ข้ามไปยังเนื้อหา
Royalอธิบาย

รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้สร้างกรุงรัตนโกสินทร์

ประวัติรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2279–2352 จากกรุงธนบุรีสู่การสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระราชนิพนธ์ และวันจักรี 6 เมษายน

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งสร้างในรัชกาลที่ 1 เพื่อประดิษฐานพระแก้วมรกต ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2566
ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • รัชกาลที่ 1 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2279 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2352 รวม 26,469 วัน ตามที่หน่วยราชการในพระองค์ระบุ
  • วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อมาวันนี้เป็นวันจักรี ส่วนหนังสือราชสกุลวงศ์ที่กรมศิลปากรอ้างระบุว่า เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติวันที่ 10 มิถุนายน 2325
  • วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2327 อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ พระราชทานนามพระแก้วมรกตใหม่ว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
  • หนังสือราชสกุลวงศ์ระบุว่ารัชกาลที่ 1 เสด็จดำรงราชสมบัติ 28 ปี มีพระราชโอรส-ธิดา 42 พระองค์
  • มรดกที่ยังเห็นได้วันนี้ ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศาลหลักเมือง จิตรกรรมรามเกียรติ์ และปฐมบรมราชานุสรณ์ที่เปิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2475

รัชกาลที่ 1 คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 (ค.ศ. 1782) แล้ว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ย้ายราชธานี จากกรุงธนบุรีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาสร้างกรุงรัตนโกสินทร์และ พระบรมมหาราชวัง วันที่ 6 เมษายน ยังเป็นวันจักรีมาจนถึงปัจจุบัน

บทความนี้รวบรวมเรื่องราวจากเอกสารของหน่วยราชการในพระองค์และกรมศิลปากรเป็นหลัก ทั้งเหตุการณ์ก่อนขึ้นครองราชย์ การสร้างพระนคร พระราชนิพนธ์ และเรื่องใน พระราชวงศ์ ตามที่บันทึกไว้ จุดที่เอกสารราชการระบุวันที่ไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบพร้อมบอกแหล่ง

รัชกาลที่ 1: ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

  • พระนามเดิม: ทองด้วง ตามที่กรมศิลปากรอ้างจากหนังสือราชสกุลวงศ์
  • เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2279 (ค.ศ. 1737)
  • พระบรมราชชนก: พระอักษรสุนทรศาสตร์ (ทองดี) ภายหลังสถาปนาเป็น สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ส่วน พระบรมราชชนนี คือ พระอัครชายา (หยก)
  • ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ขณะ พระชนมพรรษา 46 พรรษา
  • เสด็จดำรงราชสมบัติ 28 ปี และ มีพระราชโอรส-ธิดา 42 พระองค์ ตามหนังสือราชสกุลวงศ์
  • เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2352 พระชนมพรรษา 73 พรรษา
พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เขียนขึ้นภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 5
พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่จัดแสดงใน พระบรมมหาราชวัง เขียนขึ้นภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 5 ภาพ: ไม่ทราบผู้วาด / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

หอศิลป กรมศิลปากร อธิบายว่า พระบรมสาทิสลักษณ์ รัชกาลที่ 1 – 3 ที่เขียนในสมัยรัชกาลที่ 5 จิตรกรอาจวาดจากคำบอกเล่า เพราะไม่เคยมีโอกาสเข้าเฝ้า และอาจอาศัยประติมากรรม พระบรมรูป รัชกาลที่ 1 – 3 ที่ปราสาทพระเทพบิดรเป็นแบบในการศึกษาเทียบเคียง

หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า นับจากวันที่ เสด็จพระราชสมภพ ถึงวันที่ เสด็จสวรรคต รวม 26,469 วัน ตัวเลขนี้คือที่มาของ พระราชพิธีสมมงคล ใน พ.ศ. 2568 ที่เล่าไว้ในหัวข้อมรดกด้านล่าง อีกบทความหนึ่งของกรมศิลปากร ระบุบรรดาศักดิ์ของ พระบรมราชชนก ว่าพระพินิจอักษร (ทองดี) และระบุนามของ พระบรมราชชนนี ว่าดาวเรือง โดยบอกว่าบางเอกสารกล่าวว่าชื่อหยก

รัชกาลที่ 1 ก่อนขึ้นครองราชย์: จากราชบุรีถึงกรุงธนบุรี

สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี บันทึกว่า รัชกาลที่ 1 เคยดำรงตำแหน่งหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรีในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และในเวลาต่อมาเมืองราชบุรีเป็นเมืองหน้าด่านที่ทัพหลวงยกมาตั้งรับศึกพม่าหลายครั้ง ครั้งสำคัญที่สุดคือสงครามเก้าทัพ ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ซึ่งใช้อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า จัดแสดง พระบรมรูป ครึ่งองค์ของรัชกาลที่ 1

พระบรมรูป ครึ่งองค์ของรัชกาลที่ 1 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2560
พระบรมรูป ครึ่งองค์ของรัชกาลที่ 1 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2560 ภาพ: Iudexvivorum / Wikimedia Commons (CC0)

ในสมัยกรุงธนบุรี เอกสารของหน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่เรียบร้อยในอาณาจักรล้านช้าง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้รับพระบรมราชโองการให้เสด็จพระราชดำเนินนำทัพไปปราบปราม เมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว จึงได้ ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตจากนครเวียงจันทน์มายังกรุงธนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2321

6 เมษายน 2325: วันที่รัชกาลที่ 1 ขึ้นครองราชย์

ปลายสมัยกรุงธนบุรีเกิดจลาจลขึ้นในพระนคร ขณะที่ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก อยู่ในราชการทัพที่เขมร หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าวันที่ 6 เมษายน เป็นดิถีคล้ายวันที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จพระราชดำเนินกลับจากราชการทัพถึงพระนคร และ ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ. 2325

ภาพจิตรกรรมฝีมือนายขำ เขียนเมื่อ พ.ศ. 2430 เล่าเหตุการณ์จลาจลในกรุงธนบุรีและการยกทัพกลับจากเขมร
ภาพจิตรกรรมฝีมือนายขำ รูปที่ 72 เขียนเมื่อ พ.ศ. 2430 เล่าเหตุการณ์จลาจลในกรุงธนบุรีและการยกทัพกลับจากเขมร ภาพ: นายขำ / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

เอกสารราชการให้วันที่ในช่วงนี้ไว้สองวัน หนังสือราชสกุลวงศ์ที่กรมศิลปากรอ้างระบุว่า เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติวันที่ 10 มิถุนายน 2325 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ก็ระบุวันปราบดาภิเษกเป็นวันที่ 10 มิถุนายน 2325 เช่นกัน ขณะที่หน้าข้อมูล พระบรมมหาราชวัง ของหน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า ทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษก ในวันที่ 13 มิถุนายน 2325 ดังหัวข้อถัดไป ส่วนวันที่ 6 เมษายน เป็นวัน ถวายบังคมพระบรมรูป ประจำปีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 ดังเล่าไว้ในหัวข้อวันจักรี

หน่วยราชการในพระองค์บันทึกด้วยว่า เมื่อ เสด็จผ่านไอศูรย์ราชสมบัติปราบดาภิเษก เป็นพระปฐมบรมกษัตริย์ราชจักรีวงศ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ใน พ.ศ. 2325 นั้น พระชนมพรรษา 46 พรรษา ต่อมาเมื่อสร้างพระนครแล้ว กรมศิลปากร บันทึกว่า โปรดให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2

ภาพจิตรกรรมบนเพดานโดม ผลงานของ Galileo Chini ราว พ.ศ. 2454 เล่าเหตุการณ์การยกทัพกลับจากเขมร
ภาพจิตรกรรมบนเพดานโดม ผลงานของ Galileo Chini ราว พ.ศ. 2454 ใน พระราชวังดุสิต เล่าเหตุการณ์การยกทัพกลับจากเขมร พ.ศ. 2325 ภาพ: Galileo Chini / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

รัชกาลที่ 1 ย้ายราชธานีมาฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

หน้าข้อมูลการเยี่ยมชม พระบรมมหาราชวัง ของหน่วยราชการในพระองค์ อธิบายเหตุผลของการย้ายราชธานีไว้สองข้อ ข้อแรก กรุงธนบุรีมีลำน้ำผ่านกลางเมือง ที่เรียกว่าเมืองอกแตก ข้าศึกรุกรานได้ง่าย ข้อสอง พระราชวังกรุงธนบุรี มีวัดขนาบสองด้าน คือวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) และวัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลกยาราม) ทำให้ไม่สามารถขยายพระราชวังให้ยิ่งใหญ่เหมือนพระราชวังเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาได้

พื้นที่ฝั่งตะวันออกเดิมเป็นที่อยู่ของชาวจีนภายใต้การดูแลของพระยาราชาเศรษฐี ชาวจีนกลุ่มนี้ย้ายไปตั้งหลักแหล่งใหม่ระหว่างคลองวัดสามปลื้มถึงคลองวัดสามเพ็ง บริเวณที่ปัจจุบันคือเยาวราช แม่กองในการก่อสร้าง คือ พระยาธรรมาธิกรณ์และพระยาวิจิตรนาวี

วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325 เวลา 6 นาฬิกา 24 นาที อันเป็นมงคลฤกษ์ เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจากพระราชวังกรุงธนบุรี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังพระบรมมหาราชวัง ทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษก และเฉลิมพระราชมณเฑียร เมื่อแรกสร้าง พระบรมมหาราชวัง มีเนื้อที่ 132 ไร่ ต่อมาในรัชกาลที่ 2 ขยายเขตด้านทิศใต้อีก 20 ไร่ 2 งาน รวม 152 ไร่ 2 งาน แบ่งเป็นเขตชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน

21 เมษายน 2325: ยกเสาหลักเมืองและนามกรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระบุว่าพระฤกษ์ยกเสาหลักเมืองของพระนครใหม่ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 06.54 น. วันนี้จึงนับเป็นวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ จากนั้น พระราชทานนาม พระนครใหม่ว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"

ในรัชกาลที่ 4 มีการเปลี่ยนคำว่า "บวรรัตนโกสินทร์" เป็น "อมรรัตนโกสินทร์" ซึ่งยังใช้อยู่ทุกวันนี้ กรมศิลปากรแปลความหมายไว้ตอนหนึ่งว่า "พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร อันเป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครสามารถรบชนะ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้ว 9 ประการ..."

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2565
ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร มุมจากถนนฝั่งตรงข้าม ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2565 ภาพ: กสิณธร ราชโอรส / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

รัชกาลที่ 1 กับพระแก้วมรกตและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

หลังย้ายราชธานี โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างวัดไว้ในพระราชฐาน สำหรับประดิษฐานพระแก้วมรกต พระพุทธรูปปางสมาธิที่แกะจากมณีสีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 48.3 เซนติเมตร สูง 66 เซนติเมตร หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าได้อัญเชิญพระแก้วมรกตข้ามฟากจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันจันทร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2327 (ค.ศ. 1784)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระราชทานนามพระแก้วมรกตใหม่ว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และ มีพระราชศรัทธาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูร้อนและเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน ถวายเป็นพุทธบูชา จึงเป็น ราชประเพณีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรปีละ 2 ฤดู แต่นั้นมา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาว ถวายเป็นพุทธบูชาอีกสำรับหนึ่ง

ใน พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่งานพระแสงต้น กองพระราชพิธี ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระแสงดาบคาบค่าย ซึ่งเป็นพระแสงที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น เป็นของที่สืบทอดจากรัชกาลที่ 1 มาใช้ในพิธีจนปัจจุบัน

พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มุมด้านข้าง ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2561
พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มุมด้านข้าง ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2561 ภาพ: Christophe95 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ศึกสงครามในรัชกาลที่ 1

สามปีหลังรัชกาลที่ 1 สถาปนาพระนคร พระเจ้าปดุงแห่งพม่าเกณฑ์กำลังพลรวม 144,000 นาย จัดเป็น 9 ทัพ ยกเข้ามาพร้อมกัน 5 เส้นทาง ทั้งทางบกและทางเรือ ตามที่หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เรียบเรียงไว้ จึงเรียกกันว่าสงครามเก้าทัพ บทความของกรมศิลปากร ระบุลำดับศึกสำคัญในรัชกาลที่ 1 ไว้ ได้แก่

  • สงครามเก้าทัพที่ตำบลลาดหญ้า พ.ศ. 2328
  • สงครามขับไล่พม่าที่ท่าดินแดง พ.ศ. 2329
  • สงครามตีเมืองทวาย พ.ศ. 2330
  • สงครามขับไล่พม่าที่เมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2338

รัชกาลที่ 1 กับกฎหมายตราสามดวง พ.ศ. 2347

งานด้านกฎหมายที่สำคัญของรัชกาลที่ 1 คือการรวบรวมประมวลกฎหมาย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กรมศิลปากร อธิบายว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ชำระกฎหมายเก่าที่มีมาแต่โบราณ แล้วรวบรวมเป็นประมวลกฎหมายเมื่อ พ.ศ. 2347 โดยประทับดวงตราพระราชสีห์ พระคชสีห์ และบัวแก้ว ไว้เป็นสำคัญ จึงเรียกว่า กฎหมายตราสามดวง ตราพระราชสีห์ ประจำตำแหน่งกรมมหาดไทย ตราพระคชสีห์ ประจำตำแหน่งกรมพระกลาโหม และตราบัวแก้ว ประจำตำแหน่งกรมพระคลัง

ประมวลกฎหมายชุดนี้ลงศักราช 1166 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2347 และเก็บบทพระอัยการเก่าบางบทที่ลงศักราชย้อนไปถึง พ.ศ. 1899 บทความเดียวกันของกรมศิลปากรจึงใช้บทพระอัยการในกฎหมายตราสามดวงเป็นหลักฐานศึกษาชื่อเมืองชากังราวในสมัยอยุธยา

พระราชนิพนธ์ และงานศิลปะในรัชกาลที่ 1

ด้านวรรณกรรม หน่วยงานของกรมศิลปากรเผยแพร่ บทละครเรื่องรามเกียรติ์ และบทละครเรื่องอิเหนา ซึ่งเป็น พระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 1 ส่วนสมุดไทยรามเกียรติ์ บทละครในรัชกาลที่ 1 เป็นหนึ่งในเอกสารที่นำออกจัดแสดงในนิทรรศการ "เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม" ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อ พ.ศ. 2567

อีกเรื่องหนึ่งคือ "กลอนเพลงยาวนิราศเรื่องรบพม่าที่ท่าดินแดง" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อคราวที่ เสด็จไปรับศึกพม่าที่กาญจนบุรีปลาย พ.ศ. 2329 ทรงกล่าวถึง สถานที่ต่าง ๆ ตามเส้นทาง เช่น ท่าราบ และย่านเจ็ดเสมียน ดังบทที่กรมศิลปากรยกมาว่า

"...ถึงท่าราบเหมือนที่ทาบทรวงถวิล ยิ่งโดยดิ้นโหยหวนครวญกระสัน ด้วยได้ทุกข์ฉุกใจมาหลายวัน จนบรรลุเจ็ดเสมียนตำบลมา..."

ปกหนังสือรบพม่าที่ท่าดินแดง ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2464
ปกหนังสือรบพม่าที่ท่าดินแดง ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2464 ภาพ: ไม่ทราบผู้จัดทำ / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก็เริ่มในรัชกาลที่ 1 หน่วยราชการในพระองค์ ระบุว่า ครั้งแรกเขียนขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมามีการเขียนซ่อมหลายครั้ง ภาพที่เห็นปัจจุบันเป็นการเขียนซ่อมในสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีทั้งหมด 178 ห้องภาพ

จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ห้องที่ 60 ที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ห้องที่ 60 ที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์

ครอบครัวของรัชกาลที่ 1 ตามบันทึกทางการ

หน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า ตามธรรมเนียมราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาล เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงรับราชสมบัติ บรมราชาภิเษกแล้ว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชบุพการีดำรงพระอิสริยศักดิ์สูงขึ้น ในรัชกาลที่ 1 พระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีสิ้นพระชนม์ไปก่อนแล้ว จึง ทรงสถาปนาพระบรมอัฐิขึ้นไปเป็น "พระปฐมบรมมหาชนก"

นอกจากนี้ยัง สถาปนาพระพี่นางสองพระองค์ ซึ่งดำรงพระชนม์อยู่ ให้มีเกียรติยศสูงยิ่ง พระพี่นางพระองค์ใหญ่ เป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และ พระพี่นางพระองค์น้อย เป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์ ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินี ในรัชกาลที่ 1 ส่วนหนังสือราชสกุลวงศ์ระบุว่า มีพระราชโอรส-ธิดา 42 พระองค์

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในรัชกาลที่ 1

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
20 มี.ค. 2279 (1737) เสด็จพระราชสมภพ
ปลายสมัยอยุธยา เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี
2321 อัญเชิญพระแก้วมรกตจากเวียงจันทน์มากรุงธนบุรี
6 เม.ย. 2325 (1782) เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อมาเป็นวันจักรี
21 เม.ย. 2325 (1782) ยกเสาหลักเมือง วันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
10 มิ.ย. 2325 (1782) วันปราบดาภิเษกตามราชสกุลวงศ์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
13 มิ.ย. 2325 (1782) ข้ามแม่น้ำมายัง พระบรมมหาราชวัง ตามมงคลฤกษ์ และ ทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษก ตามบันทึกของหน่วยราชการในพระองค์
22 มี.ค. 2327 (1784) อัญเชิญพระแก้วมรกตสู่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
2328 สงครามเก้าทัพที่ลาดหญ้า
ปลาย 2329 ศึกพม่าที่ท่าดินแดง และนิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง
2347 ชำระกฎหมายตราสามดวง
7 ก.ย. 2352 (1809) เสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา 73 พรรษา

รัชกาลที่ 1 กับที่มาของวันจักรีและปราสาทพระเทพบิดร

ในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ช่างปั้นพระบรมรูป ตามลักษณะเหมือนพระองค์จริง ทรงฉลองพระองค์แบบไทย 4 รัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4 หล่อที่โรงหล่อหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการ พระราชพิธีอัญเชิญพระบรมรูป ทั้ง 5 รัชกาลมาประดิษฐานที่ปราสาทพระเทพบิดร ในวันที่ 6 เมษายน และประกาศให้ประชาชนเข้า ถวายบังคม พระบรมรูป เป็นประจำทุกปี ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2475 พระนครครบ 150 ปี มีการสร้างปฐมบรมราชานุสรณ์ ประกอบด้วย พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก กับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราไปทรงเปิด เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2475

ปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2566
ปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2566 ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ปีถัดมาทางราชการประกาศให้วันที่ 6 เมษายน เป็น วันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ และวันหยุดราชการ กรมศิลปากร บันทึกว่าในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ ถวายพระราชสมัญญา "มหาราช" มีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และมติวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2525 ให้เรียกวันนี้ว่า วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

ภาพบันทึก

ภาพถ่ายเก่า ปฐมบรมราชานุสรณ์ในวันเปิด 6 เมษายน พ.ศ. 2475
ภาพถ่ายเก่า ปฐมบรมราชานุสรณ์ในวันเปิด 6 เมษายน พ.ศ. 2475 ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
เงินพดด้วง 1 บาท สมัยรัชกาลที่ 1 ตราจักรกับตรีศูลและบัวอุณาโลม ตามป้ายที่จัดแสดง
เงินพดด้วง 1 บาท สมัยรัชกาลที่ 1 ตราจักรกับตรีศูลและบัวอุณาโลม ตามป้ายที่จัดแสดง ภาพ: Tanakorn Srichaisuphakit / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ภาพข่าวพระราชกรณียกิจ วันที่ 14 มกราคม 2568 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
ภาพข่าวพระราชกรณียกิจ วันที่ 14 มกราคม 2568 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

  • พระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ยังใช้ประกอบ พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทั้ง 3 ฤดู อ่านต่อใน ประวัติ พระบรมมหาราชวัง
  • ศาลหลักเมืองและวันที่ 21 เมษายน ยังเป็นหมุดหมายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
  • วันจักรี 6 เมษายน เวลา 16 นาฬิกา 30 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระราชวังดุสิตไปยังปฐมบรมราชานุสรณ์ ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ ทรงพระดำเนินไปยังปราสาทพระเทพบิดร ส่วนประชาชน เข้าถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร ได้ตั้งแต่ 8 นาฬิกา ถึง 17 นาฬิกา
  • พระราชพิธีสมมงคล หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่าในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีสมมงคล พระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2543 และในรัชกาลปัจจุบันมี พระราชพิธีสมมงคล อีกครั้งเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
  • วรรณกรรมและกฎหมาย บทละครเรื่องรามเกียรติ์ บทละครเรื่องอิเหนา นิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง และกฎหมายตราสามดวง ยังมีฉบับพิมพ์และต้นฉบับในความดูแลของกรมศิลปากร

เรื่องของรัชกาลต่อมาอ่านได้ที่รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และบทความอื่นในหมวด ราชวงศ์จักรี

คำถามที่พบบ่อย

รัชกาลที่ 1 คือใคร?

รัชกาลที่ 1 คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2279 ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2352

ทำไมวันที่ 6 เมษายน จึงเป็นวันจักรี?

เพราะเป็นดิถีคล้ายวันที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จพระราชดำเนินกลับจากราชการทัพถึงพระนคร และทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ. 2325 ปัจจุบันเรียกว่า วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

พระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อไร?

หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าได้อัญเชิญพระแก้วมรกตข้ามฟากจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันจันทร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2327 แล้ว พระราชทานนามพระแก้วมรกตใหม่ว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พร้อมทั้ง มีพระราชศรัทธาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูร้อนและเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน

รัชกาลที่ 1 มี พระราชนิพนธ์ เรื่องใดบ้าง?

กรมศิลปากรระบุถึงบทละครเรื่องรามเกียรติ์และบทละครเรื่องอิเหนา ซึ่งเป็น พระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 1 และกลอนเพลงยาวนิราศเรื่องรบพม่าที่ท่าดินแดง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อคราวที่ เสด็จไปรับศึกพม่าที่กาญจนบุรีปลาย พ.ศ. 2329

รัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคต เมื่อไร และครองราชย์กี่ปี?

รัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2352 หนังสือราชสกุลวงศ์ที่กรมศิลปากรอ้างระบุว่ารัชกาลที่ 1 เสด็จดำรงราชสมบัติ 28 ปี พระชนมพรรษา 73 พรรษา ส่วนหน่วยราชการในพระองค์นับรวมได้ 26,469 วันนับจากวันที่ เสด็จพระราชสมภพ

แหล่งอ้างอิง

  1. วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ — หน่วยราชการในพระองค์
  2. พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช 2568 — หน่วยราชการในพระองค์
  3. พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร — หน่วยราชการในพระองค์
  4. พระโสทรเชษฐภคินี — หน่วยราชการในพระองค์
  5. 50Royalinmemory ๒๐ มีนาคม ๒๒๗๙ วันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) — กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ กรมศิลปากร
  6. เจ็ดเสมียน — กรมศิลปากร
  7. พระบรมมหาราชวัง (ข้อมูลการเยี่ยมชม) — หน่วยราชการในพระองค์
  8. ๖ เมษายน วันจักรี — กรมศิลปากร
  9. เมืองชากังราวในกฎหมายตราสามดวงสมัยอยุธยา — อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กรมศิลปากร
  10. พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรมศิลปากร

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
จีน62กรุงเทพฯ80
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ