบุว่า ราชสำนักจัด รถยนต์หลวง ไปส่งยังวัดที่จำพรรษา ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนพาหนะจากรถม้ามาเป็นรถยนต์

กระบวนรถม้าในการรับแขกเมือง ร.ศ. 128

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี อ้างราชกิจจานุเบกษาเรื่องการรับดยุคโยฮันอัลเบิร์ต ผู้สำเร็จราชการเมืองบรันสวิก และพระชายา เมื่อเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ร.ศ. 128 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2452 ตามการนับปีขณะนั้น (ค.ศ. 1910) ในการเดินทางครั้งนั้น คณะเดินทางใช้ทั้งรถยนต์ เรือยนต์ รถไฟ และเก้าอี้หาม ส่วนที่เมืองเพชรบุรี ราชกิจจานุเบกษาบันทึกว่า วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลาเช้า คณะเดินทางโดยกระบวนรถม้าจากเชิงเขาไปยังถ้ำเขาหลวง

ในบทความเดียวกัน กรมศิลปากรเล่าว่าดยุคผู้นี้เคยรับรอง รัชกาลที่ 5 ที่ พระราชวัง เมืองบรันสวิกหลายราตรี ในคราวที่ เสด็จพระราชดำเนิน เยือนยุโรป ภาพถ่ายเก่าที่เผยแพร่เป็นสาธารณสมบัติใน Wikimedia Commons ระบุว่าบันทึกการเยือนเมืองบรันสวิกเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1907 ซึ่งแสดงรถม้าที่ใช้รับรองในครั้งนั้น

ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 กับดยุคโยฮันอัลเบิร์ตในรถม้า ที่เมืองบรันสวิก เยอรมนี
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 กับดยุคโยฮันอัลเบิร์ตในรถม้า ที่เมืองบรันสวิก เยอรมนี ภาพ: A. Grohs, Braunschweig / Wikimedia Commons (Public domain)

จาก รถม้าพระที่นั่ง สู่รถยนต์

หนังสือ "รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕" ซึ่งกรมศิลปากรจัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2566 โดยใช้เอกสารของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เล่าลำดับการเข้ามาของรถยนต์ไว้ดังนี้

  • รถยนต์คันแรกในเมืองไทยสั่งเข้ามาใน พ.ศ. 2440 โดยจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ
  • พ.ศ. 2447 กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงนำ รถยนต์เมอร์ซิเดส เดมเลอร์สีแดงจากยุโรปมาน้อมเกล้าฯ ถวาย และได้รับ พระราชทาน นามว่า "แก้วจักรพรรดิ"
  • จากนั้นมีการสั่งรถยนต์เข้ามาอีก 10 คันเพื่อ พระราชทาน แก่ พระบรมวงศานุวงศ์ และเสนาบดี และสั่งเพิ่มอีกหลายสิบคันในเวลาต่อมา

หนังสือเล่มเดียวกันสรุปว่า นับตั้งแต่นั้นมาราชสำนักได้ใช้รถยนต์เป็นราชพาหนะแทน รถม้าพระที่นั่ง ดังที่เคยใช้มาแต่ก่อน

รถยนต์ยุคแรกในสยามจอดเรียงหน้าอาคาร ซึ่งต่อมาราชสำนักใช้แทน รถม้าพระที่นั่ง ภาพจากหนังสือของกรมศิลปากร
รถยนต์ยุคแรกในสยามจอดเรียงหน้าอาคาร ภาพจากหนังสือรถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ ของกรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

กรมราชพาหนะ ในราชสำนัก

สำนักพระราชวังอธิบายประวัติหน่วยงานของตนว่า กรมวังซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสำนักพระราชวังเคยแบ่งงานออกเป็นกรมย่อยหลายกรม เช่น กรมพระตำรวจวัง กรมพระราชยาน กรมอาวุธหลวง กรมฉางข้าวหลวง และกรมสวนหลวง

ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ. 2476 ศาลาว่าการพระราชวัง แบ่งออกเป็น 10 กรม หนึ่งในนั้นคือ กรมราชพาหนะ แต่ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 หน่วยงานนี้กลับเป็นกระทรวงวังและแบ่งเป็น 7 กรม ซึ่งไม่มีกรมราชพาหนะอยู่ในรายชื่อ ต่อมาใน พ.ศ. 2478 กระทรวงวังเปลี่ยนนามเป็นสำนักพระราชวัง ส่วนบันทึกของกรมประชาสัมพันธ์ใน พ.ศ. 2481 ยังกล่าวถึง กระบวนรถม้าพระที่นั่ง ในพระนคร

กระบวนรถม้าพระที่นั่ง พ.ศ. 2481

กรมประชาสัมพันธ์บันทึกว่า ใน พ.ศ. 2481 รัชกาลที่ 8 เสด็จนิวัติสยามครั้งแรก ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญของรัฐบาล เรือหลวงศรีอยุธยาเทียบท่าราชวรดิฐ หลังพิธี รับเสด็จ ทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และระหว่างที่ เสด็จโดย กระบวนรถม้าพระที่นั่ง จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มีประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สองข้างทางอย่างเนืองแน่น

สำนักพระราชวังออก พระนาม รัชกาลนี้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และบันทึกว่าในรัชกาลนี้เองที่กระทรวงวังเปลี่ยนนามเป็นสำนักพระราชวังเมื่อ พ.ศ. 2478

ลำดับเหตุการณ์ของ รถม้าพระที่นั่ง

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
รัชกาลที่ 4 การเดินทางไปหัวเมืองใช้ เรือพระที่นั่งกลไฟ และเปลี่ยนเป็นกระบวนม้าเมื่อเดินทางบก
ต้นรัชกาลที่ 5 การเดินทางไปเมืองเพชรบุรีใช้ ม้าพระที่นั่ง พร้อม กระบวนรถพระประเทียบ
2420 (1878) พระราชวังบนเขาสัตนารถ ซึ่งมีโรงรถม้า ใช้รับราชทูตโปรตุเกส
2440 (1897) รถยนต์คันแรกเข้ามาในเมืองไทย
2446 (1903) 19 มิถุนายน: รัชกาลที่ 5 ทรงรถม้าพระที่นั่ง ออกจาก พระบรมมหาราชวัง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี
2447 (1904) รถยนต์ "แก้วจักรพรรดิ" เข้ามา ต่อมาราชสำนักใช้รถยนต์แทน รถม้าพระที่นั่ง
2452 (1910) กระบวนรถม้ารับคณะดยุคโยฮันอัลเบิร์ตที่เมืองเพชรบุรี
2476 (1933) ศาลาว่าการพระราชวัง มีกรมราชพาหนะเป็น 1 ใน 10 กรม
2481 (1938) กระบวนรถม้าพระที่นั่ง จาก พระบรมมหาราชวัง ไป พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ภาพบันทึก

ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1897 รัชกาลที่ 5 ในรถม้าหน้าโรงแรมสเตฟานี เมืองบาเดิน-บาเดิน เยอรมนี
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1897 รัชกาลที่ 5 ในรถม้าหน้าโรงแรมสเตฟานี เมืองบาเดิน-บาเดิน เยอรมนี ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (Public domain)
โปสการ์ดเก่า วันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 ในรถม้าเมื่อเดินทางถึงกรุงคริสเตียเนีย นอร์เวย์
โปสการ์ดเก่า วันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 ในรถม้าเมื่อเดินทางถึงกรุงคริสเตียเนีย นอร์เวย์ ภาพ: National Library of Norway / Wikimedia Commons (No known copyright restrictions)
รถยนต์ยุคแรกในสยาม ภาพจากหนังสือรถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ ของกรมศิลปากร
รถยนต์ยุคแรกในสยาม ภาพจากหนังสือรถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ ของกรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

  • พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง พระราชวังดุสิต และ พิพิธภัณฑ์รถพระที่นั่ง พระราชวังดุสิต อยู่ในรายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยที่ห้องสมุดของกรมศิลปากรรวบรวมไว้ ผู้ที่จะเข้าชมควรตรวจสอบประกาศเวลาเปิดของสำนักพระราชวังก่อน
  • พระราชวังบนเขาสัตนารถ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเคยมีโรงรถม้า ยังมีประวัติบันทึกไว้โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
  • ราชประเพณีนาคหลวง ซึ่งเริ่มด้วยการจัดรถม้าหลวงไปส่งนาคหลวง ยังเป็น พระราชพิธี ที่สำนักพระราชวังบันทึกไว้ โดยปัจจุบันใช้รถยนต์หลวง
  • บันทึกในราชกิจจานุเบกษา เรื่องการเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446 ซึ่งสำนักหอสมุดแห่งชาติเผยแพร่ซ้ำ เป็นหลักฐานชั้นต้นของการใช้ รถม้าพระที่นั่ง ในพระราชพิธี

อ่านเรื่องเรือ ราชรถ และยานในงานพิธีอื่น ๆ ได้ที่ หมวดยานพาหนะใน พระราชพิธี

คำถามที่พบบ่อย

รถม้าพระที่นั่ง คืออะไร?

รถม้าพระที่นั่ง คือรถเทียมม้าที่ใช้เป็นพาหนะของ พระมหากษัตริย์ หน้าโรงราชรถของกรมศิลปากรอธิบายว่ารถหลวงที่ใช้สัตว์อย่างม้าลากมักเป็นรถขนาดเล็ก มีด้านหน้าด้านเดียว น้ำหนักไม่มาก ต่างจากราชรถขนาดใหญ่ที่ใช้คนชักลากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

มีบันทึกการใช้ รถม้าพระที่นั่ง ในโอกาสใดบ้าง?

สำนักหอสมุดแห่งชาติสรุปจากราชกิจจานุเบกษาว่า วันที่ 19 มิถุนายน 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรถม้าพระที่นั่ง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี และกรมประชาสัมพันธ์บันทึก กระบวนรถม้าพระที่นั่ง เมื่อ พ.ศ. 2481 จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ราชสำนักเลิกใช้รถม้าเมื่อไร?

หนังสือ รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ ของกรมศิลปากรระบุว่า หลังจากรถยนต์แก้วจักรพรรดิเข้ามาใน พ.ศ. 2447 และมีการสั่งรถยนต์เข้ามาอีกหลายสิบคัน ราชสำนักก็ใช้รถยนต์เป็นราชพาหนะแทนรถม้าที่เคยใช้มาแต่ก่อน แต่ยังมีบันทึกการใช้กระบวนรถม้าในโอกาสพิเศษถึง พ.ศ. 2481

ชม รถม้าพระที่นั่ง ได้ที่ไหน?

รายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยที่หอสมุดแห่งชาติ จันทบุรี ของกรมศิลปากรรวบรวมไว้ มี พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง และ พิพิธภัณฑ์รถพระที่นั่ง ใน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ที่จะเข้าชมควรตรวจสอบประกาศเวลาเปิดของสำนักพระราชวังก่อนเดินทาง

แหล่งอ้างอิง

  1. โรงราชรถ — พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)
  2. ๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล ตอนที่ ๓ ราชมรรคาสู่เมืองเพ็ชร์ — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี)
  3. ราชบุรีก็มีพระราชวังบนเขา — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี)
  4. เรื่องเล่าจากราชกิจจานุเบกษา : การเปิดเส้นทางรถไฟสายเพชรบุรี ปฐมบททางรถไฟสายใต้ — สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
  5. พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง — สำนักพระราชวัง
  6. สารคดี ๑๑๒ ปี ไพรัชไมตรี ณ เมืองเพชรบุรี ตอนที่ ๗ การรับเจ้า และเสด็จเมืองเพชรบุรี — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี)
  7. รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ (หนังสือ พ.ศ. ๒๕๖๖) — กรมศิลปากร
  8. สำนักพระราชวัง — ประวัติความเป็นมา — สำนักพระราชวัง
  9. ยุวกษัตริย์รัชกาลที่ ๘ ครอบครัวเล็ก ๆ ราชสกุลมหิดล — กรมประชาสัมพันธ์ (สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 2)
  10. รายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย — กรมศิลปากร (หอสมุดแห่งชาติ จันทบุรี)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ