ข้ามไปยังเนื้อหา
Royalอธิบาย

กระบวนพยุหยาตราชลมารค: ประวัติขบวน เรือพระราชพิธี จากกรุงศรีอยุธยาถึง พ.ศ. 2567

ประวัติ กระบวนพยุหยาตราชลมารค ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา การฟื้นฟูในรัชกาลที่ 9 ริ้วขบวน 52 ลำ 5 ริ้ว 3 สาย กาพย์เห่เรือ และบทบาทของกองทัพเรือถึง พ.ศ. 2567

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 15 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
กระบวนพยุหยาตราชลมารค วันที่ 27 ตุลาคม 2567 เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ แล่นผ่านหน้า พระบรมมหาราชวัง
ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • กระบวนพยุหยาตราชลมารค หมายถึง การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำด้วยเรือพระที่นั่ง ที่มีเรือตามเสด็จฯ เป็นกระบวนยาวไปตามแม่น้ำ กรมศิลปากรระบุว่าสมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 1893–2310) จัดตามราชประเพณีใน 3 กรณี
  • กระบวนพยุหยาตราชลมารค วันที่ 27 ตุลาคม 2567 ใช้ เรือพระราชพิธี 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร กำลังพลประจำเรือ 2,412 นาย และมี เรือพระที่นั่ง 4 ลำ
  • ขบวนวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ใช้เรือ 52 ลำ กำลังพลประจำเรือ 2,399 นาย เป็นฝีพาย 2,200 นาย
  • เรือพระราชพิธี หลายลำเสียหายจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2487 และกรมศิลปากรยกฐานะอู่เก็บเรือเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เมื่อ พ.ศ. 2517

กระบวนพยุหยาตราชลมารค หมายถึง การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำด้วยเรือพระที่นั่ง ที่มีเรือตามเสด็จฯ เรียงเป็นกระบวนยาวไปตามแม่น้ำ เอกสารของกรมศิลปากรระบุว่ามีการใช้เรือหลวงใน พระราชพิธี ตั้งแต่สมัยสุโขทัย และมีแบบแผนชัดเจนในสมัยกรุงศรีอยุธยา ขบวนล่าสุดจัดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) ใช้ เรือพระราชพิธี 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย และกำลังพลประจำเรือ 2,412 นาย

บทความนี้เล่าประวัติ กระบวนพยุหยาตราชลมารค จากเอกสารของกรมศิลปากร ข่าวในพระราชสำนักของหน่วยราชการในพระองค์ และเว็บไซต์ของกองทัพเรือซึ่งเป็นผู้จัดขบวน ตัวเลขที่แหล่งข้อมูลให้ไว้ไม่ตรงกันจะระบุทั้งสองแบบพร้อมชื่อแหล่ง

กระบวนพยุหยาตราชลมารค คืออะไร

พิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากรแยกคำนี้เป็น กระบวน (แถวแนวตามแบบแผน) พยุห (หมู่ กอง) ยาตรา (การเดินทาง) ชล (น้ำ) และ มารค (วิถี ทาง) รวมความว่าเป็นการเดินทางทางน้ำของ เรือพระที่นั่ง ที่มีเรือตามเสด็จฯ พร้อม พระราชวงศ์ ขุนนาง และข้าราชบริพาร ข่าวในพระราชสำนักปัจจุบันใช้คำว่า "ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค" ในความหมายเดียวกัน

เรือใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค แบ่งตามวัสดุและฐานะได้ดังนี้

  • เรือทอง สร้างจากไม้ที่คัดเลือกเป็นพิเศษ แกะสลักลวดลายแล้วลงรักปิดทอง ใช้ใน พระราชภารกิจที่สำคัญ เช่น พระราชพิธี หรือรัฐพิธี ส่วนเรือไม้ ใช้เป็นเรือพระที่นั่งในการเสด็จฯส่วนพระองค์
  • เรือพระที่นั่งกิ่ง หมายถึง เรือที่เป็นเครื่องประดับยศ เป็นเรือพระที่นั่งชั้นสูง
  • กระบวนใหญ่และกระบวนน้อย ในรัชกาลที่ 4 มีการจัดริ้วสองแบบ คือ กระบวนเรือพยุหยาตราใหญ่ชลมารค และกระบวนพยุหยาตราน้อยชลมารค ซึ่งมีเรือและพลประจำเรือน้อยกว่า
ภาพถ่ายเก่า กระบวนพยุหยาตราชลมารค พ.ศ. 2454 ในรัชกาลที่ 6 ภาพจากจดหมายเหตุที่พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2466
ภาพถ่ายเก่า กระบวนพยุหยาตราชลมารค พ.ศ. 2454 ในรัชกาลที่ 6 ภาพจากจดหมายเหตุที่พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2466 ภาพ: จดหมายเหตุการบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 6 (พิมพ์ พ.ศ. 2466) / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

กระบวนพยุหยาตราชลมารค สมัยสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา

ศิลาจารึกและเอกสารบ่งว่าราชอาณาจักรสุโขทัยใช้กระบวนเรือหลวงต้อนรับพระภิกษุที่จาริกกลับจากเกาะลังกา และมี พระราชพิธี บางอย่างที่ใช้เรือหลวง สมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 1893–2310) มีการดัดแปลงเรือรบมาเป็นเรือหลวงเพื่อเป็น พระราชยาน ทางน้ำ และ กระบวนพยุหยาตราชลมารค จัดตามราชประเพณีใน 3 กรณี ได้แก่ พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระพุทธบาทที่สระบุรี และ พระราชพิธีเนื่องด้วยพระบรมศพหรือพระศพ

หลักฐานเก่าที่สุดเรื่องเรือหลวงเพื่อ พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน อยู่ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2173–2202) ซึ่ง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือหลวงหรือ เรือพระที่นั่งกิ่ง จำนวนมาก ส่วนคำให้การชาวกรุงเก่าเล่าว่าในรัชกาล สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2153–2171) มี รับสั่ง ให้เอากิ่งดอกเลาประดับ เรือพระที่นั่ง ต่อมาพนักงานจึงเขียนลายกิ่งไม้ไว้ที่หัวเรือแทน และเรียกเรือชนิดนี้ว่า เรือพระที่นั่งกิ่ง ถือเป็นเรือชั้นสูงสุด ในรัชสมัย สมเด็จพระเพทราชา (พ.ศ. 2231–2246) มีการจัดกระบวนเรือนำ พระบรมศพ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากเมืองลพบุรีกลับพระนครศรีอยุธยา

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา บันทึกชื่อเรือหลวงไว้หลายลำ เช่น ชัยสุพรรณหงส์และศรีสุพรรณหงส์ ในรัชสมัย สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. 2091–2112) และสุพรรณวิมานนาวาในรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

กระบวนพยุหยาตราชลมารค ในภาพเขียนและบันทึกชาวยุโรป

ในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199–2231) มี พระราชโองการ ให้ช่างศิลป์วาดภาพ เรือพระราชพิธี ในริ้วกระบวนพยุหยาตราชลมารค ไว้ที่ผนังพระอุโบสถวัดยม ในพระนครศรีอยุธยา ภาพบนผนังลบเลือนไปเกือบหมด แต่มีการคัดลอกลงสมุดไทยใน พ.ศ. 2440 และเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติ สมุดภาพนี้บอกรูปลักษณ์ ชื่อเรือ และชื่อขุนนางประจำเรือ มีชื่อเรือรวม 113 ชื่อ

ภาพวาดกระบวนเรือสมัยนั้นยังตีพิมพ์ในหนังสือของบาทหลวงตาชาร์ด เรื่อง "การเดินทางไปสู่สยามของบาทหลวงคณะเยซูอิต" (พ.ศ. 2229) ส่วนนิโกลาส์ แชรแวส นักเดินทางชาวฝรั่งเศส บันทึกว่ากระบวนเรือมีเรือไม่น้อยกว่า 250 ลำ และกรมศิลปากรระบุว่าเรือนำหน้า กระบวนพยุหยาตราชลมารค ในรัชสมัยนี้มีเรือพิฆาต 3 ลำ และเรือแซ 5 ลำ ชื่อเรือในริ้วกระบวนสมัยนั้นแตกต่างอยู่มากกับชื่อเรือสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ส่วนหนึ่งของสมุดไทยภาพเรือในริ้วกระบวน พร้อมชื่อเรือกำกับใต้ภาพแต่ละลำ
ส่วนหนึ่งของสมุดไทยภาพเรือในริ้วกระบวนพร้อมชื่อเรือกำกับ เอกสารที่มีตราหอพระสมุดวชิรญาณ ภาพ: สมุดไทย หอพระสมุดวชิรญาณ (ผ่าน TK Park) / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

กาพย์เห่เรือ บทขับให้จังหวะฝีพาย

เรือแต่ละลำใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค มีคนขานยาวหรือคนเห่เรือ ทำหน้าที่ร้องขานเพลงเรือ แล้วฝีพายร้องเห่พร้อมกันไปตามจังหวะร่วมกับเรือลำอื่น กรมศิลปากรระบุว่าในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระศรีมโหสถแต่งบทเห่เรือชื่อ "โคลงนิราศนครสวรรค์" เมื่อ พ.ศ. 2201 และในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐาสูริยวงษ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) นิพนธ์กาพย์ห่อโคลงที่บรรยายชื่อและรูปลักษณ์ของเรือใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค บางตอนว่า "พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา"

บทเห่เรือสมัยรัตนโกสินทร์มีเช่น ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง โดยเจ้าพระยาพระคลัง (หน) พ.ศ. 2340 และกาพย์เห่เรือ โดย พระราชวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ พ.ศ. 2475 ในยุคหลัง กองทัพเรือมอบหมายให้ พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย แต่งกาพย์เห่เรือหลายวาระ เช่น

  • กาพย์เห่เรือกาญจนาภิเษก พ.ศ. 2539 ใช้ในขบวนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539
  • บทที่ใช้ในขบวนวันที่ 4 พฤศจิกายน 2542 วันที่ 5 พฤศจิกายน 2550 และวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555
  • กาพย์เห่เรือเอเปค วันที่ 20 ตุลาคม 2546 และบทฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี วันที่ 12 มิถุนายน 2549
  • บทเฉลิมพระเกียรติใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีวรรคชมเรือว่า "สุวรรณหงส์ลงลอยล่อง งามผุดผ่องล่องลอยลำ"
ฝีพายเรือประกอบกระบวน จ้วงพายพร้อมกันระหว่างการซ้อม วันที่ 29 ตุลาคม 2550
ฝีพายเรือประกอบกระบวนจ้วงพายพร้อมกัน ระหว่างการซ้อมใหญ่ วันที่ 29 ตุลาคม 2550 ภาพ: Lerdsuwa / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

กระบวนพยุหยาตราชลมารค สมัยกรุงธนบุรีถึงรัชกาลที่ 7

ตั้งแต่รัชสมัย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมศิลปากรระบุว่าริ้วกระบวนเรือปรากฏให้ประชาชนเห็นไม่มากนัก เพราะใช้เฉพาะ พระราชพิธี หรือรัฐพิธี เช่น

  • พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ใน พ.ศ. 2325, 2326, 2344, 2394, 2410 และทุกปีในรัชกาลที่ 5
  • เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่ง เนื่องใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ใน พ.ศ. 2328, 2394, 2416, 2454 และ 2468
  • แห่พระสารีริกธาตุหรือพระพุทธรูปสำคัญ แห่ พระบรมศพ และพระศพ รับ พระราชอาคันตุกะ และ พระราชพิธีลอยพระประทีป

แต่ละรัชกาลยังสร้างเรือเพิ่ม รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือสุวรรณหงส์ เพื่อเป็น พระราชพาหนะ รัชกาลที่ 3 สร้างเรืออนันตนาคราช และมีบันทึกว่าสร้างเรือ 24 ลำ รัชกาลที่ 4 บูรณะเรือเก่าและสร้างใหม่อีก 7 ลำ กระบวนใหญ่ในรัชกาลนี้มีเรือ 268 ลำ พลประจำเรือ 10,000 คน ส่วน เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ สร้างขึ้นใหม่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่ง พระองค์โปรดการเสด็จฯ ทางน้ำเพื่อสอดส่องทุกข์สุขของราษฎร

ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงค้นคว้า ริ้วกระบวนแต่โบราณ แล้ว ขอพระบรมราชานุญาต วางระเบียบริ้วกระบวนใหม่ ระเบียบนี้ใช้จนถึง พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ใน พ.ศ. 2468 ส่วน พระราชพิธีฉลองกรุงครบรอบ 150 ปี พ.ศ. 2475 กลับไปจัดตามแบบรัชกาลที่ 4

ภาพโปสการ์ดเก่าราวทศวรรษ 1930 ขบวนเรือแห่พระกฐินทางน้ำ ไปวัดอรุณ
ภาพโปสการ์ดเก่าราวทศวรรษ 1930 ขบวนเรือแห่พระกฐินไปวัดอรุณ ตามคำบรรยายบนภาพ ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ช่วงที่กระบวนพยุหยาตราชลมารคขาดหายและความเสียหายจากสงคราม

กรมศิลปากรบันทึกว่าหลัง พ.ศ. 2477 พระราชพิธีเสด็จฯถวายผ้าพระกฐินประจำปี โดย กระบวนพยุหยาตราชลมารค ขาดหายไป ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดจากอากาศยานที่ถล่มกรุงเทพมหานครทำให้ เรือพระราชพิธี และอู่เก็บเรือเสียหายมาก เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือครุฑเหินเห็จ และเรือเอกชัยเหินหาว ถูกระเบิดเมื่อ พ.ศ. 2487 ต่อมาใน พ.ศ. 2490 สำนักพระราชวังและกองทัพเรือมอบให้กรมศิลปากรซ่อมแซมและดูแลรักษาเรือ

การฟื้นฟู กระบวนพยุหยาตราชลมารค ในรัชกาลที่ 9

หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชดำริว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า จึงควรอนุรักษ์และฟื้นฟู และระบุว่า "การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ช่วยรักษาราชประเพณีดั้งเดิม และเพื่อให้เรือพระราชพิธี ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติได้รับการดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพดี"

กรมศิลปากรระบุว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะซ่อมแซมเรือพระราชพิธี เพื่อนำมาใช้ตามแบบครั้งโบราณ เรือเอกชัยเหินหาวซ่อมแซมตัวเรือใหม่ใน พ.ศ. 2508 เรือครุฑเหินเห็จใช้โขนเรือเดิมมาซ่อมแซมขึ้นใหม่ และเรือกระบี่ปราบเมืองมารสร้างขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2510 กรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนเรือพระที่นั่งต่างๆ ไว้เป็นมรดกของชาติ และยกฐานะอู่เก็บเรือเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เมื่อ พ.ศ. 2517 ต่อมาใน พ.ศ. 2539 มีการสร้าง เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ในโอกาส พระราชพิธีกาญจนาภิเษก

ภาพถ่ายเก่า เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ หน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม พ.ศ. 2511
ภาพถ่ายเก่า เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ หน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม พ.ศ. 2511 ภาพจากกรมประชาสัมพันธ์ ภาพ: กรมประชาสัมพันธ์ / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ลำดับเหตุการณ์ กระบวนพยุหยาตราชลมารค ถึง พ.ศ. 2477

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
สมัยสุโขทัย ใช้กระบวนเรือหลวงต้อนรับพระภิกษุที่กลับจากลังกา
2173–2202 (1630–1659) สร้างเรือหลวงจำนวนมากเพื่อใช้ใน พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน
2199–2231 (1656–1688) วาดภาพริ้วกระบวนไว้ที่วัดยม
2229 (1686) หนังสือของบาทหลวงตาชาร์ดตีพิมพ์ภาพกระบวนเรือ
2340 (1797) เจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่งลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง
2394–2411 (1851–1868) รัชกาลที่ 4 สร้างเรือใหม่ 7 ลำ กระบวนใหญ่มีเรือ 268 ลำ
2440 (1897) คัดลอกภาพริ้วกระบวนจากวัดยมลงสมุดไทย
2454 (1911) กระบวนเรือใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 6 และเรือสุพรรณหงส์ลำปัจจุบันแล้วเสร็จ
2468 (1925) กระบวนเรือใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 7
2475 (1932) กระบวนเรือในงานฉลองพระนครครบ 150 ปี
2477 (1934) กระบวนเรือประจำปีเพื่อ ถวายผ้าพระกฐิน ขาดหายไปหลังปีนี้

ลำดับเหตุการณ์ กระบวนพยุหยาตราชลมารค ตั้งแต่ พ.ศ. 2487

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
2487 (1944) เรือหลายลำเสียหายจากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2
2490 (1947) กรมศิลปากรรับหน้าที่ซ่อมแซมและดูแลเรือ
2500 (1957) กระบวนใหญ่ในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
2502–2510 (1959–1967) กระบวนน้อยเพื่อ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม 6 ครั้ง
2517 (1974) ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี
2525 (1982) กระบวนใหญ่ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี
2530–2555 (1987–2012) กระบวนใหญ่เพื่อ ถวายผ้าพระกฐิน ใน พ.ศ. 2530, 2539, 2542, 2550 และ 2555
2546 (2003) แสดงกระบวนเรือแก่ผู้นำเอเปค 20 ตุลาคม
2549 (2006) แสดงกระบวนเรือในงานครองสิริราชสมบัติ 60 ปี 12 มิถุนายน
2562 (2019) ขบวนเลียบพระนครใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 12 ธันวาคม
2567 (2024) ขบวนเพื่อ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม 27 ตุลาคม

ริ้วขบวน กระบวนพยุหยาตราชลมารค 5 ริ้ว 3 สาย

กรมศิลปากรอธิบายว่าการจัดริ้วปัจจุบันยึดแนวกระบวนทัพเรือโบราณ เรือ 52 ลำเรียงเป็น 5 ริ้ว ข่าวในพระราชสำนักเรียกว่า 5 ริ้ว 3 สาย โดยริ้วสายกลางเป็นเรือสายสำคัญ

  • ริ้วที่ 3 หรือริ้วกลาง มี เรือพระที่นั่ง 4 ลำ เรียงจากหลังไปหน้า คือ อเนกชาติภุชงค์ นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 สุพรรณหงส์ และอนันตนาคราช ระหว่างเรือสุพรรณหงส์กับเรืออนันตนาคราชมีเรือแตงโมหรือเรือกลองใน ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการกระบวน หน้าริ้วมีเรืออีเหลืองหรือเรือกลองนอก บรรเลงปี่ชวาและกลองแขก ตามด้วยเรือตำรวจ 2 ลำ ท้ายริ้วมีเรือตำรวจ 1 ลำ และเรือแซง
  • ริ้วที่ 2 และ 4 ขนาบริ้วกลาง มีเรือเอกชัยเหินหาว เรือเอกชัยหลาวทอง เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรืออสุรวายุภักษ์ และเรืออสุรปักษี โดยมีเรือเสือทะยานชลกับเรือเสือคำรณสินธุ์นำหน้า
  • ริ้วที่ 1 และ 5 ริ้วนอกสุด มีเรือดั้ง 22 ลำ และเรือแซง 6 ลำ ส่วนเรือทองขวานฟ้ากับเรือทองบ้าบิ่นเป็นคู่หน้าสุดที่นำกระบวนทั้งหมด

ทั้ง 5 ริ้วยาวประมาณ 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร เอกสารของกรมศิลปากรระบุกำลังพลประจำเรือ 2,211 นาย ล้วนเป็นกำลังพลของกองทัพเรือ แต่ตัวเลขนี้เปลี่ยนไปในแต่ละครั้ง

แผนผังริ้วขบวน กระบวนพยุหยาตราชลมารค 52 ลำ 5 ริ้ว ริ้วกลางเรียงจากหน้าไปหลัง เรืออีเหลือง เรือตำรวจ อนันตนาคราช เรือแตงโม สุพรรณหงส์ นารายณ์ทรงสุบรรณ อเนกชาติภุชงค์ ริ้วที่ 2 และ 4 เป็นเรือรูปสัตว์ ริ้วที่ 1 และ 5 เป็นเรือดั้งและเรือแซง ยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร
แผนผังริ้วขบวน กระบวนพยุหยาตราชลมารค 52 ลำ 5 ริ้ว ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: กรมศิลปากร และหน่วยราชการในพระองค์)

เรือพระที่นั่ง 4 ลำ และเรือรูปสัตว์ใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค

ขบวนวันที่ 27 ตุลาคม 2567 กำหนดหน้าที่ เรือพระที่นั่ง 4 ลำ ดังนี้ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรืออัญเชิญผ้าพระกฐิน เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง

เรือรูปสัตว์มีโขนเรือแกะสลักลงรักปิดทอง เช่น เรืออสุรวายุภักษ์ โขนเรือสลักเป็นรูปยักษ์ กายเป็นนกสีคราม เรือกระบี่ปราบเมืองมาร โขนเรือสลักรูปขุนกระบี่ และเรือเอกชัยเหินหาว โขนเรือเขียนลวดลายเป็นรูปจระเข้หรือเหรา ส่วนเรือเสือทะยานชลกับเรือเสือคำรณสินธุ์ดัดแปลงจากเรือรบ หัวเรือวาดรูปเสือและมีช่องปืนใหญ่ ถือเป็นเรือพิทักษ์กระบวน ประวัติเรือโขนนาคสองลำอยู่ในบทความ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรืออเนกชาติภุชงค์

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรืออัญเชิญผ้าพระกฐิน ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันที่ 27 ตุลาคม 2567
เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช อัญเชิญผ้าพระกฐิน ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันที่ 27 ตุลาคม 2567 ภาพ: หน่วยราชการในพระองค์

กองทัพเรือกับการเตรียม กระบวนพยุหยาตราชลมารค

กองทัพเรือได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดขบวน และผู้บัญชาการทหารเรือทำหน้าที่ผู้บัญชาการขบวน ขั้นตอนเตรียม กระบวนพยุหยาตราชลมารค พ.ศ. 2567 ที่กองทัพเรือรายงานไว้มีดังนี้

  1. ฝึกครูฝึกฝีพาย 12 กุมภาพันธ์ ถึงมีนาคม 2567 รวม 20 วันงาน
  2. ฝึกฝีพายบนเขียง 18 มีนาคม ถึง 16 พฤษภาคม 2567 รวม 40 วันงาน แยกตามหน่วยในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และสัตหีบ
  3. ฝึกในเรือในน้ำ 28 พฤษภาคม ถึง 30 กรกฎาคม 2567 รวม 40 วันงาน
  4. อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ซ่อมเรือ แล้วส่งให้กรมศิลปากรวาดลวดลายและติดกระจกเกรียบ
  5. บวงสรวงพระภูมิเจ้าที่และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือ 2 กรกฎาคม 2567
  6. ซ้อมย่อย 10 ครั้ง ระหว่าง 1 สิงหาคม ถึง 10 ตุลาคม 2567 ซ้อมใหญ่ 15 และ 22 ตุลาคม และซ้อมเก็บความเรียบร้อย 24 ตุลาคม

ระหว่างวันที่ 27–29 กรกฎาคม 2567 กองทัพเรือ ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต อัญเชิญเรือพระที่นั่ง 3 ลำ คือ สุพรรณหงส์ นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และอนันตนาคราช จัดแสดงแบบผูกทุ่นที่ท่าราชวรดิฐ เอกสารเตรียมการของกองทัพเรือระบุขบวนยาว 1,200 เมตร กำลังพล 2,200 นาย ต่างจากตัวเลขวันพิธีในข่าวในพระราชสำนักที่ 1,280 เมตร และ 2,412 นาย

กระบวนพยุหยาตราชลมารค พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2567

12 ธันวาคม 2562 เป็นการ เสด็จเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากท่าวาสุกรีไปถึงท่าราชวรดิฐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ส่วนพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ประดิษฐานในบุษบกบน เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ขบวนมีเรือ 52 ลำ กำลังพลประจำเรือ 2,399 นาย เป็นฝีพาย 2,200 นาย และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง 199 นาย

27 ตุลาคม 2567 เป็น การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ขบวนเคลื่อนจากท่าวาสุกรีไปยังท่าวัดอรุณราชวราราม มี เรือพระราชพิธี 52 ลำ ยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร และกำลังพลประจำเรือ 2,412 นาย

ขบวน เรือพระราชพิธี ผ่านหน้าวัดอรุณราชวราราม ยามเย็น วันที่ 12 ธันวาคม 2562
ขบวน เรือพระราชพิธี ผ่านหน้าวัดอรุณราชวราราม วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ภาพ: Tee-12838 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ภาพบันทึก

กระบวนพยุหยาตราชลมารค หน้าวัดอรุณราชวราราม ยามเย็น ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555
กระบวนพยุหยาตราชลมารค หน้าวัดอรุณราชวราราม ยามเย็น ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 ภาพ: เฉลิม อัชชมานะ / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ขบวน เรือพระราชพิธี ในการซ้อมบนแม่น้ำเจ้าพระยา วันที่ 9 ธันวาคม 2562
ขบวน เรือพระราชพิธี ในการซ้อมบนแม่น้ำเจ้าพระยา วันที่ 9 ธันวาคม 2562 ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
เรือประกอบขบวนในการซ้อมใหญ่ วันที่ 29 ตุลาคม 2550
เรือประกอบขบวนในการซ้อมใหญ่ วันที่ 29 ตุลาคม 2550 ภาพ: Lerdsuwa / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ขบวน เรือพระราชพิธี ในการซ้อมใหญ่ หน้า พระบรมมหาราชวัง วันที่ 15 ตุลาคม 2567
ขบวน เรือพระราชพิธี ในการซ้อมใหญ่ หน้า พระบรมมหาราชวัง วันที่ 15 ตุลาคม 2567 ภาพ: ต้นจัง / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
โขนเรือกระบี่ปราบเมืองมาร ในการซ้อมขบวน พ.ศ. 2567
เรือกระบี่ปราบเมืองมาร ในการซ้อมขบวน พ.ศ. 2567 ภาพ: กสิณธร ราชโอรส / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
โขนเรือครุฑเหินเห็จ รูปครุฑ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558
โขนเรือครุฑเหินเห็จ รูปครุฑ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558 ภาพ: S.narongphan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
โขนเรืออสุรวายุภักษ์ รูปยักษ์กายเป็นนก ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558
โขนเรืออสุรวายุภักษ์ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558 ภาพ: S.narongphan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
โขนเรือเอกชัยเหินหาว ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558
โขนเรือเอกชัยเหินหาว ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2558 ภาพ: S.narongphan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
หัวเรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ วาดรูปเสือและมีปืนใหญ่ยื่นออกมา
เรือเสือทะยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์ ภาพจากกรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร
หัวเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่น คู่เรือนำหน้าขบวน
เรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่น ภาพจากกรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร
เจ้าหน้าที่ขบวนเรือในเครื่องแบบทหารเรือแบบโบราณ ภาพถ่ายเมื่อ 12 ธันวาคม 2562
เจ้าหน้าที่ประจำขบวนเรือในเครื่องแบบโบราณ วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ภาพ: Tris T7 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
หุ่นจำลองขบวนเรือ ที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จังหวัดสมุทรปราการ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2551
แบบจำลองขบวนเรือ ที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จังหวัดสมุทรปราการ ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2551 ภาพ: Xiengyod / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

กรมศิลปากรระบุว่าเรือใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค ทั้ง 52 ลำ เก็บรักษาไว้ 3 แห่ง

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เลขที่ 80/1 ริมคลองบางกอกน้อย ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย จัดแสดง เรือพระที่นั่ง 4 ลำ เรือเอกชัยเหินหาว เรือครุฑเหินเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรืออสุรวายุภักษ์ และ โขนเรือนารายณ์ทรงสุบรรณเก่า
  • อู่เรือหลวงที่ท่าวาสุกรี ข้างหอสมุดแห่งชาติ เก็บเรือรูปสัตว์อีก 6 ลำ
  • แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก อู่เรือของกองทัพเรือ เก็บเรือเสือ เรือทองขวานฟ้า เรือทองบ้าบิ่น เรือดั้ง เรือแซง เรือแตงโม และเรืออีเหลือง

พิพิธภัณฑ์เปิดเวลา 09.00–17.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดขึ้นปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์ ตามข้อมูลของกรมศิลปากร การฝึกฝีพายและการเห่เรือเป็นงานของกองทัพเรือ ผู้จัด กระบวนพยุหยาตราชลมารค ในปัจจุบัน อ่านเรื่อง พระราชพาหนะ ประเภทอื่นได้ในหมวด พระราชพาหนะ

ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2568
ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2568 ภาพ: Mastertongapollo / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

คำถามที่พบบ่อย

กระบวนพยุหยาตราชลมารค คืออะไร?

กรมศิลปากรอธิบายว่า กระบวนพยุหยาตราชลมารค หมายถึง การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำด้วยเรือพระที่นั่ง ที่มีเรือตามเสด็จฯ พร้อม พระราชวงศ์ ขุนนาง และข้าราชบริพาร เป็นกระบวนยาวไปตามแม่น้ำ คำนี้มาจาก กระบวน (แถวแนวตามแบบแผน) พยุห (หมู่ กอง) ยาตรา (การเดินทาง) ชล (น้ำ) และ มารค (วิถี ทาง)

กระบวนพยุหยาตราชลมารค ปัจจุบันใช้เรือกี่ลำและกำลังพลกี่นาย?

กระบวนพยุหยาตราชลมารค วันที่ 27 ตุลาคม 2567 ประกอบด้วย เรือพระราชพิธี 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร ใช้กำลังพลประจำเรือรวม 2,412 นาย ส่วนขบวนวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ใช้กำลังพล 2,399 นาย เป็นฝีพาย 2,200 นาย และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง 199 นาย

เรือใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค เก็บรักษาไว้ที่ไหน และเข้าชมได้หรือไม่?

ข้อมูลของกรมศิลปากรระบุว่าเรือใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค ทั้ง 52 ลำ เก็บไว้ 3 แห่ง คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ริมคลองบางกอกน้อย อู่เรือหลวงที่ท่าวาสุกรี และแผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก ของกองทัพเรือ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00–17.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดขึ้นปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์

ใครเป็นผู้จัดและฝึกฝีพายใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค?

กองทัพเรือได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัด กระบวนพยุหยาตราชลมารค ผู้บัญชาการทหารเรือทำหน้าที่ผู้บัญชาการขบวน และกำลังพลประจำเรือทุกนายมาจากกองทัพเรือ ก่อนขบวน พ.ศ. 2567 มีการฝึกครูฝึก ฝึกฝีพายบนเขียง ฝึกในเรือในน้ำ ซ้อมย่อย 10 ครั้ง และซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง

กาพย์เห่เรือ ใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค ใช้ทำอะไร?

กาพย์เห่เรือเป็นบทร้อยกรองที่คนเห่เรือหรือคนขานยาวขับนำ แล้วฝีพายร้องเห่พร้อมกันไปตามจังหวะพายร่วมกับเรือลำอื่นใน กระบวนพยุหยาตราชลมารค กรมศิลปากรระบุว่ากาพย์ห่อโคลงของ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐาสูริยวงษ์ สมัยกรุงศรีอยุธยา มีอิทธิพลต่อบทเห่เรือที่แต่งในสมัยต่อมาจนถึงปัจจุบัน

แหล่งอ้างอิง

  1. ประวัติความเป็นมา เรือพระราชพิธี : The Royal Barges Of Thailand — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง เรือพระราชพิธี)
  2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี — กรมศิลปากร
  3. เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ — กรมศิลปากร
  4. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม — หน่วยราชการในพระองค์
  5. ข่าวในพระราชสำนัก วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562 — หน่วยราชการในพระองค์
  6. พระราชกรณียกิจด้านวัฒนธรรม เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ — หน่วยราชการในพระองค์
  7. นายกรัฐมนตรีตรวจความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค — กองทัพเรือ
  8. ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี — กองทัพเรือ
  9. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ — กรมศิลปากร
  10. ประวัติ พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือ — กองทัพเรือ

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ