รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว: พระราชประวัติ ภาพยนตร์ ดนตรี และวังไกลกังวล
รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษา ที่อีตันและวุลลิช โปรดการถ่ายภาพยนตร์ ดนตรี และกอล์ฟ และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง วังไกลกังวล
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 และ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ตามที่กรมศิลปากรบันทึก
- สถาบันพระปกเกล้าระบุว่า รัชกาลที่ 7 ทรงศึกษา ที่วิทยาลัยอีตันราว 2 ปี แล้ว ทรงศึกษา ต่อที่โรงเรียนนายร้อยวุลลิชตั้งแต่ พ.ศ. 2454
- แหวนวิเศษ ภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ ปี 2472 ยาว 25 นาที เป็นภาพยนตร์ชนิดเดินเรื่องฝีพระหัตถ์ที่หลงเหลือครบสมบูรณ์เพียงเรื่องเดียว ตามที่หอภาพยนตร์ระบุ
- วังไกลกังวลเริ่มก่อสร้างเดือนตุลาคม 2469 และมี พระราชพิธีคฤหมงคล ขึ้น พระตำหนักเปี่ยมสุข วันที่ 10–11 เมษายน 2472
- รัฐสภาจัด พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทุกวันที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่ระลึกของรัชกาลที่ 7
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) และ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 (ค.ศ. 1925) ทรงศึกษา ที่อังกฤษและฝรั่งเศส โปรดการถ่ายภาพยนตร์ ดนตรี และกอล์ฟ และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง วังไกลกังวลที่หัวหิน
บทความนี้รวบรวม พระราชประวัติ ของรัชกาลที่ 7 จากหน่วยราชการในพระองค์ กรมศิลปากร วุฒิสภา กรมประชาสัมพันธ์ สถาบันพระปกเกล้า และหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) โดยเน้นทั้ง พระราชกรณียกิจ และด้าน ส่วนพระองค์ ที่แหล่งเหล่านี้บันทึกไว้ จุดที่แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกันใส่ไว้ทั้งสองแบบ
พระราชสมภพ และวัยเยาว์ของรัชกาลที่ 7
กรมศิลปากรบันทึกว่า รัชกาลที่ 7 เป็น พระราชโอรสพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และ พระนามทั่วไปเรียกว่า “ทูลกระหม่อมเอียดน้อย” ส่วนวุฒิสภาระบุว่า พระราชสมภพ เมื่อวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 และ มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์
เมื่อเจริญวัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัด พระราชพิธีโสกันต์ พร้อมกับจารึกพระนามในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนศุโขทัยธรรมราชา” วุฒิสภาระบุปีของพิธีนี้ว่า พ.ศ. 2448 ส่วนสถาบันพระปกเกล้า ระบุวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2449 และระบุว่าเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน เสด็จไปทรงศึกษา ต่อที่ยุโรปเมื่อ พระชนมายุ 12 พรรษา

รัชกาลที่ 7 ทรงศึกษา ที่อีตัน วุลลิช และฝรั่งเศส
กรมศิลปากรบันทึกว่า เสด็จไปทรงศึกษา วิชาทหารบกในประเทศอังกฤษ สถาบันพระปกเกล้าให้รายละเอียดดังนี้
- พฤษภาคม พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) ทรงศึกษา ที่วิทยาลัยอีตัน ราว 2 ปี วิชาที่ ทรงศึกษา มีภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ละติน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วาดเขียน และดนตรี (ไวโอลิน)
- พ.ศ. 2454 เมื่อ พระชนมายุ 18 พรรษา ทรงศึกษา ต่อที่โรงเรียนนายร้อยวุลลิช (Royal Military Academy, Woolwich) แผนกทหารปืนใหญ่ม้า
- พ.ศ. 2456 สำเร็จการศึกษา แล้วประจำการในกองทหารปืนใหญ่ม้าที่เมืองออลเดอร์ชอต ได้รับยศร้อยตรี
- เมษายน พ.ศ. 2458 เสด็จกลับ ประเทศไทย หลังเกิดสงครามในยุโรป
- พ.ศ. 2465–2467 ทรงศึกษา วิชาเสนาธิการ ที่โรงเรียนเสนาธิการทหาร (École Supérieure de Guerre) กรุงปารีส

รัชกาลที่ 7 ก่อน เป็นพระมหากษัตริย์: งานทหารและการผนวช
กรมศิลปากรบันทึกว่า เสด็จกลับ มา รับราชการ ในรัชกาลที่ 6 เป็นนายพันโท ราชองครักษ์ ตำแหน่งผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยทหารบกชั้นปฐม ต่อมาเป็นนายพันเอก ปลัดกรมเสนาธิการทหารบก แล้วเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารบกที่ 2 และเลื่อนเป็นกรมหลวงเมื่อ พ.ศ. 2468
สถาบันพระปกเกล้าบันทึกว่า ในพ.ศ. 2460 ผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ 27 มิถุนายน ได้ฉายา “ปชาธิโป” และ ประทับ จำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างพระผนวชมีเรียงความแก้กระทู้ธรรมฝีพระหัตถ์ 6 เรื่อง ได้รับรางวัล 3 เรื่อง แล้วลาผนวชวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2460

รัชกาลที่ 7 เป็นพระมหากษัตริย์ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
กรมศิลปากรบันทึกว่า เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2468 วุฒิสภาระบุว่า ทรงประกอบ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 ทรงพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” และ เสด็จสถิตในสิริราชสมบัติ 9 ปี พ.ศ. 2569 จึงเป็นวาระครบ 100 ปีของพิธีบรมราชาภิเษก
ในรัชสมัย มีการ เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และ ทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 ขณะ ประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษ

พระราชกรณียกิจ สำคัญในรัชกาลที่ 7
วุฒิสภาสรุป พระราชกรณียกิจ ของรัชกาลที่ 7 ไว้หลายด้าน
- การปกครอง: โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะอภิรัฐมนตรี ปรับปรุงเสนาบดีสภา ทรงคัดเลือก องคมนตรี 40 คนเป็นสภากรรมการองคมนตรี และทดลองการปกครองท้องถิ่นแบบเทศบาลหรือ “ประชาภิบาล”
- การศึกษา: โปรดเกล้าฯ ให้เร่งรัดการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาในท้องที่มณฑลกรุงเทพฯ ยกเลิกเงินศึกษาพลี พระราชทาน ทุนเล่าเรียนหลวง และสืบทอดงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- วิชาการและวัฒนธรรม: ทรงสถาปนา ราชบัณฑิตยสภา ส่งเสริมพิพิธภัณฑสถานและหอพระสมุดสำหรับพระนคร โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ
- กฎหมาย: พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. 2473 และ พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2474
- การแพทย์: ทรงจัดตั้ง สภาการแพทย์เพื่อควบคุมการประกอบโรคศิลป์
รัชกาลที่ 7 กับภาพยนตร์: นักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น
สถาบันพระปกเกล้าบันทึกว่า รัชกาลที่ 7 สนพระทัยการถ่ายรูปมาแต่วัยเยาว์ ภาพฝีพระหัตถ์ชื่อ “รูปตื่น” ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงในการประกวดรูปถ่ายงานวัดเบญจมบพิตร พ.ศ. 2448 และเมื่อ เป็นพระมหากษัตริย์ แล้ว นับเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกที่เป็นนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น
- ภาพยนตร์ ส่วนพระองค์ เรียกว่า “ภาพยนตร์อัมพร” ตามนาม พระที่นั่งอัมพรสถาน ที่ประทับ บางส่วนเป็นภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ มีทั้งสารคดี เช่น ภาพการ เสด็จประพาส สิงคโปร์ ชวา และบาหลี พ.ศ. 2472 และบันเทิงคดีอย่างน้อย 4 เรื่อง
- พ.ศ. 2473 โปรดเกล้าฯ ให้ ก่อตั้งสมาคมภาพยนตร์สมัครเล่นแห่งสยาม
- พระราชทาน เงินสร้างโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง ซึ่งฉายรอบปฐมฤกษ์วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2476
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ระบุว่า “แหวนวิเศษ” ฟิล์ม 16 มม. ขาว-ดำ เงียบ ยาว 25 นาที ปี 2472 เป็นภาพยนตร์ชนิดเดินเรื่องฝีพระหัตถ์ที่หลงเหลืออยู่อย่างครบสมบูรณ์เพียงเรื่องเดียว เครดิตผู้กำกับคือ “นายน้อย ศรศักดิ์” บทภาพยนตร์เกิดขึ้นขณะ เสด็จประพาส ทางทะเลที่เกาะพงัน และนักแสดงเป็นเจ้านายเด็ก ๆ ในคณะผู้ติดตาม
ดนตรีไทยและดนตรีสากลในรัชกาลที่ 7
สถาบันพระปกเกล้า บันทึกว่า ครูที่วิทยาลัยอีตันรายงานว่าการเรียนไวโอลินก้าวหน้าเป็นที่พอใจ เมื่อ เป็นพระมหากษัตริย์ แล้ว ทรงศึกษา ดนตรีไทยกับหลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยชีวิน) และหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เริ่มจากซออู้ แล้วจึงซอด้วง
เพลงไทย 3 เพลง ใน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สถาบันพระปกเกล้าระบุว่าเป็นอมตะสืบมาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่
- ราตรีประดับดาวเถา พ.ศ. 2472 ดัดแปลงจากเพลงมอญดูดาว 2 ชั้น
- เขมรละออองค์เถา ได้แรงบันดาลใจจากสำเนียงเขมรคราว เสด็จประพาส อินโดจีน พ.ศ. 2473 เนื้อร้องมาจากบทละครเรื่องพระร่วง
- โหมโรงคลื่นกระทบฝั่งสามชั้น เกิดขึ้นหลังการ เสด็จประพาส สัตหีบ
ด้านดนตรีสากล พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ระบุว่าโปรดดนตรีสากล มีแผ่นเสียงเพลงของบีโธเฟน บาค และเม็นเดิลส์โซน จำนวนมาก และวงดนตรีเครื่องสายฝรั่งหลวงซึ่ง พระราชทาน เงินเดือนจาก พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ต่อมาโอนมาเป็นวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ใน พ.ศ. 2477
รัชกาลที่ 7 กับกีฬาและกอล์ฟที่หัวหิน
สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่าความโปรดกีฬาเริ่มจากวิทยาลัยอีตัน ซึ่งมีวอลล์เกมในฤดูหนาวและคริกเก็ตในฤดูร้อน ส่วนกีฬาในร่มโปรดสควอช ต่อมาที่หัวหิน รัชกาลที่ 7 โปรดกอล์ฟที่สนามกอล์ฟรถไฟหลวง และเริ่ม ทรงกอล์ฟ อย่างจริงจังตั้งแต่ พ.ศ. 2467
กรมประชาสัมพันธ์บันทึกว่า ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 กีฬากอล์ฟได้รับความนิยมอย่างยิ่ง และสนามกอล์ฟหลวงหัวหินนับเป็นสนามกอล์ฟมาตรฐานแห่งแรกของประเทศ
วังไกลกังวล: ที่ประทับ ฤดูร้อนของรัชกาลที่ 7
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า วังไกลกังวล ตั้งอยู่ริมทะเลหัวหิน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน
- ผู้ออกแบบและอำนวยการก่อสร้างคือหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร ผู้สำเร็จการศึกษาสถาปัตยกรรมจาก École des Beaux-Arts
- การปลูกสร้างเริ่มเดือนตุลาคม 2469 พระราชพิธีคฤหมงคล ขึ้น พระตำหนักเปี่ยมสุข จัดระหว่างวันที่ 10–11 เมษายน 2472 และมีอาคารเพิ่มเติมจนถึง พ.ศ. 2476
- เดิมมี พระตำหนัก สำคัญ 3 องค์หันหน้าสู่ทะเล คือ พระตำหนักเปี่ยมสุข (3 ชั้น ใหญ่ที่สุด) พระตำหนักปลุกกเสม และพระตำหนักน้อย ไม่มีท้องพระโรง เพราะสร้างขึ้นเป็น ที่ประทับฤดูร้อน
- สถาปัตยกรรมเป็นศิลปะแบบสเปน ให้ความรู้สึกของ “บ้านพักในฤดูร้อน”
หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า พระบรมราชานุสาวรีย์ ที่หัวหินสร้างขึ้นจากความสำนึกของชาวหัวหิน ใน พระมหากรุณาธิคุณ ที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างวังไกลกังวลเป็นที่ประทับ และ ทรงสร้าง ตลาดฉัตร์ไชย ซึ่งทำให้ “หัวหิน” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสืบต่อมาจนทุกวันนี้

รัชกาลที่ 7 เสด็จประพาส ในประเทศและต่างประเทศ
กรมศิลปากรบันทึกการ เสด็จประพาส สหรัฐมลายูและชวาเมื่อ พ.ศ. 2472 แดนญวน เขมร และอเมริกา พ.ศ. 2473 และ เสด็จยุโรป เมื่อ พ.ศ. 2476 สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่าการ เสด็จพระราชดำเนิน ไปสหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่นเริ่มจากพระนครวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2473 (ตรงกับ พ.ศ. 2474 ตามปฏิทินปัจจุบัน) และ เสด็จกลับ ถึงพระนครวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2474 รวมเกือบ 7 เดือน
ภาพจดหมายเหตุในคลัง Wikimedia Commons บันทึกภาพที่เชียงใหม่ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1927) ที่เมืองโซโลบนเกาะชวาเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1929 และที่ญี่ปุ่นเดือนเมษายน ค.ศ. 1931


ช่วงหลังของรัชกาลที่ 7 และวันที่ระลึก
หลัง ทรงสละราชสมบัติ แล้ว ประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ และ เสด็จสวรรคต ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ตามที่กรมศิลปากรบันทึก วุฒิสภาระบุว่าทุกปีรัฐสภาจัด พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็น “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว”
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของรัชกาลที่ 7
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2436 (1893) | 8 พฤศจิกายน พระราชสมภพ |
| 2448/2449 | พระราชพิธีโสกันต์ (วุฒิสภาระบุ 2448 สถาบันพระปกเกล้าระบุ 4 มีนาคม 2449) |
| 2451 (1908) | พฤษภาคม ทรงศึกษา ที่วิทยาลัยอีตัน |
| 2454 (1911) | ทรงศึกษา ต่อที่โรงเรียนนายร้อยวุลลิช |
| 2458 (1915) | เมษายน เสด็จกลับ ประเทศไทย |
| 2460 (1917) | 27 มิถุนายน–19 ตุลาคม ผนวช |
| 2465–2467 | ทรงศึกษา ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารฝรั่งเศส |
| 2468 (1925) | 26 พฤศจิกายน เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ |
| 2468 | 25 กุมภาพันธ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก |
| 2469 (1926) | ตุลาคม เริ่มสร้างวังไกลกังวล |
| 2472 (1929) | ภาพยนตร์แหวนวิเศษ และการ เสด็จประพาส สิงคโปร์ ชวา บาหลี |
| 2473 | การ เสด็จประพาส อินโดจีน และการก่อตั้งสมาคมภาพยนตร์สมัครเล่นแห่งสยาม |
| 2474 (1931) | 12 ตุลาคม เสด็จกลับ จากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่น |
| 2476 (1933) | 2 กรกฎาคม ศาลาเฉลิมกรุงเปิดฉายรอบปฐมฤกษ์ |
| 2484 (1941) | 30 พฤษภาคม เสด็จสวรรคต |
| 2564 (2021) | 3 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เขาหินเหล็กไฟ |
ภาพบันทึก









มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- วังไกลกังวล: หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่ามีการขยายพื้นที่และก่อสร้างเพิ่มเติมในรัชกาลต่อมา โดยออกแบบตามสถาปัตยกรรมเดิมในสมัยรัชกาลที่ 7 เพื่ออนุรักษ์และสร้างความกลมกลืน
- พระบรมราชานุสาวรีย์ ที่เขาหินเหล็กไฟ: ประชาชนชาวอำเภอหัวหินจัดสร้าง กรมศิลปากรปั้นหล่อ พระบรมรูป และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2564
- วันที่ระลึก: วันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปี รัฐสภาจัดพิธีวางพวงมาลาและบำเพ็ญกุศล
- พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว: ตั้งอยู่ถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ ระบุว่าเปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์ วันปีใหม่ และวันสงกรานต์ เวลา 09.00–16.00 น. และวุฒิสภาระบุว่ามีนิทรรศการออนไลน์ที่ kpi-vmuseum.com
- ภาพยนตร์และเพลง: หอภาพยนตร์จัด แหวนวิเศษ ไว้ในหมวดภาพยนตร์ของชาติ ส่วนสถาบันพระปกเกล้าระบุว่าเพลงราตรีประดับดาว เขมรละออองค์ และโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง เป็นอมตะของวงการดนตรีไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน
อ่านเรื่องอื่นในหมวด ราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และ วังไกลกังวล
คำถามที่พบบ่อย
รัชกาลที่ 7 คือใคร และ เสด็จสถิตในสิริราชสมบัติ กี่ปี?
รัชกาลที่ 7 คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชโอรสพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ วุฒิสภาระบุว่าตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ เสด็จสถิตในสิริราชสมบัติ มี พระราชกรณียกิจ ด้านการศึกษา การปกครองท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม
รัชกาลที่ 7 ทรงศึกษา ที่ใด?
กรมศิลปากรบันทึกว่า เสด็จไปทรงศึกษา วิชาทหารบกในประเทศอังกฤษ ส่วนสถาบันพระปกเกล้าระบุว่า ทรงศึกษา ที่วิทยาลัยอีตัน แล้วศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยวุลลิช แผนกทหารปืนใหญ่ม้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2454 และต่อมาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารของฝรั่งเศส
แหวนวิเศษ คือภาพยนตร์อะไร?
แหวนวิเศษ เป็นภาพยนตร์เงียบ ฟิล์ม 16 มม. ขาว-ดำ ยาว 25 นาที ปี 2472 หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ระบุว่าเป็นภาพยนตร์ชนิดเดินเรื่องฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 7 ที่หลงเหลืออยู่อย่างครบสมบูรณ์เพียงเรื่องเดียว และขึ้นทะเบียนเป็นภาพยนตร์ของชาติ
วังไกลกังวลสร้างเมื่อใด?
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน การปลูกสร้างเริ่มเดือนตุลาคม 2469 และมี พระราชพิธีคฤหมงคล ขึ้น พระตำหนักเปี่ยมสุข 10–11 เมษายน 2472
แหล่งอ้างอิง
- วังไกลกังวล — หน่วยราชการในพระองค์
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ เขาหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ — หน่วยราชการในพระองค์
- มหามกุฏราชสันตติวงศ์ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๓๖ วันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ — กรมศิลปากร
- นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “100 ปี บรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” — สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
- จากราชสำนักสู่มือหนึ่งของโลก : จุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจของสตรีไทยในกีฬากอล์ฟ — สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 2 กรมประชาสัมพันธ์
- การทรงศึกษาวิชาทหารที่อังกฤษและทรงเข้ารับราชการกองทัพบกสยาม — สถาบันพระปกเกล้า
- ภาพถ่าย ภาพยนตร์และพระราชนิยมในการถ่ายภาพยนตร์ — สถาบันพระปกเกล้า
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- รัฐสภา14วุฒิสภา11จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย13
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ