วังไกลกังวล: ประวัติ พระตำหนัก ริมทะเลหัวหิน จากรัชกาลที่ 7 ถึงปัจจุบัน
วังไกลกังวล ที่หัวหิน สร้างในรัชกาลที่ 7 เริ่ม พ.ศ. 2469 มี พระราชพิธีคฤหมงคล พ.ศ. 2472 ศิลปะแบบสเปน และเป็น ที่ประทับฤดูร้อน ต่อมาในรัชกาลที่ 9
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- วังไกลกังวล ตั้งอยู่ริมทะเลหัวหิน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน การปลูกสร้างเริ่มเดือนตุลาคม 2469
- กรมศิลปากรและสำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกพิธีก่อพระฤกษ์ พระตำหนักเปี่ยมสุข วันที่ 21 กันยายน 2470 และมี พระราชพิธีคฤหมงคล ระหว่างวันที่ 10–11 เมษายน 2472
- เดิมมี พระตำหนัก สำคัญ 3 หลังหันหน้าออกทะเล คือ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระตำหนักปลุกกเสม และ พระตำหนักน้อย ส่วนอาคารต่าง ๆ สร้างเพิ่มเติมจนถึง พ.ศ. 2476
- วันที่ 19 เมษายน 2509 เรือใบ “เวคา” ออกจาก วังไกลกังวล ข้ามอ่าวไทยไปขึ้นฝั่งที่หาดเตยงาม ระยะทางประมาณ 60 ไมล์ทะเล ใช้เวลา 17 ชั่วโมง
วังไกลกังวล ตั้งอยู่ริมทะเลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน การปลูกสร้างเริ่มเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1926) และ พระตำหนักเปี่ยมสุข ซึ่งเป็น พระตำหนัก ใหญ่ที่สุด มี พระราชพิธีคฤหมงคล ในเดือนเมษายน 2472
วังไกลกังวล โดยสรุป
- ที่ตั้ง: ริมทะเลหัวหิน หน้าที่ตั้งของสำนักพระราชวังระบุที่อยู่ พระราชวังไกลกังวล ว่า 3 ถนนเพชรเกษม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77110
- ผู้สร้าง: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์
- ผู้ออกแบบและอำนวยการก่อสร้าง: หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร
- ช่วงก่อสร้าง: เริ่มเดือนตุลาคม 2469 อาคารต่าง ๆ สร้างเพิ่มเติมจนถึง พ.ศ. 2476
- รูปแบบ: ศิลปะแบบสเปน ออกแบบให้เหมาะกับภูมิอากาศ และให้ความรู้สึกของคำว่า “บ้านพักในฤดูร้อน”
- การใช้งาน: ที่ประทับฤดูร้อน ในรัชกาลที่ 7 และ ที่ประทับ ต่อมาในรัชกาลที่ 9

ที่มาของการสร้าง วังไกลกังวล
หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า วังไกลกังวล สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน และ พระราชทาน แด่ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาสรุปจากสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ว่ามี พระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 ถึงอุปนายกราชบัณฑิตยสภา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ให้หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร ผู้อำนวยการศิลปากรสถานแห่งราชบัณฑิตยสภา เป็นสถาปนิกและอำนวยการก่อสร้าง หน่วยราชการในพระองค์ระบุเพิ่มว่า หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์สำเร็จการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจาก École des Beaux-Arts (เอโคล เดส์ โบซ์-อาร์ตส์) ประเทศฝรั่งเศส
ข้อมูลโบราณสถานของสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร ซึ่งสำรวจเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2542 ระบุสภาพภูมิศาสตร์ว่าเป็นที่ราบริมทะเล ทางด้านทิศเหนือมีหนองทะเลน้อย และเส้นทางเข้าคือทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ไปอำเภอหัวหิน โดย วังไกลกังวล อยู่ตรงกันข้ามกับค่ายนเรศวร
ชื่อ “ไกลกังวล” และนาม พระตำหนัก
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกว่า พระตำหนัก ใหญ่ที่วางศิลาฤกษ์ในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2470 เดิมชื่อ “พระตำหนักชื่นสุข” ต่อมา พระราชทาน ชื่อใหม่ว่า พระตำหนักเปี่ยมสุข และ พระราชทาน นามว่า วังไกลกังวล
ชื่อ พระตำหนัก และอาคารต่าง ๆ ที่ พระราชทาน ต่อมามีนามคล้องจองกัน และล้วนบ่งบอกถึงความสบาย ได้แก่
- เปี่ยมสุข
- ปลุกเกษม (หน่วยราชการในพระองค์และกรมศิลปากรสะกดว่า “ปลุกกเสม”)
- เอิบเปรม
- เอมปรีดิ์
- ศาลาเริง
แหล่งเดียวกันสันนิษฐานว่าคำว่า ไกลกังวล น่าจะได้ต้นเค้ามาจากชื่อพระราชวังซองซูซี (Sans Souci) ซึ่งภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ไร้กังวล เป็น พระราชวังฤดูร้อนที่พระเจ้าเฟรเดอริกมหาราชทรงสร้างที่เมืองพอทสดัม ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

การก่อสร้าง พ.ศ. 2469–2476
หน่วยราชการในพระองค์และข้อมูลโบราณสถานของกรมศิลปากรเล่าลำดับการก่อสร้างไว้ตรงกัน คือ การเตรียมการปลูกสร้าง วังไกลกังวล เริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธีก่อพระฤกษ์ รากพระตำหนักเปี่ยมสุข ด้วยพระองค์เอง พร้อมกับเริ่มก่อสร้างอาคารต่าง ๆ กรมศิลปากรและสำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุวันพิธีนี้ว่า 21 กันยายน 2470
เมื่อ พระตำหนัก ที่ประทับ สร้างเสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงาน พระราชพิธีคฤหมงคล ขึ้นองค์ พระตำหนักเปี่ยมสุข ระหว่างวันที่ 10–11 เมษายน 2472 จากนั้นอาคารต่าง ๆ ภายใน วังไกลกังวล ถูกสร้างเพิ่มเติมเรื่อยมาจนถึงปีพุทธศักราช 2476
เพราะสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็น ที่ประทับ ฤดูร้อน วังไกลกังวล จึงไม่มีท้องพระโรงที่ใช้ออกว่าราชการ การแบ่ง เขตพระราชฐาน ก็แบ่งอย่างเรียบง่าย ใช้เพียงกำแพงกั้นระหว่าง พระราชฐาน ที่ประทับ กับที่พักของคณะผู้ติดตาม โดยมีทางเข้าออกเชื่อมถึงกัน

พระตำหนักเปี่ยมสุข
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า เดิม วังไกลกังวล ประกอบด้วย พระตำหนัก สำคัญ 3 องค์ที่หันหน้าออกไปทางทะเล โดย พระตำหนักเปี่ยมสุข เป็น พระตำหนัก ที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่กึ่งกลาง
แหล่งทางการระบุจำนวนชั้นของ พระตำหนักเปี่ยมสุข ต่างกัน หน้าข้อมูลการเยี่ยมชมของหน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าเป็นอาคาร 3 ชั้น ส่วนข้อมูลโบราณสถานของกรมศิลปากร (สำรวจ พ.ศ. 2542) ระบุว่า พระตำหนัก ทั้งสามหลังเป็นอาคาร 2 ชั้น
ใน พ.ศ. 2551 มีการก่อสร้างขยายองค์ พระตำหนักเปี่ยมสุข ด้านทิศเหนือ หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า ร้อยเอกจิทัศ ศรสงคราม เป็นสถาปนิกและผู้ออกแบบควบคุมการก่อสร้าง ตามแบบสถาปัตยกรรมเดิมในสมัยรัชกาลที่ 7 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสร้างความกลมกลืน

พระตำหนักปลุกกเสม พระตำหนักน้อย และเรือนผู้ติดตาม
- พระตำหนักปลุกกเสม: ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ พระตำหนักเปี่ยมสุข เป็นอาคาร 2 ชั้น
- พระตำหนักน้อย: ตั้งอยู่ทางทิศใต้ เป็นอาคาร 2 ชั้น
- เรือนเอิบเปรม และเรือนเอมปรีดิ์: เป็นอาคารชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักของคณะผู้ติดตาม
- ศาลาเริง: อาคารอเนกประสงค์ หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าใช้เป็น ที่ประทับ พักผ่อน พระราชอิริยาบถ และสำหรับจัดงานเลี้ยง พระราชทาน
ข้อมูลโบราณสถานของกรมศิลปากรมีภาพถ่ายของอาคารเหล่านี้ทุกหลัง และกำหนดอายุสมัยเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9) จัดรูปแบบเป็น “โบราณสถานที่ยังมีประโยชน์ใช้สอย” และระบุสถานะ ณ วันสำรวจว่า “ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน”

สถาปัตยกรรมแบบสเปนและสวนหน้า พระตำหนัก
หน่วยราชการในพระองค์บรรยายว่า สถาปัตยกรรมของ วังไกลกังวล เป็นศิลปะแบบสเปน ได้ถูกออกแบบให้เป็นวังที่เหมาะสมกับภูมิอากาศของประเทศ และให้ความรู้สึกของคำว่า “บ้านพักในฤดูร้อน”
บริเวณด้านหน้า พระตำหนัก เป็นสนามตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ใบ และต้นไม้ดัด รูปแกะสลักหินจากประเทศอินโดนีเซีย อุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินเรือ นาฬิกาแดด ตะเกียง และหินประดับ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้นทะเบียน “พระราชวังไกลกังวล หัวหิน” ไว้ในฐานข้อมูล แหล่งศิลปกรรมอันควรอนุรักษ์ ประเภท พระราชวัง โดยบันทึกว่าก่อสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2476 แต่ฐานข้อมูลนั้นเรียกรูปแบบว่าสถาปัตยกรรมแบบอิตาลี ซึ่งต่างจากหน้าของหน่วยราชการในพระองค์ที่ระบุว่าเป็นศิลปะแบบสเปน

วังไกลกังวล ในรัชกาลที่ 9
บทความ “๕๐ ปีแห่งการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส” ของหน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า วันที่ 29 เมษายน 2493 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล โดยขบวนรถไฟพิเศษ และได้เสด็จกลับคืนสู่พระมหานคร ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2493 เพื่อทรงประกอบพระราชพิธี บรมราชาภิเษก
พระราชประวัติ ที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ใน พ.ศ. 2568 บันทึกว่า ทรงถือเป็นธรรมเนียมที่จะ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนัก ในแต่ละภูมิภาค รวมทั้ง พระราชวังไกลกังวล เพื่อทรงงานช่วยเหลือพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารเป็นประจำทุกปี เมื่อพุทธศักราช 2495 ขณะ ประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล ทรงได้รับทราบถึงปัญหาและความยากลำบากในการเดินทางสัญจรของราษฎร อันเป็นที่มาของโครงการสร้างถนนสายห้วยมงคล อำเภอหัวหิน ซึ่งเป็น โครงการพระราชดำริด้านพัฒนาชนบทโครงการแรก
หน่วยราชการในพระองค์ยังระบุว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายพื้นที่ วังไกลกังวล และสร้าง ที่ประทับ พระราชทาน แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี รวมทั้งที่พักของคณะผู้ติดตาม โดยออกแบบตามสถาปัตยกรรมเดิมในสมัยรัชกาลที่ 7 สำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกชื่ออาคารที่สร้างเพิ่มในรัชกาลนี้ เช่น ศาลาเย็นใจ ละไมจิตร จุลสาคร และอมรวาริน
เรือใบเวคา และ พระราชกรณียกิจ ที่หัวหิน
วันที่ 19 เมษายน 2509 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงต่อเรือ ประเภท OK ด้วยพระองค์เอง ทรงใช้ชื่อ “เวคา” และ ทรงใช้เป็นพระราชพาหนะเสด็จพระราชดำเนินข้ามอ่าวไทย จาก วังไกลกังวล ไปขึ้นฝั่งที่หาดเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ระยะทางประมาณ 60 ไมล์ทะเล ทรงใช้เวลาถึง 17 ชั่วโมง ตามที่หน่วยราชการในพระองค์บันทึกไว้
หน้า พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของหน่วยราชการในพระองค์ บันทึกว่าในพุทธศักราช 2521 ขณะที่ ประทับ ที่หัวหิน พอตกบ่ายจะ เสด็จฯ โดยขบวนรถยนต์ไปยังปากน้ำปราณ เมื่อมีราษฎรเข้าเฝ้าฯ ก็จะ ทรงสอน หนังสือ และโปรดให้ข้าราชบริพารกระจายกันไปสอนเป็นกลุ่ม ๆ ทรงปฏิบัติเช่นนี้เป็นนิจศีล ตลอดระยะเวลาที่ ประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล

โรงเรียนวังไกลกังวลและการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกว่าในรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนไกลกังวลขึ้นเป็นโรงเรียน ในพระบรมราชูปถัมภ์
หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2538 อยู่ในโรงเรียนวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน และสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เริ่มออกอากาศการเรียนการสอนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2538 โดยถ่ายทอดสดการเรียนการสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปสู่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ
การเยี่ยมชม และการ ลงนามถวายพระพร
หน่วยราชการในพระองค์จัดหน้า วังไกลกังวล ไว้ในหมวด “ข้อมูลการเยี่ยมชม” ของ พระบรมมหาราชวัง และพระราชนิเวศน์ คู่กับ พระบรมมหาราชวัง พระราชวังบางปะอิน และ พระตำหนัก ในภูมิภาค แต่หน้าดังกล่าวเล่าประวัติและลักษณะอาคาร โดยไม่ได้ระบุวันเวลาเปิดหรือค่าเข้าชม หน้าที่ตั้งของสำนักพระราชวังให้หมายเลขโทรศัพท์ของ พระราชวังไกลกังวล ไว้ที่ 0 3251 1115 ผู้ที่จะเข้าชมควรสอบถามก่อน
ในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ สำนักพระราชวังจัดเตรียม วังไกลกังวล เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับ ลงนามถวายพระพร ร่วมกับ พระบรมมหาราชวัง พระราชวังบางปะอิน และ พระตำหนัก ในภูมิภาค เช่น วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ผู้มาลงนามต้องแต่งกายสุภาพและแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ
ลำดับเหตุการณ์
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2469 (1926) | 15 พฤษภาคม: พระราชหัตถเลขา เรื่องผู้ออกแบบ; ตุลาคม: เริ่มเตรียมการปลูกสร้าง |
| 2470 (1927) | 21 กันยายน: พิธีก่อพระฤกษ์ พระตำหนักเปี่ยมสุข (เดิมชื่อ “พระตำหนักชื่นสุข”) |
| 2472 (1929) | 10–11 เมษายน: พระราชพิธีคฤหมงคล ขึ้นองค์ พระตำหนักเปี่ยมสุข |
| 2476 (1933) | การสร้างอาคารเพิ่มเติมดำเนินมาจนถึงปีนี้ |
| 2493 (1950) | 29 เมษายน–3 พฤษภาคม: เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล |
| 2495 (1952) | ที่มาของโครงการถนนสายห้วยมงคล |
| 2509 (1966) | 19 เมษายน: เรือใบเวคาข้ามอ่าวไทยจาก วังไกลกังวล ถึงหาดเตยงาม |
| 2521 (1978) | หน่วยราชการในพระองค์บันทึกการสอนหนังสือแก่ราษฎรที่ปากน้ำปราณ |
| 2538 (1995) | 5 ธันวาคม: ออกอากาศการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมครั้งแรกจากโรงเรียนวังไกลกังวล |
| 2542 (1999) | 22 มีนาคม: สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี สำรวจข้อมูลโบราณสถาน |
| 2551 (2008) | ขยายองค์ พระตำหนักเปี่ยมสุข ด้านทิศเหนือ |
| 2569 (2026) | 1 มกราคม: วังไกลกังวล เป็นสถานที่ ลงนามถวายพระพร เทศกาลปีใหม่ |
ภาพบันทึก





มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- พระตำหนักเปี่ยมสุข พระตำหนักปลุกกเสม พระตำหนักน้อย เรือนเอิบเปรม เรือนเอมปรีดิ์ และศาลาเริง ซึ่งกรมศิลปากรจัดเป็นโบราณสถานที่ยังมีประโยชน์ใช้สอย
- อาคารที่สร้างเพิ่มในรัชกาลที่ 9 ตามสถาปัตยกรรมเดิมในสมัยรัชกาลที่ 7 และส่วนต่อขยาย พระตำหนักเปี่ยมสุข พ.ศ. 2551
- โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ที่อำเภอหัวหิน
- โครงการถนนสายห้วยมงคล ซึ่งหน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่าเป็น โครงการพระราชดำริด้านพัฒนาชนบทโครงการแรก
- จุด ลงนามถวายพระพร ในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ที่สำนักพระราชวังจัดขึ้นที่ วังไกลกังวล
อ่าน พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และบันทึก พระราชวัง อื่นในหมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง เช่น พระราชวัง ริมทะเลในรัชกาลที่ 6 ที่ชะอำ
คำถามที่พบบ่อย
วังไกลกังวล สร้างเมื่อใดและในรัชกาลใด?
วังไกลกังวล ตั้งอยู่ริมทะเลหัวหิน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน การปลูกสร้างเริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2469 และมี พระราชพิธีคฤหมงคล ขึ้นองค์ พระตำหนักเปี่ยมสุข ระหว่างวันที่ 10–11 เมษายน 2472
ใครเป็นผู้ออกแบบวังไกลกังวล?
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร ซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจาก École des Beaux-Arts ประเทศฝรั่งเศส และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศิลปากรสถานในขณะนั้น เป็นผู้ออกแบบและอำนวยการก่อสร้าง สถาปัตยกรรมเป็นศิลปะแบบสเปน
ชื่อ “ไกลกังวล” มีที่มาอย่างไร?
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาสรุปจากสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทยว่า ชื่อ ไกลกังวล สันนิษฐานว่าน่าจะได้ต้นเค้ามาจากชื่อพระราชวังซองซูซี (Sans Souci) ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าไร้กังวล ซึ่งเป็น พระราชวัง ฤดูร้อนที่เมืองพอทสดัม ประเทศเยอรมนี
ประชาชนเข้าวังไกลกังวลได้ในโอกาสใดบ้าง?
หน่วยราชการในพระองค์จัดหน้า วังไกลกังวล ไว้ในหมวดข้อมูลการเยี่ยมชม แต่หน้านั้นไม่ได้ระบุวันและเวลาเปิด ในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ สำนักพระราชวังจัดให้ วังไกลกังวล เป็นสถานที่สำหรับ ลงนามถวายพระพร เช่น วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.00–17.00 น.
แหล่งอ้างอิง
- วังไกลกังวล (ข้อมูลการเยี่ยมชม) — หน่วยราชการในพระองค์
- ที่ตั้ง (สำนักพระราชวัง) — หน่วยราชการในพระองค์
- ไกลกังวล — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
- พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ — สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร
- ๕๐ ปีแห่งการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส — หน่วยราชการในพระองค์
- เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ หน่วยราชการในพระองค์ ขอเผยแพร่พระราชประวัติ — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — หน่วยราชการในพระองค์
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันกีฬาเรือใบ ในมหกรรมกีฬาเรือใบเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว — หน่วยราชการในพระองค์
- การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม — หน่วยราชการในพระองค์
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช ๒๕๖๙ แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพร เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๙ — หน่วยราชการในพระองค์
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- ฝรั่งเศส37เยอรมนี36อินโดนีเซีย19ชลบุรี14
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ