Jardin Majorelle: สวนสีน้ำเงินที่ Marrakech และ Villa Oasis ของ Yves Saint Laurent
Jardin Majorelle สวน 9,000 ตร.ม. ใน Marrakech ที่ Jacques Majorelle สร้าง Yves Saint Laurent กับ Pierre Bergé ซื้อปี 1980 ค่าเข้า 170 MAD ตั๋วออนไลน์เท่านั้น
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อัปเดต อ่าน 16 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- Jardin Majorelle สวนขนาด 9,000 ตารางเมตร ใน Marrakech สร้างโดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส Jacques Majorelle และเปิดให้คนทั่วไปชมในปี 1947 ส่วนปีที่ได้ที่ดิน หน้าทางการของสวนให้ไว้สามแบบ คือ 1922, 1923 และ 1924
- Yves Saint Laurent และ Pierre Bergé ซื้อสวนในปี 1980 เพื่อไม่ให้ถูกรื้อไปสร้างโรงแรม แล้วย้ายเข้าไปอยู่ในวิลล่าของ Majorelle ซึ่งตั้งชื่อใหม่ว่า Villa Oasis
- สตูดิโอแบบ Art Deco ปี 1931 ของสถาปนิก Paul Sinoir ทาด้วยสี Majorelle blue วันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์เบอร์ที่จัดแสดงวัตถุมากกว่า 600 ชิ้น
- ค่าเข้า Jardin Majorelle 170 MAD ตั๋วรวมพิพิธภัณฑ์เบอร์เบอร์ 230 MAD ตั๋วรวม Musée YSL 330 MAD ซื้อออนไลน์เท่านั้นตั้งแต่ 30 ม.ค. 2023 และมาสายจากรอบเวลาได้ไม่เกิน 29 นาที (ตรวจ 22 ต.ค. 2026)
Jardin Majorelle คือสวนขนาด 9,000 ตารางเมตรในเมือง Marrakech ประเทศโมร็อกโก ที่จิตรกรชาวฝรั่งเศส Jacques Majorelle เริ่มสร้างในทศวรรษ 1920 และเปิดให้คนทั่วไปชมในปี 1947 ต่อมาในปี 1980 Yves Saint Laurent กับ Pierre Bergé ซื้อไว้เพื่อไม่ให้ถูกรื้อไปสร้างโรงแรม วันนี้ Fondation Jardin Majorelle ดูแลสวน เปิดทุกวัน ค่าเข้าผู้ใหญ่ 170 MAD และซื้อตั๋วได้ทางออนไลน์เท่านั้น
เจ้าของสองยุคทิ้งร่องรอยไว้ต่างกัน Majorelle สร้างสตูดิโอสีน้ำเงินเข้มที่ภายหลังเรียกกันว่า Majorelle blue ส่วน Yves Saint Laurent กับ Pierre Bergé บูรณะสวน เพิ่มพรรณไม้ และย้ายเข้าไปอยู่ในวิลล่าเดิมของจิตรกรซึ่งตั้งชื่อใหม่ว่า Villa Oasis บทความนี้เล่าประวัติ Jardin Majorelle สถาปัตยกรรม พรรณไม้ พิพิธภัณฑ์ในสวน และข้อมูลการเข้าชม จากเว็บไซต์และเอกสารของ Fondation Jardin Majorelle กับเว็บไซต์ของ Musée Yves Saint Laurent Marrakech ซึ่งสร้างขึ้นด้วยทุนของมูลนิธิเดียวกัน
Jardin Majorelle คืออะไร ทำไมสวนนี้สำคัญ
หน้า The Jardin Majorelle ของเว็บไซต์ทางการบรรยายว่าเป็นสวนที่น่าหลงใหลและลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งของโมร็อกโก สร้างขึ้นตลอดช่วงเวลาราว 40 ปี มีกำแพงล้อมรอบ ภายในเป็นทางเดินที่ตัดกันไปมาหลายระดับ แทรกด้วยอาคารสีสดที่ผสมศิลปะแบบ Art Deco กับแบบมัวร์ (Moorish) Majorelle ตั้งใจให้สวนนี้เป็นทั้งที่พักใจและ "ห้องทดลอง" ทางพฤกษศาสตร์
ความสำคัญของ Jardin Majorelle วัดได้จากจำนวนคน ข่าวประชาสัมพันธ์ของสวนลงวันที่ 12 มกราคม 2023 ระบุว่าที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งในโมร็อกโก แต่ละปีมีผู้มาชมสวนและพิพิธภัณฑ์สองแห่งในเครือรวมกันมากกว่า 900,000 คน
อีกด้านคือเรื่องของเจ้าของ สวนนี้ผ่านมือคนดังสองยุค ยุคแรกคือจิตรกรผู้สร้าง ยุคที่สองคือดีไซเนอร์แฟชั่นกับหุ้นส่วนที่ซื้อไว้แล้วมอบต่อให้มูลนิธิ แผ่นพับของสวนระบุว่า Fondation Jardin Majorelle เป็นองค์กรไม่แสวงกำไรที่ดูแลรักษาสวนด้วยทรัพยากรของตัวเอง และนำรายได้ทั้งหมดกลับไปใช้ในโมร็อกโก ทั้งงานประชุมด้านพฤกษศาสตร์ วรรณกรรม และวัฒนธรรมเบอร์เบอร์ ทุนการศึกษาให้เยาวชนโมร็อกโกที่เรียนต่างประเทศ และโครงการสังคมอื่น ๆ
Jacques Majorelle จิตรกรผู้สร้าง Jardin Majorelle
แผ่นพับภาษาอังกฤษของสวน ระบุว่า Jacques Majorelle (1886–1962) เป็นจิตรกรสายตะวันออกนิยม (orientalist) ชาวฝรั่งเศส และเป็นบุตรของ Louis Majorelle นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์สาย Art Nouveau ที่มีชื่อเสียง เขามาถึงโมร็อกโกในปี 1917 ตามคำเชิญของจอมพล Lyautey ข้าหลวงใหญ่ (Resident-General) ของฝรั่งเศส และหลงใหลเมือง Marrakech

หน้าประวัติสวนบนเว็บไซต์ Musée Yves Saint Laurent Marrakech เล่าต่อว่าในปี 1919 Majorelle ย้ายเข้าไปอยู่ในเมดินา (เมืองเก่า) ของ Marrakech ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การอารักขาของฝรั่งเศส ความรักในพฤกษศาสตร์ทำให้เขาสร้างสวนขึ้นบนที่ดินของตัวเอง และนำพรรณไม้แปลกตาจากการเดินทางทั่วโลกกลับมาปลูก
หน้าเดียวกันระบุว่าหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ Majorelle ถูกส่งตัวกลับไปปารีสและเสียชีวิตที่นั่นในปี 1962 จากนั้นสวนก็ถูกปล่อยทิ้งร้าง
Majorelle ได้ที่ดินปีไหน: 1922, 1923 หรือ 1924
หน้าทางการของสวนเองให้ปีไม่ตรงกัน ผู้อ่านจึงอาจเห็นตัวเลขต่างกันในแต่ละที่
- หน้า The Jardin Majorelle เขียนว่า Majorelle เริ่มปลูกพรรณไม้แปลกตาจากทั่วโลกในปี 1922
- แผ่นพับของสวนและหน้าประวัติบนเว็บไซต์ Musée Yves Saint Laurent Marrakech เขียนว่าเขาซื้อสวนปาล์ม (palm grove) ผืนใหญ่ชานเมืองในปี 1923
- ข่าวประชาสัมพันธ์วันที่ 1 มกราคม 2024 เขียนว่าเขาได้ที่ดินริมสวนปาล์ม (Palmeraie) ของ Marrakech ในปี 1924 แล้วสร้างวิลล่าและวางผังสวน มูลนิธิจึงถือว่าปี 2024 เป็นวาระครบ 100 ปีของ Jardin Majorelle
บนที่ดินผืนนี้ Majorelle สร้างบ้านชื่อ Villa Bousafsaf หน้าภาษาฝรั่งเศสของเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ระบุว่าเป็นบ้านสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกคลาสสิก ส่วนหน้าภาษาอังกฤษระบุว่าสร้างขึ้นเจ็ดปีหลังซื้อที่ดิน บ้านหลังนี้เองที่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Villa Oasis

สตูดิโอปี 1931 และสี Majorelle Blue
อาคารที่คนจำได้มากที่สุดใน Jardin Majorelle ไม่ใช่บ้านพัก แต่คือสตูดิโอ ในปี 1931 Majorelle ว่าจ้างสถาปนิก Paul Sinoir ออกแบบสตูดิโอศิลปินแบบ Art Deco ซึ่งหน้าประวัติสวนเรียกว่า "ทันสมัยอย่างน่าทึ่ง" ชั้นบนเป็นที่พักอาศัยหลักของเขา ส่วนชั้นล่างเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่สำหรับวาดงานตกแต่งชิ้นใหญ่
แผ่นพับของสวนระบุว่าผนังสตูดิโอทาด้วย "Majorelle Blue" ส่วนหน้าประวัติบนเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ระบุว่าในปี 1937 Majorelle คิดค้นสีน้ำเงินอัลตรามารีนที่ทั้งสดและเข้ม ซึ่งวันนี้รู้จักกันในชื่อ Majorelle blue แล้วใช้สีนี้ทาและเปลี่ยนโฉมสวนทั้งสวน
วันนี้สตูดิโอหลังนี้คือ Musée Pierre Bergé des Arts Berbères หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์เบอร์ (ดูหัวข้อด้านล่าง) ผู้มาเยือนจึงเห็นตัวอาคารสีน้ำเงินจากสวน และเข้าไปชมนิทรรศการด้านในได้ด้วยตั๋วรวม

สวนที่ Majorelle วางผัง: สระยาว ทางเดินหลายระดับ และนกหลายร้อยตัว
หน้าประวัติสวนระบุว่า Majorelle วางผังสวนรอบบ้านของเขาโดยมีสระน้ำยาวตรงกลางเป็นแกน แล้วแบ่งพื้นที่รอบ ๆ เป็นบรรยากาศหลายแบบ ปลูกพืชพรรณหนาแน่นจนมีนกหลายร้อยตัวมาทำรัง แผ่นพับเรียกสวนนี้ว่า "งานศิลปะที่มีชีวิต" ประกอบด้วยพืชแปลกตาและพันธุ์หายากที่เขาเก็บมาจากการเดินทางทั่วโลก


Majorelle เปิดสวนให้คนทั่วไปเข้าชมในปี 1947 ปีนี้ตรงกันทั้งในแผ่นพับ หน้าประวัติ และข่าวประชาสัมพันธ์ครบรอบ 100 ปี
ส่วนประกอบใน Jardin Majorelle วันนี้ตามแผนผังในแผ่นพับ ได้แก่ ทางเข้าและทางออกสวน พิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์เบอร์ อนุสรณ์ของ Yves Saint Laurent และ Pierre Bergé ร้านหนังสือ ห้อง Love Gallery ของ Yves Saint Laurent ร้านบูติก ซุ้มน้ำดื่ม คาเฟ่ และห้องน้ำ

พรรณไม้ใน Jardin Majorelle มีอะไรบ้าง
หน้าประวัติสวนบนเว็บไซต์ Musée Yves Saint Laurent Marrakech ยกตัวอย่างพรรณไม้ที่ Majorelle นำมาปลูกไว้ดังนี้ (จัดกลุ่มโดยกองบรรณาธิการ)
| กลุ่ม | พรรณไม้ที่หน้าประวัติระบุ |
|---|---|
| ไม้ทะเลทราย | กระบองเพชร (cactus), ยัคคา (yucca) |
| ไม้น้ำ | บัวสาย และบัวสายดอกขาว (water lilies, white water lilies) |
| ไม้ดอกและไม้เลื้อย | มะลิ (jasmine), เฟื่องฟ้า (bougainvillea) |
| ไม้ยืนต้นเขตร้อน | ปาล์ม มะพร้าว กล้วย |
| ไม้กอ | ไผ่ (bamboo) |

หลังจาก Pierre Bergé มอบสวนให้มูลนิธิ ภูมิสถาปนิก Madison Cox เปิด "บทใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ให้สวน โดยเพิ่มไม้อวบน้ำ (succulent) หลายพันธุ์ที่เป็นพืชพื้นเมืองของโมร็อกโก และเปลี่ยนพื้นคลุมดิน (หน้าภาษาฝรั่งเศสระบุว่าเป็นสนามหญ้า) เป็นกรวดสีชมพูที่เข้ากับสีหลักของเมือง Marrakech
แนวคิดนี้ใช้กับภูมิทัศน์ของพิพิธภัณฑ์ข้างสวนด้วย หน้าข้อมูลการเข้าชมของ Musée Yves Saint Laurent Marrakech ระบุหลักสองข้อของ Fondation Jardin Majorelle คือการประหยัดน้ำและการปลูกพันธุ์ไม้ที่รับผิดชอบต่อระบบนิเวศ

Yves Saint Laurent และ Pierre Bergé ซื้อ Jardin Majorelle ปี 1980
หน้าประวัติ Yves Saint Laurent บนเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ระบุว่าเขาเกิดวันที่ 1 สิงหาคม 1936 ที่เมือง Oran ประเทศแอลจีเรีย พบ Pierre Bergé ในปี 1958 แล้วร่วมกันก่อตั้งห้องเสื้อ Yves Saint Laurent ซึ่งเปิดตัวคอลเลกชันแรกวันที่ 29 มกราคม 1962 ที่ปารีส

ทั้งสองมาโมร็อกโกครั้งแรกในปี 1966 หน้าเดียวกันระบุว่าโมร็อกโกมีอิทธิพลอย่างมากต่องานของ Saint Laurent โดยเฉพาะเรื่องสี และเขาเดินทางมา Marrakech ปีละสองครั้ง ครั้งละสองสัปดาห์ ในเดือนธันวาคมและมิถุนายน เพื่อออกแบบคอลเลกชันโอตกูตูร์
ในปี 1980 ทั้งสองซื้อ Jardin Majorelle หน้า The Jardin Majorelle ระบุว่าเพื่อช่วยสวนไม่ให้ถูกนักพัฒนาโรงแรมรื้อทิ้ง ส่วนแผ่นพับเขียนว่าเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แผ่นพับเล่าต่อว่าหลังจากนั้นสวนได้รับการบูรณะและมีการปลูกพืชใหม่เพิ่มอีกมาก ข่าวประชาสัมพันธ์ครบรอบ 100 ปียืนยันว่าเจ้าของใหม่ยังเปิดสวนให้คนทั่วไปเข้าชมต่อ

Yves Saint Laurent พูดถึงสวนนี้ไว้ว่า "หลายปีมาแล้วที่ Jardin Majorelle เป็นแหล่งแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันหมดสำหรับผม และผมมักฝันถึงสีสันอันไม่เหมือนใครของมัน" (อ้างจากหน้า The Jardin Majorelle)
Villa Oasis: บ้านในสวนที่เจ้าของใหม่เลือกอยู่
เมื่อซื้อสวนแล้ว เจ้าของใหม่ตัดสินใจอยู่ในวิลล่าของ Jacques Majorelle และตั้งชื่อใหม่ว่า Villa Oasis ตามหน้า The Jardin Majorelle หน้าภาษาฝรั่งเศสของเว็บไซต์ Musée Yves Saint Laurent Marrakech ระบุว่า Villa Oasis คือ Villa Bousafsaf หลังเดิมที่ Majorelle สร้างแบบโมร็อกโกคลาสสิก ไม่ใช่สตูดิโอสีน้ำเงินที่เป็นพิพิธภัณฑ์อยู่วันนี้ สองหลังนี้จึงไม่ควรเรียกปนกัน

ตัวบ้าน Villa Oasis ไม่อยู่ในรายการสถานที่เปิดให้ชม (Sites to visit) ของเว็บไซต์ทางการ แต่หน้าแรกของเว็บไซต์ ระบุว่าสวนส่วนตัวของ Villa Oasis (The Private Garden of the Villa Oasis) เปิดทุกวันยกเว้นวันพุธ เวลา 8:00–16:30 น. เข้าครั้งสุดท้าย 16:00 น. ส่วนหน้า The Jardin Majorelle ภาษาอังกฤษแสดงเวลา 8:00–17:30 น. ราคาและวิธีจองสวนส่วนนี้ไม่ปรากฏในหน้าขายตั๋วที่เราตรวจ ควรสอบถามสวนก่อน

Jardin Majorelle หลังปี 2008: มูลนิธิและอนุสรณ์
Yves Saint Laurent เสียชีวิตที่บ้านในปารีสเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2008 ตามหน้าประวัติบนเว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ แผ่นพับของสวนระบุว่าหลังจากนั้น Pierre Bergé มอบ Jardin Majorelle ให้ Fondation Pierre Bergé – Yves Saint Laurent และมีการตั้ง Fondation Jardin Majorelle ขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โดยหน้าสุดท้ายของแผ่นพับระบุว่ามูลนิธินี้ตั้งขึ้นตามกฤษฎีกาเลขที่ 2.11.647 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2011
แผ่นพับระบุว่ามีการสร้างอนุสรณ์ของดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสผู้นี้ไว้ในสวน แผนผังในแผ่นพับเดียวกันเรียกจุดนี้ว่าอนุสรณ์ของ Yves Saint Laurent และ Pierre Bergé นอกจากนี้ยังมีห้อง Love Gallery ของ Yves Saint Laurent ร้านหนังสือ และบูติก ที่ขายงานหัตถกรรมทำมือของช่างโมร็อกโก หน้าบูติกระบุว่าสินค้าหลายชิ้นใช้สี ลวดลาย และองค์ประกอบที่ Saint Laurent ชื่นชอบ เช่น ดอกไม้และงู

Café Majorelle ก็มีประวัติของตัวเอง อาคารนี้เคยเป็นที่พักของคนรับใช้สมัย Majorelle ได้แรงบันดาลใจจากอาคารดินอัดในถิ่นเบอร์เบอร์ของแอฟริกาเหนือ และ Madison Cox ปรับปรุงใหม่โดยรักษาบรรยากาศชนบทไว้ ลานด้านในปลูกต้นส้มและเฟื่องฟ้าดอกขาว
พิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์เบอร์ในสตูดิโอเก่าของ Majorelle
Musée Pierre Bergé des Arts Berbères เปิดในปี 2011 (แผ่นพับระบุเดือนธันวาคม 2011) ในสตูดิโอวาดภาพเดิมของ Majorelle จัดแสดงวัตถุมากกว่า 600 ชิ้นที่ Pierre Bergé และ Yves Saint Laurent รวบรวมจากทั่วโมร็อกโก ตั้งแต่เทือกเขา Rif จนถึงทะเลทรายซาฮารา ได้แก่ เครื่องประดับ อาวุธ เครื่องหนัง เครื่องจักสาน สิ่งทอ และพรม

หน้าพิพิธภัณฑ์ ระบุว่าชาวเบอร์เบอร์ (Imazighen) คือชนชาติที่เก่าแก่ที่สุดของแอฟริกาเหนือ การจัดแสดงแบ่งเป็น 4 ส่วนตามหัวข้อ เริ่มด้วยภาพรวมประวัติศาสตร์และแผนที่ที่ตั้งของชนเผ่าเบอร์เบอร์หลักทั่วประเทศ และใช้เสียง ดนตรี ภาพถ่าย และภาพยนตร์ช่วยเล่าเรื่อง
Pierre Bergé อธิบายที่มาของพิพิธภัณฑ์ไว้ในหน้าเดียวกันว่า เขาหลงใหลศิลปะเบอร์เบอร์มาตั้งแต่มาถึง Marrakech ในปี 1966 และเมื่ออยู่ในสวนที่ศิลปินผู้วาดภาพชาวเบอร์เบอร์ไว้มากมายเป็นผู้สร้าง ความคิดเรื่องพิพิธภัณฑ์นี้ "เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ"
ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ตามหน้าพิพิธภัณฑ์คือ 60 MAD ส่วนหน้าขายตั๋วขายเป็นตั๋วรวมกับสวน ราคา 230 MAD หน้าขายตั๋วยังแจ้งว่าพิพิธภัณฑ์ปิดวันที่ 7–13 กรกฎาคม 2025 เพื่อหมุนเวียนวัตถุและผ้าที่จัดแสดงประจำปี
Musée Yves Saint Laurent Marrakech ข้าง Jardin Majorelle
แผ่นพับของสวนระบุว่า Musée Yves Saint Laurent Marrakech ซึ่งอยู่ติดกับสวน สร้างขึ้นด้วยทรัพยากรของมูลนิธิและเปิดให้ประชาชนเข้าชมในเดือนตุลาคม 2017 หน้าโครงการของพิพิธภัณฑ์ ระบุว่าเป็นอาคารใหม่ขนาด 4,000 ตารางเมตร มีห้องนิทรรศการถาวร 400 ตารางเมตรสำหรับงานของ Yves Saint Laurent ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ห้องสมุดวิจัยมากกว่า 5,000 เล่ม หอประชุม 140 ที่นั่ง ร้านหนังสือ และคาเฟ่ ออกแบบโดย Studio KO ของ Karl Fournier และ Olivier Marty ผนังอิฐด้านนอกวางเป็นลายที่ชวนให้นึกถึงเส้นด้ายยืนและด้ายพุ่งของผืนผ้า
พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันยกเว้นวันพุธ 10:00–18:00 น. เข้าครั้งสุดท้าย 17:30 น. บนหน้าขายตั๋ว ตั๋วเดี่ยวราคา 140 MAD และตั๋วรวมสวน พิพิธภัณฑ์เบอร์เบอร์ และพิพิธภัณฑ์ YSL ราคา 330 MAD เงื่อนไขการขายกำหนดว่าผู้ถือตั๋วรวมต้องเริ่มชมที่ Jardin Majorelle ก่อน และเวลาบนตั๋วคือเวลาที่ต้องมาถึงทางเข้าสวน
ลำดับเหตุการณ์ของ Jardin Majorelle
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1886 | Jacques Majorelle เกิด (แผ่นพับ) |
| 1917 | Majorelle มาถึงโมร็อกโกตามคำเชิญของจอมพล Lyautey |
| 1919 | ย้ายเข้าไปอยู่ในเมดินาของ Marrakech (หน้าประวัติสวน) |
| 1922 | เริ่มปลูกพรรณไม้ (หน้า The Jardin Majorelle) |
| 1923 / 1924 | ได้ที่ดินสวนปาล์ม (แผ่นพับและหน้าประวัติ: 1923 / ข่าวครบรอบ 100 ปี: 1924) |
| 1931 | สตูดิโอ Art Deco โดยสถาปนิก Paul Sinoir |
| 1937 | Majorelle คิดค้นสี Majorelle blue |
| 1947 | เปิดสวนให้คนทั่วไปเข้าชม |
| 1962 | Majorelle เสียชีวิตที่ปารีส สวนถูกปล่อยทิ้งร้าง |
| 1966 | Yves Saint Laurent และ Pierre Bergé มาโมร็อกโกครั้งแรก |
| 1980 | ทั้งสองซื้อสวน ย้ายเข้าวิลล่าและตั้งชื่อว่า Villa Oasis |
| 2008 | Yves Saint Laurent เสียชีวิต 1 มิ.ย. Bergé มอบสวนให้มูลนิธิ |
| 4 พ.ย. 2011 | กฤษฎีกาตั้ง Fondation Jardin Majorelle |
| ธ.ค. 2011 | เปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์เบอร์ในสตูดิโอเดิม |
| ต.ค. 2017 | เปิด Musée Yves Saint Laurent Marrakech ข้างสวน |
| 30 ม.ค. 2023 | เริ่มขายตั๋วทางออนไลน์เท่านั้น |
| 2024 | ครบ 100 ปีของสวนตามที่มูลนิธิประกาศ |
ภาพบันทึก
ภาพมุมอื่นของ Jardin Majorelle ทั้งภาพเก่าตั้งแต่ปี 1989 และภาพในช่วงหลัง















ข้อมูลการเข้าชม Jardin Majorelle
ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 22 ต.ค. 2026 (หน้าแรก, The Jardin Majorelle และหน้าขายตั๋ว)
- ที่อยู่: Rue Yves Saint Laurent, 40090 Marrakech โทร +212 (0)5 24 29 86 86 หน้าทางการให้เพียงที่อยู่ ไม่ได้บอกเส้นทางการเดินทาง
- เวลาเปิด: หน้าแรกและหน้าขายตั๋วระบุว่าสวนเปิดทุกวัน 8:00–17:30 น. เข้าครั้งสุดท้าย 17:00 น. และพิพิธภัณฑ์เบอร์เบอร์ 8:30–17:00 น. แต่หน้า The Jardin Majorelle ภาษาอังกฤษแสดง 8:00–18:30 น. ภาษาฝรั่งเศสแสดง 8:30–18:00 น. ส่วนแผ่นพับปี 2022 แบ่งตามฤดู (ต.ค.–เม.ย. 8:00–18:00 น., พ.ค.–ก.ย. 8:00–18:30 น., เดือนรอมฎอน 8:00–17:00 น.)
- ค่าเข้าสวน: 170 MAD (หน้าเว็บเขียน Dhs/DH), นักศึกษาต่างชาติ 95 MAD ซึ่งหน้าขายตั๋วใช้กับเด็กตั้งแต่ 10 ปีด้วย, พลเมืองและผู้พำนักในโมร็อกโก 75 MAD, นักศึกษาโมร็อกโก 40 MAD, เด็กต่ำกว่า 10 ปีที่มากับผู้ใหญ่เข้าฟรี ผู้พิการและสมาชิก ICOM เข้าฟรีเมื่อแสดงบัตร
- ตั๋วรวม: สวนกับพิพิธภัณฑ์เบอร์เบอร์ 230 MAD, สวนกับพิพิธภัณฑ์เบอร์เบอร์และ Musée YSL 330 MAD (ราคานักศึกษาต่างชาติและเด็กตั้งแต่ 10 ปี 130 และ 180 MAD)
- การจอง: ตั้งแต่ 30 มกราคม 2023 ซื้อตั๋วได้ทางออนไลน์ที่ tickets.jardinmajorelle.com เท่านั้น เว็บไซต์ระบุว่าเป็นช่องทางขายตั๋วทางการเพียงแห่งเดียว ตั๋วจากเว็บอื่นใช้เข้าไม่ได้ บุคคลทั่วไปจองได้ครั้งละไม่เกิน 15 คน
- การเข้าถึง: สวนและพิพิธภัณฑ์รองรับผู้ใช้รถเข็น
กติกาตั๋วตามรอบเวลาและข้อห้ามใน Jardin Majorelle
เงื่อนไขการขายบนหน้าขายตั๋ว ระบุว่า
- ตั๋วแต่ละใบมี QR code ใช้ได้เฉพาะสถานที่ วันที่ และรอบเวลาที่ระบุ มาสายได้ไม่เกิน 29 นาทีหลังรอบเวลา หลังจากนั้นตั๋วถือเป็นโมฆะและไม่คืนเงิน
- เวลาบนตั๋วเป็นเวลาโมร็อกโก ช่วงเดือนรอมฎอนใช้เวลาที่อาจต่างจากช่วงอื่นของปี
- ทุกคำสั่งซื้อถือเป็นที่สุด แลกเปลี่ยนหรือคืนเงินไม่ได้ ราคานักศึกษาต้องแสดงบัตรนักศึกษาที่ใช้ได้ในวันเข้าชม
- ห้ามแตะต้นไม้ พืช หรือโคมไฟ ให้เดินบนทางเดินเท่านั้นและห้ามวิ่ง กระเป๋าใบใหญ่ต้องฝากไว้ที่จุดรับฝาก
- ห้ามถ่ายภาพหรือวิดีโอเชิงพาณิชย์ในสวน ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกห้ามเข้าสวนโดยไม่มีกำหนด

แผ่นพับเพิ่มว่าไม่รับเด็กที่ไม่มีผู้ใหญ่มาด้วย ห้ามปิกนิกและห้ามนำสัตว์เข้า และรถเข็นเด็กต้องฝากไว้ที่จุดรับฝาก
ราคาและเวลาอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านเรื่องบ้านและสวนของศิลปินแห่งอื่น เช่น บ้านโมเนต์ที่ Giverny และ Casa Azul ของ Frida Kahlo หรือดูทั้งหมดที่หมวดบ้านและสวนคนดังทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
Jardin Majorelle อยู่ที่ไหน เปิดกี่โมง?
Jardin Majorelle อยู่ที่ Rue Yves Saint Laurent เมือง Marrakech ประเทศโมร็อกโก หน้าแรกและหน้าขายตั๋วทางการระบุว่าเปิดทุกวัน 8:00–17:30 น. เข้าครั้งสุดท้าย 17:00 น. (ตรวจ 22 ต.ค. 2026) แต่บางหน้าของเว็บไซต์เดียวกันยังแสดงเวลาอื่น ควรดูรอบเวลาบนหน้าขายตั๋วก่อนเดินทาง
ค่าเข้า Jardin Majorelle เท่าไร ซื้อตั๋วหน้างานได้ไหม?
ค่าเข้า Jardin Majorelle สำหรับผู้ใหญ่คือ 170 MAD ตั๋วรวมพิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์เบอร์ 230 MAD และตั๋วรวมกับ Musée Yves Saint Laurent Marrakech 330 MAD ตั้งแต่ 30 มกราคม 2023 ต้องซื้อออนไลน์ที่ tickets.jardinmajorelle.com เท่านั้น ตั๋วใช้ได้เฉพาะรอบเวลาที่จอง และมาสายได้ไม่เกิน 29 นาที
ใครเป็นเจ้าของ Jardin Majorelle?
Jardin Majorelle สร้างโดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส Jacques Majorelle ตั้งแต่ทศวรรษ 1920 ต่อมา Yves Saint Laurent และ Pierre Bergé ซื้อไว้ในปี 1980 หลัง Saint Laurent เสียชีวิตในปี 2008 Bergé มอบสวนให้ Fondation Pierre Bergé – Yves Saint Laurent วันนี้ Fondation Jardin Majorelle ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรเป็นผู้ดูแล
Villa Oasis คืออะไร เข้าชมได้หรือไม่?
Villa Oasis คือวิลล่าเดิมของ Jacques Majorelle ใน Jardin Majorelle ซึ่งเดิมชื่อ Villa Bousafsaf Yves Saint Laurent และ Pierre Bergé ย้ายเข้าไปอยู่หลังซื้อสวนในปี 1980 และตั้งชื่อใหม่ เว็บไซต์ทางการระบุว่าสวนส่วนตัวของ Villa Oasis เปิดให้ชมทุกวันยกเว้นวันพุธ ส่วนราคาและวิธีจองควรสอบถามสวนโดยตรง
สี Majorelle Blue มาจากไหน?
เว็บไซต์ของ Musée Yves Saint Laurent Marrakech ระบุว่า Jacques Majorelle คิดค้นสีน้ำเงินอัลตรามารีนที่ทั้งสดและเข้มในปี 1937 แล้วใช้ทาและเปลี่ยนโฉม Jardin Majorelle สีนี้จึงเรียกกันว่า Majorelle blue ผนังสตูดิโอ Art Deco ปี 1931 ซึ่งวันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะเบอร์เบอร์ก็ทาด้วยสีนี้
แหล่งอ้างอิง
- The Jardin Majorelle — Jardin Majorelle
- Jardin Majorelle (brochure, English) — Fondation Jardin Majorelle
- Le Jardin Majorelle — Musée Yves Saint Laurent Marrakech
- The Pierre Bergé Museum of Berber Arts — Jardin Majorelle
- Conditions of sale — E-Ticket Jardin Majorelle — Fondation Jardin Majorelle
- Press release: online tickets only from 30 January 2023 — Fondation Jardin Majorelle
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- ฝรั่งเศส108
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ