EU เสนอกฎหมายมาตรฐานฉบับใหม่ ตั้งเป้าลดเวลาออก harmonised standard จาก 6 ปีเหลือ 4 ปี
คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอกฎหมายมาตรฐาน EU ฉบับใหม่ 6 ต.ค. 2026 ตั้งเป้าลดเวลาพัฒนา harmonised standard จาก 6 ปีเหลือ 4 ปี และเปิดมาตรฐานที่กฎหมายอ้างอิงให้อ่านฟรี
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่าง Standardisation Regulation (COM(2026) 780) เมื่อ 6 ตุลาคม 2026 เพื่อแทนที่ Regulation (EU) No 1025/2012 ซึ่งเป็นกรอบระบบมาตรฐานของ EU ที่ออกเมื่อปี 2012
- เป้าหมายคือลดเวลาเฉลี่ยในการพัฒนา harmonised standard จาก 6 ปีเหลือ 4 ปี ด้วยกรอบเวลาที่ชัดขึ้น common specifications เป็นทางสำรอง และเอกสารชั่วคราวที่ให้ presumption of conformity ระหว่างรอมาตรฐานฉบับเต็ม
- harmonised standard และมาตรฐานที่กฎหมาย EU อ้างอิงราว 3,650 ฉบับ จากราว 27,000 ฉบับในแคตตาล็อกขององค์กรมาตรฐานยุโรปจะเปิดให้อ่านฟรี ตามแนวคำพิพากษาของศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป
- การประเมินผลกระทบคาดว่าภาคธุรกิจจะประหยัดต้นทุนราว 295 ล้านยูโรต่อปี จากมาตรฐานที่ออกเร็วขึ้น และอีก 30 ล้านยูโรต่อปีจากการเข้าถึงมาตรฐานฟรี
- ร่างต้องผ่านรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีก่อน และเริ่มใช้บังคับ 6 เดือนหลังมีผล เอกสารงบประมาณที่แนบมาคาดว่ากฎหมายจะมีผลในปี 2028
คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่าง Standardisation Regulation เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 เพื่อแทนที่กฎหมายมาตรฐานของ EU ที่ออกเมื่อปี 2012 โดยตั้งเป้าลดเวลาพัฒนา harmonised standard จากเฉลี่ย 6 ปีเหลือ 4 ปี และเปิดมาตรฐานที่กฎหมายอ้างอิงให้อ่านฟรี เรื่องนี้กระทบผู้ผลิตและผู้ให้บริการทุกรายที่ต้องพิสูจน์ว่าสินค้าเป็นไปตามกฎหมาย EU รวมถึง AI Act และ Cyber Resilience Act
ทำไม EU ต้องรื้อระบบ harmonised standard
harmonised standard คือมาตรฐานที่คณะกรรมาธิการยุโรปขอให้องค์กรมาตรฐานยุโรป 3 แห่ง ได้แก่ CEN, CENELEC และ ETSI จัดทำขึ้นเพื่อแปลงข้อกำหนดในกฎหมายเป็นข้อกำหนดทางเทคนิค เมื่ออ้างอิงในราชกิจจานุเบกษาของ EU แล้ว สินค้าที่ทำตามจะได้ presumption of conformity คือถือว่าเป็นไปตามกฎหมายฉบับนั้น จึงเป็นทางลัดของผู้ผลิตในการพิสูจน์ว่าสินค้าวางขายได้ทั่วตลาดเดียวของยุโรป
ผลประเมิน Regulation (EU) No 1025/2012 ที่อ้างในร่างกฎหมายพบว่าระบบเดิมเร็วขึ้นจากกว่า 9 ปีเหลือ 6 ปี แต่ยังช้าเกินไปและมักไม่ทันกำหนดเวลาของกฎหมาย เอกสารถาม-ตอบของคณะกรรมาธิการระบุตรง ๆ ว่า EU พึ่งมาตรฐานที่ให้ presumption of conformity ในเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ไซเบอร์ และแบตเตอรี่ได้น้อยลง ขณะที่เศรษฐกิจอื่นเดินเร็วกว่า ร่างกฎหมายยกตัวอย่าง AI Act (Regulation (EU) 2024/1689) และ Cyber Resilience Act (Regulation (EU) 2024/2847) ว่าเป็นกฎหมายดิจิทัลที่ต้องอาศัยมาตรฐาน
4 เครื่องมือเร่งมาตรฐานในร่างกฎหมาย EU
| เครื่องมือ | สาระในร่างกฎหมาย |
|---|---|
| กรอบเวลาที่ชัดขึ้น | คณะกรรมาธิการต้องพยายามออกคำขอให้จัดทำมาตรฐาน (standardisation request) ภายใน 12 เดือนหลังได้รับคำตอบจากองค์กรมาตรฐานยุโรป และตรวจมาตรฐานที่ส่งมอบภายใน 6 เดือน |
| common specifications | ระบุให้ชัดว่าเป็นทางสำรองแบบเจาะจง เมื่อระบบมาตรฐานยุโรปส่งมาตรฐานที่มีคุณภาพไม่ทันเวลา |
| เอกสารชั่วคราว | เอกสารมาตรฐานระหว่างทางให้ presumption of conformity ได้ชั่วคราว จนกว่า harmonised standard ฉบับเต็มจะเสร็จและเข้ามาแทน |
| องค์กรมาตรฐานอื่น | เมื่อต้องการงานเร่งด่วนหรือเฉพาะทาง คณะกรรมาธิการส่งคำขอให้องค์กรพัฒนามาตรฐานที่ได้รับแต่งตั้ง (designated standards development organisations) ได้ ภายใต้เงื่อนไขเข้มงวดและความเห็นชอบของรัฐสมาชิก |
นอกจากนี้ คำขอให้จัดทำมาตรฐานอาจกำหนดให้องค์กรมาตรฐานยุโรปนำ technical specification ที่มีอยู่แล้วจากองค์กรอื่นหรือหน่วยงานของ EU มาใช้เป็นฐาน และจะตั้งศูนย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานยุโรป (Expert Centre on European Standardisation) ขึ้นกำกับทิศทาง การประเมินผลกระทบที่แนบมาคาดว่ามาตรฐานที่ออกเร็วขึ้นจะช่วยภาคธุรกิจประหยัดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายราว 295 ล้านยูโรต่อปี ในจำนวนนี้ 52 ล้านยูโรมาจากการใช้องค์กรมาตรฐานทางเลือก เอกสารถาม-ตอบสรุปว่าเวลาพัฒนามาตรฐานจะสั้นลงราวหนึ่งในสาม ขณะที่ตัวเลขในการประเมินผลกระทบอยู่ที่ราว 4.2 ปี

มาตรฐานที่กฎหมาย EU อ้างอิงจะอ่านได้ฟรี
ปัจจุบันผู้ผลิตต้องซื้อเอกสารมาตรฐานจากองค์กรมาตรฐานระดับชาติ แต่คำพิพากษาของศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปวางหลักว่ามาตรฐานที่กฎหมาย EU อ้างอิงเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย จึงต้องเปิดให้เข้าถึงได้ฟรี ร่างกฎหมายจึงกำหนดให้ harmonised standard และมาตรฐานที่กฎหมายอ้างอิง ซึ่งคณะกรรมาธิการประเมินว่ามีราว 3,650 ฉบับ จากมาตรฐานราว 27,000 ฉบับในแคตตาล็อก เปิดให้อ่านฟรี ส่วนมาตรฐานของ ETSI นั้นเปิดฟรีอยู่แล้ว
- ผู้ประกอบการในสหภาพเข้าถึงได้ในรูปแบบที่ค้นหา พิมพ์ และอ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ส่วนผู้ประกอบการจากนอกสหภาพที่มีส่วนได้เสียโดยชอบเข้าถึงผ่านผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจ (authorised representative)
- การประเมินผลกระทบคาดว่าการเปิดฟรีช่วยภาคธุรกิจประหยัดอีกราว 30 ล้านยูโรต่อปี และ SME จะได้ประโยชน์ราว 78% ของทั้งหมด หรือ 253 ล้านยูโรต่อปี
- องค์กรมาตรฐานระดับชาติต้องลดต้นทุนการเข้าร่วมร่างมาตรฐานของ SME และคณะกรรมาธิการจะช่วยหน่วยงานที่พึ่งรายได้จากการขายมาตรฐานราว 6 ล้านยูโรต่อปี

มาตรฐานกลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์
สเตฟาน เซฌูร์เน (Stéphane Séjourné) รองประธานบริหารคณะกรรมาธิการยุโรปด้านความมั่งคั่งและยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ว่า มาตรฐานอาจดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่ก็เป็นเรื่องเชิงยุทธศาสตร์ เพราะผู้กำหนดมาตรฐานคือผู้กำหนดเทคโนโลยี สินค้า และตลาดในวันข้างหน้า
ร่างกฎหมายจึงให้เครื่องมือใหม่แก่คณะกรรมาธิการ สำหรับมาตรฐานที่เกี่ยวกับทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ ความมั่นคง หรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสหภาพ คำขอให้จัดทำมาตรฐานอาจจำกัดผู้เข้าร่วมเฉพาะผู้เล่นในยุโรปหรือผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกับสหภาพ และอาจกำหนดให้แตกต่างจากมาตรฐานสากลได้ ส่วนองค์กรพัฒนามาตรฐานที่ได้รับแต่งตั้งต้องไม่ใช่องค์กรมาตรฐานสากล หน่วยงานมาตรฐานแห่งชาติ หรือหน่วยงานมาตรฐานของประเทศนอกสหภาพที่เป็นสมาชิกองค์กรมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เอกสารถาม-ตอบย้ำว่ามาตรฐานยุโรปจำนวนมากยังรับมาจากหรือสอดคล้องกับ ISO และ IEC ผ่าน Vienna Agreement และ Frankfurt Agreement ตามหลักขององค์การการค้าโลก

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
สำหรับกฎหมายดิจิทัลอย่าง AI Act และ Cyber Resilience Act ซึ่งกำหนดหน้าที่ไว้เป็นหลักการ harmonised standard คือเอกสารที่บอกว่าต้องทำแค่ไหนจึงถือว่าทำตามกฎหมาย เมื่อมาตรฐานยังไม่พร้อม ผู้ให้บริการต้องอาศัยเอกสารอื่นประกอบ เช่น ประมวลแนวปฏิบัติ (Code of Practice) ที่ OpenAI อ้างถึงในแนวทางติดลายน้ำข้อความตาม AI Act หากร่างนี้ผ่าน มาตรฐานจะออกเร็วขึ้น และเอกสารชั่วคราวหรือ common specifications จะให้ทางพิสูจน์ความสอดคล้องที่ชัดเจนก่อนมาตรฐานฉบับเต็มเสร็จ
อีกด้านหนึ่ง การที่ EU เปิดทางให้แยกมาตรฐานของตัวเองจากมาตรฐานสากลในเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ อาจทำให้ผู้ผลิตที่ออกแบบสินค้าตาม ISO หรือ IEC ต้องตรวจซ้ำว่าข้อกำหนดของยุโรปต่างออกไปหรือไม่ ร่างนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นและอาจเปลี่ยนได้
สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ
- ทำบัญชีสินค้าและบริการที่ขายเข้า EU ว่าพึ่ง harmonised standard ฉบับใดในการพิสูจน์ความสอดคล้อง โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ที่เข้าข่าย Cyber Resilience Act และระบบ AI ที่เข้าข่าย AI Act
- ติดตามคำขอให้จัดทำมาตรฐานและ common specifications ของคณะกรรมาธิการในสาขาของตน เพราะอาจเป็นเส้นทางพิสูจน์ความสอดคล้องที่มาก่อนมาตรฐานฉบับเต็ม
- เตรียมผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจใน EU ไว้ใช้เข้าถึงมาตรฐานฟรีเมื่อกฎหมายใช้บังคับ ระหว่างนี้ยังต้องตั้งงบซื้อมาตรฐานตามเดิม
- ให้ทีมออกแบบเทียบมาตรฐานยุโรปกับ ISO/IEC ในสินค้า AI ไซเบอร์ และแบตเตอรี่ เพื่อรู้ก่อนหากข้อกำหนดเริ่มแยกทางกัน
- ติดตามการพิจารณาในรัฐสภายุโรปและคณะมนตรี ซึ่งอาจแก้ไขเรื่องการจำกัดผู้เข้าร่วมและการแยกจากมาตรฐานสากลก่อนเป็นกฎหมาย
ดูข่าวกฎหมายและนโยบายดิจิทัลเพิ่มเติมได้ที่หมวดนโยบาย
คำถามที่พบบ่อย
กฎหมายมาตรฐาน EU ฉบับใหม่คืออะไร?
คือร่าง Standardisation Regulation ที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอเมื่อ 6 ตุลาคม 2026 เพื่อแทนที่ Regulation (EU) No 1025/2012 ร่างนี้ปรับวิธีที่ EU สั่งพัฒนา harmonised standard ให้เร็วขึ้น เปิดมาตรฐานที่กฎหมายอ้างอิงให้อ่านฟรี และเพิ่มบทบาทของ SME ภาคประชาสังคม และนักวิจัยในการร่างมาตรฐาน
harmonised standard ของ EU สำคัญกับผู้ส่งออกอย่างไร?
harmonised standard แปลงข้อกำหนดในกฎหมาย EU เป็นข้อกำหนดทางเทคนิค เมื่อมีการอ้างอิงในราชกิจจานุเบกษาของ EU สินค้าหรือบริการที่ทำตามจะได้ presumption of conformity คือถือว่าเป็นไปตามกฎหมายนั้น ผู้ผลิตทั้งในและนอกยุโรปจึงใช้เป็นเส้นทางหลักในการพิสูจน์ว่าวางขายในตลาดยุโรปได้
มาตรฐานที่ EU จะเปิดให้อ่านฟรีมีกี่ฉบับ?
คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า harmonised standard และมาตรฐานที่กฎหมาย EU อ้างอิงมีราว 3,650 ฉบับ จากมาตรฐานราว 27,000 ฉบับในแคตตาล็อกขององค์กรมาตรฐานยุโรป ผู้ประกอบการนอกสหภาพที่มีส่วนได้เสียโดยชอบจะเข้าถึงได้ผ่านผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจ (authorised representative)
กฎหมายมาตรฐาน EU ฉบับใหม่จะมีผลเมื่อไร?
ยังไม่มีวันที่แน่นอน ร่างต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีก่อน ตัวร่างกำหนดให้มีผล 20 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาของ EU และเริ่มใช้บังคับหลังจากนั้น 6 เดือน ส่วนเอกสารงบประมาณที่แนบมาคาดว่ากฎหมายจะมีผลในปี 2028
แหล่งอ้างอิง
- Commission adopts proposal to accelerate standards development and improve EU competitiveness — European Commission
- Questions and answers on the new Standardisation Regulation — European Commission
- Proposal for a Regulation on European standardisation — European Commission (DG GROW)
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ