พระนครคีรี (เขาวัง) เพชรบุรี: ประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2402 หอชัชวาลเวียงชัย และพระธาตุจอมเพชร
พระนครคีรี หรือเขาวัง เพชรบุรี เป็น พระราชวัง บนเขา 3 ยอดที่รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้าง ก่อพระฤกษ์ พ.ศ. 2402 วันนี้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 16 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระนครคีรี ก่อพระฤกษ์ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2402 และสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2405 บนเขา 3 ยอด ยอดสูงสุด 95 เมตร
- หอชัชวาลเวียงชัย เป็นกระโจมไฟและที่ ทอดพระเนตร ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ เมื่อ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404
- ระหว่าง 31 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 128 พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ใช้รับรองดยุคโยฮัน อัลเบรกต์ และพระชายา
- พ.ศ. 2478 ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2522 จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
พระนครคีรี หรือเขาวัง ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็น พระราชวัง บนยอดเขา 3 ยอดที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โปรดให้สร้าง โดยก่อพระฤกษ์ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2402 (ค.ศ. 1859) และสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2405 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ในความดูแลของกรมศิลปากร
บทความนี้รวบรวมเรื่องของพระนครคีรีจากเอกสารของกรมศิลปากร ทั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี และเว็บไซต์อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีเสมือนจริง ตั้งแต่ที่มา อาคารบนยอดเขาแต่ละยอด การ เสด็จมาประทับ ในรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 จนถึงการบูรณะและการเข้าชมในปัจจุบัน
พระนครคีรีคืออะไร และตั้งอยู่ที่ไหน
กรมศิลปากรอธิบายว่า พระนครคีรีหรือเขาวัง เดิมเป็นพระราชวังในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่บนยอดเขา 3 ยอดติดต่อกัน ยอดที่สูงที่สุดสูง 95 เมตร มีเนื้อที่รวมประมาณ 188 ไร่ ตามแนวเขตที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2535
ชื่อของภูเขาเปลี่ยนไปหลายครั้ง
- เดิมเรียกว่า เขาสมน (สะ-หมน) ตามวัดสมณที่ไหล่เขาด้านตะวันออก
- ในหมายรับสั่งรัชกาลที่ 4 ปี พ.ศ. 2402 ปรากฏชื่อ เขามหาสมณ
- พ.ศ. 2404 พระราชทานนามว่า เขามหาสวรรค์ ต่อมาเปลี่ยนเป็น เขามไหสวรรย์
- เมื่อสร้างแล้วเสร็จ พระราชทานนามว่า “พระนครคีรี”
พื้นที่แบ่งตามแนวยอดเขา ยอดตะวันออกและยอดกลางเป็นเขตพุทธสถาน ส่วนบริเวณยอดเขาตะวันตก เป็นเขตพระราชวังที่ประทับและอาคารประกอบ กรมศิลปากรระบุว่าพระนครคีรี เป็น พระราชวังแห่งแรกที่สร้างบนภูเขา และ นับเป็นครั้งแรกในกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีการสร้างพระราชวังขึ้นบนเขา

กระแสพระราชดำริ หลังการ เสด็จ เพชรบุรี พ.ศ. 2401
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จ มาเพชรบุรีตั้งแต่ครั้ง ทรงผนวช และหลังครองราชย์ใน พ.ศ. 2394 ได้โปรดให้กรมการเมืองดูแลถ้ำเขาหลวง ศาสนสถานที่ ทรงมีพระราชศรัทธา
ในเดือนอ้าย ปีมะเมีย พ.ศ. 2401 เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคมายังเมืองเพชรบุรี ประทับแรมที่พลับพลาค่ายหลวงที่เขาหลวง และ ประทับที่พลับพลาค่ายหลวงบ้านบางทะลุ อีกคืนหนึ่ง พิพิธภัณฑ์อ้างข้อสันนิษฐานของอาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ ว่า การ เสด็จ ครั้งนี้เป็นมูลเหตุให้มี กระแสพระราชดำริ ในการจะสร้างพระราชวังขึ้นที่เมืองเพชรบุรี
ต่อมา มีรับสั่ง ให้พระพรหมบริรักษ์ เจ้ากรมพระตำรวจ ออกมาทำแผนที่ร่วมกับพระยาเพชรบุรีเพื่อกะการสร้างพระราชวังบนเขาสมณ หมายรับสั่งรัชกาลที่ 4 ฉบับหนึ่งมีความตอนหนึ่งว่า “...มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สั่งว่า ที่เขาพระนอนนั้น ทอดพระเนตรที่ทางชอบกลพอจะทำพระตำหนักพลับพลาได้...”
พิพิธภัณฑ์ระบุว่าพระยาเพชรบุรีในเวลานั้นคือพระยาสุรินทรฦๅไชย (เกษ ตาลวันนา) และพระพรหมบริรักษ์น่าจะเป็นนายแย้ม บุตรเจ้าพระยาภูธราภัย ซึ่งภายหลังได้เป็นพระยาสีหราชฤทธิไกร
การก่อสร้าง พ.ศ. 2402–2405
กรมศิลปากรระบุว่า พระนครคีรี เป็นพระราชวังใน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพุทธศักราช 2402 พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ซึ่งเป็นองค์แรก ก่อพระฤกษ์เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือนแปด ปีมะแม เอกศก จุลศักราช 1221 ตรงกับวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2402
ผู้รับผิดชอบการก่อสร้างมี 2 คน คือ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สมุหพระกลาโหม เป็นแม่กอง และพระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (ท้วม บุนนาค) ปลัดเมืองเพชรบุรี เป็นนายงาน ภายหลังทั้งสองได้รับบรรดาศักดิ์เป็น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ และ เจ้าพระยาภาณุวงศมหาโกษาธิบดี ตามลำดับ
รูปแบบอาคารนำสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกมาเป็นแบบ แต่ยังมีฝีมือช่างแบบจีนผสมอยู่ เช่น การปั้นสันหลังคาและการมุงกระเบื้องกาบกล้วย ทางขึ้นเป็นถนนปูอิฐไม่ทำขั้นบันได เพื่อให้รถและม้าขึ้นลงได้สะดวกจนถึงหน้า พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ บทความชุด “๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล” ของกรมศิลปากรสรุปว่า การก่อสร้างได้แรงงาน ลาวทรงดำ และลาวพวน เริ่มใน พ.ศ. 2402 และเสร็จสิ้นเมื่อ พ.ศ. 2405

ลำดับเหตุการณ์ของพระนครคีรี
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| เดือนอ้าย 2401 (1858) | เสด็จพระราชดำเนิน มาเมืองเพชรบุรี ที่มาของ กระแสพระราชดำริ |
| 7 กรกฎาคม 2402 (1859) | ก่อพระฤกษ์ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ |
| 23 ตุลาคม 2403 (1860) | ฉลองหอศาสตราคม หรือหอพิมานเพชรมเหศวร์ |
| 12 พฤศจิกายน 2404 (1861) | ทอดพระเนตร ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ที่พระนครคีรี |
| 7 พฤษภาคม 2405 (1862) | เฉลิมพระราชมณเฑียร และบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ใน พระสุทธเสลเจดีย์ |
| มกราคม 2407 (1865) | พระราชพิธีโสกันต์ พระเจ้าลูกเธอ 2 พระองค์ |
| กุมภาพันธ์ 2418 | รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนิน มาเมืองเพชรบุรีและพระนครคีรี |
| 2426 (1883) | ฟ้าผ่ายอดกลางของ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท แล้วซ่อมทั้งบริเวณ |
| ม.ค.–ก.พ. 2452 (1910) | รับรองดยุคโยฮัน อัลเบรกต์ และพระชายา |
| 8 มีนาคม 2478 (1936) | ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ |
| 2496 (1953) | รัชกาลที่ 9 เสด็จ และ มีพระราชดำริให้บูรณปฏิสังขรณ์ |
| 27 สิงหาคม 2522 (1979) | จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี |
| 2525–2530 (1982–1987) | โครงการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี งบประมาณ 30 ล้านบาท |
| 20 กรกฎาคม 2532 (1989) | เปิดอุทยานประวัติศาสตร์ และบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ใน พระธาตุจอมเพชร |
| 26–28 ธันวาคม 2568 (2025) | เปิดพิพิธภัณฑ์ยามราตรีครั้งแรก |
หมายเหตุ: เหตุการณ์บางรายการในเดือนมกราคมถึงมีนาคม เอกสารของกรมศิลปากรใช้ปีแบบเดิม และระบุปี "นับแบบปัจจุบัน" เป็นปีถัดไป ค.ศ. ในตารางคำนวณตามที่เอกสารระบุ ส่วนวัน เฉลิมพระราชมณเฑียร หน้าประวัติของอุทยานประวัติศาสตร์ฯ เขียนว่า 7 พฤษภาคม 2405 "นับแบบปัจจุบันคือ 2406" ขณะที่หน้า พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และบทความชุด 160 ปีระบุ พ.ศ. 2405
ยอดเขาตะวันตก: พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และพระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์
พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็น พระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุดในหมู่พระที่นั่งบนพระนครคีรี รัชกาลที่ 4 ใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกขุนนาง และใช้ประกอบ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ทั้งในรัชกาลที่ 4 และ 5
ใน พ.ศ. 2453 (นับแบบปัจจุบัน) รัชกาลที่ 5 โปรดให้ดัดแปลงห้องต่าง ๆ เพื่อรับรอง พระราชอาคันตุกะ จากเยอรมนี และพิพิธภัณฑ์ยังจัดห้องตามแบบครั้งนั้น
- ท้องพระโรงหน้าเดิม เป็นห้องเสวยและห้องเสด็จออกขุนนาง จัดแสดงโต๊ะอาหารขนาดใหญ่
- ท้องพระโรงหลังเดิม เป็นห้องบรรทม จัดแสดงแท่นบรรทม โต๊ะทรงพระอักษร และเครื่องราชูปโภค
- มุขด้านทิศตะวันออก เป็น ห้องทรงพระสำราญ
- มุขด้านทิศตะวันตก เป็นห้องสรง จัดแสดงอ่างน้ำและโต๊ะเครื่องพระสำอาง
พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ มีลักษณะคล้ายเก๋ง สร้างติดกับ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ชั้นล่างเป็นห้องโถง 2 ห้อง ชั้นบนมีห้องโถง ห้องบรรทม และ ห้องแต่งพระองค์ กรมศิลปากรอ้างประชุมพงศาวดารภาคที่ 25 ว่า พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ เป็นที่ประทับ ของรัชกาลที่ 4


พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท และ พระบรมรูป รัชกาลที่ 4
พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ตั้งอยู่ถัดไปทางทิศตะวันตก เป็นปราสาทจัตุรมุขยอดปรางค์ห้ายอด ตั้งบนฐานสูงซ้อนกันสามชั้น มีหอไฟรูปโดมโปร่งที่มุมทั้งสี่ กรมศิลปากรอ้างประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 25 ว่า สร้างขึ้นด้วย ทรงมีพระราชดำริว่า พระราชวังใหญ่แต่โบราณ เช่น พระนารายณ์ราชนิเวศน์ที่เมืองลพบุรี ย่อมมีปราสาท
ภายใน ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสำริดพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประวัติของ พระบรมรูป องค์นี้ตามที่กรมศิลปากรบันทึก
- รัชกาลที่ 4 ให้ช่างฝรั่งเศสชื่อชาตรูสทำหุ่น แต่ไม่โปรด จึงให้ช่างไทยปั้นใหม่ แต่ไม่ได้หล่อเป็นโลหะ คงเป็นปูนปลาสเตอร์ทาสี
- ในรัชกาลที่ 7 จึง โปรดเกล้าฯ ให้นำไปประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท
- พ.ศ. 2503 เกิดอสุนีบาตตกลงที่ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ทำให้ พระบรมรูป ที่ทำด้วยปูนชำรุด ต่อมาจึงหล่อเป็นสำริด 3 องค์ อีกสององค์อยู่ที่วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร
อาคารหลังนี้เคยถูกฟ้าผ่ามาก่อนตั้งแต่ พ.ศ. 2426 รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างไทยและช่างจีนซ่อมแซม พร้อมบูรณะพระนครคีรีทั่วทั้งบริเวณ

หอชัชวาลเวียงชัย: กระโจมไฟและที่ดูดาว
หอชัชวาลเวียงชัย สร้างเป็นทรงกลมสูงคล้ายกระโจมไฟ มีบันไดเวียนภายใน ชั้นบนเป็นระเบียงประดับลูกกรงกระเบื้องเคลือบสีเขียว หลังคารูปโดมมุงกระจกโค้ง ภายในโดมห้อยโคมไฟ กรมศิลปากรระบุว่าแสงไฟมองเห็นได้ไกลถึงชายทะเล นักเดินเรือใช้เป็นที่หมายนำเรือเข้าอ่าวบ้านแหลม
หอนี้เกี่ยวกับความสนใจด้านดาราศาสตร์ของรัชกาลที่ 4 กรมศิลปากรอ้างจดหมายเหตุของหมอบรัดเลย์ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยใช้เป็นที่ทอดพระเนตรดาวพุธเข้าในเขตวงโคจรของพระอาทิตย์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404
หน้าหอทางทิศใต้มีเสาธงสำหรับชักธงช้าง ซึ่งเป็นธงชาติสยามในขณะนั้น สันนิษฐานว่าสร้างใน พ.ศ. 2403 ออกแบบโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนราชสีหวิกรม และมีสายระยางทองเหลืองเป็นสายล่อฟ้า ส่วนที่หอพิมานเพชรมเหศวร์มีเสาสำหรับชักธงมหามงกุฎ ซึ่งเป็น ธงประจำพระองค์ พระเจ้าแผ่นดิน ขณะ เสด็จประทับที่พระนครคีรี


หอพิมานเพชรมเหศวร์: หอศาสตราคม และที่ถือศีลในวันธรรมสวนะ
หอพิมานเพชรมเหศวร์ เป็นกลุ่มอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูง 3 หลัง บนยอดเขาขนาดเล็กด้านทิศตะวันออก หน้า พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์
- หอกลาง รัชกาลที่ 4 เรียกว่า หอศาสตราคม ทำบุญฉลองเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2403 และอัญเชิญพระไชยสำริดกะไหล่กับพระหายโศกมาประดิษฐาน ห้องด้านทิศใต้เป็นห้องบรรทม เมื่อ เสด็จมาประทับถือศีลอุโบสถในวันธรรมสวนะ
- หอเทพารักษ์ สำหรับประดิษฐานเทวรูป ผนังแท่นเขียนลายมงคลแบบจีน 3 สี
- หอประโคมสังคีต สำหรับประโคมในพิธี ยังมีเสาสะดึงแขวนฆ้องชัยอยู่
กรมศิลปากรระบุว่า หอนี้ได้ใช้เป็นที่ประกอบ พระราชพิธีโสกันต์ ใน หัวเมือง เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2407 (พ.ศ. 2408 ตามการนับปัจจุบัน) ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพักตรพิมลพรรณ และ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ามัณยาภาธร ประกาศรัชกาลที่ 4 อ้างแบบอย่างครั้ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชาธิเบศรมหาราชปราสาททอง ว่า “...ได้มีการโสกันต์พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าอินณที่ประทับเกาะบ้านเลนเปนอย่างมา...” เกาะบ้านเลนอยู่ในอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่านประวัติได้ที่บทความเรื่องบางปะอิน

ยอดเขากลางและยอดเขาตะวันออก: เขตพุทธสถาน
พระธาตุจอมเพชร บนยอดกลาง เดิมเป็นที่ตั้งพระเจดีย์โบราณของวัดอินทรคีรี รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ บูรณะทางเดินและพระเจดีย์ โดยก่อปูนหุ้มเป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ เป็นเจดีย์แบบลังกา ออกแบบโดยกรมขุนราชสีหวิกรม สูงจากฐานถึงยอด 40 เมตร ฐานกว้าง 20 เมตร บนฐานทักษิณ 2 ชั้น ภายในเป็นห้องกลวงมีเสาใหญ่ตรงกลาง
ยอดเขาตะวันออก มีพระวิหารน้อย ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า วัดพระแก้วน้อย ด้วยเป็นศาสนสถานประจำ พระราชวัง แบบเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ใน พระบรมมหาราชวัง หลังพระวิหารคือ พระสุทธเสลเจดีย์ เจดีย์ศิลาสีเทาอมเขียว สูง 9 เมตร ที่สลักชิ้นส่วนสำเร็จที่เกาะสีชังโดยช่างชาวจีน แล้วนำมาประกอบบนยอดเขาเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2404 และมีพระปรางค์แดงตั้งอยู่ใกล้กัน
วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2405 มีการเฉลิมพระราชมณเฑียร และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขนาดใหญ่ 7 องค์ในพระสุทธเสลเจดีย์ ในผอบ 5 ชั้น สมโภช 4 คืน 3 วัน ด้วยโขน หุ่น ละคร หนัง และดอกไม้เพลิง


การ เสด็จมาประทับ ในรัชกาลที่ 4
กรมศิลปากรบันทึกว่าในรัชกาลที่ 4 พระนครคีรีรุ่งเรืองมาก และ เสด็จมาประทับปีละหลายคราว ตัวอย่างจากจดหมายเหตุที่กรมศิลปากรรวบรวม
- พ.ศ. 2403 เสด็จมาเมืองเพชรบุรี 3 ครั้งในปีเดียว เพื่อทอดพระเนตรการก่อสร้าง และรับกระบวนแห่พระพุทธรูปไปวัดมหาสมณารามและหอพิมานเพชรมเหศวร์
- 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404 เสด็จมาประทับ ณ พระนครคีรีเพื่อทรงทอดพระเนตรปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์
- พ.ศ. 2405 เฉลิมพระราชมณเฑียร
- พ.ศ. 2406 โปรดให้คณะราชทูตเนเธอร์แลนด์ออกมาเที่ยวเมืองเพชรบุรี 4 วัน ก่อนหน้านั้นราชทูตปรัสเซียก็เคยมาเที่ยวเมืองเพชรบุรีเมื่อ พ.ศ. 2404 (นับแบบเดิม)
- มกราคม พ.ศ. 2407 (นับแบบเดิม) พระราชพิธีโสกันต์ ที่หอพิมานเพชรมเหศวร์
ทุกปีเมื่อถึง วันเฉลิมพระชนมพรรษา เจ้าเมืองและกรมการเมืองเพชรบุรีประดับธงทิว นิมนต์พระสงฆ์มาสวดที่ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ กลางคืนตามประทีปโคมไฟ จุดคบเพลิงรอบเขา และจุดดอกไม้เพลิง ธรรมเนียมนี้มีตั้งแต่ พ.ศ. 2403 จนสิ้นรัชกาลที่ 5
รัชกาลที่ 5 และ พระราชอาคันตุกะ จากเยอรมนี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้บูรณะพระนครคีรีใหม่ทั้งหมดเพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับแรมแปรพระราชฐาน และเพื่อใช้รับรอง พระราชอาคันตุกะ จดหมายเหตุระบุการ เสด็จ หลายครั้ง เช่น กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2418 ที่ เสด็จออก ณ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ ให้ข้าราชการเมืองเพชรบุรีเข้าเฝ้า และกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2429 ที่ พระราชทานเงิน สมทบทุนสร้างโรงพยาบาล 30 ชั่ง ส่วนการเดินทางแบบประพาสต้นเมื่อ 24–28 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 ก็แวะพระนครคีรีด้วย
ช่วงปลายรัชกาล ระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2452 นับแบบเดิม ตรงกับ ค.ศ. 1910) ดยุคโยฮัน อัลเบรกต์ ผู้สำเร็จราชการเมืองบรันซวิก และพระชายา มา ประทับ ที่ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พิพิธภัณฑ์อ้างลายพระหัตถ์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า “...สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงโปรดฯ ให้หม่อมฉันซ่อมพระนครคิรีรับดุ๊กโยฮันอันเบรท ได้ซ่อมถึงพระที่นั่งเวไชยันต์วิเชียรปราสาทด้วย...”
ระหว่างนั้น คณะของดยุคเที่ยวถ้ำเขาหลวงและถ้ำเขาบันไดอิฐ ซึ่งยังมีจารึก “ห้องดุ๊ก” อยู่ในถ้ำ กรมศิลปากรยังบันทึกว่า รัชกาลที่ 5 ได้ เสด็จมาประทับ ที่เมืองเพชรบุรีหลายครั้ง โดยเฉพาะในเดือนกันยายน แต่ เดือนนี้ไม่เหมาะที่จะประทับอยู่บนพระนครคีรี ดังนั้นพระองค์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นที่บ้านปืนอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งต่อมาคือพระรามราชนิเวศน์

ช่วงรกร้าง การขึ้นทะเบียน และการบูรณะ
หลังการปรับปรุงครั้งสุดท้ายในต้น พ.ศ. 2453 กรมศิลปากรไม่พบหลักฐานการบูรณะอีกกว่า 43 ปี ระหว่างนั้นกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนพระนครคีรีเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 52 ตอนที่ 78 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 กำหนดเขตทั้งภูเขา 3 ยอด และห่างจากตีนเขาออกไป 20 เมตร
พิพิธภัณฑ์เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2496 ทอดพระเนตร เห็นอาคารชำรุดทรุดโทรม จึง มีพระราชดำริให้บูรณปฏิสังขรณ์พระนครคีรีขึ้นให้คงสภาพ งานบูรณะที่ตามมา
- พ.ศ. 2522 ประกาศจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม (ประวัติพิพิธภัณฑ์)
- พ.ศ. 2525–2530 โครงการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี งบประมาณ 30 ล้านบาท
- พ.ศ. 2526–2531 บูรณะพระธาตุจอมเพชร งบประมาณ 12 ล้านบาท มีประชาชนร่วมตำปูนกว่า 2,973 คน
- 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 เปิดอุทยานประวัติศาสตร์ และบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ใน พระธาตุจอมเพชร
พระนครคีรีวันนี้: พิพิธภัณฑ์ งานประจำปี และการเข้าชม
พิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องราชูปโภคที่ได้รับคืนจากสำนักพระราชวังและกระทรวงมหาดไทย ใน พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ ทั้งเครื่องเรือนแบบยุโรปที่ช่างจีนทำ รูปหล่อสำริด และของใช้จากต่างประเทศ
งานพระนครคีรี-เมืองเพชร เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2529 ชาวเพชรบุรีเรียกว่า “งานหน้าเขา” มีการประดับไฟบนเขาและแสดงแสงเสียง ใน พ.ศ. 2531 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นมีพระอิสริยยศเดิม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน มาทรงเปิดงาน เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ งานครั้งที่ 37 จัดเมื่อวันที่ 14–23 มีนาคม พ.ศ. 2567
ข้อมูลการเข้าชมที่กรมศิลปากรเผยแพร่
- เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เสมือนจริงระบุว่าเปิดทุกวัน อุทยานประวัติศาสตร์ 08.30–16.30 น. พิพิธภัณฑ์ 09.00–16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท
- ที่อยู่ 97 ถนนคีรีรัถยา ตำบลคลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี โทร 032-425600
- 26–28 ธันวาคม 2568 เปิดพิพิธภัณฑ์ยามราตรีครั้งแรก และเปิดเขตนารีประเวศ (เขตพระราชฐานชั้นใน) ให้เข้าชม มีนิทรรศการน้อมรำลึก และกิจกรรมดูดาวที่หอชัชวาลเวียงชัย
ควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง
ภาพบันทึก











มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- พิพิธภัณฑ์และอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครคีรี เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติตั้งแต่ พ.ศ. 2522 และเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ของกรมศิลปากร เปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน
- อาคารบนยอดเขา 3 ยอด พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท หอชัชวาลเวียงชัย หอพิมานเพชรมเหศวร์ พระธาตุจอมเพชร และวัดพระแก้วน้อย ยังอยู่ครบ
- พระบรมรูป รัชกาลที่ 4 หล่อสำริด ประดิษฐานใน พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท
- งานประจำปี งานพระนครคีรี-เมืองเพชร จัดต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ครั้งที่ 37 ใน พ.ศ. 2567
- สัญลักษณ์ของเมือง กรมศิลปากรระบุว่าพระนครคีรีเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี
ดูเพิ่มเติมเรื่องผู้สร้างได้ที่ รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และบทความอื่นในหมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง
คำถามที่พบบ่อย
พระนครคีรีสร้างเมื่อไร และใครสร้าง?
พระนครคีรี เป็นพระราชวังที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างบนเขาสมณ เมืองเพชรบุรี ก่อพระฤกษ์ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2402 และสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2405 เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กอง และพระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (ท้วม บุนนาค) เป็นนายงาน
บนพระนครคีรีมีอะไรบ้าง?
ยอดเขาตะวันตกเป็นเขตพระราชวัง มี พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท หอชัชวาลเวียงชัย และหอพิมานเพชรมเหศวร์ ยอดกลางมีพระธาตุจอมเพชร ส่วนยอดตะวันออกมีวัดพระแก้วน้อย พระสุทธเสลเจดีย์ และพระปรางค์แดง
หอชัชวาลเวียงชัยใช้ทำอะไร?
หอชัชวาลเวียงชัย สร้างเป็นทรงกลมสูงคล้ายกระโจมไฟ ภายในโดมห้อยโคมไฟที่มองเห็นได้ถึงชายทะเล นักเดินเรือใช้เป็นที่หมายเข้าอ่าวบ้านแหลม กรมศิลปากรอ้างจดหมายเหตุหมอบรัดเลย์ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยใช้เป็นที่ทอดพระเนตรดาวพุธ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404
พระนครคีรีเปิดให้เข้าชมเมื่อไร?
เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากรระบุว่า พระนครคีรี เปิดทุกวัน ส่วนอุทยานประวัติศาสตร์เปิด 08.30–16.30 น. ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเปิด 09.00–16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท ควรตรวจประกาศของพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง
แหล่งอ้างอิง
- ประวัติที่มาและความสำคัญ (อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีเสมือนจริง) — กรมศิลปากร
- พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ — กรมศิลปากร
- พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท — กรมศิลปากร
- หอชัชวาลเวียงชัย — กรมศิลปากร
- หอพิมานเพชรมเหศวร์ — กรมศิลปากร
- ๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล ตอนที่ ๔ กระแสพระราชดำริ — กรมศิลปากร
- ๑๖๒ ปี พิธีก่อพระฤกษ์พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- บันทึกเหตุการณ์ สามทศวรรษแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านหนังสือ “รอยเสด็จฯ เพชรบุรี” — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- วันนี้ในอดีต : ทรงเปิดงาน “พระนครคีรี-เพชรบุรี” — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกับพระนครคีรี — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กระทรวงมหาดไทย17
- ประเทศและสถานที่
- จีน55เยอรมนี36ฝรั่งเศส36เนเธอร์แลนด์12รัสเซีย11ยุโรป65
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ