ข้ามไปยังเนื้อหา
Royalอธิบาย

เรือรูปสัตว์: เรือครุฑ เรือกระบี่ เรือพาลี และเรืออสูรปักษา ประวัติ ขนาด และฝีพาย

เรือรูปสัตว์คือ เรือพระราชพิธี ที่หัวเรือเป็นรูปครุฑ วานร หรืออสูรปักษา ส่วนใหญ่สร้างครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 1 เสียหายจากระเบิดปี 2487 และบูรณะใหม่ปี 2508

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
เรือรูปสัตว์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร โขนเรือรูปวานรร่างกายสีขาว ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558
ภาพ: S.narongphan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • กรมศิลปากรระบุว่า เรืออสุรวายุภักษ์ จัดว่าเป็นเรือรูปสัตว์ โขนเรือสลักเป็นรูปยักษ์ กายเป็นนก ส่วนเรือคู่อื่นมีโขนเรือรูปครุฑจับนาค และรูปวานรจากเรื่องรามเกียรติ์
  • เรือครุฑ เรือกระบี่ เรือพาลีและสุครีพ และเรืออสูรปักษา สร้างครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พ.ศ. 2325–2352) ตามข้อมูลกรมศิลปากร
  • ระเบิดจากอากาศยานสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เรือเสียหายมาก ใน พ.ศ. 2508 กองทัพเรือและกรมศิลปากรร่วมกันบูรณะ โดยหลายลำใช้หัวเรือเดิมมาประกอบ
  • เรือที่ยาวที่สุดในกลุ่มคือเรืออสุรวายุภักษ์และเรืออสุรปักษี ยาว 31 เมตร ใช้ฝีพาย 40 คน ส่วนเรือครุฑยาว 28.58 เมตร ใช้ฝีพาย 34 คน
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ยกฐานะจากอู่เก็บเรือเมื่อ พ.ศ. 2517 และเปิด 09.00–17.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดขึ้นปีใหม่และสงกรานต์ (ตรวจเมื่อ 22 ต.ค. 2569)

เรือรูปสัตว์ คือ เรือพระราชพิธี ที่หัวเรือหรือโขนเรือทำเป็นรูปสัตว์และตัวละครในตำนาน เช่น ครุฑจับนาค วานรจากเรื่องรามเกียรติ์ และอสูรที่มีร่างกายเป็นนก กรมศิลปากรระบุว่าเรือคู่หลักในกลุ่มนี้สร้างครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 (พ.ศ. 2325–2352 หรือ ค.ศ. 1782–1809) เสียหายจากระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และบูรณะใหม่ใน พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965)

เรือรูปสัตว์ คืออะไร และใช้ทำอะไรในขบวนเรือ

หน้าประวัติพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ของกรมศิลปากรเขียนถึงเรืออสุรวายุภักษ์ว่า "จัดว่าเป็นเรือรูปสัตว์ โขนเรือสลักเป็นรูปยักษ์ กายเป็นนกสีครามปิดทองประดับกระจก" เรือรูปสัตว์เป็นเรือที่แล่นร่วมในกระบวนเรือ มีฝีพาย นายเรือ นายท้าย คนถือธงท้าย และพลสัญญาณประจำทุกลำ บางคู่มีคนกระทุ้งเส้าให้จังหวะและคนตีกลองชนะด้วย

เรือรูปสัตว์ทำเป็นคู่ ลำหนึ่งกับอีกลำมีรูปแบบคล้ายกันแต่ต่างสีหรือต่างตัวละคร เช่น ครุฑกายสีแดงกับครุฑกายสีชมพู หรือวานรสีขาวกับวานรสีดำ ชื่อเรือหลายคู่สะท้อนวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และคัมภีร์ปุราณะของอินเดีย อ่านภาพรวมของขบวนเรือทั้งหมดได้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารค

โขนเรือรูปหนุมาน วานรร่างกายสีขาว ของเรือกระบี่ปราบเมืองมาร ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555
โขนเรือรูปหนุมานของเรือกระบี่ปราบเมืองมาร ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555 ภาพ: Mark Fischer / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ตารางเรือรูปสัตว์และเรือคู่ที่กรมศิลปากรบันทึก

เรือคู่ หัวเรือหรือโขนเรือ ความยาวต่อลำ ฝีพายต่อลำ
เรือครุฑเหินเห็จ / เรือครุฑเตร็จไตรจักร ครุฑจับนาค 2 ตัว กายสีแดง / สีชมพู 28.58 เมตร 34 คน
เรือกระบี่ปราบเมืองมาร / เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ วานรสีขาว (หนุมาน) / สีดำ (นิลพัท) 26.80 เมตร 36 คน
เรือพาลีรั้งทวีป / เรือสุครีพครองเมือง วานรสวมมงกุฎ สีเขียว (พาลี) / สีแดง (สุครีพ) 27.54 เมตร 34 คน
เรืออสุรวายุภักษ์ / เรืออสุรปักษี ร่างกายเป็นนก หน้าเป็นยักษ์ 31 เมตร 40 คน
เรือเอกชัยเหินหาว / เรือเอกชัยหลาวทอง หัวเรือเชิดสูง เขียนลายรดน้ำรูปเหรา 27.50 เมตร 38 คน
เรือเสือทะยานชล / เรือเสือคำรณสินธุ์ วาดลงสีรูปเสือ มีช่องปืนใหญ่ 22.23 เมตร 26 คน

ตัวเลขของเรือรูปสัตว์ทุกตัวในตารางมาจากหน้าความรู้ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ที่อ้างพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากร

เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร

กรมศิลปากรอธิบายว่าชื่อเรือคู่นี้สะท้อนอิทธิพลคัมภีร์ปุราณะของอินเดีย ที่ครุฑเป็นเจ้าแห่งนกทั้งหลายและเป็นพาหนะของพระวิษณุ ครุฑเป็นศัตรูกับนาค ศิลปกรรมไทยจึงทำเป็นท่า "ครุฑยุดนาค" โขนเรือทั้งสองลำเป็นไม้จำหลักรูปครุฑจับนาค ๒ ตัวชูขึ้น ลงรักปิดทองประดับกระจก เรือครุฑเหินเห็จ ครุฑกายสีแดง ส่วนเรือครุฑเตร็จไตรจักร ครุฑกายสีชมพู

เรือรูปสัตว์คู่นี้สร้างครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่เดิมเรือครุฑเหินเห็จใช้ชื่อว่า เรือครุฑเหิรระเห็จ หลังเสียหายจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพเรือและกรมศิลปากรบูรณะใหม่ใน พ.ศ. 2508 โดยใช้หัวเรือเดิมมาประกอบ แต่ละลำยาว 28.58 เมตร กว้าง 2.10 เมตร

เรือรูปสัตว์ โขนเรือครุฑเหินเห็จ รูปครุฑกายสีแดงจับนาค ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555
โขนเรือครุฑเหินเห็จ รูปครุฑจับนาค ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555 ภาพ: Mark Fischer / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และ เรือกระบี่ราญรอนราพณ์

โขนเรือกระบี่ปราบเมืองมารเป็นรูปวานรร่างกายสีขาว ไม่สวมเครื่องประดับหัว กรมศิลปากรอธิบายว่าเป็นรูปของหนุมาน ทหารเอกของพระราม ส่วนโขนเรือกระบี่ราญรอนราพณ์เป็นรูปวานรร่างกายสีดำ คือนิลพัท ชื่อ "เมืองมาร" หมายถึงกรุงลงกาของทศกัณฐ์ และ "ราพณ์" เป็นอีกชื่อหนึ่งของทศกัณฐ์

ข้อมูลสองหน้าของกรมศิลปากรเรื่องที่มาของเรือคู่นี้ไม่ตรงกัน หน้าความรู้ของเรือคู่นี้ระบุว่าสร้างครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 และปรากฏชื่อชัดเจนในเอกสารสมัยรัชกาลที่ 4 ขณะที่หน้าประวัติพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเรือกระบี่ปราบเมืองมาร "ไม่พบหลักฐานที่สร้าง" ได้รับความเสียหายจากระเบิดใน พ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944) และกรมศิลปากรสร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) แต่ละลำยาว 26.80 เมตร หนัก 5.62 ตัน มีคนตีกลองชนะ 10 คน

เรือพาลีรั้งทวีป และ เรือสุครีพครองเมือง

เรือรูปสัตว์คู่นี้มาจากเรื่องรามเกียรติ์เช่นกัน โขนเรือพาลีรั้งทวีปเป็นรูปวานรสวมมงกุฎ ร่างกายสีเขียว คือพาลี พระราชาเมืองขีดขิน ส่วนโขนเรือสุครีพครองเมืองเป็นวานรสวมมงกุฎร่างกายสีแดง คือสุครีพ น้องชายของพาลีที่ขึ้นครองเมืองขีดขิน เดิมเรือพาลีรั้งทวีปใช้ชื่อว่า เรือพาลีล้างทวีป หัวเรือกว้างมีรูกลมสำหรับติดตั้งปืนใหญ่ แต่ละลำยาว 27.54 เมตร หนัก 6.97 ตัน

เรืออสุรวายุภักษ์ และ เรืออสุรปักษี

ชื่อเรือคู่นี้มาจากภาษาสันสกฤต อสุรวายุภักษ์ แปลว่า "อสูรผู้มีลมเป็นอาหาร" และอสุรปักษี แปลว่า "อสูรผู้เป็นนก" หัวเรือทั้งสองลำมีร่างกายเป็นนก หน้าเป็นยักษ์ ลงรักปิดทองประดับกระจก อสุรวายุภักษ์ใส่เสื้อสีม่วง มือและเท้าสีคราม ส่วนอสุรปักษีใส่เสื้อด้านหน้าสีม่วง ด้านหลังสีเขียว ในสมัยรัชกาลที่ 4 เรืออสุรปักษีใช้ชื่อว่า อสุรปักษีสมุทร หรือ อสุรปักษา เรือรูปสัตว์คู่นี้ยาวที่สุดในกลุ่ม คือ 31 เมตร ใช้ฝีพาย 40 คน

โขนเรืออสุรวายุภักษ์ รูปอสูรหน้ายักษ์ร่างกายเป็นนก ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555
โขนเรืออสุรวายุภักษ์ รูปอสูรร่างกายเป็นนก ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555 ภาพ: Mark Fischer / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)

เรือเอกชัย และ เรือเสือ: หัวเรือที่เขียนลายรูปสัตว์

เรือเอกชัยเหินหาวและเรือเอกชัยหลาวทองไม่มีโขนเรือแกะสลัก แต่หัวเรือเชิดสูงงอน ลงรักปิดทองเขียนลายรดน้ำรูปเหรา สัตว์ในตำนานที่คล้ายมังกรแต่มีหัวเป็นงูหรือนาค กรมศิลปากรระบุว่า ชื่อเรือ 2 ลำนี้ปรากฏอยู่ในสมุดภาพเรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199–2231 หรือ ค.ศ. 1656–1688) เรือคู่นี้ถือว่าเป็น "เรือคู่ชัก" ใช้เป็นเรือชักลากเรือพระที่นั่ง เช่น ชักลากเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เมื่อน้ำเชี่ยวหรือต้องการให้แล่นเร็วขึ้น และเป็นเรือคู่นำหน้าเรือพระที่นั่ง

เรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ดัดแปลงมาจากเรือรบ สมัยโบราณเรียกว่า เรือพิฆาต หัวเรือวาดลงสีรูปเสือและมีช่องปืนใหญ่ยื่นออกมา ชื่อเรือคู่นี้ปรากฏในลิลิตกระบวนแห่ปี พ.ศ. 2387 (ค.ศ. 1844) แต่ไม่ทราบว่าสร้างครั้งแรกเมื่อใด และซ่อมแซมขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991)

ลำดับเหตุการณ์ของเรือรูปสัตว์

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
2199–2231 (1656–1688) ชื่อเรือเอกชัยเหินหาวและเอกชัยหลาวทองปรากฏในสมุดภาพเรือ รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
2325–2352 (1782–1809) สร้างเรือครุฑ เรือกระบี่ เรือพาลีและสุครีพ เรืออสูรปักษา และเรือเอกชัยตามรูปลักษณ์ปัจจุบันครั้งแรก
2387 (1844) ชื่อเรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ปรากฏในลิลิตกระบวนแห่
2394–2411 (1851–1868) ชื่อเรือกระบี่ปรากฏชัดในเอกสาร เรืออสุรปักษีใช้ชื่อ อสุรปักษีสมุทร หรือ อสุรปักษา
2487 (1944) ระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้อู่และเรือเสียหาย
2490 (1947) กรมศิลปากรรับหน้าที่ซ่อมแซมดูแลรักษาเรือ
2508 (1965) กองทัพเรือและกรมศิลปากรบูรณะเรือครุฑ เรือเอกชัย และเรืออสูรปักษา
2510 (1967) กรมศิลปากรสร้างเรือกระบี่ปราบเมืองมารขึ้นใหม่ ตามหน้าประวัติพิพิธภัณฑ์
2517 (1974) อู่เก็บเรือยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี
2534 (1991) ซ่อมแซมเรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์

ชมเรือรูปสัตว์ได้ที่ไหน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เดิมเป็นอู่หรือโรงเก็บเรือพระราชพิธี และยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อ พ.ศ. 2517 หน้าประวัติของกรมศิลปากรระบุเรือรูปสัตว์ที่เคยจัดแสดงไว้ เช่น เรืออสุรวายุภักษ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือครุฑเหินเห็จ และเรือเอกชัยเหินหาว รวมทั้งโขนเรือที่เสียหายจากสงครามซึ่งเก็บรักษาไว้ในโรงเก็บเรือ

  • ที่ตั้ง: ริมคลองบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เดินทางได้ทั้งทางน้ำและทางบก
  • เวลาเปิด: 09.00–17.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดขึ้นปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์ ตามพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากร
  • โทรศัพท์: 02-424-0004
  • ข้อมูลนี้ตรวจเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 เรือบางลำอาจถูกนำออกไปเตรียมขบวนเรือ ควรสอบถามพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง
ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ริมคลองบางกอกน้อย ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558
ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ริมคลองบางกอกน้อย ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558 ภาพ: Mr.Peerapong Prasutr / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ภาพบันทึก

โขนเรืออสุรวายุภักษ์และเรือลำอื่นที่จอดในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558 ภาพ: Mr.Peerapong Prasutr / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ภาพหน้าจอหน้าความรู้ เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร บนเว็บไซต์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
ภาพหน้าจอหน้าความรู้เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร บนเว็บไซต์กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (ภาพหน้าจอ)

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

เรือรูปสัตว์เป็นทั้งเรือที่ยังใช้งานในขบวนเรือ และงานช่างไม้จำหลักลงรักปิดทองประดับกระจกที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 กรมศิลปากรบันทึกว่า "เรือพระราชพิธีเป็นเรือที่มีประวัติสำคัญมาแต่โบราณ" และ "ยังสามารถนำมาใช้ในการพระราชพิธีต่างๆ สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้" ทั้งยังเก็บโขนเรือเก่าที่เสียหายจากสงครามไว้ให้ผู้สนใจได้เห็นความประณีตของงานช่าง ชื่อเรือแต่ละคู่ยังเป็นบันทึกของวรรณกรรมรามเกียรติ์และคติความเชื่อเรื่องครุฑกับนาคที่อยู่ในศิลปะไทย อ่านเรื่องเรือ ราชรถ และรถไฟลำอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่หน้ารวมหมวดนี้

คำถามที่พบบ่อย

เรือรูปสัตว์ในขบวนเรือมีลำใดบ้าง?

เรือรูปสัตว์ที่กรมศิลปากรบันทึกไว้เป็นคู่ เช่น เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และ เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือพาลีรั้งทวีป และ เรือสุครีพครองเมือง และเรืออสุรวายุภักษ์ และ เรืออสุรปักษี ซึ่งโขนเรือเป็นรูปครุฑ วานร และอสูรที่มีร่างกายเป็นนก

เรือรูปสัตว์สร้างขึ้นเมื่อไร?

กรมศิลปากรระบุว่าเรือรูปสัตว์หลายคู่ สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พุทธศักราช 2325 - 2352) ต่อมาระเบิดจากอากาศยานในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เรือเสียหายมาก และกองทัพเรือกับกรมศิลปากรร่วมกันบูรณะใน พ.ศ. 2508

เรือกระบี่ปราบเมืองมารเป็นรูปอะไร?

โขนเรือกระบี่ปราบเมืองมาร เป็นรูปวานร (ลิง) ร่างกายสีขาว ไม่สวมเครื่องประดับหัว กรมศิลปากรอธิบายว่าเป็นรูปของหนุมาน ทหารเอกของพระราม ส่วนเรือกระบี่ราญรอนราพณ์ที่เป็นคู่กันมีโขนเรือรูปวานรร่างกายสีดำ คือนิลพัท

ชมเรือรูปสัตว์ได้ที่ไหน?

เรือรูปสัตว์บางลำจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ริมคลองบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมศิลปากรระบุว่าเปิดให้เข้าชมเวลา 09.00 - 17.00 นาฬิกา ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดขึ้นปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์ ควรตรวจสอบกับพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง

แหล่งอ้างอิง

  1. เรือครุฑเหินเห็จ และ เรือครุฑเตร็จไตรจักร — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
  2. เรือกระบี่ปราบเมืองมาร และ เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
  3. เรือพาลีรั้งทวีป และ เรือสุครีพครองเมือง — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
  4. เรืออสุรวายุภักษ์ และ เรืออสุรปักษี — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
  5. เรือเอกชัยเหินหาว และ เรือเอกชัยหลาวทอง — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
  6. เรือเสือทะยานชล และ เรือเสือคำรณสินธุ์ — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรมศิลปากร
  7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี — กรมศิลปากร
  8. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง) — กรมศิลปากร

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
กรุงเทพฯ198อินเดีย84
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ