ข้ามไปยังเนื้อหา
Home & Gardenอธิบาย

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก: บ้านไม้ของครอบครัวสุรวดีในซอยเจริญกรุง 43 ที่ยกให้ กทม.

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก คือบ้านไม้ของครอบครัวสุรวดีในซอยเจริญกรุง 43 ที่ รศ.วราพร สุรวดี ยกที่ดิน อาคาร 4 หลังและข้าวของให้ กทม. ปี 2547 เปิดวันอังคาร–อาทิตย์

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
เรือนไม้หลังใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มองผ่านสวนหน้าบ้านที่มีไม้ใหญ่และไม้ประดับ
ภาพ: Timokl / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หรือพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก เกิดจากบ้านและข้าวของที่ รศ.วราพร สุรวดี ได้รับเป็นมรดกจากมารดา คือนางสอาง สุรวดี
  • อาจารย์วราพรโอนที่ดิน 2 แปลง รวม 1 ไร่ 6 ตารางวา พร้อมอาคาร 4 หลัง และข้าวของที่จัดแสดง ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ กทม. ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2547
  • เมื่อปี 2559 ที่ดินข้างบ้านจะถูกสร้างเป็นตึก 8 ชั้น อาจารย์วราพรใช้เงินส่วนตัว 30 ล้านบาท และคนไทยร่วมบริจาคกว่า 10 ล้านบาท ซื้อที่ดินผืนนั้นในราคา 40 ล้านบาท
  • บนที่ดินผืนนั้น มูลนิธิอินสาท-สอางและมูลนิธิหมอฟรานซีส คริสเตียน สร้าง เรือนวราพร พื้นที่สีเขียว 105 ตารางวา เปิดให้ชมครั้งแรกในงาน Bangkok Design Week 2023 ระหว่าง 4–12 ก.พ. 2566
  • ข้อมูล ณ 26 ต.ค. 2569: หน้า Bangkok Learning City ของ กทม. ระบุว่าพิพิธภัณฑ์เปิด วันอังคาร–อาทิตย์ 09.00–16.00 น. ที่ 273 ซอยเจริญกรุง 43 เขตบางรัก

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก คือบ้านไม้ของครอบครัวสุรวดีในซอยเจริญกรุง 43 เขตบางรัก ที่ รศ.วราพร สุรวดี จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ แล้วโอนที่ดิน อาคาร 4 หลัง และข้าวของทั้งหมดให้กรุงเทพมหานครตั้งแต่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) วันนี้ยังเปิดให้ชมวันอังคาร–อาทิตย์ 09.00–16.00 น.

บ้านหลังนี้ไม่ใช่คฤหาสน์ของเศรษฐีหรือบ้านของดารา แต่เป็นบ้านของครอบครัวชนชั้นกลางในย่านที่เคยเป็นชุมชนนานาชาติของกรุงเทพฯ จุดที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปคือ ของส่วนใหญ่เป็นของที่คนในบ้านใช้จริง ตั้งแต่เปียโน ชุดจานชาม เตียงเสามุ้ง ไปจนถึงตำราแพทย์ บทความนี้เล่าว่าบ้านเป็นของใคร มีอะไรในแต่ละหลัง เรื่องที่คนไทยช่วยกันซื้อที่ดินข้างบ้านเพื่อกันตึกสูง และข้อมูลการเข้าชมจากหน้าเว็บของกรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก เป็นบ้านของใคร

หน้าเว็บของสำนักงานเขตบางรัก เล่าว่าพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หรือชื่อทางการว่า พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก ตั้งขึ้นตามความตั้งใจของอาจารย์วราพร สุรวดี เจ้าของบ้าน ซึ่งได้รับบ้านและทรัพย์สินเป็นมรดกจากมารดา คือนางสอาง สุรวดี อาจารย์วราพรอยากให้เยาวชนรุ่นหลังได้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ที่มีฐานะปานกลางเคยใช้ชีวิตอย่างไรในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ประวัติที่มติชนออนไลน์รวบรวมไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ระบุว่า รศ.วราพร สุรวดี จบปริญญาโทด้านชีววิทยาจาก Indiana University และประกาศนียบัตรด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลจาก University of Oslo เคยเป็นอาจารย์ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอินสาท-สอาง ที่ดูแลกิจการของพิพิธภัณฑ์ ที่ดินของพิพิธภัณฑ์มี 2 แปลงตามโฉนด รวม 1 ไร่ 6 ตารางวา เป็นของที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ

อีกคนที่ขาดไม่ได้ในเรื่องของบ้านหลังนี้คือ นายแพทย์ฟรานซิส คริสเตียน สามีของนางสอาง หน้าเว็บของเขตบางรักระบุว่าท่านเป็นชาวอินเดียที่จบศัลยแพทย์จากอังกฤษ ตำราแพทย์ภาษาอังกฤษของท่านยังอยู่ในห้องหนังสือของบ้าน และเรือนหลังที่สองของพิพิธภัณฑ์ก็สร้างขึ้นเพื่อเป็นคลินิกของท่าน ชื่อของสองมูลนิธิที่ดูแลงานของครอบครัวในวันนี้ คือมูลนิธิอินสาท-สอาง และมูลนิธิหมอฟรานซีส คริสเตียน จึงมาจากชื่อของคนในบ้าน

ป้ายพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกหน้าประตูไม้ กำแพงมีไม้เลื้อยคลุม
ป้ายพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกหน้าประตูไม้ที่มีไม้เลื้อยคลุมกำแพง ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

จากบ้านของครอบครัวสู่พิพิธภัณฑ์ของ กทม.

หลังจากอาจารย์วราพรจัดข้าวของในบ้านเป็นนิทรรศการแล้ว ก็ทำเรื่องยกบ้านให้เป็นสมบัติของกรุงเทพมหานคร หน้าเว็บของเขตบางรักเล่าว่า กทม. นำบ้านหลังนี้มาเป็นโครงการนำร่องตามนโยบายให้แต่ละเขตมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ส่วนมติชนออนไลน์ระบุวันที่ชัดเจนว่า การโอนที่ดินพร้อมอาคารทั้ง 4 หลังและข้าวของที่จัดแสดงให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ กทม. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 และในปี 2559 พิพิธภัณฑ์มีผู้เข้าชมเดือนละกว่า 700 คน

ข้อความของมูลนิธิทั้งสองที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม 2566 สรุปว่าพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบางกอกในช่วง พ.ศ. 2470–2500 ก่อนส่งมอบให้กรุงเทพมหานครในปี 2547 และมูลนิธิยังทำงานต่อตามเจตนารมณ์ของอาจารย์วราพร ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม โบราณคดี และสาธารณสุข

ประตูไม้และป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกบนกำแพงที่มีไม้เลื้อยปกคลุม ปี 2026
ประตูไม้และป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกบนกำแพงที่มีไม้เลื้อยปกคลุม ภาพถ่ายปี 2026 ภาพ: Medelam / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

บ้านไม้ 4 หลังในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก

สำนักงานเขตบางรักแบ่งพิพิธภัณฑ์เป็นอาคาร 4 หลัง แต่ละหลังเล่าเรื่องคนละแบบ

อาคาร ลักษณะตามหน้าเว็บของเขตบางรัก สิ่งที่จัดแสดง
หลังที่ 1 บ้านไม้สองชั้น หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องว่าวสีแดง ผนังไม้ทาสีเลียนแบบผนังปูน ช่างชาวจีนเป็นผู้สร้าง บ้านที่ครอบครัวเคยอยู่ ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องหนังสือ โถงชั้นล่าง ห้องนอน และห้องแต่งตัว
หลังที่ 2 เรือนไม้สองชั้นที่รื้อมาจากทุ่งมหาเมฆ ซอยงามดูพลี แล้วสร้างใหม่แบบย่อส่วน ข้าวของของนายแพทย์ฟรานซิส คริสเตียน ชั้นบนเป็นห้องนอน
หลังที่ 3 อาคารจัดนิทรรศการ ชั้นล่างเป็นเครื่องครัว เครื่องเขียน เครื่องมือช่าง ชั้นบนเล่าเรื่องย่านบางรัก
หลังที่ 4 อยู่ตรงข้ามศาลาริมน้ำ ดัดแปลงเป็นสำนักงานห้องสมุดของอาจารย์วราพร

เรือนหลังที่ 1 ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก: บ้านที่ครอบครัวเคยอยู่

หน้าเว็บของเขตบางรักเรียกรูปทรงของเรือนหลังแรกว่า "ทรงปั้นหยายุคปลาย" คือบ้านแบบตะวันตกที่นิยมในยุคนั้น แต่ตัดลายฉลุที่ชายคาออกให้เรียบขึ้น ห้องรับแขกมีเปียโนคู่ใจของมารดาอาจารย์วราพร ชุดรับแขก และตู้เครื่องแก้วเจียระไน ห้องอาหารมีโต๊ะ 6–8 ที่นั่ง จัดชุดจานแบบฝรั่งคู่กับภาชนะลายครามแบบจีนและเครื่องเคลือบสีเขียวไข่กา

ห้องหนังสือเก็บตำราแพทย์ภาษาอังกฤษของนายแพทย์ฟรานซิส และหนังสือเรียนภาษาอังกฤษของแม่และลูก ข้างกันเป็นห้องน้ำกับโถส้วมแบบโบราณ โถงชั้นล่างมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงขนาดใหญ่ของคุณหมอ และตู้มุกจากเมืองจีน ชั้นบนมีห้องนอนของคุณยายอินที่มีเตียงไม้เสามุ้งแบบฝรั่งกับโต๊ะเครื่องแป้ง ห้องแต่งตัวแบบยุโรปที่มีกระจกสามด้าน และห้องนอนใหญ่ของพี่สาวอาจารย์วราพร ที่น่าสนใจคือหุ่นปูนปลาสเตอร์ของนายแพทย์ฟรานซิส ซึ่งหน้าเว็บของเขตบางรักระบุว่าอาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ปั้น

ห้องในเรือนไม้ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีเปียโน ชุดรับแขกหนัง และโต๊ะอาหาร
เปียโน ชุดรับแขก และโต๊ะอาหารในเรือนไม้ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ห้องอาหารในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก โต๊ะไม้ยาวกับเก้าอี้ ข้างหน้าต่างไม้
ห้องอาหารที่จัดโต๊ะไม้และเก้าอี้ ข้างหน้าต่างไม้บานเกล็ด ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2009 ภาพ: A. Aruninta / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
เตียงไม้เสามุ้งกางมุ้งสีขาวในห้องนอนชั้นบนของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เตียงไม้เสามุ้งกางมุ้งสีขาวข้างหน้าต่าง ในห้องนอนชั้นบนของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เรือนหลังที่ 2: คลินิกที่ไม่ได้เปิด

เรือนหลังที่สองของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกมีเรื่องเศร้าซ่อนอยู่ หน้าเว็บของเขตบางรักเล่าว่าเดิมบ้านหลังนี้ปลูกอยู่ที่ทุ่งมหาเมฆ ซอยงามดูพลี ครอบครัวตั้งใจใช้ชั้นล่างเป็นคลินิกของนายแพทย์ฟรานซิส คริสเตียน แต่บ้านยังสร้างไม่เสร็จคุณหมอก็ป่วยและเสียชีวิต อาจารย์วราพรจึงรื้อบ้านหลังนั้นมาสร้างใหม่ในที่ดินที่บางรัก ย่อขนาดลงให้พอกับพื้นที่ แล้วตกแต่งด้วยข้าวของของคุณหมอ ชั้นบนเป็นห้องนอน

เรือนไม้สีน้ำตาลหลังที่ 2 ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หน้าต่างบานเกล็ดเปิดออก
เรือนไม้สีน้ำตาลหลังที่ 2 ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หน้าต่างบานเกล็ดเปิดออก มีรางน้ำฝนโลหะ ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เรือนหลังที่ 3 และ 4: ของใช้ในบ้าน เรื่องของบางรัก และห้องสมุด

ชั้นล่างของอาคารหลังที่ 3 รวมเครื่องใช้ในบ้าน ทั้งเครื่องครัว เครื่องเขียน เครื่องมือช่าง และเครื่องมืองานหัตถกรรม ส่วนชั้นบนเล่าภาพรวมของย่านบางรัก ตั้งแต่ลักษณะทางกายภาพ สายสัมพันธ์ไทย–ตะวันตก ชุมชนนานาชาติ สถานที่สำคัญ สิ่งที่ "แรกมีในสยาม แรกมีในบางรัก" และคนเด่นของบางรัก อาคารหลังที่ 4 อยู่ตรงข้ามศาลาริมน้ำ ปรับเป็นสำนักงานห้องสมุดของอาจารย์วราพร

นิทรรศการในอาคารหลังที่ 3 ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีป้ายซอยเจริญกรุง 43 และแผงภาพ
นิทรรศการในอาคารหลังที่ 3 ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีป้ายซอยเจริญกรุง 43 และแผงภาพเรื่องย่านบางรัก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
เครื่องครัวแบบเก่า เตาและภาชนะ ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เครื่องครัวแบบเก่า เตาและภาชนะ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

สวนของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกเป็นบ้านไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ทางเดินในบ้านลัดเลาะระหว่างสนามหญ้า ไม้พุ่ม และแปลงไม้ใบ ภาพถ่ายในวิกิมีเดียคอมมอนส์ยังมีบ่อเก็บน้ำไว้รดต้นไม้ในสวน ส่วนหน้าเว็บของเขตบางรักพูดถึงศาลาริมน้ำที่อยู่ตรงข้ามอาคารหลังที่ 4

ทางเดินในสวนของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม
ทางเดินในสวนของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
บ่อเก็บน้ำสำหรับรดต้นไม้ในสวนของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ล้อมด้วยไม้ใบ
บ่อเก็บน้ำสำหรับรดต้นไม้ในสวนของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

เรือนวราพร: ที่ดินที่คนไทยช่วยกันซื้อ

สวนของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกเกือบถูกตึกสูงบัง มติชนออนไลน์รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ว่าเจ้าของที่ดินข้างพิพิธภัณฑ์มีแผนสร้างตึก 8 ชั้น ซึ่งจะบังพื้นที่สีเขียวของพิพิธภัณฑ์ และอาจกระทบโครงสร้างของเรือนไม้หลายหลัง อาจารย์วราพรเคยทำจดหมายขอให้ กทม. ซื้อที่ดินแต่ไม่สำเร็จ จึงติดต่อซื้อเองในราคา 40 ล้านบาท วางเงินส่วนตัวไป 30 ล้านบาท แล้วเปิดรับบริจาคส่วนที่เหลือ 10 ล้านบาท โดยขอรายละ 100 บาทหรือตามกำลัง เพียง 2 วันแรกก็มีผู้บริจาคกว่า 700,000 บาท

ข้อความของมูลนิธิในปี 2566 สรุปผลไว้ว่า ยอดบริจาคจากคนไทยทั่วประเทศเกิน 10 ล้านบาทภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ทำให้ยุติการสร้างอาคารสูง 8 ชั้นได้ อาจารย์วราพรเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 ในวัย 82 ปี หลังจากนั้นมูลนิธิอินสาท-สอางและมูลนิธิหมอฟรานซีส คริสเตียน ได้ร่วมกันสร้าง "เรือนวราพร" บนที่ดินผืนนั้น เป็นพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ขนาด 105 ตารางวาเพื่อชุมชนในซอยเจริญกรุง 43 และเป็นที่ทำการของมูลนิธิ เปิดให้ชมครั้งแรกในงาน Bangkok Design Week 2023 ระหว่าง 4–12 กุมภาพันธ์ 2566 พร้อมนิทรรศการแนวคิด "เมือง-มิตร-ดี" ที่เล่าเรื่องย่านเจริญกรุง ตลาดน้อย และทรงวาด มีกุลยา กาศสกุล กรรมการและเลขานุการของทั้งสองมูลนิธิเป็นภัณฑารักษ์

เรือนไม้สองชั้นสีน้ำตาลในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ซ่อนอยู่หลังต้นไม้
เรือนไม้สองชั้นสีน้ำตาลในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ซ่อนอยู่หลังต้นไม้และไม้พุ่ม ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ลำดับเหตุการณ์ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
2470–2500 (1927–1957) ช่วงชีวิตของชาวบางกอกที่มูลนิธิระบุว่าพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่อง
ไม่ระบุปี อาจารย์วราพรได้รับบ้านเป็นมรดกจากมารดา จัดข้าวของเป็นพิพิธภัณฑ์ และย้ายเรือนของนายแพทย์ฟรานซิสจากทุ่งมหาเมฆมาสร้างใหม่
1 ต.ค. 2547 (2004) โอนที่ดิน อาคาร 4 หลัง และข้าวของให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ กทม.
ก.ค. 2559 (2016) เปิดรับบริจาค 10 ล้านบาทเพื่อซื้อที่ดินข้างบ้าน กันไม่ให้มีตึก 8 ชั้น
2559 (2016) ยอดบริจาคจากคนไทยเกิน 10 ล้านบาทในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ครบส่วนที่ขาดของราคาที่ดิน 40 ล้านบาท
25 ม.ค. 2560 (2017) รศ.วราพร สุรวดี เสียชีวิตในวัย 82 ปี
4–12 ก.พ. 2566 (2023) เปิดเรือนวราพรให้ชมครั้งแรกในงาน Bangkok Design Week 2023
26 ต.ค. 2569 (2026) หน้าเว็บของ กทม. ยังระบุว่าพิพิธภัณฑ์เปิดวันอังคาร–อาทิตย์ 09.00–16.00 น.

ภาพบันทึก

ภาพทั้งหมดในหัวข้อนี้มาจากวิกิมีเดียคอมมอนส์ ถ่ายโดยผู้ใช้หลายคนระหว่างปี 2009–2026 คำบรรยายบอกเฉพาะสิ่งที่เห็นในภาพและชื่อที่หน้าภาพระบุ

เรือนไม้สองชั้นทาสีขาว หน้าต่างบานเกล็ดสีเข้ม ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เรือนไม้สองชั้นทาสีขาว หน้าต่างบานเกล็ดสีเข้ม ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2015 ภาพ: mohigan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ทางขึ้นเรือนไม้ทาสีขาวของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีบันไดหน้าบ้านและต้นไม้ใหญ่
ทางขึ้นเรือนไม้ทาสีขาวของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีบันไดหน้าบ้านและต้นไม้ใหญ่ ภาพถ่ายปี 2015 ภาพ: mohigan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
เรือนไม้ทาสีขาวหน้าต่างเปิดกว้างของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เรือนไม้ทาสีขาวหน้าต่างเปิดกว้างของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
เรือนไม้สองชั้นสีน้ำตาล มีระเบียงชั้นล่าง ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เรือนไม้สองชั้นสีน้ำตาล ระเบียงชั้นล่างและหน้าต่างชั้นบน ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
หน้าจั่วของเรือนไม้สีน้ำตาลในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มองจากใต้ร่มไม้
หน้าจั่วของเรือนไม้สีน้ำตาลในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มองจากใต้ร่มไม้ ภาพถ่ายปี 2015 ภาพ: mohigan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
เรือนไม้สองชั้นทาสีขาวหลังคาสีแดงในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
เรือนไม้สองชั้นทาสีขาวหลังคาสีแดงในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2009 ภาพ: A. Aruninta / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ศาลาต้อนรับของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีชั้นหนังสือและภาพวาดสีสด
ศาลาต้อนรับของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีชั้นหนังสือและภาพวาดสีสด ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
มุมอ่านหนังสือสำหรับผู้เข้าชมในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีโต๊ะยาวและตู้หนังสือ
มุมอ่านหนังสือสำหรับผู้เข้าชมในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีโต๊ะยาวและตู้หนังสือ ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
มุมนิทรรศการในอาคารหลังที่ 3 มีโต๊ะทำงาน เครื่องพิมพ์ดีด และแผงภาพ
มุมนิทรรศการในอาคารหลังที่ 3 มีโต๊ะทำงานกับเครื่องพิมพ์ดีดและแผงภาพประวัติย่าน ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ห้องที่มีเก้าอี้หนัง โต๊ะกระจก และเตียงนอน พื้นไม้ขัดเงา ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
ห้องที่มีเก้าอี้หนัง โต๊ะกระจก และเตียงนอน พื้นไม้ขัดเงา ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
โถงชั้นล่างพื้นไม้ บันไดไม้ และตู้จัดแสดง ในเรือนไม้ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
โถงชั้นล่างพื้นไม้ บันไดไม้ และตู้จัดแสดง ในเรือนไม้ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ห้องชั้นบนที่มีตู้จัดแสดงและเตียงกางมุ้ง ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
ห้องชั้นบนที่มีตู้จัดแสดงและเตียงกางมุ้ง ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ระเบียงในเรือนไม้ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีเก้าอี้หวายและโต๊ะ
ระเบียงในเรือนไม้ของพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก มีเก้าอี้หวายและโต๊ะ ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
มุมนั่งเล่นบนระเบียงที่มีเก้าอี้หวาย ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
มุมนั่งเล่นบนระเบียงที่มีเก้าอี้หวายและไม้ระแนงเหนือหน้าต่าง ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2015 ภาพ: mohigan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ห้องที่มีโต๊ะเครื่องแป้งไม้ประดับกระจกและราวแขวนผ้า ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
ห้องที่มีโต๊ะเครื่องแป้งไม้ประดับกระจกและราวแขวนผ้า ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2015 ภาพ: mohigan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ห้องนอนที่มีช่องลมไม้ฉลุเหนือผนังและเตียงกางมุ้ง ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
ห้องนอนที่มีช่องลมไม้ฉลุเหนือผนังและเตียงกางมุ้ง ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ภาพถ่ายปี 2015 ภาพ: mohigan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ประตูทางเข้าและป้ายข้อมูลพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกริมซอยเจริญกรุง 43
ประตูทางเข้าและป้ายข้อมูลพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกริมซอยเจริญกรุง 43 ภาพถ่ายปี 2013 ภาพ: Kasom SKULTAB / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ข้อมูลการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก

ข้อมูลจากหน้า Bangkok Learning Cityของกรุงเทพมหานครและหน้าเว็บของสำนักงานเขตบางรัก ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569 (ค.ศ. 2026)

  • ที่อยู่ 273 ซอยเจริญกรุง 43 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
  • วันเวลาเปิด วันอังคาร–วันอาทิตย์ 09.00–16.00 น.
  • ค่าเข้าชม หน้าเว็บของ กทม. ทั้งสองหน้าไม่ได้ระบุ ควรโทรถามก่อน
  • โทรศัพท์ 02 233 7027 และ 02 231 6930
  • รถประจำทาง สาย 1, 16, 35, 75, 93 และรถปรับอากาศสาย 16, 75, 93 ตามหน้าเว็บของเขตบางรัก

หน้าเว็บของเขตบางรักปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ 11 มีนาคม 2561 รายละเอียดห้องและการจัดแสดงจึงอาจเปลี่ยนไปบ้าง ผู้ที่จะไปควรตรวจสอบวันเวลากับพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกอีกครั้งก่อนเดินทาง หากสนใจบ้านเก่าในกรุงเทพฯ ที่เปิดให้ชมอีกหลัง อ่านเรื่องบ้านปาร์คนายเลิศ และบ้านคนดังในไทยหลังอื่นได้ในหมวดบ้านและสวนคนดังในไทย

คำถามที่พบบ่อย

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก เปิดวันไหน เวลาเท่าไร?

หน้า Bangkok Learning City ของกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ตรวจ 26 ตุลาคม 2569 ระบุว่าพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกเปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น. หน้าเว็บของ กทม. ไม่ได้ระบุค่าเข้าชม ผู้ที่จะไปควรโทรถามที่ 02 233 7027 หรือ 02 231 6930 ก่อนเดินทาง

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก อยู่ที่ไหน ไปอย่างไร?

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกอยู่เลขที่ 273 ซอยเจริญกรุง 43 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ หน้าเว็บของสำนักงานเขตบางรักระบุรถประจำทางที่ผ่าน คือสาย 1, 16, 35, 75 และ 93 กับรถปรับอากาศสาย 16, 75 และ 93

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก เป็นบ้านของใคร?

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกเคยเป็นบ้านของครอบครัวสุรวดี รศ.วราพร สุรวดี ได้รับบ้านและทรัพย์สินเป็นมรดกจากมารดา คือนางสอาง สุรวดี แล้วจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ก่อนโอนที่ดิน อาคาร 4 หลัง และข้าวของให้เป็นกรรมสิทธิ์ของกรุงเทพมหานครตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2547

ในพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกมีอะไรให้ดู?

สำนักงานเขตบางรักแบ่งพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกเป็นอาคาร 4 หลัง หลังแรกเป็นบ้านไม้สองชั้นหลังคาปั้นหยาที่ครอบครัวเคยอยู่ มีห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องหนังสือ และห้องนอน หลังที่สองเป็นเรือนไม้ที่รื้อย้ายมาจากทุ่งมหาเมฆ หลังที่สามจัดแสดงเครื่องใช้ในบ้านและเรื่องของย่านบางรัก หลังที่สี่เป็นห้องสมุด

เรือนวราพร คืออะไร?

เรือนวราพรเป็นพื้นที่สีเขียวขนาด 105 ตารางวาข้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก สร้างโดยมูลนิธิอินสาท-สอางและมูลนิธิหมอฟรานซีส คริสเตียน บนที่ดินที่อาจารย์วราพรกับคนไทยร่วมกันซื้อในราคา 40 ล้านบาทเพื่อไม่ให้มีตึก 8 ชั้น และเปิดให้ชมครั้งแรกในงาน Bangkok Design Week 2023

แหล่งอ้างอิง

  1. พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก (BKK Museum) — สำนักงานเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
  2. พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก – Bangkok Learning City — กรุงเทพมหานคร
  3. จากพิพิธภัณฑ์มีชีวิตสู่ “เรือนวราพร” พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ — มูลนิธิอินสาท-สอาง และมูลนิธิหมอฟรานซีส คริสเตียน (ผ่าน ThaiPR.NET)
  4. เปิดชีวิต “วราพร สุรวดี” ผู้ทุ่มเททั้งชีวิตให้ “พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก” ระดม 10 ล้านซื้อที่ก่อนถูกตึกสูงบดบัง — มติชนออนไลน์

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ