ข้ามไปยังเนื้อหา
Property & Constructionบทวิเคราะห์

ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง ดอกเบี้ยระยะยาวขยับ: อสังหาฯ ไทยและอาคารองค์กรต้องรับมืออย่างไร

อสังหาริมทรัพย์ไทยเจอคอนกรีตแพงขึ้น 13.2% ในไตรมาส 3 และดอกเบี้ยระยะยาวขยับ ขณะรัฐเติมสินเชื่อบ้าน 5 หมื่นล้านบาท วิเคราะห์ผลต่อผู้พัฒนา ผู้ซื้อ และอาคารองค์กร

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 8 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
หน้าข่าวสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เรื่องต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานทำให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งกดดันต้นทุนอสังหาริมทรัพย์
ภาพ: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • REIC รายงานเมื่อ 12 ต.ค. 2026 ว่าค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานไตรมาส 3 เพิ่ม 1.5% จากไตรมาสก่อน โดยผลิตภัณฑ์คอนกรีตแพงขึ้น 13.2% ขณะที่เหล็กลดลง 4.1%
  • ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์เดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ 113.1 สูงขึ้น 6.1% จากปีก่อน นำโดยวัสดุอื่น ๆ อย่างยางมะตอย +15.7% และสายไฟกับอุปกรณ์ประปา +12.7%
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการอสังหาฯ ไตรมาส 3 ขึ้นเป็น 51.3 แต่ดัชนี 6 เดือนข้างหน้าลดเหลือ 49.8 และดัชนียอดขายลดจาก 56.5 เหลือ 42.3
  • ครม. อนุมัติสินเชื่อ บ้านคนละหลัง PLUS วงเงิน 50,000 ล้านบาท เมื่อ 14 ต.ค. 2026 ดอกเบี้ย 2.6–2.8% ใน 2 ปีแรก กู้ได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ยื่นได้ตั้งแต่ 15 ต.ค.
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย 5 ปีขึ้นจาก 1.30% ต้นปีเป็น 1.78% ณ 14 ต.ค. ส่วน ธปท. ขยายการผ่อนเกณฑ์ LTV ถึง 30 มิ.ย. 2027

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 ด้วยแรงบีบสองด้าน ต้นทุนก่อสร้างขึ้นตามราคาพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่าผลิตภัณฑ์คอนกรีตแพงขึ้น 13.2% ในไตรมาส 3 ขณะที่ต้นทุนเงินระยะยาวขยับตามดอกเบี้ยโลก ฝั่งรัฐเติมแรงหนุนด้วยสินเชื่อ "บ้านคนละหลัง PLUS" 50,000 ล้านบาทที่ ครม. อนุมัติเมื่อ 14 ตุลาคม

บทวิเคราะห์นี้รวบรวมตัวเลขทางการล่าสุดจาก REIC กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สมาคมเหล็กโลก (worldsteel) และข้อมูลที่บริษัทพัฒนาอสังหาฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อดูว่าผู้พัฒนาโครงการ ผู้ซื้อบ้าน และองค์กรที่วางแผนสร้างหรือปรับปรุงอาคารต้องเตรียมอะไร บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ต้นทุนก่อสร้างอสังหาฯ ขึ้นตรงไหน: คอนกรีต สายไฟ และยางมะตอย

ตัวเลขสามชุดของหน่วยงานรัฐชี้ทิศเดียวกันสำหรับธุรกิจอสังหาฯ คือต้นทุนวัสดุที่ผูกกับพลังงานและการขนส่งขึ้นแรง

  • ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (CMI) ของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ 113.1 สูงขึ้น 6.1% จากปีก่อน หน่วยงานระบุว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านของสหรัฐฯ และการที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียหลายแห่ง ทำให้ราคาน้ำมันและพลังงานสูง และคาดว่าดัชนีเดือนกันยายนจะยังขยายตัว
  • ดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ของ REIC ไตรมาส 3 เพิ่ม 1.5% จากไตรมาสก่อนและ 2.1% จากปีก่อน งานวิศวกรรมโครงสร้างขึ้นมากที่สุด 3.6% จากไตรมาสก่อน (6.2% จากปีก่อน)
  • ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนกันยายน 2026 ที่กระทรวงพาณิชย์เผยแพร่เมื่อ 13 ตุลาคม อยู่ที่ 116.8 สูงขึ้น 10.5% จากปีก่อน ตามราคาพลังงานโลกและค่าเงินบาทที่อ่อนลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
หมวดวัสดุ (CMI ส.ค. 2026 เทียบปีก่อน) เปลี่ยนแปลง เหตุผลที่กระทรวงพาณิชย์ระบุ
วัสดุก่อสร้างอื่น ๆ +15.7% ยางมะตอยตามราคาปิโตรเลียม หิน ดิน ทราย
อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา +12.7% สายไฟแพงตามราคาทองแดงโลก
ผลิตภัณฑ์คอนกรีต +9.6% ซีเมนต์ หิน ทราย และค่าขนส่งตามดีเซล
ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ +4.5% วัตถุดิบและค่าขนส่ง
กระเบื้อง +4.0% ก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบ
ซีเมนต์ −0.2% การแข่งขันสูง
เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก −0.6% อุปทานส่วนเกินจากจีน

ทำไมเหล็กถูกลงแต่คอนกรีตแพงขึ้น

ดัชนีสองชุดวัดตะกร้าคนละแบบ CMI วัดราคาวัสดุทั่วประเทศ ส่วน REIC วัดต้นทุนสร้างบ้านมาตรฐานในกรุงเทพฯ เช่น หมวดไฟฟ้าและประปาของ REIC ขึ้นเพียง 1.0% จากปีก่อน แต่ทั้งสองชุดตรงกันว่าคอนกรีตเป็นแรงกดดันหลักของต้นทุนอสังหาฯ

ใน REIC ไตรมาส 3 ผลิตภัณฑ์คอนกรีตขึ้น 13.2% จากไตรมาสก่อน สูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส และวัสดุอื่น ๆ ขึ้น 5.3% แต่เหล็กลดลง 4.1% กระเบื้องลดลง 3.1% และสุขภัณฑ์ลดลง 0.6% กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าคอนกรีตแพงขึ้นทั้งจากราคาซีเมนต์ หิน ทราย และค่าขนส่งที่ขึ้นตามราคาดีเซล ส่วนยางมะตอยขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (ติดตามสถานการณ์ดีเซลโลก)

เหล็กเดินคนละทาง กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าอุปทานส่วนเกินจากจีนกดราคาเหล็กทั้งในตลาดโลกและในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับรายงาน worldsteel วันที่ 12 ตุลาคม ที่คาดความต้องการเหล็กโลกปี 2026 ทรงตัวที่ 1,722 ล้านตัน และความต้องการในจีนหดตัว 2.0% เพราะการลงทุนอสังหาฯ ของจีนยังหดตัวไม่ชะลอลงตามที่คาด ส่วนกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) คาดหดตัวราว 11% เพราะโครงการถูกเลื่อนระหว่างความขัดแย้ง ขณะที่ ASEAN-5 ยังโต 5.2%

ทองแดงคือตัวแปรที่องค์กรสายไอทีควรจับตา กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าราคาสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้ามีแนวโน้มสูงขึ้นตามทองแดงที่อุปทานตึงตัวจากเหมืองในชิลีและเปรูที่หยุดดำเนินการ และความต้องการจากการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับ AI

กราฟแท่งดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2026 เทียบปีก่อน: ดัชนีรวม +6.1% วัสดุอื่น ๆ +15.7% อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา +12.7% ผลิตภัณฑ์คอนกรีต +9.6% ไม้ +4.5% กระเบื้อง +4.0% สุขภัณฑ์ +3.7% วัสดุฉาบผิว +1.7% ซีเมนต์ −0.2% และเหล็ก −0.6%
ภาพสรุปการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างแต่ละหมวดเดือนสิงหาคม 2026 เทียบปีก่อน ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: กระทรวงพาณิชย์)

ดอกเบี้ยและต้นทุนเงิน: ผู้ซื้อบ้านยังนิ่ง ผู้พัฒนาอสังหาฯ เริ่มรู้สึก

ดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังอยู่ที่ 1.00% และ กนง. จะประชุมครั้งถัดไปวันที่ 28 ตุลาคม ดอกเบี้ยอ้างอิงแบบลอยตัวของธนาคารจึงยังไม่เปลี่ยน คำอธิบายผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ที่ TISCO แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุ MRR ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่งที่ 6.63% คงที่จากไตรมาสก่อน

แต่ต้นทุนเงินระยะยาวขยับแล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 ปีตามข้อมูล ThaiBMA ขึ้นจาก 1.30% เมื่อ 5 มกราคม 2026 เป็น 1.78% ณ 14 ตุลาคม และอายุ 2 ปีขึ้นจาก 1.14% เป็น 1.35% ซึ่งเป็นฐานต้นทุนของหุ้นกู้ที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ ใช้ระดมทุน (อ่านบทวิเคราะห์พันธบัตรไทยกับธนาคารและผู้กู้)

ตัวอย่างล่าสุดคือเอพี (ไทยแลนด์) ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ 14 ตุลาคมว่าออกหุ้นกู้ครั้งที่ 3/2569 มูลค่าตราไว้ 1,000 ล้านบาทเมื่อ 8 ตุลาคม แบ่งสองชุด อายุราว 2 ปี อัตราคิดลด 1.93% และ 1.99% ต่อปี สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีในวันเดียวกัน (1.35%) ราว 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ออกที่เครดิตอ่อนเจอความเครียดชัดกว่า เช่นแกรนด์ แอสเสท ที่ผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ GRAND264A ตามที่แจ้งตลาดฯ เมื่อ 12 ตุลาคม

เมื่อ 14 ตุลาคม ผู้พัฒนาอสังหาฯ อย่างศุภาลัยก็แจ้งตลาดฯว่าคณะกรรมการอนุมัติปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลเป็นไม่น้อยกว่า 35% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม โดยพิจารณากระแสเงินสด แผนลงทุน สภาพคล่อง และข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ประกอบ

ผู้ประกอบการอสังหาฯ มองตลาดอย่างไร

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลของ REIC ที่เผยแพร่ 8 ตุลาคม ให้ภาพที่ปนกัน ดัชนีภาวะปัจจุบันขึ้นจาก 46.9 เป็น 51.3 กลับมาเหนือระดับ 50 แต่ดัชนี 6 เดือนข้างหน้าลดจาก 53.5 เหลือ 49.8

องค์ประกอบ (ภาวะปัจจุบัน) ไตรมาส 2/2026 ไตรมาส 3/2026
ผลประกอบการ 45.8 72.6
ยอดขาย 56.5 42.3
การเปิดโครงการใหม่หรือเฟสใหม่ 50.0 70.0
การลงทุน 46.3 38.1
การจ้างงาน 42.6 47.3
ต้นทุนการประกอบการ (ดัชนีผกผัน) 40.6 37.5
ดัชนีความเชื่อมั่นรวม 46.9 51.3

REIC อธิบายว่าผลประกอบการของผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ดีขึ้นมาจากการคุมต้นทุน การเร่งระบายสต็อก และมาตรการรัฐที่ช่วยเร่งโอน มากกว่ายอดขายใหม่ ดัชนีต้นทุนที่ลดลงหมายถึงแรงกดดันด้านต้นทุนหนักขึ้น และการเปิดโครงการที่เพิ่มขึ้นพร้อมการลงทุนที่ลดลงสะท้อนการลงทุนแบบเลือกทำเลที่มั่นใจ (Selective Investment)

กราฟแท่งดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ REIC ไตรมาส 2 และ 3 ปี 2026: ดัชนีรวม 46.9 เป็น 51.3 ผลประกอบการ 45.8 เป็น 72.6 เปิดโครงการใหม่ 50.0 เป็น 70.0 ยอดขาย 56.5 เป็น 42.3 การลงทุน 46.3 เป็น 38.1 การจ้างงาน 42.6 เป็น 47.3 ต้นทุน 40.6 เป็น 37.5
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ REIC แยกองค์ประกอบ ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ปี 2026 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC))

ราคาอสังหาฯ ขยับได้แค่ไหน และอุปสงค์อยู่ตรงไหน

ต้นทุนส่งผ่านไปที่ราคาขายได้ไม่เท่ากัน ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลไตรมาส 3 ของ REIC อยู่ที่ 161.8 สูงขึ้น 2.2% จากปีก่อน จากต้นทุนก่อสร้าง ค่าแรง และราคาที่ดินในทำเลใกล้รถไฟฟ้า แต่ดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่อยู่ที่ 131.5 ขึ้นเพียง 0.2% และในปริมณฑล 3 จังหวัดยังต่ำกว่าปีก่อน 0.5% เพราะหน่วยเหลือขายยังเพิ่ม ผู้ประกอบการจึงใช้ของสมนาคุณแทนการลดราคา (รายละเอียดดัชนีราคาไตรมาส 3)

ด้านอุปสงค์ของตลาดอสังหาฯ ที่อยู่อาศัย REIC รายงานเมื่อ 30 กันยายนว่าไตรมาส 2 ปี 2026 หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเพิ่ม 22.9% และมูลค่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่เพิ่ม 18.4% จากปีก่อน ขณะที่อุปทานใหม่หดตัว หน่วยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลง 34.6% และใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดลดลง 54.5%

มาตรการรัฐที่ยังพยุงตลาดอสังหาฯ

มาตรการ สาระสำคัญ ช่วงเวลา
สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS (ธอส.) วงเงิน 50,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2.6% หรือ 2.8% ต่อปีใน 2 ปีแรก กู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่อนสูงสุด 40 ปี ยื่นได้ 15 ต.ค. 2026 – 30 ธ.ค. 2030 หรือจนเต็มวงเงิน
ผ่อนเกณฑ์ LTV ของ ธปท. เพดาน LTV 100% สำหรับหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาทตั้งแต่สัญญาที่ 2 และตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปตั้งแต่สัญญาแรก สัญญาที่ทำ 1 ก.ค. 2026 – 30 มิ.ย. 2027
ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง (ตามที่ REIC ระบุ) เหลือประเภทละ 0.01% ที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท

กระทรวงการคลังคาดว่าโครงการบ้านคนละหลัง PLUS จะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 125,000 ล้านบาท ส่วน ธปท. ระบุเมื่อต่ออายุ LTV ว่าอุปสงค์ที่อยู่อาศัยยังอ่อนแอ และสงครามในตะวันออกกลางกระทบทั้งต้นทุนผู้ประกอบการและกำลังซื้อครัวเรือน โดยประเมินว่าผลต่อเสถียรภาพระบบการเงินค่อนข้างจำกัดเพราะยังไม่เห็นการเก็งกำไรผิดปกติ

หน้าข่าวเว็บไซต์รัฐบาลไทย เรื่องกระทรวงการคลังสนับสนุนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของ ธอส. พร้อมภาพประชาสัมพันธ์โครงการ
หน้าข่าวรัฐบาลไทยเรื่องกระทรวงการคลังสนับสนุนสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ที่ ครม. อนุมัติเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ภาพ: รัฐบาลไทย (ภาพหน้าจอ)

อาคารองค์กรและอสังหาฯ เชิงพาณิชย์

องค์กรที่ไม่ได้ทำธุรกิจอสังหาฯ ก็เจอต้นทุนชุดเดียวกันเมื่อสร้างโรงงาน คลังสินค้า สำนักงาน หรือห้องเครื่อง งานโครงสร้างและคอนกรีตเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของอาคารใหม่ ส่วนงานตกแต่งและปรับปรุงพื้นที่ (fit-out) ที่ใช้สายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้ามากเจอหมวดที่ CMI ขึ้น 12.7% จากปีก่อน ขณะที่นโยบายรัฐยังเปิดพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่ เช่นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษใหม่ใน EEC

สัญญาก่อสร้างภาครัฐแบบปรับราคาได้ใช้ค่า K ที่คำนวณจากเอกสารดัชนีราคาที่กระทรวงพาณิชย์เผยแพร่เป็นเกณฑ์ปรับราคา องค์กรเอกชนก็นำหลักเดียวกันมาใช้ได้ โดยผูกเงื่อนไขปรับราคากับดัชนีทางการแทนการต่อรองเป็นครั้ง ๆ ส่วนผู้เช่าพื้นที่ควรถามเจ้าของอาคารว่าต้นทุนพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่สูงขึ้นจะส่งผ่านมาในค่าส่วนกลางหรือค่าเช่าอย่างไร

ผลต่อองค์กรไทย

  • ผู้พัฒนาอสังหาฯ ควรทบทวนงบก่อสร้างของโครงการที่ยังไม่เริ่ม โดยเฉพาะงานโครงสร้างและคอนกรีต ตามที่ REIC แนะนำให้คุมต้นทุนตั้งแต่การออกแบบ การเลือกมาตรฐานวัสดุ และการทำสัญญาก่อสร้างล่วงหน้า และวางแผนรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ที่จะครบกำหนดล่วงหน้า เผื่อกรณีอัตราผลตอบแทนผันผวน
  • ผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์ ควรใส่เงื่อนไขปรับราคาที่อ้างอิงดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างหรือค่า K ในสัญญาใหม่ และติดตามราคาดีเซลกับทองแดงที่กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าเป็นตัวขับหลัก
  • องค์กรที่วางแผนสร้างหรือปรับปรุงอาคาร ควรเผื่องบงานระบบไฟฟ้าและคอนกรีต แยกงบตามหมวดแทนการใช้อัตราเฉลี่ยเดียว และตรวจต้นทุนเงินกู้ระยะยาวที่อิงพันธบัตรรัฐบาล
  • ผู้ซื้อบ้านและฝ่ายบุคคลที่ดูแลสวัสดิการที่อยู่อาศัย ตรวจสิทธิ์สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ที่เปิดยื่น 15 ตุลาคม เกณฑ์ LTV และค่าธรรมเนียมโอน และเทียบโปรโมชันเป็นมูลค่าเงิน
  • ธนาคารและผู้ลงทุนในหุ้นกู้อสังหาฯ แยกประเมินผู้ออกรายตัว เพราะความเครียดเริ่มเห็นในผู้ออกบางราย ขณะที่ผู้ออกอย่างเอพียังระดมทุนได้ที่ส่วนต่างราว 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์เหนือพันธบัตรรัฐบาล

ติดตามข่าวอสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรมได้ที่หมวดอสังหาริมทรัพย์

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้นทุนก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ไทยขึ้นในปี 2026?

กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าราคาน้ำมันและพลังงานที่สูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและรัสเซีย–ยูเครนดันต้นทุนผลิตและขนส่งวัสดุ ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2026 จึงสูงขึ้น 6.1% จากปีก่อน ขณะที่ REIC พบว่าผลิตภัณฑ์คอนกรีตแพงขึ้น 13.2% ในไตรมาส 3 และสายไฟแพงตามราคาทองแดง ต้นทุนโครงการอสังหาฯ จึงสูงขึ้นทั้งงานโครงสร้างและงานระบบ

ทำไมราคาเหล็กลดลงขณะที่คอนกรีตแพงขึ้น?

กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าอุปทานเหล็กส่วนเกินจากจีนกดราคาเหล็กในตลาดโลกและในประเทศ ส่วน worldsteel คาดความต้องการเหล็กในจีนปี 2026 หดตัว 2.0% จากภาคอสังหาฯ ที่ซบเซา ขณะที่คอนกรีตแพงขึ้นเพราะซีเมนต์ หิน ทราย และค่าขนส่งที่ขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซล

สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS มีเงื่อนไขอย่างไร?

กระทรวงการคลังระบุว่า ครม. อนุมัติเมื่อ 14 ตุลาคม 2026 วงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาทผ่าน ธอส. ดอกเบี้ย 2.6% ต่อปี (เกณฑ์รายได้ปกติ) หรือ 2.8% (ผ่อนปรนเกณฑ์รายได้) นาน 2 ปี กู้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อรายต่อหลักประกัน ผ่อนสูงสุด 40 ปี ยื่นได้ 15 ต.ค. 2026 ถึง 30 ธ.ค. 2030 หรือจนเต็มวงเงิน

ผู้ประกอบการอสังหาฯ มองตลาดช่วงปลายปี 2026 อย่างไร?

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลของ REIC ไตรมาส 3 ปี 2026 อยู่ที่ 51.3 เพิ่มจาก 46.9 แต่ดัชนี 6 เดือนข้างหน้าลดจาก 53.5 เหลือ 49.8 REIC ระบุว่าผู้ประกอบการยังกังวลกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน ความเข้มงวดของสินเชื่อ และต้นทุน จึงเลือกเปิดโครงการอย่างระมัดระวัง

องค์กรที่วางแผนสร้างหรือปรับปรุงอาคารควรเตรียมอะไร?

ควรตรวจงบประมาณงานโครงสร้าง คอนกรีต และงานระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นหมวดที่ราคาขึ้นแรงตามข้อมูล REIC และกระทรวงพาณิชย์ และกดดันทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ และเจ้าของอาคาร ใส่เงื่อนไขปรับราคาที่อ้างอิงดัชนีทางการไว้ในสัญญา วางแผนจัดซื้อล่วงหน้า และเผื่อต้นทุนเงินกู้ระยะยาวที่ขยับตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล

แหล่งอ้างอิง

  1. ดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 3 ปี 2569 — ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  2. ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ - ปริมณฑล ไตรมาส 3 ปี 2569 — ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  3. ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญส่งผลให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง — สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
  4. คลังสนับสนุนสินเชื่อบ้าน “คนละหลัง PLUS” ช่วยผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมีบ้านเป็นของตัวเอง — รัฐบาลไทย
  5. แบงก์ชาติต่ออายุมาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2570 — ธนาคารแห่งประเทศไทย
  6. worldsteel Short Range Outlook October 2026 — World Steel Association

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ