ข้ามไปยังเนื้อหา
Policy & Law

ญี่ปุ่นเตือนธุรกิจหลังข้อมูลรั่ว ให้ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นและเพิ่มการตรวจจับการเจาะระบบ

PPC ญี่ปุ่นออกประกาศเตือนธุรกิจเมื่อ 7 ต.ค. 2026 หลังพบข้อมูลรั่วครั้งใหญ่ ให้ลบข้อมูลที่หมดความจำเป็น และเผยมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิคฉบับปรับปรุงล่วงหน้า

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพหน้าจอหน้าประกาศเตือนของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลญี่ปุ่น (PPC) ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2026 เรื่องการรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่
ภาพ: 個人情報保護委員会 / PPC Japan (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น (PPC) ออกประกาศเตือนผู้ประกอบการเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 หลังพบเหตุข้อมูลรั่วจำนวนมากจากการเจาะระบบของธุรกิจที่คนทั่วไปใช้บริการอย่างกว้างขวาง
  • PPC เปิดเผยมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิคตามแนวทางกฎหมาย APPI ฉบับปรับปรุงล่วงหน้า เพิ่มข้อที่ 5 คือการตรวจจับการเข้าถึงโดยมิชอบ ส่วนฉบับสมบูรณ์มีกำหนดสรุปในเมษายน 2027
  • ตัวอย่างวิธีปฏิบัติใหม่รวมถึง MFA แบบทนต่อฟิชชิงสำหรับการเข้าจากภายนอกและสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ การประเมินบริบทก่อนให้เข้าถึง และการใช้ IDS/IPS หรือ EDR
  • PPC ย้ำมาตรา 22 ของ APPI ให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลที่หมดความจำเป็นโดยไม่ชักช้า เพราะพบเหตุที่ข้อมูลเก่าที่ไม่ได้ลบทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น
  • เอกสาร WARNING ฉบับปรับปรุงวันเดียวกันสรุปเหตุรั่วไหล 9 รูปแบบ เช่น การเจาะผ่านสาขาต่างประเทศ บริการคลาวด์ และ API และเตือนว่ามาตรการที่ไม่เพียงพออาจถือว่าผิดมาตรา 23 ถึง 25

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น (PPC) ออกประกาศเตือนผู้ประกอบการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 หลังพบเหตุข้อมูลส่วนบุคคลรั่วจำนวนมากจากการเจาะระบบ PPC ขอให้ลบข้อมูลที่หมดความจำเป็นโดยไม่ชักช้า และเปิดเผยมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิคฉบับปรับปรุงล่วงหน้า ซึ่งเพิ่มการตรวจจับการเจาะระบบเป็นข้อที่ต้องทำ

ประกาศเตือนของ PPC ญี่ปุ่นมุ่งไปที่ใคร

PPC ระบุว่าช่วงที่ผ่านมาได้รับรายงานเหตุที่ผู้ประกอบการซึ่งคนทั่วไปใช้บริการอย่างกว้างขวางและถือข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ถูกเจาะระบบจากภายนอกจนข้อมูลรั่วหรือเสี่ยงรั่วในปริมาณมาก ประกาศฉบับนี้ไม่ได้ระบุชื่อบริษัท แต่ระบุกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ดังนี้

  • ธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงในบริการที่คนส่วนใหญ่ใช้ หรือบริการที่ลูกค้าเลือกผู้ให้บริการเองได้ยาก
  • ธุรกิจที่ถือข้อมูลอ่อนไหว ข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงิน หรือข้อมูลที่อาจถูกใช้หลอกลวง
  • ธุรกิจอื่นที่หากข้อมูลรั่วแล้วมีโอกาสสูงที่จะกระทบสิทธิและประโยชน์ของประชาชน

เมื่อได้รับรายงานเหตุรั่วไหลตามมาตรา 26 ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น (APPI) PPC จะตรวจสอบและใช้อำนาจให้คำแนะนำตามความจำเป็น เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยตามมาตรา 23 ด้วยตัวเอง

ภาพหน้าจอรายการข่าวล่าสุดบนเว็บไซต์ PPC ญี่ปุ่น แสดงการเผยแพร่ประกาศเตือนเรื่องเหตุข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ตุลาคม 2026
รายการข่าวบนเว็บไซต์ PPC ญี่ปุ่น แสดงการเผยแพร่ประกาศเตือนเรื่องเหตุข้อมูลรั่วครั้งใหญ่เมื่อ 7 ตุลาคม 2026 (令和8年10月7日) ภาพ: 個人情報保護委員会 / PPC Japan (ภาพหน้าจอ)

มาตรการทางเทคนิค 5 ข้อที่ญี่ปุ่นเปิดเผยล่วงหน้า

แนวทางตามกฎหมาย APPI แยกเนื้อหาเป็น "มาตรการที่ต้องทำ" ซึ่งหากไม่ทำอาจถูกวินิจฉัยว่าผิดกฎหมาย กับ "ตัวอย่างวิธีปฏิบัติ" ที่ไม่ต้องทำครบทุกข้อ ที่ประชุม PPC ครั้งที่ 369 เมื่อ 16 กันยายน 2026 มีมติให้ปรับปรุงแนวทางส่วนนี้ให้ทันสมัย โดยมีกำหนดสรุปในเดือนเมษายน 2027 แต่ PPC เห็นว่าร่างใหม่มีประโยชน์ต่อธุรกิจตอนนี้ จึงแนบมาตรการทางเทคนิคฉบับปรับปรุงไว้ท้ายประกาศ

ข้อ มาตรการที่ต้องทำ ตัวอย่างวิธีปฏิบัติที่เพิ่มเข้ามา
1 ควบคุมการเข้าถึง จำกัดบัญชีสิทธิ์สูง ตรวจทานสิทธิ์เป็นระยะ ประเมินตำแหน่ง เวลา และสถานะอุปกรณ์ทุกครั้งที่ขอเข้าถึง
2 ระบุและยืนยันตัวตน MFA รวมถึงแบบที่ทนต่อฟิชชิง สำหรับการเข้าจากเครือข่ายภายนอก สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ และข้อมูลสำคัญ
3 ป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบจากภายนอก กันซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต และให้เข้าถึงข้อมูลได้เฉพาะจากอุปกรณ์ที่องค์กรอนุญาตและผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย
4 ป้องกันการรั่วไหลจากการใช้ระบบ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในชุดทดสอบให้น้อยที่สุด ลบข้อมูลบนคลาวด์ด้วยวิธีที่กู้คืนไม่ได้ เช่น crypto-erasure
5 (ใหม่) ตรวจจับการเข้าถึงโดยมิชอบ เก็บ ป้องกัน และวิเคราะห์ log ใช้ IDS/IPS หรือ EDR และแยกระบบหรือปิดบัญชีที่ถูกเจาะ

แนวทางฉบับปัจจุบันกำหนดมาตรการทางเทคนิคไว้ 4 ข้อ และตัวอย่างยังไม่มี MFA หรือ EDR การตรวจจับเคยเป็นเพียงตัวอย่างการวิเคราะห์ log ภายใต้ข้อ 3 ร่างใหม่ยกขึ้นเป็นมาตรการที่ต้องทำ พร้อมเน้นการหยุดไม่ให้ความเสียหายลามในเครือข่ายขององค์กร

ภาพหน้าจอข้อ 10-6 ในแนวทางตามกฎหมาย APPI ของญี่ปุ่นฉบับปัจจุบัน ระบุมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิค 4 ข้อ
ข้อ 10-6 ในแนวทางตามกฎหมาย APPI ฉบับปัจจุบัน กำหนดมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิคไว้ 4 ข้อ ก่อนที่ร่างใหม่จะเพิ่มข้อ 5 ภาพ: 個人情報保護委員会 / PPC Japan (ภาพหน้าจอ)
แผนภาพมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิค 5 ข้อตามร่างปรับปรุงแนวทางกฎหมาย APPI ของญี่ปุ่น ข้อ 1 ถึง 4 มีตัวอย่างวิธีปฏิบัติเพิ่ม เช่น MFA ที่ทนต่อฟิชชิง ส่วนข้อ 5 การตรวจจับการเข้าถึงโดยมิชอบเป็นข้อใหม่
แผนภาพมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิค 5 ข้อในร่างแนวทาง APPI ของญี่ปุ่น ข้อ 5 การตรวจจับการเข้าถึงโดยมิชอบเป็นข้อใหม่ ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Personal Information Protection Commission (PPC) ญี่ปุ่น)

ญี่ปุ่นย้ำให้ลบข้อมูลที่หมดความจำเป็น

มาตรา 22 ของ APPI กำหนดให้ผู้ประกอบการพยายามลบข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว เช่น เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรือเมื่อธุรกิจที่เป็นเหตุให้เก็บข้อมูลยุติไป ยกเว้นกรณีที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาเก็บไว้ PPC ระบุว่าพบกรณีที่การไม่ลบข้อมูลทำให้เหตุรั่วไหลรุนแรงขึ้น จึงขอให้ตรวจความจำเป็นของข้อมูลที่เก็บอยู่พร้อมเหตุผลทางกฎหมาย

เอกสาร WARNING ยกตัวอย่างที่ตรงกัน คือพนักงานเก็บไฟล์งานที่มีข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในพื้นที่ส่วนตัว นอกระบบที่องค์กรดูแล เมื่อระบบถูกเจาะ ข้อมูลเก่าที่ควรลบไปแล้วก็รั่วออกไปด้วย ทำให้ขอบเขตความเสียหายกว้างขึ้น

9 รูปแบบเหตุรั่วไหลในเอกสาร WARNING ของญี่ปุ่น

PPC ญี่ปุ่นปรับปรุงเอกสาร WARNING ที่ออกครั้งแรกเมื่อ 11 ธันวาคม 2024 ในวันเดียวกัน โดยวิเคราะห์จากรายงานเหตุที่ได้รับ และเตือนว่าหากรับมือปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงพอ อาจถูกวินิจฉัยว่าผิดหน้าที่รักษาความปลอดภัย (มาตรา 23) การกำกับพนักงาน (มาตรา 24) และการกำกับผู้รับจ้างประมวลผล (มาตรา 25)

  1. ปล่อยช่องโหว่ไว้ โดยเฉพาะอุปกรณ์อย่าง VPN ที่เชื่อมกับอินเทอร์เน็ต
  2. อุดช่องโหว่ล่าช้า เพราะบริษัทในเครือบางแห่งไม่มีคนพอ
  3. ถูกล็อกอินโดยมิชอบเพราะรหัสผ่านเดาง่ายและไม่มีการล็อกบัญชี
  4. ถูกเจาะผ่านบริษัทลูกในต่างประเทศ แล้วลามไปถึงดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทแม่จนถูกแรนซัมแวร์เข้ารหัส
  5. บริษัทในเครือเข้าถึงข้อมูลของกันและกันได้เกินจำเป็น
  6. ข้อมูลที่พนักงานเก็บในพื้นที่ส่วนตัวรั่วไปด้วย
  7. บริษัทลูกไม่กำกับบริษัทแม่ที่รับประมวลผลข้อมูลแทน
  8. ข้อมูลรั่วจากบริการคลาวด์ที่ใช้อยู่
  9. API ที่ออกแบบไม่ดีถูกใช้ดึงข้อมูลของผู้ใช้อื่น

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

PPC ย้ำว่ามาตรการเหล่านี้ต้องทำหลายชั้นพร้อมกัน และหลายกรณีเกี่ยวกับหลายองค์กรรวมถึงผู้รับจ้าง จึงต้องให้ผู้บริหารร่วมประเมินปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แก้แค่เรื่องเทคนิค ตัวอย่างการประเมินบริบททุกครั้งที่ขอเข้าถึงในร่างใหม่ยังตรงกับแนวคิดZero Trust เอกสารของ PPC ยังชี้ว่าบริษัทในเครือและสาขาต่างประเทศเป็นจุดอ่อนที่ถูกใช้เป็นทางเข้า บริษัทในไทยที่เป็นบริษัทลูก ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการคลาวด์ของบริษัทญี่ปุ่นจึงอาจถูกขอให้พิสูจน์มาตรการตามแนวทางของญี่ปุ่นเหล่านี้ ฝั่งไทยเองก็มีแนวทางเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลออกมาต่อเนื่อง เช่นแนวทาง PDPA สำหรับ AI ของ สคส.

สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ

  • ทำบัญชีทรัพย์สินไอทีทุกสาขา ตามบทเรียนจากญี่ปุ่น รวมอุปกรณ์ที่เช่าหรือยืมจากผู้ให้บริการ เช่น VPN แล้วกำหนดให้ชัดว่าใครรับผิดชอบอุดช่องโหว่
  • เปิด MFA แบบทนต่อฟิชชิง ให้บัญชีผู้ดูแลระบบ การเข้าจากภายนอก และระบบที่มีข้อมูลสำคัญก่อน
  • ติดตั้งระบบตรวจจับและกำหนดอายุ log เช่น EDR หรือ IDS/IPS พร้อมขั้นตอนแยกระบบและปิดบัญชีเมื่อถูกเจาะ
  • ทบทวนข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บอยู่ ลบข้อมูลที่หมดความจำเป็น และห้ามเก็บไฟล์ข้อมูลลูกค้าไว้ในเครื่องหรือโฟลเดอร์ส่วนตัว
  • ตรวจ API และสัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์ ว่ามีการตรวจสิทธิ์ทุกคำขอ จำกัดจำนวนคำขอ และขอรายงานความปลอดภัยจากผู้ให้บริการได้

ดูข่าวกฎหมายและนโยบายดิจิทัลเพิ่มเติมได้ที่หมวดนโยบาย

คำถามที่พบบ่อย

PPC ของญี่ปุ่นเตือนธุรกิจเรื่องอะไรเมื่อ 7 ตุลาคม 2026?

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น (PPC) เตือนผู้ประกอบการที่ถือข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากหรือข้อมูลอ่อนไหว หลังพบเหตุข้อมูลรั่วครั้งใหญ่จากการเจาะระบบ ให้ทบทวนมาตรการความปลอดภัยตามร่างแนวทางฉบับปรับปรุง และลบข้อมูลส่วนบุคคลที่หมดความจำเป็นโดยไม่ชักช้า

มาตรการทางเทคนิคที่ญี่ปุ่นจะปรับในแนวทาง APPI มีอะไรบ้าง?

ร่างที่ PPC ของญี่ปุ่นเปิดเผยมีมาตรการที่ต้องทำ 5 ข้อ ได้แก่ การควบคุมการเข้าถึง การระบุและยืนยันตัวตน การป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบจากภายนอก การป้องกันการรั่วไหลจากการใช้ระบบ และข้อใหม่คือการตรวจจับการเข้าถึงโดยมิชอบ พร้อมตัวอย่างเช่น MFA แบบทนต่อฟิชชิงและ EDR

แนวทางความปลอดภัยฉบับปรับปรุงของญี่ปุ่นจะสรุปเมื่อไร?

PPC ของญี่ปุ่นระบุว่ามีกำหนดสรุปเนื้อหาการปรับปรุงในเดือนเมษายน 2027 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 369 เมื่อ 16 กันยายน 2026 แต่เปิดเผยร่างมาตรการทางเทคนิคล่วงหน้าเพื่อให้ธุรกิจใช้อ้างอิงได้ทันที

บริษัทไทยที่เกี่ยวข้องกับบริษัทญี่ปุ่นควรทำอะไร?

ควรเตรียมพร้อมพิสูจน์มาตรการความปลอดภัยต่อบริษัทแม่ เพราะเอกสารของ PPC ญี่ปุ่นระบุว่าบริษัทในเครือและสาขาต่างประเทศเป็นช่องทางที่ถูกเจาะ ควรทำบัญชีอุปกรณ์อย่าง VPN เปิด MFA ให้บัญชีผู้ดูแลระบบ ติดตั้งระบบตรวจจับอย่าง EDR และลบข้อมูลส่วนบุคคลที่หมดความจำเป็น

แหล่งอ้างอิง

  1. 大規模な漏えい等事案を踏まえた対応について(注意喚起) — 個人情報保護委員会 (Personal Information Protection Commission, Japan)
  2. 大規模な漏えい等事案を踏まえた対応について(注意喚起)PDF — 個人情報保護委員会 (Personal Information Protection Commission, Japan)
  3. WARNING~不正アクセスによる個人データ漏えい防止のための注意喚起~(令和8年10月7日改訂) — 個人情報保護委員会 (Personal Information Protection Commission, Japan)
  4. 個人情報の保護に関する法律についてのガイドライン(通則編) — 個人情報保護委員会 (Personal Information Protection Commission, Japan)
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ