ราชรถ: ประวัติ พระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถ ราชรถน้อย ราชรถปืนใหญ่ และการบูรณะ
บันทึกประวัติ ราชรถ ของไทย พระมหาพิชัยราชรถ ที่สร้าง พ.ศ. 2338 เวชยันตราชรถ ราชรถน้อย ราชรถปืนใหญ่ เกรินบันไดนาค โรงราชรถ และการบูรณะ พ.ศ. 2560 และ 2568–2569
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระมหาพิชัยราชรถ สร้าง พ.ศ. 2338 ใช้ออกพระเมรุครั้งแรก พ.ศ. 2339 สูง 11.20 เมตร ยาว 18 เมตร หนัก 13.70 ตัน ใช้พลฉุดชัก 216 นาย (ด้านหน้า 172 ด้านหลัง 44 นาย)
- เวชยันตราชรถ สร้างในรัชกาลที่ 1 เป็นราชรถรอง กว้าง 4.90 เมตร ยาว 17.50 เมตร สูง 11.70 เมตร หนัก 12.25 ตัน ใช้พลฉุดชัก 206 นาย
- กรมศิลปากรระบุว่ามี ราชรถบุษบกที่ใช้ชักลาก 5 องค์ และ เกรินบันไดนาค ซึ่งใช้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2355 ทั้งหมดเก็บรักษาที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
- วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 มีพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบ และการประชุมวันที่ 5 สิงหาคม 2569 รายงานว่างานจะเสร็จในเดือนกันยายน 2569
ราชรถ คือยานพาหนะประเภทมีล้อที่เจ้าพนักงานฉุดชัก ใช้แสดงพระเกียรติยศในการ พระราชพิธี มาแต่โบราณ องค์สำคัญที่สุดคือ พระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2338 (ค.ศ. 1795) สูง 11.20 เมตร หนัก 13.70 ตัน ปัจจุบันราชรถเก็บรักษาไว้ที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568
บทความนี้เรียบเรียงจากเอกสารของกรมศิลปากร ซึ่งดูแลและบูรณะราชรถ ทั้งฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และข่าวของหน่วยราชการในพระองค์ เป็นบันทึกเรื่องราชรถในฐานะวัตถุทางประวัติศาสตร์และงานช่าง ส่วนเรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารคอ่านได้ที่ กระบวนพยุหยาตราชลมารค
ราชรถ คืออะไร
เอกสาร "ราชรถ ราชยาน" ของศูนย์ศิลปะและการช่างไทย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร แยกยานพาหนะในการ พระราชพิธี ออกเป็นสองกลุ่ม ยานที่มีคานหามและเจ้าพนักงานแบกหามเรียกว่าราชยาน ส่วนยานที่มีล้อและเจ้าพนักงานฉุดชักเรียกว่า ราชรถ ทั้งสองกลุ่มปรากฏหลักฐานชัดเจนตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและสืบมาจนปัจจุบัน
เอกสารเดียวกันอ้างพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ว่า ราชรถ คือยานพาหนะชนิดล้อเลื่อน มีบุษบกเป็นเครื่องประกอบ และในขณะนั้นมีอยู่ 2 คัน คือ พระมหาพิชัยราชรถ และเวชยันตราชรถ ใช้ประดิษฐาน พระบรมโกศ และพระโกศ
คำว่า ราชรถ มาจากคำว่า ราชา กับ รถ หมายถึงพาหนะของ พระราชา กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าในสมัยโบราณน่าจะพัฒนามาจากเกวียนขนาดเล็กที่นั่งได้คนเดียว เทียมด้วยม้า วัว ลา ล่อ หรือใช้คนลาก ตัวรถทำด้วยไม้แกะสลักลวดลาย แล้วตกแต่งด้วยการปิดทองประดับกระจกและอัญมณี หรือหุ้มด้วยแผ่นทองดุนลายดอกไม้แทนการแกะสลักลงในเนื้อไม้โดยตรง
ราชรถในสมัยโบราณยังบอกตำแหน่งทางราชการของผู้เป็นเจ้าของด้วย รถเทียมม้ามักเป็นรถศึก หรือรถที่ใช้เดินทางนอก พระราชวัง ส่วนรถที่ลากด้วยกำลังคนมีขนาดใหญ่และใช้ใน พระราชพิธี สำคัญ คือ พระราชพิธี เนื่องใน พระบรมศพ

ประเภทของราชรถตามลักษณะและวิธีชักลาก
หน้า "โรงราชรถ" ในพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากร อธิบายว่า ราชรถ หมายถึง รถหลวงหรือรถของพระราชา ในที่นี้คือรถลากที่มีรูปลักษณะคล้ายเกวียน หรือพัฒนารูปแบบจากเกวียน ตกแต่งให้วิจิตรงดงามและอาจสูงใหญ่ขึ้น แบ่งตามลักษณะได้ดังนี้
- ราชรถโถง คือแบบที่ไม่มีเครื่องหลังคา หรือรถโล่ง ตัวอย่างคือรถในภาพลายรดน้ำผนังตู้ใน พระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ซึ่งเป็นงานช่างสมัยรัชกาลที่ 1
- ราชรถวอ ราชรถวิมาน หรือราชรถยอด คือแบบที่มีเครื่องหลังคา ถ้าหลังคามีเครื่องยอดก็เรียกตามยอด เช่น ราชรถบุษบก
- แบบใช้คนชักลาก สำหรับรถขนาดใหญ่ มีซุ้มเครื่องยอดสูงและน้ำหนักมาก ใช้คนลากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เรียกว่า พลชัก ฉุด เพื่อให้เคลื่อนที่และหยุดได้อย่างนิ่มนวล ไม่ให้ลวดลายชำรุด
- แบบใช้สัตว์ลาก มักเป็นรถขนาดเล็ก ใช้ม้าลากจากด้านหน้าด้านเดียว ส่วนรถในวรรณคดีอาจเทียมราชสีห์หรือคชสีห์เพื่อแสดงฤทธานุภาพของ ผู้ทรงรถ
กรมศิลปากรตั้งข้อสังเกตว่า ฐานานุศักดิ์ของรถหลวงมีหลายลำดับชั้นเหมือนฉัตร ดูได้จากขนาดของรถ รูปริ้วขบวน และรายละเอียดขององค์รถ แต่ไม่มีกฎเกณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างตายตัว คงใช้ตามประเพณีที่สืบต่อกันมา

ราชรถบุษบก 5 องค์ ในงาน พระบรมศพ
พิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากรระบุว่า ปัจจุบันรถที่แสดงพระเกียรติยศอย่างสูงสุดเป็นราชรถบุษบกที่ใช้ชักลาก มีทั้งหมด 5 องค์ แต่ละองค์มีหน้าที่ต่างกันในริ้วขบวน
| ชื่อ | จำนวน | หน้าที่ตามเอกสารกรมศิลปากร |
|---|---|---|
| พระมหาพิชัยราชรถ | 1 | ประดิษฐาน พระบรมโกศ และพระโกศ อัญเชิญไปสู่พระเมรุหลวง |
| เวชยันตราชรถ | 1 | ประดิษฐาน พระบรมโกศ และพระโกศ อัญเชิญไปสู่พระเมรุหลวง |
| ราชรถเล็ก | 1 | เดิมเป็นที่ พระบรมวงศ์ ประทับ ในขบวนอัญเชิญและโยงพระศพ |
| ราชรถน้อย | 2 | องค์หนึ่งสำหรับ สมเด็จพระสังฆราช หรือ พระมหาเถระ อ่านพระอภิธรรมนำขบวน อีกองค์อาจใช้เป็นราชรถตาม บางท่านว่าเป็นราชรถพระโกศจันทน์ |
ข่าวของกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ. 2568 นับชุดเดียวกันเป็น 5 องค์ ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถ เวชยันตราชรถ และราชรถน้อย 3 องค์ (รวมองค์เล็กไว้ในกลุ่มเดียวกัน) และระบุว่า ราชรถ ราชยานทั้งหลายสร้างขึ้นแต่ครั้งรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และใช้สืบเนื่องกันมาในงาน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระศพตั้งแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์

พระมหาพิชัยราชรถ: สร้าง พ.ศ. 2338 สูง 11.20 เมตร
กรมศิลปากรบันทึกว่า พระมหาพิชัยราชรถ เป็นราชรถที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2338 ตามโบราณราชประเพณีที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ฐานข้อมูลพระเมรุมาศของกรมศิลปากรระบุว่าใช้เพื่อการอัญเชิญ พระโกศพระอัฐิ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) ออกพระเมรุ เมื่อ พ.ศ. 2339 (ค.ศ. 1796) ลักษณะเป็นราชรถ ทรงบุษบก ไม้แกะสลัก ลงรักปิดทองประดับกระจก
ขนาดและกำลังพลตามข้อมูลของกรมศิลปากรมีดังนี้
- ความกว้าง 4.85 เมตร ตามหน้าแนะนำโบราณวัตถุ 10 ชิ้นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และ 4.88 เมตร ตามฐานข้อมูลพระเมรุมาศ
- ยาวรวมงอนรถ 18 เมตร ยาวเฉพาะตัวรถ 14.10 เมตร และสูง 11.20 เมตร
- น้ำหนักรวม 13.70 ตัน
- พลฉุดชัก 216 นาย เป็นด้านหน้า 172 นาย ด้านหลัง 44 นาย และผู้ควบคุม 5 นาย ปัจจุบันเป็นกำลังพลจากกรมสรรพาวุธทหารบก
- เลขรหัสประจำราชรถ 9780
นับแต่นั้น พระมหาพิชัยราชรถ ใช้เชิญ พระโกศพระบรมศพ ของ พระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี และ พระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าในสมัยต่อ ๆ มา และใน พ.ศ. 2560 ใช้ทรง พระบรมศพ รัชกาลที่ 9 กรมศิลปากรจัด พระมหาพิชัยราชรถ ไว้ในรายการโบราณวัตถุ 10 ชิ้นที่ไม่ควรพลาดของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

การบูรณะ พระมหาพิชัยราชรถ เมื่อ พ.ศ. 2560
ฐานข้อมูลพระเมรุมาศบันทึกงานบูรณปฏิสังขรณ์ พระมหาพิชัยราชรถ ก่อนงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ในส่วนของสำนักช่างสิบหมู่ไว้ดังนี้
- ซ่อมเสริมโครงสร้างไม้และลวดลายในส่วนที่ชำรุด
- ซ่อมประดับกระจกส่วนฐานเบญจาใหม่และซ่อมส่วนอื่นโดยรวม 100%
- ซ่อมปิดทองโดยรวม 40%
- จัดทำฉัตรเบญจาผ้าลายทองแผ่ลวด 4 คัน และธงงอนราชรถ 6 ผืน สำหรับงอนรถ 3 งอน
- ซ่อมชุดเฟื่องระย้าโลหะเงิน ล้างทำความสะอาด ชุบ และประดับกระจก
ขั้นตอนเริ่มจากถอดส่วนประกอบของราชรถ กะเทาะกระจกเดิมออกแล้วประดับกระจกใหม่ ซ่อมลวดลายที่ชำรุด จัดทำเครื่องประกอบ และปิดท้ายด้วยการทำความสะอาดโดยกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ภาพเก่าของ พระมหาพิชัยราชรถ ในงาน พระบรมศพ
เอกสาร "ราชรถ ราชยาน" ของสำนักช่างสิบหมู่ตีพิมพ์ภาพถ่ายเก่าที่บันทึก พระมหาพิชัยราชรถ ในงาน พระบรมศพ ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ภาพแสดงราชรถที่มีบุษบกยอดแหลมเคลื่อนผ่านหน้าอาคารแบบตะวันตก มีเจ้าพนักงานในเครื่องแบบเดินนำหน้า
เอกสารเดียวกันยังมีภาพถ่ายเก่าของ "รถปืนใหญ่รางเกวียน หรือราชรถปืนใหญ่" ในงาน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 ภาพนี้แสดงล้อขนาดใหญ่ของรถปืนใหญ่ ซึ่งเป็นราชรถอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างจากราชรถบุษบก


เวชยันตราชรถ: ราชรถรอง สูง 11.70 เมตร
ฐานข้อมูลพระเมรุมาศของกรมศิลปากรบันทึกว่า เวชยันตราชรถ เป็นราชรถ ทรงบุษบก ไม้แกะสลักลงรัก ปิดทองประดับกระจก สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพื่อใช้เป็นรถที่นั่งรองในงานพระเมรุของ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) เมื่อ พ.ศ. 2339 และใช้เป็นราชรถสำหรับพระศพ พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ ทรงพระอิสริยศักดิ์ รองลงมา
- เลขรหัสประจำราชรถ 9781
- กว้าง 4.90 เมตร ยาว 17.50 เมตร สูง 11.70 เมตร
- น้ำหนัก 12.25 ตัน
- พลฉุดชัก 206 นาย เป็นด้านหน้า 160 นาย ด้านหลัง 46 นาย และผู้ควบคุม 5 นาย
ฐานข้อมูลเดียวกันระบุว่า เมื่อ พระมหาพิชัยราชรถ ชำรุดจนใช้การไม่ได้ จึงใช้เวชยันตราชรถเป็น รถทรงพระบรมศพ แทน แต่ใน หมายรับสั่ง ยังเรียกว่า "พระมหาพิชัยราชรถ" ส่วนพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นับเวชยันตราชรถเป็นหนึ่งในราชรถ 2 คันที่ใช้ประดิษฐานพระโกศ

เกรินบันไดนาค: เครื่องเลื่อนพระโกศ ใช้ครั้งแรก พ.ศ. 2355
ฐานข้อมูลพระเมรุมาศอธิบายว่า เกรินบันไดนาคเป็นอุปกรณ์ที่ สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี (จุ้ย) คิดค้นขึ้น เพื่อเชิญ พระบรมโกศ ขึ้นและลงจาก พระมหาพิชัยราชรถ แทนการต่อนั่งร้านไม้ยกสูงแบบเดิม ลักษณะเป็นรางเลื่อนขึ้นลงด้วยกว้านหมุนคล้ายบันไดเลื่อน มีแท่นสี่เหลี่ยมสำหรับวางพระโกศ ขอบฐานแกะสลักลายปิดทองประดับกระจก ราวทั้งสองข้างทำเป็นรูปพญานาค จึงเรียกว่าเกรินบันไดนาค
เกรินบันไดนาคใช้ครั้งแรกในงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2355 ปัจจุบันมี 2 ชุด ชุดหนึ่งใช้เลื่อนพระโกศจากพระยานมาศสามลำคานขึ้นสู่บุษบกของราชรถที่หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม อีกชุดใช้เลื่อนพระโกศลงจากราชรถมาประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคานหรือราชรถปืนใหญ่ที่ท้องสนามหลวง และปัจจุบันติดล้อเลื่อนใต้ฐานเพื่อให้เคลื่อนย้ายสะดวก

ราชรถปืนใหญ่: สร้างองค์ใหม่เมื่อ พ.ศ. 2560
ฐานข้อมูลพระเมรุมาศระบุว่า ราชรถปืนใหญ่ใช้เชิญพระโกศของ พระมหากษัตริย์ และ พระบรมวงศ์ ที่ ทรงรับราชการทหาร เมื่อครั้ง ดำรงพระชนม์ชีพ ในริ้วขบวนที่ 3 แทนพระยานมาศสามลำคานตามธรรมเนียมเดิม และใช้เวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ 3 รอบ ก่อนเชิญพระโกศขึ้นสู่พระเมรุมาศ
สำหรับงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 9 เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 ฐานข้อมูลเดียวกันบันทึกว่าราชรถปืนใหญ่ที่ใช้ในงานครั้งนั้นเป็นองค์ที่สร้างขึ้นใหม่ เป็นงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ดังนี้
- ส่วนโครงสร้าง โดยกรมสรรพาวุธทหารบก จัดสร้างที่กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา
- ส่วนศิลปกรรม ประกอบฐานรองพระโกศและส่วนประกอบราชรถ โดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
- เชือกฉุดชักราชรถ โดยกรมอู่ทหารเรือ
ทั้งสองหน่วยศึกษาลักษณะของราชรถปืนใหญ่จากจดหมายเหตุ ภาพถ่าย และวีดิทัศน์เก่า ราชรถปืนใหญ่ที่จัดแสดงในโรงราชรถเป็นรถปืนสีเขียวเข้ม ล้อซี่ขนาดใหญ่ เรื่องราชยานคานหามบันทึกไว้แยกใน ราชยานคานหามและพระยานมาศ

พิธีบวงสรวงก่อนบูรณะ ราชรถ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568
วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบ ใน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ข่าวของกรมศิลปากรและหน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า มณฑลพิธีตั้งอยู่ด้านหน้าโรงราชรถ มีการอ่านโองการบวงสรวงเทพยดา การแสดงรำบวงสรวง 1 ชุด และบรรเลงเพลงสาธุการ โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร จากนั้น ทรงคล้องมาลัยที่ พระมหาพิชัยราชรถ พระยานมาศสามลำคาน จำนวน 2 องค์ พระเวชยันตราชรถ และราชรถน้อย จำนวน 3 องค์ ตามลำดับ
กรมศิลปากรระบุว่าราชรถ ราชยานที่จะบูรณะประกอบด้วย ราชรถ 5 องค์ เกรินบันไดนาค 2 เกริน พระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ พระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์

การบูรณะ ราชรถ พ.ศ. 2568–2569
หลังพิธี กรมศิลปากรปิดการเข้าชมโรงราชรถตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เพื่อเริ่มบูรณะ ข่าวของกรมศิลปากรและหน่วยราชการในพระองค์แบ่งหน้าที่ไว้ดังนี้
- กรมสรรพาวุธทหารบกและกรมอู่ทหารเรือ ร่วมศึกษาตรวจสอบสภาพโครงสร้างของราชรถ ระบบกลไก การเคลื่อนที่ และการชักลาก ให้มั่นคงแข็งแรง ส่วนงานระยะแรกยังรวมถึงการจัดสร้างนั่งร้านเพื่อบูรณะ
- กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทำความสะอาดราชรถ
- สำนักช่างสิบหมู่ ซ่อมแซมกระจก ลงรักปิดทอง และงานช่างฝีมือต่าง ๆ
- กรมศิลปากร ดูแลงานบูรณะ ซ่อมแซม และอนุรักษ์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ งานตกแต่ง และงานประดับที่เป็นงานประณีตศิลปกรรม
ข่าวของหน่วยราชการในพระองค์ในวันนั้นเรียกงานนี้ว่าเป็นการซ่อมและบูรณะครั้งใหญ่ และคาดว่าจะเสร็จราวเดือนกันยายน ไม่เกินเดือนตุลาคม ต่อมาการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ วันที่ 5 สิงหาคม 2569 รายงานว่าการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการซักซ้อม ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในวันเดียวกัน คณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการพิจารณาแผนจัดนิทรรศการภายในบริเวณพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ซึ่งรวมเรื่องการบูรณะปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศไว้ด้วย
ลำดับเหตุการณ์ของราชรถ
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| สมัยกรุงศรีอยุธยา | มีหลักฐานชัดเจนเรื่องรถและยานคานหามใน พระราชพิธี ตามเอกสารของสำนักช่างสิบหมู่ |
| 2338 (1795) | สร้าง พระมหาพิชัยราชรถ ตามข้อมูลหน้าแนะนำโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร |
| 2339 (1796) | ใช้ พระมหาพิชัยราชรถ และเวชยันตราชรถ ในงานพระเมรุของ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ตามฐานข้อมูลพระเมรุมาศ |
| 2355 (1812) | ใช้เกรินบันไดนาคเป็นครั้งแรกในงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 1 |
| สมัยรัชกาลที่ 5–6 | ภาพถ่ายเก่าบันทึก พระมหาพิชัยราชรถ ในงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 5 และราชรถปืนใหญ่ในงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 6 |
| 2542 (1999) | พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ระบุว่าในขณะนั้นมี 2 คัน คือ พระมหาพิชัยราชรถ และเวชยันตราชรถ |
| 2560 (2017) | บูรณะ พระมหาพิชัยราชรถ สร้างราชรถปืนใหญ่องค์ใหม่ และใช้ในงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 9 เดือนตุลาคม |
| 2568 (2025) | 6 พฤศจิกายน: พิธีบวงสรวงก่อนเริ่มบูรณะ และปิดการเข้าชมโรงราชรถ |
| 2569 (2026) | 5 สิงหาคม: รายงานว่าการบูรณะจะเสร็จในเดือนกันยายน 2569 |
ภาพบันทึก














มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นที่เก็บรักษารถบุษบกทั้ง 5 องค์ เกรินบันไดนาค ราชรถปืนใหญ่ พระยานมาศสามลำคาน และเครื่องประกอบ ตามข้อมูลของกรมศิลปากร
- เลขรหัสประจำราชรถ ในฐานข้อมูลของกรมศิลปากร เช่น 9780 สำหรับ พระมหาพิชัยราชรถ และ 9781 สำหรับเวชยันตราชรถ
- องค์ความรู้ของช่างไทย ทั้งงานแกะสลัก ลงรักปิดทอง ประดับกระจก และการชักลากราชรถ ยังสืบต่อผ่านสำนักช่างสิบหมู่ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมสรรพาวุธทหารบก และกองทัพเรือ ซึ่งร่วมกันบูรณะใน พ.ศ. 2560 และ 2568–2569
- ข้อควรรู้ก่อนเข้าชม โรงราชรถปิดการเข้าชมตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เพื่อบูรณะ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ก่อนเดินทาง
อ่านเรื่องเรือในกระบวนพยุหยาตรา ราชรถ และยานในงานพิธีอื่น ๆ ได้ที่ หมวดยานพาหนะใน พระราชพิธี
คำถามที่พบบ่อย
ราชรถ คืออะไร ต่างจากราชยานอย่างไร?
เอกสารของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร อธิบายว่า ราชรถ คือยานพาหนะประเภทมีล้อ เคลื่อนที่โดยเจ้าพนักงานฉุดชัก ส่วนยานพาหนะที่มีคานหามและเจ้าพนักงานแบกหามเรียกว่าราชยาน ทั้งสองแบบใช้ใน พระราชพิธี ต่าง ๆ มาแต่โบราณ และมีหลักฐานชัดเจนตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
พระมหาพิชัยราชรถ สร้างเมื่อไร และมีขนาดเท่าไร?
กรมศิลปากรระบุว่า พระมหาพิชัยราชรถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2338 และใช้ครั้งแรกในการออกพระเมรุเมื่อ พ.ศ. 2339 ยาวรวมงอนรถ 18 เมตร สูง 11.20 เมตร น้ำหนัก 13.70 ตัน ความกว้างระบุไว้ 4.85 เมตรในหน้าแนะนำโบราณวัตถุ และ 4.88 เมตรในฐานข้อมูลพระเมรุมาศ ใช้พลฉุดชัก 216 นาย และผู้ควบคุม 5 นาย
ราชรถ ในงาน พระบรมศพ มีกี่องค์ และแต่ละองค์ใช้ทำอะไร?
พิพิธภัณฑ์เสมือนจริงของกรมศิลปากรระบุว่ามีราชรถบุษบกที่ใช้ชักลาก 5 องค์ พระมหาพิชัยราชรถและเวชยันตราชรถใช้ประดิษฐานพระบรมโกศและพระโกศ ราชรถเล็กเดิมเป็นที่ พระบรมวงศ์ ประทับ ในขบวน ราชรถน้อยองค์หนึ่งสำหรับพระสงฆ์อ่านพระอภิธรรมนำขบวน และอีกองค์อาจใช้เป็นราชรถตาม
ชมราชรถได้ที่ไหน?
ราชรถและพระยานมาศเก็บรักษาไว้ที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร แต่ข่าวของหน่วยราชการในพระองค์ระบุว่ากรมศิลปากรปิดการเข้าชมโรงราชรถตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เพื่อบูรณะ ผู้ที่จะเข้าชมจึงควรตรวจสอบประกาศของพิพิธภัณฑ์ก่อน
ใครเป็นผู้บูรณะราชรถ?
การบูรณะ พ.ศ. 2568–2569 เป็นงานร่วมกันของกรมศิลปากร กรมสรรพาวุธทหารบก และกรมอู่ทหารเรือ สองหน่วยหลังตรวจสอบโครงสร้าง ระบบกลไก การเคลื่อนที่และการชักลาก ส่วนกรมศิลปากรทำความสะอาดด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ซ่อมกระจก ลงรักปิดทอง และงานประณีตศิลป์ โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและสำนักช่างสิบหมู่
แหล่งอ้างอิง
- โบราณวัตถุ ๑๐ ชิ้นห้ามพลาดในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร — กรมศิลปากร
- โรงราชรถ — พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)
- ราชรถ ราชยาน (เอกสารความรู้ สำนักช่างสิบหมู่) — กรมศิลปากร (สำนักช่างสิบหมู่)
- พระมหาพิชัยราชรถ — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
- เวชยันตราชรถ — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
- เกรินบันไดนาค — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
- ราชรถปืนใหญ่ — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
- พิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ — กรมศิลปากร
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบ — หน่วยราชการในพระองค์
- ประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน — กรมศิลปากร
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ80
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ