ฝิ่นอัฟกานิสถานเพิ่ม 5 เท่าในหนึ่งปี UNODC ชี้ชาวนาหาทางเลี่ยงคำสั่งห้ามของตาลีบัน
UNODC รายงานเมื่อ 29 ต.ค. 2026 ว่าฝิ่นอัฟกานิสถานเพิ่ม 5 เท่า พื้นที่ปลูกโต 330% เป็นกว่า 43,000 เฮกตาร์ ผลผลิตเกือบ 1,500 ตัน โดยยังต่ำกว่าก่อนตาลีบันห้าม
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- UNODC รายงานเมื่อ 29 ตุลาคม 2026 ว่าผลผลิตฝิ่นในอัฟกานิสถานเพิ่ม 400% จากราว 300 ตัน เป็นเกือบ 1,500 ตัน ในหนึ่งปี เป็นการเพิ่มครั้งใหญ่ครั้งแรกนับจากตาลีบันห้ามปลูกเมื่อเดือนเมษายน 2022
- พื้นที่ปลูกฝิ่นเพิ่ม 330% เป็นกว่า 43,000 เฮกตาร์ จากราว 10,000 เฮกตาร์ในปี 2025 แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนการห้ามที่ราว 232,000 เฮกตาร์ มาก
- การปลูกกระจายไปถึง 16 จาก 34 จังหวัด เพิ่มจากปีก่อน 5 จังหวัด และสามในสี่ของพื้นที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนราคาลดจาก 570 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 500 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อกิโลกรัม
- เจ้าหน้าที่ตาลีบันแจ้งว่ากำจัดแปลงฝิ่นได้ 22,000 เฮกตาร์ ในปีนี้ แต่ UNODC พบว่าชาวนาจำนวนมากซ่อนแปลงเล็กในแปลงธัญพืชหรือในรั้วบ้าน และปลูกเก็บเกี่ยวเหลื่อมเวลากัน
- เมียนมาเป็นแหล่งฝิ่นผิดกฎหมายอันดับหนึ่งของโลกในรายงานปี 2025 ที่ 53,100 เฮกตาร์ และผลผลิตราว 1,010 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขคนละปีกับอัฟกานิสถาน จึงยังเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2026 ว่าฝิ่นอัฟกานิสถานเพิ่ม 5 เท่าในหนึ่งปี โดยผลผลิตเพิ่ม 400% จากราว 300 ตันเป็นเกือบ 1,500 ตัน และพื้นที่ปลูกเพิ่ม 330% เป็นกว่า 43,000 เฮกตาร์ เป็นการเพิ่มของฝิ่นอัฟกานิสถานครั้งสำคัญครั้งแรกนับจากกลุ่มตาลีบันห้ามปลูกฝิ่นเมื่อเดือนเมษายน 2022
ตัวเลขฝิ่นอัฟกานิสถานปีนี้ยังต่ำกว่าระดับก่อนการห้ามมาก แต่เปลี่ยนภาพที่ว่าการห้ามปลูกทำให้ฝิ่นอัฟกานิสถานแทบหายไป และมีผลต่อภูมิภาคที่เคยพึ่งฝิ่นจากเมียนมาเป็นหลักช่วงที่อัฟกานิสถานหยุดผลิต

ฝิ่นอัฟกานิสถานเพิ่ม 5 เท่า ตามตัวเลขของ UNODC
UN News สรุปตัวเลขจากการสำรวจของ UNODC ที่เผยแพร่เมื่อ 29 ตุลาคม 2026 ไว้ดังนี้ บทความนี้ยึดตามรายงานของ UN News ซึ่งสรุปจากการสำรวจของ UNODC ณ วันที่ตรวจ 1 พฤศจิกายน 2026
| ตัวชี้วัด | ปี 2025 | ปี 2026 | ก่อนการห้ามปี 2022 |
|---|---|---|---|
| พื้นที่ปลูกฝิ่น | ราว 10,000 เฮกตาร์ | กว่า 43,000 เฮกตาร์ (เพิ่ม 330%) | ราว 232,000 เฮกตาร์ |
| ผลผลิตประมาณการ | ราว 300 ตัน | เกือบ 1,500 ตัน (เพิ่ม 400%) | ไม่ได้ระบุ |
| ราคาต่อกิโลกรัม | 570 ดอลลาร์สหรัฐ | 500 ดอลลาร์สหรัฐ | ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ |
ก่อนการห้าม อัฟกานิสถานเคยเป็นแหล่งฝิ่นผิดกฎหมายอันดับหนึ่งของโลกมานานหลายทศวรรษ และมีสัดส่วนราว 80% ของอุปทานโลก ตาลีบันยึดอำนาจเมื่อสิงหาคม 2021 และประกาศห้ามปลูกฝิ่นกับยาเสพติดทุกชนิดเมื่อเมษายน 2022 โดยอ้างเหตุผลทางศาสนา

ชาวนาปลูกฝิ่นอัฟกานิสถานเลี่ยงคำสั่งห้ามอย่างไร
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของตาลีบัน (de facto authorities) แจ้งว่ากำจัดแปลงฝิ่นได้ 22,000 เฮกตาร์ในปีนี้ แต่ UNODC พบว่าชาวนาจำนวนมากดูเหมือนปรับตัวเพื่อเลี่ยงการบังคับใช้ บางรายซ่อนแปลงเล็กไว้ในแปลงธัญพืชหรือภายในรั้วบ้าน ส่วนรายอื่นปลูกและเก็บเกี่ยวเหลื่อมเวลากันเพื่อไม่ให้ถูกตรวจพบ
การปลูกกระจายไปถึง 16 จาก 34 จังหวัดของอัฟกานิสถาน เพิ่มจากปีก่อน 5 จังหวัด สามในสี่ของพื้นที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งตอนนี้เป็นแหล่งปลูกหลักของประเทศ ต่างจากก่อนการห้ามที่ส่วนใหญ่ปลูกกันในภาคตะวันตกเฉียงใต้
Monica Juma ผู้อำนวยการ UNODC กล่าวว่าการเพิ่มของฝิ่นสะท้อนว่าการลดการปลูกยั่งยืนได้ยากเมื่อชาวนายากจนไม่มีทางเลือกที่จะเลี้ยงครอบครัว เธอเรียกร้องให้ฝ่ายปกครองและประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันช่วยชุมชนเกษตรกรผ่านการลงทุนด้านการดำรงชีพ โครงสร้างพื้นฐานการเกษตร และการเข้าถึงตลาด

ผลผลิตฝิ่น ราคา และการลักลอบขน

ราคาลดจาก 570 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัมเมื่อปีที่แล้วเหลือ 500 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังสูงกว่าระดับก่อนการห้ามที่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐมาก UNODC ระบุว่าความต่างของราคาระหว่างภูมิภาคอาจกระตุ้นให้มีการลักลอบขนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปยังภาคตะวันตกเฉียงใต้
UN News รายงานว่าผู้ลักลอบฝิ่นอัฟกานิสถานในภูมิภาคดูเหมือนอาศัยสต็อกฝิ่นเก่าเพื่อให้การขนส่งต่อเนื่องหลังการห้าม แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าสต็อกเหล่านี้กำลังลดลง และพบสัญญาณเบื้องต้นว่าอุปทานเฮโรอีนในยุโรปกำลังลดลง UNODC เตือนว่าเมื่อความต้องการยังอยู่และราคาสูง อุปทานที่ลดลงอาจผลักให้การปลูกในอัฟกานิสถานเพิ่มขึ้นอีก

ฝิ่นอัฟกานิสถานเกี่ยวข้องกับเมียนมาแหล่งฝิ่นใกล้ไทยอย่างไร
UN News รายงานเมื่อธันวาคม 2025 ว่าพื้นที่ปลูกฝิ่นในเมียนมาเพิ่ม 17% จาก 45,200 เฮกตาร์ในปี 2024 เป็น 53,100 เฮกตาร์ในปี 2025 สูงสุดในรอบสิบปี ผลผลิตทั้งประเทศประมาณ 1,010 ตัน มากกว่าระดับของอัฟกานิสถานในขณะนั้นเกินสองเท่า และเมียนมาเป็นแหล่งฝิ่นผิดกฎหมายอันดับหนึ่งของโลกหลังการผลิตในอัฟกานิสถานร่วง
UNODC ระบุในรายงานเมียนมาว่ารัฐฉานใต้เป็นแหล่งปลูกหลักด้วยสัดส่วน 44% ของแปลงทั้งหมด และเกษตรกรได้รายได้จากฝิ่นระหว่าง 300 ล้านถึง 487 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนั้น ตัวเลขนี้เป็นของปี 2025 ส่วนอัฟกานิสถานเป็นของปี 2026 จึงไม่ควรสรุปว่าอัฟกานิสถานแซงเมียนมากลับมาแล้ว ต้องรอรายงานสำรวจเมียนมาฉบับถัดไปของ UNODC
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
เรื่องฝิ่นอัฟกานิสถานสำคัญเพราะแสดงว่าคำสั่งห้ามที่ลดฝิ่นลงเกือบหมดเมื่อปี 2023 ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปถาวร ชาวนาที่ปลูกฝิ่นอัฟกานิสถานยังหาทางปลูก และปัจจัยด้านเศรษฐกิจยังกดดันให้กลับมา UNODC ตั้งข้อสังเกตว่าจะติดตามต่อเพื่อดูว่าการเพิ่มครั้งนี้เป็นชั่วคราวหรือเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของการผลิตฝิ่นและเฮโรอีน
ตามที่ Juma กล่าว ต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสอบสวนและทำลายเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ ทั้งในอัฟกานิสถานและทั่วโลก ซึ่งเกี่ยวข้องกับไทยเพราะเมียนมามีพรมแดนยาวร่วมกับไทย และรายงานของผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา ที่แถลงวันเดียวกันก็ชี้ว่าเศรษฐกิจผิดกฎหมายกำลังหนุนความขัดแย้งในเมียนมา
ผลต่อไทยและองค์กรไทย
- ติดตามข้อมูลฝิ่นในเมียนมา ไทยมีพรมแดนติดเมียนมา การเปลี่ยนแปลงของอุปทานฝิ่นและเฮโรอีนในภูมิภาคจึงควรติดตาม ผู้อ่านควรดูรายงานสำรวจเมียนมาฉบับถัดไปของ UNODC เพราะตัวเลขฝิ่นอัฟกานิสถานกับเมียนมาเป็นคนละปี
- ผู้ประกอบการค้าชายแดนและโลจิสติกส์ ต้องมีมาตรการตรวจสอบสินค้าและคู่ค้าในห่วงโซ่ขนส่ง โดยยึดประกาศของกรมศุลกากรและหน่วยงานในพื้นที่ ดูความเคลื่อนไหวชายแดนในข่าวปิดชายแดนแม่สอด 2569
- นักท่องเที่ยวและนักเดินทางไทย ควรหลีกเลี่ยงการรับฝากของหรือแพ็กเกจที่ไม่รู้ที่มาข้ามประเทศ เพราะข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดมีโทษหนักในหลายประเทศ ควรตรวจกฎศุลกากรของประเทศปลายทางกับเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศไทยก่อนเดินทาง
- เฝ้าดูตัวเลขฝิ่นอัฟกานิสถานชุดถัดไป UNODC ระบุว่าจะติดตามต่อ ควรเทียบตัวเลขอัฟกานิสถาน เมียนมา และโคลอมเบีย ซึ่ง UN News จัดเป็นสามแหล่งใหญ่ของฝิ่นผิดกฎหมาย เมื่อมีรายงานฉบับใหม่ออกมา
อ่านข่าวต่างประเทศอื่นได้ที่หมวดข่าวต่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
ฝิ่นอัฟกานิสถานเพิ่ม 5 เท่า หมายความว่าอย่างไร?
UNODC รายงานเมื่อ 29 ตุลาคม 2026 ว่าผลผลิตฝิ่นของอัฟกานิสถานเพิ่มจากราว 300 ตันเป็นเกือบ 1,500 ตันภายในหนึ่งปี หรือเพิ่ม 400% และพื้นที่ปลูกเพิ่ม 330% เป็นกว่า 43,000 เฮกตาร์ เป็นการเพิ่มครั้งใหญ่ครั้งแรกนับจากตาลีบันห้ามปลูกฝิ่นเมื่อเมษายน 2022
ตาลีบันห้ามปลูกฝิ่นแล้ว ทำไมพื้นที่ปลูกยังเพิ่ม?
UNODC ระบุว่าผู้ปลูกฝิ่นอัฟกานิสถานจำนวนมากดูเหมือนปรับตัวเพื่อเลี่ยงการบังคับใช้ เช่น ซ่อนแปลงเล็กในแปลงธัญพืชหรือภายในรั้วบ้าน และปลูกกับเก็บเกี่ยวเหลื่อมเวลากัน ผู้อำนวยการ UNODC Monica Juma ชี้ว่าการลดการปลูกยั่งยืนได้ยาก เมื่อชาวนายากจนไม่มีทางเลือกอื่นในการหาเลี้ยงครอบครัว
ฝิ่นอัฟกานิสถานตอนนี้เทียบกับก่อนมีคำสั่งห้ามอย่างไร?
ตัวเลขฝิ่นอัฟกานิสถานปีนี้ยังต่ำกว่าระดับก่อนการห้ามมาก ก่อนการห้ามมีพื้นที่ปลูกราว 232,000 เฮกตาร์ เทียบกับกว่า 43,000 เฮกตาร์ในปีนี้ และอัฟกานิสถานเคยผลิตราว 80% ของฝิ่นทั่วโลก UNODC ระบุว่าการติดตามต่อไปจะบอกว่าการเพิ่มนี้เป็นเพียงชั่วคราวหรือเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัว
ข่าวฝิ่นอัฟกานิสถานเกี่ยวกับเมียนมาและไทยอย่างไร?
UN News รายงานเมื่อธันวาคม 2025 ว่าหลังฝิ่นอัฟกานิสถานร่วง เมียนมาเป็นแหล่งฝิ่นผิดกฎหมายอันดับหนึ่งของโลก หลังการผลิตในอัฟกานิสถานร่วง โดยปี 2025 มีพื้นที่ปลูก 53,100 เฮกตาร์ และผลผลิตราว 1,010 ตัน เมียนมามีพรมแดนติดไทย ผู้อ่านจึงควรติดตามรายงานสำรวจฝิ่นเมียนมาฉบับถัดไปของ UNODC
แหล่งอ้างอิง
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- UNODC3กรมศุลกากร29กระทรวงการต่างประเทศ38
- ประเทศและสถานที่
- เมียนมา26สหรัฐอเมริกา576ยุโรป297
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ