รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว: พระราชประวัติ พระราชนิพนธ์ ดุสิตธานี
รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษา ที่อังกฤษ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 15 ปี ทรงพระราชนิพนธ์ กว่า 1,200 เรื่อง และ ทรงสร้าง ดุสิตธานี
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 16 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- รัชกาลที่ 6 พระราชสมภพ วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็น พระราชโอรสองค์ที่ 29 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453
- ระหว่าง พ.ศ. 2440–2445 รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา วิชาทหารที่โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ แล้ว ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง
- กรมศิลปากรระบุว่า ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า 1,236 เรื่อง และ พระนามแฝง ที่ ทรงใช้ มีทั้ง ศรีอยุธยา อัศวพาหุ พันแหลม และ รามจิตติ
- ใน พ.ศ. 2454 ทรงสถาปนากองเสือป่า (6 พฤษภาคม) และกิจการลูกเสือ (1 กรกฎาคม) ส่วนเมืองจำลอง ดุสิตธานี เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2461
- ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลกใน พ.ศ. 2524 และหน่วยราชการในพระองค์จัด พระราชพิธี ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ใน พ.ศ. 2568
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า หรือ รัชกาลที่ 6 เป็น พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 ในพระบรมราชวงศ์จักรี เป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 (ค.ศ. 1910) และ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ 15 ปี ทรงศึกษา ที่ประเทศอังกฤษ ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า 1,236 เรื่อง ทรงสร้าง เมืองจำลองดุสิตธานี และ ทรงสถาปนากองเสือป่า กับกิจการลูกเสือ
บทความนี้รวบรวม พระราชประวัติ ของรัชกาลที่ 6 จากแหล่งทางการ ได้แก่ หน่วยราชการในพระองค์ กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลข้อมูล พระราชวัง ครอบคลุมทั้ง พระราชกรณียกิจ และด้าน ส่วนพระองค์ เช่น การละคร งานพระราชนิพนธ์ และ ที่ประทับ ยาม แปรพระราชฐาน จุดที่แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบ
พระราชสมภพ และวัยเยาว์ของรัชกาลที่ 6
คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) บันทึกว่า รัชกาลที่ 6 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระองค์ที่ 2 ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประสูติ ณ วันเสาร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 หน่วยราชการในพระองค์อธิบายตราสัญลักษณ์ครบ 100 ปีว่าใช้พื้นสีดำ อันเป็นสีประจำกายแห่งพระเสาร์ เทพนพเคราะห์ประจำวันเสาร์ ซึ่งเป็น วันพระบรมราชสมภพ
ในวัยเยาว์ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ บันทึกว่าเมื่อ 5 เมษายน พ.ศ. 2431 ได้รับการสถาปนาเป็น กรมขุนเทพทวาราวดี และ ตั้งการ พระราชพิธี โสกันต์ ในวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2435 ส่วน อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ที่ปรากฏบนตราสัญลักษณ์ หน่วยราชการในพระองค์อธิบายว่าหมายถึง วชิราวุธ ปรมราชาธิราช

รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา ที่ประเทศอังกฤษ: แซนด์เฮิร์สต์และออกซฟอร์ด
ตามบันทึกของคลังจดหมายเหตุ อว. รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษาที่โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวังเมื่อพระชนมายุ 10 พรรษา และ เมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ส่วนหน้าองค์ความรู้ของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ระบุว่าเป็นเมื่อ พระชนมายุ 13 พรรษา
- พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์
- ทรงเข้าอบรม วิชาปืนเล็ก และวิชาทหารปืนใหญ่ภูเขา และ ได้ทรงเข้าประจำการในกองพันที่ 1 กรมทหารราบเบาเดอรัม
- พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง
ความผูกพันของรัชกาลที่ 6 กับกรมทหารราบเบาเดอรัมยังปรากฏในภายหลัง กรมศิลปากรเล่าว่าเมื่อเกิดสงครามในยุโรป พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์แก่ทายาทของทหาร ในกรมทหารราบเบาเดอรัมที่เสียชีวิตในสงคราม และ สมเด็จพระเจ้ายอร์ชที่ 5 แห่งอังกฤษ ได้ถวายพระยศนายพลเอกพิเศษแห่งกองทัพบกอังกฤษ
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติคัด พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงนั้นไว้ว่า “...ยังไม่อยากจะให้กลับเข้ามาโดยเร็ว เพราะเหตุว่าการที่เรียนในกรุงเทพฯ นี้ ช้ากว่าเรียนที่นอกมาก...”

รัชกาลที่ 6 ขณะเป็น สยามมกุฎราชกุมาร: เสด็จประพาส ต่างประเทศ ทรงผนวช และหัวเมือง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา ให้เป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ใน พ.ศ. 2437 และเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2437 มีการประชุมอ่านประกาศสถาปนาพระฐานันดรยศมกุฎราชกุมาร ณ สถานราชทูตสยาม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึก
- สำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2445 แล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักและผู้นำนานาประเทศ อาทิ ประเทศในยุโรป รัสเซีย และอียิปต์ ก่อน เสด็จนิวัติประเทศไทย
- ทรงรับราชการเป็นนายพลเอก ราชองครักษ์ ตำแหน่งจเรทัพบก และ ทรงบัญชาการกรมทหารมหาดเล็ก
- พ.ศ. 2447 ได้ทรงผนวชระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม ถึงวันที่ 11 ธันวาคม มีสมณฉายา วชิราวุโธ และ เสด็จประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
- เสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ 2 ครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2448 และ พ.ศ. 2450 และ เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อ พ.ศ. 2452
กรมศิลปากรเล่าว่า รัชกาลที่ 6 ทรงสนพระทัยเรื่องราวในประวัติศาสตร์และในวรรณคดี มาแต่ครั้งนั้น โดยเฉพาะ ในคราวเสด็จประพาสสวรรคโลก ได้ทอดพระเนตรเตาทุเรียง แหล่งเผาเครื่องถ้วยสังคโลก ต่อมาเมื่อ เสด็จเถลิงราชสมบัติ แล้ว พระองค์โปรดเกล้าฯ ตั้งกองโบราณคดีขึ้นเป็นหน่วยงานหนึ่งของหอสมุดสำหรับพระนคร

รัชกาลที่ 6 เป็นพระมหากษัตริย์ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2 ครั้ง
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติบันทึกว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 6 ในพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
กรมศิลปากรอธิบายว่า รัชกาลที่ 6 ทรงประกอบพิธีพระบรมราชาภิเษก 2 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2453 ตามขัตติยโบราณราชประเพณี แต่งดการแห่และการรื่นเริงไว้ก่อน เมื่อครบกำหนดการไว้ทุกข์ 1 ปีแล้ว จึง โปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชอีกครั้งหนึ่ง มีผู้แทนจากนานาประเทศมาร่วมงานถึง 14 ประเทศ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติระบุวัน พระราชพิธี ครั้งนี้ว่า 2 ธันวาคม พ.ศ. 2454

พระราชกรณียกิจ สำคัญในรัชกาลที่ 6
หน่วยราชการในพระองค์สรุปว่า ทรงเป็นจอมทัพนำไทยเข้าร่วมรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 จนได้รับชัยชนะ และ ทรงกำหนดพระบรมราชวิเทโศบาย ยกเลิกแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กับนานาประเทศ แหล่งทางการอื่นให้รายละเอียดดังนี้
- สงครามโลกครั้งที่ 1: มีพระบรมราชโองการประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 กองทหารอาสาสมัครกลับถึงกรุงเทพมหานคร 21 กันยายน 2462 (กรมศิลปากร)
- นามสกุล: โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2455 (กรมศิลปากร) ประกาศใช้ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 และ ทรงพระราชอุตสาหะคิดนามสกุลพระราชทาน ถึง 6,432 นามสกุล (คลังจดหมายเหตุ อว.)
- การศึกษา: พ.ศ. 2453 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง” ซึ่งพัฒนาเป็นวชิราวุธวิทยาลัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เมื่อ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 และ พ.ศ. 2464 โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา
- การทหาร: ทรงตั้งแผนกการบินขึ้นในกองทัพบก ซึ่งขยายเป็นกองทัพอากาศในที่สุด
- สาธารณูปโภค: ทรงเปิดการประปา กรุงเทพฯ ใน พ.ศ. 2457 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานพระรามหก ทรงเริ่มการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศระหว่างกรุงเทพฯ-จันทบุรี และ พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ ให้สร้างสวนลุมพินี
- สัญลักษณ์และเวลา: ทรงสร้างธงไตรรงค์ ให้เป็นสัญลักษณ์ของชาติ และ ทรงเปลี่ยนการนับเวลาจากแบบไทยให้เป็นไปตามแบบสากล (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา)

กรมศิลปากรยกข้อความที่ ทรงพระราชดำริว่า “...การศึกษาย่อมเป็นการสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นต้นเหตุแห่งความเจริญของชาติบ้านเมือง ผู้ใดอุดหนุนการศึกษา ผู้นั้นได้ชื่อว่าอุดหนุนชาติบ้านเมือง...”
พระราชนิพนธ์ ของรัชกาลที่ 6 กว่า 1,200 เรื่อง และ พระนามแฝง
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า รัชกาลที่ 6 มี พระปรีชาสามารถยอดเยี่ยมทางอักษรศาสตร์ ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานมากกว่า 1,200 เรื่อง ทรงเชี่ยวชาญในการนิพนธ์ทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ทั้งสารคดีและบันเทิงคดี เนื้อหาครอบคลุมปรัชญาชีวิต ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง การทหาร ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ไปจนถึงเรื่องขบขันล้อเลียน และ ทรงนิยม นำวรรณคดีของชาติต่าง ๆ มาแปลหรือเรียบเรียงใหม่ กรมศิลปากรให้ตัวเลขว่า ได้ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้กว่า 1,236 เรื่อง
พระนามแฝง ของรัชกาลที่ 6 ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในงานพระราชนิพนธ์ ตามที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภายกตัวอย่าง ได้แก่
- ศรีอยุธยา
- อัศวพาหุ
- นายแก้วนายขวัญ
- พันแหลม
- พระขรรค์เพชร
- น้อยลา
- รามจิตติ
- M.V. และ Carlton H. Terris
ในยุคนั้นหนังสือพิมพ์เฟื่องฟู กรมศิลปากรนับได้ 147 ฉบับ ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ และ ทรงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนทางหนังสือพิมพ์ตลอดรัชกาล ใน พ.ศ. 2524 ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละคร
รัชกาลที่ 6 กับการละคร: ทรงเป็นผู้กำกับการแสดง และ ทรงร่วมแสดง
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกว่า รัชกาลที่ 6 มี พระอัธยาศัยโปรดการละครเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงพระราชนิพนธ์บทละคร ไว้ทุกประเภท ทรงมีคณะละคร ของพระองค์ และ บางครั้งทรงร่วมแสดงด้วย ละครประเภทต่าง ๆ จึงได้รับความนิยมแพร่หลายในรัชสมัย
- คลังจดหมายเหตุ อว. ระบุว่า ทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูด และโปรดให้คณะโขนบรรดาศักดิ์เปลี่ยนมาเล่นละครพูดแทน และ พ.ศ. 2454 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมมหรสพ ขึ้นในสังกัดกรมมหาดเล็กหลวง
- กรมศิลปากรเล่าว่า ในบางคราว ทรงเป็นผู้กำกับการแสดง และ ทรงแสดงเป็นนายมั่น ปืนยาว ชาวป่าในบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง พระร่วง เพื่อปลูกฝังความรักชาติ

ดุสิตธานี เมืองจำลองในรัชกาลที่ 6
คลังจดหมายเหตุ อว. บันทึกว่า พ.ศ. 2461 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองจำลอง “ดุสิตธานี” ขึ้นภายในพระราชวังดุสิต แล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปสร้างใหม่ ในพื้นที่ว่างหลังพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถานและพระที่นั่งพิมานจักรี ในพระราชวังพญาไทเมื่อ พ.ศ. 2462
กรมศิลปากรอธิบายว่าดุสิตธานีของรัชกาลที่ 6 ประกอบด้วย 6 อำเภอ บ้านเรือน 300 หลังคาเรือน มีถนน วัด ร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ประชุม และสวนสาธารณะ มีนคราภิบาลทำหน้าที่บริหาร มีพรรคการเมือง 2 พรรค และทดลองการเลือกตั้งทั้งแบบเลือกนคราภิบาลโดยตรง และแบบเลือกเชษฐบุรุษของอำเภอก่อนแล้วจึงเลือกนคราภิบาล พิพิธภัณฑ์รัฐสภา ให้รายละเอียดเพิ่มว่าสิ่งก่อสร้างจำลองสูงราว 2–3 ฟุต
อาคารจำลองส่วนใหญ่สูญหายไปแล้ว ที่ยังจัดแสดงอยู่ตามที่กรมศิลปากรระบุ คือ พระตำหนักลักษมีวิลาศ (พระตำหนักแขก) และอาคารจำลองวัดราชประดิษฐ์


รัชกาลที่ 6 กับกองเสือป่าและลูกเสือ
กรมศิลปากรระบุว่า รัชกาลที่ 6 ได้ทรงสถาปนากองเสือป่าขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 เป็นกองอาสาสมัครฝึกพลเรือนให้มีความรู้อย่างทหาร ขณะที่หน้าองค์ความรู้อีกหน้าของกรมศิลปากร ระบุว่าตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 1 พฤษภาคม 2454 และจัดพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาแก่สมาชิกเสือป่าครั้งแรกวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า พระราชทานกำเนิด ทั้งกองทัพอากาศ และกองเสือป่า
ต่อมา ทรงสถาปนากิจการลูกเสือขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2454 กรมศิลปากรระบุว่าไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย และเป็นประเทศที่สามของโลกที่มีกิจการลูกเสือรองจากประเทศอังกฤษ และอเมริกา และ ได้พระราชทาน คติพจน์สำหรับคณะลูกเสือไทยว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”
ด้านที่ไม่เป็นทางการ กรมศิลปากรเล่าว่า รัชกาลที่ 6 ทรงนำเสือป่า ลูกเสือ ทหารและตำรวจเดินทางไกลรอนแรมไปตามทุ่งนาป่าเขา ด้วยพระองค์เอง บางครั้งดินฟ้าอากาศแปรปรวน ได้โปรดเกล้าฯ ให้เรียกลูกเสือมาพักนอนใน เต้นท์ที่ประทับ ของพระองค์ และ พระองค์เสด็จไปประทับศาลา วัดห่างไปอีก 20 เส้น

พระราชวังสนามจันทร์: ที่ประทับ ของรัชกาลที่ 6 และค่ายหลวงเสือป่า
ข้อมูลขององค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ระบุว่า ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงรับพระราชภาระ ในการปูกระเบื้องประดับองค์พระปฐมเจดีย์ ทำให้ทรงมีความคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถบนี้ และ มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังที่ประทับ ไว้ แปรพระราชฐาน
- เริ่มสร้าง พ.ศ. 2450 บนที่ดิน 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา ออกแบบโดยหลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งต่อมาคือ พระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) และ ได้พระราชทานนามพระราชวังแห่งนี้ว่า “พระราชวังสนามจันทร์”
- เมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า ได้ทรงเปลี่ยนบทบาทของพระราชวังสนามจันทร์ จากที่ประทับเป็นค่ายหลวงพระราชวังสนามจันทร์
- พระตำหนักทับขวัญ เป็นหมู่เรือนไทย ใช้วิธีเข้าไม้แบบโบราณ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักองค์นี้เป็นเวลา 1 คืน
- พระตำหนักทับแก้ว เป็นที่ประทับในฤดูหนาว ส่วน พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ สร้างราว พ.ศ. 2459 ด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง ภายในมี ห้องทรงพระอักษร อยู่ทางทิศเหนือ
- วันที่ 16 ธันวาคม 2546 มีการส่งมอบพื้นที่ให้สำนักพระราชวังดูแล

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน: ที่ประทับ ฤดูร้อนของรัชกาลที่ 6
เทศบาลเมืองชะอำระบุว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็น พระราชฐาน ที่ รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 สำหรับการเสด็จแปรพระราชฐานในฤดูร้อน ตัวอาคารสร้างด้วยไม้สักทอง ใต้ถุนสูง เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด มี พระที่นั่ง ขนาดใหญ่ 3 องค์ คือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ หน้าภาษาอังกฤษของเทศบาลระบุว่าใช้วัสดุจาก พระราชวัง หาดเจ้าสำราญที่รื้อลง และเรียกที่นี่ว่า “the palace of love and hope”
ก่อนหน้านั้น กรมศิลปากรบันทึกว่าใน พ.ศ. 2461 เสด็จไปประทับ ณ ค่ายหลวงหาดเจ้าสำราญ และ ทรงแสดงพระบรมราชานุศาสนีย์ เนื่องในวันวิสาขบูชาแก่ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน


ชีวิต ส่วนพระองค์ ของรัชกาลที่ 6 ตามที่บันทึกไว้
- กิจวัตรประจำวัน: หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่หนังสือ เรื่อง พระราชานุกิจ ซึ่งคัดตัดตอน พระราชานุกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียบเรียงโดย พระยาอนิรุธเทวา (ม.ล.ฟื้น พึ่งบุญ) จางวางมหาดเล็ก
- ศิลปะทุกแขนง: หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ทรงพระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมทุกสาขา ส่วนสำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า ทรงส่งเสริมให้มีการสร้างศิลปะแขนงต่าง ๆ ทั้งแบบตะวันตกและแบบไทย
- พระราชปณิธาน: กรมศิลปากรอัญเชิญข้อความที่ พระราชทานแก่พระอนุชาเมื่อต้นรัชกาล ว่า “...ฉันหวังว่าฉันจะยังมีชีวิตอยู่นานพอ จะได้เห็นประเทศสยามได้เข้าร่วมอยู่ในหมู่ชาติต่าง ๆ โดยได้รับเกียรติและความเสมอภาคอย่างจริง ๆ...”

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของรัชกาลที่ 6
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2423 | 1 มกราคม พระราชสมภพ (คลังจดหมายเหตุ อว.) |
| 2437 | 8 มีนาคม ประชุมอ่านประกาศสถาปนาพระฐานันดรยศมกุฎราชกุมาร ที่กรุงลอนดอน |
| 2440 (1897) | ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ |
| 2442 (1899) | ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด |
| 2445 (1902) | สำเร็จการศึกษา และ เสด็จพระราชดำเนิน ไปยุโรป รัสเซีย และอียิปต์ |
| 2447 (1904) | ทรงผนวช ระหว่าง 21 สิงหาคม ถึง 11 ธันวาคม ที่วัดบวรนิเวศวิหาร |
| 2450 (1907) | เริ่มการก่อสร้าง พระราชวังสนามจันทร์ |
| 2453 (1910) | 23 ตุลาคม เป็นพระมหากษัตริย์ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งแรก 11 พฤศจิกายน |
| 2454 (1911) | การสถาปนากองเสือป่า (6 พฤษภาคม) กิจการลูกเสือ (1 กรกฎาคม) การตั้งกรมมหรสพ และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช 2 ธันวาคม |
| 2455 | 22 มีนาคม พระราชบัญญัตินามสกุล |
| 2459 | 26 มีนาคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| 2460 (1917) | 22 กรกฎาคม การประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี |
| 2461 (1918) | การสร้างเมืองจำลองดุสิตธานีใน พระราชวังดุสิต |
| 2462 (1919) | การย้ายดุสิตธานีไป พระราชวังพญาไท และกองทหารอาสากลับถึงพระนคร 21 กันยายน |
| 2464 (1921) | พระราชบัญญัติประถมศึกษา |
| 2466 (1923) | การสร้าง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน |
| 2468 (1925) | เสด็จสวรรคต หน่วยราชการในพระองค์ถือวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ส่วนคลังจดหมายเหตุ อว. ระบุวันที่ 26 พฤศจิกายน |
| 2524 (1981) | ยูเนสโกยกย่องรัชกาลที่ 6 เป็นบุคคลสำคัญของโลก |
| 2568 (2025) | พระราชพิธี ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต |
ภาพบันทึก






มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- สถาบันการศึกษา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่ง ทรงวางศิลาพระฤกษ์ตึกบัญชาการ เมื่อ 3 มกราคม 2458 (ปัจจุบันคือคณะอักษรศาสตร์) และวชิราวุธวิทยาลัย ที่พัฒนามาจากโรงเรียนมหาดเล็กหลวง
- ลูกเสือไทย: กิจการที่รัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนา เมื่อ 1 กรกฎาคม 2454 ยังดำเนินอยู่ สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 6 ระบุว่าวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันลูกเสือแห่งชาติ
- พระราชวัง: พระราชวังสนามจันทร์ อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ส่วน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ยังตั้งอยู่ที่ชะอำ อ่านต่อใน พระราชวังสนามจันทร์ และ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
- นิทรรศการ: กรมศิลปากรจัด นิทรรศการถาวรพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 12 ห้อง ที่ชั้น 4 หอวชิราวุธานุสรณ์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน หน้าประชาสัมพันธ์ของกรมฯ ระบุว่าเปิดวันจันทร์–ศุกร์ วันละ 4 รอบ ควรโทรสอบถามก่อนเข้าชม
- สิ่งที่สืบมาจากรัชกาลที่ 6: สวนลุมพินี สะพานพระรามหก การประปากรุงเทพฯ ธงไตรรงค์ และนามสกุลที่คนไทยทุกคนใช้
- วันที่ระลึก: วันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 หน่วยราชการในพระองค์จัด พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ใน พ.ศ. 2568
อ่านเรื่องอื่นในหมวด ราชวงศ์จักรี และ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
คำถามที่พบบ่อย
รัชกาลที่ 6 คือใคร และ ทรงดำรงสิริราชสมบัติ กี่ปี?
รัชกาลที่ 6 คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 ในพระบรมราชวงศ์จักรี หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ตลอดเวลา 15 ปี ที่ทรงดำรงสิริราชสมบัติ ทรงเป็นจอมทัพนำไทยเข้าร่วมรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 และ ทรงวางรากฐานระบบกฎหมาย
รัชกาลที่ 6 ทรงศึกษา ที่ไหน?
คลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ระบุว่า เมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2440 ทรงเข้าศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ และ พ.ศ. 2442 ทรงเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด วิชาประวัติศาสตร์ กฎหมาย และการปกครอง
ดุสิตธานีคืออะไร?
ดุสิตธานีเป็นเมืองจำลองที่รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ใน พ.ศ. 2461 ภายใน พระราชวังดุสิต แล้วย้ายไป พระราชวังพญาไท ใน พ.ศ. 2462 กรมศิลปากรระบุว่ามี 6 อำเภอ บ้านเรือน 300 หลังคาเรือน มีนคราภิบาล พรรคการเมือง 2 พรรค และการทดลองเลือกตั้ง
พระนามแฝง ของรัชกาลที่ 6 มีอะไรบ้าง?
สำนักงานราชบัณฑิตยสภายกตัวอย่าง พระนามแฝง ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในงานพระราชนิพนธ์ ได้แก่ ศรีอยุธยา อัศวพาหุ นายแก้วนายขวัญ พันแหลม พระขรรค์เพชร น้อยลา รามจิตติ M.V. และ Carlton H. Terris
วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 6 ตรงกับวันใด?
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เป็นวาระครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต ของรัชกาลที่ 6 ส่วนคลังจดหมายเหตุของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ บันทึกว่า เสด็จสวรรคต วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468
แหล่งอ้างอิง
- พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ ๑๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๖๘ — หน่วยราชการในพระองค์
- พระบรมราชะประทรรศนีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว — กรมศิลปากร
- สยามมกุฎราชกุมาร: สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (ตอนที่ 2.2 ปัจฉิมบท) — สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
- พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว — คลังจดหมายเหตุการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- ประวัติและผลงานของกวี: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (หน้า 362) — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
- พระราชวังสนามจันทร์ — องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
- พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน — เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย13รัฐสภา14
- ประเทศและสถานที่
- สหราชอาณาจักร55ยุโรป73กรุงเทพฯ80รัสเซีย11เยอรมนี39จีน62
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ