รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้สร้างกรุงรัตนโกสินทร์
ประวัติรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2279–2352 จากกรุงธนบุรีสู่การสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระราชนิพนธ์ และวันจักรี 6 เมษายน
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- รัชกาลที่ 1 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2279 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2352 รวม 26,469 วัน ตามที่หน่วยราชการในพระองค์ระบุ
- วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อมาวันนี้เป็นวันจักรี ส่วนหนังสือราชสกุลวงศ์ที่กรมศิลปากรอ้างระบุว่า เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติวันที่ 10 มิถุนายน 2325
- วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2327 อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ พระราชทานนามพระแก้วมรกตใหม่ว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
- หนังสือราชสกุลวงศ์ระบุว่ารัชกาลที่ 1 เสด็จดำรงราชสมบัติ 28 ปี มีพระราชโอรส-ธิดา 42 พระองค์
- มรดกที่ยังเห็นได้วันนี้ ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศาลหลักเมือง จิตรกรรมรามเกียรติ์ และปฐมบรมราชานุสรณ์ที่เปิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2475
รัชกาลที่ 1 คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 (ค.ศ. 1782) แล้ว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ย้ายราชธานี จากกรุงธนบุรีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาสร้างกรุงรัตนโกสินทร์และ พระบรมมหาราชวัง วันที่ 6 เมษายน ยังเป็นวันจักรีมาจนถึงปัจจุบัน
บทความนี้รวบรวมเรื่องราวจากเอกสารของหน่วยราชการในพระองค์และกรมศิลปากรเป็นหลัก ทั้งเหตุการณ์ก่อนขึ้นครองราชย์ การสร้างพระนคร พระราชนิพนธ์ และเรื่องใน พระราชวงศ์ ตามที่บันทึกไว้ จุดที่เอกสารราชการระบุวันที่ไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบพร้อมบอกแหล่ง
รัชกาลที่ 1: ข้อมูลสำคัญโดยสรุป
- พระนามเดิม: ทองด้วง ตามที่กรมศิลปากรอ้างจากหนังสือราชสกุลวงศ์
- เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2279 (ค.ศ. 1737)
- พระบรมราชชนก: พระอักษรสุนทรศาสตร์ (ทองดี) ภายหลังสถาปนาเป็น สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ส่วน พระบรมราชชนนี คือ พระอัครชายา (หยก)
- ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ขณะ พระชนมพรรษา 46 พรรษา
- เสด็จดำรงราชสมบัติ 28 ปี และ มีพระราชโอรส-ธิดา 42 พระองค์ ตามหนังสือราชสกุลวงศ์
- เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2352 พระชนมพรรษา 73 พรรษา

หอศิลป กรมศิลปากร อธิบายว่า พระบรมสาทิสลักษณ์ รัชกาลที่ 1 – 3 ที่เขียนในสมัยรัชกาลที่ 5 จิตรกรอาจวาดจากคำบอกเล่า เพราะไม่เคยมีโอกาสเข้าเฝ้า และอาจอาศัยประติมากรรม พระบรมรูป รัชกาลที่ 1 – 3 ที่ปราสาทพระเทพบิดรเป็นแบบในการศึกษาเทียบเคียง
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า นับจากวันที่ เสด็จพระราชสมภพ ถึงวันที่ เสด็จสวรรคต รวม 26,469 วัน ตัวเลขนี้คือที่มาของ พระราชพิธีสมมงคล ใน พ.ศ. 2568 ที่เล่าไว้ในหัวข้อมรดกด้านล่าง อีกบทความหนึ่งของกรมศิลปากร ระบุบรรดาศักดิ์ของ พระบรมราชชนก ว่าพระพินิจอักษร (ทองดี) และระบุนามของ พระบรมราชชนนี ว่าดาวเรือง โดยบอกว่าบางเอกสารกล่าวว่าชื่อหยก
รัชกาลที่ 1 ก่อนขึ้นครองราชย์: จากราชบุรีถึงกรุงธนบุรี
สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี บันทึกว่า รัชกาลที่ 1 เคยดำรงตำแหน่งหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรีในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และในเวลาต่อมาเมืองราชบุรีเป็นเมืองหน้าด่านที่ทัพหลวงยกมาตั้งรับศึกพม่าหลายครั้ง ครั้งสำคัญที่สุดคือสงครามเก้าทัพ ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ซึ่งใช้อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า จัดแสดง พระบรมรูป ครึ่งองค์ของรัชกาลที่ 1

ในสมัยกรุงธนบุรี เอกสารของหน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่เรียบร้อยในอาณาจักรล้านช้าง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้รับพระบรมราชโองการให้เสด็จพระราชดำเนินนำทัพไปปราบปราม เมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว จึงได้ ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตจากนครเวียงจันทน์มายังกรุงธนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2321
6 เมษายน 2325: วันที่รัชกาลที่ 1 ขึ้นครองราชย์
ปลายสมัยกรุงธนบุรีเกิดจลาจลขึ้นในพระนคร ขณะที่ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก อยู่ในราชการทัพที่เขมร หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าวันที่ 6 เมษายน เป็นดิถีคล้ายวันที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จพระราชดำเนินกลับจากราชการทัพถึงพระนคร และ ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ. 2325

เอกสารราชการให้วันที่ในช่วงนี้ไว้สองวัน หนังสือราชสกุลวงศ์ที่กรมศิลปากรอ้างระบุว่า เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติวันที่ 10 มิถุนายน 2325 และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ก็ระบุวันปราบดาภิเษกเป็นวันที่ 10 มิถุนายน 2325 เช่นกัน ขณะที่หน้าข้อมูล พระบรมมหาราชวัง ของหน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า ทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษก ในวันที่ 13 มิถุนายน 2325 ดังหัวข้อถัดไป ส่วนวันที่ 6 เมษายน เป็นวัน ถวายบังคมพระบรมรูป ประจำปีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 ดังเล่าไว้ในหัวข้อวันจักรี
หน่วยราชการในพระองค์บันทึกด้วยว่า เมื่อ เสด็จผ่านไอศูรย์ราชสมบัติปราบดาภิเษก เป็นพระปฐมบรมกษัตริย์ราชจักรีวงศ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ใน พ.ศ. 2325 นั้น พระชนมพรรษา 46 พรรษา ต่อมาเมื่อสร้างพระนครแล้ว กรมศิลปากร บันทึกว่า โปรดให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2

รัชกาลที่ 1 ย้ายราชธานีมาฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา
หน้าข้อมูลการเยี่ยมชม พระบรมมหาราชวัง ของหน่วยราชการในพระองค์ อธิบายเหตุผลของการย้ายราชธานีไว้สองข้อ ข้อแรก กรุงธนบุรีมีลำน้ำผ่านกลางเมือง ที่เรียกว่าเมืองอกแตก ข้าศึกรุกรานได้ง่าย ข้อสอง พระราชวังกรุงธนบุรี มีวัดขนาบสองด้าน คือวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) และวัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลกยาราม) ทำให้ไม่สามารถขยายพระราชวังให้ยิ่งใหญ่เหมือนพระราชวังเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาได้
พื้นที่ฝั่งตะวันออกเดิมเป็นที่อยู่ของชาวจีนภายใต้การดูแลของพระยาราชาเศรษฐี ชาวจีนกลุ่มนี้ย้ายไปตั้งหลักแหล่งใหม่ระหว่างคลองวัดสามปลื้มถึงคลองวัดสามเพ็ง บริเวณที่ปัจจุบันคือเยาวราช แม่กองในการก่อสร้าง คือ พระยาธรรมาธิกรณ์และพระยาวิจิตรนาวี
วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325 เวลา 6 นาฬิกา 24 นาที อันเป็นมงคลฤกษ์ เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจากพระราชวังกรุงธนบุรี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามายังพระบรมมหาราชวัง ทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษก และเฉลิมพระราชมณเฑียร เมื่อแรกสร้าง พระบรมมหาราชวัง มีเนื้อที่ 132 ไร่ ต่อมาในรัชกาลที่ 2 ขยายเขตด้านทิศใต้อีก 20 ไร่ 2 งาน รวม 152 ไร่ 2 งาน แบ่งเป็นเขตชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน
21 เมษายน 2325: ยกเสาหลักเมืองและนามกรุงเทพมหานคร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระบุว่าพระฤกษ์ยกเสาหลักเมืองของพระนครใหม่ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 06.54 น. วันนี้จึงนับเป็นวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ จากนั้น พระราชทานนาม พระนครใหม่ว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"
ในรัชกาลที่ 4 มีการเปลี่ยนคำว่า "บวรรัตนโกสินทร์" เป็น "อมรรัตนโกสินทร์" ซึ่งยังใช้อยู่ทุกวันนี้ กรมศิลปากรแปลความหมายไว้ตอนหนึ่งว่า "พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร อันเป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครสามารถรบชนะ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้ว 9 ประการ..."

รัชกาลที่ 1 กับพระแก้วมรกตและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
หลังย้ายราชธานี โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างวัดไว้ในพระราชฐาน สำหรับประดิษฐานพระแก้วมรกต พระพุทธรูปปางสมาธิที่แกะจากมณีสีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 48.3 เซนติเมตร สูง 66 เซนติเมตร หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าได้อัญเชิญพระแก้วมรกตข้ามฟากจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันจันทร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2327 (ค.ศ. 1784)
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระราชทานนามพระแก้วมรกตใหม่ว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และ มีพระราชศรัทธาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูร้อนและเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน ถวายเป็นพุทธบูชา จึงเป็น ราชประเพณีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรปีละ 2 ฤดู แต่นั้นมา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาว ถวายเป็นพุทธบูชาอีกสำรับหนึ่ง
ใน พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่งานพระแสงต้น กองพระราชพิธี ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระแสงดาบคาบค่าย ซึ่งเป็นพระแสงที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น เป็นของที่สืบทอดจากรัชกาลที่ 1 มาใช้ในพิธีจนปัจจุบัน

ศึกสงครามในรัชกาลที่ 1
สามปีหลังรัชกาลที่ 1 สถาปนาพระนคร พระเจ้าปดุงแห่งพม่าเกณฑ์กำลังพลรวม 144,000 นาย จัดเป็น 9 ทัพ ยกเข้ามาพร้อมกัน 5 เส้นทาง ทั้งทางบกและทางเรือ ตามที่หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เรียบเรียงไว้ จึงเรียกกันว่าสงครามเก้าทัพ บทความของกรมศิลปากร ระบุลำดับศึกสำคัญในรัชกาลที่ 1 ไว้ ได้แก่
- สงครามเก้าทัพที่ตำบลลาดหญ้า พ.ศ. 2328
- สงครามขับไล่พม่าที่ท่าดินแดง พ.ศ. 2329
- สงครามตีเมืองทวาย พ.ศ. 2330
- สงครามขับไล่พม่าที่เมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2338
รัชกาลที่ 1 กับกฎหมายตราสามดวง พ.ศ. 2347
งานด้านกฎหมายที่สำคัญของรัชกาลที่ 1 คือการรวบรวมประมวลกฎหมาย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กรมศิลปากร อธิบายว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ชำระกฎหมายเก่าที่มีมาแต่โบราณ แล้วรวบรวมเป็นประมวลกฎหมายเมื่อ พ.ศ. 2347 โดยประทับดวงตราพระราชสีห์ พระคชสีห์ และบัวแก้ว ไว้เป็นสำคัญ จึงเรียกว่า กฎหมายตราสามดวง ตราพระราชสีห์ ประจำตำแหน่งกรมมหาดไทย ตราพระคชสีห์ ประจำตำแหน่งกรมพระกลาโหม และตราบัวแก้ว ประจำตำแหน่งกรมพระคลัง
ประมวลกฎหมายชุดนี้ลงศักราช 1166 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2347 และเก็บบทพระอัยการเก่าบางบทที่ลงศักราชย้อนไปถึง พ.ศ. 1899 บทความเดียวกันของกรมศิลปากรจึงใช้บทพระอัยการในกฎหมายตราสามดวงเป็นหลักฐานศึกษาชื่อเมืองชากังราวในสมัยอยุธยา
พระราชนิพนธ์ และงานศิลปะในรัชกาลที่ 1
ด้านวรรณกรรม หน่วยงานของกรมศิลปากรเผยแพร่ บทละครเรื่องรามเกียรติ์ และบทละครเรื่องอิเหนา ซึ่งเป็น พระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 1 ส่วนสมุดไทยรามเกียรติ์ บทละครในรัชกาลที่ 1 เป็นหนึ่งในเอกสารที่นำออกจัดแสดงในนิทรรศการ "เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม" ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อ พ.ศ. 2567
อีกเรื่องหนึ่งคือ "กลอนเพลงยาวนิราศเรื่องรบพม่าที่ท่าดินแดง" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อคราวที่ เสด็จไปรับศึกพม่าที่กาญจนบุรีปลาย พ.ศ. 2329 ทรงกล่าวถึง สถานที่ต่าง ๆ ตามเส้นทาง เช่น ท่าราบ และย่านเจ็ดเสมียน ดังบทที่กรมศิลปากรยกมาว่า
"...ถึงท่าราบเหมือนที่ทาบทรวงถวิล ยิ่งโดยดิ้นโหยหวนครวญกระสัน ด้วยได้ทุกข์ฉุกใจมาหลายวัน จนบรรลุเจ็ดเสมียนตำบลมา..."

จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก็เริ่มในรัชกาลที่ 1 หน่วยราชการในพระองค์ ระบุว่า ครั้งแรกเขียนขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมามีการเขียนซ่อมหลายครั้ง ภาพที่เห็นปัจจุบันเป็นการเขียนซ่อมในสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีทั้งหมด 178 ห้องภาพ

ครอบครัวของรัชกาลที่ 1 ตามบันทึกทางการ
หน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า ตามธรรมเนียมราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาล เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงรับราชสมบัติ บรมราชาภิเษกแล้ว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชบุพการีดำรงพระอิสริยศักดิ์สูงขึ้น ในรัชกาลที่ 1 พระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีสิ้นพระชนม์ไปก่อนแล้ว จึง ทรงสถาปนาพระบรมอัฐิขึ้นไปเป็น "พระปฐมบรมมหาชนก"
นอกจากนี้ยัง สถาปนาพระพี่นางสองพระองค์ ซึ่งดำรงพระชนม์อยู่ ให้มีเกียรติยศสูงยิ่ง พระพี่นางพระองค์ใหญ่ เป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี และ พระพี่นางพระองค์น้อย เป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ทั้งสองพระองค์ ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินี ในรัชกาลที่ 1 ส่วนหนังสือราชสกุลวงศ์ระบุว่า มีพระราชโอรส-ธิดา 42 พระองค์
ลำดับเหตุการณ์สำคัญในรัชกาลที่ 1
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 20 มี.ค. 2279 (1737) | เสด็จพระราชสมภพ |
| ปลายสมัยอยุธยา | เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี |
| 2321 | อัญเชิญพระแก้วมรกตจากเวียงจันทน์มากรุงธนบุรี |
| 6 เม.ย. 2325 (1782) | เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อมาเป็นวันจักรี |
| 21 เม.ย. 2325 (1782) | ยกเสาหลักเมือง วันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ |
| 10 มิ.ย. 2325 (1782) | วันปราบดาภิเษกตามราชสกุลวงศ์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี |
| 13 มิ.ย. 2325 (1782) | ข้ามแม่น้ำมายัง พระบรมมหาราชวัง ตามมงคลฤกษ์ และ ทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษก ตามบันทึกของหน่วยราชการในพระองค์ |
| 22 มี.ค. 2327 (1784) | อัญเชิญพระแก้วมรกตสู่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม |
| 2328 | สงครามเก้าทัพที่ลาดหญ้า |
| ปลาย 2329 | ศึกพม่าที่ท่าดินแดง และนิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง |
| 2347 | ชำระกฎหมายตราสามดวง |
| 7 ก.ย. 2352 (1809) | เสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา 73 พรรษา |
รัชกาลที่ 1 กับที่มาของวันจักรีและปราสาทพระเทพบิดร
ในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ช่างปั้นพระบรมรูป ตามลักษณะเหมือนพระองค์จริง ทรงฉลองพระองค์แบบไทย 4 รัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4 หล่อที่โรงหล่อหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการ พระราชพิธีอัญเชิญพระบรมรูป ทั้ง 5 รัชกาลมาประดิษฐานที่ปราสาทพระเทพบิดร ในวันที่ 6 เมษายน และประกาศให้ประชาชนเข้า ถวายบังคม พระบรมรูป เป็นประจำทุกปี ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2475 พระนครครบ 150 ปี มีการสร้างปฐมบรมราชานุสรณ์ ประกอบด้วย พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก กับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราไปทรงเปิด เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2475

ปีถัดมาทางราชการประกาศให้วันที่ 6 เมษายน เป็น วันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ และวันหยุดราชการ กรมศิลปากร บันทึกว่าในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ ถวายพระราชสมัญญา "มหาราช" มีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และมติวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2525 ให้เรียกวันนี้ว่า วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์
ภาพบันทึก



มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- พระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ยังใช้ประกอบ พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทั้ง 3 ฤดู อ่านต่อใน ประวัติ พระบรมมหาราชวัง
- ศาลหลักเมืองและวันที่ 21 เมษายน ยังเป็นหมุดหมายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
- วันจักรี 6 เมษายน เวลา 16 นาฬิกา 30 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระราชวังดุสิตไปยังปฐมบรมราชานุสรณ์ ทรงวางพุ่มดอกไม้ แล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ ทรงพระดำเนินไปยังปราสาทพระเทพบิดร ส่วนประชาชน เข้าถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร ได้ตั้งแต่ 8 นาฬิกา ถึง 17 นาฬิกา
- พระราชพิธีสมมงคล หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่าในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีสมมงคล พระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2543 และในรัชกาลปัจจุบันมี พระราชพิธีสมมงคล อีกครั้งเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
- วรรณกรรมและกฎหมาย บทละครเรื่องรามเกียรติ์ บทละครเรื่องอิเหนา นิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง และกฎหมายตราสามดวง ยังมีฉบับพิมพ์และต้นฉบับในความดูแลของกรมศิลปากร
เรื่องของรัชกาลต่อมาอ่านได้ที่รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และบทความอื่นในหมวด ราชวงศ์จักรี
คำถามที่พบบ่อย
รัชกาลที่ 1 คือใคร?
รัชกาลที่ 1 คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2279 ทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2352
ทำไมวันที่ 6 เมษายน จึงเป็นวันจักรี?
เพราะเป็นดิถีคล้ายวันที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จพระราชดำเนินกลับจากราชการทัพถึงพระนคร และทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อ พ.ศ. 2325 ปัจจุบันเรียกว่า วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์
พระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อไร?
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าได้อัญเชิญพระแก้วมรกตข้ามฟากจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันจันทร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2327 แล้ว พระราชทานนามพระแก้วมรกตใหม่ว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พร้อมทั้ง มีพระราชศรัทธาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูร้อนและเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน
รัชกาลที่ 1 มี พระราชนิพนธ์ เรื่องใดบ้าง?
กรมศิลปากรระบุถึงบทละครเรื่องรามเกียรติ์และบทละครเรื่องอิเหนา ซึ่งเป็น พระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ 1 และกลอนเพลงยาวนิราศเรื่องรบพม่าที่ท่าดินแดง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อคราวที่ เสด็จไปรับศึกพม่าที่กาญจนบุรีปลาย พ.ศ. 2329
รัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคต เมื่อไร และครองราชย์กี่ปี?
รัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2352 หนังสือราชสกุลวงศ์ที่กรมศิลปากรอ้างระบุว่ารัชกาลที่ 1 เสด็จดำรงราชสมบัติ 28 ปี พระชนมพรรษา 73 พรรษา ส่วนหน่วยราชการในพระองค์นับรวมได้ 26,469 วันนับจากวันที่ เสด็จพระราชสมภพ
แหล่งอ้างอิง
- วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช 2568 — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร — หน่วยราชการในพระองค์
- พระโสทรเชษฐภคินี — หน่วยราชการในพระองค์
- 50Royalinmemory ๒๐ มีนาคม ๒๒๗๙ วันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) — กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ กรมศิลปากร
- เจ็ดเสมียน — กรมศิลปากร
- พระบรมมหาราชวัง (ข้อมูลการเยี่ยมชม) — หน่วยราชการในพระองค์
- ๖ เมษายน วันจักรี — กรมศิลปากร
- เมืองชากังราวในกฎหมายตราสามดวงสมัยอยุธยา — อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กรมศิลปากร
- พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรมศิลปากร
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- จีน62กรุงเทพฯ80
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ