รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว: 27 ปีในสมณเพศ ดาราศาสตร์ และพระนครคีรี
รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผนวช 27 ปีก่อนครองราชย์ พ.ศ. 2394 ราชกิจจานุเบกษา พระนครคีรี และสุริยุปราคาหว้ากอ 18 สิงหาคม 2411
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 17 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- รัชกาลที่ 4 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี และ ทรงผนวชอยู่ในสมณเพศเป็นเวลา 27 ปี ก่อน เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394
- หนังสือ ราชกิจจานุเบกษา ออกฉบับแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2401 และใน พ.ศ. 2402 เริ่มสร้าง พระนครคีรี ที่เพชรบุรี ซึ่งกรมศิลปากรเรียกว่า พระราชวังบนภูเขาแห่งแรกของไทย
- 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่บ้านหว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์ ตามที่ ทรงคำนวณไว้ ล่วงหน้า 2 ปี คณะรัฐมนตรีจึงให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. 2525
- รัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 สิริพระชนมายุได้ 64 พรรษา เสด็จดำรงสิริราชสมบัติ ได้ 17 พรรษา 5 เดือน 29 วัน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 (ค.ศ. 1804) ทรงผนวชอยู่ในสมณเพศเป็นเวลา 27 ปี แล้ว เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 (ค.ศ. 1851) สมัยรัชกาลที่ 4 มีราชกิจจานุเบกษาฉบับแรก มีพระนครคีรีที่เพชรบุรี และในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) ได้ เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคา เต็มดวงที่หว้ากอ ตามที่ ทรงคำนวณไว้ ล่วงหน้า 2 ปี
บทความนี้รวบรวมเรื่องของรัชกาลที่ 4 จากเอกสารของหน่วยราชการในพระองค์และกรมศิลปากร ทั้งงานแผ่นดินและด้านส่วนตัว เช่น ชีวิตในสมณเพศ การเดินทางไปหัวเมือง พระนครคีรีที่เพชรบุรี และการคำนวณสุริยุปราคา จุดใดที่เอกสารระบุไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบพร้อมบอกที่มา
รัชกาลที่ 4 คือใคร
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช รัชกาลที่ ๔ แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เป็น พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด จุลศักราช 1166
เมื่อแรก ทรงได้รับการเฉลิมพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทวาวงศ์ พงอิศรกระษัตริย์ ขัติยราชกุมาร” หน่วยราชการในพระองค์อธิบายไว้ในบทความคำว่า “ปรเมนทร์” และ “ปรมินทร์”ว่า คำว่า “จอมเกล้าฯ” มาจากคำว่า “มงกุฎ” ใน พระนาม แรกนี้
รัชกาลที่ 4 ทรงผนวชอยู่ในสมณเพศเป็นเวลา 27 ปี จึง เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติสืบราชสันตติวงศ์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 และเฉลิมพระปรมาภิไธย ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” บทความของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ที่ยกความจาก พระราชพงศาวดาร ระบุว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตรงกับวันที่ 15 พฤษภาคม 2394 วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา
ครั้นวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุได้ 64 พรรษา เสด็จดำรงสิริราชสมบัติ ได้ 17 พรรษา 5 เดือน 29 วัน

27 ปีในสมณเพศ: ธรรมยุติ มาฆบูชา และปักขคณนาวิธี
ก่อนครองราชย์ รัชกาลที่ 4 ทรงผนวชอยู่ในสมณเพศเป็นเวลา 27 ปี หน่วยราชการในพระองค์บันทึกงานด้านศาสนาไว้ดังนี้
- ทรงเป็นกษัตริย์ที่ได้เปรียญธรรม 5 ประโยค
- ทรงก่อตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุติขึ้น เพื่อฟื้นฟูพระธรรมวินัย
- ทรงตั้งธรรมเนียมมาฆะบูชาขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย
- ทรงสร้างวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามเป็นวัดประจำพระองค์
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ลงรายการหนังสือปักขคณนาวิธี ตำราคำนวณวันตามปักษ์ทางจันทรคติ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในขณะทรงผนวช เพื่อใช้ในกิจของคณะสงฆ์ธรรมยุตติกนิกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีสวดมนต์ช่วงเปลี่ยนปักษ์
ใน พ.ศ. 2567 หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่สารคดีรัชกาลที่ 4 เนื่องในโอกาสครบ 200 ปีนับแต่ ทรงผนวช


การเดินทางตั้งแต่ครั้งผนวช และศิลาจารึกหลักที่ 1
กรมศิลปากรบันทึกว่ารัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชหฤทัยนิยมการท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่ครั้งทรงผนวชอยู่ ปรากฏว่าได้เสด็จฯ ไปยังหัวเมืองฝ่ายเหนือ และหัวเมืองรายรอบพระนครบ้างแล้ว
การเดินทางขึ้นเหนือครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับจารึกหลักที่ 1 บทความย้อนรอยแผ่นดินพระจอมเกล้าฯ ตอนที่ 6 ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุว่ารัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุ เสด็จออกธุดงค์ยังหัวเมืองเหนือ ทรงค้นพบ จารึกหลักที่ 1 หรือจารึกพ่อขุนรามคำแหง เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2376 (ค.ศ. 1833) ณ เนินปราสาทเมืองเก่าสุโขทัย
บทความเดียวกันยกความจาก เทศนาพระราชประวัติ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่าในคราวนั้น ทอดพระเนตรเห็น แท่นศิลาริมเนินปราสาทเก่า เมื่อเสด็จกลับรับสั่งให้ชะลอลงมา ก่อเป็นแท่นไว้ที่วัดราชาธิวาส ครั้นภายหลังได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ดำรัสสั่งให้นำไปไว้ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนเสาศิลาจารึกอักษรไทยโบราณก็ตั้งไว้ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามเช่นกัน

อักษรศาสตร์ ดาราศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี สรุปว่า รัชกาลที่ 4 ทรงทราบในสรรพวิทยาอย่างแตกฉาน มีด้านอักษรศาสตร์ ดาราศาสตร์ เป็นอาทิ
หนึ่งในผู้ที่อยู่ใกล้ชิดในเรื่องภาษาคือ หม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร บทความเรื่องหม่อมราโชทัยของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เล่าว่า เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎผนวช หม่อมราชวงศ์กระต่าย ก็ได้ ตามเสด็จไปรับใช้ ต่อมาเมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎทรงสนพระราชหฤทัยในภาษาอังกฤษ หม่อมราชวงศ์กระต่าย ก็ได้ ศึกษาตามพระราชนิยม โดยมีมิชชันนารีที่เข้ามาสอนศาสนาเป็นผู้สอน จนเจ้าฟ้ามงกุฎทรงใช้ให้เป็นตัวแทนเชิญกระแสรับสั่ง ไปพูดจากับชาวต่างชาติ เมื่อรัชกาลที่ 4 ครองราชย์ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หม่อมราโชทัย และใน พ.ศ. 2400 (ค.ศ. 1857) โปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมราโชทัยเป็นล่ามหลวงไปกับคณะราชทูตไทยที่เชิญพระราชสาสน์และเครื่องมงคลราชบรรณาการ เดินทางไปถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย การเดินทางครั้งนั้นเป็นที่มาของหนังสือนิราศเมืองลอนดอน
หลักฐานการใช้ภาษาอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่มีภาพในบทความนี้มีสองชิ้น ชิ้นแรกคือลายเส้นพระปรมาภิไธยที่มีทั้งอักษรไทยและอักษรโรมันบนศิลาจารึกที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม อีกชิ้นคือจดหมายภาษาอังกฤษที่ส่งจากหว้ากอถึงกงสุลสยามในปารีสเมื่อ ค.ศ. 1868 ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อสุริยุปราคา


พระอภิเนาว์นิเวศน์: พระที่นั่งสูง 5 ชั้น และ พระที่นั่งอนันตสมาคม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เล่าจาก พระราชพงศาวดาร ว่าใน พ.ศ. 2397 มี พระราชดำริ ให้สร้างหมู่ พระราชมณเฑียร แห่งใหม่ใน พระบรมมหาราชวัง บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสวนขวา โดย โปรดฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยเป็นแม่กอง สร้างเสร็จใน พ.ศ. 2402 และ พระราชทานนาม หมู่ พระราชมณเฑียร แห่งใหม่นี้ว่าพระอภิเนาว์นิเวศน์
ในหมู่อาคารนี้มี พระที่นั่งสูง 5 ชั้น ชื่อภูวดลทัศไนย ซึ่ง พระราชพงศาวดาร บันทึกว่าสร้างไว้ สำหรับทอดพระเนตรไปไกลๆ มี ท้องพระโรงเสด็จออก ชื่อ พระที่นั่งอนันตสมาคม มีหอสำหรับพระสงฆ์เจริญพระปริตร และมี พระที่นั่งไว้ของประหลาดต่างๆ ชื่อพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ ชื่อทั้งหมู่ตั้งให้คล้องจองกัน
พระอภิเนาว์นิเวศน์เป็น ที่ประทับ ของรัชกาลที่ 4 จนสิ้นรัชกาล และใช้รับทูตจากฮอลันดา ปรัสเซีย ฝรั่งเศส และโปรตุเกส ที่มาทำหนังสือสัญญา ทางพระราชไมตรี หลังสิ้นรัชกาล อาคารทรุดโทรมและถูกรื้อลงในปลายรัชกาลที่ 5 นามท้องพระโรงจึงนำมาใช้เป็นนามของท้องพระโรงแห่งใหม่ที่ พระราชวังสวนดุสิต ปรากฏนามที่รู้จักกันจนปัจจุบันว่า พระที่นั่งอนันตสมาคม

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ และนามแผ่นดิน
วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2401 (ค.ศ. 1858) รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ออกหนังสือชื่อราชกิจจานุเบกษา ซึ่งแปลว่า “ที่เพ่งดูราชกิจ” สำหรับพิมพ์ประกาศและข่าวสารของทางราชการ ประกาศสมัยรัชกาลที่ 4 ที่กรมศิลปากรยกเป็นตัวอย่าง ได้แก่
- เตือนไม่ให้ทิ้งซากสัตว์และสิ่งปฏิกูลลงแม่น้ำลำคลอง
- แนะนำการก่อเตาไฟในครัวแบบใหม่เพื่อกันไฟไหม้
- แนะนำให้ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ
- คุ้มครองไม่ให้นายเงินกดขี่ไพร่และทาส หรือหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ทาสไถ่ตัว
หนังสือนี้ออกได้ราวปีเศษก็หยุดไป แล้วกลับมาออกอีกตั้งแต่ พ.ศ. 2417 ในรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน กรมศิลปากรเรียกว่าเป็นหนังสือราชการที่มีอายุมากที่สุดของไทย ภาพรวมของงานด้านนี้ตามที่พิพิธภัณฑ์สรุปคือ ทรงออกกฎหมาย และประกาศนับร้อยฉบับ เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสังคม
อีกเรื่องที่เกิดในรัชกาลนี้คือชื่อเรียกรัชกาล หน่วยราชการในพระองค์อธิบายว่า รัชกาลที่ 4 มี พระราชดำริ ให้มีนามแผ่นดินสำหรับคนทั้งหลายเรียกกันเป็นสามัญทุกรัชกาล และให้ใช้คำ “ปรเมนทร์” กับ “ปรมินทร์” สลับกันในพระปรมาภิไธยของ พระมหากษัตริย์ แต่ละรัชกาลสืบมา
คณะทูตไปลอนดอนและฟงแตนโบล
นอกจากคณะทูตไปอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2400 แล้ว ใน พ.ศ. 2404 (ค.ศ. 1861) รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (แพ บุนนาค) เป็นหัวหน้าคณะราชทูต นำเครื่องราชบรรณาการไปเจริญสัมพันธไมตรีกับจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส และเข้าเฝ้าที่ฟงแตนโบล วันที่เข้าเฝ้าในเอกสารสองแห่งไม่ตรงกัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรีระบุ 27 มิถุนายน 2404 ส่วนหน่วยราชการในพระองค์ระบุ 27 กรกฎาคม 2404
หน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า ฝรั่งเศสให้ ฌอง-เลออง เฌโรม (Jean-Léon Gérôme) เขียนภาพเหตุการณ์นี้ 2 ภาพ ภาพหนึ่งอยู่ที่ฝรั่งเศส อีกภาพหนึ่งส่งมายังกรุงสยามเมื่อ ค.ศ. 1866 ข้อความของรัชกาลที่ 4 ที่ยกมาในบทความนั้นระบุว่ารับไว้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2409 และตั้งไว้ใน พระที่นั่งอนันตสมาคม ของพระอภิเนาว์นิเวศน์ ปัจจุบันภาพนี้ติดประดับอยู่บนผนังด้านเหนือซีกตะวันออกในท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

การเดินทางไปหัวเมืองด้วยเรือกลไฟ
กรมศิลปากรอธิบายว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าแผ่นดิน จะ เสด็จพระราชดำเนิน ออกนอกพระนครด้วยเหตุ 3 ประการ คือ เสด็จไปในการพระราชสงคราม เสด็จไปในการนมัสการพุทธสถานสำคัญ และ เสด็จไปในการวังช้างโพนช้างสำคัญ ส่วนรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่ทรงมีพระราชดำริในการเสด็จฯ ออกนอกพระนครราชธานี นอกเหนือไปจากพระราชประเพณีโบราณทั้งสามประการ
การเดินทางของรัชกาลที่ 4 สะดวกขึ้นเพราะเรือกลไฟ บทความราชมรรคาสู่เมืองเพ็ชร์ของกรมศิลปากรระบุชื่อเรือที่ใช้เป็น เรือพระที่นั่ง เช่น อรรคราชวรเดช อัครเรศรัตนาสน์ สยามอรสุมพล และยงยศอโยชฌิยา และบันทึกเส้นทางไว้ดังนี้
- ทางเหนือถึงเมืองพิษณุโลก
- ทางใต้ถึงเมืองสงขลาและปัตตานี
- ทางตะวันออกถึงเมืองจันทบุรี
- พ.ศ. 2407 เสด็จฯ หัวเมืองตะวันตก ทางชลมารคถึงเพชรบุรี แล้วทางสถลมารคต่อไปราชบุรีและกาญจนบุรี
ตามหัวเมืองเหล่านี้ยังมี พระราชฐานที่ประทับ ที่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เช่น พระราชวังจันทรเกษม ที่กรุงเก่า และ พระราชวังที่พระพุทธบาท เมืองสระบุรี หรือพระราชวังนครปฐม เพื่อใช้ประทับในเวลาเสด็จฯ ไปนมัสการปูชนียสถานสำคัญ

พระนครคีรี: พระราชวังบนภูเขาแห่งแรกของไทย
เพชรบุรีเป็นเมืองที่รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จฯ มาตั้งแต่ครั้งผนวชอยู่ในสมณเพศแล้ว ครั้นเมื่อครองราชสมบัติก็ยังเสด็จฯ อยู่ตลอดรัชสมัย ในเดือนอ้าย พ.ศ. 2401 เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค มาเมืองเพชรบุรี และ ประทับแรม ที่พลับพลาค่ายหลวงที่เขาหลวง หลังจากนั้นจึง มีรับสั่งให้ พระพรหมบริรักษ์ออกมาทำแผนที่ร่วมกับเจ้าเมืองเพชรบุรี เพื่อกะการสร้างพระราชวังบนเขาสมณ
การก่อพระฤกษ์ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ทำเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2402 (ค.ศ. 1859) มีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กอง การก่อสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2405 และมี การเฉลิมพระราชมณเฑียรพระนครคีรี พร้อม การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระสุทธเสลเจดีย์ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2405 ตามที่กรมศิลปากรระบุ
ประวัติพระนครคีรีของพิพิธภัณฑ์ระบุว่า พระนครคีรีตั้งอยู่บนยอดเขา 3 ยอดติดต่อกัน ยอดสูงสุดสูง 95 เมตร เดิมเรียกว่าเขาสมน ใน พ.ศ. 2404 ได้ชื่อว่าเขามหาสวรรค์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นเขามไหสวรรย์ และเมื่อสร้างเสร็จจึงได้ชื่อว่า “พระนครคีรี” คนทั่วไปรู้จักในชื่อเขาวัง
พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นอาคารหลังใหญ่ที่สุดบนเขา ในสมัยรัชกาลที่ 4 ใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับ เสด็จออก ขุนนาง

ชีวิตบนเขาวัง: หอพิมานเพชรมเหศวร์ และถ้ำเขาหลวง
ภาพถ่ายเก่าที่กรมศิลปากรเผยแพร่ แสดงหมู่อาคารบนยอดเขา ได้แก่ โรงสูทกรรม พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา และหอชัชวาลเวียงชัย
อีกยอดหนึ่งมีหอพิมานเพชรมเหศวร์ บทความสามพระพุทธปฏิมา ณ พระนครคีรีของกรมศิลปากรระบุว่า อาคารหลังกลางของหอนี้เป็นที่บรรทมของรัชกาลที่ 4 ในวันธรรมสวนะ ซึ่งเป็นวันถืออุโบสถศีล ส่วนบนยอดเขามหาสวรรค์มีพระธาตุจอมเพชร พระเจดีย์องค์ใหญ่แบบลังกา ซึ่งกรมศิลปากรระบุว่าเป็นเสมือนจอมเจดีย์สำคัญแห่งเมืองเพชรบุรี
ความผูกพันกับเพชรบุรียังอยู่ที่ถ้ำเขาหลวง ศาสนสถานที่ ทรงมีพระราชศรัทธา ตั้งแต่ครั้งทรงผนวช หลังรัชกาลที่ 4 ครองราชย์ โปรดให้กรมการเมืองเพชรบุรีไปจัดการบำรุงรักษาถ้ำเขาหลวง และโปรดให้ช่างปั้นพระพุทธรูปประจำแผ่นดิน 4 องค์ ที่ฐานจารึกพระปรมาภิไธยของรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4 ไว้ทุกองค์

การคำนวณสุริยุปราคาล่วงหน้า 2 ปี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ยกความจาก พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ว่า สุริยุปราคาครั้งนี้ รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณไว้แต่เมื่อปีขาล อัฐศก โดยเทียบตำราหลายแบบ ทั้งสารัมภ์ไทย สารัมภ์มอญ ตำราอเมริกันฉบับเก่า และตำราอังกฤษ ได้ทรงคำนวณสอบสวนต้องกัน ว่าจะมีสุริยุปราคาจับหมดดวงในเดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1230 ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411
เส้นศูนย์ของสุริยุปราคาอยู่ระหว่างละติจูด 11 องศา 38 ลิปดาเหนือ กับลองจิจูด 99 องศา 39 ลิปดาตะวันออก บริเวณที่เห็นเต็มดวงนานที่สุดคือบ้านหว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์ จึง มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่ง ให้จ้างคนจากเพชรบุรี ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเมืองใกล้เคียง มาทำ ค่ายหลวงและที่พลับพลาประทับแรม ที่ตำบลหว้ากอ พร้อมพิมพ์คำประกาศแจกให้ทราบทั่วกัน และ ทรงเชิญนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติและทูตานุทูตมาร่วมสังเกตการณ์
นักปราชญ์ฝรั่งเศสค้นหาที่ดูหลายตำบลลงไปถึงเมืองชุมพร แต่ไม่ได้จุดตรงกึ่งกลางทางพระอาทิตย์ จึง กราบทูลขอพระราชทานอนุญาต มาตั้งโรงดูห่างพลับพลาค่ายหลวงลงไปทางใต้ 18 เส้น พร้อมกล้องใหญ่น้อยราว 50 คัน

ค่ายหลวงหว้ากอ 7–19 สิงหาคม 2411
ตาม พระราชพงศาวดาร วันที่ 7 สิงหาคม เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งอรรคราชวรเดช ออกจากท่านิเวศน์วรดิษฐ์ และถึงที่ทอดสมอหน้าค่ายหลวงตำบลหว้ากอเวลาเที่ยงวันที่ 8 สิงหาคม เหตุการณ์ของรัชกาลที่ 4 ที่ค่ายหลวงต่อจากนั้นมีดังนี้
- 10 สิงหาคม: ขึ้นฝั่งที่อ่าวมะนาว แล้ว ทรงม้าพระที่นั่ง ไปถึงพลับพลาค่ายหลวง
- 11 สิงหาคม: ชักธงพระจอมเกล้าขึ้นที่พลับพลา และ ทรงจุดปืนใหญ่ด้วยพระหัตถ์ ยิงสลุตรวม 63 นัด บ่ายวันนั้นนักปราชญ์ฝรั่งเศส 8 นายมาเฝ้า
- 13 สิงหาคม: กัปตันเรือรบฝรั่งเศสเชิญ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานารถ ให้เสด็จลงไปเที่ยวในเรือรบ และในวันเดียวกัน ทรงวัดแดดสอบแผนที่ที่ตั้งค่ายหลวง
- 16–17 สิงหาคม: เซอร์แฮรี ออด เจ้าเมืองสิงคโปร์ มาถึงด้วยเรือกลไฟ 3 ลำ และขึ้นมาเฝ้าที่พลับพลาค่ายหลวง
- 18 สิงหาคม: ท้องฟ้ามีเมฆฝนตั้งแต่เช้า เมฆจางเมื่อเวลา 4 โมง 16 นาที และจับสิ้นดวงเมื่อ 5 โมงกับ 36 นาที 20 วินาที ความมืดเหมือนเวลาพลบค่ำ คนนั่งใกล้กันมองไม่รู้จักหน้ากัน
- 19 สิงหาคม: เจ้าเมืองสิงคโปร์ ขอถ่ายพระรูป มีละครผู้หญิงให้คณะอังกฤษและฝรั่งเศสชม และบ่ายวันนั้น เสด็จลงเรือพระที่นั่งอรรคราชวรเดช กลับ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี บันทึกว่าผลที่ออกมาตามการคำนวณ ทรงพระสำราญมาก เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าถูกต้องที่สุดยิ่งกว่าที่ชาวยุโรปได้คำนวณไว้
จากหว้ากอสู่วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สรุปว่าเหตุการณ์ที่หว้ากอกลายเป็นวันสำคัญของชาติและสถานที่รำลึกดังนี้
- วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 18 สิงหาคม: หลังงาน “หว้ากอรำลึก” เมื่อ 18 สิงหาคม 2518 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 ให้วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ จัดงานครั้งแรกในปีนั้น และเมื่อ 3 กันยายน 2528 อนุมัติให้จัดสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติทุกปี ระหว่าง 18–24 สิงหาคม รัชกาลที่ 4 ได้รับการยกย่องเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
- อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์: เริ่มสำรวจพื้นที่เมื่อ 28 มีนาคม 2524 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่ออุทยานนี้ ภายในมี พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมรูปหล่อประทับนั่งบนพระเก้าอี้ ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือ
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของรัชกาลที่ 4
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2347 (1804) | 18 ตุลาคม เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี |
| 2376 (1833) | 17 มกราคม ทรงค้นพบ จารึกหลักที่ 1 ที่เมืองเก่าสุโขทัย ระหว่างอยู่ในสมณเพศ |
| 2394 (1851) | 2 เมษายน รัชกาลที่ 4 เสด็จขึ้นครองราชย์ และ 15 พฤษภาคม พระราชพิธีบรมราชาภิเษก |
| 2397–2402 (1854–1859) | สร้างพระอภิเนาว์นิเวศน์ |
| 2400 (1857) | คณะราชทูตไปอังกฤษ มีหม่อมราโชทัยเป็นล่าม |
| 2401 (1858) | 15 มีนาคม ราชกิจจานุเบกษาฉบับแรก |
| 2402 (1859) | 7 กรกฎาคม ก่อพระฤกษ์ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ |
| 2404 (1861) | คณะราชทูตไปฝรั่งเศส เข้าเฝ้าจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 |
| 2405 (1862) | 7 พฤษภาคม เฉลิมพระราชมณเฑียรพระนครคีรี |
| 2407 (1864) | เสด็จฯ หัวเมืองตะวันตก เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี |
| 2409 (1866) | 27 กันยายน ภาพเขียนของ Gérôme มาถึงสยาม |
| 2411 (1868) | 18 สิงหาคม สุริยุปราคาเต็มดวงที่หว้ากอ และ 1 ตุลาคม เสด็จสวรรคต |
ภาพบันทึก






มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี: ตั้งเมื่อ 27 สิงหาคม 2522 จัดแสดงเครื่องเรือนและเครื่องใช้สมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 หน้าข่าวกรมศิลปากรเดือนตุลาคม 2568ระบุว่าเปิดทุกวัน 08.30–16.30 น. ส่วนบทความแนะนำ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ระบุ 09.00–16.15 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท และพิพิธภัณฑ์จัดงานรำลึกทุกวันที่ 1 ตุลาคม
- ราชกิจจานุเบกษา ยังออกต่อเนื่องถึงวันนี้ ภาพเขียนของ Gérôme อยู่ใน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ซึ่ง ทรงสร้าง เป็นวัดประจำพระองค์ ยังอยู่ที่กรุงเทพมหานคร
- ยูเนสโก ประกาศยกย่องรัชกาลที่ 4 เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสื่อสารมวลชน ในโอกาสครบ 200 ปี วันพระราชสมภพ 18 ตุลาคม 2547
อ่านเรื่อง พระมหากษัตริย์ รัชกาลอื่นได้ในหมวดเดียวกันนี้ และเรื่องของ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ซึ่ง ตามเสด็จ ไปหว้ากอในรัชกาลที่ 5
คำถามที่พบบ่อย
รัชกาลที่ 4 คือใคร และครองราชย์ช่วงใด?
รัชกาลที่ 4 คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงผนวชอยู่ในสมณเพศเป็นเวลา 27 ปี แล้ว เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 และ เสด็จดำรงสิริราชสมบัติ ได้ 17 พรรษา 5 เดือน 29 วัน จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411
ทำไมวันที่ 18 สิงหาคม จึงเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ?
วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามที่รัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณไว้ ล่วงหน้า 2 ปี คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2525 ให้วันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อ เฉลิมพระเกียรติ “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”
พระนครคีรีสร้างเมื่อไร และอยู่ที่ไหน?
พระนครคีรี หรือเขาวัง อยู่ที่ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2402 สมัยรัชกาลที่ 4 และเสร็จใน พ.ศ. 2405 กรมศิลปากรเรียกว่า พระราชวังบนภูเขาแห่งแรกของไทย ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
ราชกิจจานุเบกษาเริ่มขึ้นเมื่อไร?
ราชกิจจานุเบกษาฉบับแรกออกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2401 สมัยรัชกาลที่ 4 ชื่อนี้แปลว่า “ที่เพ่งดูราชกิจ” ใช้พิมพ์ประกาศและข่าวสารของทางราชการ ออกได้ราวปีเศษก็หยุดไป แล้วกลับมาออกอีกตั้งแต่ พ.ศ. 2417 จนถึงปัจจุบัน
แหล่งอ้างอิง
- ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๕ วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- ย้อนรอยแผ่นดินพระจอมเกล้าฯ : เรื่องเล่าจากพงศาวดาร (ตอนที่ ๗ เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต — หน่วยราชการในพระองค์
- ๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล ตอนที่ ๑ พระราชวัง และการเสด็จฯ หัวเมือง — กรมศิลปากร
- ๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล ตอนที่ ๔ กระแสพระราชดำริ — กรมศิลปากร
- องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 18 สิงหาคม” — หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี กรมศิลปากร
- ย้อนรอยแผ่นดินพระจอมเกล้าฯ : เรื่องเล่าจากพงศาวดาร (ตอนที่ ๘ สร้างพระอภิเนาวนิเวศน์) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- ย้อนรอยแผ่นดินพระจอมเกล้าฯ : เรื่องเล่าจากพงศาวดาร (ตอนที่ ๖ จารึกหลักที่ ๑) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- วันนี้ในอดีต ๑๒ มิถุนายน ๒๓๖๓ วันเกิดหม่อมราโชทัย ล่ามหลวงผู้ไปเมืองอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ ๔ — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- ปักขคณนาวิธี — หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี กรมศิลปากร
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ79ยุโรป69รัสเซีย11ฝรั่งเศส37สหราชอาณาจักร50สิงคโปร์30
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ