รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว: เสด็จประพาสต้น ยุโรป 2 ครั้ง และไกลบ้าน
รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครองราชย์ 42 ปี เรื่องเสด็จประพาสต้น การ เสด็จประพาสยุโรป พ.ศ. 2440 และ 2450 ไกลบ้าน สวนดุสิต และบางปะอิน
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 15 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 และครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี
- เสด็จประพาสต้น คือการเดินทางส่วนตัวที่ไม่มีหมายกำหนดการล่วงหน้า เริ่มใน พ.ศ. 2447 ชื่อมาจาก “เรือตาอ้น” เรือบรรทุกเครื่องครัวที่ซื้อเมื่อ 18 กรกฎาคม 2447
- รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประพาสทวีปยุโรป 2 ครั้ง คือ พ.ศ. 2440 ราว 9 เดือน และ พ.ศ. 2450 ราว 7 เดือน ครั้งหลังเป็นที่มาของหนังสือ “ไกลบ้าน”
- วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันปิยมหาราช พระบรมรูปทรงม้า ที่ พระลานพระราชวังดุสิต เปิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2451
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 (ค.ศ. 1853) มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) และครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี นอกจากงานแผ่นดินแล้ว รัชกาลที่ 5 เป็นที่จดจำจาก การเสด็จประพาสต้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2447 การ เสด็จประพาสยุโรป 2 ครั้งใน พ.ศ. 2440 และ 2450 และจดหมายชุด “ไกลบ้าน”
บทความนี้รวบรวมเรื่องของรัชกาลที่ 5 จากหน่วยราชการในพระองค์และหน่วยงานของกรมศิลปากร โดยเน้นด้านส่วนตัวตามที่เอกสารทางการบันทึกไว้ เช่น การเดินทาง การทำครัวระหว่างทาง การถ่ายรูป การปลูกต้นไม้ที่สวนดุสิต และ พระราชวัง ที่ ทรงโปรด จุดใดที่เอกสารระบุไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบพร้อมบอกที่มา
รัชกาลที่ 5 คือใคร
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุว่ารัชกาลที่ 5 มี พระนามเดิมว่า “สมเด็จ เจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์” เมื่อพระชนม์ 9 พรรษาได้รับสถาปนาเป็นกรมหมื่นพิฆเนศวรสุรสังกาศ ต่อมาอีก 4 ปี ได้เลื่อนเป็น “กรมขุนพินิตประชานาถ”
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2411 รัชกาลที่ 5 ซึ่งขณะนั้นยังเป็น เจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปหว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์ ในคราวสุริยุปราคาเต็มดวง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ยกความจาก พระราชพงศาวดาร ว่าในวันที่ 13 สิงหาคม กัปตันเรือรบฝรั่งเศสเชิญให้ เสด็จ ลงไปเที่ยวในเรือรบ (อ่านเรื่องการเดินทางครั้งนั้นได้ในรัชกาลที่ 4)
รัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์ ใน พ.ศ. 2411 และ มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุว่าขณะนั้น มีพระชนมายุ เพียง 16 ปี ส่วนหอสมุดแห่งชาติระบุ 15 พรรษา ช่วงแรก สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

ทรงผนวช และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2
เมื่อใกล้บรรลุนิติภาวะ รัชกาลที่ 5 ได้ทรงผนวชเป็นภิกษุ เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2416 และลาผนวช เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2416 แล้ว โปรดให้มี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อีกครั้งหนึ่ง เพื่อแสดงว่า ทรงรับผิดชอบในการปกครองบ้านเมืองด้วยพระองค์เองแล้ว
วัน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2 ในเอกสารสองแห่งไม่ตรงกัน หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2416 ส่วนหอสมุดแห่งชาติระบุวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2416
ครั้นวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุว่ารัชกาลที่ 5 มี สิริรวมพระชนมายุได้ 58 พรรษา ครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี

พระราชกรณียกิจ โดยย่อ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สรุป พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ของรัชกาลที่ 5 ได้แก่ การเลิกทาส การปฏิรูประเบียบบริหารราชการ การศึกษา การศาล การคมนาคม การสุขาภิบาล เรื่องเลิกทาส เอกสารเดียวกันระบุว่า ใน พ.ศ. 2416 ทรงตราพระราชบัญญัติทาส ห้ามคนที่เกิดในรัชกาลปัจจุบันเป็นทาส และ ทรงตราพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2417
หอสมุดแห่งชาติ ยก พระบรมราโชวาท ที่ พระราชทาน แก่ประชาชนเมื่อ เสด็จกลับ จากยุโรปใน พ.ศ. 2440 ตอนหนึ่งว่า “เราตั้งใจอธิษฐานว่า เราจะกระทำการจนเต็มกำลังอย่างที่สุดที่จะให้กรุงสยามเป็นประเทศอันหนึ่งซึ่งมี อิสรภาพและความเจริญ...”
การเดินทางยังนำไปสู่งานบางเรื่องโดยตรง หน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า กรณีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินของราษฎรที่พบเมื่อครั้ง เสด็จประพาส มณฑลกรุงเก่า เป็นเหตุให้ โปรดเกล้าฯ ให้ จัดทำทะเบียนที่ดิน จนออกโฉนดที่ดินฉบับแรกของไทยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ร.ศ. 120 (พ.ศ. 2444) ที่ตำบลบ้านแป้ง เมืองกรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)
ประพาสต้นคืออะไร
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาอธิบายจากสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทยว่า การเสด็จประพาสต้น ของรัชกาลที่ 5 ไม่มีหมายกำหนดการล่วงหน้า ไม่มีกระบวนอย่างทางราชการ เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2447 ตามแม่น้ำลำคลองในเมืองต่าง ๆ และมีหลายครั้งจนถึง พ.ศ. 2451 ช่วงแรกราษฎรส่วนมากเข้าใจว่าคณะที่ผ่านมาเป็นข้าราชการ ราษฎรที่คุ้นเคยกันระหว่างทางได้ชื่อว่า “เพื่อนต้น” และมีบันทึกประจำวันกับภาพถ่ายเหลืออยู่จนวันนี้
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สรุปลักษณะของการเดินทางแบบนี้ว่า ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการเสด็จพระราชดำเนินเป็นการลับทางรถไฟหรือไม่ก็ทางเรือ ทรงแต่งพระองค์อย่างสามัญชน เพื่อทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุว่า ทรงโปรดการเสด็จประพาสในลักษณะนี้เป็นอย่างมาก เพราะทำให้ ทรงใกล้ชิด รับรู้ และเข้าใจสภาพสังคม ความทุกข์สุขในชีวิตประจำวันของราษฎรมากกว่าการเดินทางแบบทางการ
ที่มาของคำว่า “ต้น” ในการเดินทางของรัชกาลที่ 5 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี อธิบายว่า วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 โปรดเกล้าฯ ให้ซื้อเรือมาดประทุน 4 แจวลำหนึ่ง เพื่อบรรทุกเครื่องครัว โดยมีพระยานิพัทธราชกิจ (อ้น นรพัลลภ) ซึ่งขณะนั้นเป็นหลวงศักดิ์นายเวร เป็นผู้คุมเครื่องครัว จึง ทรงดำรัสเรียก เรือลำนั้นว่า “เรือตาอ้น” เรียกเร็ว ๆ เป็น “เรือต้น” และคำว่า “ต้น” ยังอนุโลมใช้เรียกเครื่องแต่งพระองค์อย่างลำลอง ในคราวเสด็จประพาส ว่า “ทรงเครื่องต้น” ด้วย
ประพาสต้น พ.ศ. 2447: 25 วันตามลำน้ำและการทำครัว
การเสด็จประพาสต้น ครั้งแรกเริ่มจาก สะพานน้ำหน้าพระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 ผ่านนนทบุรี สมุทรสาคร ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา แล้วกลับถึง พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2447 รวม 25 วัน
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เล่าการเดินทางของรัชกาลที่ 5 ครั้งนี้ไว้ใน “จดหมายนายทรงอานุภาพ” 8 ฉบับ ตามที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี สรุปไว้ ตัวอย่างเหตุการณ์ ได้แก่
- เสด็จประพาสสวนกระท้อนแถบแม่น้ำอ้อมเมืองนนทบุรี และแวะขึ้นบกที่บ้านกระทุ่มแบน
- เสด็จเรือเล็กประพาสทุ่งที่น้ำท่วม เพื่อพบปะสมาคมกับราษฎรตามท้องที่
- คนที่ ตามเสด็จ ต้องแบ่งหน้าที่ตามความถนัดเพื่อเตรียมทำอาหาร ซึ่งเอกสารระบุว่า การรวมตัวทำอาหารเลี้ยงกันนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเป็นอย่างมาก
- แวะซื้อเสบียงอาหารที่ปากคลองวัดประดู่ ระหว่างทาง เสด็จทอดพระเนตร ละครชาตรีบ้านตาหมอสี และตอนเย็นหาที่ เสด็จแวะทำครัว
- ที่เพชรบุรี เสด็จกลับมาประทับแรม ที่พระนครคีรี และช่วงท้ายแวะทำครัวที่บ้านนายช้างอำแดงพลับก่อนกลับบางปะอิน
พิพิธภัณฑ์ฯ ระบุว่าจดหมายฉบับสุดท้ายของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พรรณนาว่า การ เสด็จประพาส ครั้งต่อ ๆ มาจะไม่ได้สุขสำราญและเป็นกันเองเหมือนครั้งนี้อีก เพราะราษฎรรู้กันแล้ว
ประพาสต้นกำแพงเพชร พ.ศ. 2449 และการถ่ายรูป
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชรบันทึกว่า รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้น เมืองกำแพงเพชรทางชลมารค ระหว่างวันที่ 18–27 สิงหาคม 2449 (ร.ศ. 125) ระหว่างทาง พระองค์ทรงถ่ายรูปบุคคล วัดวาอาราม โบราณสถาน และสถานที่ต่าง ๆ ของเมืองกำแพงเพชร แล้วทรงมีพระราชนิพนธ์เล่าเรื่องเสด็จประพาสต้นไว้ด้วย ลำดับที่บันทึกไว้มีดังนี้
- 22 สิงหาคม: เมืองไตรตรึงษ์ วัดวังพระธาตุ และวัดเจดีย์เจ็ดยอด
- 23 สิงหาคม: ในเมืองเก่ากำแพงเพชร เช่น กำแพงเมือง ประตูบ้านโนน ป้อมเจ้าจันทร์ วัดพระแก้ว สระมน และศาลพระอิศวร
- 24 สิงหาคม: ตอนเหนือของเมืองเก่า เช่น ป้อมเพชร ประตูสะพานโคม วัดพระนอน วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดอาวาสใหญ่
- 25 สิงหาคม: เมืองกำแพงเพชรฝั่งนครชุม ทอดพระเนตรวัดพระบรมธาตุ
- 26 สิงหาคม: วัดเสด็จ และวัดคูยาง
พิพิธภัณฑ์เดียวกันเผยแพร่ภาพถ่ายฟิล์มกระจกจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นภาพ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการที่แม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก บ้านวังนางร้าง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2449 ระหว่าง การเสด็จประพาสต้น ครั้งที่ 2 ของรัชกาลที่ 5
เสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรก พ.ศ. 2440
ช่วงต้นรัชกาล รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ไปประพาสดินแดนใกล้เคียงกับราชอาณาจักรสยาม ได้แก่ สิงคโปร์ ชวา พม่า และอินเดีย ส่วนเหตุของการ เสด็จประพาสยุโรป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ยก พระราชปรารภ ตอนหนึ่งว่า “...ทั้งที่จะได้ทรงตรวจตราแบบแผนราชการบ้านเมือง และจะได้วิสาสะคุ้นเคยกับพระมหากษัตริย์รัฐบาลแห่งนานาประเทศใหญ่น้อยในประเทศยุโรป...”
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ระบุว่า รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนิน ออกจากสยามเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2440 (ร.ศ. 116) และ เสด็จกลับ ถึงพระนครเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2440 ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุกำหนดเยือน 14 ประเทศ ได้แก่
- อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรียและฮังการี รัสเซีย สวีเดน เดนมาร์ก
- อังกฤษ เยอรมัน ฮอลแลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และอียิปต์
เรื่องเล็ก ๆ ที่หอสมุดฯ เชียงใหม่บันทึกไว้ เช่น หนังสือพิมพ์ Der Bund ของสวิตเซอร์แลนด์ พรรณนา ฉลองพระองค์ ในแต่ละวาระ และวันที่ 13 กรกฎาคม 2440 ช่างภาพชาวสวีเดน Ernest Florman ถ่ายภาพยนตร์การ รับเสด็จ ที่กรุงสต็อกโฮล์ม ซึ่ง รัชกาลที่ 5 ได้ ทอดพระเนตร ในวันต่อมา และ มีพระราชหัตถเลขา ว่า “มีหนังฝรั่งมันถ่ายไว้ดีมาก” หอสมุดฯ ระบุว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับชนชาติไทย


ไกลบ้าน: ยุโรปครั้งที่ 2 พ.ศ. 2450
อีก 10 ปีต่อมา ใน ร.ศ. 126 (พ.ศ. 2450) รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประพาสทวีปยุโรปอีกครั้งหนึ่ง กำหนดเวลาประมาณ 7 เดือน ไปยังอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี เดนมาร์ก นอร์เวย์ และอียิปต์ โดย เสด็จประทับอยู่ในประเทศเยอรมนีมากที่สุด
ระหว่างทาง รัชกาลที่ 5 มี พระราชหัตถเลขา ถึง พระราชธิดา หอสมุดแห่งชาติ กาญจนาภิเษก สงขลาระบุว่า เรื่องไกลบ้าน เป็นพระราชนิพนธ์ลายพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จประพาสทวีปยุโรป ครั้งหลัง พระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้านิภานภดล หรือ สมเด็จหญิงน้อย รวมระยะเวลาที่เสด็จประพาสทั้งสิ้น 225 คืน
ไกลบ้านเล่าเรื่องส่วนตัวไว้ละเอียด ตอนไปถึงเมืองบรันซวิกในเยอรมนี ระหว่างวันที่ 10–13 สิงหาคม ร.ศ. 126 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ยกข้อความใน พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน ว่า “...มีถ่ายรูปนับไม่ถ้วน ตลอดจนซีเนมะโตกราฟ...” และตอนจากมาว่า “...มีความอาไลยอาวรณ์กันกับดุ๊กแลดัชเชสอย่างยิ่ง เพราะเหตุที่มาอยู่รู้สึกสบายจริงๆ วันล่วงเข้าไปเรวเหลือเกิน ประเดี๋ยวเดียวก็ครบ ๓ คืนแล้ว...”


เพื่อนต่างแดน: ดยุคโยฮัน อัลเบิร์ต และจิตรกรเยลลี
ผู้ที่ไกลบ้านเรียกว่า “ดุ๊กริเยนต์” คือดยุคโยฮัน อัลเบิร์ต แห่งเมคเคลนบวร์ก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุว่ารัชกาลที่ 5 ทรงรู้จัก ดยุคมาตั้งแต่ พ.ศ. 2426 และ ได้ทรงพบ ในการเสด็จประพาสทวีปยุโรปทั้งสองคราว คราวแรกที่เมืองเมคเคลนบวร์ก-ชเวริน ระหว่างวันที่ 29–31 สิงหาคม ร.ศ. 116 คราวหลังที่บรันซวิก ต่อมาดยุคเดินทางมาเยือนสยามในเดือนมกราคม ร.ศ. 128 และได้ไปเยือนเมืองเพชรบุรีด้วย
อีกคนหนึ่งคือ เอ็ดวาร์โด เยลลี (Edoardo Gelli) จิตรกรอิตาเลียนแห่งเมืองฟลอเรนซ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ระบุว่าในการ เสด็จประพาสยุโรป ทั้ง 2 ครั้ง (พ.ศ. 2440 และ พ.ศ. 2450) รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯ มายังสตูดิโอของเยลลีเพื่อประทับเป็นแบบให้เขียนภาพและเลือกซื้อผลงานของเขา และใน พ.ศ. 2450 ขณะที่พระองค์ประทับอยู่ ณ บ้านของวิตตอริโอ เซจโจ้ กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรสยามในเมืองฟลอเรนซ์ เซจโจ้ได้จัดการให้พระองค์ทรงพบปะกับจิตรกรและประติมากรชาวอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นหลายคน พระบรมสาทิสลักษณ์ครึ่งพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝีมือเยลลี เป็นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
สวนดุสิต: จากสวนต้นไม้สู่ พระราชวังดุสิต
คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เล่าว่า ภายหลังกลับจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๑ รัชกาลที่ 5 ได้ เสด็จทอดพระเนตรพื้นที่สวนและทุ่งนาทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระนคร แล้วพอพระราชหฤทัย และเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2442 เสด็จพระราชดำเนินตัดต้นไม้บนที่ดินเป็นปฐมฤกษ์ พร้อมพระราชทานนามว่า “สวนดุสิต” งานเถลิงพลับพลาจัดระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 4 มีนาคม 2442 และเป็นครั้งแรกที่ เสด็จประทับแรม ที่สวนดุสิต
สวนดุสิตตั้งใจให้เป็น พระราชนิเวศน์สำหรับประทับพักผ่อนพระราชอิริยบถส่วนพระองค์ คล้ายกับ พระราชอุทยานในพระราชวังของยุโรป พระองค์จึงทรงเสาะแสวงหาพันธุ์ไม้นานาชนิดมาปลูกในสวนดุสิต และ มีพระราชหัตถเลขาถึงผู้กำกับดูแลการปลูกต้นไม้และจัดการสวนอยู่บ่อยครั้ง เช่น “…ต้นหางนกยูงริมถนนดวงตวันเอนเข้ามาหาถนนหมดทุกต้น ตลอดทั้งแถวหากว่าไม่ดามไว้เผลอๆไปโตขึ้นอีกนิดหนึ่งจะดัดไม่ไป ขอให้รีบไปดามเสียให้ได้โดยเร็ว…”
ในสวนมีการทดลองปลูกองุ่นจากแอฟริกาซึ่งไม่งอกงาม และต้นลิ้นจี่ที่ออกผลยาก คราวติดลูกเต็มต้นจึงมีการเล่นละครทำขวัญ รอบสวนปลูกไม้ดอกไม้ประดับและไม้ผลมากกว่า 100 ชนิด ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับ ณ สวนดุสิตบ่อยครั้งขึ้น จึง โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างอาคารถาวร เช่น พระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต และ พระที่นั่งอัมพรสถาน

พระราชวังบางปะอิน
หน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า พระราชวังบางปะอิน เริ่มจากวัดและ พระที่นั่ง ที่พระเจ้าปราสาททองสร้างบนเกาะบางปะอินเมื่อ พ.ศ. 2175 ได้รับการฟื้นฟูในรัชกาลที่ 4 ครั้นถึงรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงพิจารณา เห็นว่า พระตำหนัก ที่เกาะบางปะอิน มีความสมบูรณ์ ที่จะสร้างพระราชวังสำหรับแปรพระราชฐาน จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ขึ้นดังที่ปรากฏในปัจจุบัน แบ่งเป็น เขตพระราชฐานชั้นนอก และ เขตพระราชฐานชั้นใน
บางปะอินผูกพันกับเรื่องอื่นของรัชกาลที่ 5 ด้วย การเสด็จประพาสต้น พ.ศ. 2447 เริ่มจาก สะพานน้ำหน้าพระที่นั่งวโรภาษพิมาน และหน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า หอทะเบียนที่ดินแห่งแรก คือหอทะเบียนมณฑลกรุงเก่า ตั้งที่สภาคารราชประยูรใน พระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2444

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของรัชกาลที่ 5
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2396 (1853) | 20 กันยายน เสด็จพระราชสมภพ |
| 2411 (1868) | สิงหาคม ตามเสด็จ ไปหว้ากอ และ 11 พฤศจิกายน พระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก |
| 2416 (1873) | 15 กันยายน–11 ตุลาคม ทรงผนวช และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2 |
| 2440 (1897) | 7 เมษายน–16 ธันวาคม เสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรก |
| 2442 (1899) | 16 กุมภาพันธ์ เริ่มสวนดุสิต |
| 2444 (1901) | 1 ตุลาคม โฉนดที่ดินฉบับแรก |
| 2447 (1904) | 14 กรกฎาคม–7 สิงหาคม เสด็จประพาสต้น ครั้งแรก 25 วัน |
| 2449 (1906) | 18–27 สิงหาคม เสด็จประพาสต้น เมืองกำแพงเพชร |
| 2450 (1907) | เสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 ราว 7 เดือน และ พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน |
| 2451 (1908) | 11 พฤศจิกายน ทรงเปิด พระบรมรูปทรงม้า |
| 2453 (1910) | 23 ตุลาคม เสด็จสวรรคต |
ภาพบันทึก










มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม: รัฐบาลประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช” ปวงชนชาวไทย ถวายพระราชสมัญญาว่า พระปิยมหาราช หมายถึง พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน
- พระบรมรูปทรงม้า: พระบรมวงศานุวงศ์ พ่อค้า คหบดี และปวงชนชาวไทย ร่วมใจกันรวบรวมเงินจัดสร้าง เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชสมบัติยั่งยืนนานถึง 40 ปี ตั้งที่ พระลานพระราชวังดุสิต และ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสรณ์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2451
- พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช: เริ่มในรัชกาลที่ 6 ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสรณ์ ทรงวางพวงมาลา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่ามีพระสงฆ์ 57 รูปเท่าพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป: อาคารเดิมคือโรงกษาปณ์สิทธิการ ที่ เสด็จฯ มา ทรงเปิด และเดินเครื่องจักรเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2445 และเป็นที่เก็บ พระบรมสาทิสลักษณ์ ฝีมือเยลลี
- ยูเนสโก: หอสมุดแห่งชาติระบุว่ายูเนสโกประกาศยกย่องรัชกาลที่ 5 เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 และขึ้นทะเบียนเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของรัชกาลที่ 5 ใน Memory of the World Register เมื่อ พ.ศ. 2552
อ่านเรื่อง พระมหากษัตริย์ รัชกาลอื่นได้ในหมวดเดียวกันนี้ และเรื่องของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 4
คำถามที่พบบ่อย
รัชกาลที่ 5 ครองราชย์นานเท่าไร?
รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 และ เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุว่าครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี
ประพาสต้นคืออะไร และทำไมเรียกว่า “ต้น”?
การเสด็จประพาสต้น ของรัชกาลที่ 5 คือการเดินทางที่ไม่มีหมายกำหนดการล่วงหน้าและไม่มีกระบวนอย่างทางราชการ ส่วนคำว่า “ต้น” กรมศิลปากรอธิบายตาม สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่ามาจาก “เรือตาอ้น” เรือบรรทุกเครื่องครัวที่ซื้อเมื่อ 18 กรกฎาคม 2447 เรียกเร็ว ๆ จึงเป็น “เรือต้น”
ไกลบ้านคืออะไร?
ไกลบ้านคือ ลายพระราชหัตถเลขา ที่รัชกาลที่ 5 มีถึง พระราชธิดา ระหว่าง เสด็จประพาสทวีปยุโรป ครั้งหลังเมื่อ ร.ศ. 126 หรือ พ.ศ. 2450 ซึ่งหอสมุดแห่งชาติ กาญจนาภิเษก สงขลา ระบุว่ารวมเวลา 225 คืน ต่อมามีการรวมพิมพ์เป็นหนังสือหลายครั้ง
วันปิยมหาราชตรงกับวันที่เท่าไร?
วันปิยมหาราชตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คำว่า “พระปิยมหาราช” หมายถึง พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน และในวันนี้มี พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช เป็นประจำ
แหล่งอ้างอิง
- พระราชพิธีวันปิยมหาราช — หน่วยราชการในพระองค์
- องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม” — หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี กรมศิลปากร
- มหามกุฎราชสันตติวงศ์ : สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (บันทึกเรื่องราวเสด็จประพาสต้น : จดหมายนายทรงอานุภาพ ร.ศ. 123) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- สารคดี ๑๑๒ ปี ไพรัชไมตรี ณ เมืองเพชรบุรี ตอนที่ ๔ เสด็จประพาสยุโรป ๒ คราว — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- พัดรองที่ระลึกงาน “เถลิงพลับพลาสวนดุสิต” พ.ศ. ๒๔๔๒ — คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
- ไกลบ้าน — หอสมุดแห่งชาติ กาญจนาภิเษก สงขลา กรมศิลปากร
- 112 ปี แห่งการเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้า เจ้าสยาม — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรมศิลปากร
- โบราณสถานในจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้น ร.ศ. ๑๒๕ — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร กรมศิลปากร
- พระราชวังบางปะอิน — หน่วยราชการในพระองค์
- นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑๐๐ ปี — หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ