รับบริจาคผิดวิธี 2569 มีโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไรและข้อหาฉ้อโกงประชาชน รัฐบาลชี้แจง 7 พ.ย. ว่าโทษรวมทุกกระทงสูงสุด 20 ปี ข่าว 9 ล้านปีเป็นข่าวบิดเบือน
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที ผู้เข้าชม 5
สรุปประเด็นสำคัญ
- รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2569 ว่าข่าวที่แชร์กันว่าคดีฉ้อโกงประชาชนจากผู้บริจาค 1.8 ล้านครั้ง อาจมีโทษจำคุก 9 ล้านปี เป็นข่าวบิดเบือน
- มาตรา 91(2) ประมวลกฎหมายอาญากำหนดว่าเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกต้องไม่เกิน 20 ปี ในกรณีที่กระทงหนักที่สุดมีโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี ซึ่งรวมความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนที่มีโทษไม่เกิน 5 ปี
- ตั้งเรี่ยไรหรือเปิดรับบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาตผิด พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 มาตรา 6 และ 17 โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- หลอกลวงหรือนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 341 และ 343 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และนายกรัฐมนตรีสั่งตรวจสอบและจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ
รับบริจาคผิดวิธี 2569 คือการตั้งเรี่ยไรหรือเปิดรับเงินบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือหลอกลวงและนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งรัฐบาลชี้แจงเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2569 ว่ามีโทษทั้งตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 และข้อหาฉ้อโกงประชาชน โทษจำคุกเมื่อรวมทุกกระทงสูงสุด 20 ปี ส่วนข่าวที่แชร์ว่าอาจติดคุก 9 ล้านปีเป็นข่าวบิดเบือน
คำชี้แจงของรัฐบาล เผยแพร่เวลา 08.55 น. โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบข่าวในสื่อออนไลน์ที่คำนวณว่าคดีฉ้อโกงประชาชนมีโทษไม่เกิน 5 ปีต่อกระทง ถ้ามีผู้บริจาค 1.8 ล้านครั้งก็เท่ากับ 1.8 ล้านกระทง หรือจำคุกได้ถึง 9 ล้านปี รองโฆษกฯ ยืนยันว่าการคิดแบบนี้ไม่ถูกต้อง และย้ำว่าผู้ที่เปิดรับบริจาคผิดวิธีจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
รับบริจาคผิดวิธี 2569 มีโทษตามกฎหมายอะไรบ้าง
คำชี้แจงของรัฐบาลแยกโทษของการรับบริจาคผิดวิธี 2569 ไว้ 2 ข้อหาหลัก ตามลักษณะการกระทำ
| กฎหมาย | การกระทำ | โทษสูงสุดต่อกระทง |
|---|---|---|
| พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 มาตรา 6 และมาตรา 17 | ตั้งเรี่ยไรหรือเปิดรับบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ | จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และมาตรา 343 (ฉ้อโกงประชาชน) | หลอกลวง ต้มตุ๋น หรือนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ | จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท |
| ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) | ความผิดหลายกรรมที่กระทงหนักที่สุดมีโทษจำคุกเกิน 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี | โทษจำคุกรวมทุกกระทงไม่เกิน 20 ปี |
มาตรา 343 ใช้กับการฉ้อโกงตามมาตรา 341 ที่ทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือปกปิดความจริงที่ควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน รองโฆษกฯ ยังระบุว่าหากการรับบริจาคผิดวิธี 2569 ที่ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เข้าข่ายการฟอกเงิน ผู้กระทำจะถูกดำเนินคดีในข้อหานั้นด้วย แต่คำชี้แจงไม่ได้ระบุอัตราโทษของความผิดฐานฟอกเงินไว้

ทำไมโทษรับบริจาคผิดวิธี 2569 ไม่ใช่ 9 ล้านปี
ข้อแรก การนับกระทงของคดีรับบริจาคผิดวิธี 2569 ไม่ได้ดูจากจำนวนเงินโอน รองโฆษกฯ อธิบายว่าการพิจารณาว่าเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม ต้องดูลักษณะการหลอกลวง เจตนา วัน เวลา และพฤติการณ์แห่งคดี ไม่ได้อาศัยจำนวนธุรกรรมเพียงอย่างเดียว การมีผู้โอนเงิน 1.8 ล้านครั้งจึงไม่ได้แปลว่าเป็น 1.8 ล้านกระทงโดยอัตโนมัติ
ข้อสอง แม้ศาลจะลงโทษทุกกรรมเป็นกระทง มาตรา 91(2) ก็กำหนดเพดานไว้ เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ไม่ว่าจะมีการเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษหรือไม่ โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 20 ปี สำหรับกรณีที่กระทงหนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีจึงอยู่ใต้เพดานนี้ ตัวเลข 20 ปีในพาดหัวคำชี้แจงของรัฐบาลมาจากมาตรานี้ หากเทียบเป็นเดือน เพดาน 20 ปีเท่ากับ 240 เดือน โทษฉ้อโกงประชาชน 5 ปีต่อกระทงเท่ากับ 60 เดือน ส่วนการเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน

นายกรัฐมนตรีสั่งอะไรหลังเตือนเรื่องรับบริจาคผิดวิธี 2569
รองโฆษกฯ ระบุว่านายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตรวจสอบและจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ โดยให้หน่วยงานร่วมกันกำหนดมาตรการกำกับดูแลการจดทะเบียนและการดำเนินกิจการของมูลนิธิ และตรวจสอบวิธีขอรับบริจาคจากประชาชน มีเป้าหมาย 2 ข้อ
- ป้องกันไม่ให้ตั้งมูลนิธิขึ้นมาบังหน้า
- ป้องกันไม่ให้นำเงินบริจาคไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
หากพบการกระทำผิดวัตถุประสงค์ที่เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือฟอกเงิน รัฐบาลระบุว่าจะดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด และย้ำว่ามูลนิธิต้องบริหารเงินบริจาคและทรัพย์สินอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตรงตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้
ผู้เปิดรับบริจาคต้องทำอะไรเพื่อไม่ให้รับบริจาคผิดวิธี 2569
หลักเลี่ยงการรับบริจาคผิดวิธี 2569 ตามคำชี้แจงคือต้องได้รับอนุญาตก่อนเริ่มเรี่ยไร และใช้เงินตรงตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้ ขั้นตอนขอใบอนุญาตเรี่ยไรของกรมการปกครอง (แบบ ร.1 ใบอนุญาต ร.3 และใบอนุญาตเฉพาะตัวของผู้เดินรับบริจาค ร.4) และการประกาศยอดเงินหลังสิ้นสุดการเรี่ยไร อธิบายไว้แล้วในข่าวเช็กมูลนิธิก่อนบริจาค 2569
| คำถาม | สิ่งที่ผู้เปิดรับบริจาคควรตรวจ |
|---|---|
| ได้รับอนุญาตเรี่ยไรแล้วหรือยัง | ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ การเปิดรับบริจาคเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร |
| เงินเข้าบัญชีของใคร | รัฐบาลเตือนกรณีรับเงินเข้ามูลนิธิหรือบัญชีส่วนตัวโดยไม่มีใบอนุญาต |
| ใช้เงินตามที่ประกาศหรือไม่ | การนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน |
| ตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่ | มูลนิธิต้องบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ |
กฎหมายเรี่ยไรฉบับปี 2487 ยังใช้บังคับอยู่ และรัฐบาลยังอ้างมาตรา 6 และ 17 ในคำเตือนวันที่ 7 พฤศจิกายน แม้คณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 ให้เสนอร่างกฎหมายที่ยกเลิก พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 รวมกับกฎหมายอื่นอีก 9 ฉบับ ร่างนั้นยังต้องผ่านรัฐสภา ตามที่รายงานไว้ในข่าวยกเลิกกฎหมาย 10 ฉบับ
ผู้บริจาคและองค์กรควรทำอย่างไรหลังรัฐบาลเตือนเรื่องรับบริจาคผิดวิธี 2569
- เช็กใบอนุญาตและชื่อบัญชีก่อนโอน ใช้ขั้นตอนในข่าวเช็กมูลนิธิก่อนบริจาค 2569 และหลีกเลี่ยงการโอนเข้าบัญชีบุคคลที่อ้างว่ารับแทนองค์กร
- ไม่แชร์ข้อมูลโทษที่ไม่มีที่มา ตัวเลขโทษรับบริจาคผิดวิธี 2569 อย่าง 9 ล้านปีถูกรัฐบาลชี้ว่าบิดเบือน ข้อมูลโทษควรอ้างจากหน่วยงานรัฐหรือตัวบทกฎหมาย
- บริษัทที่จัดกิจกรรมรับบริจาคให้พนักงานหรือลูกค้า ควรตรวจว่าองค์กรผู้รับมีใบอนุญาตเรี่ยไร เก็บหลักฐานการโอน และขอรายงานการใช้เงินหลังจบโครงการ
- ผู้มีชื่อเสียงหรือเพจที่ระดมเงินช่วยเหลือ ควรขออนุญาตก่อนเปิดรับ แยกบัญชีรับบริจาคออกจากบัญชีส่วนตัว และประกาศยอดกับรายละเอียดการใช้จ่ายเมื่อจบการเรี่ยไร
- สงสัยว่าถูกหลอกให้บริจาค ศูนย์ AOC 1441 ให้โทรสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อขอคำแนะนำและระงับบัญชี และเตือนว่ามิจฉาชีพเปิดเพจรับบริจาคปลอมโดยแอบอ้างหน่วยงานรัฐ มูลนิธิ หรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ บางรายใช้ภาพเก่าหรือภาพที่สร้างด้วย AI
รับบริจาคผิดวิธี 2569 จึงไม่ได้หมายถึงคดีใหญ่เพียงอย่างเดียว การเปิดรับเงินช่วยเหลือโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เป็นความผิดแล้ว แม้โทษจะต่ำกว่าข้อหาฉ้อโกงประชาชนมาก ติดตามข่าวนโยบายรัฐบาลและกฎหมายใหม่ได้ที่หมวดการเมือง
คำถามที่พบบ่อย
รับบริจาคผิดวิธี 2569 มีโทษอะไรบ้าง?
รัฐบาลชี้แจงเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2569 ว่ารับบริจาคผิดวิธี 2569 มีโทษ 2 ทางหลัก การตั้งเรี่ยไรหรือเปิดรับบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาตผิด พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 200 บาท ส่วนการหลอกลวงหรือนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
คดีฉ้อโกงประชาชนจากผู้บริจาค 1.8 ล้านครั้งจะติดคุก 9 ล้านปีจริงไหม?
ไม่จริง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นข่าวบิดเบือน การนับว่าเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมดูจากลักษณะการหลอกลวง เจตนา วัน เวลา และพฤติการณ์ ไม่ได้ดูจากจำนวนธุรกรรมอย่างเดียว และสำหรับรับบริจาคผิดวิธี 2569 ที่เป็นฉ้อโกงประชาชน มาตรา 91(2) ประมวลกฎหมายอาญาจำกัดโทษจำคุกรวมทุกกระทงไว้ไม่เกิน 20 ปีในกรณีนี้
โทษจำคุกสูงสุด 20 ปีของรับบริจาคผิดวิธี 2569 มาจากไหน?
มาจากมาตรา 91(2) ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งให้ศาลลงโทษทุกกรรมเป็นกระทง แต่เมื่อรวมแล้วโทษจำคุกต้องไม่เกิน 20 ปี สำหรับกรณีที่ความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนมีโทษไม่เกิน 5 ปีจึงอยู่ในกรณีนี้
เปิดรับบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัวผิดกฎหมายไหม?
รัฐบาลระบุว่าการเปิดรับบริจาคเข้ามูลนิธิหรือบัญชีส่วนตัวโดยไม่มีใบอนุญาต และนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะถูกดำเนินคดีทั้งตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 และข้อหาฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้จะเปิดรับบริจาคจึงควรขออนุญาตเรี่ยไรก่อนเริ่มเพื่อไม่ให้เป็นการรับบริจาคผิดวิธี 2569
แหล่งอ้างอิง
- รัฐบาลเตือนเปิดรับบริจาคผิดวิธี ติดคุกไม่รู้ตัว เข้าข่ายฉ้อโกงหรือฟอกเงิน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th)
- อย่าหลงเชื่อ! AOC 1441 เปิด 3 กลโกง มิจฉาชีพฉวยวิกฤตน้ำท่วม หลอกลงทะเบียนรับเงินเยียวยา - เปิดรับบริจาคปลอม เสี่ยงถูกดูดข้อมูล-สูญเงินหมดบัญชี — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- สำนักนายกรัฐมนตรี80กรมการปกครอง9รัฐสภา78
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ
