รถม้าพระที่นั่ง: ประวัติรถม้าในราชสำนักสยาม จากรัชกาลที่ 5 ถึง พ.ศ. 2481
บันทึกประวัติ รถม้าพระที่นั่ง ในราชสำนักสยาม การเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446 โรงรถม้า รถม้าหลวงของนาคหลวง การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ และกระบวนรถม้า พ.ศ. 2481
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 9 นาที ผู้เข้าชม 2

สรุปประเด็นสำคัญ
- วันที่ 19 มิถุนายน 2446 รัชกาลที่ 5 ทรงรถม้าพระที่นั่ง พร้อมกระบวนทหารราชองครักษ์จาก พระบรมมหาราชวัง ไปท่าราชวรดิฐ เพื่อเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรีระยะทาง 150 กิโลเมตร
- พระราชวังบนเขาสัตนารถ จังหวัดราชบุรี ซึ่งใช้รับราชทูตโปรตุเกสเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2420 มี โรงรถม้า อยู่เชิงเขา
- หลังรถยนต์ "แก้วจักรพรรดิ" เข้ามาเมื่อ พ.ศ. 2447 และมีการสั่งรถยนต์อีก 10 คัน ราชสำนักก็ใช้รถยนต์แทน รถม้าพระที่นั่ง ตามหนังสือของกรมศิลปากร
- ใน พ.ศ. 2481 กระบวนรถม้าพระที่นั่ง เชิญ เสด็จ จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ตามบันทึกของกรมประชาสัมพันธ์
รถม้าพระที่นั่ง คือรถเทียมม้าที่ใช้เป็นพาหนะของ พระมหากษัตริย์ ในราชสำนักสยาม เอกสารของกรมศิลปากรบันทึกว่า วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1903) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรถม้าพระที่นั่ง ออกจาก พระบรมมหาราชวัง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี และหลังรถยนต์เข้ามาในรัชกาลที่ 5 ราชสำนักก็หันมาใช้รถยนต์เป็นหลักแทน รถม้าพระที่นั่ง
บทความนี้รวบรวมเฉพาะหลักฐานที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่ไว้ ได้แก่ กรมศิลปากร สำนักหอสมุดแห่งชาติ สำนักพระราชวัง และกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อบันทึกว่ารถม้าเข้ามาเป็นพาหนะของราชสำนักอย่างไร ใช้ในโอกาสใด และเหลืออะไรให้ชมในปัจจุบัน ส่วนยานที่ใช้คนชักลากหรือแบกหามอ่านได้ที่ ราชรถ และ พระราชยาน
รถม้าพระที่นั่ง คืออะไร
หน้า "โรงราชรถ" ในพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากรอธิบายว่า ราชรถ หรือรถหลวงมีวิธีขับเคลื่อนสองแบบ ราชรถขนาดใหญ่ที่มีซุ้มเครื่องยอดสูงใช้คนลากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนอีกวิธีหนึ่งใช้สัตว์ เช่น ม้า เป็นกำลังชักลาก มีด้านหน้าด้านเดียว เพราะส่วนมากเป็นรถขนาดเล็ก มีเครื่องหลังคาหรือซุ้มไม่สูงใหญ่ และน้ำหนักไม่มาก เมื่อจะหยุดรถจึงไม่ต้องฉุดด้านหลัง
รถม้าพระที่นั่ง จึงเป็นรถหลวงในกลุ่มหลังนี้ เอกสารทางการที่อ้างในบทความเรียกพาหนะชนิดนี้ไว้หลายแบบ ดังนี้
- รถม้าพระที่นั่ง ใช้เรียกรถที่ พระมหากษัตริย์ ประทับ ในเอกสารของสำนักหอสมุดแห่งชาติและกรมประชาสัมพันธ์
- รถพระประเทียบ ปรากฏในคำว่า "กระบวนรถพระประเทียบ" จากจดหมายเหตุ พระราชกิจรายวัน ที่กรมศิลปากรอ้างไว้
- รถม้าหลวง ใช้เรียกรถม้าที่ราชสำนักจัดให้ผู้อื่นใช้ ตามบันทึกของสำนักพระราชวังเรื่องนาคหลวง
- กระบวนรถม้า ใช้เรียกขบวนรถม้า เช่น ขบวนที่ใช้ในการรับแขกเมือง
ก่อนยุครถม้า: กระบวนม้าและ เรือพระที่นั่งกลไฟ
กรมศิลปากรเล่าไว้ในบทความชุด "160 ปี พระนครคีรี จิรกาล" ว่าการเดินทางไปเมืองเพชรบุรีในสมัยก่อนนิยมใช้ทางน้ำ ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ เรือพระที่นั่งกลไฟ เป็น พระราชพาหนะ ไปยังหัวเมือง เช่น เรืออรรคราชวรเดช และเมื่อขึ้นบกแล้วอาจเปลี่ยนเป็นกระบวนม้าเดินบกต่อไปจนถึงเขามหาสวรรค์
ในช่วงต้นรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การเดินทางไปเมืองเพชรบุรียังใช้ทางน้ำเป็นหลัก จดหมายเหตุ พระราชกิจรายวัน ภาค 23 ที่กรมศิลปากรอ้างไว้บันทึกว่า เสด็จ ด้วย เรือพระที่นั่งเวสาตรี ถึงอ่าวบ้านแหลม แล้วเปลี่ยนมา ประทับ ม้าพระที่นั่ง เดินบกพร้อมด้วย กระบวนรถพระประเทียบ ถึงพระนครคีรี จนถึง พ.ศ. 2446 เมื่อทางรถไฟสายใต้มาถึงเมืองเพชรบุรี จึงเปลี่ยนมาใช้รถไฟตลอดมา
โรงรถม้าใน พระราชวัง สมัยรัชกาลที่ 5
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี บันทึกเรื่อง พระราชวังบนเขาสัตนารถ จังหวัดราชบุรี ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นหลังจากเคย เสด็จประพาส เขาลูกนี้เมื่อ พ.ศ. 2414 ผังของ พระราชวัง สะท้อนว่ารถม้าเป็นส่วนหนึ่งของ พระราชฐาน ในสมัยนั้น
- เชิงเขาด้านตะวันออกมีโรงทหารรักษาพระองค์ 1 โรง
- อีกฟากหนึ่งมี โรงรถม้า
- ตรงทางสองแพร่งมีกระโจมสำหรับทหารยามรักษาการณ์ และถัดขึ้นไปเป็นโรงทหารมหาดเล็กและทิมดาบตำรวจหน้าท้องพระโรง
พระราชวัง แห่งนี้ใช้รับราชทูตโปรตุเกสเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2420 และเอกสารของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าหลังจากนั้นไม่ได้ใช้เป็นที่ ประทับ อีก
รถม้าพระที่นั่ง ในการเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446
สำนักหอสมุดแห่งชาติเรียบเรียง "เรื่องเล่าจากราชกิจจานุเบกษา" ว่า วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน เปิดการเดินรถไฟสายเพชรบุรี ระยะทาง 150 กิโลเมตร ซึ่งเริ่มก่อสร้างในปลาย พ.ศ. 2442 และเปิดทดลองเดินรถตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2446 ลำดับการเดินทางในเช้าวันนั้นมีดังนี้
- เวลาเช้าโมงเศษ (7 นาฬิกาเศษ) ทรงเครื่องอย่างจอมพลทหารบก แล้ว ทรงรถม้าพระที่นั่ง พร้อมด้วยกระบวนทหารราชองครักษ์และมหาดเล็กแห่นำ ตามเสด็จ ออกจาก พระบรมมหาราชวัง
- กระบวนรถเลี้ยวเข้าถนนหน้าพระลาน เลี้ยวที่ป้อมอินทรังสรรค์ ไปตามถนนริมกำแพงพระนคร แล้วหยุด รถพระที่นั่ง ที่ชาลา พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย
- จากนั้นลงเรือกลไฟชื่อชลยุทธ์ที่ท่าราชวรดิฐ ไปขึ้นที่สถานีปากคลองบางกอกน้อย และ ประทับรถพระที่นั่ง ของกรมรถไฟไปยังสถานีหน้าวัดอมรินทรารามวรวิหาร
บันทึกนี้แสดงว่าในปลายรัชกาลที่ 5 รถม้า เรือกลไฟ และรถไฟ ถูกใช้ต่อกันในการเดินทางครั้งเดียว
รถม้าหลวง กับประเพณีนาคหลวง
สำนักพระราชวังบันทึกเรื่อง พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง ไว้ว่า ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สามเณรปลด กิตฺติโสภโณ (ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สอบพระปริยัติธรรมได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จึงโปรดให้เป็นนาคหลวงอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และโปรดให้จัด รถม้าหลวง ไปส่งยังวัดที่จำพรรษา
จากครั้งนั้นจึงถือเป็นราชประเพณีว่า สามเณรที่สอบได้เปรียญ 9 ประโยคเมื่ออายุครบอุปสมบทจะได้เป็นนาคหลวง ข้อความของสำนักพระราชวังที่อธิบายธรรมเนียมนี้ระบุว่า ราชสำนักจัด รถยนต์หลวง ไปส่งยังวัดที่จำพรรษา ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนพาหนะจากรถม้ามาเป็นรถยนต์
กระบวนรถม้าในการรับแขกเมือง ร.ศ. 128
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี อ้างราชกิจจานุเบกษาเรื่องการรับดยุคโยฮันอัลเบิร์ต ผู้สำเร็จราชการเมืองบรันสวิก และพระชายา เมื่อเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ร.ศ. 128 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2452 ตามการนับปีขณะนั้น (ค.ศ. 1910) ในการเดินทางครั้งนั้น คณะเดินทางใช้ทั้งรถยนต์ เรือยนต์ รถไฟ และเก้าอี้หาม ส่วนที่เมืองเพชรบุรี ราชกิจจานุเบกษาบันทึกว่า วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลาเช้า คณะเดินทางโดยกระบวนรถม้าจากเชิงเขาไปยังถ้ำเขาหลวง
ในบทความเดียวกัน กรมศิลปากรเล่าว่าดยุคผู้นี้เคยรับรอง รัชกาลที่ 5 ที่ พระราชวัง เมืองบรันสวิกหลายราตรี ในคราวที่ เสด็จพระราชดำเนิน เยือนยุโรป ภาพถ่ายเก่าที่เผยแพร่เป็นสาธารณสมบัติใน Wikimedia Commons ระบุว่าบันทึกการเยือนเมืองบรันสวิกเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1907 ซึ่งแสดงรถม้าที่ใช้รับรองในครั้งนั้น

จาก รถม้าพระที่นั่ง สู่รถยนต์
หนังสือ "รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕" ซึ่งกรมศิลปากรจัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2566 โดยใช้เอกสารของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เล่าลำดับการเข้ามาของรถยนต์ไว้ดังนี้
- รถยนต์คันแรกในเมืองไทยสั่งเข้ามาใน พ.ศ. 2440 โดยจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ
- พ.ศ. 2447 กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงนำ รถยนต์เมอร์ซิเดส เดมเลอร์สีแดงจากยุโรปมาน้อมเกล้าฯ ถวาย และได้รับ พระราชทาน นามว่า "แก้วจักรพรรดิ"
- จากนั้นมีการสั่งรถยนต์เข้ามาอีก 10 คันเพื่อ พระราชทาน แก่ พระบรมวงศานุวงศ์ และเสนาบดี และสั่งเพิ่มอีกหลายสิบคันในเวลาต่อมา
หนังสือเล่มเดียวกันสรุปว่า นับตั้งแต่นั้นมาราชสำนักได้ใช้รถยนต์เป็นราชพาหนะแทน รถม้าพระที่นั่ง ดังที่เคยใช้มาแต่ก่อน

กรมราชพาหนะ ในราชสำนัก
สำนักพระราชวังอธิบายประวัติหน่วยงานของตนว่า กรมวังซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสำนักพระราชวังเคยแบ่งงานออกเป็นกรมย่อยหลายกรม เช่น กรมพระตำรวจวัง กรมพระราชยาน กรมอาวุธหลวง กรมฉางข้าวหลวง และกรมสวนหลวง
ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ. 2476 ศาลาว่าการพระราชวัง แบ่งออกเป็น 10 กรม หนึ่งในนั้นคือ กรมราชพาหนะ แต่ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 หน่วยงานนี้กลับเป็นกระทรวงวังและแบ่งเป็น 7 กรม ซึ่งไม่มีกรมราชพาหนะอยู่ในรายชื่อ ต่อมาใน พ.ศ. 2478 กระทรวงวังเปลี่ยนนามเป็นสำนักพระราชวัง ส่วนบันทึกของกรมประชาสัมพันธ์ใน พ.ศ. 2481 ยังกล่าวถึง กระบวนรถม้าพระที่นั่ง ในพระนคร
กระบวนรถม้าพระที่นั่ง พ.ศ. 2481
กรมประชาสัมพันธ์บันทึกว่า ใน พ.ศ. 2481 รัชกาลที่ 8 เสด็จนิวัติสยามครั้งแรก ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญของรัฐบาล เรือหลวงศรีอยุธยาเทียบท่าราชวรดิฐ หลังพิธี รับเสด็จ ทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และระหว่างที่ เสด็จโดย กระบวนรถม้าพระที่นั่ง จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มีประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สองข้างทางอย่างเนืองแน่น
สำนักพระราชวังออก พระนาม รัชกาลนี้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และบันทึกว่าในรัชกาลนี้เองที่กระทรวงวังเปลี่ยนนามเป็นสำนักพระราชวังเมื่อ พ.ศ. 2478
ลำดับเหตุการณ์ของ รถม้าพระที่นั่ง
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| รัชกาลที่ 4 | การเดินทางไปหัวเมืองใช้ เรือพระที่นั่งกลไฟ และเปลี่ยนเป็นกระบวนม้าเมื่อเดินทางบก |
| ต้นรัชกาลที่ 5 | การเดินทางไปเมืองเพชรบุรีใช้ ม้าพระที่นั่ง พร้อม กระบวนรถพระประเทียบ |
| 2420 (1878) | พระราชวังบนเขาสัตนารถ ซึ่งมีโรงรถม้า ใช้รับราชทูตโปรตุเกส |
| 2440 (1897) | รถยนต์คันแรกเข้ามาในเมืองไทย |
| 2446 (1903) | 19 มิถุนายน: รัชกาลที่ 5 ทรงรถม้าพระที่นั่ง ออกจาก พระบรมมหาราชวัง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี |
| 2447 (1904) | รถยนต์ "แก้วจักรพรรดิ" เข้ามา ต่อมาราชสำนักใช้รถยนต์แทน รถม้าพระที่นั่ง |
| 2452 (1910) | กระบวนรถม้ารับคณะดยุคโยฮันอัลเบิร์ตที่เมืองเพชรบุรี |
| 2476 (1933) | ศาลาว่าการพระราชวัง มีกรมราชพาหนะเป็น 1 ใน 10 กรม |
| 2481 (1938) | กระบวนรถม้าพระที่นั่ง จาก พระบรมมหาราชวัง ไป พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน |
ภาพบันทึก



มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง พระราชวังดุสิต และ พิพิธภัณฑ์รถพระที่นั่ง พระราชวังดุสิต อยู่ในรายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยที่ห้องสมุดของกรมศิลปากรรวบรวมไว้ ผู้ที่จะเข้าชมควรตรวจสอบประกาศเวลาเปิดของสำนักพระราชวังก่อน
- พระราชวังบนเขาสัตนารถ จังหวัดราชบุรี ซึ่งเคยมีโรงรถม้า ยังมีประวัติบันทึกไว้โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
- ราชประเพณีนาคหลวง ซึ่งเริ่มด้วยการจัดรถม้าหลวงไปส่งนาคหลวง ยังเป็น พระราชพิธี ที่สำนักพระราชวังบันทึกไว้ โดยปัจจุบันใช้รถยนต์หลวง
- บันทึกในราชกิจจานุเบกษา เรื่องการเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446 ซึ่งสำนักหอสมุดแห่งชาติเผยแพร่ซ้ำ เป็นหลักฐานชั้นต้นของการใช้ รถม้าพระที่นั่ง ในพระราชพิธี
อ่านเรื่องเรือ ราชรถ และยานในงานพิธีอื่น ๆ ได้ที่ หมวดยานพาหนะใน พระราชพิธี
คำถามที่พบบ่อย
รถม้าพระที่นั่ง คืออะไร?
รถม้าพระที่นั่ง คือรถเทียมม้าที่ใช้เป็นพาหนะของ พระมหากษัตริย์ หน้าโรงราชรถของกรมศิลปากรอธิบายว่ารถหลวงที่ใช้สัตว์อย่างม้าลากมักเป็นรถขนาดเล็ก มีด้านหน้าด้านเดียว น้ำหนักไม่มาก ต่างจากราชรถขนาดใหญ่ที่ใช้คนชักลากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
มีบันทึกการใช้ รถม้าพระที่นั่ง ในโอกาสใดบ้าง?
สำนักหอสมุดแห่งชาติสรุปจากราชกิจจานุเบกษาว่า วันที่ 19 มิถุนายน 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรถม้าพระที่นั่ง ไปเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี และกรมประชาสัมพันธ์บันทึก กระบวนรถม้าพระที่นั่ง เมื่อ พ.ศ. 2481 จาก พระบรมมหาราชวัง ไปยัง พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
ราชสำนักเลิกใช้รถม้าเมื่อไร?
หนังสือ รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ ของกรมศิลปากรระบุว่า หลังจากรถยนต์แก้วจักรพรรดิเข้ามาใน พ.ศ. 2447 และมีการสั่งรถยนต์เข้ามาอีกหลายสิบคัน ราชสำนักก็ใช้รถยนต์เป็นราชพาหนะแทนรถม้าที่เคยใช้มาแต่ก่อน แต่ยังมีบันทึกการใช้กระบวนรถม้าในโอกาสพิเศษถึง พ.ศ. 2481
ชม รถม้าพระที่นั่ง ได้ที่ไหน?
รายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยที่หอสมุดแห่งชาติ จันทบุรี ของกรมศิลปากรรวบรวมไว้ มี พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง และ พิพิธภัณฑ์รถพระที่นั่ง ใน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ผู้ที่จะเข้าชมควรตรวจสอบประกาศเวลาเปิดของสำนักพระราชวังก่อนเดินทาง
แหล่งอ้างอิง
- โรงราชรถ — พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)
- ๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล ตอนที่ ๓ ราชมรรคาสู่เมืองเพ็ชร์ — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี)
- ราชบุรีก็มีพระราชวังบนเขา — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี)
- เรื่องเล่าจากราชกิจจานุเบกษา : การเปิดเส้นทางรถไฟสายเพชรบุรี ปฐมบททางรถไฟสายใต้ — สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
- พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง — สำนักพระราชวัง
- สารคดี ๑๑๒ ปี ไพรัชไมตรี ณ เมืองเพชรบุรี ตอนที่ ๗ การรับเจ้า และเสด็จเมืองเพชรบุรี — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี)
- รถยนต์เมื่อแรกมีในรัชกาลที่ ๕ (หนังสือ พ.ศ. ๒๕๖๖) — กรมศิลปากร
- สำนักพระราชวัง — ประวัติความเป็นมา — สำนักพระราชวัง
- ยุวกษัตริย์รัชกาลที่ ๘ ครอบครัวเล็ก ๆ ราชสกุลมหิดล — กรมประชาสัมพันธ์ (สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 2)
- รายชื่อพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย — กรมศิลปากร (หอสมุดแห่งชาติ จันทบุรี)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ79ยุโรป69เยอรมนี36นอร์เวย์7
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ