ข้ามไปยังเนื้อหา
Royalอธิบาย

พระราชยาน: ประวัติ พระที่นั่งราเชนทรยาน พระยานมาศสามลำคาน พระวอ และราชยานคานหาม

บันทึกประวัติ พระราชยาน หรือราชยานคานหาม พระที่นั่งราเชนทรยาน ที่สร้างในรัชกาลที่ 1 ใช้พลแบกหาม 56 นาย พระยานมาศสามลำคาน พระวอสีวิกากาญจน์ และการใช้ใน พ.ศ. 2562

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 12 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
พระที่นั่งราเชนทรยาน และ พระราชยาน องค์อื่นในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพถ่ายเมื่อ 2 มกราคม 2561
ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • พระที่นั่งราเชนทรยาน ทรงบุษบก สร้างในรัชกาลที่ 1 กว้าง 1.03 เมตร ยาว 5.48 เมตร (พร้อมคานหาม) สูง 4.23 เมตร ใช้พลแบกหาม 56 นาย
  • พระยานมาศสามลำคาน มี 2 องค์ สร้างในรัชกาลที่ 2 องค์หนึ่งหนัก 550 กิโลกรัม อีกองค์ 700 กิโลกรัม ใช้พลแบกหาม 120 นาย แบ่ง 2 ผลัด ผลัดละ 60 นาย
  • พระราเชนทรยานน้อย สร้างใหม่โดยสำนักช่างสิบหมู่สำหรับงาน พระบรมศพ เมื่อ พ.ศ. 2560 เพื่อเชิญพระผอบบรรจุ พระบรมราชสรีรางคาร
  • วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ใช้ พระราชยาน “พุดตานทอง” ไปยังวัด 3 แห่ง

พระราชยาน คือยานพาหนะชนิดคานหามของหลวงที่เจ้าพนักงานแบกหาม ใช้ในการ เสด็จพระราชดำเนิน โดยกระบวนแห่และในการเชิญพระโกศ องค์สำคัญได้แก่ พระที่นั่งราเชนทรยาน ซึ่งสร้างในรัชกาลที่ 1 ใช้พลแบกหาม 56 นาย และพระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ ที่ใช้พลแบกหามองค์ละ 120 นาย และในงานบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 (ค.ศ. 2019) ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคใช้ พระราชยาน “พุดตานทอง”

บทความนี้เรียบเรียงจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ ของกรมศิลปากร เอกสารของสำนักช่างสิบหมู่ หน้าความรู้ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และข่าวของสำนักพระราชวัง เป็นบันทึกเรื่อง พระราชยาน ในฐานะวัตถุทางประวัติศาสตร์ ส่วนยานที่มีล้ออ่านได้ที่ ราชรถ

พระราชยาน คืออะไร

เอกสาร "ราชรถ ราชยาน" ของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร แยกยานใน พระราชพิธี ออกเป็นสองกลุ่ม ยานที่มีล้อและเจ้าพนักงานฉุดชักเรียกว่าราชรถ ส่วนยานที่มีคานหามและเจ้าพนักงานแบกหามเรียกว่า พระราชยาน ทั้งสองแบบมีหลักฐานชัดเจนตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและสืบมาจนปัจจุบัน

เอกสารเดียวกันยกความหมายจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ว่า ราชยาน คือยานชนิดคานหามของหลวง และเรียกได้หลายแบบ

  • พระยาน เช่น พระยานมาศ
  • พระราชยาน เป็นอีกคำเรียกหนึ่ง และเป็นคำขึ้นต้นชื่อของราชยานบางองค์
  • เรียกเป็น พระที่นั่ง ก็มี ได้แก่ พระที่นั่งราเชนทรยาน

สำนักช่างสิบหมู่อธิบายว่า พระราชยาน เป็นเครื่องประกอบ พระราชอิสริยยศ ซึ่งแสดงฐานะที่แตกต่างจากสามัญชน

พระที่นั่งราเชนทรยาน พร้อมคานหาม ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร
พระที่นั่งราเชนทรยาน พร้อมคานหาม ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ)

ลักษณะและวัสดุของ พระราชยาน

ตามคำอธิบายของสำนักช่างสิบหมู่ พระราชยาน มีลักษณะเป็นแท่นเรียบสำหรับ ประทับราบ หรือแท่นฐานสำหรับ ประทับห้อยพระบาท มีทั้งแบบที่มีหลังคาและไม่มีหลังคา ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ ตกแต่งด้วยการแกะสลัก ลงรักปิดทอง ประดับกระจก ถม หรือลงยา และเคลื่อนที่โดยมีเจ้าพนักงานแบกหาม

ราชยานบางองค์ปกติเป็น พระที่นั่ง ที่ใช้เป็น พระราชบัลลังก์ แต่มีห่วงและคานสำหรับใช้เป็น พระราชยาน ด้วย ตัวอย่างที่สำนักพระราชวังบันทึกไว้คือ พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เป็นที่ ประทับห้อยพระบาท ทำด้วยไม้แกะสลัก มีภาพสลักประดับสองชั้น หุ้มทองประดับรัตนชาติ ปกติใช้เป็น พระราชอาสน์ ในงาน พระราชพิธี ใหญ่ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และมีห่วงสำหรับสอดคานหาม จึงใช้เป็น พระราชยาน ในขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคได้ เช่น พระราชพิธีเลียบพระนคร หรือ พระราชพิธีเสด็จถวายผ้าพระกฐิน

พระที่นั่งราเชนทรยาน ในห้องราชยานคานหาม พระที่นั่งภิมุขมณเฑียร ภาพจากกรมศิลปากร
พระที่นั่งราเชนทรยาน ในห้องราชยานคานหาม พระที่นั่งภิมุขมณเฑียร ภาพจากกรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร

พระราชยาน ที่มีบันทึก: ตารางสรุป

ชื่อ ลักษณะ พลแบกหาม การใช้ตามแหล่งข้อมูล
พระที่นั่งราเชนทรยาน ทรงบุษบก สร้างในรัชกาลที่ 1 56 นาย กระบวนพยุหยาตราสี่สาย และเชิญ พระโกศพระบรมอัฐิ เข้าสู่ พระบรมมหาราชวัง
พระราเชนทรยานน้อย ยึดแบบ พระที่นั่งราเชนทรยาน สร้างใหม่ พ.ศ. 2560 ไม่ระบุในฐานข้อมูล เชิญพระผอบบรรจุ พระบรมราชสรีรางคาร
พระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ คานหามสามคาน สร้างในรัชกาลที่ 2 120 นาย (2 ผลัด) เชิญ พระบรมโกศ ในริ้วขบวนงานพระเมรุมาศ
พระวอสีวิกากาญจน์ ประทับราบ หลังคาสองชั้น 8 นาย สำรอง 8 นาย เจ้านายฝ่ายในและ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์
พระที่นั่งพุดตานฝ่ายพระราชวังบวร ราชยานของวังหน้า 16 นาย เสด็จกระบวนพยุหยาตรา

พระที่นั่งราเชนทรยาน: ทรงบุษบก 56 พลแบกหาม

ฐานข้อมูลพระเมรุมาศของกรมศิลปากรบันทึกว่า พระที่นั่งราเชนทรยาน มีลักษณะเป็น ทรงบุษบก ทำด้วยไม้แกะสลักปิดทองประดับกระจก สร้างในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ข้อมูลทางกายภาพมีดังนี้

  • กว้าง 1.03 เมตร ยาว 5.48 เมตร (พร้อมคานหาม) สูง 4.23 เมตร
  • พลแบกหาม 56 นาย และผู้ควบคุม 1 นาย
  • เลขทะเบียน 2353

พระราชยาน องค์นี้ใช้สำหรับ พระมหากษัตริย์ ในเวลา เสด็จพระราชดำเนิน โดยกระบวนแห่อย่างใหญ่ที่เรียกว่า กระบวนพยุหยาตราสี่สาย เช่น จาก พระราชมณเฑียร ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในงาน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่เพราะ พระราชยาน องค์นี้มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก จึงไม่นิยมใช้เดินทางไกลออกนอก พระบรมมหาราชวัง

นอกจากนี้ยังใช้อัญเชิญ พระบรมโกศ พระบรมอัฐิ ของ พระมหากษัตริย์ หรือ พระโกศพระอัฐิพระบรมวงศ์ จากพระเมรุท้องสนามหลวงเข้าสู่ พระบรมมหาราชวัง ฐานข้อมูลระบุว่าในงาน พระบรมศพ ใช้ในริ้วขบวนที่ 4 และ 5

ภาพถ่ายเก่า พระที่นั่งราเชนทรยาน ในกระบวนพยุหยาตรา พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 6 ภาพจากเอกสารของกรมศิลปากร
ภาพถ่ายเก่า พระที่นั่งราเชนทรยาน ในกระบวนพยุหยาตรา พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 6 ภาพจากเอกสารของกรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (สำนักช่างสิบหมู่)

การบูรณะ พระที่นั่งราเชนทรยาน เมื่อ พ.ศ. 2560

ก่อนงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 9 สำนักช่างสิบหมู่สำรวจ พระที่นั่งราเชนทรยาน และพบว่าการบูรณะหลายครั้งที่ผ่านมาทั้งการทารักปิดทอง ทาสีปิดทอง และประดับกระจกในร่องลวดลาย ทำให้กระจกล้นขึ้นมาจากร่องลาย ทองที่ปิดทับซ้อนหลายชั้นปิดบังลวดลายไม้แกะสลักของครูช่างโบราณ และไม้โครงสร้างบางส่วนผุกร่อน งานบูรณะครั้งนั้นจึงประกอบด้วย

  • ซ่อมปรับโครงสร้างพื้นไม้และลวดลายที่ชำรุด
  • ซ่อมปิดทองใหม่ 100% และซ่อมประดับกระจกโดยรวม 70%
  • จัดทำพระวิสูตรตาดทองแท้ (เงินกะไหล่ทอง) 4 ผืน
  • จัดสร้างชุดเฟื่องระย้าโลหะเงินประดับกระจกชุดใหม่

ขั้นตอนเริ่มจากเชิญ พระราชยาน มาบูรณะ ถอดส่วนประกอบเพื่อซ่อมโครงสร้าง คัดลอกและเขียนแบบลวดลาย กะเทาะกระจกและขัดลอกผิวทองเดิมออก ปิดทองและประดับกระจกใหม่ ประกอบกลับ และจัดทำเครื่องประกอบ

ส่วนหลังคาและเฟื่องระย้าของ พระที่นั่งราเชนทรยาน ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร
ส่วนหลังคาและเฟื่องระย้าของ พระที่นั่งราเชนทรยาน ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ)

พระราเชนทรยานน้อย: สร้างใหม่เมื่อ พ.ศ. 2560

ฐานข้อมูลพระเมรุมาศระบุว่า พระราเชนทรยานน้อย เป็น พระราชยาน สำหรับเชิญพระผอบบรรจุ พระบรมราชสรีรางคาร จากพระเมรุมาศท้องสนามหลวงเข้าสู่ พระบรมมหาราชวัง ในริ้วขบวนที่ 4 สำนักช่างสิบหมู่สร้างขึ้นสำหรับงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 9 และตั้งชื่อว่า "น้อย" เพื่อไม่ให้สับสนกับ พระที่นั่งราเชนทรยาน ซึ่งใช้เชิญพระโกศบรรจุ พระบรมอัฐิ

รูปแบบของ พระราเชนทรยานน้อย ยึดตาม พระที่นั่งราเชนทรยาน โดยปรับรายละเอียดบางส่วนให้เหมาะสม ขั้นตอนการสร้างตามฐานข้อมูลมีดังนี้

  • ออกแบบ เขียนแบบ และขยายแบบขนาดเท่าจริงลงกระดาษแข็ง
  • ทำโครงสร้างส่วนฐานเขียง ฐานสิงห์ ฐานชั้นที่ 3 และเตียงลา เสาบุษบก ชั้นหลังคา และคานหาม
  • แกะสลักลวดลาย ปิดทองและประดับกระจก
  • ประกอบโครงสร้างและติดตั้งลวดลาย
พระราเชนทรยานน้อย พร้อมคานหาม ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร
พระราเชนทรยานน้อย พร้อมคานหาม ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ)

พระยานมาศสามลำคาน 2 องค์

พระยานมาศสามลำคาน เป็น พระราชยาน ที่มีคานหามสามคาน ฐานข้อมูลพระเมรุมาศบันทึกไว้ 2 องค์ และระบุว่าทั้งสององค์สร้างในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อใช้อัญเชิญ พระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นครั้งแรก

เลขรหัสประจำราชยาน ความยาว (พร้อมคานหาม) ความสูง น้ำหนัก หน้าที่ในงานพระเมรุมาศ
นช.541 7.73 เมตร 1.78 เมตร 700 กิโลกรัม เชิญ พระบรมโกศ จาก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังราชรถที่จอดใกล้วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
9789 8.24 เมตร 1.10 เมตร 550 กิโลกรัม เชิญ พระบรมโกศ จากราชรถเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง

แต่ละองค์ใช้พลแบกหาม 120 นาย แบ่งเป็น 2 ผลัด ผลัดละ 60 นาย และผู้ควบคุม 1 นาย ในเอกสารภาพของสำนักช่างสิบหมู่ พระยานมาศสามลำคานเป็นแท่นฐานซ้อนชั้นปิดทองประดับกระจก มีพนักโดยรอบ วางบนคานหามสีแดง

พระยานมาศสามลำคาน เลขทะเบียน นช.541 ด้านหน้า แสดงคานหามสามคาน ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร
พระยานมาศสามลำคาน เลขทะเบียน นช.541 ด้านหน้า แสดงคานหามสามคาน ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ)

พระวอสีวิกากาญจน์ หรือพระวอช่อฟ้า

ฐานข้อมูลพระเมรุมาศอธิบายว่า พระวอสีวิกากาญจน์ เป็นพระที่นั่งโถงแบบ ประทับราบ มีสี่เสา หลังคาสองชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้งและหางหงส์เป็นรูปนาคสามเศียร พนักทำด้วยงาแกะสลัก มีคานหามสองคานสำหรับผูกสาแหรก ขนาดกว้าง 0.845 เมตร ยาว 1.45 เมตร สูง 1.89 เมตร ใช้พลแบกหาม 8 นาย พลสำรอง 8 นาย และผู้ควบคุม 1 นาย ใช้เป็น พระราชยาน สำหรับเจ้านายฝ่ายในและ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ในกระบวนพยุหยาตราสถลมารค และ ใช้ทรงลุ้งบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร จากพระเมรุมาศสู่ พระบรมมหาราชวัง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เรียกองค์ที่จัดแสดงว่า พระวอช่อฟ้า และสันนิษฐานว่าสร้างในรัชกาลที่ 5 คราวพระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พ.ศ. 2434 และน่าจะเป็นองค์เดียวกับที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ในงานของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อ พ.ศ. 2453

ในงานพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. 2551 และงานพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พ.ศ. 2555 พระวอองค์นี้อัญเชิญพระสรีรางคารจากพระเมรุท้องสนามหลวงไปยังพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยออกนามตาม หมายรับสั่ง ว่า "พระวอสีวิกากาญจน์"

พระวอช่อฟ้า ภาพจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร
พระวอช่อฟ้า ภาพจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)

พระที่นั่งพุดตานวังหน้า และพระสเลี่ยง

กรมศิลปากรแนะนำ พระที่นั่งพุดตานฝ่ายพระราชวังบวร (พระที่นั่งพุดตานวังหน้า) เป็นโบราณวัตถุ 1 ใน 10 ชิ้นต้องชมในหมู่พระวิมาน องค์นี้เป็น พระราชยานสำหรับเสด็จกระบวนพยุหยาตรา ใช้พลแบกหาม 16 นาย กรมศิลปากรสันนิษฐานว่ารัชกาลที่ 4 พระราชทาน แก่ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังจึงใช้เป็นเครื่องประกอบ พระราชอิสริยยศ สำหรับ พระมหาอุปราช และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

เอกสาร "ราชรถ ราชยาน" ของสำนักช่างสิบหมู่ยังมีภาพ พระราชยาน ขนาดเล็กอีกหลายแบบ เช่น พระสเลี่ยงกลีบบัว ซึ่งในภาพเป็นแท่นที่นั่งปิดทอง มีพนักรูปกลีบบัว วางบนคานหามสองคาน และพระวอสีวิกากาญจน์ ส่วนภาพถ่ายใน Wikimedia Commons เมื่อ พ.ศ. 2560 แสดงเสลี่ยงและเสลี่ยงกงที่จัดแสดงใน พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พระที่นั่งพุดตานฝ่ายพระราชวังบวร ภาพจากกรมศิลปากร
พระที่นั่งพุดตานฝ่ายพระราชวังบวร ภาพจากกรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร
พระสเลี่ยงกลีบบัว ภาพจากเอกสารราชรถ ราชยาน ของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระสเลี่ยงกลีบบัว ภาพจากเอกสารราชรถ ราชยาน ของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (สำนักช่างสิบหมู่)

พระราชยาน ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562

ข่าวในพระราชสำนักของสำนักพระราชวังบันทึกว่า วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562 เวลา 16.49 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับ พระราชยาน “พุดตานทอง” จากเกยใน พระบรมมหาราชวัง เสด็จพระราชดำเนิน เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค (ราบใหญ่) ในการ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ไปยัง 3 วัด ตามลำดับ

  • วัดบวรนิเวศวิหาร ขบวนออกทางประตูพิมานไชยศรีและประตูวิเศษไชยศรี ไปตามถนนหน้าพระลาน ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง ถนนตะนาว ถนนบวรนิเวศ และถนนพระสุเมรุ
  • วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ผ่านถนนพระสุเมรุ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง ถนนอัษฎางค์ ถนนบำรุงเมือง และถนนเฟื่องนคร
  • วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ผ่านถนนเฟื่องนครและถนนเจริญกรุง แล้วกลับเข้า พระบรมมหาราชวัง ทางถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนหน้าพระลาน

ทุกครั้งที่ยาตราริ้วขบวน ทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด ภาพเก่าในเอกสารของสำนักช่างสิบหมู่ยังบันทึกว่า ในงานบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 6 มีการใช้ พระที่นั่งราเชนทรยาน ในขบวนพยุหยาตราอย่างใหญ่

พระราชยาน ในริ้วขบวนงานพระเมรุมาศ

ฐานข้อมูลพระเมรุมาศของกรมศิลปากรแสดงให้เห็นว่า พระราชยาน แต่ละองค์มีหน้าที่ต่างกันในริ้วขบวนงาน พระบรมศพ ดังนี้

  • ริ้วขบวนที่ 1 พระยานมาศสามลำคาน (นช.541) เชิญ พระบรมโกศ จาก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประดิษฐานบนราชรถซึ่งจอดรอใกล้พลับพลายกด้านทิศตะวันออกของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  • ริ้วขบวนที่ 3 พระยานมาศสามลำคาน (9789) เชิญ พระบรมโกศ เวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง
  • ริ้วขบวนที่ 4 พระราเชนทรยานน้อย เชิญพระผอบบรรจุ พระบรมราชสรีรางคาร เข้าสู่ พระบรมมหาราชวัง
  • ริ้วขบวนที่ 4 และ 5 พระที่นั่งราเชนทรยาน เชิญ พระโกศพระบรมอัฐิ จากพระเมรุมาศเข้าสู่ พระบรมมหาราชวัง

รายละเอียดเรื่องราชรถ เกรินบันไดนาค และการบูรณะเครื่องประกอบเหล่านี้ใน พ.ศ. 2568–2569 บันทึกไว้ในบทความ ราชรถ

พระยานมาศสามลำคาน เลขทะเบียน 9789 ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร
พระยานมาศสามลำคาน เลขทะเบียน 9789 ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ)

ลำดับเหตุการณ์ของ พระราชยาน

พ.ศ. (ค.ศ.) เหตุการณ์
สมัยกรุงศรีอยุธยา มีหลักฐานชัดเจนเรื่องราชรถและราชยานในการ พระราชพิธี ตามเอกสารของสำนักช่างสิบหมู่
สมัยรัชกาลที่ 1 สร้าง พระที่นั่งราเชนทรยาน และ พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์
สมัยรัชกาลที่ 2 สร้างพระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ ใช้อัญเชิญ พระบรมโกศ รัชกาลที่ 1 เป็นครั้งแรก
สมัยรัชกาลที่ 4 กรมศิลปากรสันนิษฐานว่า พระที่นั่งพุดตานฝ่ายพระราชวังบวร พระราชทาน แก่วังหน้าในรัชกาลนี้
2434 (1891–1892) พระวอช่อฟ้าน่าจะสร้างขึ้นสำหรับ พระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก
2453 (1910–1911) พระวอช่อฟ้าน่าจะเป็นองค์ที่ พระราชทาน ใน พระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก ครั้งต่อมา
2551 (2008) และ 2555 (2012) พระวอช่อฟ้าอัญเชิญพระสรีรางคาร ในนาม "พระวอสีวิกากาญจน์"
2560 (2017) บูรณะ พระที่นั่งราเชนทรยาน และสร้าง พระราเชนทรยานน้อย สำหรับงาน พระบรมศพ รัชกาลที่ 9
2562 (2019) 5 พฤษภาคม: ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคในงานบรมราชาภิเษก ใช้ พระราชยาน “พุดตานทอง”

ภาพบันทึก

พระที่นั่งราเชนทรยาน ลวดลายแกะสลักปิดทองประดับกระจกที่ฐาน ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร
พระที่นั่งราเชนทรยาน ลวดลายแกะสลักปิดทองประดับกระจกที่ฐาน ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ)
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1926 พระที่นั่งราเชนทรยาน ในกระบวนเชิญ พระบรมอัฐิ รัชกาลที่ 6
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1926 พระที่นั่งราเชนทรยาน ในกระบวนเชิญ พระบรมอัฐิ รัชกาลที่ 6 ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (Public domain)
พระที่นั่งราเชนทรยาน ในริ้วกระบวน วันที่ 10 เมษายน 2555
พระที่นั่งราเชนทรยาน ในริ้วกระบวน วันที่ 10 เมษายน 2555 ภาพ: Xiengyod / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
พระยานมาศสามลำคาน เลขทะเบียน 9789 รายละเอียดฐาน ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร
พระยานมาศสามลำคาน เลขทะเบียน 9789 รายละเอียดฐาน ภาพจากฐานข้อมูลพระเมรุมาศ กรมศิลปากร ภาพ: กรมศิลปากร (ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ)
พระยานมาศสามลำคาน ในริ้วกระบวนที่ 1 วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระยานมาศสามลำคาน ในริ้วกระบวนที่ 1 วันที่ 26 ตุลาคม 2560 ภาพ: Paul_012 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1950 ทหารเรือแบกหามพระยานมาศสามลำคาน
ภาพถ่ายเก่า ค.ศ. 1950 ทหารเรือแบกหามพระยานมาศสามลำคาน ภาพ: ไม่ทราบผู้ถ่าย / Wikimedia Commons (Public domain)
พระยานมาศสามลำคานและราชยานองค์อื่นในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพถ่ายเมื่อ 3 มกราคม 2561
พระยานมาศสามลำคานและราชยานองค์อื่นในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพถ่ายเมื่อ 3 มกราคม 2561 ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
พระวอสีวิกากาญจน์ ภาพถ่ายเมื่อ 22 เมษายน 2560
พระวอสีวิกากาญจน์ ภาพถ่ายเมื่อ 22 เมษายน 2560 ภาพ: Iudexvivorum / Wikimedia Commons (CC0)
เสลี่ยงและเสลี่ยงกงใน พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ภาพถ่ายเมื่อ 22 เมษายน 2560
เสลี่ยงและเสลี่ยงกงใน พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ภาพถ่ายเมื่อ 22 เมษายน 2560 ภาพ: Iudexvivorum / Wikimedia Commons (CC0)
ราชยานคานหามพนักหวาย ศิลปะรัตนโกสินทร์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพถ่ายเมื่อ 1 มิถุนายน 2567
ราชยานคานหามพนักหวาย ศิลปะรัตนโกสินทร์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภาพถ่ายเมื่อ 1 มิถุนายน 2567 ภาพ: Librovore / Wikimedia Commons (CC0)

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดแสดง พระที่นั่งราเชนทรยาน ในห้องราชยานคานหาม พระที่นั่งภิมุขมณเฑียร และ พระที่นั่งพุดตานฝ่ายพระราชวังบวร ที่ห้องเฉลิมพระเกียรติ มุขกระสัน ตามประกาศนิทรรศการถาวรของกรมศิลปากร ซึ่งระบุเวลาเปิด 09.00–16.00 น. ปิดวันจันทร์และวันอังคาร
  • พระวอช่อฟ้า อยู่ในความดูแลของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และเคยใช้ในงานพระศพ พ.ศ. 2551 และ 2555 ในนาม พระวอสีวิกากาญจน์
  • พระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ มีเลขรหัสประจำราชยาน 9789 และ นช.541 ในฐานข้อมูลพระเมรุมาศ
  • พระราเชนทรยานน้อย ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ. 2560 เป็น พระราชยาน องค์ใหม่ที่ยึดแบบอย่างโบราณจาก พระที่นั่งราเชนทรยาน
  • ข้อควรรู้ก่อนเข้าชม ประกาศเรื่องเวลาเปิดและค่าเข้าชม (คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท) มาจากประกาศนิทรรศการของกรมศิลปากร ห้องจัดแสดงบางห้องอาจปิดชั่วคราว ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง

อ่านเรื่องเรือ ราชรถ และยานในงานพิธีอื่น ๆ ได้ที่ หมวดยานพาหนะใน พระราชพิธี

คำถามที่พบบ่อย

พระราชยาน คืออะไร?

เอกสารของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร อธิบายว่า พระราชยาน หรือราชยาน คือยานพาหนะชนิดคานหามของหลวง เคลื่อนที่โดยเจ้าพนักงานแบกหาม มีทั้งแบบ ประทับราบ และแบบ ประทับห้อยพระบาท ทั้งที่มีหลังคาและไม่มีหลังคา ใช้ในการ เสด็จพระราชดำเนิน โดยกระบวนแห่ และในการเชิญพระโกศ

พระที่นั่งราเชนทรยาน ใช้คนแบกหามกี่คน?

ฐานข้อมูลพระเมรุมาศของกรมศิลปากรระบุว่า พระที่นั่งราเชนทรยาน ใช้พลแบกหาม 56 นาย และผู้ควบคุม 1 นาย มีขนาดกว้าง 1.03 เมตร ยาวพร้อมคานหาม 5.48 เมตร สูง 4.23 เมตร เป็น พระราชยาน ทรงบุษบก ที่สร้างในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พระยานมาศสามลำคาน ใช้ทำอะไร?

พระยานมาศสามลำคานเป็น พระราชยาน มีคานหามสามคาน มี 2 องค์ องค์หนึ่งใช้อัญเชิญ พระบรมโกศ จาก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประดิษฐานบนราชรถใกล้วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม อีกองค์ใช้อัญเชิญพระโกศเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ แต่ละองค์ใช้พลแบกหาม 120 นาย แบ่ง 2 ผลัด

พระวอสีวิกากาญจน์ กับพระวอช่อฟ้า เป็นองค์เดียวกันหรือไม่?

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระบุว่า พระวอช่อฟ้าองค์ที่จัดแสดงเป็น พระราชยาน ประทับราบ ทำด้วยไม้แกะสลักปิดทองประดับกระจก และในงานพระศพ พ.ศ. 2551 และ 2555 พระวอองค์นี้ใช้อัญเชิญพระสรีรางคาร โดย หมายรับสั่ง ออกนามว่า พระวอสีวิกากาญจน์

ชม พระราชยาน ได้ที่ไหน?

กรมศิลปากรระบุว่า พระที่นั่งราเชนทรยาน จัดแสดงที่ห้องราชยานคานหาม พระที่นั่งภิมุขมณเฑียร และ พระที่นั่งพุดตานฝ่ายพระราชวังบวร จัดแสดงที่มุขกระสัน ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งตามประกาศนิทรรศการถาวรเปิดเวลา 09.00–16.00 น. ปิดวันจันทร์และวันอังคาร ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนเข้าชม

แหล่งอ้างอิง

  1. พระที่นั่งราเชนทรยาน — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
  2. พระราเชนทรยานน้อย — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
  3. พระยานมาศสามลำคาน เลขทะเบียน 9789 — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
  4. พระยานมาศสามลำคาน เลขทะเบียน นช.541 — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
  5. พระวอสีวิกากาญจน์ — ฐานข้อมูลพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ — กรมศิลปากร
  6. พระวอช่อฟ้า — กรมศิลปากร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)
  7. ขอเชิญชมนิทรรศการถาวร ประณีตศิลป์สยาม ณ หมู่พระวิมาน พระราชวังบวรสถานมงคล พร้อมแนะนำโบราณวัตถุ ๑๐ ชิ้นต้องชมในหมู่พระวิมาน — กรมศิลปากร
  8. ราชรถ ราชยาน (เอกสารความรู้ สำนักช่างสิบหมู่) — กรมศิลปากร (สำนักช่างสิบหมู่)
  9. พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ — สำนักพระราชวัง
  10. ข่าวในพระราชสำนัก วันจันทร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 — สำนักพระราชวัง
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ