ข้ามไปยังเนื้อหา
World

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา: เศรษฐกิจผิดกฎหมายหนุนสงคราม พลเรือนตาย 8,384 ราย

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา แถลง 29 ต.ค. 2026 ว่าทหารสังหารพลเรือนอย่างน้อย 8,384 ราย และศูนย์สแกม เหมือง การค้ามนุษย์เป็นแรงขับเคลื่อนสงคราม

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 เชื่อมอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ภาพถ่ายจากฝั่งไทยเมื่อปี 2005
สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา เชื่อมแม่สอดกับเมียวดี ภาพประกอบพื้นที่ชายแดน ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ในข่าว ภาพ: Lerdsuwa / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา Kelley Anne Eckels-Currie แถลงเมื่อ 29 ตุลาคม 2026 ว่าสถานการณ์ "เลวร้ายอย่างยิ่ง" โดยสงครามยังไม่มีทางออก
  • รายงานพบว่ากองทัพสังหารพลเรือนอย่างน้อย 8,384 ราย นับจากรัฐประหารเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ถึง 15 กันยายน 2026
  • ช่วง "แผนสันติภาพ 100 วัน" ของรัฐบาลทหาร (20 เมษายน–31 กรกฎาคม 2026) พลเรือนเสียชีวิตราว 753 ราย และกองทัพกับกองกำลังกึ่งทหารรับผิดชอบ 89% ของผู้เสียชีวิต
  • เศรษฐกิจผิดกฎหมาย เช่น ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ เหมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของความขัดแย้ง และหนุนการซื้ออาวุธของกองทัพ รวมถึงจากจีนและรัสเซีย
  • รายงานของ UNDP เมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ระบุว่ากว่า 37 ล้านคน หรือ 68% ของประชากรเมียนมาอยู่ในภาวะยากจนหลายมิติหรือเสี่ยงตกอยู่ในภาวะนั้น

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา คือ Kelley Anne Eckels-Currie ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ แถลงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 ว่าสถานการณ์ในเมียนมา "เลวร้ายอย่างยิ่ง" รายงานของเธอพบว่ากองทัพสังหารพลเรือนอย่างน้อย 8,384 ราย นับจากรัฐประหารเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2026 และเศรษฐกิจผิดกฎหมายกลายเป็นแรงขับเคลื่อนของความขัดแย้ง ไม่ใช่เพียงผลพวงจากสงคราม

UN News รายงานว่ารายงานฉบับนี้เชื่อมศูนย์หลอกลวงออนไลน์ เหมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ เข้ากับการหาเงินซื้ออาวุธของกองทัพ เรื่องนี้ใกล้ตัวคนไทยเพราะเมียนมามีพรมแดนยาวร่วมกับไทย และความเคลื่อนไหวฝั่งนั้นส่งผลถึงชายแดนไทยอยู่แล้ว

ภาพประกอบข่าวผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา อาคารในย่านชเวโก๊กโก่ ตำบลเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ริมแม่น้ำเมย มองจากฝั่งไทย ภาพถ่ายเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2022
อาคารในย่านชเวโก๊กโก่ ตำบลเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ริมแม่น้ำเมย มองจากฝั่งไทย ภาพถ่ายปี 2022 ตามคำอธิบายของผู้ถ่าย เป็นภาพประกอบพื้นที่ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ในข่าว ภาพ: Angshu2193 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา พบอะไรในรายงาน

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมาคือผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ UN แต่งตั้ง ทำงานในฐานะส่วนบุคคลและไม่ได้รับเงินเดือนจาก UN เธอแถลงต่อสื่อที่สำนักงาน UN เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2026 โดย UN News สรุปสิ่งที่รายงานพบไว้ดังนี้

ประเด็น ตัวเลขหรือข้อสรุปตามรายงาน
พลเรือนที่กองทัพสังหารนับจากรัฐประหาร อย่างน้อย 8,384 ราย (ถึง 15 กันยายน 2026)
ช่วง "แผนสันติภาพ 100 วัน" (20 เมษายน–31 กรกฎาคม 2026) พลเรือนเสียชีวิตราว 753 ราย
สัดส่วนที่กองทัพและกองกำลังกึ่งทหารรับผิดชอบ 89% ของผู้เสียชีวิตในช่วงดังกล่าว
แนวทางทางทหารที่รายงานชี้ "Four Cuts" ตัดอาหาร ทรัพยากร การเข้าถึงด้านมนุษยธรรม และเครือข่ายสนับสนุน

รายงานระบุว่าแม้รัฐบาลทหารประกาศ "แผนสันติภาพ 100 วัน" สถานการณ์กลับแย่ลง กองทัพยังใช้อาวุธสงคราม ทั้งการโจมตีทางอากาศและปืนใหญ่ ต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงโรงเรียน สถานพยาบาล อาคารศาสนา ตลาด และค่ายผู้พลัดถิ่น ซึ่งผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมามองว่าเป็นการจงใจทำร้ายพลเรือนเพื่อก่อความหวาดกลัวและบีบให้ยอมจำนน

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมายังระบุว่ากองทัพขัดขวางการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างจงใจ ด้วยการตัดสัญญาณโทรคมนาคม จำกัดการเดินทาง และตั้งด่านตรวจ จนอาหาร ยา และเชื้อเพลิงไปไม่ถึงผู้พลัดถิ่น เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเผชิญการคุกคาม การควบคุมตัวโดยพลการ การทรมาน และการสังหาร โดยเดือนกรกฎาคม 2026 มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือสามคนถูกทรมานและสังหารที่เมืองทวาย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

เศรษฐกิจผิดกฎหมายเป็นแรงขับเคลื่อนของสงครามอย่างไร

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมาอธิบายว่าเมื่อเศรษฐกิจในระบบหดตัวจากสงครามและการบริหารที่ผิดพลาด กิจกรรมผิดกฎหมายเข้ามาเติมช่องว่าง ได้แก่ ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ เหมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ กำไรจากตลาดมืดช่วยจัดหาอาวุธให้กองทัพ รวมถึงอาวุธจากจีนและรัสเซีย และช่วยรักษาความภักดีในหมู่ผู้นำกองทัพ

เธอระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติของชาวจีนเป็น "กระดูกสันหลัง" ของกิจการผิดกฎหมายส่วนใหญ่ในเมียนมา โดยใช้แพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีอย่าง Tether และโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok, Meta และ X ในการดำเนินงาน ส่วนการทุจริตในประเทศเพื่อนบ้านเอื้อให้การค้ามนุษย์ข้ามพรมแดนเกิดขึ้นได้ UN News ไม่ได้ระบุว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ว่าคือประเทศใด บทความนี้จึงไม่อนุมานเกินกว่าที่ต้นทางระบุ

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมายังชี้ความยากของการสกัดเครือข่ายเหล่านี้โดยไม่กระทบพลเรือน ตัวอย่างคือความพยายามตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต Starlink ของศูนย์หลอกลวงที่ทำให้องค์กรช่วยเหลือและชุมชนท้องถิ่นขาดการเชื่อมต่อที่จำเป็นไปด้วย

ถนนในเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ภาพถ่ายเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2013
ถนนในเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ภาพถ่ายเดือนพฤศจิกายน 2013 เป็นภาพประกอบพื้นที่ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ในข่าว ภาพ: Go-Myanmar / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

ความยากจนในเมียนมา ตามรายงาน UNDP

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เผยแพร่รายงาน "Layers of Deprivation: Multidimensional Poverty in Myanmar" ซึ่ง UN News สรุปว่ามากกว่าสองในสามของประชากรอยู่ในภาวะยากจนหลายมิติหรือเสี่ยงตกอยู่ในภาวะนั้น คิดเป็นกว่า 37 ล้านคน หรือ 68% ของประชากร ซึ่งเผชิญวิกฤตซ้อนกันหลายด้าน

Kanni Wignaraja ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ UNDP กล่าวว่าเมียนมาอาจไม่ใช่พาดหัวข่าวระดับโลกอีกต่อไป แต่ความยากลำบากของผู้คนนับล้านยังลึกลงเรื่อย ๆ และเรียกสงครามนี้ว่า "สงครามที่ไม่มีใครชนะ" รายงานระบุว่าปัญหาด้านสุขภาพและมาตรฐานการครองชีพคิดเป็นกว่า 80% ของความยากจนหลายมิติ ทั้งการเข้าถึงสถานพยาบาล ที่อยู่อาศัย น้ำสะอาด และสุขาภิบาล โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้ง และรัฐยะไข่ทางตะวันตกเป็นพื้นที่ยากจนรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่ง

ด้านผู้ลี้ภัย UN News รายงานเมื่อกันยายน 2026 ว่าผู้ลี้ภัยโรฮิงญาเกือบ 1.2 ล้านคนยังอยู่ในบังกลาเทศ ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยของ UN Barham Salih กล่าวว่าเงื่อนไขสำหรับการกลับบ้านโดยสมัครใจ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี "ยังไม่มีอยู่ในขณะนี้"

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ถ้อยแถลงนี้ไม่ใช่คำพิพากษา ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมาเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระของ UN ไม่ใช่ศาล UN News ที่ตรวจเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2026 ไม่ได้อ้างคำชี้แจงของรัฐบาลทหารต่อรายงานฉบับนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตจึงเป็นตัวเลขของผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา ณ วันที่ 15 กันยายน 2026 ไม่ใช่ตัวเลขที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในสงครามรับรอง

ประเด็นใหม่ของรายงานคือการมองว่าเศรษฐกิจใต้ดินเป็น "ตัวขับ" ไม่ใช่ "ผลพลอยได้" ซึ่งหมายความว่าการแก้ปัญหาศูนย์หลอกลวงและการค้ามนุษย์เกี่ยวพันกับการยุติสงคราม และการตัดเส้นทางเงินที่ไม่ระวังอาจกระทบพลเรือนด้วย อ่านความเคลื่อนไหวทางการทูตของผู้นำทหารเมียนมาได้ในข่าวการเยือนมาเลเซียและการกลับเข้าสู่อาเซียน

ผลต่อไทยและองค์กรไทย

  • ชายแดนและการค้า ความขัดแย้งฝั่งเมียนมาส่งผลถึงแนวชายแดนไทยแล้ว ตามที่รายงานในข่าวปิดชายแดนแม่สอด 2569 ระงับการค้าริมแม่น้ำเมย ผู้ประกอบการที่ค้าชายแดนควรติดตามความเคลื่อนไหวของผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา และประกาศของหน่วยงานไทยในพื้นที่
  • มิจฉาชีพออนไลน์ ศูนย์หลอกลวงที่ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา ชี้ใช้เครือข่ายข้ามชาติและแพลตฟอร์มคริปโต องค์กรและประชาชนควรตั้งสติกับโทรศัพท์ ข้อความ และลิงก์โอนเงินที่แปลกปลอม ดูกรณีที่เกี่ยวข้องในข่าวโทษประหารครอบครัว Wei ในจีนจากคดีศูนย์หลอกลวงเมียนมา
  • แรงงานและคนไทยในพื้นที่ ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา ระบุถึงการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ ผู้ที่ได้รับข้อเสนองานในต่างประเทศที่ให้ค่าจ้างสูงผิดปกติควรตรวจกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานแรงงานไทยก่อนเดินทาง
  • ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมาเตือนว่าการตัดสัญญาณและเส้นทางอาจกระทบองค์กรช่วยเหลือ องค์กรไทยที่ร่วมบริจาคหรือทำงานชายแดนควรเลือกช่องทางที่ผ่านหน่วยงานที่ตรวจสอบได้

อ่านข่าวต่างประเทศอื่นได้ที่หมวดข่าวต่างประเทศ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา แถลงอะไรเมื่อ 29 ตุลาคม 2026?

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา Kelley Anne Eckels-Currie แถลงว่าสถานการณ์ในเมียนมา "เลวร้ายอย่างยิ่ง" และสงครามยังไม่มีทางออก รายงานของเธอพบว่ากองทัพสังหารพลเรือนอย่างน้อย 8,384 ราย นับจากรัฐประหารเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ถึง 15 กันยายน 2026 และเศรษฐกิจผิดกฎหมายกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของความขัดแย้ง

เศรษฐกิจผิดกฎหมายในเมียนมาเกี่ยวกับสงครามอย่างไร?

ผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา ระบุว่าเมื่อเศรษฐกิจในระบบหดตัวจากสงครามและการบริหารที่ผิดพลาด กิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ เหมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ เข้ามาแทนที่ กำไรจากตลาดมืดช่วยจัดหาอาวุธให้กองทัพ รวมถึงจากจีนและรัสเซีย และช่วยรักษาความภักดีในกองทัพ

แผนสันติภาพ 100 วันของรัฐบาลทหารเมียนมาได้ผลหรือไม่?

ตามรายงานของผู้รายงานพิเศษ UN เมียนมา สถานการณ์แย่ลงแม้รัฐบาลทหารประกาศแผนนี้ระหว่าง 20 เมษายนถึง 31 กรกฎาคม 2026 ช่วงดังกล่าวมีพลเรือนเสียชีวิตราว 753 ราย โดยกองทัพและกองกำลังกึ่งทหารรับผิดชอบ 89% ของผู้เสียชีวิต

UNDP รายงานความยากจนในเมียนมาไว้อย่างไร?

UNDP รายงานเมื่อ 8 ตุลาคม 2026 ว่ากว่า 37 ล้านคน หรือ 68% ของประชากรเมียนมา อยู่ในภาวะยากจนหลายมิติหรือเสี่ยงตกอยู่ในภาวะนั้น โดยปัญหาด้านสุขภาพและมาตรฐานการครองชีพคิดเป็นกว่า 80% ของความยากจนหลายมิติ และรัฐยะไข่เป็นพื้นที่ที่รุนแรงที่สุดแห่งหนึ่ง

แหล่งอ้างอิง

  1. Myanmar's illicit economy fuels escalating violence, with civilians bearing the brunt — UN News
  2. Myanmar: Poverty deepens as families face multiple shocks with limited resources — UN News
  3. Rohingya refugees deserve a future beyond survival, not endless displacement — UN News

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
เมียนมา26จีน303รัสเซีย59
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
TikTok16
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ