ข้ามไปยังเนื้อหา
Property & Construction

SCB EIC คาดตลาดที่อยู่อาศัยปี 2026–2027 ทรงตัว บ้านมือสองครอง 57% ของหน่วยโอน กทม.

SCB EIC คาดตลาดที่อยู่อาศัยปี 2026–2027 ทรงตัว หน่วยโอนทั่วประเทศ 329,000 และ 331,000 หน่วย บ้านมือสองครอง 57% ของหน่วยโอนกรุงเทพฯ–ปริมณฑลครึ่งแรกปี 2026

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพหน้าจอหน้ารายงาน SCB EIC Industry Insight วันที่ 8 ตุลาคม 2026 เรื่องจับตาแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2027
ภาพ: SCB EIC (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • SCB EIC เผยแพร่รายงาน Industry Insight เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 คาดตลาดที่อยู่อาศัยปี 2026–2027 ทรงตัวหรือขยายตัวเล็กน้อย และฟื้นตัวช้าในระยะปานกลาง
  • หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศคาดอยู่ที่ราว 329,000 หน่วย (+4%) ในปี 2026 และ 331,000 หน่วย (+1%) ในปี 2027 หลังลดลง 9% เหลือ 316,000 หน่วยในปี 2025 ส่วนมูลค่าโอนทรงตัวราว 8.6 แสนล้านบาท
  • ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ที่อยู่อาศัยมือสองมีสัดส่วน 57% ของหน่วยโอนครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มจาก 49% ในปี 2022 ราคาโอนเฉลี่ยมือสอง 2.2 ล้านบาท ต่อหน่วย เทียบมือหนึ่ง 4.2 ล้านบาท
  • ผลสำรวจของ SCB EIC เมื่อมีนาคม 2026 (ผู้ตอบ 1,528 คน) พบผู้ที่ยังไม่มีแผนซื้อที่อยู่อาศัยใน 5 ปีข้างหน้า 56% สูงสุดในรอบ 4 ปี

SCB EIC หน่วยวิจัยเศรษฐกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 คาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยปี 2026–2027 จะทรงตัวหรือขยายตัวเล็กน้อย โดยหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศอยู่ที่ราว 329,000 หน่วยในปี 2026 และ 331,000 หน่วยในปี 2027 ขณะที่ที่อยู่อาศัยมือสองขึ้นเป็น 57% ของหน่วยโอนในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลช่วงครึ่งแรกปี 2026

รายงานชุด Industry Insight ฉบับนี้ใช้ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) และผลสำรวจผู้บริโภคของ SCB EIC เอง ข้อสรุปหลักคือตลาดฟื้นตัวช้าในระยะปานกลาง และตลาดมือสองจะยังโตเร็วกว่ามือหนึ่งต่อเนื่อง

ตัวเลขตลาดที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 2022–2027 ตามประมาณการของ SCB EIC

SCB EIC ประเมินว่าหน่วยโอนปี 2026 กลับมาขยายตัวราว 4% เพราะฐานต่ำจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี 2025 ที่ทำให้ผู้ซื้อชะลอการซื้อและโอน การเร่งโอนก่อนมาตรการกระตุ้นรอบเดิมหมดอายุ 30 มิถุนายน 2026 และโปรโมชันระบายสต็อกของผู้ประกอบการ ส่วนปี 2027 คาดว่าทรงตัว

ปี หน่วยโอนทั่วประเทศ (พันหน่วย) มูลค่าโอนทั่วประเทศ (พันล้านบาท)
2022 393 1,065
2023 367 1,047
2024 348 981
2025 316 (−9%) 865 (−12%)
2026 (ประมาณการ) 329 (+4%) 863 (0%)
2027 (คาดการณ์) 331 (+1%) 860 (0%)

ตัวเลข 7 เดือนแรกของปี 2026 สะท้อนแรงเร่งโอนดังกล่าว หน่วยโอนทั่วประเทศอยู่ที่ 189,000 หน่วย เพิ่มขึ้น 11% จาก 170,000 หน่วยในช่วงเดียวกันของปี 2025 และมูลค่าโอน 485,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จาก 460,000 ล้านบาท

กราฟหน้า 5 ในรายงาน SCB EIC หน่วยโอนที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 393 367 348 316 พันหน่วยในปี 2022–2025 คาด 329 และ 331 พันหน่วยในปี 2026–2027 และมูลค่าโอน 865 863 และ 860 พันล้านบาทในปี 2025–2027
กราฟของ SCB EIC แสดงหน่วยโอนและมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปี 2022–2027 แยกตามประเภทที่อยู่อาศัย ภาพ: SCB EIC

SCB EIC ระบุปัจจัยกดดัน 4 ข้อ ได้แก่ กำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบางจากภาระค่าใช้จ่ายที่โตเร็วกว่ารายได้และหนี้ครัวเรือน กำลังซื้อกลุ่มรายได้สูงทั้งไทยและต่างชาติที่ชะลอลง รวมถึงผู้ซื้อชาวจีนที่มีความมั่งคั่งสูงซึ่งลดลงมากจากช่วงปี 2022–2024 มาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังเข้มงวด และราคาที่อยู่อาศัยที่สูงและยังปรับขึ้น โดยเฉพาะบ้านแนวราบในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ส่วนตัวพยุงตลาดคือมาตรการกระตุ้นของรัฐและความต้องการในตลาดมือสอง

SCB EIC: บ้านมือสองครองตลาดกรุงเทพฯ–ปริมณฑล

ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล หน่วยโอนครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ 80,000 หน่วย เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมือสองโต 26% และมือหนึ่งโต 14% สัดส่วนมือสองในหน่วยโอนขยับขึ้นทุกปี

ช่วงเวลา หน่วยโอน กทม.–ปริมณฑล (พันหน่วย) สัดส่วนมือสอง (หน่วย) สัดส่วนมือสอง (มูลค่า)
2022 195 49% 34%
2023 178 50% 34%
2024 171 52% 36%
2025 147 54% 38%
ครึ่งแรกปี 2026 80 57% 41%
กราฟแท่งสัดส่วนที่อยู่อาศัยมือสองในหน่วยโอนกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ตามรายงาน SCB EIC เรื่องตลาดที่อยู่อาศัย: 49% ปี 2022, 50% ปี 2023, 52% ปี 2024, 54% ปี 2025 และ 57% ครึ่งแรกปี 2026
สัดส่วนที่อยู่อาศัยมือสองในหน่วยโอนกรุงเทพฯ–ปริมณฑลเพิ่มจาก 49% ในปี 2022 เป็น 57% ในครึ่งแรกปี 2026 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: SCB EIC (ข้อมูล REIC))

เหตุผลหลักคือราคา ราคาโอนเฉลี่ยต่อหน่วยของที่อยู่อาศัยมือสองในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ 2.2 ล้านบาท ขณะที่มือหนึ่งอยู่ที่ 4.2 ล้านบาท แยกตามประเภท ไตรมาส 2 ปี 2026 บ้านเดี่ยวมือสองโอน 4,400 หน่วย เทียบมือหนึ่ง 2,100 หน่วย ทาวน์เฮาส์มือสอง 7,500 หน่วย เทียบมือหนึ่ง 4,200 หน่วย ส่วนคอนโดมือหนึ่งกับมือสองใกล้เคียงกันที่ราว 12,000 หน่วย ซึ่ง SCB EIC ระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากโปรโมชันเร่งระบายสต็อกคอนโดของผู้ประกอบการ

ผลสำรวจ Residential real estate survey ของ SCB EIC เมื่อมีนาคม 2026 (ผู้ตอบ 1,528 คน) ชี้ทิศทางเดียวกัน ผู้ที่ยังไม่มีแผนซื้อที่อยู่อาศัยภายใน 5 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 56% จาก 47% ในปี 2025 สูงสุดในรอบ 4 ปี ส่วนผู้ที่มีแผนซื้อ 56% สนใจบ้านมือสองพอ ๆ กับมือหนึ่ง และอีก 19% ตั้งใจซื้อมือสองตั้งแต่แรก

กราฟหน้า 16 ในรายงาน SCB EIC ผลสำรวจปี 2026 ผู้มีแผนซื้อที่อยู่อาศัย 56% สนใจมือสองระดับเดียวกับมือหนึ่ง 19% ตั้งใจซื้อมือสองตั้งแต่แรก และความสนใจเพิ่มขึ้นในทุกระดับราคา
ผลสำรวจ SCB EIC ปี 2026 แสดงความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยมือสองที่เพิ่มขึ้นในทุกประเภทและทุกระดับราคา ภาพ: SCB EIC

SCB EIC มองสต็อกเหลือขาย น้ำท่วม และอุปทานใหม่

SCB EIC คาดว่าหน่วยเหลือขายสะสมในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลจะลดลงต่อในระยะสั้น แต่ลดเฉพาะกลุ่มคอนโดและทาวน์เฮาส์ที่ราคายังเข้าถึงได้ ส่วนบ้านเดี่ยวยังไม่คลี่คลายเพราะความต้องการต่ำกว่าอุปทานและการแข่งขันลดราคายังรุนแรง จุดที่ต้องจับตาคืออัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อในกลุ่มราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้สต็อกคอนโดและทาวน์เฮาส์ลดลงไม่ได้ตามคาด

อุปทานเปิดใหม่ปี 2026–2027 มีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อย โดยคอนโดเป็นกลุ่มที่ยังเปิดเพิ่ม ขณะที่โครงการแนวราบเปิดอย่างระมัดระวัง น้ำท่วมในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลที่เกิดตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2026 คาดว่าจะกระทบการระบายสต็อกระยะสั้นในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังนาน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือของกรุงเทพฯ ภาพเศรษฐกิจของน้ำท่วมรอบนี้อ่านเพิ่มได้ในรายงาน SCB EIC เรื่องผลกระทบน้ำท่วมต่อ GDP

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ตัวเลขชุดนี้ยืนยันภาพเดียวกับรายงาน REIC เรื่องตลาดภาคกลางและภาคตะวันตกที่ออกในสัปดาห์เดียวกัน คือความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่ แต่กระจุกในทำเลและระดับราคาที่ผู้ซื้อจ่ายไหว เมื่อมือสองครองหน่วยโอนเกินครึ่งในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ผู้พัฒนาโครงการมือหนึ่งจึงแข่งกับบ้านเก่าในตลาดเดียวกัน ไม่ใช่แค่แข่งกันเอง

SCB EIC จึงเสนอให้ผู้ประกอบการปรับ 5 เรื่อง ได้แก่ เร่งระบายสต็อกก่อนหรือควบคู่กับการเปิดโครงการใหม่ เลิกพึ่งการตัดราคาและสร้างความคุ้มค่า (Value for Money) แทน เข้าไปเป็นผู้เล่นในตลาดมือสอง เช่น รับซื้อบ้านเก่ามารีโนเวตขายต่อหรือรับบ้านเก่าเป็นส่วนลดแลกบ้านใหม่ เจาะผู้ซื้อต่างชาติแบบเลือกกลุ่มแทนการทำตลาดวงกว้าง และขยับจากผู้พัฒนาโครงการไปเป็นผู้ให้บริการด้านการอยู่อาศัย (Living Solution Provider) ที่ครอบคลุมการซื้อ เช่า ลงทุน และปรับปรุง

ผลต่อองค์กรไทย

  • ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ควรวางแผนกระแสเงินสดบนสมมติฐานตลาดทรงตัวถึงปี 2027 ให้ความสำคัญกับการระบายสต็อกเดิม และหลีกเลี่ยงทำเลที่มีหน่วยเหลือขายสะสมสูงหรือการแข่งขันรุนแรงก่อนเปิดโครงการใหม่
  • ธนาคารและผู้ให้สินเชื่อบ้าน มีโอกาสในสินเชื่อบ้านมือสองและสินเชื่อปรับปรุงบ้าน เพราะมือสองครองหน่วยโอน 57% ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล แต่ต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อกลุ่มราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทที่อัตราปฏิเสธสินเชื่อสูง
  • ธุรกิจรีโนเวต วัสดุก่อสร้าง และบริการตรวจบ้าน ได้แรงหนุนจากตลาดมือสองที่โตเร็ว ผู้ประกอบการควรออกแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อบ้านเก่าโดยตรง
  • ทีมข้อมูลและ PropTech ควรเชื่อมข้อมูลบ้านมือสอง ประวัติราคา และความเสี่ยงน้ำท่วมรายทำเลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพราะผู้ซื้อหลังน้ำท่วมรอบนี้จะให้น้ำหนักกับทำเลมากขึ้น
  • ฝ่ายบุคคลขององค์กรขนาดใหญ่ ที่มีสวัสดิการเงินกู้ซื้อบ้าน อาจพิจารณาให้ครอบคลุมบ้านมือสองและการปรับปรุงบ้าน ติดตามข่าวอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมได้ที่หมวดอสังหาริมทรัพย์

คำถามที่พบบ่อย

SCB EIC มองตลาดที่อยู่อาศัยปี 2027 อย่างไร?

รายงานของ SCB EIC ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2026 คาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยปี 2026–2027 จะทรงตัวหรือขยายตัวเล็กน้อย และฟื้นตัวช้าในระยะปานกลาง หน่วยโอนทั่วประเทศปี 2027 คาดอยู่ที่ราว 331,000 หน่วย เพิ่มราว 1% ส่วนมูลค่าโอนทรงตัวราว 860,000 ล้านบาท

ทำไมบ้านมือสองได้รับความนิยมมากขึ้น?

รายงานของ SCB EIC ชี้ว่าราคาที่อยู่อาศัยมือสองต่ำกว่ามือหนึ่งมาก ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลครึ่งแรกปี 2026 ราคาโอนเฉลี่ยมือสองอยู่ที่ 2.2 ล้านบาทต่อหน่วย เทียบมือหนึ่ง 4.2 ล้านบาท ขณะที่กำลังซื้อยังเปราะบาง สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ และราคามือหนึ่งยังขึ้นตามต้นทุนที่ดิน

ปัจจัยอะไรกดดันตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2026–2027?

SCB EIC ระบุ 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบางจากภาระค่าใช้จ่ายและหนี้ครัวเรือน กำลังซื้อกลุ่มรายได้สูงทั้งไทยและต่างชาติที่ชะลอลง มาตรฐานการให้สินเชื่อที่ยังเข้มงวด และราคาที่อยู่อาศัยที่สูงและยังปรับขึ้น โดยเฉพาะบ้านแนวราบในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล

น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปลายปี 2026 กระทบตลาดบ้านอย่างไร?

SCB EIC คาดว่าน้ำท่วมในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลที่เกิดตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2026 จะกระทบการระบายสินค้าคงเหลือในระยะสั้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่น้ำท่วมขังนาน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือของกรุงเทพฯ และอาจทำให้ผู้ซื้อให้น้ำหนักกับการเลือกทำเลมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  1. จับตาแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2027 เผชิญกำลังซื้อเปราะบาง ความเข้มงวดด้านสินเชื่อ และราคาที่อยู่อาศัยสูง หนุนความนิยมตลาดมือสอง — SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์
  2. SCB EIC Industry Insight: Residential Real Estate (ตุลาคม 2026, PDF) — SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
SCB EIC3ธนาคารไทยพาณิชย์4REIC2
ประเทศและสถานที่
กรุงเทพฯ102จีน96
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ