บ้านเชกสเปียร์ใน Stratford-upon-Avon: บ้านเกิด Henley Street และ Anne Hathaway's Cottage
บ้านเชกสเปียร์ ใน Stratford-upon-Avon เปิดให้ชมสองหลัง คือบ้านเกิดบนถนน Henley Street และ Anne Hathaway's Cottage กับสวนคอทเทจที่ Ellen Willmott วางแผนยุค 1920
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 23 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- บ้านเชกสเปียร์ ที่ Shakespeare Birthplace Trust เปิดให้ชมมีสองหลังหลัก คือบ้านเกิดบนถนน Henley Street ที่วิลเลียม เชกสเปียร์ เกิดในปี 1564 และ Anne Hathaway's Cottage บ้านไร่ของครอบครัวภรรยาที่หมู่บ้าน Shottery
- คณะกรรมการที่ต่อมาเป็น Trust ซื้อบ้านเกิดจากการประมูลเมื่อ 16 กันยายน 1847 ในราคา £3,000 และซื้อ Anne Hathaway's Cottage ในปี 1892 ทั้งสองหลังเป็นอาคารอนุรักษ์ Grade I ของ Historic England ที่ขึ้นทะเบียนครั้งแรกเมื่อ 25 ตุลาคม 1951
- สวนคอทเทจหน้า Anne Hathaway's Cottage ทำตามแผนปลูกที่ Ellen Willmott ให้ไว้ในปี 1924–1925 และ Historic England ขึ้นทะเบียนเป็นสวนประวัติศาสตร์ Grade II ครั้งแรกเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 1986
- ณ 23 ต.ค. 2026 ตั๋วบ้านเกิดรวมสวน New Place สำหรับผู้ใหญ่ราคา £25.00 เมื่อซื้อออนไลน์ (£27.00 ที่หน้างาน) ส่วน Anne Hathaway's Cottage ราคา £15.00 ออนไลน์ หรือ £5.00 เมื่อซื้อพร้อมตั๋วบ้านเกิด และตั๋วใช้ซ้ำได้ 12 เดือน
บ้านเชกสเปียร์ ใน Stratford-upon-Avon ประเทศอังกฤษ ที่เปิดให้ชมวันนี้มีสองหลังหลัก คือบ้านเกิดบนถนน Henley Street ที่วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) เกิดในปี 1564 และ Anne Hathaway's Cottage บ้านไร่ที่ Anne Hathaway ภรรยาของเขาเกิดในปี 1556 ทั้งสองหลังอยู่ในความดูแลของ Shakespeare Birthplace Trust ซึ่งได้มาในปี 1847 และ 1892 ตามลำดับ
บทความนี้พาเดินชมบ้านเชกสเปียร์ทีละหลัง ตั้งแต่ใครเคยอยู่ ห้องและของในบ้าน สวนหลังบ้านเกิด สวนคอทเทจที่ Ellen Willmott วางแผนปลูก ไปจนถึงเวลาเปิดและค่าเข้าชมเป็นปอนด์สเตอร์ลิง โดยอ้างหน้าเว็บของ Trust และทะเบียนมรดกของ Historic England
บ้านเชกสเปียร์ สองหลังโดยสรุป
| Shakespeare's Birthplace | Anne Hathaway's Cottage | |
|---|---|---|
| ที่ตั้ง | ถนน Henley Street กลางเมือง | หมู่บ้าน Shottery นอกตัวเมือง |
| อายุอาคาร (Historic England) | ปลายศตวรรษที่ 15 และปลายศตวรรษที่ 16 | ศตวรรษที่ 15 หรือเก่ากว่า |
| ใครอยู่ | John Shakespeare ช่างทำถุงมือ และครอบครัว | ตระกูล Hathaway 13 รุ่น |
| Trust ได้มา | 1847 ประมูลได้ที่ £3,000 | 1892 ราคา £3,000 |
| ทะเบียนอาคาร | เลขที่ 1187807 Grade I | เลขที่ 1298551 Grade I |
| สวน | สวนหลังบ้าน แปลงไม้ดอกธีมเชกสเปียร์ | สวนคอทเทจ สวนผลไม้ และพื้นที่รอบบ้าน |
| ตั๋วผู้ใหญ่ซื้อออนไลน์ | £25.00 (รวมสวน New Place) | £15.00 |


ทำไมบ้านเกิดบนถนน Henley Street จึงเป็นบ้านเชกสเปียร์ หลังแรก
หน้าแนะนำบ้านเกิดของ Trust ระบุว่าบ้านเชกสเปียร์ หลังแรกนี้คือที่ที่ John Shakespeare พ่อของวิลเลียม อยู่และทำงานเป็นช่างทำถุงมือ เขาแต่งงานกับ Mary Arden ราวปี 1557 วิลเลียมเกิดในปี 1564 เป็นลูกคนที่สามจากแปดคน และเป็นลูกชายคนแรก ปี 1568 John ได้เป็น high bailiff ของ Stratford ซึ่งเป็นตำแหน่งเลือกตั้งระดับสูงสุดตำแหน่งหนึ่งของเมือง ฐานะของพ่อทำให้วิลเลียมได้เรียนที่โรงเรียนแกรมมาร์ของเมือง
หน้าหลักฐานเอกสารของ Trust ระบุว่าเอกสารแรกที่ผูกครอบครัวนี้กับ Henley Street ลงวันที่ 29 เมษายน 1552 เมื่อ John ถูกปรับเพราะกองขยะไว้หน้าบ้าน ส่วนวันเกิดของวิลเลียมไม่มีบันทึกแน่ชัด แต่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็น 23 เมษายน 1564 และทะเบียนโบสถ์ Holy Trinity บันทึกพิธีรับศีลจุ่มเมื่อ 26 เมษายน 1564
ปี 1582 วิลเลียมวัย 18 ปีแต่งงานกับ Anne Hathaway Trust เชื่อว่าคู่บ่าวสาวอยู่กับพ่อแม่ในบ้านเชกสเปียร์ หลังนี้ หรือในบ้านเล็กติดกันที่เป็นของ John เช่นกัน และลูกทั้งสามคน คือ Susanna (1583) กับ Judith และ Hamnet (1585) เกิดในบ้านบนถนน Henley Street

จากบ้านครอบครัวสู่โรงเตี๊ยม: บ้านเชกสเปียร์ หลังปี 1601
John Shakespeare เสียชีวิตในปี 1601 วิลเลียมในฐานะลูกชายคนโตได้รับบ้านเชกสเปียร์ หลังนี้เป็นมรดก เขาให้ Joan Hart น้องสาว เช่ากระท่อมสองห้องที่ต่อกับตัวบ้าน ส่วนที่เหลือให้เช่าจนกลายเป็นโรงเตี๊ยมชื่อ Maidenhead ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Swan and Maidenhead
หน้าเรื่องบ้านหลังยุคเชกสเปียร์ ไล่ผู้เป็นเจ้าของไว้ดังนี้
- ปี 1616 เมื่อเชกสเปียร์เสียชีวิต บ้านตกเป็นของ Susanna ลูกสาวคนโต
- หลังปี 1649 ตกเป็นของ Elizabeth หลานสาวคนเดียว ซึ่งไม่มีลูก
- เมื่อ Elizabeth เสียชีวิตในปี 1670 บ้านตกเป็นของทายาทของ Joan Hart
- ตระกูล Hart เป็นเจ้าของต่อมา จนขายให้ Thomas Court คนขายเนื้อในปี 1806 ตามหน้าแนะนำบ้าน
Trust บอกผู้ชมว่าวันนี้ยังเห็นชิ้นกระดูกวัวฝังอยู่ในพื้นหินเดิมของห้อง Parlour ซึ่งเป็นร่องรอยจากยุคนั้น ส่วนโรงเตี๊ยมเปิดกิจการอยู่ในบ้านจนถึงปี 1846 ตามหน้าแนะนำบ้าน

ใครซื้อบ้านเชกสเปียร์ ไว้ให้คนทั้งชาติในปี 1847
หน้าเรื่องการซื้อบ้านเกิด เล่าว่าในทศวรรษ 1840 บ้านถูกแบ่งเป็นสามส่วน คือโรงเตี๊ยม ร้านขายเนื้อ และห้องเช่า โดยมี Anne Court เป็นเจ้าของ และพินัยกรรมของ Thomas Court กำหนดว่าเมื่อเธอเสียชีวิต บ้านต้องขายโดยการประมูลสาธารณะเท่านั้น
สมุดเยี่ยมชมยุคแรกของบ้านเชกสเปียร์ มีลายมือชื่อของนักเขียนอย่าง Washington Irving, John Keats และ Charles Dickens บ้านจึงเป็นของที่หลายฝ่ายจับตา มีข่าวลือว่า P.T. Barnum นักจัดการแสดงชาวอเมริกัน จะซื้อบ้านแล้วรื้อไปตั้งที่นิวยอร์ก ขณะที่ Surrey Zoological Gardens สร้างบ้านจำลองไว้กลางสวนจนคนต่อคิวเข้าชมหลายวัน
กลุ่ม Royal Shakespearian Club ตั้งคณะกรรมการ Shakespeare Birthplace Committee ขึ้น แบ่งเป็นฝั่ง Stratford กับฝั่งลอนดอน โดย Charles Dickens เป็นสมาชิกคนสำคัญของฝั่งลอนดอน คณะกรรมการระดมเงินได้ £3,000 ภายในวันประมูล 16 กันยายน 1847 ที่ห้องประมูลในลอนดอน ราคาสูงสุดค้างอยู่ที่ £2,100 จนคณะกรรมการยื่นข้อเสนอเต็มจำนวน £3,000 และได้บ้านไป

กฎหมายที่รัฐสภาผ่านในปี 1891 เปลี่ยนชื่อคณะกรรมการเป็น Shakespeare Birthplace Trust ผู้ดูแลบ้านมาจนวันนี้ และกำหนดให้ Trust สะสมเอกสาร หนังสือ และภาพที่เกี่ยวกับชีวิตและงานของเชกสเปียร์ หน้าบ้านเกิดในปัจจุบัน ระบุว่าตั้งแต่ซื้อมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1847 มีผู้มาเยือนแล้วกว่า 25 ล้านคน
สถาปัตยกรรมบ้านเชกสเปียร์ บนถนน Henley Street: บ้านโครงไม้ที่บูรณะตามภาพวาดปี 1769
ทะเบียน Historic England เลขที่ 1187807 ขึ้นทะเบียนบ้านเชกสเปียร์ หลังนี้ครั้งแรกเมื่อ 25 ตุลาคม 1951 วันนี้เป็นอาคารอนุรักษ์ Grade I และบรรยายว่าเป็นบ้านในเมืองที่วันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ สร้างช่วงปลายศตวรรษที่ 15 และปลายศตวรรษที่ 16 ได้รับการบูรณะอย่างหนักในปี 1858 โดยอิงภาพวาดปี 1769
- โครงสร้างเป็นโครงไม้อุดช่องด้วยปูนฉาบ ตั้งบนฐานหินก้อน หลังคามุงกระเบื้อง ผังแบ่งเป็น 4 ส่วน สูงสองชั้นกับห้องใต้หลังคา
- ด้านหน้าครึ่งขวาส่วนใหญ่ทำใหม่ในศตวรรษที่ 19 แทนผนังอิฐที่ก่อทับไว้ราวปี 1800
- หน้าต่างกรอบไม้ลูกฟักกระจกตะกั่ว และมีหน้าต่างใต้หลังคาแบบมีจั่วสองบาน

หน้าเรื่องการบูรณะของ Trust ระบุว่างานบูรณะกินเวลาเกือบสิบปี ตั้งแต่ปี 1855 ถึง 1862 มีการรื้อผนังอิฐหน้าส่วนที่เคยเป็นโรงเตี๊ยม ทำจั่วด้านหน้าที่เคยถูกรื้อกลับคืน และรื้อบ้านหลังข้าง ๆ ทั้งสองฝั่งออก ส่วนหนึ่งเพื่อความปลอดภัย และอีกส่วนได้แรงบันดาลใจจากบ้านจำลองที่ Surrey ที่ตั้งอยู่โดด ๆ ข้อเสนอเดียวที่ไม่ได้ทำคือการครอบบ้านทั้งหลังด้วยหลังคากระจก


ภายในบ้านเชกสเปียร์ บนถนน Henley Street
ทะเบียน Historic England บันทึกว่าภายในยังมีคานไม้ลบมุม โครงไม้เดิม และเตาผิงหันหลังชนกันที่มีคานทับหลังโค้งแบบทิวดอร์ ห้องที่เรียกว่าห้องที่เชกสเปียร์เกิด (birth room) อยู่ชั้นบนค่อนไปทางซ้าย กระจกหน้าต่างห้องนี้มีชื่อผู้มาเยือนสลักไว้ รวมถึงชื่อของคนดังอย่าง Sir Walter Scott ส่วนลายมือชื่อบนผนังและเพดานถูกทาปูนขาวทับไปแล้ว ปีกหลังมีครัวกับเตาผิงขนาดใหญ่

Trust ระบุว่าเฟอร์นิเจอร์เดิมในบ้านเชกสเปียร์ ไม่เหลือแล้ว ห้องต่าง ๆ จึงจัดด้วยของร่วมสมัยกับชีวิตของเขา หรือของจำลองที่ทำให้เห็นบรรยากาศที่เขาน่าจะคุ้นเคย สิ่งที่หน้าแนะนำบ้านชวนดู ได้แก่
- Glover's Workshop ห้องที่เล่าอาชีพช่างทำถุงมือของ John Shakespeare
- พื้นหินเดิม ที่หน้าบ้านเกิดในปัจจุบันระบุว่าผู้ชมได้เดินบนพื้นเดียวกับที่เชกสเปียร์เดินในวัยเด็ก
- การจับของจากคลังสะสม (Object Handling) และไกด์ที่เล่าเรื่องชีวิตครอบครัว
- สมุดเยี่ยมชม ที่ทุกคนลงชื่อได้ Trust เก็บบันทึกผู้มาเยือนไว้ 188 เล่ม ใช้ชั้นวางยาว 30 เมตร


ก่อนเข้าตัวบ้าน ผู้ชมจะผ่านนิทรรศการ Becoming Shakespeare ในอาคาร Shakespeare Centre ซึ่งหน้านิทรรศการ ระบุว่ามีห้องจัดแสดง 5 ส่วน และบางช่วงมีแสงกะพริบที่อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ไวต่อแสง

งานดูแลบ้านเชกสเปียร์ ทุกวัน
หน้าเรื่องงานอนุรักษ์ เล่าว่าทีมอนุรักษ์ของบ้านเชกสเปียร์ แบ่งงานเป็นสองแบบ คืองานป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย และงานแก้ไขเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว
- ปัดฝุ่นผิววัตถุทุกสัปดาห์ด้วยแปรงขนม้าแคระหรือขนหมู
- วางกับดักแมลง (blunder traps) ไว้ทั่วบ้าน เพราะแมลงตั้งแต่ด้วงไปจนถึงหนอนหนังสือเป็นภัยต่อคลังสะสม
- วัดแสงทุกไตรมาสทั้งแสงที่มองเห็นและรังสียูวี และมีเซนเซอร์ส่งค่าอุณหภูมิกับความชื้นให้ทีมคลังสะสม
- ช่วงคนเยอะทำได้แค่งานที่ไม่รบกวนผู้ชม เช่นเช็ดกระจกหน้าต่างยุควิกตอเรีย ส่วนฤดูหนาวทำความสะอาดใหญ่ทีละห้อง รวมถึงปัดปล่องไฟ คาน และผนัง

Trust ขอให้ผู้ชมช่วยด้วยการปิดแฟลชกล้อง เพราะการดูแลบ้านไม่ได้เป็นหน้าที่ของทีมอนุรักษ์ฝ่ายเดียว
สวนหลังบ้านเชกสเปียร์ ในศตวรรษที่ 16
หน้าแนะนำบ้านเกิดใน Shakespedia อธิบายว่าในศตวรรษที่ 16 พื้นที่หลังบ้านเป็นที่ทำงานมากกว่าสวนสวย ส่วนหนึ่งใช้กับงานทำถุงมือและค้าขนแกะของ John Shakespeare
- อาจมีโรงเก็บหนังสัตว์และบ่อปูนขาวสำหรับฟอกหนัง
- อาจมีโรงนาและคอกม้า
- ครอบครัวน่าจะเลี้ยงหมูและไก่
- ปลูกผัก สมุนไพร และไม้ผลไว้ทำอาหารและใช้เป็นยา

วันนี้สวนหลังบ้านเชกสเปียร์เป็นจุดพักระหว่างนิทรรศการกับตัวบ้าน หน้านิทรรศการ Becoming Shakespeare ชวนให้ผู้ชมเดินเล่นในสวนก่อนก้าวข้ามธรณีประตูเข้าบ้าน และหน้าแนะนำบ้านระบุว่าการแสดงสดในสวน (Live performances in the gardens) เป็นหนึ่งในไฮไลต์ หน้าคำถามที่พบบ่อยระบุว่านำสุนัขเข้าสวนได้โดยต้องใส่สายจูงตลอดเวลา

แปลงไม้ดอกตามบทละครในสวนบ้านเชกสเปียร์
ปี 2019 ทีมสวนของ Trust ออกแบบแปลงไม้ดอกยาวสองแปลงในสวนบ้านเชกสเปียร์ หลังแรกใหม่ทั้งหมด บล็อกของ Trust ลงวันที่ 29 เมษายน 2019 ซึ่งเล่างานของ Bertie Smith หัวหน้าทีมสวนของบ้านในเมือง อธิบายว่าแปลงเดิมโทรมและมีหญ้าเถาขึ้นเต็ม จึงเลือกพืชสามกลุ่มมาแทน
| กลุ่ม | ตัวอย่างพันธุ์ที่ระบุในบล็อก |
|---|---|
| ชื่อตัวละคร | ดาห์เลีย 'Romeo' และ 'Juliet', กุหลาบ 'Falstaff' และ 'Sweet Juliet', ฟล็อกซ์ 'Cleopatra' 'Othello' 'Rosalinde', ลาร์กสเปอร์ 'Cassius' 'Titania' |
| ชื่อคนในครอบครัว | เสจ 'Joan', เดย์ลิลี 'Proud Mary' และ 'Give Me Eight' (แทนลูกแปดคน), ฟล็อกซ์ 'Miss Mary', กุหลาบ 'William Shakespeare', ไอริส 'Shakespeare's Sonnet' |
| พืชในยุคของเขา | คราวน์อิมพีเรียล เดซี่ กุหลาบ ลาร์กสเปอร์ ลิลลี่ ป๊อปปี้ และ eringo |

ระหว่างรอปลูกจริง ทีมสวนลงไม้ดอกชั่วคราวในฤดูใบไม้ผลิ ได้แก่ ทิวลิป 2,500 ต้น วอลล์ฟลาวเวอร์ 1,500 ต้น และคราวน์อิมพีเรียล 100 ต้น โทนเหลืองกับม่วงตามสีของตราประจำตระกูลเชกสเปียร์ บล็อกเดือนสิงหาคม 2019 ระบุว่าทั้งสองแปลงปลูกครบแล้ว และขั้นต่อไปคือปลูกแนวรั้วฮอลลี่อีกฝั่งให้สวนเป็นเหมือน "ห้อง"


Anne Hathaway's Cottage: บ้านเชกสเปียร์ ฝั่งครอบครัวภรรยา
หน้าแนะนำ Anne Hathaway's Cottage ของ Trust ระบุว่าเดิมเป็นบ้านไร่ (farmhouse) สร้างในปี 1463 มีเพียงสามห้อง ซึ่งเหลือสองห้องคือครัวกับห้อง Parlour ตระกูล Hathaway คนแรกที่อยู่คือ John Hathaway ปู่ของ Anne ซึ่งเป็นผู้เช่าทำไร่เลี้ยงแกะ ไร่นี้ชื่อ Hewlands และ Anne เกิดที่นี่ในปี 1556 ลานบ้านสมัยนั้นเลี้ยงสัตว์และปลูกสมุนไพรกับผัก

หน้า About Anne Hathaway's Cottage เสริมว่าไม้ในโครงแบบ cruck มีอายุย้อนไปถึงปี 1463 ตระกูล Hathaway อยู่ที่นี่ 13 รุ่น รวมกว่า 368 ปี และชื่อ "คอทเทจ" เพิ่งใช้ราวต้นศตวรรษที่ 19 หลังงาน Garrick Jubilee ปี 1769 ทำให้แฟน ๆ ตามหาสถานที่ในชีวิตส่วนตัวของเชกสเปียร์ Trust ชี้ว่าชื่อนี้ไม่ตรงนัก เพราะบ้านใหญ่เกินกว่าจะเรียกว่าคอทเทจ
ทะเบียน Historic England เลขที่ 1298551 ขึ้นทะเบียนครั้งแรกเมื่อ 25 ตุลาคม 1951 วันนี้เป็นอาคารอนุรักษ์ Grade I บรรยายว่าเป็นบ้านไร่โครงไม้อุดอิฐและปูนบนฐานหินปูน หลังคามุงจาก ภายในยังมีโครง cruck เต็มชุดข้างโถงกลาง เตาผิงที่มีตู้เก็บเบคอนสลักอักษร IH EH 1697 และครัวที่มีเตาอบขนมปังก่ออิฐ

จาก 3 ห้องเป็น 12 ห้อง: บ้านเชกสเปียร์ ที่โตตามฐานะของตระกูล Hathaway
หน้าประวัติตัวบ้านของ Trust ไล่การต่อเติมบ้านเชกสเปียร์ หลังที่สองไว้ดังนี้
- ราวปี 1463 บ้านไร่สามห้องชั้นล่าง คือครัว ห้อง Parlour และโถงโล่ง วันนี้ยังเหลือครัว ห้อง Parlour และทางเดินผ่ากลางบ้านยุคกลาง พื้นครัวปูหิน blue lias ที่น่าจะมาจาก Wilmcote
- ปี 1610 Bartholomew พี่น้องผู้ชายของ Anne ซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินด้วยเงิน £200 แล้วต่อปีกสองชั้นแบบโครงกล่อง (box-frame) และเพิ่มชั้นบนให้ส่วนเดิม ถึงปี 1615 บ้านมี 10 ห้องกับปล่องไฟ 2 ปล่อง
- ปี 1697 John Hathaway หลานของ Bartholomew ต่อส่วนหิน อิฐ และไม้อีกสองห้อง รวมเป็น 12 ห้อง ปล่องไฟใหม่ยังมีอักษรย่อของเขากับปีที่สร้าง
- ศตวรรษที่ 18 ครอบครัวลำบากทางการเงินจึงแทบไม่ได้ดัดแปลงบ้าน โครงสร้างศตวรรษที่ 15 จึงเหลือมาก
- ภายในปี 1838 บ้านถูกแบ่งเป็นสามหลังให้สามครอบครัวอยู่ ตระกูล Hathaway อยู่ส่วนกลาง และหน้าแนะนำบ้านระบุว่าปีนั้นตัวบ้านถูกขาย แต่ครอบครัวยังเช่าอยู่ต่อ
- ปี 1969 ไฟไหม้ปีกตะวันตก Trust ซ่อมและมุงหลังคาจากใหม่ทั้งหมด และกลับไปใช้สันหลังคาแบบเรียบตามเดิมราวปี 1997


ของตกทอดของตระกูล Hathaway ในบ้านเชกสเปียร์ หลังที่สอง
เพราะตระกูลนี้ยังอยู่ในบ้านตอน Trust ซื้อ หน้าของตกทอดของ Trust จึงระบุว่าเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัวขายให้ Trust พร้อมบ้านในปี 1892 ได้แก่ เตียง ตู้ โต๊ะ และเก้าอี้

- The Hathaway Bed เตียงมีหลังคาผ้า (tester bed) แกะสลัก ทำจากไม้โอ๊กอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เก่าที่สุดของโครงอยู่ช่วงปี 1580–1630 ห้องนอนกลางสองห้องชั้นบนมีเตียงแบบนี้สองหลัง อีกหลังเป็นแบบเรียบไม่แกะลาย ซึ่งหาได้ยากเพราะไม่ถูกดัดแปลง ปี 1792 นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว Samuel Ireland เคยขอซื้อเตียงแกะสลัก แต่ครอบครัวปฏิเสธ Trust ระบุว่าไม่มีหลักฐานพอจะโยงเตียงนี้กับ "เตียงที่ดีเป็นอันดับสอง" ในพินัยกรรมของเชกสเปียร์
- Shakespeare's Courting Chair เก้าอี้ไม้โอ๊กต้นศตวรรษที่ 17 ที่มีตราประจำตระกูลเชกสเปียร์ Samuel Ireland ซื้อไปในปี 1792 และหายไปในมือเอกชนกว่า 200 ปี จนมีผู้จำได้ในงานประมูลปี 2002 แล้วนำกลับมาที่บ้าน
- Courting Settle ม้านั่งพนักสูงข้างเตาผิงในห้อง Parlour ที่ลูกหลานยุควิกตอเรียเล่าว่าเชกสเปียร์เคยมาจีบ Anne ตรงนี้ Mary Baker เคยเฉือนเศษไม้ขายนักท่องเที่ยวชิ้นละหกเพนซ์ แต่ Trust ระบุว่าส่วนที่เก่าที่สุดเพิ่งอยู่ราวกลางศตวรรษที่ 18


Trust ซื้อบ้านเชกสเปียร์ ที่ Shottery ในปี 1892 อย่างไร
หน้าเรื่องการซื้อของ Trust ระบุว่า Anne Hathaway's Cottage เป็นบ้านหลังที่สามที่ Trust ได้มา หลังซื้อบ้านเชกสเปียร์ บนถนน Henley Street ได้เกือบ 50 ปี ฤดูร้อนปี 1891 ผู้จัดการมรดกของเจ้าของที่เสียชีวิตตั้งราคา £3,300 ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าแพงเกินไป แต่เดือนมีนาคม 1892 เขาลงโฆษณาขายในหนังสือพิมพ์ลอนดอนสองฉบับ Trust จึงกลับไปเจรจาจนได้ราคา £3,000 ทั้งที่ในบัญชีมีเงินอยู่เพียง £2,814 2s.
- โอนกรรมสิทธิ์วันที่ 24 พฤษภาคม 1892
- Mary Baker ลูกหลานตระกูล Hathaway ที่นำชมบ้านมาตั้งแต่ครึ่งหลังศตวรรษที่ 19 ขอเงินค่าเฟอร์นิเจอร์อีก £500 Trust ตกลงในเดือนกรกฎาคม และให้เธออยู่ฟรีพร้อมเงินเดือน £75 ต่อปีในฐานะไกด์
- Trust เก็บค่าเข้าชม 1 ชิลลิง แต่ปีแรกรายได้สูงสุดเพียง £28 8s. 3d. ต่อเดือน
- ปี 1896 มุงหลังคาจากใหม่ Mary นำชมจนเสียชีวิตในปี 1899 และ William ลูกชายเกษียณจากหน้าที่ผู้ดูแลในปี 1911
- บ้านต่อน้ำประปาในปี 1910 และยังใช้เตาไฟเปิดให้ความอบอุ่นจนถึงทศวรรษ 1950

ทะเบียนสวนของ Historic England บันทึกว่า Trust ซื้อที่ดินทางเหนือในปี 1925 ซื้อกระท่อมสองหลังทางเหนือในปี 1926 และซื้อที่ดิน Shottery Lodge ทางใต้ในปี 1931 เพื่อรักษาบรรยากาศรอบบ้าน

สวนคอทเทจของ Ellen Willmott: หัวใจของบ้านเชกสเปียร์ หลังที่สอง
หน้าเรื่องการสร้างสวนคอทเทจ เล่าว่าเหตุที่ต้องออกแบบสวนใหม่ไม่ได้สวยหรู ปี 1923 มีการวางท่อระบายน้ำใหม่ของ Shottery ผ่านสวน เมื่อเสร็จสวนกลายเป็นโคลน Trust จึงเชิญ Ellen Willmott นักพืชสวนที่ชอบการปลูกแบบโรแมนติก มาช่วยออกแบบสวนดอกไม้และสวนผลไม้ ก่อนหน้านั้น บล็อกของ Annamaria Vass คนสวนของ Trust ระบุว่าบันทึกการประชุมเดือนตุลาคม 1911 เขียนว่าสวนอยู่ในสภาพย่ำแย่

Willmott ให้แผนปลูกสวนบ้านเชกสเปียร์ หลังนี้ในปี 1924 และ 1925 เธอชอบดอกไม้โทนพาสเทล และหลายชนิดที่เลือกปรากฏในบทละครของเชกสเปียร์
| พืช | บทละครที่ Trust ระบุ |
|---|---|
| กุหลาบ | Twelfth Night |
| ไอริส | Troilus and Cressida |
| แดฟโฟดิล | The Winter's Tale |
| ธิสเซิล | Macbeth |
นอกจากนี้ยังมีลังเวิร์ต เดลฟิเนียม เจอเรเนียม เจนเชียน เดซี่ ป๊อปปี้ตะวันออก และพริมูลา Trust อธิบายว่าการผสมพืชแบบนี้ตั้งใจให้แปลงมีสีสันได้ทั้งปี แปลงดอกไม้สามแปลงตรงข้ามทางเข้าบ้านยังเรียกว่า Miss Willmott's garden ในสวนมีดอกไม้สีชมพูแซลมอนดอกเล็กชื่อ 'Miss Willmotts' เป็นเกียรติแก่เธอ และบล็อกของ Trust ระบุว่า Ceratostigma willmottianum เป็นอีกต้นในสวนที่ตั้งชื่อตามเธอ

ไม่มีแผนปลูกต้นฉบับของเธอเหลืออยู่ สวนบ้านเชกสเปียร์ ที่ Shottery จึงเสียรูปแบบเดิมไปบ้าง และหญ้าเถา (bindweed) ขึ้นคลุมแปลง วันนี้ทีมสวนของ Trust กำลังถางแปลง กำจัดวัชพืช และปลูกใหม่ให้กลับไปใกล้แบบของเธอ
ผังสวนบ้านเชกสเปียร์ ที่ Shottery ตามทะเบียน Historic England
ทะเบียน Historic England เลขที่ 1001184 ขึ้นทะเบียนสวนนี้เป็นสวนประวัติศาสตร์ Grade II ครั้งแรกเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 1986 และเรียกว่าสวนดอกไม้กับสวนผลไม้ต้นศตวรรษที่ 20 ที่ Ellen Willmott พัฒนาขึ้นคู่กับบ้านศตวรรษที่ 15 คำบรรยายฉบับปี 2000 ระบุจุดต่าง ๆ ไว้ดังนี้
- ทางเข้าเดิม ประตูไม้บานเล็กเปิดสู่ทางเดินหินปูไม่สม่ำเสมอ ขนาบด้วยรั้วต้นบ็อกซ์ ปลายรั้วข้างหนึ่งตัดเป็นกรวย อีกข้างตัดเป็นรูปนก
- แปลงดอกไม้สามแปลง คั่นด้วยทางเดินหินที่ขอบตั้งหินเป็นแนว ผนังบ้านปลูกกุหลาบและไม้พุ่มออกดอก
- ระเบียงยกระดับ ยาวราว 15 เมตร ปลายด้านตะวันออกเป็นซุ้มกุหลาบเลื้อยบนกิ่งเฮเซลดัดโค้ง และมีราวกั้นเตี้ยจากกิ่งเฮเซล
- สวนผัก ล้อมด้วยห่วงเฮเซล เข้าทางซุ้มเฮเซล มีแปลงผักสี่แปลงคั่นด้วยทางเดินโรยเศษไม้ และแปลงกลมตรงกลางปลูกสมุนไพร
- บันไดหินและทางเดินหิน ที่ขึ้นไป Hewlands Cottage ออกแบบโดย Guy Pemberton สถาปนิกของ Trust ในปี 1926


ทะเบียนสรุปว่าทางเดินหิน ระเบียง และแปลงไม้ดอกสามแปลงคือสวนที่ Willmott ให้แผนปลูกไว้ และการเน้นไม้ดอกแบบโบราณ กุหลาบ ไม้พุ่ม และไม้ตัดแต่งเรียบง่าย ดูจะมาจากแบบของเธอ

สวนผลไม้และพื้นที่รอบบ้านเชกสเปียร์ ที่ Shottery
- สวนผลไม้ (orchard) ทะเบียน Historic England ระบุว่าทอดยาวราว 150 เมตรไปทางตะวันตกของบ้านเชกสเปียร์ หลังนี้ ปลูกต้นแอปเปิลหลายรุ่นเรียงราวแปดแถว มีทางเดินหญ้าตัดสั้นกลางสวนที่ขนาบด้วยหิน staddle stone คู่หนึ่ง ขอบสวนเป็นรั้วต้นฮอว์ธอร์นกับแบล็กธอร์น Willmott ให้คำแนะนำเรื่องรั้วในปี 1924–1925 และเสนอให้ปลูกไม้หัวดอกฤดูใบไม้ผลิใต้ต้นแอปเปิล
- โรงเก็บเครื่องมือ โครงไม้หลังคามุงจากที่มุมสวนผลไม้ ออกแบบโดย Guy Pemberton ในปี 1925
- Shakespeare Tree Garden ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสวนผลไม้ เป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้และไม้พุ่มที่ปรากฏในงานของเชกสเปียร์ สร้างในทศวรรษ 1980
- Jubilee Walk แนวป่าริมลำธาร Shottery Brook ที่จัดเป็นทางเดินในปี 1977 อยู่นอกเขตที่ขึ้นทะเบียน


หน้าแนะนำบ้านของ Trust ยังชวนเดินดูเส้นทางประติมากรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากบทละคร ประติมากรรมกิ่งวิลโลว์ขนาดใหญ่ Garden Shop และ Garden Café ส่วนเป้สำรวจธรรมชาติ (Nature Explorer Backpacks) มีไว้สำหรับครอบครัว

ตัวเลขที่แหล่งข้อมูลของบ้านเชกสเปียร์ ระบุไม่ตรงกัน
- ปีที่ตระกูล Hart ขายบ้านเชกสเปียร์ หลังแรก: หน้าแนะนำบ้านของ Trust ระบุปี 1806 ส่วนทะเบียน Historic England ระบุว่าบ้านอยู่กับตระกูล Hart จนถึงปี 1794
- ปีที่โรงเตี๊ยมปิด: หน้าแนะนำบ้านระบุปี 1846 ส่วนหน้า About Shakespeare's Birthplace ระบุว่าโรงเตี๊ยมอยู่ในบ้านจนถึงปี 1847
- อายุกระท่อมของ Joan Hart: หน้าแนะนำบ้านระบุว่าบ้านเล็กข้าง ๆ สร้างในปี 1582 ส่วนหน้า Joan Hart's Cottage ระบุว่าต่อเติมในทศวรรษ 1570
- ปีที่บูรณะบ้านเกิด: Trust ระบุช่วงปี 1855–1862 ส่วน Historic England ระบุปี 1858
- ร้านของ John Shakespeare: Trust ระบุว่าเป็นร้านทำถุงมือที่ปลายด้านตะวันออก ส่วน Historic England ระบุว่าส่วนขวาสุด "น่าจะเป็นร้านขนแกะ" ของเขา
- ขนาดไร่ของตระกูล Hathaway: Trust ระบุ 90 เอเคอร์ ส่วน Historic England ระบุราว 120 เอเคอร์ (50 เฮกตาร์)
- ระยะจากตัวเมือง: Shakespedia ระบุว่า Anne Hathaway's Cottage อยู่นอกเมืองหนึ่งไมล์ครึ่ง ส่วน Historic England ระบุราว 1.5 กิโลเมตร
- พื้นที่รอบ Anne Hathaway's Cottage: หน้าเรื่องสวนคอทเทจระบุ 12 เอเคอร์ ส่วนบล็อกของ Trust ปี 2014 ระบุว่าสวนและทางเดินในป่ารวมเก้าเอเคอร์
ลำดับเหตุการณ์ของบ้านเชกสเปียร์
| ปี | เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเชกสเปียร์ |
|---|---|
| 1463 | สร้างแกนกลางของบ้านไร่ที่ Shottery ด้วยไม้ที่ตัดในปี 1462/3 |
| 29 เม.ย. 1552 | เอกสารแรกที่ผูก John Shakespeare กับ Henley Street |
| 1556 | Anne Hathaway เกิดที่บ้านไร่ Hewlands |
| 26 เม.ย. 1564 | วิลเลียม เชกสเปียร์ รับศีลจุ่มที่โบสถ์ Holy Trinity |
| 1582 | วิลเลียมแต่งงานกับ Anne Hathaway |
| 1601 | John เสียชีวิต วิลเลียมได้บ้านบน Henley Street |
| 1610 | Bartholomew Hathaway ซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินด้วยเงิน £200 |
| 1616 | เชกสเปียร์เสียชีวิต บ้านเกิดตกเป็นของ Susanna |
| 1697 | John Hathaway ต่อเติมบ้านจนมี 12 ห้อง |
| 1769 | งาน Garrick Jubilee และภาพวาดบ้านเกิดที่ใช้อ้างอิงตอนบูรณะ |
| 16 ก.ย. 1847 | คณะกรรมการประมูลได้บ้านเกิดที่ £3,000 |
| 1855–1862 | บูรณะบ้านเกิดและรื้อบ้านข้างเคียง |
| 1891 | กฎหมายของรัฐสภาเปลี่ยนชื่อคณะกรรมการเป็น Shakespeare Birthplace Trust |
| 24 พ.ค. 1892 | Trust รับโอน Anne Hathaway's Cottage |
| 1923 | วางท่อระบายน้ำผ่านสวน Anne Hathaway's Cottage |
| 1924–1925 | Ellen Willmott ให้แผนปลูกสวนคอทเทจ |
| 25 ต.ค. 1951 | ขึ้นทะเบียนทั้งสองหลังเป็นอาคารอนุรักษ์ครั้งแรก (ปัจจุบัน Grade I) |
| 1969 | ไฟไหม้ปีกตะวันตกของ Anne Hathaway's Cottage |
| 1 ก.พ. 1986 | ขึ้นทะเบียนสวนเป็นสวนประวัติศาสตร์ (Grade II) |
| 2002 | Courting Chair กลับมาที่ Anne Hathaway's Cottage |
| 2019 | ปลูกแปลงไม้ดอกธีมเชกสเปียร์ในสวนบ้านเกิด |
ภาพบันทึก
ภาพเพิ่มเติมของบ้านเชกสเปียร์ทั้งสองหลัง ทั้งภาพเก่า ภาพภายในบ้าน และสวนในหลายฤดู














ข้อมูลการเข้าชมบ้านเชกสเปียร์
ตรวจสอบข้อมูลจากหน้าทางการเมื่อ 23 ต.ค. 2026 (เวลาเปิด, ราคาตั๋ว และคำถามที่พบบ่อย ของ Shakespeare Birthplace Trust)
- เวลาเปิดบ้านเชกสเปียร์ ทั้งสองหลัง: 16 มีนาคม–1 พฤศจิกายน 2026 เปิดทุกวัน 10.00–17.00 น. เข้าครั้งสุดท้าย 16.30 น. ส่วน 2 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม 2026 เปิดทุกวัน 10.00–16.00 น. เข้าครั้งสุดท้าย 15.30 น.
- วันพิเศษ: 24 ธันวาคม เปิด 10.00–14.00 น. และปิด 25–26 ธันวาคม
- สวน Shakespeare's New Place: 1 กันยายน–31 ธันวาคม 2026 เปิดทุกวัน 11.00–15.00 น.
- การจอง: Trust แนะนำให้จองออนไลน์ล่วงหน้า บ้านเกิดใช้ระบบเข้าตามช่วงเวลา รอบละหนึ่งชั่วโมง (ชั่วโมงสุดท้ายเป็นรอบ 30 นาที) ให้มาในช่วงที่จองไว้และไม่มาก่อน ส่วน Anne Hathaway's Cottage ไม่มีรอบเวลา
- ยังปิด: Mary Arden's Farm และ Hall's Croft ปิดสำหรับการเข้าชมทั่วไป ใช้เป็นพื้นที่การเรียนรู้

ค่าเข้าชมบ้านเชกสเปียร์ (ปอนด์สเตอร์ลิง)
ราคาตั๋วบ้านเชกสเปียร์ ตามหน้า House Ticket Prices ของ Trust ณ 23 ต.ค. 2026
| ตั๋ว | ผู้ใหญ่ (18+ รวมผู้สูงอายุ) | เด็ก 3–17 ปี | Concession |
|---|---|---|---|
| บ้านเกิดรวมสวน New Place | £25.00 ออนไลน์ / £27.00 หน้างาน | £12.50 ออนไลน์ / £13.50 หน้างาน | £21.25 ออนไลน์ / £22.95 หน้างาน |
| Anne Hathaway's Cottage | £15.00 ออนไลน์ / £17.00 หน้างาน | £7.50 ออนไลน์ / £8.50 หน้างาน | £12.75 ออนไลน์ / £14.45 หน้างาน |
| Anne Hathaway's Cottage เมื่อซื้อพร้อมตั๋วบ้านเกิด | £5.00 | £2.50 | £4.25 |
- เด็กต่ำกว่า 3 ปีเข้าฟรี และเด็กต่ำกว่า 18 ปีต้องมีผู้ใหญ่มาด้วย
- ตั๋วใช้เข้าซ้ำได้ 12 เดือนนับจากวันซื้อ คืนเงินไม่ได้ แต่เลื่อนวันได้ถึง 24 ชั่วโมงก่อนรอบที่จอง
- ผู้อาศัยในรหัสไปรษณีย์ CV37 เข้าฟรีทั้งปีด้วยตั๋ว Residents Go Free
กติกาและการเดินทางไปบ้านเชกสเปียร์
- ถ่ายภาพ: ถ่ายภาพในบ้านเชกสเปียร์ได้เพื่อใช้ส่วนตัว ห้ามใช้แฟลชและห้ามถ่ายวิดีโอ
- อาหาร: ห้ามกินหรือดื่มในพื้นที่บ้านเชกสเปียร์ บนถนน Henley Street ส่วนที่ Anne Hathaway's Cottage ปิกนิกในสนามได้ แต่ต้องนำขยะกลับ
- สุนัข: เข้าสวนและพื้นที่รอบบ้านได้ทั้งสองแห่ง ต้องใส่สายจูงตลอด
- กระเป๋า: มีการตรวจกระเป๋าทุกแห่ง ห้ามนำกระเป๋าเดินทางหรือเป้ใหญ่เกิน 40 x 40 x 50 ซม. หรือหนักเกิน 5 กก.
- ที่อยู่: บ้านเกิดอยู่ที่ The Shakespeare Centre, Henley St, Stratford-upon-Avon CV37 6QW ส่วน Anne Hathaway's Cottage อยู่ที่ 22 Cottage Lane, Shottery CV37 9HH
- การเดินทาง: หน้า Getting Here ระบุว่าสถานีรถไฟ Stratford-upon-Avon เดินเข้าตัวเมืองราว 10 นาที บ้านเกิดกับสวน New Place อยู่ในระยะเดินถึงกัน และเดินจากตัวเมืองไป Anne Hathaway's Cottage ราว 30–35 นาที มีที่จอดรถสาธารณะแบบเสียเงินใกล้ Anne Hathaway's Cottage บน Cottage Lane
เวลาเปิดและราคาเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับ Shakespeare Birthplace Trust อีกครั้งก่อนเดินทาง อ่านบ้านคนดังในอังกฤษหลังอื่น เช่นบ้านวัยเด็ก The Beatles ที่ Liverpool และบ้านโมเนต์ที่จิแวร์นี ได้ที่หมวดบ้านและสวนคนดังทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
บ้านเชกสเปียร์ ที่ Stratford-upon-Avon หลังไหนเข้าชมได้บ้าง?
หน้าเวลาเปิดของ Shakespeare Birthplace Trust ที่ตรวจเมื่อ 23 ต.ค. 2026 ระบุเวลาเปิดของบ้านเชกสเปียร์ สองหลัง คือบ้านเกิดบนถนน Henley Street กับ Anne Hathaway's Cottage ที่ Shottery รวมทั้งสวน Shakespeare's New Place ส่วน Mary Arden's Farm และ Hall's Croft ยังปิดสำหรับการเข้าชมทั่วไป และใช้เป็นพื้นที่การเรียนรู้
ค่าเข้าชมบ้านเชกสเปียร์ ปี 2026 เท่าไร?
หน้าราคาของ Trust ระบุว่าตั๋วบ้านเชกสเปียร์ หลังแรก คือบ้านเกิดรวมสวน New Place ผู้ใหญ่ £25.00 ออนไลน์หรือ £27.00 ที่หน้างาน เด็ก 3–17 ปี £12.50 ออนไลน์ ส่วน Anne Hathaway's Cottage ผู้ใหญ่ £15.00 ออนไลน์หรือ £17.00 ที่หน้างาน และเหลือ £5.00 เมื่อซื้อพร้อมตั๋วบ้านเกิด เด็กต่ำกว่า 3 ปีเข้าฟรี
ถ่ายรูปในบ้านเชกสเปียร์ ได้ไหม?
ได้ หน้าคำถามที่พบบ่อยของ Shakespeare Birthplace Trust ระบุว่าถ่ายภาพในบ้านเชกสเปียร์และสวนได้เพื่อใช้ส่วนตัวเท่านั้น ห้ามใช้แฟลชและห้ามถ่ายวิดีโอในทุกสถานที่ของ Trust ส่วนการถ่ายเพื่อการค้าต้องติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า
ใครออกแบบสวนของ Anne Hathaway's Cottage?
Trust ระบุว่าในทศวรรษ 1920 ได้เชิญให้ Ellen Willmott นักพืชสวนชื่อดัง มาช่วยออกแบบสวนดอกไม้และสวนผลไม้ของบ้านเชกสเปียร์ ที่ Shottery หลังวางท่อระบายน้ำผ่านสวนในปี 1923 ทะเบียน Historic England บันทึกว่าเธอให้แผนปลูกในปี 1924–1925 และแปลงดอกไม้สามแปลงหน้าบ้านยังเป็นแบบของเธอ
เชกสเปียร์เกิดวันที่เท่าไร?
Shakespeare Birthplace Trust ผู้ดูแลบ้านเชกสเปียร์ ระบุว่าไม่มีบันทึกวันเกิดที่แน่ชัด แต่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นวันที่ 23 เมษายน 1564 สิ่งที่มีหลักฐานคือทะเบียนโบสถ์ Holy Trinity ที่บันทึกพิธีรับศีลจุ่มเมื่อ 26 เมษายน 1564
แหล่งอ้างอิง
- Shakespeare's Birthplace — Shakespeare Birthplace Trust
- Anne Hathaway's Cottage — Shakespeare Birthplace Trust
- Creation of the Cottage Garden — Shakespeare Birthplace Trust
- House Ticket Prices — Shakespeare Birthplace Trust
- Shakespeare's Birthplace — List Entry 1187807 — Historic England
- Anne Hathaway's Cottage (Park and Garden) — List Entry 1001184 — Historic England
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- รัฐสภา45
- ประเทศและสถานที่
- สหราชอาณาจักร184นิวยอร์ก49สหรัฐอเมริกา441
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ