บ้านวิชาเยนทร์ ลพบุรี: บ้านของคอนสแตนติน ฟอลคอน ที่พักราชทูตฝรั่งเศส และห้องลับใต้ดิน
บ้านวิชาเยนทร์ ลพบุรี คือบ้านของคอนสแตนติน ฟอลคอน ระหว่างปี 2226–2228 และที่พักคณะราชทูตฝรั่งเศส วันนี้เป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรที่ขุดพบห้องใต้ดินในปี 2563
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 9 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- บ้านวิชาเยนทร์ หรือบ้านหลวงรับราชทูต อยู่ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี แบ่งเป็น 3 เขต คือบ้านวิชาเยนทร์ฝั่งตะวันตก บ้านหลวงรับราชทูตฝั่งตะวันออก และโบสถ์ Notre-Dame de Laurette ตรงกลาง
- กรมศิลปากรระบุว่าบ้านหลังใหญ่ฝั่งตะวันตกตกเป็นของ พระยาวิไชเยนทร์ (Constantine Phaulkon) ในช่วง พ.ศ. 2226–2228 (ค.ศ. 1683–1685) ซึ่งปรับปรุงเป็นที่อยู่ของครอบครัวและสร้างโบสถ์ในบริเวณบ้าน
- ปลายปี 2228 คณะราชทูตฝรั่งเศสที่นำโดย Chevalier de Chaumont พักที่บ้านหลังนี้ และราวปี 2230 คณะของ Simon de La Loubère พักที่บ้านหลวงรับราชทูตฝั่งตะวันออก
- กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 2 ส.ค. 2479 และในเดือน มี.ค.–เม.ย. 2563 ขุดพบห้องใต้ดินกว้าง 5.16 เมตร ยาว 18.75 เมตร
- ข้อมูลของ อพท. ระบุว่าเปิดวันพุธ–อาทิตย์ 07.00–17.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท (ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569)
บ้านวิชาเยนทร์ คือบ้านของคอนสแตนติน ฟอลคอน ขุนนางชาวกรีกในกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี กรมศิลปากรระบุว่าบ้านตกเป็นของเขาในช่วง พ.ศ. 2226–2228 (ค.ศ. 1683–1685) และเคยใช้รับรองคณะราชทูตฝรั่งเศส วันนี้เป็นโบราณสถานที่เปิดให้ชมวันพุธ–อาทิตย์
ชื่อทางการของโบราณสถานแห่งนี้คือ "บ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์)" ซากอาคารก่ออิฐถือปูนที่เหลืออยู่เล่าเรื่องบ้านของขุนนางต่างชาติที่รุ่งเรืองและล่มสลายในเวลาไม่กี่ปี ทั้งยังมีการขุดค้นครั้งใหม่ในปี 2563 ที่พบห้องใต้ดินขนาดใหญ่ บทความนี้เล่าประวัติบ้านวิชาเยนทร์ตามเอกสารของกรมศิลปากร ผังและสถาปัตยกรรม สิ่งที่ขุดพบ และข้อมูลการเข้าชม
บ้านวิชาเยนทร์ เป็นบ้านของใคร
บทความของกรมศิลปากร ระบุว่าบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จุดเริ่มต้นคือบ้านหลังใหญ่ฝั่งตะวันตกที่มีอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบอินโด-เปอร์เซีย นักวิชาการสันนิษฐานว่าเดิมเคยเป็นที่พักของพ่อค้าชาวเปอร์เซียที่มาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาก่อนปี 2226 แล้วต่อมาตกเป็นสมบัติของราชสำนัก
จากนั้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานบ้านหลังนี้ให้แก่ พระยาวิไชเยนทร์ (Constantine Phaulkon) ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2226–2228 กรมศิลปากรเล่าว่าพระยาวิไชเยนทร์ปรับปรุงบ้านหลังใหญ่เป็นที่อยู่ของตัวเองและครอบครัว และสร้างโบสถ์ Notre-Dame de Laurette ขึ้นในบริเวณบ้าน หน้าข้อมูลของ อพท. เรียกเขาว่า "เจ้าพระยาวิชาเยนทร์" และระบุว่าเป็นชาวกรีกที่เข้ามารับราชการ

ในบันทึกการขุดค้นยังมีชื่อมารี กีมา (Marie Guimar) ภรรยาของพระยาวิไชเยนทร์ เพราะอาคารหมายเลข 13 ของหมู่อาคาร กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าเป็นโรงครัวของเธอ

จากบ้านส่วนตัวสู่ที่พักราชทูตฝรั่งเศส
ในช่วงปลายปีพุทธศักราช 2228 ราชสำนักกรุงศรีอยุธยาใช้บ้านพระยาวิไชเยนทร์รับรองคณะราชทูตฝรั่งเศสที่นำโดย Chevalier Alexandre de Chaumont ราชทูตวิสามัญของฝรั่งเศส ผู้นำพระราชสาสน์มาถวาย และเดินทางขึ้นมาเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่เมืองละโว้ กรมศิลปากรอธิบายว่าขณะนั้นบ้านหลวงรับราชทูตยังสร้างไม่เสร็จ จึงต่อเติมบ้านหลังใหญ่ของพระยาวิไชเยนทร์ และสร้างอาคารเพิ่มอีกหลายหลังในเขตบ้านวิชาเยนทร์ให้พอรับผู้ติดตามคณะทูต โบสถ์ Notre-Dame de Laurette สร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ตกแต่ง ราชทูตเดอ โชมองต์ ใช้โบสถ์หลังนี้ประกอบพิธีทางศาสนาตลอดช่วงที่พักอยู่ที่เมืองละโว้
การก่อสร้างบ้านหลวงรับราชทูตฝั่งตะวันออก การตกแต่งโบสถ์ เขตพัทธสีมา และแท่นกางเขนศิลา เสร็จราว พ.ศ. 2230 (ค.ศ. 1687) ตรงกับช่วงที่ คณะผู้แทนพระองค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นำโดย Simon de La Loubère เดินทางมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ที่เมืองละโว้ คณะนี้จึงพักที่บ้านหลวงรับราชทูตฝั่งตะวันออก
กรมศิลปากรสรุปว่า เมื่อสิ้นรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หมู่อาคารถูกปล่อยทิ้งร้างและทรุดโทรมลงตามลำดับ แต่ซากที่เหลือยังแสดงความใหญ่โตหรูหราและอำนาจของผู้ครอบครอง

ผังบ้านวิชาเยนทร์: 3 เขตในกำแพงเดียว
กรมศิลปากรแบ่งหมู่อาคารเป็น 3 เขตหลัก ส่วน อพท. บรรยายลักษณะอาคารในแต่ละเขตไว้ดังนี้
| เขต | ตำแหน่ง | อาคารตามหน้าข้อมูลของ อพท. |
|---|---|---|
| บ้านวิชาเยนทร์ | ฝั่งตะวันตก | ที่พักอาศัย ตึกสองชั้นหลังใหญ่ก่ออิฐ อาคารชั้นเดียวแคบยาว ซุ้มประตูโค้งครึ่งวงกลม |
| โบสถ์ Notre-Dame de Laurette | ตรงกลาง | ฐานอาคารที่เข้าใจว่าเป็นหอระฆังและโบสถ์คริสต์ อยู่หลังซุ้มประตูรูปจั่ว |
| บ้านหลวงรับราชทูต | ฝั่งตะวันออก | กลุ่มอาคารใหญ่ 2 ชั้น บันไดหน้าอาคารโค้งครึ่งวงกลม |
อพท. ระบุว่าอาคารบางหลังเป็นแบบยุโรปแท้ โดยเฉพาะอาคารใหญ่ฝั่งตะวันออกที่ก่ออิฐถือปูนสองชั้น หน้าต่างและซุ้มประตูเป็นศิลปะตะวันตกแบบเรอเนสซองส์ ส่วนโบสถ์มีผังแบบยุโรป แต่ซุ้มหน้าต่างเป็นซุ้มเรือนแก้ว มีเสาปลายเป็นรูปกลีบบัวยาวแบบศิลปะไทย อพท. เขียนว่าโบสถ์แบบนี้ถือกันว่าเป็นโบสถ์คริสต์หลังแรกในโลกที่ตกแต่งด้วยลักษณะของโบสถ์ทางพระพุทธศาสนา



ลานหญ้า ระบบน้ำ และห้องลับใต้ดิน
บ้านวิชาเยนทร์วันนี้ไม่มีสวนตกแต่ง ภาพถ่ายในวิกิมีเดียคอมมอนส์เห็นลานหญ้าเขียวระหว่างซากอาคารและต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แต่การขุดค้นของกรมศิลปากรพบร่องรอยว่าบ้านหลังนี้เคยมีระบบน้ำที่ซับซ้อน ในเดือนมีนาคม–เมษายน 2563 สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี ขุดตรวจตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) และพบสิ่งเหล่านี้
- ห้องใต้ดิน หน้าอาคารหมายเลข 5 กว้าง 5.16 เมตร ยาว 18.75 เมตร ลึกจากผิวดินราว 2.0 เมตร พื้นดาดปูน มีบันไดขึ้นลงสองด้านเชื่อมกับอาคารหมายเลข 5 และ 6
- ห้องใต้ดินแบบเดียวกัน เคยพบในอาคารด้านหน้าบ้านวิชาเยนทร์ นักวิชาการสันนิษฐานว่าเป็นอาคารต้อนรับที่มีชั้นใต้ดินเก็บไวน์
- อาคารหมายเลข 12 ในบ้านวิชาเยนทร์ สันนิษฐานว่าเป็นโรงอาบน้ำแบบเปอร์เซีย (Hammam) ด้านหลังมีห้องน้ำเล็กกว้าง 1.30 เมตร ยาว 5.75 เมตร และท่อดินเผาติดผนัง
- ระบบน้ำ แนวท่อน้ำดินเผาที่มุมบันได ซึ่งน่าจะต่อจากถังเก็บน้ำก่ออิฐถือปูนข้างอาคารหมายเลข 7
- ทางเดินอิฐ หน้าหมู่อาคารบ้านหลวงรับราชทูต ปูอิฐเป็นแนวตรงไปยังบันไดหลัก และแนวฐานกำแพงบ้านเดิมด้านหน้า
กรมศิลปากรตั้งคำถามว่าห้องใต้ดินนี้ใช้ทำอะไร จะเป็นห้องเก็บไวน์ หรือ เป็นห้องเก็บสิ่งของที่คณะทูตนำเข้ามาเพื่อถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือเป็นที่ซ่อนอาวุธ และดำเนินโครงการระยะที่ 2 ขุดแต่งทั้งเขตบ้านหลวงรับราชทูตระหว่างเดือนมิถุนายน 2563 ถึงมีนาคม 2564 โดยบอกว่าจะรายงานผลในโอกาสต่อไป


ลำดับเหตุการณ์ของบ้านวิชาเยนทร์
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| ก่อน 2226 (1683) | บ้านหลังใหญ่ฝั่งตะวันตก ซึ่งนักวิชาการสันนิษฐานว่าเคยเป็นที่พักของพ่อค้าชาวเปอร์เซีย ตกเป็นสมบัติของราชสำนัก |
| 2226–2228 (1683–1685) | บ้านตกเป็นของพระยาวิไชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ซึ่งปรับปรุงเป็นที่อยู่และสร้างโบสถ์ |
| ปลาย 2228 (1685) | คณะราชทูตฝรั่งเศสของ Chevalier de Chaumont พักที่บ้านวิชาเยนทร์ |
| ราว 2230 (1687) | บ้านหลวงรับราชทูตฝั่งตะวันออกเสร็จ คณะของ Simon de La Loubère เข้าพัก |
| 2 ส.ค. 2479 (1936) | ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 53 หน้า 904 |
| มี.ค.–เม.ย. 2563 (2020) | ขุดพบห้องใต้ดินหน้าอาคารหมายเลข 5 |
| มิ.ย. 2563–มี.ค. 2564 (2020–2021) | โครงการระยะที่ 2 ขุดแต่งทั้งเขตบ้านหลวงรับราชทูต |
| 5 พ.ย. 2563 (2020) | สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี ต้อนรับคณะ 50 คนเข้าเยี่ยมชมโบราณสถาน |
ภาพบันทึก
ภาพในหัวข้อนี้มาจากวิกิมีเดียคอมมอนส์ ถ่ายโดยผู้ใช้หลายคนระหว่างปี 2003–2024 คำบรรยายบอกเฉพาะสิ่งที่เห็นในภาพ




















ข้อมูลการเข้าชมบ้านวิชาเยนทร์
ข้อมูลจากหน้าข้อมูลของ อพท. ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569 (ค.ศ. 2026) หน้าเว็บไม่ได้ระบุวันที่ปรับปรุงข้อมูล
- ที่ตั้ง ถนนวิชาเยนทร์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี ห่างจากปรางค์แขกราว 300 เมตร ทางทิศเหนือของพระนารายณ์ราชนิเวศน์
- วันเวลาเปิด วันพุธ–วันอาทิตย์ 07.00–17.00 น. ปิดวันจันทร์และวันอังคาร
- ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท
- สอบถาม สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี โทร 0 3641 2510 และ 0 3641 3779
เพราะหน้าข้อมูลไม่ได้บอกวันที่ปรับปรุง ผู้ที่จะไปควรโทรถามสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรีก่อนเดินทาง อ่านเรื่องบ้านเก่าที่เปิดให้ชมในไทยแห่งอื่น เช่นบ้านปาร์คนายเลิศ และล้ง 1919 ได้ในหมวดบ้านและสวนคนดังในไทย
คำถามที่พบบ่อย
บ้านวิชาเยนทร์ เปิดกี่โมง ค่าเข้าชมเท่าไร?
หน้าข้อมูลของ อพท. ที่ตรวจเมื่อ 26 ตุลาคม 2569 ระบุว่าบ้านวิชาเยนทร์เปิดให้เข้าชมวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 07.00–17.00 น. ปิดวันจันทร์และวันอังคาร ค่าเข้าชมคนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท สอบถามได้ที่สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี โทร 0 3641 2510
บ้านวิชาเยนทร์ เป็นบ้านของใคร?
กรมศิลปากรระบุว่าบ้านหลังใหญ่ฝั่งตะวันตกของบ้านวิชาเยนทร์ตกเป็นของพระยาวิไชเยนทร์ หรือคอนสแตนติน ฟอลคอน ชาวกรีกที่รับราชการในกรุงศรีอยุธยา ในช่วง พ.ศ. 2226–2228 เขาปรับปรุงบ้านเป็นที่อยู่ของครอบครัวและสร้างโบสถ์คริสต์ในบริเวณบ้าน
ห้องลับใต้ดินที่บ้านวิชาเยนทร์ คืออะไร?
ในเดือนมีนาคม–เมษายน 2563 สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี ขุดพบชั้นใต้ดินหน้าอาคารหมายเลข 5 ของหมู่อาคารบ้านหลวงรับราชทูต เป็นห้องกว้าง 5.16 เมตร ยาว 18.75 เมตร ลึกจากผิวดินราว 2 เมตร มีบันไดสองด้าน กรมศิลปากรยังไม่สรุปว่าใช้ทำอะไร
บ้านวิชาเยนทร์กับบ้านหลวงรับราชทูต ต่างกันอย่างไร?
กรมศิลปากรแบ่งโบราณสถานบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) เป็น 3 เขต บ้านวิชาเยนทร์อยู่ฝั่งตะวันตกและเป็นบ้านของฟอลคอน บ้านหลวงรับราชทูตอยู่ฝั่งตะวันออกและเป็นที่พักของคณะทูต ส่วนตรงกลางเป็นโบสถ์ Notre-Dame de Laurette
แหล่งอ้างอิง
- ไขปริศนาห้องลับ บ้านหลวงรับราชทูต เมืองละโว้ — กรมศิลปากร
- เยี่ยมชมโบราณสถานบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) — สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี กรมศิลปากร
- บ้านหลวงรับราชทูต หรือ บ้านหลวงวิชาเยนทร์ — องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กรมศิลปากร53ราชกิจจานุเบกษา39
- ประเทศและสถานที่
- ลพบุรี9ฝรั่งเศส127สหราชอาณาจักร214ยุโรป266
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ