ข้ามไปยังเนื้อหา
Royalอธิบาย

รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว: พระราชประวัติ พระราชนิพนธ์ ดุสิตธานี

รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษา ที่อังกฤษ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 15 ปี ทรงพระราชนิพนธ์ กว่า 1,200 เรื่อง และ ทรงสร้าง ดุสิตธานี

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 16 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1921 รัชกาลที่ 6 ระหว่างการซ้อมรบของกองเสือป่า
ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • รัชกาลที่ 6 พระราชสมภพ วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็น พระราชโอรสองค์ที่ 29 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453
  • ระหว่าง พ.ศ. 2440–2445 รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา วิชาทหารที่โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ แล้ว ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง
  • กรมศิลปากรระบุว่า ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า 1,236 เรื่อง และ พระนามแฝง ที่ ทรงใช้ มีทั้ง ศรีอยุธยา อัศวพาหุ พันแหลม และ รามจิตติ
  • ใน พ.ศ. 2454 ทรงสถาปนากองเสือป่า (6 พฤษภาคม) และกิจการลูกเสือ (1 กรกฎาคม) ส่วนเมืองจำลอง ดุสิตธานี เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2461
  • ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลกใน พ.ศ. 2524 และหน่วยราชการในพระองค์จัด พระราชพิธี ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ใน พ.ศ. 2568

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า หรือ รัชกาลที่ 6 เป็น พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 ในพระบรมราชวงศ์จักรี เป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) และ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 15 ปี ทรงศึกษา ที่ประเทศอังกฤษ ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า 1,236 เรื่อง ทรงสร้าง เมืองจำลองดุสิตธานี และ ทรงสถาปนากองเสือป่า กับกิจการลูกเสือ

บทความนี้รวบรวม พระราชประวัติ ของรัชกาลที่ 6 จากแหล่งทางการ ได้แก่ หน่วยราชการในพระองค์ กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลข้อมูล พระราชวัง ครอบคลุมทั้ง พระราชกรณียกิจ และด้าน ส่วนพระองค์ เช่น การละคร งานพระราชนิพนธ์ และ ที่ประทับ ยาม แปรพระราชฐาน จุดที่แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบ

พระราชสมภพ และวัยเยาว์ของรัชกาลที่ 6

คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) บันทึกว่า รัชกาลที่ 6 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 2 ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประสูติ ณ วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 หน่วยราชการในพระองค์อธิบายตราสัญลักษณ์ครบ 100 ปีว่าใช้พื้นสีดำ อันเป็นสีประจำกายแห่งพระเสาร์ เทพนพเคราะห์ประจำวันเสาร์ ซึ่งเป็น วันพระบรมราชสมภพ

ในวัยเยาว์ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ บันทึกว่าเมื่อ 5 เมษายน พ.ศ. 2431 ได้รับการสถาปนาเป็น กรมขุนเทพทวาราวดี และ ตั้งการ พระราชพิธี โสกันต์ ในวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2435 ส่วน อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ที่ปรากฏบนตราสัญลักษณ์ หน่วยราชการในพระองค์อธิบายว่าหมายถึง วชิราวุธ ปรมราชาธิราช

ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ในวัยเยาว์ จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ
ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ในวัยเยาว์ จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา ที่ประเทศอังกฤษ: แซนด์เฮิร์สต์และออกซฟอร์ด

ตามบันทึกของคลังจดหมายเหตุ อว. รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษาที่โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวังเมื่อพระชนมายุ 10 พรรษา และ เมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ส่วนหน้าองค์ความรู้ของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ระบุว่าเป็นเมื่อ พระชนมายุ 13 พรรษา

  • พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์
  • ทรงเข้าอบรม วิชาปืนเล็ก และวิชาทหารปืนใหญ่ภูเขา และ ได้ทรงเข้าประจำการในกองพันที่ 1 กรมทหารราบเบาเดอรัม
  • พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง

ความผูกพันของรัชกาลที่ 6 กับกรมทหารราบเบาเดอรัมยังปรากฏในภายหลัง กรมศิลปากรเล่าว่าเมื่อเกิดสงครามในยุโรป พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์แก่ทายาทของทหาร ในกรมทหารราบเบาเดอรัมที่เสียชีวิตในสงคราม และ สมเด็จพระเจ้ายอร์ชที่ 5 แห่งอังกฤษ ได้ถวายพระยศนายพลเอกพิเศษแห่งกองทัพบกอังกฤษ

สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติคัด พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงนั้นไว้ว่า “...ยังไม่อยากจะให้กลับเข้ามาโดยเร็ว เพราะเหตุว่าการที่เรียนในกรุงเทพฯ นี้ ช้ากว่าเรียนที่นอกมาก...”

ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร คราวเสด็จประพาสยุโรป พ.ศ. 2440
ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร คราวเสด็จประพาสยุโรป พ.ศ. 2440 ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

รัชกาลที่ 6 ขณะเป็น สยามมกุฎราชกุมาร: เสด็จประพาส ต่างประเทศ ทรงผนวช และหัวเมือง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา ให้เป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ใน พ.ศ. 2437 และเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2437 มีการประชุมอ่านประกาศสถาปนาพระฐานันดรยศมกุฎราชกุมาร ณ สถานราชทูตสยาม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึก

  • สำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2445 แล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักและผู้นำนานาประเทศ อาทิ ประเทศในยุโรป รัสเซีย และอียิปต์ ก่อน เสด็จนิวัติประเทศไทย
  • ทรงรับราชการเป็นนายพลเอก ราชองครักษ์ ตำแหน่งจเรทัพบก และ ทรงบัญชาการกรมทหารมหาดเล็ก
  • พ.ศ. 2447 ได้ทรงผนวชระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม ถึงวันที่ 11 ธันวาคม มีสมณฉายา วชิราวุโธ และ เสด็จประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
  • เสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ 2 ครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2448 และ พ.ศ. 2450 และ เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อ พ.ศ. 2452

กรมศิลปากรเล่าว่า รัชกาลที่ 6 ทรงสนพระทัยเรื่องราวในประวัติศาสตร์และในวรรณคดี มาแต่ครั้งนั้น โดยเฉพาะ ในคราวเสด็จประพาสสวรรคโลก ได้ทอดพระเนตรเตาทุเรียง แหล่งเผาเครื่องถ้วยสังคโลก ต่อมาเมื่อ เสด็จเถลิงราชสมบัติ แล้ว พระองค์โปรดเกล้าฯ ตั้งกองโบราณคดีขึ้นเป็นหน่วยงานหนึ่งของหอสมุดสำหรับพระนคร

ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับพระเก้าอี้ ที่สถานทูตไทย กรุงลอนดอน พร้อมเจ้านายอีก 3 พระองค์
ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับพระเก้าอี้ ที่สถานทูตไทย กรุงลอนดอน ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

รัชกาลที่ 6 เป็นพระมหากษัตริย์ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2 ครั้ง

สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึกว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 6 ในพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

กรมศิลปากรอธิบายว่า รัชกาลที่ 6 ทรงประกอบพิธีพระบรมราชาภิเษก 2 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2453 ตามขัตติยโบราณราชประเพณี แต่งดการแห่และการรื่นเริงไว้ก่อน เมื่อครบกำหนดการไว้ทุกข์ 1 ปีแล้ว จึง โปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชอีกครั้งหนึ่ง มีผู้แทนจากนานาประเทศมาร่วมงานถึง 14 ประเทศ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติระบุวัน พระราชพิธี ครั้งนี้ว่า 2 ธันวาคม พ.ศ. 2454

ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ
ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

พระราชกรณียกิจ สำคัญในรัชกาลที่ 6

หน่วยราชการในพระองค์สรุปว่า ทรงเป็นจอมทัพนำไทยเข้าร่วมรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 จนได้รับชัยชนะ และ ทรงกำหนดพระบรมราชวิเทโศบาย ยกเลิกแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กับนานาประเทศ แหล่งทางการอื่นให้รายละเอียดดังนี้

  • สงครามโลกครั้งที่ 1: มีพระบรมราชโองการประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 กองทหารอาสาสมัครกลับถึงกรุงเทพมหานคร 21 กันยายน 2462 (กรมศิลปากร)
  • นามสกุล: โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2455 (กรมศิลปากร) ประกาศใช้ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 และ ทรงพระราชอุตสาหะคิดนามสกุลพระราชทาน ถึง 6,432 นามสกุล (คลังจดหมายเหตุ อว.)
  • การศึกษา: พ.ศ. 2453 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง” ซึ่งพัฒนาเป็นวชิราวุธวิทยาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เมื่อ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 และ พ.ศ. 2464 โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา
  • การทหาร: ทรงตั้งแผนกการบินขึ้นในกองทัพบก ซึ่งขยายเป็นกองทัพอากาศในที่สุด
  • สาธารณูปโภค: ทรงเปิดการประปา กรุงเทพฯ ใน พ.ศ. 2457 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานพระรามหก ทรงเริ่มการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศระหว่างกรุงเทพฯ-จันทบุรี และ พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ ให้สร้างสวนลุมพินี
  • สัญลักษณ์และเวลา: ทรงสร้างธงไตรรงค์ ให้เป็นสัญลักษณ์ของชาติ และ ทรงเปลี่ยนการนับเวลาจากแบบไทยให้เป็นไปตามแบบสากล (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา)
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1914 รัชกาลที่ 6 ที่โรงเก็บเครื่องบิน
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1914 รัชกาลที่ 6 ที่โรงเก็บเครื่องบิน ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand)

กรมศิลปากรยกข้อความที่ ทรงพระราชดำริว่า “...การศึกษาย่อมเป็นการสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นต้นเหตุแห่งความเจริญของชาติบ้านเมือง ผู้ใดอุดหนุนการศึกษา ผู้นั้นได้ชื่อว่าอุดหนุนชาติบ้านเมือง...”

พระราชนิพนธ์ ของรัชกาลที่ 6 กว่า 1,200 เรื่อง และ พระนามแฝง

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า รัชกาลที่ 6 มี พระปรีชาสามารถยอดเยี่ยมทางอักษรศาสตร์ ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานมากกว่า 1,200 เรื่อง ทรงเชี่ยวชาญในการนิพนธ์ทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ทั้งสารคดีและบันเทิงคดี เนื้อหาครอบคลุมปรัชญาชีวิต ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง การทหาร ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ไปจนถึงเรื่องขบขันล้อเลียน และ ทรงนิยม นำวรรณคดีของชาติต่าง ๆ มาแปลหรือเรียบเรียงใหม่ กรมศิลปากรให้ตัวเลขว่า ได้ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า 1,236 เรื่อง

พระนามแฝง ของรัชกาลที่ 6 ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในงานพระราชนิพนธ์ ตามที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภายกตัวอย่าง ได้แก่

  • ศรีอยุธยา
  • อัศวพาหุ
  • นายแก้วนายขวัญ
  • พันแหลม
  • พระขรรค์เพชร
  • น้อยลา
  • รามจิตติ
  • M.V. และ Carlton H. Terris

ในยุคนั้นหนังสือพิมพ์เฟื่องฟู กรมศิลปากรนับได้ 147 ฉบับ ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ และ ทรงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนทางหนังสือพิมพ์ตลอดรัชกาล ใน พ.ศ. 2524 ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละคร

รัชกาลที่ 6 กับการละคร: ทรงเป็นผู้กำกับการแสดง และ ทรงร่วมแสดง

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกว่า รัชกาลที่ 6 มี พระอัธยาศัยโปรดการละครเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงพระราชนิพนธ์บทละคร ไว้ทุกประเภท ทรงมีคณะละคร ของพระองค์ และ บางครั้งทรงร่วมแสดงด้วย ละครประเภทต่าง ๆ จึงได้รับความนิยมแพร่หลายในรัชสมัย

  • คลังจดหมายเหตุ อว. ระบุว่า ทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูด และโปรดให้คณะโขนบรรดาศักดิ์เปลี่ยนมาเล่นละครพูดแทน และ พ.ศ. 2454 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมมหรสพ ขึ้นในสังกัดกรมมหาดเล็กหลวง
  • กรมศิลปากรเล่าว่า ในบางคราว ทรงเป็นผู้กำกับการแสดง และ ทรงแสดงเป็นนายมั่น ปืนยาว ชาวป่าในบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง พระร่วง เพื่อปลูกฝังความรักชาติ
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1924 รัชกาลที่ 6 ในเครื่องแต่งกายละครเรื่องพระร่วง ถือคันธนู
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1924 รัชกาลที่ 6 ในเครื่องแต่งกายละครเรื่องพระร่วง ถือคันธนู ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย (สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) / Wikimedia Commons (PD-old-70)

ดุสิตธานี เมืองจำลองในรัชกาลที่ 6

คลังจดหมายเหตุ อว. บันทึกว่า พ.ศ. 2461 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองจำลอง “ดุสิตธานี” ขึ้นภายในพระราชวังดุสิต แล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปสร้างใหม่ ในพื้นที่ว่างหลังพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถานและพระที่นั่งพิมานจักรี ในพระราชวังพญาไทเมื่อ พ.ศ. 2462

กรมศิลปากรอธิบายว่าดุสิตธานีของรัชกาลที่ 6 ประกอบด้วย 6 อำเภอ บ้านเรือน 300 หลังคาเรือน มีถนน วัด ร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ประชุม และสวนสาธารณะ มีนคราภิบาลทำหน้าที่บริหาร มีพรรคการเมือง 2 พรรค และทดลองการเลือกตั้งทั้งแบบเลือกนคราภิบาลโดยตรง และแบบเลือกเชษฐบุรุษของอำเภอก่อนแล้วจึงเลือกนคราภิบาล พิพิธภัณฑ์รัฐสภา ให้รายละเอียดเพิ่มว่าสิ่งก่อสร้างจำลองสูงราว 2–3 ฟุต

อาคารจำลองส่วนใหญ่สูญหายไปแล้ว ที่ยังจัดแสดงอยู่ตามที่กรมศิลปากรระบุ คือ พระตำหนักลักษมีวิลาศ (พระตำหนักแขก) และอาคารจำลองวัดราชประดิษฐ์

ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1924 อาคารจำลองขนาดเล็กในเมืองดุสิตธานี
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1924 อาคารจำลองขนาดเล็กในเมืองดุสิตธานี ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand)
ภาพถ่ายเก่า รัชกาลที่ 6 กับสมาชิกพรรคฝ่ายขวาของดุสิตธานี
ภาพถ่ายเก่า รัชกาลที่ 6 กับสมาชิกพรรคฝ่ายขวาของดุสิตธานี ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand)

รัชกาลที่ 6 กับกองเสือป่าและลูกเสือ

กรมศิลปากรระบุว่า รัชกาลที่ 6 ได้ทรงสถาปนากองเสือป่าขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 เป็นกองอาสาสมัครฝึกพลเรือนให้มีความรู้อย่างทหาร ขณะที่หน้าองค์ความรู้อีกหน้าของกรมศิลปากร ระบุว่าตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 1 พฤษภาคม 2454 และจัดพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาแก่สมาชิกเสือป่าครั้งแรกวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า พระราชทานกำเนิด ทั้งกองทัพอากาศ และกองเสือป่า

ต่อมา ทรงสถาปนากิจการลูกเสือขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2454 กรมศิลปากรระบุว่าไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย และเป็นประเทศที่สามของโลกที่มีกิจการลูกเสือรองจากประเทศอังกฤษ และอเมริกา และ ได้พระราชทาน คติพจน์สำหรับคณะลูกเสือไทยว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”

ด้านที่ไม่เป็นทางการ กรมศิลปากรเล่าว่า รัชกาลที่ 6 ทรงนำเสือป่า ลูกเสือ ทหารและตำรวจเดินทางไกลรอนแรมไปตามทุ่งนาป่าเขา ด้วยพระองค์เอง บางครั้งดินฟ้าอากาศแปรปรวน ได้โปรดเกล้าฯ ให้เรียกลูกเสือมาพักนอนใน เต้นท์ที่ประทับ ของพระองค์ และ พระองค์เสด็จไปประทับศาลา วัดห่างไปอีก 20 เส้น

ภาพถ่ายเก่า กองเสือป่าที่สนามหลวง
ภาพถ่ายเก่า กองเสือป่าที่สนามหลวง ตามคำบรรยายของแหล่งภาพ ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand)

พระราชวังสนามจันทร์: ที่ประทับ ของรัชกาลที่ 6 และค่ายหลวงเสือป่า

ข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ระบุว่า ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงรับพระราชภาระ ในการปูกระเบื้องประดับองค์พระปฐมเจดีย์ ทำให้ทรงมีความคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถบนี้ และ มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังที่ประทับ ไว้ แปรพระราชฐาน

  • เริ่มสร้าง พ.ศ. 2450 บนที่ดิน 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา ออกแบบโดยหลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งต่อมาคือ พระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) และ ได้พระราชทานนามพระราชวังแห่งนี้ว่า “พระราชวังสนามจันทร์”
  • เมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า ได้ทรงเปลี่ยนบทบาทของพระราชวังสนามจันทร์ จากที่ประทับเป็นค่ายหลวงพระราชวังสนามจันทร์
  • พระตำหนักทับขวัญ เป็นหมู่เรือนไทย ใช้วิธีเข้าไม้แบบโบราณ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักองค์นี้เป็นเวลา 1 คืน
  • พระตำหนักทับแก้ว เป็นที่ประทับในฤดูหนาว ส่วน พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ สร้างราว พ.ศ. 2459 ด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง ภายในมี ห้องทรงพระอักษร อยู่ทางทิศเหนือ
  • วันที่ 16 ธันวาคม 2546 มีการส่งมอบพื้นที่ให้สำนักพระราชวังดูแล
พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555
พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2555 ภาพ: Chusak Vijakkhana / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน: ที่ประทับ ฤดูร้อนของรัชกาลที่ 6

เทศบาลเมืองชะอำระบุว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็น พระราชฐาน ที่ รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 สำหรับการเสด็จแปรพระราชฐานในฤดูร้อน ตัวอาคารสร้างด้วยไม้สักทอง ใต้ถุนสูง เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด มี พระที่นั่ง ขนาดใหญ่ 3 องค์ คือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ หน้าภาษาอังกฤษของเทศบาลระบุว่าใช้วัสดุจาก พระราชวัง หาดเจ้าสำราญที่รื้อลง และเรียกที่นี่ว่า “the palace of love and hope”

ก่อนหน้านั้น กรมศิลปากรบันทึกว่าใน พ.ศ. 2461 เสด็จไปประทับ ณ ค่ายหลวงหาดเจ้าสำราญ และ ทรงแสดงพระบรมราชานุศาสนีย์ เนื่องในวันวิสาขบูชาแก่ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน

อาคารไม้ใต้ถุนสูงริมชายหาด พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2562
ระเบียงทางเดินไม้และอาคารใต้ถุนสูงริมชายหาด พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2562 ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
ท้องพระโรง ใน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2560
ท้องพระโรง ใน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2560 ภาพ: Dominic.choa / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ชีวิต ส่วนพระองค์ ของรัชกาลที่ 6 ตามที่บันทึกไว้

  • กิจวัตรประจำวัน: หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่หนังสือ เรื่อง พระราชานุกิจ ซึ่งคัดตัดตอน พระราชานุกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียบเรียงโดย พระยาอนิรุธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ) จางวางมหาดเล็ก
  • ศิลปะทุกแขนง: หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ทรงพระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมทุกสาขา ส่วนสำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า ทรงส่งเสริมให้มีการสร้างศิลปะแขนงต่าง ๆ ทั้งแบบตะวันตกและแบบไทย
  • พระราชปณิธาน: กรมศิลปากรอัญเชิญข้อความที่ พระราชทานแก่พระอนุชาเมื่อต้นรัชกาล ว่า “...ฉันหวังว่าฉันจะยังมีชีวิตอยู่นานพอ จะได้เห็นประเทศสยามได้เข้าร่วมอยู่ในหมู่ชาติต่าง ๆ โดยได้รับเกียรติและความเสมอภาคอย่างจริง ๆ...”
ภาพถ่ายเก่าราวทศวรรษ 1920 รัชกาลที่ 6 กับสุนัขชื่อย่าเหล
ภาพถ่ายเก่าราวทศวรรษ 1920 รัชกาลที่ 6 กับสุนัขชื่อย่าเหล ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand)

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของรัชกาลที่ 6

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
2423 1 มกราคม พระราชสมภพ (คลังจดหมายเหตุ อว.)
2437 8 มีนาคม ประชุมอ่านประกาศสถาปนาพระฐานันดรยศมกุฎราชกุมาร ที่กรุงลอนดอน
2440 (1897) ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์
2442 (1899) ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
2445 (1902) สำเร็จการศึกษา และ เสด็จพระราชดำเนิน ไปยุโรป รัสเซีย และอียิปต์
2447 (1904) ทรงผนวช ระหว่าง 21 สิงหาคม ถึง 11 ธันวาคม ที่วัดบวรนิเวศวิหาร
2450 (1907) เริ่มการก่อสร้าง พระราชวังสนามจันทร์
2453 (1910) 23 ตุลาคม เป็นพระมหากษัตริย์ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งแรก 11 พฤศจิกายน
2454 (1911) การสถาปนากองเสือป่า (6 พฤษภาคม) กิจการลูกเสือ (1 กรกฎาคม) การตั้งกรมมหรสพ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช 2 ธันวาคม
2455 22 มีนาคม พระราชบัญญัตินามสกุล
2459 26 มีนาคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2460 (1917) 22 กรกฎาคม การประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี
2461 (1918) การสร้างเมืองจำลองดุสิตธานีใน พระราชวังดุสิต
2462 (1919) การย้ายดุสิตธานีไป พระราชวังพญาไท และกองทหารอาสากลับถึงพระนคร 21 กันยายน
2464 (1921) พระราชบัญญัติประถมศึกษา
2466 (1923) การสร้าง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
2468 (1925) เสด็จสวรรคต หน่วยราชการในพระองค์ถือวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ส่วนคลังจดหมายเหตุ อว. ระบุวันที่ 26 พฤศจิกายน
2524 (1981) ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลก
2568 (2025) พระราชพิธี ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต

ภาพบันทึก

ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1892 ใน พระราชพิธี โสกันต์ เด็กชายด้านซ้ายคือ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ และด้านขวาคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามคำบรรยายของแหล่งภาพ
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1892 ใน พระราชพิธี โสกันต์ แหล่งภาพระบุว่าเด็กชายด้านซ้ายคือ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ และด้านขวาคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand)
ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ 19 พฤษภาคม 2437
ภาพถ่ายเก่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ 19 พฤษภาคม 2437 ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ
ภาพถ่ายเก่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ จากภาพชุดหอพระสมุดวชิรญาณ ภาพ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
ภาพถ่ายเก่าราว ค.ศ. 1920 รัชกาลที่ 6 ฉายโดยร้านถ่ายรูปหลวงฉายานรสิงห์
ภาพถ่ายเก่าราว ค.ศ. 1920 รัชกาลที่ 6 ฉายโดยร้านถ่ายรูปหลวงฉายานรสิงห์ ภาพ: ร้านถ่ายรูปหลวงฉายานรสิงห์ / Wikimedia Commons (PD-Thailand)
ภาพถ่ายเก่า ธันวาคม ค.ศ. 1914 รัชกาลที่ 6 บนเรือมหาจักรี ที่มณฑลจันทบุรี
ภาพถ่ายเก่า ธันวาคม ค.ศ. 1914 รัชกาลที่ 6 บนเรือมหาจักรี ที่มณฑลจันทบุรี ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (PD-Thailand)
พระตำหนักทับขวัญ พระราชวังสนามจันทร์ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2559
พระตำหนักทับขวัญ พระราชวังสนามจันทร์ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2559 ภาพ: Panuwat Tansui / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

  • สถาบันการศึกษา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่ง ทรงวางศิลาพระฤกษ์ตึกบัญชาการ เมื่อ 3 มกราคม 2458 (ปัจจุบันคือคณะอักษรศาสตร์) และวชิราวุธวิทยาลัย ที่พัฒนามาจากโรงเรียนมหาดเล็กหลวง
  • ลูกเสือไทย: กิจการที่รัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนา เมื่อ 1 กรกฎาคม 2454 ยังดำเนินอยู่ สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 6 ระบุว่าวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันลูกเสือแห่งชาติ
  • พระราชวัง: พระราชวังสนามจันทร์ อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ส่วน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ยังตั้งอยู่ที่ชะอำ อ่านต่อใน พระราชวังสนามจันทร์ และ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
  • นิทรรศการ: กรมศิลปากรจัด นิทรรศการถาวรพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 12 ห้อง ที่ชั้น 4 หอวชิราวุธานุสรณ์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน หน้าประชาสัมพันธ์ของกรมฯ ระบุว่าเปิดวันจันทร์–ศุกร์ วันละ 4 รอบ ควรโทรสอบถามก่อนเข้าชม
  • สิ่งที่สืบมาจากรัชกาลที่ 6: สวนลุมพินี สะพานพระรามหก การประปากรุงเทพฯ ธงไตรรงค์ และนามสกุลที่คนไทยทุกคนใช้
  • วันที่ระลึก: วันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 หน่วยราชการในพระองค์จัด พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ใน พ.ศ. 2568

อ่านเรื่องอื่นในหมวด ราชวงศ์จักรี และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

คำถามที่พบบ่อย

รัชกาลที่ 6 คือใคร และ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ กี่ปี?

รัชกาลที่ 6 คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 ในพระบรมราชวงศ์จักรี หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ตลอดเวลา 15 ปี ที่ทรงดำรงสิริราชสมบัติ ทรงเป็นจอมทัพนำไทยเข้าร่วมรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 และ ทรงวางรากฐานระบบกฎหมาย

รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา ที่ไหน?

คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ระบุว่า เมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2440 ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ และ พ.ศ. 2442 ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง

ดุสิตธานีคืออะไร?

ดุสิตธานีเป็นเมืองจำลองที่รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ใน พ.ศ. 2461 ภายใน พระราชวังดุสิต แล้วย้ายไป พระราชวังพญาไท ใน พ.ศ. 2462 กรมศิลปากรระบุว่ามี 6 อำเภอ บ้านเรือน 300 หลังคาเรือน มีนคราภิบาล พรรคการเมือง 2 พรรค และการทดลองเลือกตั้ง

พระนามแฝง ของรัชกาลที่ 6 มีอะไรบ้าง?

สำนักงานราชบัณฑิตยสภายกตัวอย่าง พระนามแฝง ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในงานพระราชนิพนธ์ ได้แก่ ศรีอยุธยา อัศวพาหุ นายแก้วนายขวัญ พันแหลม พระขรรค์เพชร น้อยลา รามจิตติ M.V. และ Carlton H. Terris

วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 ตรงกับวันใด?

หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เป็นวาระครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ของรัชกาลที่ 6 ส่วนคลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ บันทึกว่า เสด็จสวรรคต วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468

แหล่งอ้างอิง

  1. พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ ๑๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๖๘ — หน่วยราชการในพระองค์
  2. พระบรมราชะประทรรศนีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว — กรมศิลปากร
  3. สยามมกุฎราชกุมาร: สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (ตอนที่ 2.2 ปัจฉิมบท) — สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
  4. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว — คลังจดหมายเหตุการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  5. ประวัติและผลงานของกวี: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (หน้า 362) — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
  6. พระราชวังสนามจันทร์ — องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
  7. พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน — เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ