ข้ามไปยังเนื้อหา
Royalอธิบาย

รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว: เสด็จประพาสต้น ยุโรป 2 ครั้ง และไกลบ้าน

รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครองราชย์ 42 ปี เรื่องเสด็จประพาสต้น การ เสด็จประพาสยุโรป พ.ศ. 2440 และ 2450 ไกลบ้าน สวนดุสิต และบางปะอิน

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 15 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพถ่ายเก่า 11 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 ที่นอร์ดแคปป์ ประเทศนอร์เวย์ ข้างศิลาที่สลักอักษรย่อพระปรมาภิไธย ระหว่างการเดินทางไปยุโรปครั้งที่ 2
ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 และครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี
  • เสด็จประพาสต้น คือการเดินทางส่วนตัวที่ไม่มีหมายกำหนดการล่วงหน้า เริ่มใน พ.ศ. 2447 ชื่อมาจาก “เรือตาอ้น” เรือบรรทุกเครื่องครัวที่ซื้อเมื่อ 18 กรกฎาคม 2447
  • รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประพาสทวีปยุโรป 2 ครั้ง คือ พ.ศ. 2440 ราว 9 เดือน และ พ.ศ. 2450 ราว 7 เดือน ครั้งหลังเป็นที่มาของหนังสือ “ไกลบ้าน”
  • วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันปิยมหาราช พระบรมรูปทรงม้า ที่ พระลานพระราชวังดุสิต เปิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2451

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 (ค.ศ. 1853) มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) และครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี นอกจากงานแผ่นดินแล้ว รัชกาลที่ 5 เป็นที่จดจำจาก การเสด็จประพาสต้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2447 การ เสด็จประพาสยุโรป 2 ครั้งใน พ.ศ. 2440 และ 2450 และจดหมายชุด “ไกลบ้าน”

บทความนี้รวบรวมเรื่องของรัชกาลที่ 5 จากหน่วยราชการในพระองค์และหน่วยงานของกรมศิลปากร โดยเน้นด้านส่วนตัวตามที่เอกสารทางการบันทึกไว้ เช่น การเดินทาง การทำครัวระหว่างทาง การถ่ายรูป การปลูกต้นไม้ที่สวนดุสิต และ พระราชวัง ที่ ทรงโปรด จุดใดที่เอกสารระบุไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบพร้อมบอกที่มา

รัชกาลที่ 5 คือใคร

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุว่ารัชกาลที่ 5 มี พระนามเดิมว่า “สมเด็จ เจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์” เมื่อพระชนม์ 9 พรรษาได้รับสถาปนาเป็นกรมหมื่นพิฆเนศวรสุรสังกาศ ต่อมาอีก 4 ปี ได้เลื่อนเป็น “กรมขุนพินิตประชานาถ”

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2411 รัชกาลที่ 5 ซึ่งขณะนั้นยังเป็น เจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปหว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์ ในคราวสุริยุปราคาเต็มดวง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ยกความจาก พระราชพงศาวดาร ว่าในวันที่ 13 สิงหาคม กัปตันเรือรบฝรั่งเศสเชิญให้ เสด็จ ลงไปเที่ยวในเรือรบ (อ่านเรื่องการเดินทางครั้งนั้นได้ในรัชกาลที่ 4)

รัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์ ใน พ.ศ. 2411 และ มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุว่าขณะนั้น มีพระชนมายุ เพียง 16 ปี ส่วนหอสมุดแห่งชาติระบุ 15 พรรษา ช่วงแรก สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

ภาพถ่ายเก่า 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 รัชกาลที่ 5 ใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งแรก
ภาพถ่ายเก่า 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 รัชกาลที่ 5 ใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งแรก ภาพ: รัฐบาลสยาม / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ทรงผนวช และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2

เมื่อใกล้บรรลุนิติภาวะ รัชกาลที่ 5 ได้ทรงผนวชเป็นภิกษุ เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2416 และลาผนวช เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2416 แล้ว โปรดให้มี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อีกครั้งหนึ่ง เพื่อแสดงว่า ทรงรับผิดชอบในการปกครองบ้านเมืองด้วยพระองค์เองแล้ว

วัน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2 ในเอกสารสองแห่งไม่ตรงกัน หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2416 ส่วนหอสมุดแห่งชาติระบุวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2416

ครั้นวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุว่ารัชกาลที่ 5 มี สิริรวมพระชนมายุได้ 58 พรรษา ครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี

ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) รัชกาลที่ 5 ขณะ ทรงผนวช ภาพโดย Francis Chit
ภาพถ่ายเก่า พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) รัชกาลที่ 5 ขณะ ทรงผนวช ภาพโดย Francis Chit ภาพ: Francis Chit / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

พระราชกรณียกิจ โดยย่อ

หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สรุป พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ของรัชกาลที่ 5 ได้แก่ การเลิกทาส การปฏิรูประเบียบบริหารราชการ การศึกษา การศาล การคมนาคม การสุขาภิบาล เรื่องเลิกทาส เอกสารเดียวกันระบุว่า ใน พ.ศ. 2416 ทรงตราพระราชบัญญัติทาส ห้ามคนที่เกิดในรัชกาลปัจจุบันเป็นทาส และ ทรงตราพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2417

หอสมุดแห่งชาติ ยก พระบรมราโชวาท ที่ พระราชทาน แก่ประชาชนเมื่อ เสด็จกลับ จากยุโรปใน พ.ศ. 2440 ตอนหนึ่งว่า “เราตั้งใจอธิษฐานว่า เราจะกระทำการจนเต็มกำลังอย่างที่สุดที่จะให้กรุงสยามเป็นประเทศอันหนึ่งซึ่งมี อิสรภาพและความเจริญ...”

การเดินทางยังนำไปสู่งานบางเรื่องโดยตรง หน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า กรณีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินของราษฎรที่พบเมื่อครั้ง เสด็จประพาส มณฑลกรุงเก่า เป็นเหตุให้ โปรดเกล้าฯ ให้ จัดทำทะเบียนที่ดิน จนออกโฉนดที่ดินฉบับแรกของไทยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ร.ศ. 120 (พ.ศ. 2444) ที่ตำบลบ้านแป้ง เมืองกรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

ประพาสต้นคืออะไร

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาอธิบายจากสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทยว่า การเสด็จประพาสต้น ของรัชกาลที่ 5 ไม่มีหมายกำหนดการล่วงหน้า ไม่มีกระบวนอย่างทางราชการ เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2447 ตามแม่น้ำลำคลองในเมืองต่าง ๆ และมีหลายครั้งจนถึง พ.ศ. 2451 ช่วงแรกราษฎรส่วนมากเข้าใจว่าคณะที่ผ่านมาเป็นข้าราชการ ราษฎรที่คุ้นเคยกันระหว่างทางได้ชื่อว่า “เพื่อนต้น” และมีบันทึกประจำวันกับภาพถ่ายเหลืออยู่จนวันนี้

หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สรุปลักษณะของการเดินทางแบบนี้ว่า ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการเสด็จพระราชดำเนินเป็นการลับทางรถไฟหรือไม่ก็ทางเรือ ทรงแต่งพระองค์อย่างสามัญชน เพื่อทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุว่า ทรงโปรดการเสด็จประพาสในลักษณะนี้เป็นอย่างมาก เพราะทำให้ ทรงใกล้ชิด รับรู้ และเข้าใจสภาพสังคม ความทุกข์สุขในชีวิตประจำวันของราษฎรมากกว่าการเดินทางแบบทางการ

ที่มาของคำว่า “ต้น” ในการเดินทางของรัชกาลที่ 5 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี อธิบายว่า วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 โปรดเกล้าฯ ให้ซื้อเรือมาดประทุน 4 แจวลำหนึ่ง เพื่อบรรทุกเครื่องครัว โดยมีพระยานิพัทธราชกิจ (อ้น นรพัลลภ) ซึ่งขณะนั้นเป็นหลวงศักดิ์นายเวร เป็นผู้คุมเครื่องครัว จึง ทรงดำรัสเรียก เรือลำนั้นว่า “เรือตาอ้น” เรียกเร็ว ๆ เป็น “เรือต้น” และคำว่า “ต้น” ยังอนุโลมใช้เรียกเครื่องแต่งพระองค์อย่างลำลอง ในคราวเสด็จประพาส ว่า “ทรงเครื่องต้น” ด้วย

ประพาสต้น พ.ศ. 2447: 25 วันตามลำน้ำและการทำครัว

การเสด็จประพาสต้น ครั้งแรกเริ่มจาก สะพานน้ำหน้าพระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 ผ่านนนทบุรี สมุทรสาคร ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา แล้วกลับถึง พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2447 รวม 25 วัน

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เล่าการเดินทางของรัชกาลที่ 5 ครั้งนี้ไว้ใน “จดหมายนายทรงอานุภาพ” 8 ฉบับ ตามที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี สรุปไว้ ตัวอย่างเหตุการณ์ ได้แก่

  • เสด็จประพาสสวนกระท้อนแถบแม่น้ำอ้อมเมืองนนทบุรี และแวะขึ้นบกที่บ้านกระทุ่มแบน
  • เสด็จเรือเล็กประพาสทุ่งที่น้ำท่วม เพื่อพบปะสมาคมกับราษฎรตามท้องที่
  • คนที่ ตามเสด็จ ต้องแบ่งหน้าที่ตามความถนัดเพื่อเตรียมทำอาหาร ซึ่งเอกสารระบุว่า การรวมตัวทำอาหารเลี้ยงกันนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเป็นอย่างมาก
  • แวะซื้อเสบียงอาหารที่ปากคลองวัดประดู่ ระหว่างทาง เสด็จทอดพระเนตร ละครชาตรีบ้านตาหมอสี และตอนเย็นหาที่ เสด็จแวะทำครัว
  • ที่เพชรบุรี เสด็จกลับมาประทับแรม ที่พระนครคีรี และช่วงท้ายแวะทำครัวที่บ้านนายช้างอำแดงพลับก่อนกลับบางปะอิน

พิพิธภัณฑ์ฯ ระบุว่าจดหมายฉบับสุดท้ายของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พรรณนาว่า การ เสด็จประพาส ครั้งต่อ ๆ มาจะไม่ได้สุขสำราญและเป็นกันเองเหมือนครั้งนี้อีก เพราะราษฎรรู้กันแล้ว

ประพาสต้นกำแพงเพชร พ.ศ. 2449 และการถ่ายรูป

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชรบันทึกว่า รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้น เมืองกำแพงเพชรทางชลมารค ระหว่างวันที่ 18–27 สิงหาคม 2449 (ร.ศ. 125) ระหว่างทาง พระองค์ทรงถ่ายรูปบุคคล วัดวาอาราม โบราณสถาน และสถานที่ต่าง ๆ ของเมืองกำแพงเพชร แล้วทรงมีพระราชนิพนธ์เล่าเรื่องเสด็จประพาสต้นไว้ด้วย ลำดับที่บันทึกไว้มีดังนี้

  • 22 สิงหาคม: เมืองไตรตรึงษ์ วัดวังพระธาตุ และวัดเจดีย์เจ็ดยอด
  • 23 สิงหาคม: ในเมืองเก่ากำแพงเพชร เช่น กำแพงเมือง ประตูบ้านโนน ป้อมเจ้าจันทร์ วัดพระแก้ว สระมน และศาลพระอิศวร
  • 24 สิงหาคม: ตอนเหนือของเมืองเก่า เช่น ป้อมเพชร ประตูสะพานโคม วัดพระนอน วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดอาวาสใหญ่
  • 25 สิงหาคม: เมืองกำแพงเพชรฝั่งนครชุม ทอดพระเนตรวัดพระบรมธาตุ
  • 26 สิงหาคม: วัดเสด็จ และวัดคูยาง

พิพิธภัณฑ์เดียวกันเผยแพร่ภาพถ่ายฟิล์มกระจกจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นภาพ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการที่แม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก บ้านวังนางร้าง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2449 ระหว่าง การเสด็จประพาสต้น ครั้งที่ 2 ของรัชกาลที่ 5

เสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรก พ.ศ. 2440

ช่วงต้นรัชกาล รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ไปประพาสดินแดนใกล้เคียงกับราชอาณาจักรสยาม ได้แก่ สิงคโปร์ ชวา พม่า และอินเดีย ส่วนเหตุของการ เสด็จประพาสยุโรป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ยก พระราชปรารภ ตอนหนึ่งว่า “...ทั้งที่จะได้ทรงตรวจตราแบบแผนราชการบ้านเมือง และจะได้วิสาสะคุ้นเคยกับพระมหากษัตริย์รัฐบาลแห่งนานาประเทศใหญ่น้อยในประเทศยุโรป...”

หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ระบุว่า รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนิน ออกจากสยามเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2440 (ร.ศ. 116) และ เสด็จกลับ ถึงพระนครเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2440 ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุกำหนดเยือน 14 ประเทศ ได้แก่

  • อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรียและฮังการี รัสเซีย สวีเดน เดนมาร์ก
  • อังกฤษ เยอรมัน ฮอลแลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และอียิปต์

เรื่องเล็ก ๆ ที่หอสมุดฯ เชียงใหม่บันทึกไว้ เช่น หนังสือพิมพ์ Der Bund ของสวิตเซอร์แลนด์ พรรณนา ฉลองพระองค์ ในแต่ละวาระ และวันที่ 13 กรกฎาคม 2440 ช่างภาพชาวสวีเดน Ernest Florman ถ่ายภาพยนตร์การ รับเสด็จ ที่กรุงสต็อกโฮล์ม ซึ่ง รัชกาลที่ 5 ได้ ทอดพระเนตร ในวันต่อมา และ มีพระราชหัตถเลขา ว่า “มีหนังฝรั่งมันถ่ายไว้ดีมาก” หอสมุดฯ ระบุว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับชนชาติไทย

ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1897 รัชกาลที่ 5 กับจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ระหว่าง เสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรก
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1897 รัชกาลที่ 5 กับจักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ระหว่าง เสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรก ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
แผนที่เส้นทางไปและกลับของการ เสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรกของรัชกาลที่ 5 ค.ศ. 1897
แผนที่เส้นทางไปและกลับของการ เสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรกของรัชกาลที่ 5 ค.ศ. 1897 ภาพ: ไม่ทราบผู้จัดทำ / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ไกลบ้าน: ยุโรปครั้งที่ 2 พ.ศ. 2450

อีก 10 ปีต่อมา ใน ร.ศ. 126 (พ.ศ. 2450) รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประพาสทวีปยุโรปอีกครั้งหนึ่ง กำหนดเวลาประมาณ 7 เดือน ไปยังอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี เดนมาร์ก นอร์เวย์ และอียิปต์ โดย เสด็จประทับอยู่ในประเทศเยอรมนีมากที่สุด

ระหว่างทาง รัชกาลที่ 5 มี พระราชหัตถเลขา ถึง พระราชธิดา หอสมุดแห่งชาติ กาญจนาภิเษก สงขลาระบุว่า เรื่องไกลบ้าน เป็นพระราชนิพนธ์ลายพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จประพาสทวีปยุโรป ครั้งหลัง พระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้านิภานภดล หรือ สมเด็จหญิงน้อย รวมระยะเวลาที่เสด็จประพาสทั้งสิ้น 225 คืน

ไกลบ้านเล่าเรื่องส่วนตัวไว้ละเอียด ตอนไปถึงเมืองบรันซวิกในเยอรมนี ระหว่างวันที่ 10–13 สิงหาคม ร.ศ. 126 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ยกข้อความใน พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน ว่า “...มีถ่ายรูปนับไม่ถ้วน ตลอดจนซีเนมะโตกราฟ...” และตอนจากมาว่า “...มีความอาไลยอาวรณ์กันกับดุ๊กแลดัชเชสอย่างยิ่ง เพราะเหตุที่มาอยู่รู้สึกสบายจริงๆ วันล่วงเข้าไปเรวเหลือเกิน ประเดี๋ยวเดียวก็ครบ ๓ คืนแล้ว...”

หน้าปกในหนังสือไกลบ้าน ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2466
หน้าปกในหนังสือไกลบ้าน ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2466 ภาพ: หนังสือไกลบ้าน พ.ศ. 2466 / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ภาพถ่ายเก่า 12 สิงหาคม ค.ศ. 1907 การ รับเสด็จ รัชกาลที่ 5 ที่สถานีรถไฟบาดฮาร์ซบวร์ก ระหว่าง ประทับ ที่บรันซวิก
ภาพถ่ายเก่า 12 สิงหาคม ค.ศ. 1907 การ รับเสด็จ รัชกาลที่ 5 ที่สถานีรถไฟบาดฮาร์ซบวร์ก ระหว่าง ประทับ ที่บรันซวิก ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

เพื่อนต่างแดน: ดยุคโยฮัน อัลเบิร์ต และจิตรกรเยลลี

ผู้ที่ไกลบ้านเรียกว่า “ดุ๊กริเยนต์” คือดยุคโยฮัน อัลเบิร์ต แห่งเมคเคลนบวร์ก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ระบุว่ารัชกาลที่ 5 ทรงรู้จัก ดยุคมาตั้งแต่ พ.ศ. 2426 และ ได้ทรงพบ ในการเสด็จประพาสทวีปยุโรปทั้งสองคราว คราวแรกที่เมืองเมคเคลนบวร์ก-ชเวริน ระหว่างวันที่ 29–31 สิงหาคม ร.ศ. 116 คราวหลังที่บรันซวิก ต่อมาดยุคเดินทางมาเยือนสยามในเดือนมกราคม ร.ศ. 128 และได้ไปเยือนเมืองเพชรบุรีด้วย

อีกคนหนึ่งคือ เอ็ดวาร์โด เยลลี (Edoardo Gelli) จิตรกรอิตาเลียนแห่งเมืองฟลอเรนซ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ระบุว่าในการ เสด็จประพาสยุโรป ทั้ง 2 ครั้ง (พ.ศ. 2440 และ พ.ศ. 2450) รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯ มายังสตูดิโอของเยลลีเพื่อประทับเป็นแบบให้เขียนภาพและเลือกซื้อผลงานของเขา และใน พ.ศ. 2450 ขณะที่พระองค์ประทับอยู่ ณ บ้านของวิตตอริโอ เซจโจ้ กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรสยามในเมืองฟลอเรนซ์ เซจโจ้ได้จัดการให้พระองค์ทรงพบปะกับจิตรกรและประติมากรชาวอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นหลายคน พระบรมสาทิสลักษณ์ครึ่งพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝีมือเยลลี เป็นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

สวนดุสิต: จากสวนต้นไม้สู่ พระราชวังดุสิต

คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เล่าว่า ภายหลังกลับจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๑ รัชกาลที่ 5 ได้ เสด็จทอดพระเนตรพื้นที่สวนและทุ่งนาทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระนคร แล้วพอพระราชหฤทัย และเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2442 เสด็จพระราชดำเนินตัดต้นไม้บนที่ดินเป็นปฐมฤกษ์ พร้อมพระราชทานนามว่า “สวนดุสิต” งานเถลิงพลับพลาจัดระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 4 มีนาคม 2442 และเป็นครั้งแรกที่ เสด็จประทับแรม ที่สวนดุสิต

สวนดุสิตตั้งใจให้เป็น พระราชนิเวศน์สำหรับประทับพักผ่อนพระราชอิริยบถส่วนพระองค์ คล้ายกับ พระราชอุทยานในพระราชวังของยุโรป พระองค์จึงทรงเสาะแสวงหาพันธุ์ไม้นานาชนิดมาปลูกในสวนดุสิต และ มีพระราชหัตถเลขาถึงผู้กำกับดูแลการปลูกต้นไม้และจัดการสวนอยู่บ่อยครั้ง เช่น “…ต้นหางนกยูงริมถนนดวงตวันเอนเข้ามาหาถนนหมดทุกต้น ตลอดทั้งแถวหากว่าไม่ดามไว้เผลอๆไปโตขึ้นอีกนิดหนึ่งจะดัดไม่ไป ขอให้รีบไปดามเสียให้ได้โดยเร็ว…”

ในสวนมีการทดลองปลูกองุ่นจากแอฟริกาซึ่งไม่งอกงาม และต้นลิ้นจี่ที่ออกผลยาก คราวติดลูกเต็มต้นจึงมีการเล่นละครทำขวัญ รอบสวนปลูกไม้ดอกไม้ประดับและไม้ผลมากกว่า 100 ชนิด ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับ ณ สวนดุสิตบ่อยครั้งขึ้น จึง โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างอาคารถาวร เช่น พระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต และ พระที่นั่งอัมพรสถาน

พระที่นั่งวิมานเมฆ ใน พระราชวังดุสิต ภาพถ่าย พ.ศ. 2552
พระที่นั่งวิมานเมฆ ใน พระราชวังดุสิต ภาพถ่าย พ.ศ. 2552 ภาพ: Globe-trotter / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

พระราชวังบางปะอิน

หน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า พระราชวังบางปะอิน เริ่มจากวัดและ พระที่นั่ง ที่พระเจ้าปราสาททองสร้างบนเกาะบางปะอินเมื่อ พ.ศ. 2175 ได้รับการฟื้นฟูในรัชกาลที่ 4 ครั้นถึงรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงพิจารณา เห็นว่า พระตำหนัก ที่เกาะบางปะอิน มีความสมบูรณ์ ที่จะสร้างพระราชวังสำหรับแปรพระราชฐาน จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ขึ้นดังที่ปรากฏในปัจจุบัน แบ่งเป็น เขตพระราชฐานชั้นนอก และ เขตพระราชฐานชั้นใน

บางปะอินผูกพันกับเรื่องอื่นของรัชกาลที่ 5 ด้วย การเสด็จประพาสต้น พ.ศ. 2447 เริ่มจาก สะพานน้ำหน้าพระที่นั่งวโรภาษพิมาน และหน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า หอทะเบียนที่ดินแห่งแรก คือหอทะเบียนมณฑลกรุงเก่า ตั้งที่สภาคารราชประยูรใน พระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2444

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ใน พระราชวังบางปะอิน ภาพถ่าย พ.ศ. 2568
พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ใน พระราชวังบางปะอิน ภาพถ่าย พ.ศ. 2568 ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของรัชกาลที่ 5

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
2396 (1853) 20 กันยายน เสด็จพระราชสมภพ
2411 (1868) สิงหาคม ตามเสด็จ ไปหว้ากอ และ 11 พฤศจิกายน พระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก
2416 (1873) 15 กันยายน–11 ตุลาคม ทรงผนวช และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2
2440 (1897) 7 เมษายน–16 ธันวาคม เสด็จประพาสยุโรป ครั้งแรก
2442 (1899) 16 กุมภาพันธ์ เริ่มสวนดุสิต
2444 (1901) 1 ตุลาคม โฉนดที่ดินฉบับแรก
2447 (1904) 14 กรกฎาคม–7 สิงหาคม เสด็จประพาสต้น ครั้งแรก 25 วัน
2449 (1906) 18–27 สิงหาคม เสด็จประพาสต้น เมืองกำแพงเพชร
2450 (1907) เสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 ราว 7 เดือน และ พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน
2451 (1908) 11 พฤศจิกายน ทรงเปิด พระบรมรูปทรงม้า
2453 (1910) 23 ตุลาคม เสด็จสวรรคต

ภาพบันทึก

พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 5 ภาพถ่ายเก่าราว พ.ศ. 2423
พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 5 ภาพถ่ายเก่าราว พ.ศ. 2423 ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1872 รัชกาลที่ 5 ในชุดแบบตะวันตก
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1872 รัชกาลที่ 5 ในชุดแบบตะวันตก ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ภาพถ่ายเก่า 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1897 ขบวนของรัชกาลที่ 5 ถึงโรงแรมแบร์เนอร์โฮฟ กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ภาพถ่ายเก่า 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1897 ขบวนของรัชกาลที่ 5 ถึงโรงแรมแบร์เนอร์โฮฟ กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ภาพถ่ายเก่า 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1897 การรับรัชกาลที่ 5 ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
ภาพถ่ายเก่า 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1897 การรับรัชกาลที่ 5 ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ภาพ: Peter Elfelt / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ภาพพิมพ์ใน The Illustrated London News 14 สิงหาคม ค.ศ. 1897 งานรับรองรัชกาลที่ 5 ที่สถานทูตสยาม กรุงลอนดอน
ภาพพิมพ์ใน The Illustrated London News 14 สิงหาคม ค.ศ. 1897 งานรับรองรัชกาลที่ 5 ที่สถานทูตสยาม กรุงลอนดอน ภาพ: The Illustrated London News / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ปกหนังสือพิมพ์ Le Petit Journal 19 กันยายน ค.ศ. 1897 ภาพรัชกาลที่ 5 ระหว่างเยือนปารีส
ปกหนังสือพิมพ์ Le Petit Journal 19 กันยายน ค.ศ. 1897 ภาพรัชกาลที่ 5 ระหว่างเยือนปารีส ภาพ: Fortuné Méaulle / Le Petit Journal / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ภาพถ่ายเก่า 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 การมาถึงกรุงคริสเตียเนีย (ออสโล) ประเทศนอร์เวย์ จากโปสการ์ดของหอสมุดแห่งชาตินอร์เวย์
ภาพถ่ายเก่า 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 การมาถึงกรุงคริสเตียเนีย (ออสโล) ประเทศนอร์เวย์ จากโปสการ์ดของหอสมุดแห่งชาตินอร์เวย์ ภาพ: National Library of Norway / Wikimedia Commons (No restrictions)
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 กับประธานาธิบดีอาร์ม็อง ฟาลลิแยร์ ที่สถานีรัมบุยเย ประเทศฝรั่งเศส
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1907 รัชกาลที่ 5 กับประธานาธิบดีอาร์ม็อง ฟาลลิแยร์ ที่สถานีรัมบุยเย ประเทศฝรั่งเศส ภาพ: M. Rol / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1907 ที่เมืองโนทอดเดน ประเทศนอร์เวย์ จากคลังภาพหอสมุดแห่งชาตินอร์เวย์
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1907 ที่เมืองโนทอดเดน ประเทศนอร์เวย์ ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)
พระบรมรูปทรงม้า ที่ พระลานพระราชวังดุสิต ภาพถ่าย พ.ศ. 2561
พระบรมรูปทรงม้า ที่ พระลานพระราชวังดุสิต ภาพถ่าย พ.ศ. 2561 ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

  • วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม: รัฐบาลประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช” ปวงชนชาวไทย ถวายพระราชสมัญญาว่า พระปิยมหาราช หมายถึง พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน
  • พระบรมรูปทรงม้า: พระบรมวงศานุวงศ์ พ่อค้า คหบดี และปวงชนชาวไทย ร่วมใจกันรวบรวมเงินจัดสร้าง เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชสมบัติยั่งยืนนานถึง 40 ปี ตั้งที่ พระลานพระราชวังดุสิต และ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสรณ์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2451
  • พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช: เริ่มในรัชกาลที่ 6 ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสรณ์ ทรงวางพวงมาลา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่ามีพระสงฆ์ 57 รูปเท่าพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป: อาคารเดิมคือโรงกษาปณ์สิทธิการ ที่ เสด็จฯ มา ทรงเปิด และเดินเครื่องจักรเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2445 และเป็นที่เก็บ พระบรมสาทิสลักษณ์ ฝีมือเยลลี
  • ยูเนสโก: หอสมุดแห่งชาติระบุว่ายูเนสโกประกาศยกย่องรัชกาลที่ 5 เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 และขึ้นทะเบียนเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ของรัชกาลที่ 5 ใน Memory of the World Register เมื่อ พ.ศ. 2552

อ่านเรื่อง พระมหากษัตริย์ รัชกาลอื่นได้ในหมวดเดียวกันนี้ และเรื่องของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 4

คำถามที่พบบ่อย

รัชกาลที่ 5 ครองราชย์นานเท่าไร?

รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 และ เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ระบุว่าครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี

ประพาสต้นคืออะไร และทำไมเรียกว่า “ต้น”?

การเสด็จประพาสต้น ของรัชกาลที่ 5 คือการเดินทางที่ไม่มีหมายกำหนดการล่วงหน้าและไม่มีกระบวนอย่างทางราชการ ส่วนคำว่า “ต้น” กรมศิลปากรอธิบายตาม สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่ามาจาก “เรือตาอ้น” เรือบรรทุกเครื่องครัวที่ซื้อเมื่อ 18 กรกฎาคม 2447 เรียกเร็ว ๆ จึงเป็น “เรือต้น”

ไกลบ้านคืออะไร?

ไกลบ้านคือ ลายพระราชหัตถเลขา ที่รัชกาลที่ 5 มีถึง พระราชธิดา ระหว่าง เสด็จประพาสทวีปยุโรป ครั้งหลังเมื่อ ร.ศ. 126 หรือ พ.ศ. 2450 ซึ่งหอสมุดแห่งชาติ กาญจนาภิเษก สงขลา ระบุว่ารวมเวลา 225 คืน ต่อมามีการรวมพิมพ์เป็นหนังสือหลายครั้ง

วันปิยมหาราชตรงกับวันที่เท่าไร?

วันปิยมหาราชตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คำว่า “พระปิยมหาราช” หมายถึง พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน และในวันนี้มี พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช เป็นประจำ

แหล่งอ้างอิง

  1. พระราชพิธีวันปิยมหาราช — หน่วยราชการในพระองค์
  2. องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม” — หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี กรมศิลปากร
  3. มหามกุฎราชสันตติวงศ์ : สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (บันทึกเรื่องราวเสด็จประพาสต้น : จดหมายนายทรงอานุภาพ ร.ศ. 123) — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
  4. สารคดี ๑๑๒ ปี ไพรัชไมตรี ณ เมืองเพชรบุรี ตอนที่ ๔ เสด็จประพาสยุโรป ๒ คราว — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
  5. พัดรองที่ระลึกงาน “เถลิงพลับพลาสวนดุสิต” พ.ศ. ๒๔๔๒ — คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
  6. ไกลบ้าน — หอสมุดแห่งชาติ กาญจนาภิเษก สงขลา กรมศิลปากร
  7. 112 ปี แห่งการเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้า เจ้าสยาม — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรมศิลปากร
  8. โบราณสถานในจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้น ร.ศ. ๑๒๕ — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร กรมศิลปากร
  9. พระราชวังบางปะอิน — หน่วยราชการในพระองค์
  10. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๑๐๐ ปี — หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ