ข้ามไปยังเนื้อหา
Healthcare

WHO ออกแนวทางโรคอ้วนในเด็กฉบับแรก ไม่แนะนำยาก่อน 10 ปี วัยรุ่นพิจารณายาได้อย่างมีเงื่อนไข

WHO ออกแนวทางรักษาโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นฉบับแรกเมื่อ 7 ต.ค. 2026 ไม่แนะนำยาและการผ่าตัดในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ส่วนวัยรุ่นพิจารณายาได้เมื่อปรับพฤติกรรมไม่ได้ผล

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
หน้าเผยแพร่แนวทาง WHO guidelines on the integrated management of obesity in adolescents ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2026 สำหรับวัยรุ่นอายุ 10–19 ปี
ภาพ: World Health Organization (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่แนวทางการดูแลโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นระดับโลกฉบับแรกเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 แยกเป็น 2 ฉบับ สำหรับเด็กอายุ 29 วันถึงต่ำกว่า 10 ปี และวัยรุ่นอายุ 10–19 ปี
  • WHO ระบุว่าโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นอายุ 5–19 ปีมีจำนวน 170 ล้านคน ในปี 2024 และความชุกเพิ่มขึ้นสี่เท่าจาก 2% ในปี 1990 เป็น 8%
  • WHO ไม่แนะนำยา การผ่าตัดลดน้ำหนัก และอุปกรณ์ลดน้ำหนัก ในเด็กอายุ 0–9 ปี (คำแนะนำระดับเข้มแข็ง)
  • วัยรุ่น 10–19 ปีที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคอ้วนพิจารณายาได้ เมื่อเข้าโปรแกรมปรับพฤติกรรมที่มีผู้ดูแลอย่างน้อย 6 เดือน แล้วไม่ได้ผล (คำแนะนำแบบมีเงื่อนไข หลักฐานคุณภาพต่ำ)
  • ในไทย อย. อนุมัติทะเบียน Wegovy (semaglutide) เมื่อ 3 สิงหาคม 2023 โดยข้อบ่งใช้ครอบคลุมวัยรุ่นอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีโรคอ้วนและน้ำหนักตัวมากกว่า 60 กิโลกรัม

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่แนวทางการดูแลโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นระดับโลกฉบับแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 โดยให้โปรแกรมอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมเป็นการรักษาหลัก ไม่แนะนำยาและการผ่าตัดลดน้ำหนักในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี และให้วัยรุ่น 10–19 ปีบางกลุ่มพิจารณายาได้เมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล

แนวทางโรคอ้วนในเด็กชุดนี้มี 2 ฉบับ ฉบับแรกสำหรับเด็กอายุ 29 วันถึงต่ำกว่า 10 ปี ฉบับที่สองสำหรับวัยรุ่นอายุ 10–19 ปี ทั้งสองออกแบบให้ใช้ผ่านระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ และรวมกับคำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่ WHO ออกไว้ก่อนแล้ว เป็นแนวทางดูแลโรคอ้วนตลอดช่วงชีวิต

ตัวเลขโรคอ้วนในเด็กทั่วโลกที่ WHO ใช้อ้างอิง

WHO ระบุว่าในปี 2024 มีเด็กและวัยรุ่นอายุ 5–19 ปีที่มีภาวะอ้วน 170 ล้านคน แบ่งเป็นเด็กอายุ 5–9 ปี 70 ล้านคน และวัยรุ่นอายุ 10–19 ปี 100 ล้านคน ความชุกของโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นสี่เท่าตั้งแต่ปี 1990 จาก 2% เป็น 8% องค์การนิยามโรคอ้วนว่าเป็นโรคเรื้อรังที่กลับเป็นซ้ำได้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจและหลอดเลือด ตั้งแต่อายุยังน้อย

ภาพสรุปโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นทั่วโลกปี 2024 ตามข้อมูล WHO: รวม 170 ล้านคน เป็นเด็กอายุ 5–9 ปี 70 ล้านคน วัยรุ่น 10–19 ปี 100 ล้านคน และความชุกเพิ่มจาก 2% ในปี 1990 เป็น 8%
ภาพสรุปตัวเลขโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นทั่วโลกปี 2024 จาก WHO ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: World Health Organization)

คำแนะนำของ WHO เรื่องโรคอ้วนในเด็ก แยกตามช่วงอายุ

ประเด็น เด็ก 0–9 ปี วัยรุ่น 10–19 ปี
อาหาร กิจกรรมทางกาย และปรับพฤติกรรม แนะนำ (เข้มแข็ง) แนะนำ (เข้มแข็ง)
Digital health (มีผู้ปกครองดูแล) แนะนำแบบมีเงื่อนไข แนะนำแบบมีเงื่อนไข
ยารักษาโรคอ้วน ไม่แนะนำ (เข้มแข็ง หลักฐานคุณภาพต่ำ) พิจารณาได้แบบมีเงื่อนไข (หลักฐานคุณภาพต่ำ)
การผ่าตัดลดน้ำหนัก ไม่แนะนำ (เข้มแข็ง) พิจารณาได้แบบมีเงื่อนไขในผู้ที่อ้วนรุนแรง
อุปกรณ์ลดน้ำหนัก ไม่แนะนำ (เข้มแข็ง) ไม่มีคำแนะนำ เพราะหลักฐานไม่พอ

เงื่อนไขของการใช้ยาในวัยรุ่นค่อนข้างแคบ ผู้ที่เข้าเกณฑ์ต้องมีโรคอ้วนร่วมกับภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะดื้ออินซูลิน ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หรือปัญหาสุขภาพจิต และต้องผ่านโปรแกรมปรับพฤติกรรม อาหาร และกิจกรรมทางกายที่มีโครงสร้างและมีผู้ดูแลอย่างน้อย 6 เดือนแล้วไม่ได้ผล ยาต้องสั่งใช้ในหน่วยบริการเฉพาะทางที่มีทีมสหสาขา ประเมินพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจก่อน และติดตามผลระยะยาว

การผ่าตัดลดน้ำหนักในวัยรุ่นจำกัดไว้ที่ผู้ที่ค่าดัชนีมวลกายตามอายุสูงกว่าค่ามัธยฐานของ WHO เกิน 4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือเกิน 3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานร่วมกับภาวะแทรกซ้อน หลังผ่านโปรแกรมปรับพฤติกรรมแบบเดียวกันแล้วไม่ได้ผล และต้องทำในหน่วยบริการเฉพาะทางที่มีทีมสหสาขา (คำแนะนำระดับเข้มแข็ง)

"รากฐานของการดูแลโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นไม่ใช่ยาหรือการผ่าตัด แต่คือการเข้าถึงการสนับสนุนที่ครบถ้วน" Dr Luz María De Regil ผู้อำนวยการฝ่ายโภชนาการและความปลอดภัยอาหารของ WHO กล่าวในแถลงการณ์

หน้าแถลงข่าวของ WHO วันที่ 7 ตุลาคม 2026 เรื่องแนวทางโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นระดับโลกฉบับแรก ระบุว่าปี 2024 มีเด็กและวัยรุ่นที่มีภาวะอ้วน 170 ล้านคน
แถลงข่าวของ WHO เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ที่ประกาศแนวทางดูแลโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นระดับโลกฉบับแรก ภาพ: World Health Organization (ภาพหน้าจอ)

ยา GLP-1 ในแนวทางของ WHO และสถานะในไทย

คำแนะนำเรื่องโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นใช้คำว่า "ยา" โดยรวม ไม่ได้ระบุยี่ห้อ แต่ในส่วนบริบท แนวทางฉบับวัยรุ่นระบุว่า U.S. FDA และ EMA อนุมัติ orlistat, semaglutide และ liraglutide สำหรับรักษาโรคอ้วนในวัยรุ่น โดย semaglutide และ liraglutide เป็นยากลุ่ม GLP-1 แนวทางยังอ้างงานศึกษาปี 2024 ที่พบว่าการจ่ายยากลุ่ม GLP-1 ให้วัยรุ่นและคนหนุ่มสาวอายุ 12–25 ปีผ่านร้านยาในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 600% ระหว่างปี 2020–2023 และเตือนถึงความเสี่ยงเรื่องการลดพลังงานที่ไม่เหมาะสมและการใช้ผิดวัตถุประสงค์

ในประเทศไทย ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ยาของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แสดงว่า Wegovy 2.4 มก. (semaglutide) ของบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ฟาร์มา (ประเทศไทย) ได้รับอนุมัติทะเบียน 1C 15057/66 (NBC) เมื่อ 3 สิงหาคม 2023 ข้อบ่งใช้ครอบคลุมวัยรุ่นอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีโรคอ้วนและน้ำหนักตัวมากกว่า 60 กิโลกรัม และกำหนดให้หยุดยาเพื่อประเมินใหม่ถ้าดัชนีมวลกายไม่ลดลงอย่างน้อย 5% หลังใช้ขนาด 2.4 มก. หรือขนาดสูงสุดที่ทนได้ครบ 12 สัปดาห์ ส่วน Saxenda (liraglutide) มีทะเบียน 1C 15003/60 (NB) ซึ่งข้อบ่งใช้ครอบคลุมวัยรุ่นอายุ 12 ปีขึ้นไปเช่นกัน ฐานข้อมูลระบุว่าทะเบียนเดิมของ Saxenda ได้รับการ "ปลด SMP" (Safety Monitoring Program) เมื่อ 31 มกราคม 2023 และเปลี่ยนเป็นทะเบียนรหัส (NB) ทั้งสองยาจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ

ข้อมูลทะเบียน Wegovy 2.4 มก. (semaglutide) ในฐานข้อมูล อย. เลขทะเบียน 1C 15057/66 (NBC) อนุมัติ 3 สิงหาคม 2566 ข้อบ่งใช้รวมวัยรุ่นอายุ 12 ปีขึ้นไป
ข้อมูลทะเบียน Wegovy 2.4 มก. ในฐานข้อมูล อย. ซึ่งข้อบ่งใช้ครอบคลุมวัยรุ่นอายุ 12 ปีขึ้นไป ภาพ: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ภาพหน้าจอ)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

แนวทางของ WHO เป็นเอกสารที่กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมวิชาชีพทั่วโลกใช้อ้างอิงเมื่อวางมาตรฐานบริการ แนวทางโรคอ้วนในเด็กฉบับนี้ออกมาในช่วงที่ยากลุ่ม GLP-1 เป็นตลาดที่เติบโตเร็ว แต่ WHO เลือกวางยาไว้หลังโปรแกรมปรับพฤติกรรม และจัดให้เป็นคำแนะนำแบบมีเงื่อนไขเพราะหลักฐานยังมาจากงานศึกษาระยะสั้นในประเทศรายได้สูงเป็นส่วนใหญ่

แนวทางยังพูดถึงต้นทุนตรง ๆ ว่าการเข้าถึงยาอาจติดที่ราคา การไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันรัฐหรือเอกชน และการขนส่งที่ต้องแช่เย็น และประเมินว่าการใช้ยามีแนวโน้มเพิ่มความเหลื่อมล้ำ เพราะคนที่เข้าถึงการรักษาต่อเนื่องได้มีไม่เท่ากัน ขณะเดียวกัน WHO ย้ำว่าการรักษาอย่างเดียวหยุดโรคอ้วนในเด็กไม่ได้ และเรียกร้องมาตรการด้านกฎระเบียบและการคลังที่ทำให้อาหารสุขภาพและการออกกำลังกายเข้าถึงง่ายและราคาไม่แพง

ผลต่อองค์กรไทย

  • โรงพยาบาลและคลินิกเด็ก ที่ให้บริการรักษาโรคอ้วนในเด็กควรออกแบบโปรแกรมปรับพฤติกรรมอย่างน้อย 6 เดือนที่มีผู้ดูแลและบันทึกผลได้ เพราะแนวทาง WHO ใช้โปรแกรมนี้เป็นเงื่อนไขก่อนพิจารณายา และกำหนดให้การสั่งยาอยู่ในทีมสหสาขา
  • บริษัทยาและผู้จัดจำหน่าย ควรสื่อสารกับบุคลากรการแพทย์ให้สอดคล้องกับลำดับการรักษาใหม่ และข้อบ่งใช้ที่ อย. อนุมัติ เช่น เกณฑ์อายุ 12 ปีขึ้นไปและเงื่อนไขหยุดยาที่ 12 สัปดาห์ของ Wegovy
  • บริษัทประกันสุขภาพและฝ่ายสวัสดิการขององค์กร ควรกำหนดเกณฑ์ความคุ้มครองยาลดน้ำหนักสำหรับบุตรของพนักงานให้ชัด โดยอิงข้อบ่งใช้ในทะเบียนและเงื่อนไขของ WHO
  • ผู้พัฒนา Digital health และ HealthTech มีช่องทางจากคำแนะนำแบบมีเงื่อนไขของ WHO ที่ให้ใช้เครื่องมือดิจิทัลภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง แต่ต้องออกแบบไม่ให้เพิ่มเวลาหน้าจอที่ไม่จำเป็น
  • ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ควรติดตามว่าไทยจะนำข้อเรียกร้องเรื่องมาตรการกฎระเบียบและการคลังของ WHO ไปใช้ต่ออย่างไร ติดตามข่าวธุรกิจการแพทย์เพิ่มเติมได้ที่หมวดการแพทย์และสุขภาพ

คำถามที่พบบ่อย

WHO แนะนำอย่างไรเรื่องโรคอ้วนในเด็ก?

แนวทางของ WHO ที่ออกเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ให้การดูแลโรคอ้วนในเด็กเริ่มจากโปรแกรมอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย และการปรับพฤติกรรมที่มีโครงสร้างชัดเจนเป็นหลัก ส่วนเด็กอายุ 0–9 ปี WHO ไม่แนะนำการใช้ยา การผ่าตัดลดน้ำหนัก และอุปกรณ์ลดน้ำหนัก

วัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วนใช้ยาลดน้ำหนักได้หรือไม่ตามแนวทาง WHO?

แนวทางโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นของ WHO ให้พิจารณายาได้แบบมีเงื่อนไขสำหรับวัยรุ่นอายุ 10–19 ปีที่มีโรคอ้วนร่วมกับภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 หรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หลังเข้าโปรแกรมปรับพฤติกรรมที่มีผู้ดูแลอย่างน้อย 6 เดือนแล้วไม่ได้ผล และต้องสั่งใช้โดยทีมสหสาขาเฉพาะทาง การตัดสินใจรายบุคคลเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้รักษา

ยา GLP-1 สำหรับวัยรุ่นได้รับอนุมัติในไทยหรือยัง?

ฐานข้อมูลของ อย. ระบุว่า Wegovy (semaglutide) ได้รับอนุมัติทะเบียนเมื่อ 3 สิงหาคม 2023 และ Saxenda (liraglutide) มีทะเบียนที่ยังมีผล ข้อบ่งใช้ของทั้งสองยาครอบคลุมวัยรุ่นอายุ 12 ปีขึ้นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในทะเบียน ทั้งสองเป็นยาควบคุมพิเศษ ส่วนแนวทางโรคอ้วนในเด็กของ WHO ไม่ได้ระบุยี่ห้อยา

ทำไมแนวทางโรคอ้วนในเด็กของ WHO จึงสำคัญต่อธุรกิจสุขภาพ?

แนวทางนี้กำหนดลำดับการรักษาโรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นที่ระบบสุขภาพทั่วโลกจะใช้อ้างอิง โดยให้โปรแกรมปรับพฤติกรรมเป็นด่านแรกและจำกัดการใช้ยาไว้ที่วัยรุ่นบางกลุ่ม ซึ่งมีผลต่อการออกแบบบริการของโรงพยาบาล การตลาดของบริษัทยา และความคุ้มครองของประกันสุขภาพ

แหล่งอ้างอิง

  1. WHO issues first global guidelines on child and adolescent obesity — World Health Organization
  2. WHO guidelines on the integrated management of obesity in adolescents — World Health Organization
  3. WHO guidelines on the integrated management of obesity in children — World Health Organization
  4. แสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ยา: WEGOVY 2.4 MG FLEXTOUCH ทะเบียน 1C 15057/66 (NBC) — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  5. แสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ยา: SAXENDA ทะเบียน 1C 15003/60 (NB) — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
WHO4กระทรวงสาธารณสุข7
ประเทศและสถานที่
สหรัฐอเมริกา121
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ