ข้ามไปยังเนื้อหา
Property & Construction

ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน 2 แสนบาท: 3 สมาคมอสังหาฯ ชงรัฐ ขณะรีเจกต์เรตครึ่งปีแรก 44.9%

3 สมาคมอสังหาฯ เสนอเพิ่มเพดานลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านจาก 1 แสนเป็น 2 แสนบาทต่อปี และเก็บภาษีสต็อกบ้านอัตรา 0.03% ขณะที่เอกนิติจะใช้ บสย. แก้รีเจกต์เรต 44.9%

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ธงชาติไทยและอาคารสูงในกรุงเทพฯ บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่จัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 (ภาพถ่ายเดือนกรกฎาคม 2023 ไม่ใช่ภาพจากงาน) ภาพ: Jonashtand / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • 3 สมาคมอสังหาฯ เสนอเพิ่มเพดานลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านจาก 100,000 บาท เป็น 200,000 บาทต่อปี สำหรับการซื้อและโอนบ้านใหม่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ฐานเศรษฐกิจรายงานว่ายังรอหน่วยงานรัฐพิจารณา
  • ข้อเสนอที่สองคือคิดภาษีที่ดินของบ้านสร้างเสร็จที่ยังขายไม่ออกในอัตราที่อยู่อาศัย 0.03% แทนอัตราพาณิชยกรรม 0.3% สมาคมระบุว่าต้นทุนภาษีเฉลี่ยราว 5,000–10,000 บาทต่อห้องต่อปี
  • นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรระบุรีเจกต์เรตครึ่งแรกปี 2569 ที่ 44.9% เพิ่มจาก 39.8% ในครึ่งแรกปี 2568 ตามผลสำรวจสมาชิกสมาคม และคาดว่าทั้งปีอาจแตะ 50%
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวเมื่อ 29 ตุลาคม 2569 ว่ายอดโอนครึ่งปีแรกเพิ่มราว 17% สินเชื่ออสังหาฯ โตราว 12% และจะใช้ บสย. ค้ำประกันเพิ่มให้แบงก์รัฐกล้าปล่อยกู้

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย เสนอรัฐบาลให้เพิ่มเพดานลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านจาก 100,000 เป็น 200,000 บาทต่อปี ตามที่ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อ 29 ตุลาคม 2569 วันเดียวกับที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ข้อเสนอนี้ยังรอหน่วยงานรัฐพิจารณา ขณะที่สมาคมระบุว่าอัตราปฏิเสธสินเชื่อบ้านครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 44.9%

2 ข้อเสนอของ 3 สมาคม: ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านและภาษีสต็อก

ฐานเศรษฐกิจรายงานคำกล่าวของนายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ว่าการเลือกเหลือ 2 เรื่องไม่ได้หมายความว่าข้อเสนอเดิมถูกถอน แต่เป็นเรื่องที่เหมาะกับจังหวะเวลานี้ ส่วนนายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวในทำนองเดียวกันว่ายังไม่ควรผลักดันทุกเรื่องพร้อมกัน

การ์ดตัวเลขข้อเสนอ 3 สมาคม: เพดานลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน 200,000 บาท ภาษีที่ดินบ้านที่ยังขายไม่ออก 0.03% และวงเงินบ้านคนละหลัง PLUS 100,000 ล้านบาท
ข้อเสนอหลักของ 3 สมาคมเทียบกับตัวเลขปัจจุบันตามที่สมาคมอ้าง ทั้งหมดยังรอรัฐพิจารณา ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: ฐานเศรษฐกิจ)
ข้อเสนอ ปัจจุบันตามที่สมาคมอ้าง สิ่งที่เสนอ ขอบเขต
เพดานลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน 100,000 บาทต่อปี 200,000 บาทต่อปี ซื้อและโอนบ้านใหม่ 1 พ.ย. 2569–31 ธ.ค. 2570
ภาษีที่ดินของบ้านสร้างเสร็จที่ยังขายไม่ออก อัตราพาณิชยกรรม 0.3% อัตราที่อยู่อาศัย 0.03% ทรัพย์ที่ใช้เพื่ออยู่อาศัยตามเงื่อนไข
วงเงินสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS (ถ้าผลดี) 50,000 ล้านบาท 100,000 ล้านบาทในปีถัดไป ประเมินผลก่อน และให้ธนาคารพาณิชย์ร่วมมากขึ้น

นายสุนทรยกตัวอย่างผู้ซื้อบ้าน 7 ล้านบาท รายได้ราว 100,000 บาทต่อเดือน ฐานภาษี 25% ว่าอาจประหยัดภาษีได้ราว 50,000 บาทต่อปีถ้าใช้สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านได้เต็ม ฐานเศรษฐกิจย้ำว่าผลจริงขึ้นกับฐานภาษี ดอกเบี้ยที่จ่าย และเงื่อนไขการใช้สิทธิของแต่ละคน

ผู้จัดการออนไลน์รายงานคำอธิบายของนายพรนริศเมื่อ 31 ตุลาคมว่า ผู้ประกอบการได้ลดภาระภาษีสำหรับทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการขายเป็นเวลา 3 ปี หลังจากนั้นห้องชุดที่ยังขายไม่ออกอาจมีต้นทุนภาษีเฉลี่ยราว 5,000–10,000 บาทต่อห้องต่อปี สมาคมยังให้เหตุผลว่ารัฐมีรายได้กลับมาจากการซื้อขาย โดยบ้าน 7 ล้านบาทคิดเป็นรายได้ภาครัฐราว 231,000 บาทตามอัตรา 3.3% ที่ยกตัวอย่าง แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ข้อเสนอนี้จึงเกี่ยวข้องกับท้องถิ่นด้วย

ตัวเลขรีเจกต์เรต 44.9% มาจากไหน

ตัวเลข 44.9% เป็นผลสำรวจผู้ประกอบการสมาชิกของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ไม่ใช่สถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย ฐานเศรษฐกิจเคยรายงานเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ว่าผลสำรวจชุดเดียวกันอยู่ที่ 39.8% ในครึ่งแรกปี 2568 และอัตราเพิ่มขึ้นในเกือบทุกระดับราคา โดยเด่นที่บ้าน 3–7 ล้านบาทและกลุ่มเกิน 7 ล้านบาท

ข่าวของกรุงเทพธุรกิจและ The Nation อ้างนายสุนทรที่ระดับ 44% ส่วนฐานเศรษฐกิจอ้าง 44.9% ทั้งหมดตรงกันว่านายสุนทรคาดว่าทั้งปีอาจแตะ 50% ซึ่งเป็นคาดการณ์ของสมาคม ไม่ใช่ตัวเลขทางการ

กราฟแท่งอัตราปฏิเสธสินเชื่อบ้านตามสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร: ครึ่งแรกปี 2568 39.8% ครึ่งแรกปี 2569 44.9% และคาดทั้งปี 2569 50%
รีเจกต์เรตสินเชื่อบ้านจากการสำรวจสมาชิกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และคาดการณ์ทั้งปี 2569 ของนายกสมาคม ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ผ่านฐานเศรษฐกิจ)

คลังตอบอย่างไรเรื่องรีเจกต์เรตและลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน

นายเอกนิติกล่าวในงานเมื่อ 29 ตุลาคม 2569 ว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยครึ่งแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 17% จากการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง และการผ่อนเกณฑ์ LTV ร่วมกับ ธปท. ทำให้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบพลิกจากติดลบมาโตราว 12% ในข่าวที่เราตรวจสอบได้ เขายังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอเพิ่มเพดานลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน

หน้าเว็บทางการมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ลงวันจัดงาน 29 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 พร้อมตราสามสมาคมผู้จัด
หน้าเว็บทางการของงานที่จัดโดยสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ถ่ายเมื่อ 31 ตุลาคม 2569 ภาพ: House & Condo Expo (ภาพหน้าจอ)

เรื่องรีเจกต์เรต กรุงเทพธุรกิจอ้างคำกล่าวของนายเอกนิติว่า "ที่ผ่านมาแบงก์ไม่กล้าปล่อยเพราะกลัวหนี้เสีย" และเขาบอกว่าได้คุยกับผู้ว่าการ ธปท. แล้ว ฝั่งธนาคารพาณิชย์มีโครงการ SME Credit Boost ส่วนฝั่งคลังจะให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเพิ่มเพื่อให้แบงก์รัฐกล้าปล่อยกู้

มาตรการที่ใช้อยู่ รายละเอียด ที่มา
ค่าโอนและจดจำนอง ลดเหลือ 0.01% สำหรับรายการที่เข้าเงื่อนไข กรุงเทพธุรกิจ, The Nation
LTV เพดาน 100% สำหรับสัญญาตั้งแต่ 1 ก.ค. 2569 ถึง 30 มิ.ย. 2570 ตามเงื่อนไข ธปท.
สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท กู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท นานสุด 40 ปี ดอกเบี้ย 2.6–2.8% ใน 2 ปีแรก รัฐบาลไทย
หน้าเว็บรัฐบาลไทยประกาศสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์
ประกาศสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS บนเว็บไซต์รัฐบาลไทย ถ่ายเมื่อ 31 ตุลาคม 2569 ภาพ: เว็บไซต์รัฐบาลไทย (ภาพหน้าจอ)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ข้อเสนอลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านเป็นแรงจูงใจด้านภาษีที่ภาคธุรกิจต้องการเพิ่ม เพราะกรุงเทพธุรกิจรายงานว่าการลดค่าธรรมเนียมและผ่อนเกณฑ์สินเชื่ออย่างเดียวอาจไม่พอ หากผู้ซื้อยังมีรายได้ไม่แน่นอนหรือมีหนี้สูง อย่างไรก็ตาม สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านคิดจากดอกเบี้ยที่จ่ายจริง จึงมีผลกับคนที่กู้ผ่านแล้ว ไม่ได้แก้รีเจกต์เรตโดยตรง

ตัวเลขสองฝั่งยังชี้คนละทาง คลังเห็นยอดโอนครึ่งปีแรกเพิ่มราว 17% แต่กรุงเทพธุรกิจอ้างว่าศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คาดยอดโอนทั้งปี 2569 หดตัว 4–5% นายพรนริศระบุว่ายอดขายโครงการใหม่ต้องใช้เวลาอีกราว 1 ปีครึ่งจึงจะสะท้อนเป็นยอดโอน และตลาดยังเจอทั้งกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด

ฝั่งต้นทุน นายพรนริศประเมินว่าวัสดุก่อสร้างบางส่วนที่เกี่ยวกับปิโตรเคมีและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นราว 7.8–8% ภาพรวมเรื่องนี้อ่านได้ในต้นทุนก่อสร้างและดอกเบี้ยระยะยาว ส่วนรายละเอียดของดอกเบี้ยบ้านคนละหลัง PLUS และกำหนดการงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 อ่านเพิ่มได้ในบทความเดิมของเรา

ผลต่อองค์กรไทย: ผู้พัฒนาโครงการ ธนาคาร และท้องถิ่น

  • ผู้พัฒนาโครงการ: ยังไม่ควรตั้งแผนขายบนสมมติฐานว่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านหรือภาษีสต็อกอัตราใหม่จะผ่าน ควรคำนวณภาระภาษีของสต็อกที่พ้นช่วงลดภาษี 3 ปีเป็นรายโครงการ เพื่อใช้ตัดสินใจเรื่องราคาและการระบายสินค้า
  • ผู้ซื้อบ้านและฝ่ายบุคคล: เพดานลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านที่ใช้วางแผนภาษีปีนี้ยังควรยึด 100,000 บาทจนกว่าจะมีประกาศทางการ ไม่ควรวางแผนค่างวดจากตัวเลข 200,000 บาท
  • ธนาคารและบริษัทสินเชื่อ: ติดตามว่ากลไกค้ำประกันของ บสย. จะครอบคลุมสินเชื่อบ้านหรือไม่ เพราะข่าวที่เราตรวจสอบได้ยังไม่ระบุเงื่อนไขและวงเงิน
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: อปท. เป็นผู้จัดเก็บภาษีนี้ จึงควรเตรียมข้อมูลว่าอัตรา 0.03% จะกระทบรายได้เท่าใดก่อนมีการหารือ
  • ผู้รับเหมาและผู้ขายวัสดุ: ใช้สมมติฐานต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นในการเสนอราคาโครงการใหม่ และตรวจสัญญาที่ยังใช้ราคาเดิม

ติดตามข่าวธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมได้ที่หมวดอสังหาริมทรัพย์

คำถามที่พบบ่อย

ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน 2 แสนบาท ใช้ได้แล้วหรือยัง?

ยังไม่ได้ ณ 31 ตุลาคม 2569 การเพิ่มเพดานลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านจาก 100,000 เป็น 200,000 บาทต่อปีเป็นเพียงข้อเสนอของ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อ 29 ตุลาคมว่ายังรอการพิจารณาจากหน่วยงานรัฐ เพดานที่ใช้อยู่จึงยังเป็น 100,000 บาทตามที่สมาคมอ้างถึง

ข้อเสนอลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านครอบคลุมใครบ้าง?

ข้อเสนอของ 3 สมาคมระบุให้ครอบคลุมการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใหม่ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 นายสุนทร สถาพร ยกตัวอย่างผู้ซื้อบ้าน 7 ล้านบาท ฐานภาษี 25% ว่าอาจประหยัดภาษีราว 50,000 บาทต่อปี ถ้าใช้สิทธิได้เต็ม แต่ผลจริงขึ้นกับฐานภาษีและดอกเบี้ยที่จ่าย

รีเจกต์เรตสินเชื่อบ้านไทยปี 2569 อยู่ที่เท่าไร?

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร หนึ่งในผู้เสนอลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน ระบุว่าอัตราปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 44.9% เพิ่มจาก 39.8% ในช่วงเดียวกันของปี 2568 ตัวเลขนี้มาจากการสำรวจผู้ประกอบการสมาชิกของสมาคม ไม่ใช่สถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย นายสุนทรคาดว่าทั้งปีอาจแตะ 50%

รัฐบาลจะแก้ปัญหากู้บ้านไม่ผ่านอย่างไร?

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวเมื่อ 29 ตุลาคม 2569 ว่ากระทรวงการคลังจะให้ บสย. เข้ามาค้ำประกันเพิ่มเพื่อให้แบงก์รัฐกล้าปล่อยสินเชื่อ ส่วนฝั่งธนาคารพาณิชย์มีโครงการ SME Credit Boost ของ ธปท. และยังเดินหน้าสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของ ธอส. ส่วนข้อเสนอลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านยังไม่มีคำตอบจากคลังในข่าวที่ตรวจสอบได้

แหล่งอ้างอิง

  1. 3 สมาคมอสังหาฯ ชง 2 มาตรการเร่งด่วน หนุนคนซื้อบ้านฝ่ารีเจกต์ 44.9% — ฐานเศรษฐกิจ
  2. 'เอกนิติ' เผยลดค่าฟี 'โอน-จดจำนอง' หนุนยอดโอนอสังหาฯ พุ่ง 17% ดึง 'บสย.' ค้ำ แก้ปัญหารีเจกต์เรต — กรุงเทพธุรกิจ
  3. 3ส.อสังหาฯเสนอรัฐรื้อภาษี เพิ่มลดหย่อนดบ.บ้าน2แสน-ลดภาษีสต๊อกคอนโดเหลือ 0.03% — ผู้จัดการออนไลน์
  4. รีเจกต์ครึ่งปีพุ่ง 44.9% กระทบบ้านทุกราคา สมาคมบ้านจัดสรรชงรัฐเร่งแก้ — ฐานเศรษฐกิจ
  5. แบงก์ชาติต่ออายุมาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2570 — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  6. คลังสนับสนุนสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” ช่วยผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมีบ้านเป็นของตัวเอง — รัฐบาลไทย

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

เหตุการณ์และงาน
มหกรรมบ้านและคอนโด2
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ